Q

Honda Jazz มีความจุกระบอกสูบเท่าไหร่?

เครื่องยนต์ของ Honda Accord มีความแตกต่างกันไปตามรุ่นและปีที่ผลิต สำหรับรุ่นปัจจุบันที่ขายในประเทศไทยซึ่งเป็น Accord ยุคที่ 10 นั้น ส่วนใหญ่จะมีให้เลือก 2 แบบ คือ เครื่องยนต์เทอร์โบ 1.5 ลิตร (ความจุประมาณ 1,498 ซีซี) และระบบไฮบริด 2.0 ลิตร (เครื่องยนต์เบนซิน 1,993 ซีซี ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า) โดยรุ่นไฮบริดใช้ระบบ i-MMD รุ่นที่ 3 ของ Honda ที่ออกแบบมาให้ทั้งประหยัดน้ำมันและแรงขับสมบูรณ์แบบ ต้องบอกว่าตลาดไทยเน้นรุ่นเทอร์โบขนาดเล็กและไฮบริดเพราะนโยบายภาษีของประเทศที่ส่งเสริมรถประหยัดพลังงาน ซึ่งสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนไทยที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและประหยัดน้ำมัน นอกจากขนาดเครื่องยนต์แล้ว เวลาเลือกซื้อควรดูค่าแรงบิดสูงสุดด้วย (รุ่น 1.5T ให้แรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตร) และอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่ครอบคลุม (รุ่นไฮบริดประหยัดน้ำมันได้ประมาณ 21-23 กม./ลิตร ตามข้อมูลบริษัท) ซึ่งพารามิเตอร์เหล่านี้สำคัญมากสำหรับการขับขี่ในกรุงเทพฯที่รถติดบ่อย ส่วนอนาคตอาจมีรุ่นปลั๊กอินไฮบริดเพิ่มเข้ามาตามนโยบาย EV 3.5 ของรัฐบาลไทย แต่ตอนนี้ฮอนด้ายังเน้นขายรถ SUV อย่าง CR-V e:HEV เป็นหลักในกลุ่มรถรักษ์สิ่งแวดล้อม
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
Honda Accord ปี 2020 มีระบบสตาร์ทรถจากระยะไกลหรือไม่?
รุ่น Honda Accord ปี 2020 บางรุ่นจะมีฟังก์ชันสตาร์ทรถจากระยะไกลให้ด้วยนะ แต่ว่าจะมีหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับรุ่นและอุปกรณ์เสริมของรถด้วย ส่วนใหญ่แล้วรุ่นท็อปๆจะมาพร้อมฟังก์ชันนี้แบบมาตรฐาน ส่วนรุ่นพื้นฐานอาจต้องเสียเงินเพิ่มหน่อยถึงจะได้ ฟังก์ชันนี้ใช้ได้ทั้งจากรีโมทกุญแจหรือแอปบนมือถือเลย ช่วยให้เราสตาร์ทรถเปิดแอร์ล่วงหน้าเวลาอากาศร้อนๆ หรืออุ่นเครื่องตอนอากาศหนาวได้ สะดวกมากๆ ตอนนี้รถรุ่นกลางถึงสูงของหลายแบรนด์ก็เริ่มมีฟังก์ชันนี้กันแล้วนะ ถือเป็นเทรนด์เทคโนโลยีของรถยุคใหม่เลยล่ะ ถ้าสนใจฟังก์ชันนี้ แนะนำให้ลองตรวจสอบรายละเอียดอุปกรณ์ของรถหรือถามพนักงานขายดูนะ พวกเขาจะให้ข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดได้ ส่วนฟังก์ชันแบบนี้ในแบรนด์อื่นอาจเรียกชื่อต่างกันไปบ้าง เช่น สตาร์ทอัจฉริยะ หรือควบคุมระยะไกล แต่หลักการทำงานก็คล้ายๆกันคือใช้สัญญาณไร้สายควบคุมรถนั่นแหละ เมื่อเทคโนโลยีรถยนต์พัฒนาขึ้น ฟังก์ชันสะดวกสบายแบบนี้ก็จะยิ่งเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จนอาจกลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานไปเลยในอนาคต
Q
วิธีเปิดกุญแจรีโมทของ Honda Accord รุ่นปี 2020
หากต้องการเปิดฝากุญแจรีโมต Honda Accord รุ่นปี 2020 ให้เริ่มจากหาร่องเล็กๆ ที่ด้านข้างกุญแจใกล้กับส่วนฐาน แล้วใช้นิ้วหรือแผ่นพลาสติกบางๆ สอดเข้าไปแล้วค่อยๆงัดเบาๆ ระวังอย่าใช้แรงมากเพราะอาจทำให้เดือยฝาพังได้ พอแยกฝาบนกับฝาล่างออกก็จะเห็นแบตเตอรี่กับแผงวงจร โดยทั่วไปแบตเตอรี่จะเป็นแบบ CR2032 เวลาเปลี่ยนต้องใส่ให้ถูกขั้ว กุญแจรุ่นนี้ออกแบบมาทนน้ำได้แต่เวลาประกอบก็ต้องระวังอย่าให้ซีลกันน้ำเคลื่อน ถ้าปิดฝาไม่ลงให้ลองตรวจสอบว่าเดือยฝาเข้าล็อกกันดีหรือเปล่า แนะนำให้ทำความสะอาดจุดสัมผัสของกุญแจเป็นประจำเพื่อป้องกันคราบเหงื่อที่อาจทำให้ส่งสัญญาณไม่ดี ถ้าใช้ในที่อากาศชื้นอาจหาซิลิโคนกันความชื้นมาครอบกุญแจด้วย หากรีโมตไม่ทำงานให้ลองรีเซ็ตระบบโดยกดปุ่มล็อครถ 4 ครั้งเร็วๆ แล้วกดครั้งที่ 5 ค้างไว้ 10 วินาที สำหรับรุ่นสมาร์ทคีย์หลังเปลี่ยนแบตเตอรี่อาจต้องทำการซิงค์ใหม่ วิธีทำตามขั้นตอนการตั้งค่าเริ่มต้นกุญแจในคู่มือได้เลย
Q
รถยนต์ Honda Accord ปี 2021 ใช้เครื่องยนต์ประเภทใด?
รถยนต์ Honda Accord รุ่นปี 2021 ที่วางขายในตลาดประเทศไทยมีตัวเลือกเครื่องยนต์ให้เลือก 2 แบบ คือ เครื่องยนต์ 1.5 ลิตรเทอร์โบชาร์จ 4 สูบ และเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรเทอร์โบชาร์จ 4 สูบ โดยรุ่น 1.5T ให้กำลังสูงสุดที่ 192 แรงม้า คู่กับเกียร์ CVT ที่เน้นประหยัดน้ำมัน เหมาะกับสภาพการจราจรติดขัดในเมืองไทย ส่วนรุ่น 2.0T ให้กำลังสูงถึง 252 แรงม้า พร้อมเกียร์ออโต้ 10 สปีด ที่ตอบโจทย์คนรักความสปอร์ต ทั้งสองรุ่นใช้เทคโนโลยี VTEC ของ Honda ที่ช่วยให้ได้ทั้งกำลังและความประหยัดน้ำมันในเวลาเดียวกัน สิ่งที่น่าสนใจคือสภาพอากาศร้อนของไทยที่ต้องการระบบระบายความร้อนที่ดี ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้มาพร้อมระบบทำความเย็นประสิทธิภาพสูง แม้ขับนานหรืออากาศร้อนแค่ไหนก็ยังคงเสถียร นอกจากนี้ Accord ในฐานะรถซีดานขนาดกลางตัวสำคัญของ Honda ในไทย ยังถูกปรับแต่งเครื่องยนต์ให้เข้ากับคุณภาพน้ำมันทั่วไปอย่างน้ำมันเบนซิน 91 และ 95 ในประเทศ ทำให้ค่าซ่อมบำรุงไม่สูง สำหรับคนไทยที่เน้นประหยัด รุ่น 1.5T คือคำตอบ ส่วนใครที่ต้องการความแรงเป็นหลัก ก็ต้องรุ่น 2.0T แน่นอน
Q
ค่าแลกเปลี่ยนของ Honda Accord ปี 2021 คือเท่าไร?
