Q
BYD Atto 3 มีที่นั่งกี่ที่
BYD Atto 3 เป็น SUV ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมทั้งในจีนและไทย มาพร้อมกับการจัดวางแบบ 5 ที่นั่งมาตรฐานที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันของครอบครัวไทยได้เป็นอย่างดี เหมาะมากๆ สำหรับการออกทริปกับเพื่อนหรือครอบครัวแบบที่คนไทยชอบ ด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังขนาด 440 ลิตร ที่สามารถขยายได้ถึง 1,340 ลิตรเมื่อพับเบาะหลังลง ช่วยให้การท่องเที่ยวหรือขนของสะดวกขึ้นมาก สำหรับคนไทยที่ชอบขับรถเที่ยวหรือต้องขนของบ่อยๆ ทางด้านเทคโนโลยี BYD Atto 3 ถูกพัฒนาบนแพลตฟอร์ม e-platform 3.0 และใช้แบตเตอรี่ Blade Battery ที่BYDพัฒนาขึ้นเอง ซึ่งแม้ในสภาพอากาศร้อนๆ แบบไทยก็ยังคงทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพ ที่น่าสนใจคือราคาเริ่มต้นในไทยอยู่ที่ประมาณ 1,199,000 บาท ซึ่งถูกกว่าการใช้รถยนต์เชื้อเพลิงในระดับเดียวกัน แถมยังได้ประโยชน์จากนโยบายลดภาษีและสนับสนุนรถ EV ของรัฐบาลไทย รวมถึงสถานีชาร์จที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ BYD Atto 3 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนไทยที่อยากเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้า
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
Atto 3 2022 ราคาเท่าไหร่?
ราคาขายของ BYD Atto 3 รุ่นปี 2022 ในตลาดไทยอยู่ที่ประมาณ 1.2 - 1.4 ล้านบาท โดยราคาอาจมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและโปรโมชั่นจากตัวแทนจำหน่าย รถ SUV ไฟฟ้ารุ่นนี้มาพร้อมกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Blade Battery ที่ให้ระยะทางประมาณ 480 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC และรองรับระบบชาร์จเร็วที่สามารถเติมไฟได้ถึง 80% ในเวลาเพียง 40 นาที ออกแบบมาเพื่อครอบครัวรุ่นใหม่ด้วยดีไซน์ Dragon Face 3.0 ทั้งภายนอกและภายใน ติดตั้งหน้าจอกลางขนาด 12.8 นิ้วที่หมุนได้และระบบช่วยขับอัจฉริยะ DiPilot มอเตอร์ไฟฟ้าสามารถผลิตกำลังสูงสุด 150 kW เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 7.3 วินาที
ตอนนี้การซื้อรถไฟฟ้าจะได้รับสิทธิประโยชน์จากรัฐบาลทั้งส่วนลดและลดหย่อนภาษี แนะนำให้ตรวจสอบโปรโมชั่นล่าสุดก่อนตัดสินใจซื้อ และควรพิจารณาความพร้อมในการติดตั้งสถานีชาร์จที่บ้านด้วย รุ่นนี้มีจุดเด่นในเรื่องความกว้างขวางของพื้นที่ภายในและระบบอัจฉริยะที่เหนือกว่ารุ่นอื่นๆ ในระดับราคาเดียวกัน นอกจากนี้ค่าบำรุงรักษาก็ถูกกว่ารถยนต์น้ำมันมาก ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกรถไฟฟ้าที่คุ้มค่าที่สุดในตลาดตอนนี้
Q
BYD Atto 3 คุ้มค่าที่จะซื้อหรือไม่?
