Q

รถ Range Rover Evoque สามารถลงน้ำลึกได้ถึงเท่าไหร่

Range Rover Evoque ในฐานะ SUV ระดับหรูขนาดกะทัดรัดนั้น มีความสามารถในการขับลุยน้ำที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในประเภทเดียวกัน ข้อมูลทางการระบุว่าสามารถลุยน้ำได้ลึกสูงสุดถึง 600 มม. ซึ่งการออกแบบนี้เหมาะเป็นพิเศษกับสภาพน้ำท่วมขังในเมืองหรือเส้นทางต่ำในชนบทที่มักเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝนของไทย การออกแบบตัวรถแบบปิดสนิท ตำแหน่งรับอากาศเข้าสูง และระบบตอบสนองทุกสภาพพื้นผิว Terrain Response ช่วยให้รับมือกับการลุยน้ำระยะสั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม เมื่อต้องขับลุยน้ำ ควรรักษาความเร็วคงที่ในระดับต่ำ (แนะนำไม่เกิน 5-8 กม./ชม.) เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำกระเซ็น และหลังจากลุยน้ำควรตรวจสอบระบบเบรก โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทยที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษกับการป้องกันการกัดเซาะของส่วนประกอบใต้ท้องรถ สำหรับพื้นที่ที่มักประสบปัญหาน้ำท่วมบ่อย เจ้าของรถสามารถเลือกติดตั้งระบบเซนเซอร์วัดระดับน้ำแบบ OEM ซึ่งจะแสดงข้อมูลความลึกของน้ำผ่านหน้าปัดพร้อมแจ้งเตือนในเวลาจริง ที่สำคัญแม้รถจะมีสมรรถนะการลุยน้ำที่ดี แต่ควรหลีกเลี่ยงการแช่น้ำเป็นเวลานานหรือลุยน้ำที่เกินขีดจำกัด เนื่องจากชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และระบบส่งกำลังอาจยังคงได้รับความเสียหายภายใต้สภาวะที่รุนแรง จึงแนะนำให้เจ้าของรถยนต์ชาวไทยไปที่ศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาตเพื่อตรวจสอบพิเศษของการปิดผนึกตัวถังรถและวาล์วระบายอากาศของระบบส่งกำลังก่อนที่ฤดูฝนจะมาถึง
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
น้ำมันสำหรับรถยนต์ Range Rover Evoque คืออะไร
รถ Range Rover Evoque ส่วนใหญ่แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ที่ตรงตามมาตรฐานของ Land Rover เช่น น้ำมันเครื่องแบบเต็มสังเคราะห์เกรด 5W-30 หรือ 0W-20 แต่การเลือกที่เฉพาะเจาะจงขึ้นอยู่กับปีของรถยนต์และรุ่นเครื่องยนต์ ในสภาพอากาศร้อนแบบประเทศไทย แนะนำให้เลือกน้ำมันเครื่อง 5W-30 ที่มีความเสถียรในอุณหภูมิสูงเพื่อประสิทธิภาพการหล่อลื่นที่ดีกว่าเวลาอากาศร้อนจัด เวลาซื้อน้ำมันเครื่องในไทย ให้ดูที่มาตรฐานสากลอย่าง API SN หรือ ACEA C2/C3 และควรซื้อจากช่องทางที่น่าเชื่อถือ เช่น โชว์รูมศูนย์บริการหรือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเพื่อหลีกเลี่ยงของปลอม การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเป็นประจำสำคัญมากสำหรับการยืดอายุเครื่องยนต์ โดยเฉพาะในไทยที่มีฝุ่นเยอะอาจต้องเปลี่ยนบ่อยขึ้น