Q

BYD Atto 3 มีที่นั่งกี่ที่

BYD Atto 3 เป็น SUV ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมทั้งในจีนและไทย มาพร้อมกับการจัดวางแบบ 5 ที่นั่งมาตรฐานที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันของครอบครัวไทยได้เป็นอย่างดี เหมาะมากๆ สำหรับการออกทริปกับเพื่อนหรือครอบครัวแบบที่คนไทยชอบ ด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังขนาด 440 ลิตร ที่สามารถขยายได้ถึง 1,340 ลิตรเมื่อพับเบาะหลังลง ช่วยให้การท่องเที่ยวหรือขนของสะดวกขึ้นมาก สำหรับคนไทยที่ชอบขับรถเที่ยวหรือต้องขนของบ่อยๆ ทางด้านเทคโนโลยี BYD Atto 3 ถูกพัฒนาบนแพลตฟอร์ม e-platform 3.0 และใช้แบตเตอรี่ Blade Battery ที่BYDพัฒนาขึ้นเอง ซึ่งแม้ในสภาพอากาศร้อนๆ แบบไทยก็ยังคงทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพ ที่น่าสนใจคือราคาเริ่มต้นในไทยอยู่ที่ประมาณ 1,199,000 บาท ซึ่งถูกกว่าการใช้รถยนต์เชื้อเพลิงในระดับเดียวกัน แถมยังได้ประโยชน์จากนโยบายลดภาษีและสนับสนุนรถ EV ของรัฐบาลไทย รวมถึงสถานีชาร์จที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ BYD Atto 3 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนไทยที่อยากเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้า
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
Atto 3 2022 ราคาเท่าไหร่?
ราคาขายของ BYD Atto 3 รุ่นปี 2022 ในตลาดไทยอยู่ที่ประมาณ 1.2 - 1.4 ล้านบาท โดยราคาอาจมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและโปรโมชั่นจากตัวแทนจำหน่าย รถ SUV ไฟฟ้ารุ่นนี้มาพร้อมกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Blade Battery ที่ให้ระยะทางประมาณ 480 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC และรองรับระบบชาร์จเร็วที่สามารถเติมไฟได้ถึง 80% ในเวลาเพียง 40 นาที ออกแบบมาเพื่อครอบครัวรุ่นใหม่ด้วยดีไซน์ Dragon Face 3.0 ทั้งภายนอกและภายใน ติดตั้งหน้าจอกลางขนาด 12.8 นิ้วที่หมุนได้และระบบช่วยขับอัจฉริยะ DiPilot มอเตอร์ไฟฟ้าสามารถผลิตกำลังสูงสุด 150 kW เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 7.3 วินาที ตอนนี้การซื้อรถไฟฟ้าจะได้รับสิทธิประโยชน์จากรัฐบาลทั้งส่วนลดและลดหย่อนภาษี แนะนำให้ตรวจสอบโปรโมชั่นล่าสุดก่อนตัดสินใจซื้อ และควรพิจารณาความพร้อมในการติดตั้งสถานีชาร์จที่บ้านด้วย รุ่นนี้มีจุดเด่นในเรื่องความกว้างขวางของพื้นที่ภายในและระบบอัจฉริยะที่เหนือกว่ารุ่นอื่นๆ ในระดับราคาเดียวกัน นอกจากนี้ค่าบำรุงรักษาก็ถูกกว่ารถยนต์น้ำมันมาก ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกรถไฟฟ้าที่คุ้มค่าที่สุดในตลาดตอนนี้
Q
BYD Atto 3 คุ้มค่าที่จะซื้อหรือไม่?