BYD Atto 3 เป็น SUV ไฟฟ้าเต็มรูปแบบที่คุ้มค่าและใช้งานได้ดี เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถพลังงานใหม่ แบตเตอรี่แบบ Blade ที่ติดตั้งมาด้วยมีความปลอดภัยสูง ให้ระยะทางประมาณ 480 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) เพียงพอสำหรับการเดินทางประจำวันหรือทริปสั้นๆ ในโหมดชาร์จเร็วสามารถเติมไฟได้ถึง 80% ในเวลาเพียง 30 นาที ซึ่งในเขตเมืองหลักๆ การชาร์จไม่ใช่ปัญหาใหญ่ หน้าจอควบคุมกลางแบบหมุนได้ 12.8 นิ้วและระบบ DiLink อัจฉริยะรองรับภาษาไทยและแอปพลิเคชันยอดนิยมได้ดี ส่วนเรื่องพื้นที่ภายใน ด้วยระยะฐานล้อ 2720 มม. ทำให้มีพื้นที่ด้านหลังกว้างขวาง เหมาะสำหรับครอบครัว อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับรถน้ำมันในราคาใกล้เคียง การตั้งค่าตัวถังของ Atto 3 จะเน้นความสบายมากกว่าความสปอร์ต และในสภาพอากาศเย็น ระยะทางอาจจะลดลงบ้าง ในด้านบริการหลังการขาย BYD มีเครือข่ายบริการในเมืองหลักแล้ว แต่สำหรับพื้นที่ห่างไกลควรตรวจสอบความสะดวกในการซ่อมบำรุงล่วงหน้า นโยบายภาษีสำหรับรถ EV และความครอบคลุมของสถานีชาร์จเป็นปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณา แนะนำให้ทดลองขับก่อนตัดสินใจซื้อจะดีที่สุด
Q
รถ BYD Atto 3มีข้อเสียอะไรบ้าง?
BYD Atto 3 อาจมีข้อด้อยบางประการ โดยจากความคิดเห็นของตลาด พบว่าในช่วงหลังราคาของรุ่นนี้ลดลงมาก เมื่อเปิดตัวครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2022 ราคาราว 1.19 ล้านบาท แต่ภายในปลายเดือนกรกฎาคม 2024 ราคาลดลงเหลือประมาณ 9 แสนบาท ทำให้เจ้าของรถที่ซื้อในช่วงแรกเกิดความไม่พอใจ เพราะรู้สึกเสียเปรียบ ในแง่ของการใช้งาน ปัจจุบันสถานีชาร์จรถไฟฟ้าในประเทศไทยยังมีไม่มาก โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ มีจุดชาร์จสาธารณะเพียงประมาณ 500 จุด และการชาร์จก็ค่อนข้างช้า ซึ่งเป็นข้อจำกัดสำคัญสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง BYD Atto 3 เพราะอาจทำให้การเดินทางไม่สะดวก และจำกัดระยะทางที่ใช้งานได้ นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับรถคู่แข่งบางรุ่น BYD Atto 3 อาจยังมีจุดที่พัฒนาได้ในเรื่องของพื้นที่เก็บของและการออกแบบภายในที่ให้ความรู้สึกเฉพาะตัว อย่างไรก็ตาม รถแต่ละรุ่นก็มีทั้งจุดเด่นและข้อเสีย ผู้บริโภคควรเลือกให้เหมาะกับความต้องการและความชอบของตัวเองเป็นหลัก
Q
BYD Atto 3 อยู่ในเซกเมนต์อะไร?
BYD Atto 3 เป็นรถยนต์ที่อยู่ในกลุ่มซีซีgment C ซึ่งมีขนาดตัวถังยาว 4,455 มม. กว้าง 1,875 มม. และสูง 1,615 มม. ระยะฐานล้ออยู่ที่ 2,720 มม. ทำให้การจัดวางพื้นที่ภายในรถออกแบบมาอย่างเหมาะสม พร้อมด้วยรูปแบบ 5 ประตู 5 ที่นั่ง ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันของครอบครัวได้ดี ส่วนน้ำหนักรถจะแตกต่างกันตามรุ่น โดยรุ่นมาตรฐานมีน้ำหนัก 1,680 กก. ส่วนรุ่นระยะไกลจะมีน้ำหนัก 1,750 กก. นอกจากนี้ยังมีปริมาณกระโปรงท้าย 440 ลิตร ที่เพียงพอต่อการขนส่งสิ่งของต่างๆ โดยทั่วไปแล้วรถกลุ่มซีซีgment C จะมีขนาด พื้นที่ภายใน และอุปกรณ์ที่อยู่ระหว่างรถคอมแพคและรถขนาดกลาง ทำให้ Atto 3 ด้วยสเปคและคุณสมบัติเฉพาะตัว ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภค และยังมีความสามารถในการแข่งขันกับรถไฟฟ้ารุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกัน อีกทั้งยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยมาตรฐานที่ครบครัน เพื่อมอบความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารอีกด้วย
Q
มูลค่าขายต่อของ BYD Atto 3 อยู่ที่เท่าไร?