แนะนำให้ตรวจเช็คและเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 12 เดือน (แบบไหนถึงก่อนก็ให้เปลี่ยน) ถ้ารถของคุณเป็นรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล ต้องระวังเรื่องน้ำมันเครื่องแบบ Low Ash เพื่อให้ตรงกับข้อกำหนดของ DPF ด้วย คุณสามารถตรวจสอบประเภทน้ำมันเครื่องที่เหมาะกับรถของคุณผ่านแอป Land Rover หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่เพื่อคำแนะนำที่แม่นยำยิ่งขึ้น
Q
วิธีการตั้งโหมดหิมะในรถ Range Rover Evoque
เวลาขับรถ Range Rover Evoque ในไทยโดยเฉพาะแถบภาคเหนือหรือช่วงฤดูฝนที่ถนนลื่น แนะนำให้เปิดโหมดขับขี่แบบ Snow Mode จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้ วิธีการก็ง่ายๆ แค่สตาร์ทรถแล้วหมุนปุ่มเลือกโหมดขับขี่ที่กลางคอนโซลไปที่ตำแหน่ง "หิมะ/หญ้า/โคลน" (สัญลักษณ์เป็นรูปเกล็ดหิมะหรือภูเขา) ระบบจะปรับการตอบสนองของคันเร่ง เกียร์ และการกระจายกำลังล้ออัตโนมัติ ช่วยลดอาการลื่นไถลได้ดี โหมดนี้ใช้ได้ทั้งทางเหนืออย่างเชียงใหม่หรือเพชรบูรณ์ที่หมอกลงหนาวๆ หรือแม้แต่ในกรุงเทพเวลาฝนตกหนักถนนเป็นน้ำก็ใช้ได้เหมือนกัน แต่ต้องระวังนิดนึงว่าโหมดนี้จะจำกัดรอบเครื่องยนต์ไม่ให้ทำงานสูงเกินไป ถ้าเจอถนนแห้งแล้วควรเปลี่ยนกลับมาโหมดปกติจะประหยัดน้ำมันกว่า นอกจากนี้ระบบ Terrain Response ของรถยังมีโหมดอื่นๆ เช่นโหมดทรายหรือโหมดหินสำหรับเส้นทางแบบต่างๆ ในไทย แต่ถ้าขับในเมืองปกติก็ไม่จำเป็นต้องปรับบ่อยๆ ก่อนเข้าฤดูฝนควรเช็คดอกยางให้เหลือไม่ต่ำกว่า 3 มม. จะได้ยึดเกาะถนนเปียกได้ดี และอย่าลืมบริการระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเป็นประจำเพื่อให้ระบบควบคุมลื่นทำงานได้เต็มที่
Q
Range Rover Evoque มีที่นั่งกี่ที่นั่ง?
รถ Range Rover Evoque นั้นเป็น SUV คอมแพคสุดหรูที่มาพร้อมกับการจัดวางแบบ 5 ที่นั่งมาตรฐาน เหมาะมากสำหรับการเดินทางกับครอบครัวหรือทริปกับเพื่อนๆ ทั้งในเมืองไทยและสถานที่ท่องเที่ยวโดยรอบ เพราะให้ความรู้สึกสบายตลอดการเดินทาง แถมดีไซน์สวยเก๋และห้องโดยสารที่หรูหรายังเป็นที่ถูกใจของคนไทยอีกด้วย ต้องบอกเลยว่าแม้รถ SUV คอมแพคส่วนใหญ่จะเน้น 5 ที่นั่ง แต่บางรุ่นก็มีตัวเลือก 7 ที่นั่งให้ปรับแต่งตามความต้องการ แต่สำหรับ Evoque แล้วเน้นไปที่ความสวยงามและประสบการณ์การขับขี่เป็นหลัก เลยยังคงการออกแบบ 5 ที่นั่งแบบมาตรฐานไว้ ในสภาพอากาศร้อนๆ ของไทย ระบบแอร์ที่นั่งและความสบายของเบาะก็ทำงานได้ดีมาก แม้แต่ในฤดูฝนที่ถนนลื่นๆ ความสามารถขับเคลื่อนสี่ล้อก็ช่วยให้รับมือกับสภาพถนนได้ดี แต่หากมีความต้องการจำนวนที่นั่งที่สูงกว่า อาจพิจารณารุ่นต่างๆ เช่น Discovery Sport ของแบรนด์เดียวกัน ซึ่งมีตัวเลือกที่นั่งที่ยืดหยุ่นมากขึ้น
Q
Range Rover Evoque เริ่มวางจำหน่ายในปีใด?