มูลค่าการแลกเปลี่ยนรถ Honda Accord รุ่นปี 2021 ในตลาดประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากสภาพรถ ระยะทางที่ใช้งาน รุ่นและอุปกรณ์ รวมถึงความต้องการในตลาดท้องถิ่น โดยทั่วไปแล้วรถที่สภาพดีและระยะทางใช้งานน้อยมักจะได้รับความนิยมในตลาดรถมือสองและมีอัตราการรักษามูลค่าสูงกว่า Honda Accord มีชื่อเรื่องความน่าเชื่อถือและค่าบำรุงรักษาต่ำ ทำให้ยังคงเป็นที่ต้องการในตลาดรถมือสองของประเทศไทย แนะนำให้คุณติดต่อตัวแทนจำหน่าย Honda ที่ได้รับอนุญาตในพื้นที่หรือใช้บริการแพลตฟอร์มประเมินรถมือสองแบบมืออาชีพเพื่อขอราคาแลกเปลี่ยนที่แม่นยำ ซึ่งจะช่วยให้คุณได้รับราคาที่เป็นธรรม นอกจากนี้ การทำความเข้าใจนโยบายเกี่ยวกับรถยนต์ในตลาดประเทศไทย เช่น มาตรฐานการปล่อยมลพิษและภาษีนำเข้า ก็มีผลต่อการประเมินมูลค่ารถสุดท้ายเช่นกัน เพราะปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลต่อราคารถใหม่ ซึ่งจะกระทบต่อสถานการณ์ตลาดรถมือสองทางอ้อม หากคุณกำลังพิจารณาแลกเปลี่ยนรถ การเตรียมพร้อมด้วยการบำรุงรักษารถให้อยู่ในสภาพดีและเก็บรักษาประวัติการบริการอย่างครบถ้วนจะเป็นประโยชน์ เพราะรายละเอียดเล็กน้อยเหล่านี้สามารถช่วยเพิ่มมูลค่าการแลกเปลี่ยนรถของคุณได้ในระดับหนึ่ง
Q
น้ำมันชนิดใดที่ดีที่สุดสำหรับ Honda Accord ปี 2021?
สำหรับรถ Honda Accord รุ่นปี 2021 ทาง Honda แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องชนิดสังเคราะห์เต็มสูตรที่มีความหนืด 0W-20 เพราะน้ำมันเกรดนี้เหมาะกับสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย โดยเฉพาะการขับขี่ในเมืองหรือเดินทางไกลบนทางหลวง เพราะให้การปกป้องเครื่องยนต์ในอุณหภูมิสูงได้ดีและช่วยประหยัดน้ำมันด้วย โดยศูนย์บริการ Honda ในไทยมักจะมีน้ำมันเครื่องเกรด 0W-20 ที่ผ่านการรับรองจากโรงงาน เช่น Honda Ultra SN 0W-20 ซึ่งออกแบบมาเพื่อเทคโนโลยี EarthDream โดยเฉพาะ ช่วยยืดอายุเครื่องยนต์และรักษาประสิทธิภาพสูงสุด แต่ถ้าหาซื้อน้ำมันเครื่องของ Honda ไม่ได้ ก็สามารถเลือกใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์เต็มสูตรยี่ห้ออื่นที่ได้มาตรฐาน API SN หรือ SP แทนได้ เช่น Shell Helix หรือ Mobil 1 แต่ต้องดูให้ชัวร์ว่ามีการรับรอง ILSAC GF-6 ด้วย ข้อสำคัญคือสภาพอากาศร้อนชื้นของไทยทำให้น้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพเร็ว ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 6 เดือน (ดูอย่างไหนถึงก่อน) และควรตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องเป็นประจำ ส่วนใครที่ขับในกรุงเทพฯ หรือต้องเจอรถติดบ่อยๆ อาจต้องเปลี่ยนถี่ขึ้นเป็นทุก 8,000 กิโลเมตร และห้ามผสมน้ำมันเครื่องต่างยี่ห้อหรือต่างเกรดกันเด็ดขาด เพราะอาจทำให้สารเติมแต่งในน้ำมันเครื่องเกิดปฏิกิริยาและลดประสิทธิภาพการหล่อลื่นได้
Q
รถ Honda Accord ปี 2021 ประหยัดน้ำมันไหม?
รถ Honda Accord รุ่นปี 2021 ให้ประสิทธิภาพด้านประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม โดยเฉพาะในสภาพการขับขี่แบบผสมผสานทั้งในเมืองและทางหลวงของประเทศไทย รุ่นเครื่องยนต์ 1.5 เทอร์โบสามารถทำระยะทางได้ประมาณ 15-17 กิโลเมตรต่อลิตร (ขึ้นอยู่กับสไตล์การขับและสภาพถนน) ส่วนรุ่นไฮบริดนั้นประหยัดยิ่งขึ้นไปอีก โดยทำระยะทางได้เกิน 20 กิโลเมตรต่อลิตร ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับสภาพการจราจรของไทยที่ทั้งติดขัดและราคาน้ำมันสูง เทคโนโลยี Earth Dreams และระบบไฮบริดอัจฉริยะ i-MMD ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้และทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างลงตัว ส่งผลให้ลดการสิ้นเปลืองน้ำมันได้อย่างชัดเจน แม้ในสภาพอากาศร้อนของไทยที่ต้องใช้แอร์บ่อยๆ ก็ไม่ส่งผลต่ออัตราสิ้นเปลืองมากนัก หากคำนึงถึงค่าใช้จ่ายระยะยาว Honda Accord ตอบโจทย์ด้วยความประหยัดน้ำมัน พร้อมเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครอบคลุมในประเทศไทย ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาได้อีกด้วย ที่สำคัญตลาดไทยให้การยอมรับรถยนต์ญี่ปุ่นเป็นอย่างดี มีอะไหล่พร้อมและราคาชัดเจน ช่วยเพิ่มจุดเด่นด้านความคุ้มค่า แนะนำให้ผู้สนใจศึกษาข้อมูลป้ายประหยัดน้ำมันจากกรมธุรกิจพลังงานหรือทดลองขับจริง เพื่อเลือกรุ่นที่เหมาะสมกับระยะทางในการเดินทางประจำวันของตัวเอง
