Q

จำนวนพนักงานของ Ferrari ในปี 2023 มีเท่าไหร่?

เฟอร์รารีในปี 2023 มีพนักงานทั่วโลกประมาณ 5,000 คน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้ผลิตรถสปอร์ตระดับท็อปที่เน้นการผลิตแบบ精益 (Lean Production) และความเชี่ยวชาญสูง แม้จะมีขนาดเล็กกว่าผู้ผลิตรถยนต์ทั่วไป แต่พนักงานทุกคนที่นี่มีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้งในงานหัตถกรรมที่ผสมผสานกับเทคโนโลยีล้ำสมัย ตัวอย่างเช่น ช่างในโรงงานมาราเนลโลยังคงใช้วิธีการประกอบแบบดั้งเดิมด้วยมือ ขณะเดียวกันก็ทำงานร่วมกับระบบหุ่นยนต์ที่ทันสมัยที่สุด สำหรับแฟนรถสปอร์ตสมรรถนะสูงแล้ว โครงสร้างบุคลากรของเฟอร์รารีเป็นตัวแทนของปรัชญาการผลิตแบบอิตาลีที่เน้น "น้อยแต่เก่ง" เหมือนกับเวิร์คช็อปเล็กๆ ในท้องถิ่นที่เชี่ยวชาญการแต่งรถซูเปอร์คาร์ แม้ทีมงานจะเล็กแต่สามารถ tuning เครื่องยนต์ได้สุดยอด สิ่งที่น่าสนใจคือเฟอร์รารีได้เพิ่มตำแหน่งงานด้านการวิจัยระบบไฟฟ้าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เช่น ทีมวิศวกรของรถรุ่น 296 GTB แบบไฮบริดที่ขยายตัวประมาณ 15% ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ไฟฟ้าที่ลงทุน 4.5 พันล้านยูโร ศูนย์นวัตกรรมพลังงานใหม่ในตูรินจะสร้างตำแหน่งงานอีก 200 ตำแหน่งในอนาคต ทิศทางนี้เป็นไปในแนวทางเดียวกับเทรนด์โลก เหมือนกับที่ตลาดท้องถิ่นเริ่มให้ความสนใจรถซูเปอร์คาร์ไฮบริดมากขึ้น
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
Ferrari ผลิตรถยนต์กี่คันในปี 2023?
ในปี 2023 Ferrari ผลิตรถยนต์ได้ทั้งหมด 13,663 คันทั่วโลก ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของแบรนด์ที่ยึดมั่นในการผลิตจำนวนจำกัด เพื่อรักษาความพิเศษและมาตรฐานสมรรถนะสูงสุดของรถสปอร์ตคันเก่ง แม้ในไทยจะไม่ค่อยเห็นเฟอร์รารี่บ่อยนัก แต่ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์และประสบการณ์การขับที่ยอดเยี่ยมยังคงเป็นที่ดึงดูดใจแฟนๆ รถสปอร์ตมากมาย นโยบายการผลิตของ Ferrari สอดคล้องกับตำแหน่งของแบรนด์อย่างแนบแน่น ทุกๆ รุ่นล้วนถูกเติมเต็มด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น ระบบไฮบริด ขณะที่ยังคงรักษาความตื่นเต้นในการขับขี่แบบดั้งเดิม สำหรับคนที่หลงรักรถสปอร์ตสมรรถนะสูง Ferrari คือความฝัน แม้ราคาจะสูงลิ่วและมีจำนวนจำกัด แต่สถานะของมันในวงการยานยนต์นั้นไม่มีอะไรแทนที่ได้ ถ้ามีโอกาสได้ลองขับ คุณจะพบว่าความคมชัดในการควบคุมและเสียงเครื่องยนต์นั้นเต็มไปด้วยเสน่ห์ นี่แหละคือเหตุผลที่ทำให้ Ferrari มีแฟนตัวยงอยู่ทั่วโลก
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