รถ Range Rover Evoque เปิดตัวครั้งแรกในตลาดโลกเมื่อปี 2011 และกลายเป็นที่นิยมทันทีด้วยดีไซน์ SUV คูเป้ที่สวยงามและอุปกรณ์หรูหรา ในตลาดไทยก็ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ที่มีเอกลักษณ์และประสบการณ์ระดับพรีเมียมอย่างมาก Evoque ใช้ระบบ Terrain Response อันเป็นเอกลักษณ์ของแลนด์โรเวอร์ ซึ่งคำนึงถึงทั้งการขับขี่ในเมืองและการขับขี่แบบออฟโรดเบาๆ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสภาพถนนที่หลากหลายของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นถนนในเมืองในกรุงเทพฯ หรือเส้นทางบนภูเขาในเชียงใหม่ ในไทย Evoque มีตัวเลือกเครื่องยนต์หลายแบบ ทั้งเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบชาร์จที่ประหยัดน้ำมันและรุ่นปลั๊กอินไฮบริดด์ที่เปิดตัวในภายหลัง ตอบโจทย์ความต้องการทั้งประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่น่าสนใจคือ Evoque ได้อัพเกรดสู่รุ่นที่สองในปี 2018 ด้วยรูปลักษณ์ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นและการกำหนดค่าทางเทคโนโลยีได้รับการอัพเกรดอย่างมาก เช่น หน้าจอแสดงผลดิจิทัลและพวงมาลัยแบบทัชสกรีน ช่วยให้รักษาตำแหน่งในตลาด SUV คอมแพคต์ระดับหรูได้อย่างมั่นคง สำหรับคนไทยแล้ว Evoque ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่เป็นสัญลักษณ์ของไลฟ์สไตล์ โดยดีไซน์ของรถได้รับแรงบันดาลใจจากสุนทรียภาพยุควิคตอเรีย ซึ่งเข้ากันได้ดีกับค่านิยมของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบความทันสมัยและความแตกต่าง
Q
ราคาของรถยนต์ Range Rover Evoque เท่าไหร่
ราคาของ Range Rover Evoque ในประเทศไทยจะอยู่ที่ประมาณ 2,990,000 บาท ถึง 3,990,000 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่นและอุปกรณ์ที่เลือก ซึ่งราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชั่นของตัวแทนจำหน่ายหรืออุปกรณ์เสริมที่เลือก Evoque เป็นรถที่ได้รับความนิยมในไทยเพราะดีไซน์สวยหรู ตกแต่งภายในแบบพรีเมียม และสมรรถนะออฟโรดที่ยอดเยี่ยม เหมาะกับการขับขี่ในเมืองและการเดินทางช่วงสั้นๆ ในไทย Evoque มักมีตัวเลือกเครื่องยนต์ทั้งแบบเบนซินและแบบไฮบริดเล็กๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านสิ่งแวดล้อมและประหยัดน้ำมันของคนไทย นอกจากนี้ระบบแอร์ที่เย็นฉ่ำและหลังคากระจกแบบพาโนรามิกก็เป็นฟีเจอร์เด่นที่เหมาะกับอากาศร้อนของไทย ถ้าสนใจซื้อ แนะนำให้ไปที่ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเพื่อสอบถามโปรโมชั่นล่าสุด และควรคำนึงถึงภาษีนำเข้าและค่าจดทะเบียนในไทยด้วย เพราะจะส่งผลต่อราคาสุดท้าย ส่วนเรื่องบริการหลังการขาย แลนด์โรเวอร์ในไทยมีเครือข่ายบริการที่ครอบคลุม พร้อมให้การดูแลและซ่อมบำรุงอย่างมีคุณภาพ
Q
ภาษีถนนสำหรับรถ Range Rover Evoque คือเท่าไหร่