Q
2021 Honda Accord เป็นรถที่มีความน่าเชื่อถือหรือไม่?
Honda Accord รุ่นปี 2021 ในตลาดไทยเป็นรถที่ไว้ใจได้จริงๆ ได้รับการยอมรับจากหลายด้านเรื่องความทนทาน รุ่นนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.5 เทอร์โบหรือระบบไฮบริด 2.0 ลิตรที่ทำงานสมบูแบบ ให้กำลังส่งที่เนียนๆ และประหยัดน้ำมันสุดๆ เหมาะทั้งขับในเมืองไทยที่รถติดหนักและขับทางไกล แม้ในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย ระบบแอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก็ยังทำงานเสถียรไม่ทำให้เซ็ง ค่าบำรุงรักษาก็ไม่แรงเกินไป แถม Honda มีศูนย์บริการกระจายทั่วไทย อะไหล่ก็หาง่าย ซ่อมก็สะดวก ที่เด็ดกว่ารุ่นนี้ติดตั้ง Honda SENSING ระบบเซฟตี้ช่วยเตือนและป้องกันอุบัติเหตุ มีทั้งระบบเบรกอัตโนมัติเมื่อเจอวัตถุข้างหน้า ช่วยควบคุมเลน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่บนถนนไทยที่ค่อนข้างโหด สำหรับคนไทยแล้ว Honda Accord 2021 เป็นรถซีดานขนาดกลางที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ทั้งขับไปทำงานประจำหรือพาครอบครัวเที่ยวยาวๆ ค่าซื้อขายต่อก็ยังอยู่ตัวในตลาดรอง ทำให้ค่าใช้จ่ายระยะยาวค่อนข้างประหยัดทีเดียว
Q
รถ Honda Accord ปี 2021 ราคาเท่าไหร่?
ราคาขาย Honda Accord 2021 ในตลาดไทยจะแตกต่างกันไปตามรุ่นและอุปกรณ์ โดยมีช่วงราคาอยู่ที่ประมาณ 1.4 - 1.8 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับระบบขับเคลื่อนที่เลือก (เช่น 1.5T เทอร์โบชาร์จ หรือ 2.0L ไฮบริด) อุปกรณ์ภายในห้องโดยสาร และฟังก์ชั่นเสริม (เช่น ระบบความปลอดภัย Honda SENSING หรือหลังคาพาโนรามา) นอกจากราคารถแล้ว ผู้ซื้อในไทยยังต้องคำนึงถึงค่าจดทะเบียนและประกันภัยซึ่งมักจะคิดเป็น 5%-10% ของราคารถ Honda Accord ได้รับความนิยมในไทยจากความน่าเชื่อถือ ประหยัดน้ำมัน และพื้นที่กว้างขวาง โดยเฉพาะรุ่นไฮบริดที่ช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ที่มีการจราจรหนาแน่น ข้อดีเพิ่มเติมคือรัฐบาลไทยมีนโยบายลดภาษีสำหรับรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำให้รุ่นไฮบริดอาจได้รับสิทธิประโยชน์บางส่วน แนะนำให้สอบถามตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่เพื่อรับข้อมูลโปรโมชั่นล่าสุดก่อนตัดสินใจซื้อ ราคารถใหม่ในตลาดไทยมักจะสูงกว่ารถมือสองประมาณ 30%-50% แต่ Honda เป็นแบรนด์ที่มูลค่าตกต่ำน้อยเมื่อขายต่อ ทำให้เสียเงินน้อยกว่ายี่ห้ออื่นเมื่อต้องการเปลี่ยนรถในอนาคต
Q
“Honda Accord เป็นรถที่ทรงพลังหรือไม่?”