ดีไซน์ล้ำหน้าที่ฝ่าฟันต่อปรTraditionีนของ Ferrari
มาพร้อมโครงข่าย MagneRide ที่สามารถปรับแต่ง Shock absorber เป็นอิสระได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้เหมาะสมกับทุกรูปแบบของถนน โหมด Bumpy Road มีประสิทธิภาพสูงในการขับขี่บนถนนที่ไม่ราบรื่น
ภายในรถมีจอภาพสัมผัสขนาดใหญ่และแผงเข้าระบบตัวเลขขนาดใหญ่ที่รองรับ Apple CarPlay
การใช้งานประจำวันนุ่มนวล Comfort โหมดให้การทำงานที่เรียบร้อย ไม่มีการสะดุดตอนความเร็วต่ำ

ข้อเสีย

GT รุ่นรถยนต์ที่มีอุปกรณ์ความปลอดภัยในการขับขี่ที่ต้องเสียเงินเพิ่มเติม,ADAS ชุดเต็มต้องจ่ายเพิ่มประมาณ 70 หมื่นบาท
เมื่อเปิดประตูจะไม่มีกุญแจประตูทั่วไปทำให้ไม่สะดวกต้องใช้ปุ่มเพื่อเปิดประตู
ภาพแผนที่ CarPlay ไม่สามารถแสดงบนหน้าจอควบคุมได้ สามารถเห็นได้ที่พาเนลมิเตอร์เท่านั้นซึ่งค่อนข้างเป็นปัญหาในการดูรอบเครื่องยนต์
หากต้องการ Roma ที่ติดตั้งถูกต้องจำเป็นต้องสั่งซื้อคุณสมบัติเพิ่มเติมเป็นจำนวนมาก เช่น ฐานรถ MagneRide, ADAS และอุปกรณ์ตกแต่งอื่น ๆ