BYD Atto 3 เป็น SUV ไฟฟ้าเต็มรูปแบบที่คุ้มค่าและใช้งานได้ดี เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถพลังงานใหม่ แบตเตอรี่แบบ Blade ที่ติดตั้งมาด้วยมีความปลอดภัยสูง ให้ระยะทางประมาณ 480 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) เพียงพอสำหรับการเดินทางประจำวันหรือทริปสั้นๆ ในโหมดชาร์จเร็วสามารถเติมไฟได้ถึง 80% ในเวลาเพียง 30 นาที ซึ่งในเขตเมืองหลักๆ การชาร์จไม่ใช่ปัญหาใหญ่ หน้าจอควบคุมกลางแบบหมุนได้ 12.8 นิ้วและระบบ DiLink อัจฉริยะรองรับภาษาไทยและแอปพลิเคชันยอดนิยมได้ดี ส่วนเรื่องพื้นที่ภายใน ด้วยระยะฐานล้อ 2720 มม. ทำให้มีพื้นที่ด้านหลังกว้างขวาง เหมาะสำหรับครอบครัว อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับรถน้ำมันในราคาใกล้เคียง การตั้งค่าตัวถังของ Atto 3 จะเน้นความสบายมากกว่าความสปอร์ต และในสภาพอากาศเย็น ระยะทางอาจจะลดลงบ้าง ในด้านบริการหลังการขาย BYD มีเครือข่ายบริการในเมืองหลักแล้ว แต่สำหรับพื้นที่ห่างไกลควรตรวจสอบความสะดวกในการซ่อมบำรุงล่วงหน้า นโยบายภาษีสำหรับรถ EV และความครอบคลุมของสถานีชาร์จเป็นปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณา แนะนำให้ทดลองขับก่อนตัดสินใจซื้อจะดีที่สุด
Q
รถ BYD Atto 3มีข้อเสียอะไรบ้าง?
BYD Atto 3 อาจมีข้อด้อยบางประการ โดยจากความคิดเห็นของตลาด พบว่าในช่วงหลังราคาของรุ่นนี้ลดลงมาก เมื่อเปิดตัวครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2022 ราคาราว 1.19 ล้านบาท แต่ภายในปลายเดือนกรกฎาคม 2024 ราคาลดลงเหลือประมาณ 9 แสนบาท ทำให้เจ้าของรถที่ซื้อในช่วงแรกเกิดความไม่พอใจ เพราะรู้สึกเสียเปรียบ ในแง่ของการใช้งาน ปัจจุบันสถานีชาร์จรถไฟฟ้าในประเทศไทยยังมีไม่มาก โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ มีจุดชาร์จสาธารณะเพียงประมาณ 500 จุด และการชาร์จก็ค่อนข้างช้า ซึ่งเป็นข้อจำกัดสำคัญสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง BYD Atto 3 เพราะอาจทำให้การเดินทางไม่สะดวก และจำกัดระยะทางที่ใช้งานได้ นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับรถคู่แข่งบางรุ่น BYD Atto 3 อาจยังมีจุดที่พัฒนาได้ในเรื่องของพื้นที่เก็บของและการออกแบบภายในที่ให้ความรู้สึกเฉพาะตัว อย่างไรก็ตาม รถแต่ละรุ่นก็มีทั้งจุดเด่นและข้อเสีย ผู้บริโภคควรเลือกให้เหมาะกับความต้องการและความชอบของตัวเองเป็นหลัก
Q
BYD Atto 3 อยู่ในเซกเมนต์อะไร?
BYD Atto 3 เป็นรถยนต์ที่อยู่ในกลุ่มซีซีgment C ซึ่งมีขนาดตัวถังยาว 4,455 มม. กว้าง 1,875 มม. และสูง 1,615 มม. ระยะฐานล้ออยู่ที่ 2,720 มม. ทำให้การจัดวางพื้นที่ภายในรถออกแบบมาอย่างเหมาะสม พร้อมด้วยรูปแบบ 5 ประตู 5 ที่นั่ง ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันของครอบครัวได้ดี ส่วนน้ำหนักรถจะแตกต่างกันตามรุ่น โดยรุ่นมาตรฐานมีน้ำหนัก 1,680 กก. ส่วนรุ่นระยะไกลจะมีน้ำหนัก 1,750 กก. นอกจากนี้ยังมีปริมาณกระโปรงท้าย 440 ลิตร ที่เพียงพอต่อการขนส่งสิ่งของต่างๆ โดยทั่วไปแล้วรถกลุ่มซีซีgment C จะมีขนาด พื้นที่ภายใน และอุปกรณ์ที่อยู่ระหว่างรถคอมแพคและรถขนาดกลาง ทำให้ Atto 3 ด้วยสเปคและคุณสมบัติเฉพาะตัว ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภค และยังมีความสามารถในการแข่งขันกับรถไฟฟ้ารุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกัน อีกทั้งยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยมาตรฐานที่ครบครัน เพื่อมอบความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารอีกด้วย
Q
มูลค่าขายต่อของ BYD Atto 3 อยู่ที่เท่าไร?