ในตลาดไทย Honda Accord เป็นรถเก๋งขนาดกลางที่รวมความแรงและความประหยัดไว้ด้วยกัน ตัวเลือกระบบขับเคลื่อนมีทั้งเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.5T และระบบไฮบริด 2.0L ที่ให้กำลังขับเคลื่อนได้อย่างเต็มเปี่ยม โดยเฉพาะเหมาะกับสภาพถนนในเมืองและทางด่วนของไทย รุ่น 1.5T ให้กำลังสูงสุดถึง 193 แรงม้า แรงบิด 260 นิวตัน-เมตร เร่งเครื่องได้ลื่นไหล ส่วนรุ่นไฮบริดจะเน้นความนุ่มนวลและประหยัดน้ำมัน โดยกินน้ำมันเพียง 4-5L/100km ซึ่งตอบโจทย์ค่าก๊าซที่ค่อนข้างแพงในไทย นอกจากนี้ระบบช่วงล่างของ Honda Accord ยังถูกปรับมาเพื่อความสบายเป็นพิเศษ ช่วยลดปัญหาถนนบางเส้นในไทยได้ดี แถมยังแข็งแรงได้มาตรฐานความปลอดภัยสำหรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถ้าอยากได้ความแรงระดับสปอร์ตก็มีรุ่นต่างประเทศให้เลือก แต่ต้องระวังว่าตลาดไทยมักเน้นรุ่นประหยัดเป็นหลัก เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Toyota Camry และ Mazda 6 ที่มีระบบขับเคลื่อนคล้ายๆ กัน ลูกค้าสามารถทดลองขับและเปรียบเทียบตามงบประมาณและสไตล์การขับได้เลย
Q
รถ Honda Accord ปี 2021 จำเป็นต้องใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์หรือไม่?
สำหรับรถ Honda Accord รุ่นปี 2021 ที่จำหน่ายในประเทศไทย แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องประเภทสังเคราะห์เท่านั้น โดยเฉพาะเกรด 0W-20 หรือ 5W-20 แบบเต็มสังเคราะห์ ซึ่งน้ำมันเครื่องเกรดนี้จะทำงานได้ดีกว่าในสภาพอากาศร้อนของไทย เพราะให้การปกป้องเครื่องยนต์ในอุณหภูมิสูงได้ดีเยี่ยม ช่วยประหยัดน้ำมัน และยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ พร้อมทั้งตอบโจทย์มาตรฐานการดูแลรักษาของ Honda อย่างเคร่งครัด สำหรับคนไทยแล้วต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะสภาพอากาศที่ทั้งร้อนและชื้นแบบนี้ น้ำมันเครื่องสังเคราะห์จะมีความเสถียรและต้านทานการเกิดออกซิเดชั่นได้ดีกว่าน้ำมันแร่ ช่วยลดปัญหาคาร์บอนสะสมและอาการสึกหรอของเครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะที่คู่มือระบุไว้ คือทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 6 เดือน แต่ถ้าต้องขับในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ที่รถติดบ่อยๆ อาจต้องเปลี่ยนถี่กว่านั้นหน่อย ถ้าเลือกใช้ยี่ห้ออื่นนอกจากของทาง Honda ต้องดูให้มั่นใจว่าได้มาตรฐาน API SN ขึ้นไป ข้อควรระวังคือรถแต่ละรุ่นหรือปีผลิตอาจต้องการน้ำมันเครื่องต่างกัน เช่นรุ่นไฮบริดอาจกำหนดเกรดน้ำมันเครื่องที่เข้มงวดกว่า ดังนั้นก่อนเข้าศูนย์ควรปรึกษาอู่ฮอนด้าที่ได้รับการรับหมายในไทยก่อน การเลือกน้ำมันเครื่องที่เหมาะสมนอกจากจะช่วยปกป้องเครื่องยนต์แล้ว ยังช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้ดี โดยเฉพาะกับการขับทางไกลหรือขับในเมืองแบบที่คนไทยนิยมทำกัน
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

เครื่องยนต์ที่หลากหลาย 1.5 ลิตร เครื่องยนต์มีกำลังสูงสุด 190 แรงม้า ในขณะที่ 2.0 ลิตร ระบบไฮบริดจะร่วมมือกับเครื่องยนต์ไฟฟ้า มีกำลังสูงสุด 215 แรงม้า
ฉนวนเสียงในประตูดี การฉีดฟองเสียงที่หลายแห่งครั้งแรก และติดตั้งระบบลดเสียงที่ใช้งาน
การออกแบบภายในสบาย ความรู้สึกในการจับเวลเป็นเลิศ การออกแบบเบาะดีและสบาย ที่นั่งด้านหลังกว้างขวาง
ขันธ์ที่ดี ยังมีความสนุกในการขับขี่ในเมืองและชานเมือง การขับขี่ช้าๆเป็นความสบาย แข็งแรงเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง
เทคโนโลยีความปลอดภัยที่ทันสมัย มีระบบช่วยขับขี่และความปลอดภัยที่หลากหลาย เช่น พวงมาลัยหลายฟังก์ชัน จอสัมผัสหรูหรา

ข้อเสีย

ส่วนภายในของรถบางส่วนไม่มีคุณภาพสูงพอ การใช้พลาสติกบางส่วนทำให้รู้สึกถึงคุณภาพ
รถรุ่นพื้นฐานไม่มีพอร์ท USB ที่ด้านหลัง หากต้องการ 4 พอร์ทคุณต้องซื้อรุ่น Hybrid
การปรับหมอนรองคอที่นั่งด้านหลังยาก ไม่มีการล็อคปรับภายในรถ
รถไม่กันแดด ราคาเกินหนึ่งล้านแต่มีกระจกข้างที่ปรับด้วยมือและไม่มีกระจกกันแดด ราคาคุ้มค่าน้อย

Q&A ล่าสุด

Q
"จะเป็นผู้นำเข้าสินค้าแบบคู่ขนานได้อย่างไร?"