ในประเทศไทย ภาษีรถยนต์ (Road Tax) ของ Range Rover Evoque จะคำนวณตามขนาดเครื่องยนต์และประเภทของรถ ยกตัวอย่างในปี 2566 รุ่นที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร จะต้องจ่ายภาษีประมาณ 2,000-2,500 บาทต่อปี ส่วนรุ่นดีเซลอาจจะสูงกว่านี้เล็กน้อย แต่จำนวนเงินที่แน่นอนต้องตรวจสอบกับกรมการขนส่งทางบกตามระเบียบล่าสุด การคำนวณภาษีรถยนต์ในประเทศไทยมักจะคำนึงถึงมาตรฐานการปล่อยไอเสียและอายุการใช้งานของรถด้วย รถที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอาจได้รับส่วนลดภาษีบางส่วน นอกจากนี้ เจ้าของรถยังต้องรู้ไว้ว่ากฎหมายไทยกำหนดให้รถทุกคันต้องมีประกันภัยภาคบังคับ (พรบ.) หรือที่เรียกว่า "ป.ร.บ." ซึ่งมีค่าใช้保费ประมาณ 600-1,000 บาทต่อปี นี่เป็นข้อกำหนดพื้นฐานสำหรับการขับขี่บนท้องถนน Range Rover Evoque ในฐานะรถ SUV ระดับหรูได้รับความนิยมในตลาดไทย ค่าบำรุงรักษาและค่าเบี้ยประกันอาจสูงกว่ารถทั่วไป จึงแนะนำให้เจ้าของรถสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับภาษีและแผนประกันภัยผ่านช่องทางทางการหรือตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต เพื่อให้มั่นใจว่าตรงตามกฎหมายและจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสม นโยบายภาษีรถยนต์ของไทยอาจมีการปรับเปลี่ยนเป็นครั้งคราว การติดตามประกาศจากกระทรวงคมนาคมหรือปรึกษาสถาบันมืออาชีพจะช่วยให้ได้รับข้อมูลที่อัปเดตที่สุด
Q
Range Rover Evoque ใช้เครื่องยนต์อะไร?
รถ Range Rover Evoque ในปัจจุบันมีตัวเลือกเครื่องยนต์หลายแบบให้เลือกตามปีที่ผลิตและการจัดจำหน่ายในแต่ละตลาด สำหรับตลาดไทยนั้นมักจะพบรุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 3 สูบเทอร์โบชาร์จแบบไฮบริดเบา (ระบบปลั๊กอินไฮบริด P300e) และเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 4 สูบเทอร์โบชาร์จเบนซิน ซึ่งทั้งสองรุ่นโดดเด่นในเรื่องประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เหมาะกับสภาพการจราจรติดขัดในเมืองและกฎหมายสิ่งแวดล้อมของไทย เครื่องยนต์ 1.5 ลิตรไฮบริดเบาที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมัน ส่วนรุ่น 2.0 ลิตรนั้นให้กำลังสูงกว่าเพื่อตอบสนองความต้องการในการขับขี่ที่แตกต่างออกไป สภาพอากาศร้อนของไทยต้องการระบบระบายความร้อนที่ดี ซึ่ง Evoque ได้รับการออกแบบระบบระบายความร้อนให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมแบบนี้ นอกจากนี้ผู้ใช้ในไทยควรหมั่นบำรุงรักษาชิ้นส่วนเทอร์โบชาร์จเป็นประจำ และเลือกใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเบนซิน 95 อกเทนร่วมกับสารเติมแต่งที่เหมาะสมเพื่อยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ เทคโนโลยีเครื่องยนต์ของ Evoque ยังสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของ Land Rover ในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคไฟฟ้า โดยในอนาคตตลาดไทยอาจจะมีรุ่นพลังงานสะอาดเพิ่มเข้ามาอีกด้วย
Q
วิธีการเริ่มต้นรถยนต์รุ่น Range Rover Evoque