มูลค่าขายต่อของ BYD Atto 3 อาจได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย โดยทั่วไปแล้ว ในปี 2024 BYD Atto 3 รุ่นมาตรฐาน Standard Range Active ราคาอยู่ที่ประมาณ 799,900 บาท รุ่น Standard Range Premium อยู่ที่ 859,900 บาท และรุ่น Extended Range Premium อยู่ที่ 899,900 บาท ก่อนหน้านี้ในปี 2022 รถรุ่นนี้เคยมีราคาสูงถึง 1,199,900 บาท แต่หลังจากการปรับราคาครั้งใหญ่ในประเทศไทย ราคาลดลงมาเหลือราว 900,000 บาท ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบต่อราคาขายต่อของรถรุ่นนี้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม หากรถได้รับการดูแลรักษาอย่างดี มีระยะทางวิ่งน้อย และระบบต่าง ๆ ยังใช้งานได้ตามปกติ มูลค่าขายต่อก็อาจสูงขึ้นได้ นอกจากนี้ ความต้องการในตลาดก็มีผลต่อราคามือสองเช่นกัน BYD Atto 3 เป็นรถที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย และมีส่วนแบ่งตลาดค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับรถบางรุ่นที่ไม่เป็นที่นิยม ATTO 3 มีแนวโน้มที่จะรักษามูลค่ามือสองได้ดีกว่า อย่างไรก็ดี เหมือนกับรถทุกคัน มูลค่าขายต่อจะลดลงตามกาลเวลาเนื่องจากการใช้งาน การเสื่อมสภาพของชิ้นส่วน เทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว และการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ ๆ ในอนาคต
Q
ประเภทเกียร์ของ BYD Atto 3 เป็นแบบไหน?
BYD Atto 3 ใช้ระบบเกียร์แบบ EV (Electric Vehicle Transmission) โดยเป็นเกียร์ แบบ 1 สปีด (1 ระดับ) ซึ่งเป็นรูปแบบเกียร์ที่พบได้ทั่วไปในรถยนต์ไฟฟ้า ระบบเกียร์แบบนี้มีโครงสร้างค่อนข้างเรียบง่าย ช่วยลดการสูญเสียพลังงานระหว่างการส่งกำลัง และเพิ่มประสิทธิภาพในการแปลงพลังงานจากมอเตอร์สู่ล้อ ทำให้รถมีอัตราเร่งที่ดีและตอบสนองทันใจ ด้วยการออกแบบให้มีแค่เกียร์เดียว จึงช่วยให้การขับขี่เป็นเรื่องง่าย ไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์บ่อย ทำให้ผู้ขับรู้สึกนุ่มนวลและขับสนุกยิ่งขึ้น BYD Atto 3 ยังใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า โดยวางมอเตอร์ไว้ด้านหน้า ซึ่งให้กำลังสูงสุดถึง 150 กิโลวัตต์ (kW) และแรงบิดสูงสุด 310 นิวตันเมตร (Nm) พละกำลังระดับนี้ถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานทั้งในเมืองและเดินทางระยะสั้น รองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ และสามารถขับขี่ได้อย่างมั่นใจในสภาพถนนที่แตกต่างกัน
Q
ขนาด PCD ของ BYD Atto 3คือเท่าไร?