ในการเป็นผู้นำเข้าแบบคู่ขนาน คุณต้องจดทะเบียนบริษัทจำกัดในประเทศไทยและขอรับสิทธิ์นำเข้า/ส่งออกก่อน กระบวนการเฉพาะประกอบด้วยการตรวจสอบชื่อบริษัท การยื่นเอกสารจัดตั้งบริษัท การชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน (ประมาณ 50,000-100,000 บาท) การยื่นขอจดทะเบียนภาษี และการเปิดบัญชีธนาคาร จากนั้น คุณต้องยื่นขอรหัส IOR จากศุลกากรและทำความคุ้นเคยกับระเบียบศุลกากรและการตรวจสอบคุณภาพของไทย ตัวอย่างเช่น รถยนต์นำเข้าต้องเป็นไปตามมาตรฐานการรับรอง EEC และต้องมีใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าและเอกสารอนุญาตทรัพย์สินทางปัญญา (เช่น หนังสืออนุญาตจากเจ้าของแบรนด์) ผู้นำเข้าแบบคู่ขนานจำเป็นต้องสร้างห่วงโซ่อุปทานในต่างประเทศ โดยให้ความสำคัญกับแหล่งที่มาจากญี่ปุ่นและยุโรป และใช้โมเดล VMI (Vendor Managed Inventory) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการหมุนเวียนสินค้าคงคลัง (เป้าหมาย 8 ครั้ง/ปี) ในขณะเดียวกัน พวกเขาควรป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนผ่านสัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราล่วงหน้า (แนะนำให้ครอบคลุม 60% ของปริมาณธุรกรรม) โปรดทราบว่ารถยนต์นำเข้าแบบคู่ขนานไม่มีการรับประกันอย่างเป็นทางการ คุณจำเป็นต้องสร้างระบบบริการหลังการขายของคุณเอง หรือร่วมมือกับอู่ซ่อมรถในท้องถิ่น แนะนำให้ควบคุมต้นทุนการปฏิบัติตามกฎระเบียบให้อยู่ภายใน 4% ของรายได้ เพื่อรักษาระดับกำไรขั้นต้นไว้ที่ 28-32% ในแง่ของตลาด รถยนต์ญี่ปุ่นได้รับความนิยมมากกว่าเนื่องจากความสะดวกในการจัดหาอะไหล่ แต่จำเป็นต้องทำการวิจัยความต้องการล่วงหน้า ตัวอย่างเช่น รถกระบะคิดเป็น 40% ของยอดขายรถยนต์ใหม่ในประเทศไทย ในขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าต้องได้รับการรับรองเพิ่มเติมจาก BOI ก่อนนำเข้า
Q
Parallel export หมายถึง การส่งออกสินค้าหรือผลิตภัณฑ์จากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่ง โดยไม่ผ่านช่องทางการกระจายสินค้าหรือการตลาดที่ได้รับอนุญาตจากผู้ผลิตหรือเจ้าของแบรนด์สินค้า ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสี่ยงในการควบคุมคุณภาพหรือสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์.