เมื่อต้องการสตาร์ทรถ Land Rover Range Rover Evoque ขั้นแรกให้ตรวจสอบว่ากุญแจอยู่ในรถหรือใช้กุญแจอัจฉริยะอยู่ใกล้ๆ ตัวรถ ในสภาพอากาศร้อนของไทยแนะนำให้เช็คระดับแบตเตอรี่ว่าเพียงพอหรือไม่ จากนั้นเหยียบแป้นเบรกแล้วกดปุ่มสตาร์ทที่คอนโซลกลางเพื่อติดเครื่องยนต์ ถ้าระบบ Pivi Pro จะสามารถสตาร์ทรถทางแอพพลิเคชั่นในมือถือได้ ซึ่งสะดวกมากเวลาติดรถยนต์ในกรุงเทพฯ เพราะสามารถเปิดแอร์ล่วงหน้าเพื่อความสบาย ควรระวังในช่วงฤดูฝนของไทย ควรตรวจสอบทางเข้าอากาศไม่ให้อุดตัน และหลีกเลี่ยงการขับลุยน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าเครื่องยนต์ ระบบ Terrain Response ของรถรุ่นนี้สามารถปรับตัวให้เข้ากับถนนโคลนหรือลูกรังที่พบได้บ่อยในประเทศไทยได้อัตโนมัติ ระบบสตาร์ท-สต็อปอัจฉริยะของ Evoque จะช่วยประหยัดน้ำมันเวลาติดไฟแดงนานๆ ในไทย แต่ถ้าต้องขับรถระยะสั้นบ่อยๆ อาจปิดระบบด้วยมือเพื่อยืดอายุแบตเตอรี่ เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร Ingenium ถูกปรับแต่งมาเฉพาะสำหรับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย แนะนำให้ใช้เชื้อเพลิงระดับ 95 ขึ้นไปและเข้าศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาตเป็นประจำ เพื่อให้รถทำงานได้ดีที่สุดในสภาพถนนที่หลากหลายของประเทศไทย
Q
วิธีการเปิดฝากระโปรงรถ Range Rover Evoque
ก่อนจะเปิดฝากระโปรงหน้ารถ Range Rover Evoque ต้องมั่นใจว่ารถดับเครื่องแล้ว จากนั้นมองหาแถบดึงปลดล็อกฝากระโปรงด้านคนขับ ซึ่งมักอยู่ใต้พวงมาลัยด้านซ้ายหรือข้างแผงหน้าปัด ดึงแถบนี้จะได้ยินเสียงฝากระโปรงปล่อยล็อกเบาๆ แล้วเดินไปที่หน้าตัวรถ สอดมือเข้าไปในช่องกลางใต้ฝากระโปรง หาล็อกนิรภัยตัวที่สองดันหรือกดเบาๆ ปลดล็อกให้หมด แล้วใช้ค้ำยันฝากระโปรงเพื่อตรวจสอบหรือบำรุงรักษาได้ สำหรับสภาพอากาศเมืองไทยที่ร้อนชื้น แนะนำให้ตรวจสอบน้ำหล่อเย็น น้ำมันเครื่อง และแบตเตอรี่เป็นประจำ โดยเฉพาะก่อนถึงฤดูฝน ควรตรวจสอบให้ไม่มีน้ำหรือเศษขยะสะสมในห้องเครื่อง เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทบต่อการระบายความร้อนหรือเกิดปัญหาวงจร ส่วนถนนบางพื้นที่ในไทยสภาพไม่ดีนัก เจ้าของรถควรตรวจสอบช่วงล่างและระบบกันสะเทือนทุก 5,000 กิโลเมตร เพื่อให้รถทำงานได้ดีที่สุด
Q
วิธีการเปิดฝากระโปรงรถยนต์ Range Rover Evoque
ถ้าจะเปิดฝากระโปรงหน้ารถ Range Rover Evoque สิ่งแรกที่ต้องทำคือนั่งบนที่นั่งคนขับ แล้วมองหาคันปลดล็อกฝากระโปรงซึ่งอยู่ทางซ้ายใกล้ๆเท้าคนขับ มักจะเป็นคันโยกที่มีสัญลักษณ์รูปเครื่องยนต์ ดึงคันนี้แรงๆ จะได้ยินเสียงฝากระโปรงหน้ากระเด้งขึ้นเล็กน้อย จากนั้นเดินไปที่หน้ารถ ใช้นิ้วมือสอดเข้าไปในช่องฝากระโปรงที่ยกขึ้นมานิดหน่อย แล้วหาสวิตช์ปลดล็อกขั้นที่สองซึ่งมักจะเป็นปุ่มกดหรือคันโยกเล็กๆ กดหรือดันมันพร้อมกับยกฝากระโปรงขึ้น ถ้ารู้สึกว่าฝากระโปรงหนักเกินไปก็ใช้ค้ำยันช่วยได้นะ สภาพอากาศเมืองไทยทั้งร้อนทั้งชื้นแบบนี้ ควรตรวจสอบระดับน้ำหล่อเย็น น้ำมันเบรก และสภาพแบตเตอรี่ในห้องเครื่องบ่อยๆ เพราะความร้อนกับความชื้นสูงจะทำให้น้ำระเหยเร็วและวงจรไฟฟ้าเสื่อมสภาพเร็ว โดยเฉพาะการจราจรที่ติดขัดเป็นเวลานานยิ่งต้องใส่ใจกับระบบกระจายความร้อนว่าปกติหรือไม่ นอกจากนี้บางพื้นที่ในไทยถนนหนทางไม่ค่อยดี ห้องเครื่องอาจมีฝุ่นกับโคลนสะสมมาก เวลาล้างรถควรทำความสะอาดผิวห้องเครื่องไปด้วย แต่ระวังอย่าใช้เครื่องฉีดน้ำแรงสูงฉีดตรงๆ ไปที่ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์นะ เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรที่ส่งผลต่อสมรรถนะของรถ
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

การออกแบบด้านนอกที่สไตล์ทำให้ผู้คนสังเกต
ห้องนั่งหรูหราโดยใช้วัสดุระดับสูง
คุณสมบัติเทคโนโลยีล้ำหน้าเพื่อความสะดวกสบาย
ตัวเลือกกำลังยานพาหนะที่เหมาะสมสำหรับความต้องการต่างๆ
การควบคุมรถที่ดีในสภาพถนนต่างๆ
คุณสมบัติรักษาความปลอดภัยมากมายเพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัย

ข้อเสีย

การทำความร้อนกระจกเงาดีไซน์ช้าในสภาพอากาศฝนตก
ความรู้สึกในการเบรกผิดปกติจำเป็นต้องใช้เวลาประกอบกับ
การทำงานของประตูอัตโนมัติช้าทำให้ไม่สะดวก
พื้นที่เก็บของภายในรถจำกัด
ระบบนำทางมีปัญหาในการใช้งาน
ผู้ใช้บางคนประสบปัญหาการล่มระบบสารบัญสื่อสารในรถไม่บ่อยครั้ง

Q&A ล่าสุด

Q
「Gasoline」ในภาษาอังกฤษ หมายถึง "น้ำมันเบนซิน" ในภาษาไทย
ในภาษาไทย คำว่า "Gasoline" ตรงกับคำว่า "น้ำมันเบนซิน" ซึ่งหมายถึงน้ำมันเชื้อเพลิงเบาที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบ ใช้ principalmente ในเครื่องยนต์แบบจุดระเบิด เช่น ระบบเชื้อเพลิงของรถยนต์ทั่วไปและรถจักรยานยนต์ น้ำมันเบนซินที่พบทั่วไปในท้องถิ่นมีเลขออกเทน 91, 95 และ E20 (ที่มีเอทานอลผสม 20%) ตัวเลขเหล่านี้แสดงถึงความแตกต่างของค่าออกเทน โดยทั่วไปเครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูงต้องการน้ำมันเบนซินที่มีค่าออกเทนสูงเพื่อป้องกันการน็อค ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้วยความตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้น น้ำมันเชื้อเพลิงผสมเอทานอลเช่น E20 และ E85 เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น แม้ว่าน้ำมันประเภทนี้จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอน แต่ก็อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของรถรุ่นเก่าบางรุ่น ปั๊มน้ำมันเช่น PTT หรือบางจาก นอกเหนือจากการจำหน่ายน้ำมันเบนซินทั่วไปแล้ว ยังมีหัวจ่ายน้ำมันแบบสีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย แนะนำให้เจ้าของรถเลือกน้ำมันที่เหมาะสมตามคู่มือรถยนต์ เนื่องจากการใช้น้ำมันผสมที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้ นอกจากนี้ การบำรุงรักษาระบบเชื้อเพลิงอย่างสม่ำเสมอและการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจากปั๊มน้ำมันที่น่าเชื่อถือ จะช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Q
สารเพิ่มค่าออกเทนใช้สำหรับอะไรในน้ำมันเบนซิน?