ขนาด PCD ของ BYD Atto 3 คือ 5×114.3 ซึ่งเป็นขนาดที่พบได้ทั่วไปในตลาดรถเมืองไทย และใช้ร่วมกันได้กับรถญี่ปุ่นหลายรุ่น เช่น Toyota, Honda เป็นต้น ตัวเลข “5” หมายถึงล้อมี รูน็อต 5 รู ตัวเลข “114.3” คือเส้นผ่านศูนย์กลางของวงกลมที่รูน็อตทั้ง 5 รูเรียงอยู่ ซึ่งมีขนาด 114.3 มิลลิเมตร รถรุ่นนี้ยังใช้ ขนาดรูดุมกลาง (Center Bore) อยู่ที่ 67.1 มม. และมีค่าออฟเซ็ต (ET) ประมาณ ET38 ถึง ET45 ซึ่งถือว่าเป็นขนาดมาตรฐาน ทำให้สามารถเลือกเปลี่ยนหรือแต่งล้อได้หลากหลายรุ่นในตลาดไทย เนื่องจากประเทศไทยมีสภาพอากาศร้อนและฝนตกชุก จึงแนะนำให้เจ้าของรถเลือกใช้ล้อแม็กน้ำหนักเบาเพื่อลดการใช้พลังงาน และควรเลือกล้อที่มีความแข็งแรงเหมาะสมกับสภาพถนนไทย ร้านแต่งรถที่ได้รับอนุญาตจาก BYD ในไทยมีล้อแม็กตรงรุ่นที่ตรงกับสเปก PCD ของ Atto 3 ซึ่งจะช่วยให้ล้อเข้ากับระบบช่วงล่างอย่างปลอดภัยและสมบูรณ์แบบ ข้อควรระวัง: หากต้องการเปลี่ยนเป็นล้อขนาดใหญ่ขึ้น ควรรักษา “เส้นรอบวงล้อรวมยาง” ให้ใกล้เคียงของเดิม เพื่อไม่ให้มีผลต่ออัตราการใช้พลังงานของรถ และความแม่นยำของมาตรวัดความเร็ว
Q
BYD Atto 3 รองรับ Apple CarPlay หรือไม่?
ปัจจุบัน BYD Atto 3 ยังไม่รองรับฟังก์ชัน Apple CarPlay แม้ว่าจอแสดงผลจะมีความใหญ่พอสมควร แต่ระบบความบันเทิงภายในรถยังถือว่ามีข้อจำกัดอยู่บ้าง อย่างไรก็ตาม BYD ระบุว่าจะพัฒนาประสิทธิภาพเหล่านี้ผ่านการอัปเดตระบบแบบไร้สายในอนาคต เนื่องจากความต้องการของซอฟต์แวร์ในแต่ละตลาดทั่วโลกมีความแตกต่างกัน BYD จึงจำเป็นต้องร่วมมือกับบริษัทท้องถิ่นเพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันที่เหมาะสมกับตลาดนั้นๆ แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่มี Apple CarPlay แต่ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยีและการอัปเดตซอฟต์แวร์ ระบบความบันเทิงในรถรุ่นนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ผู้ใช้สามารถติดตามข่าวสารการอัปเดตฟังก์ชันต่างๆ ผ่านช่องทางทางการของ BYD เพื่อรับประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นในอนาคต
Q
ยางติดรถของ BYD Atto 3 ใช้ยี่ห้ออะไร?
ขออภัย ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดเกี่ยวกับ ยี่ห้อยางที่ติดตั้งมาจากโรงงานของ BYD Atto 3 อย่างไรก็ตาม สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ขนาดยางของแต่ละรุ่น ได้ดังนี้:รุ่น Standard Range Dynamic 2024 และ Standard Range Premium 2024 ใช้ยางขนาด 215/55 R18 ทั้งล้อหน้าและหลัง รุ่น Extended Range Premium 2024 ใช้ยางขนาด 235/50 R18 ทั้งล้อหน้าและหลัง รุ่นปี 2022 (Atto 3 รุ่นแรก) ใช้ยางขนาด215/55 R18 สำหรับล้อหน้าและหลังเช่นกัน พารามิเตอร์ของข้อมูลจำเพาะของยางเหล่านี้ประกอบด้วยข้อมูลต่างๆ เช่น ความกว้างของยาง อัตราส่วนขนาด และเส้นผ่านศูนย์กลางขอบล้อ ยางที่มีข้อมูลจำเพาะต่างกันอาจมีสมรรถนะ การควบคุม ความสบาย และอื่นๆ ที่แตกต่างกัน ผู้บริโภคสามารถพิจารณาได้ตามความต้องการและความชอบที่แท้จริงของตนเอง
Q
BYD Atto 3 เป็นรถที่ดีไหม? มาดูข้อดีข้อเสียกัน
BYD Atto 3 ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ดีรุ่นหนึ่ง และมีข้อดีหลายประการ ในด้าน ดีไซน์ ภายนอก: หน้ารถออกแบบสไตล์ “เกล็ดมังกร” ดูโฉบเฉี่ยว ทันสมัย ส่วนไฟท้ายแบบ LED พาดยาวเต็มคัน ช่วยให้รถดูเด่น มีเอกลักษณ์ และเป็นที่สะดุดตาบนท้องถนน ในด้าน สมรรถนะการขับขี่: มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังแรง ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้เร็ว ขับทางไกลหรือแซงบนทางด่วนก็ทำได้สบาย แบตเตอรี่แบบใบมีด (Blade Battery) ของ BYD ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนอย่างกรุงเทพฯ ที่ทดสอบจริงแล้วพบว่า ระยะทางลดลงเพียงประมาณ 10% เท่านั้นจากที่เคลมไว้ ซึ่งถือว่าเสถียรมาก ในด้าน ค่าใช้จ่าย: BYD Atto 3 มีค่าบำรุงรักษาต่ำ ไม่มีน้ำมันเครื่องหรืออะไหล่ซับซ้อนเหมือนรถน้ำมัน และค่าไฟถูกกว่าเชื้อเพลิงมาก โดยมีผู้ใช้จริงในไทยระบุว่า ค่าการใช้งานรายเดือนถูกกว่ารถ Toyota รุ่นใกล้เคียงถึงประมาณ 40% นอกจากนี้ยังได้รับรางวัล SUV พลังงานไฟฟ้าดีที่สุดในประเทศไทย ประจำปี 2023 อีกด้วย อย่างไรก็ตาม รถรุ่นนี้ก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบ 100% เพราะรถยนต์ไฟฟ้ามักมีปัญหาเรื่อง “ความกังวลเรื่องระยะทาง” (Range Anxiety) ซึ่งหมายถึงการกลัวว่าแบตเตอรี่จะหมดระหว่างทาง โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ตอนนี้ยังมี จำนวนสถานีชาร์จไฟน้อย และบางแห่งชาร์จได้ช้า อาจทำให้การเดินทางไม่สะดวกเท่าที่ควร แต่โดยรวมแล้ว BYD Atto 3 ก็ยังถือว่าเป็นรถที่น่าพิจารณาและคุ้มค่าสำหรับการใช้งาน
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

เส้นทางการขับขี่ที่น่าประทับใจ
ภายในที่ทันสมัยและมีอุปกรณ์ครบครัน

ข้อเสีย

ความน่าเชื่อถือในระยะยาวยังไม่ได้รับการพิสูจน์
ราคาสูงเมื่อซื้อ

Q&A ล่าสุด

Q
คำว่า ICE vehicle ย่อมาจาก **Internal Combustion Engine vehicle** ซึ่งแปลว่า **ยานพาหนะที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน**
ICE vehicle หมายถึง รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน คือรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) เครื่องยนต์สันดาปภายในเป็นหน่วยกำลังที่แปลงพลังงานความร้อนเป็นพลังงานกลโดยตรงผ่านการเผาไหม้เชื้อเพลิงภายในเครื่อง ประเภทที่พบได้ทั่วไป ได้แก่ เครื่องยนต์ลูกสูบแบบเคลื่อนที่ขึ้นลง และเครื่องยนต์ลูกสูบแบบหมุน โดยเครื่องยนต์ลูกสูบแบบเคลื่อนที่ขึ้นลงเป็นประเภทที่กล่าวถึงบ่อยที่สุด รถยนต์เหล่านี้ใช้น้ำมันเบนซินหรือดีเซลเป็นเชื้อเพลิง เทคโนโลยีของพวกมันนั้นพัฒนาแล้วและกำลังขับก็คงที่ พวกมันครองตลาดรถยนต์มาอย่างยาวนานและใช้กันอย่างแพร่หลายสำหรับการเดินทางส่วนบุคคลและการขนส่งสินค้า นอกจากนี้ ในบางรุ่น ICE อาจหมายถึงโหมดการขับขี่บนน้ำแข็ง/หิมะ ซึ่งช่วยป้องกันล้อลื่นไถลบนถนนเปียก แต่ความหมายนี้ไม่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ ICE ในทางตรงกันข้ามกับรถยนต์ ICE คือรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ซึ่งใช้แหล่งพลังงานที่ไม่ใช่แบบดั้งเดิม เช่น ไฟฟ้าและเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน ซึ่งแสดงถึงทิศทางใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นในด้านพลังงานยานยนต์ รถยนต์ทั้งสองประเภทนี้ขับเคลื่อนการพัฒนาของอุตสาหกรรมยานยนต์
Q
กระบอกสูบรถยนต์คืออะไร?