การส่งออกขนาน (Parallel export) หมายถึงการดำเนินธุรกิจที่ส่งสินค้าออกจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่งผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายที่ไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ผลิตหรือเจ้าของแบรนด์ ในตลาดรถยนต์ไทย ปรากฏการณ์นี้อาจเกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้อจีน เช่น รถยอดนิยมอย่าง BYD, MG และอื่นๆ ที่ถูกนำออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านผ่านช่องทางที่ไม่เป็นทางการ ข้อมูลตลาดไทยปัจจุบันแสดงให้เห็นว่าในเดือนมกราคม 2026 ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้อจีนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดย BYD ครองอันดับสองด้วยยอดขาย 12,812 คัน และ Chery มีอัตราการเติบโตสูงถึง 2292.6% เมื่อเทียบปีต่อปี สะท้อนถึงความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าจีนที่แข็งแกร่งในหมู่ผู้บริโภค ความต้องการดังกล่าวอาจนำไปสู่การส่งออกขนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนโยบาย EV3.5 ของรัฐบาลไทยให้สิทธิประโยชน์ลดภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า (เช่น ลดภาษี 40% สำหรับรถยนต์ที่มีมูลต่ำกว่า 2 ล้านบาท) ซึ่งช่วยลดต้นทุนการส่งออกขนานลงอีก อย่างไรก็ตาม ควรระวังว่าการส่งออกขนานอาจทำให้การรับประกันสิ้นสุดลงและเกิดปัญหาการขาดแคลนอะไหล่ เช่น กรณี BYD Seal 6 DM-i หากส่งออกผ่านช่องทางไม่เป็นทางการ อาจมีการจำกัดการรับประกันแบตเตอรี่ นอกจากนี้ ประเทศไทยซึ่งเป็นฐานการผลิตรถพวงมาลัยขวา (เช่น Isuzu D-MAX EV ที่ส่งออกไปยุโรป) และมีข้อกำหนดการผลิตในประเทศ (ในปี 2026 ต้องผลิตรถ 2 คันเพื่อชดเชยการนำเข้า 1 คัน) อาจเป็นปัจจัยที่จำกัดปริมาณการส่งออกขนาน จึงแนะนำให้ผู้บริโภคซื้อรถผ่านช่องทางทางการเพื่อความมั่นใจในสิทธิประโยชน์ ในขณะที่ผู้ผลิตสามารถควบคุมตลาดให้เป็นระบบมากขึ้นด้วยการขยายเครือข่ายบริการในประเทศ (เช่น Great Wall ที่มีแผนเพิ่มกำลังการผลิตที่โรงงานระยองเป็น 80,000 คันต่อปี)
Q
"การนำเข้าสินค้าขนาน หรือ Parallel Import นั้นถูกกฎหมายหรือไม่?"
รถยนต์นำเข้าข้ามาในประเทศไทยเป็นไปตามกฎหมาย โดยรถประเภทนี้จะถูกนำเข้าโดยผู้ค้าโดยตรงจากประเทศผู้ผลิต ไม่ใช่ผ่านช่องทางทางการของแบรนด์ และต้องปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่นและผ่านการรับรองที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและความถูกต้องตามกฎหมาย รถยนต์นำเข้าข้ามามักรวมถึงรุ่นอเมริกัน รุ่นตะวันออกกลาง และรุ่นอื่นๆ เนื่องจากข้ามขั้นตอนตัวแทนจำหน่ายหลัก จึงมีราคาที่แข่งขันได้มากกว่าและตัวเลือกการติดตั้งที่ยืดหยุ่นกว่า แต่ต้องระวังว่าบริการหลังการขายและการรับประกันอาจต้องซื้อแยกต่างหาก เมื่อซื้อควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ารถมีเอกสารการนำเข้าที่ครบถ้วน เช่น ใบขนส่งสินค้าผ่านศุลกากร ใบรับรองการตรวจสอบสินค้า ใบรับรองความสอดคล้อง เป็นต้น และเลือกผู้ค้าที่มีชื่อเสียงดีเพื่อคุ้มครองสิทธิ์ รูปแบบการนำเข้าข้ามาทำให้ตลาดมีทางเลือกมากขึ้น แต่ผู้บริโภคควรพิจารณาอย่างรอบคอบระหว่างความได้เปรียบด้านราคากับการรับประกันหลังการขาย เพื่อให้การตัดสินใจซื้อรถมีความสมบูรณ์แบบ
Q
คุณจะรู้ได้อย่างไรว่ารถคันนี้เป็นรถนำเข้า?