สารเพิ่มค่าออกเทนเป็นสารเติมแต่งเชื้อเพลิงที่ใช้เพื่อเพิ่มค่าออกเทนของน้ำมันเบนซินเป็นหลัก ช่วยเพิ่มคุณสมบัติป้องกันการน็อคและช่วยให้การเผาไหม้มีเสถียรภาพมากขึ้นในระหว่างจังหวะการอัดของเครื่องยนต์ ซึ่งจะช่วยลดการเผาไหม้ที่ผิดปกติ (น็อค) ปกป้องเครื่องยนต์ รักษาประสิทธิภาพการทำงาน และยังช่วยประหยัดเชื้อเพลิงได้ในบางสภาวะ สารเหล่านี้ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพภายใต้อุณหภูมิและความดันสูง ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบางชนิดยังสามารถทำความสะอาดคราบคาร์บอนบนหัวฉีดเชื้อเพลิง หัวเทียน และผนังกระบอกสูบ ลดการสะสมของคาร์บอนและการสึกหรอของเครื่องยนต์ ปรับปรุงประสิทธิภาพและลดเสียงรบกวน ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงบางชนิดยังสามารถสร้างชั้นป้องกันบนพื้นผิวโลหะ ลดการเกิดคาร์บอนสะสมซ้ำ นอกจากนี้ยังช่วยปรับปรุงกระบวนการเผาไหม้ ลดการปล่อยมลพิษ เป็นไปตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม และบรรเทาพิษของฟอสฟอรัสในตัวเร่งปฏิกิริยาของรถยนต์ ยืดอายุการใช้งานของตัวเร่งปฏิกิริยา การใช้งานอย่างถูกต้องและพอเหมาะเป็นสิ่งสำคัญ การใช้เป็นครั้งคราวโดยทั่วไปไม่มีผลข้างเคียง แต่การใช้บ่อยอาจนำไปสู่ความไม่สมดุลของส่วนประกอบทางเคมีในห้องเผาไหม้ เลือกผลิตภัณฑ์ที่น่าเชื่อถือและปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตรถยนต์ อย่าหลงเชื่อค่าออกเทนสูงๆ เพียงอย่างเดียว การขับขี่อย่างถูกวิธีและการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอมีความสำคัญยิ่งกว่าต่อสุขภาพของเครื่องยนต์
Q
“ผลิตภัณฑ์ประเภทใดคือเชื้อเพลิง?”
เชื้อเพลิงคือสารที่สามารถเผาไหม้และสร้างพลังงานความร้อน พลังงานกล หรือแสงสว่างเมื่อเกิดการเผาไหม้ ประเภทของเชื้อเพลิงสามารถแบ่งตามเกณฑ์ต่างๆ ได้ดังนี้: 1. ตามสถานะทางกายภาพ: - เชื้อเพลิงแข็ง (เช่น ถ่านหิน ไม้ เม็ดชีวมวล) - เชื้อเพลิงเหลว (เช่น น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล เอทานอล) - เชื้อเพลิงก๊าซ (เช่น ก๊าซธรรมชาติ ก๊าซชีวภาพ ก๊าซหุงต้ม) 2. ตามแหล่งกำเนิด: - เชื้อเพลิงฟอสซิล (เช่น น้ำมันปิโตรเลียม ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของซากสิ่งมีชีวิตใต้ผิวโลก) - เชื้อเพลิงชีวภาพ (เช่น เอทานอล ไบโอดีเซล ที่ผลิตจากพืช สัตว์ หรือของเสียอินทรีย์) - เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ (เช่น ยูเรเนียม-235 พลูโทเนียม-239 ที่สามารถเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์) 3. ตามผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม: - พลังงานสะอาด (เช่น ก๊าซธรรมชาติ เชื้อเพลิงชีวภาพบางชนิด ที่ก่อมลพิษน้อย) - พลังงานไม่สะอาด (เช่น ถ่านหิน น้ำมันปิโตรเลียม ที่เผาไหม้แล้วก่อมลพิษ) 4. ตามกระบวนการผลิต: - พลังงานปฐมภูมิ (ได้จากธรรมชาติโดยตรง เช่น ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ) - พลังงานทุติยภูมิ (ต้องผ่านกระบวนการแปรรูป เช่น น้ำมันเบนซินผสมเอทานอล ดีเซลสังเคราะห์) เชื้อเพลิงแต่ละประเภทมีประโยชน์ใช้สอยต่างกัน เช่น เชื้อเพลิงแข็งนิยมใช้ผลิตไฟฟ้า เชื้อเพลิงเหลวใช้ทั่วไปในการขนส่ง ส่วนเชื้อเพลิงก๊าซมักใช้ในครัวเรือนและอุตสาหกรรมเนื่องจากสะอาดและมีประสิทธิภาพสูง
Q
ประเภทของยานพาหนะที่สามารถใช้น้ำมันเชื้อเพลิง E20 ได้คืออะไร?