กระบอกสูบรถยนต์เป็นชิ้นส่วนโลหะทรงกระบอกที่นำทางลูกสูบให้เคลื่อนที่แบบไปกลับภายในกระบอกสูบ เป็นหนึ่งในส่วนประกอบหลักของเครื่องยนต์รถยนต์ที่ช่วยในการแปลงพลังงาน เมื่อเครื่องยนต์ทำงาน อากาศที่ดูดเข้าไปจะผสมกับเชื้อเพลิงในกระบอกสูบ และหลังจากถูกจุดประกายด้วยประกายไฟ การเผาไหม้และการขยายตัวจะสร้างแรงดันสูง ผลักดันให้ลูกสูบเคลื่อนที่ และแปลงพลังงานเคมีของเชื้อเพลิงเป็นพลังงานกลเพื่อขับเคลื่อนรถยนต์ โดยหลักแล้วประกอบด้วยกระบอกสูบ ฝาสูบ ลูกสูบ ก้านลูกสูบ และซีล ในเชิงโครงสร้าง สามารถแบ่งออกเป็นแบบรวมและแบบมีปลอกกระบอกสูบ (แบบมีปลอกกระบอกสูบยังแบ่งออกเป็นแบบเปียก ซึ่งสัมผัสโดยตรงกับน้ำหล่อเย็น และแบบแห้ง ซึ่งไม่สัมผัสโดยตรง) ตามการจัดเรียง มีแบบเรียงแถว แบบตัววี และแบบตรงข้าม โครงสร้างแบบเรียงแถวนั้นเรียบง่ายและเหมาะสำหรับเครื่องยนต์ที่มีหกกระบอกสูบหรือน้อยกว่า แบบตัววีสามารถลดขนาดบล็อกเครื่องยนต์และเหมาะสำหรับเครื่องยนต์ที่มีแปดกระบอกสูบหรือมากกว่า เครื่องยนต์แบบลูกสูบตรงข้ามมีความสูงน้อยแต่ไม่ค่อยได้ใช้กันทั่วไป เครื่องยนต์รถยนต์ที่ใช้กันทั่วไปมี 3, 4, 5, 6, 8, 10 และ 12 สูบ โดยที่เส้นผ่านศูนย์กลางกระบอกสูบเท่ากัน จำนวนกระบอกสูบที่มากขึ้นจะทำให้ปริมาตรกระบอกสูบมากขึ้นและกำลังสูงขึ้น ในทางกลับกัน หากปริมาตรกระบอกสูบเท่ากัน จำนวนกระบอกสูบที่มากขึ้นจะทำให้เส้นผ่านศูนย์กลางกระบอกสูบเล็ลง ทำให้สามารถเร่งรอบเครื่องยนต์ได้สูงขึ้นและกำลังเพิ่มขึ้น ปริมาตรของกระบอกสูบคำนวณได้จากการคูณพื้นที่หน้าตัดด้วยระยะชัก ปริมาตรทั้งหมดของกระบอกสูบคือปริมาตรกระบอกสูบของเครื่องยนต์ เนื่องจากเป็นโครงสร้างที่บรรจุส่วนประกอบหลักของเครื่องยนต์ บล็อกกระบอกสูบจึงต้องมีความแข็งแรงสูงเพื่อให้การทำงานมีเสถียรภาพ
Q
ทำไมน้ำมันดีเซลถึงเสียงดังมากกว่าน้ำมันเบนซิน?