Q&A ล่าสุด

Q
เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย เร็วไหม?
เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย คือสุดยอดรถสปอร์ตสมรรถนะสูง ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 4.3 ลิตร แบบธรรมชาติ ใจดีสุดๆ ให้แรงม้าได้ถึง 454 แรงม้า เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้เกิน 310 กม./ชม. ซึ่งเรียกได้ว่าเติมเต็มความต้องการของคนรักความเร็วได้แบบจุใจ แม้ในสภาพอากาศร้อนๆ แบบประเทศไทย ระบบระบายความร้อนและเบรกสมรรถนะสูงของแคลิฟอร์เนียก็พร้อมรับมือกับการขับขี่แบบดุเดือดได้อย่างมั่นใจ แถมยังมีระบบหลังคาแบบพับเก็บได้ที่เหมาะมากสำหรับการขับรถตากลมชมวิวตามเส้นทางชายทะเลไทย ไม่ว่าจะเป็นหัวหินหรือภูเก็ต ให้คุณได้ทั้งแสงแดดและความสนุกไปพร้อมกัน สำหรับคนไทยที่ชอบทั้งความหรูและความแรง แคลิฟอร์เนียไม่เพียงแต่เร็วสุดๆ แต่ยังใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริง โปรแกรม行李后备จุพอดีสำหรับกระเป๋ากอล์ฟหรือสัมภาระทริปสั้นๆ เรียกได้ว่าเป็นรถ GT ที่ตอบโจทย์ทั้งถนนไทยและไลฟ์สไตล์คนไทยได้อย่างลงตัว
Q
เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย เป็นซุปเปอร์คาร์หรือไม่?
เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย เป็นรถสปอร์ตสมรรถนะสูง แต่ถ้าพูดกันตรงๆ มันไม่เข้าข่ายซูเปอร์คาร์แบบเต็มตัวหรอกครับ เพราะซูเปอร์คาร์จริงๆ จะต้องมีสมรรถนะสุดขีด ความหายาก และการออกแบบที่ดุดันกว่า เช่น รุ่น LaFerrari หรือ 488 Pista ของเฟอร์รารี่ด้วยกันเอง ส่วนแคลิฟอร์เนียจะออกแนว GT คาร์หรูมากกว่า เน้นความสบายและการใช้งานในชีวิตประจำวัน ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 4.3 ลิตร เร่ง 0-100 กม./ชม. ในประมาณ 3.8 วินาที แม้จะแรงแต่ยังสู้ซูเปอร์คาร์แท้ๆ ไม่ค่อยได้ครับ สำหรับในไทยแล้ว แคลิฟอร์เนียอาจจะเหมาะกว่าเพราะถนนติดขัดและมีเขตจำกัดความเร็วเยอะ ความสบายและความประหยัดพื้นที่ของแคลิฟอร์เนียเลยตอบโจทย์กว่า แถมระบบหลังคาแบบพับได้ยังเหมาะกับอากาศร้อนๆ แบบบ้านเราอีกด้วย ถ้าอยากรู้จักซูเปอร์คาร์จริงๆ ลองดูรุ่น F8 Tributo ของเฟอร์รารี่หรือ Lamborghini Huracán ก็ได้ครับ พวกนี้เหมาะกับสนามแข่งหรือการขับแบบสุดแรงกว่า แต่ในชีวิตประจำวันที่ไทยอาจจะไม่สะดวกเท่าแคลิฟอร์เนียครับ
Q
ความแตกต่างระหว่าง Ferrari California และ California T คืออะไร
ความแตกต่างหลักระหว่าง Ferrari California กับ California T อยู่ที่ระบบขับเคลื่อนและสมรรถนะ โดย California T เป็นเวอร์ชันอัพเกรดจาก California ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ V8 3.9 ลิตร เทอร์โบคู่ ให้กำลังสูงสุดถึง 560 แรงม้า แรงกว่าตัว California ที่ใช้เครื่องยนต์ V8 4.3 ลิตร แบบดูดอากาศธรรมชาติ (460 แรงม้า) แถมยังประหยัดน้ำมันมากขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ California T ยังปรับแต่งเสียงไอเสียให้ดุดันขึ้น พร้อมตั้งค่าตัวถังแบบใหม่ที่ทำให้การควบคุมรถดีกว่าเดิม ส่วนในสภาพอากาศร้อนๆ แบบไทยๆ ระบบเทอร์โบของ California T จะทำงานได้ดีกว่า ลดปัญหากำลังตกเวลาอากาศร้อนจัด ในขณะที่ตัว California แบบดูดอากาศธรรมชาติอาจจะฝืดๆ เวลาขับหนักๆ สองรุ่นนี้ยังคงดีไซน์แบบฮาร์ดท็อปคอนเวอร์เทเบิลที่เหมาะกับการขับริมทะเลเมืองไทย แต่ California T มีเทคโนโลยีภายในห้องโดยสารที่ทันสมัยกว่า เช่น ระบบอินโฟเทนเมนต์ที่อัพเกรดมาใหม่ สำหรับคนไทยที่Budget หนาๆ และอยากได้สมรรถนะจัดเต็ม California T คือตัวเลือกที่ดีกว่า แต่ถ้าคุณเป็นคนชอบเสียงเครื่องแบบดูดอากาศธรรมชาติคลาสสิก ก็อาจจะถูกใจ California มากกว่า ไม่ว่าจะเลือกรุ่นไหนในไทย แนะนำให้ดูแลรักษาเป็นประจำ โดยเฉพาะระบบระบายความร้อนและแอร์ เพื่อให้รถทนกับสภาพอากาศร้อนชื้นของเรา