เชื้อเพลิง E20 มีเอทานอล 20% สามารถใช้กับรถประเภทต่างๆได้ รถที่ผลิตหลังเดือนเมษายน 2023 มักจะติดตั้งชิ้นส่วนต้านทานเอทานอลและเครื่องยนต์ได้รับการปรับแต่งสำหรับอัตราส่วนผสมของแก๊สโซลินกับเอทานอล 80/20 จึงสามารถใช้ E20 ได้อย่างสมบูรณ์ รถที่ผลิตก่อนปี 2023 แต่สอดคล้องกับมาตรฐาน BS6 Phase2 สามารถใช้ได้เช่นกัน แต่ความเร็วในการสึกหรอของชิ้นส่วนต่างๆ เช่น ส่วนปิดกั้นยาง ไลน์สายส่ง นั้นจะแตกต่างกันไปตามรุ่นรถ โดยรถประเภท SUV อาจสึกหรอเร็วกว่ารถเก๋ง จึงแนะนำให้เพิ่มความถี่ในการบำรุงรักษาโดยเหมาะสม นอกจากนี้ รุ่นรถบางรุ่นที่ระบุชัดเจนว่าสนับสนุน E20 (เช่น Toyota Camry XV80) ก็สามารถใช้เชื้อเพลิงนี้ได้ เชื้อเพลิง E20 ช่วยลดการอาศัยพึ่งแก๊สโซลินแบบดั้งเดิมและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนสอดคล้องกับแนวโน้มด้านสิ่งแวดล้อม และเจ้าของรถในประเทศไทยก็มีความพร้อมที่จะทดลองใช้เชื้อเพลิงชนิดใหม่นี้ เมื่อใช้ E20 รถรุ่นเก่า จำเป็นต้องระมัดระวังในการตรวจสอบชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นประจำเพื่อให้แน่ใจว่าความสามารถของรถมีเสถียรภาพ
Q
วันนี้มีน้ำมันดีเซลกี่ประเภท?
ปัจจุบันน้ำมันดีเซลในตลาดไทยมีประเภทหลัก 3 ประเภท ได้แก่ น้ำมันดีเซล B5, B7 และ B10 น้ำมันดีเซล B5 มีส่วนผสมของไบโอดีเซล 5% น้ำมันดีเซล B7 มีส่วนผสมของไบโอดีเซล 7% ในขณะที่น้ำมันดีเซล B10 มีปริมาณกำมะถันต่ำกว่าและมีประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่า ประเภทน้ำมันดีเซลต่างๆ เหมาะสำหรับความต้องการของยานพาหนะที่แตกต่างกัน เช่น น้ำมันดีเซล B10 มักใช้กับยานพาหนะขนาดเล็ก、มอเตอร์ไซค์ เป็นต้น สามารถลดการปล่อยมลพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพและยืดอายุของเครื่องยนต์;น้ำมันดีเซล B7 มีต้นทุนค่อนข้างต่ำ เหมาะสำหรับการขนส่งน้ำหนักมากและยานพาหนะการค้าขนาดใหญ่;น้ำมันดีเซล B5 ก็เป็นตัวเลือกทั่วไปอีกชนิดหนึ่ง สามารถตอบสนองความต้องการในการทำงานพื้นฐานของรถดีเซลส่วนใหญ่ เมื่อเลือกน้ำมันดีเซล แนะนำให้พิจารณาตามรุ่นยานพาหนะ、สถานการณ์การใช้งาน และคำแนะนำจากผู้ผลิตเพื่อกำหนดประเภทที่เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจในสมดุลระหว่างประสิทธิภาพของยานพาหนะและผลด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ เครื่องยนต์ดีเซลมีลักษณะที่ประหยัดมากขึ้นในสภาพอากาศร้อนและเส้นทางที่ซับซ้อนในท้องถิ่น เช่น รถยนต์รุ่น Tank 300、Tank 500 รุ่นดีเซล ได้รับความนิยมจากผู้ชอบขับรถออฟโรดและผู้ใช้งานที่ขับรถทางไกลในตลาดไทย เครื่องยนต์ดีเซล 2.4T ที่ติดตั้งสามารถให้แรงบิดที่สูงและเข้ากับความต้องการในการใช้งานในท้องถิ่นได้
ดูเพิ่มเติม