เครื่องยนต์ดีเซลมีเสียงรบกวนมากกว่าเครื่องยนต์เบนซิน ซึ่งเกิดจากความแตกต่างในวิธีการเผาไหม้และลักษณะโครงสร้างของทั้งสองประเภท เครื่องยนต์ดีเซลใช้ระบบจุดระเบิดโดยการอัดอากาศ (compression ignition) ไม่มีหัวเทียน โดยการอัดอากาศเพื่อให้อุณหภูมิภายในกระบอกสูบสูงขึ้นถึงจุดที่น้ำมันดีเซลลุกไหม้ได้เอง อัตราส่วนการอัดของเครื่องยนต์ดีเซลมักสูงกว่าเครื่องยนต์เบนซินมาก เมื่อเกิดการเผาไหม้ ความดันภายในกระบอกสูบจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมีค่าสูงสุดที่สูงกว่า การเปลี่ยนแปลงความดันที่รุนแรงนี้จะส่งผ่านโดยตรงไปยังชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องยนต์ เช่น ผนังกระบอกสูบ ลูกสูบ และก้านสูบ ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนและเสียงรบกวนที่ชัดเจน นอกจากนี้ แรงระเบิดในกระบวนการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ดีเซลยังมีมากกว่า เสียงจากการกระแทกของชิ้นส่วนกลไก (เช่น เสียงจากวาล์ว เสียงเสียดสีระหว่างแหวนลูกสูบและผนังกระบอกสูบ) ก็ยังดังชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อรวมกับเสียงจากระบบไอเสียที่เกิดจากการปล่อยก๊าซความดันสูง ทำให้ระดับเสียงรบกวนโดยรวมสูงกว่าเครื่องยนต์เบนซิน ในการใช้งานประจำวัน หากพบว่าเสียงของเครื่องยนต์ดีเซลเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติอย่างฉับพลัน อาจเกิดจากปัญหาต่างๆ เช่น การสะสมคาร์บอน ชิ้นส่วนสึกหรอ หรือความผิดปกติของระบบเชื้อเพลิง จึงจำเป็นต้องตรวจสอบและบำรุงรักษาทันที เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพ
Q
ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ดีเซลคืออะไร?
ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ดีเซลคือพื้นที่ที่เกิดขึ้นระหว่างพื้นผิวด้านบนของลูกสูบและพื้นผิวด้านล่างของฝาสูบเมื่อลูกสูบอยู่ที่จุดศูนย์ตายบน เป็นบริเวณหลักสำหรับการผสมเชื้อเพลิงและอากาศและการเผาไหม้ และโครงสร้างของมันแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ได้แก่ แบบฉีดตรงและแบบแบ่งส่วน ห้องเผาไหม้แบบฉีดตรงมีพื้นที่เพียงแห่งเดียว และเชื้อเพลิงจะถูกฉีดเข้าไปในส่วนผสมโดยตรงเพื่อการเผาไหม้ ประกอบด้วยแบบทรงกลม (หลุมตื้น ผสมโดยการทำให้เชื้อเพลิงเป็นละอองด้วยแรงดันสูง โครงสร้างเรียบง่ายและกะทัดรัด ประหยัดพลังงานดี แต่ต้องการระบบฉีดเชื้อเพลิงที่สูง) และแบบทรงกลมลึก (หลุมทรงกลมลึก ผสมโดยการหมุนวนแรงเพื่อสร้างฟิล์มเชื้อเพลิงระเหย การทำงานราบรื่น ต้องการระบบฉีดเชื้อเพลิงต่ำ แต่ประสิทธิภาพการสตาร์ทในอุณหภูมิต่ำค่อนข้างต่ำ) ส่วนห้องเผาไหม้แบบแบ่งส่วนนั้นแบ่งออกเป็นห้องเผาไหม้หลัก (ระหว่างด้านบนของลูกสูบและฝาสูบ) และห้องเผาไหม้เสริม (ภายในฝาสูบ) ซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยช่องทาง เครื่องยนต์สันดาปภายในมีสองประเภท ได้แก่ ห้องเผาไหม้เสริมและห้องเผาไหม้แบบหมุนวน ในแบบห้องเผาไหม้เสริมนั้น ห้องเผาไหม้เสริมจะกินพื้นที่ 25%-40% ของปริมาตรการอัด หลังจากฉีดเชื้อเพลิงเข้าไปแล้ว เชื้อเพลิงจะถูกเผาไหม้บางส่วน และส่วนผสมที่ยังไม่เผาไหม้จะถูกฉีดเข้าไปในห้องเผาไหม้หลักด้วยความเร็วสูงเพื่อผสมเพิ่มเติม ส่วนในแบบห้องเผาไหม้แบบหมุนวนนั้น ห้องเผาไหม้เสริมจะมีรูปร่างทรงกลมหรือทรงระฆัง และกินพื้นที่ 50%-80% ของปริมาตร ในระหว่างการอัด อากาศจะเกิดการหมุนวนอย่างรุนแรง หลังจากฉีดเชื้อเพลิงเข้าไป ผสม และจุดติดไฟแล้ว เชื้อเพลิงจะไหลเข้าไปในห้องเผาไหม้หลักเพื่อผสมและเผาไหม้เพิ่มเติม ภายในห้องเผาไหม้เสริมจะมีวัสดุกันความร้อน และด้านบนของลูกสูบจะมีร่องนำทางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของอากาศและปรับปรุงประสิทธิภาพการเผาไหม้
Q
วงจรการทำงานของเครื่องยนต์ 4 จังหวะคืออะไร?
วัฏจักรการทำงานของเครื่องยนต์สี่จังหวะประกอบด้วยจังหวะที่ประสานกันอย่างแม่นยำสี่จังหวะ ได้แก่ จังหวะดูด จังหวะอัด จังหวะกำลัง และจังหวะไอเสีย หนึ่งวัฏจักรใช้การหมุนของเพลาข้อเหวี่ยงสองรอบ ในจังหวะดูด ลูกสูบจะเคลื่อนลง เปิดวาล์วไอดีเพื่อดูดอากาศหรือส่วนผสม (ส่วนผสมอากาศ-เชื้อเพลิงในเครื่องยนต์เบนซิน อากาศบริสุทธิ์ในเครื่องยนต์ดีเซล) ในจังหวะอัด ลูกสูบจะเคลื่อนขึ้น อัดก๊าซ ในเครื่องยนต์เบนซิน อุณหภูมิของส่วนผสมจะสูงขึ้นถึง 330-430°C ในขณะที่ในเครื่องยนต์ดีเซล ความดันสูงทำให้อุณหภูมิของอากาศสูงเกินจุดติดไฟเองของดีเซล ในจังหวะกำลัง เครื่องยนต์เบนซินจะจุดระเบิดส่วนผสมผ่านหัวเทียน ในขณะที่เครื่องยนต์ดีเซลใช้การฉีดเชื้อเพลิงโดยตรงและการจุดระเบิดด้วยการอัด ก๊าซความดันสูงที่เกิดจากการเผาไหม้จะดันลูกสูบลงเพื่อสร้างกำลัง ในจังหวะไอเสีย ลูกสูบจะเคลื่อนขึ้นเพื่อขับก๊าซไอเสียออก โดยมีความดันตกค้างประมาณ 0.105-0.115 MPa เทคโนโลยีเทอร์โบชาร์จเจอร์สามารถเพิ่มกำลังขับได้โดยการอัดอากาศเข้า ในขณะที่เครื่องยนต์ดีเซลมีประสิทธิภาพเชิงความร้อนที่ดีกว่าเนื่องจากอัตราส่วนการอัดที่สูงกว่า (โดยทั่วไป 16:1 หรือสูงกว่า) ที่สำคัญคือ เครื่องยนต์สี่จังหวะจะสร้างกำลังเฉพาะในช่วงจังหวะกำลังเท่านั้น ส่วนจังหวะที่เหลือจะอาศัยแรงเฉื่อยของล้อช่วยแรงในการรักษาการทำงาน การออกแบบนี้พบได้ทั่วไปในเครื่องยนต์ขนาด 1.5-2.0 ลิตรในตลาดไทย ซึ่งเป็นการสร้างสมดุลระหว่างความประหยัดน้ำมันและความต้องการกำลัง
ดูเพิ่มเติม