หากต้องการตรวจสอบว่ารถเป็นรถนำเข้าหรือไม่ สามารถตรวจสอบได้หลายวิธีร่วมกัน ก่อนอื่น ให้ตรวจสอบสัญลักษณ์ที่ท้ายรถ หากไม่มีข้อความภาษาไทย อาจเป็นรถนำเข้า หมายเลขโครงรถ (VIN code) เป็นหลักฐานสำคัญ หากตัวอักษรตัวแรกไม่ใช่รหัสประเทศผลิตของไทย (เช่น เริ่มต้นด้วย "M" แทนประเทศไทย) มีโอกาสสูงที่จะเป็นรถนำเข้า ป้ายระบุรถจะระบุสถานที่ผลิตอย่างชัดเจน หากแสดงว่าโรงงานในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เยอรมนี เป็นต้น สามารถยืนยันได้ บางแบรนด์ เช่น เล็กซัส (Lexus) โปร์เช (Porsche) ขายรถทุกรุ่นในประเทศไทยในรูปแบบนำเข้า จึงไม่จำเป็นต้องตรวจสอบเพิ่มเติม ในรายละเอียดการผลิต รถนำเข้าใช้งานมักมีมาตรฐานที่สูงกว่า เช่น ความสม่ำเสมอของรอยต่อตัวถัง ความเรียบเนียนของสี และวัสดุภายใน (เช่น ความละเอียดของหนังที่นั่ง) ที่พิถีพิถันกว่า เอกสารที่มากับรถ เช่น ใบรับรองสินค้านำเข้า และใบตรวจสอบสินค้า เป็นหลักฐานโดยตรง ต้องตรวจสอบว่าประเทศต้นทางที่ระบุในเอกสารตรงกับข้อมูลการผ่านศุลกากรหรือไม่ ควรระวังว่า บางรุ่นรถร่วมผลิตอาจใช้ชิ้นส่วนนำเข้าในการประกอบ ในกรณีนี้ต้องดูข้อมูล "สถานที่ประกอบ" ในป้ายระบุรถประกอบด้วย หากยังมีข้อสงสัย แนะนำให้ขอข้อมูลบันทึกการนำเข้าจากกรมการขนส่งทางบก (DLT) หรือตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตเพื่อข้อสรุปที่ชัดเจน
Q
The meaning of "parallel import" is the practice of importing genuine goods from one country to another without the permission of the intellectual property owner. การนำเข้าสินค้าขนาน (Parallel Import) หมายถึง การนำเข้าสินค้าที่เป็นของแท้จากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่ง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา
การนำเข้าข้ามชาติ (Parallel Import) หมายถึงรถยนต์แท้ที่ซื้ออย่างถูกกฎหมายจากตลาดต่างประเทศและนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของแบรนด์ ลักษณะสำคัญคือการหลีกเลี่ยงระบบตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการและเชื่อมต่อโดยตรงกับแหล่งที่มาในต่างประเทศ ในภาคยานยนต์ รถยนต์เหล่านี้มักถูกจัดประเภทเป็นสเปคสหรัฐฯ สเปคตะวันออกกลาง และสเปคยุโรป โดยมีข้อได้เปรียบหลักๆ คือ ราคาและความยืดหยุ่นในการกำหนดค่า ตัวอย่างเช่น โตโยต้า ปราโด รุ่นตะวันออกกลาง อาจมีราคาถูกกว่าผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ 10%-20% และมีชุดแต่งออฟโรดหรือเครื่องยนต์ดีเซลให้เลือกซึ่งไม่มีจำหน่ายในประเทศจีน อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ รถยนต์นำเข้าแบบคู่ขนานมีความเสี่ยงหลังการขาย ตัวอย่างเช่น การรับประกันจากผู้ผลิตเดิมอาจหมดอายุ ทำให้ต้องพึ่งพาบริการหลังการขายของผู้นำเข้า นอกจากนี้ บางรุ่นอาจต้องมีการดัดแปลงเพิ่มเติมเนื่องจากความแตกต่างในมาตรฐานเชื้อเพลิง (เช่น รุ่นตะวันออกกลางใช้เชื้อเพลิงเบนซินที่มีกำมะสูง) หรือข้อกำหนดด้านการปล่อยมลพิษ ปัจจุบัน ตลาดรถยนต์นำเข้าแบบคู่ขนานของไทยส่วนใหญ่เป็นรถยนต์หรูจากญี่ปุ่น (เช่น เล็กซัส LX) และรถยนต์สมรรถนะสูงจากเยอรมัน (เช่น ปอร์เช 911) ผู้บริโภคควรตรวจสอบคุณสมบัติของผู้นำเข้าก่อนซื้อ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสารเกี่ยวกับรถยนต์ครบถ้วน (รวมถึงใบรับรองการนำเข้าและใบรับรองความสอดคล้อง) และสำรองงบประมาณไว้ 15%-30% สำหรับภาษีและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น
ดูเพิ่มเติม