Q
เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย มีที่นั่งกี่ที่
เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย คือรถสปอร์ต GT แบบ 2+2 ที่มาพร้อมกับการจัดวางห้องโดยสารมาตรฐาน 4 ที่นั่ง ด้านหน้ามีเบาะสปอร์ตแยก 2 ที่นั่ง ส่วนด้านหลังเป็นเบาะขนาดเล็กกว่า 2 ที่นั่ง เหมาะสำหรับการนั่งระยะสั้นหรือใช้กับเด็ก แต่พื้นที่ด้านหลังค่อนข้างจำกัด ผู้ใหญ่ที่ต้องนั่งนานๆ ในสภาพอากาศร้อนของไทยอาจรู้สึกไม่สะดวกสบายเท่าไร รุ่นนี้ได้รับความนิยมในตลาดรถสปอร์ตหรูของไทย โดยเฉพาะเหมาะสำหรับการขับบนถนนเลียบชายทะเลจากกรุงเทพฯ ไปหัวหินหรือพัทยา ระบบหลังคาแบบหดได้ช่วยให้ปรับตัวได้ดีกับทั้งฤดูฝนและฤดูแล้งของไทย ที่น่าสนใจคือเฟอร์รารี่ได้มีรุ่นใหม่อย่างพอร์โตฟิโนเข้ามาแทนที่แคลิฟอร์เนียแล้ว ด้วยการออกแบบพื้นที่ภายในที่ดีขึ้น แต่รูปแบบ 2+2 ยังคงเป็นเอกลักษณ์ของซีรี่ส์ GT ของเฟอร์รารี่ การออกแบบนี้เหมาะกับภูมิประเทศเป็นภูเขาของไทย ที่ยังคงความสมรรถนะของรถสปอร์ตไว้ ขณะเดียวกันก็ตอบโจทย์การใช้งานกับครอบครัวในบางโอกาส ซึ่งสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนไทยที่ชอบท่องเที่ยวแบบขับรถเองในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
Q
เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย ถูกแทนที่ด้วยอะไร
เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย รุ่นที่มาทดแทนคือ พอร์โตฟิโน่ ซึ่งเปิดตัวในปี 2017 เป็นรถสปอร์ตฮาร์ดท็อปคอนเวอร์ทิเบิลที่สืบทอด DNA การขับเคลื่อนสปอร์ตจากแคลิฟอร์เนียและได้รับการอัปเกรดอย่างเต็มรูปแบบ มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 3.9 ลิตร เทอร์โบชาร์จคู่ ให้กำลังสูงสุด 600 แรงม้า เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.5 วินาที โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนของไทยยังมีการติดตั้งระบบปรับอากาศประสิทธิภาพสูงและระบบช่วงล่างปรับได้เพื่อให้เหมาะกับสภาพถนนท้องถิ่น ชื่อพอร์โตฟิโน่นั้นได้แรงบันดาลใจจากเมืองตากอากาศริมทะเลของอิตาลี การออกแบบผสมผสานระหว่างความสบายของรถ GT และสมรรถนะรถสปอร์ต เมื่อเทียบกับแคลิฟอร์เนียแล้วมีพื้นที่เบาะหลังและกระโปรงหลังที่เพิ่มขึ้น เหมาะกับความต้องการท่องเที่ยวแบบครอบครัวในวันหยุดของคนไทย พอร์โตฟิโน่ยังมีรุ่นโรม่ามาเสริมในไลน์อัพผลิตภัณฑ์ สร้างเมทริกซ์ผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์ขึ้น โดยทั้งสองรุ่นนี้สามารถพบได้ที่โชว์รูมเฟอร์รารี่ในกรุงเทพฯ พาร์ทเนอร์ในไทยยังมีบริการเฉพาะอย่างเช่น แพ็กเกจดูแลรถช่วงฤดูฝนอีกด้วย สำหรับผู้บริโภคไทยแล้ว เฟอร์รารี่รุ่นเครื่องหน้ายังเหมาะกับการใช้งานในเมืองที่การจราจรหนาแน่นมากกว่ารุ่นเครื่องกลาง พร้อมยังคงรักษาความสนุกในการขับขี่สไตล์ซูเปอร์คาร์อิตาเลียนแท้ๆไว้อย่างครบถ้วน
ดูเพิ่มเติม