มูลค่าขายต่อของ BYD Atto 3 อาจได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย โดยทั่วไปแล้ว ในปี 2024 BYD Atto 3 รุ่นมาตรฐาน Standard Range Active ราคาอยู่ที่ประมาณ 799,900 บาท รุ่น Standard Range Premium อยู่ที่ 859,900 บาท และรุ่น Extended Range Premium อยู่ที่ 899,900 บาท ก่อนหน้านี้ในปี 2022 รถรุ่นนี้เคยมีราคาสูงถึง 1,199,900 บาท แต่หลังจากการปรับราคาครั้งใหญ่ในประเทศไทย ราคาลดลงมาเหลือราว 900,000 บาท ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบต่อราคาขายต่อของรถรุ่นนี้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม หากรถได้รับการดูแลรักษาอย่างดี มีระยะทางวิ่งน้อย และระบบต่าง ๆ ยังใช้งานได้ตามปกติ มูลค่าขายต่อก็อาจสูงขึ้นได้ นอกจากนี้ ความต้องการในตลาดก็มีผลต่อราคามือสองเช่นกัน BYD Atto 3 เป็นรถที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย และมีส่วนแบ่งตลาดค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับรถบางรุ่นที่ไม่เป็นที่นิยม ATTO 3 มีแนวโน้มที่จะรักษามูลค่ามือสองได้ดีกว่า อย่างไรก็ดี เหมือนกับรถทุกคัน มูลค่าขายต่อจะลดลงตามกาลเวลาเนื่องจากการใช้งาน การเสื่อมสภาพของชิ้นส่วน เทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว และการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ ๆ ในอนาคต
Q
ประเภทเกียร์ของ BYD Atto 3 เป็นแบบไหน?
BYD Atto 3 ใช้ระบบเกียร์แบบ EV (Electric Vehicle Transmission) โดยเป็นเกียร์ แบบ 1 สปีด (1 ระดับ) ซึ่งเป็นรูปแบบเกียร์ที่พบได้ทั่วไปในรถยนต์ไฟฟ้า ระบบเกียร์แบบนี้มีโครงสร้างค่อนข้างเรียบง่าย ช่วยลดการสูญเสียพลังงานระหว่างการส่งกำลัง และเพิ่มประสิทธิภาพในการแปลงพลังงานจากมอเตอร์สู่ล้อ ทำให้รถมีอัตราเร่งที่ดีและตอบสนองทันใจ ด้วยการออกแบบให้มีแค่เกียร์เดียว จึงช่วยให้การขับขี่เป็นเรื่องง่าย ไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์บ่อย ทำให้ผู้ขับรู้สึกนุ่มนวลและขับสนุกยิ่งขึ้น BYD Atto 3 ยังใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า โดยวางมอเตอร์ไว้ด้านหน้า ซึ่งให้กำลังสูงสุดถึง 150 กิโลวัตต์ (kW) และแรงบิดสูงสุด 310 นิวตันเมตร (Nm) พละกำลังระดับนี้ถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานทั้งในเมืองและเดินทางระยะสั้น รองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ และสามารถขับขี่ได้อย่างมั่นใจในสภาพถนนที่แตกต่างกัน
Q
ขนาด PCD ของ BYD Atto 3คือเท่าไร?
ขนาด PCD ของ BYD Atto 3 คือ 5×114.3 ซึ่งเป็นขนาดที่พบได้ทั่วไปในตลาดรถเมืองไทย และใช้ร่วมกันได้กับรถญี่ปุ่นหลายรุ่น เช่น Toyota, Honda เป็นต้น ตัวเลข “5” หมายถึงล้อมี รูน็อต 5 รู ตัวเลข “114.3” คือเส้นผ่านศูนย์กลางของวงกลมที่รูน็อตทั้ง 5 รูเรียงอยู่ ซึ่งมีขนาด 114.3 มิลลิเมตร รถรุ่นนี้ยังใช้ ขนาดรูดุมกลาง (Center Bore) อยู่ที่ 67.1 มม. และมีค่าออฟเซ็ต (ET) ประมาณ ET38 ถึง ET45 ซึ่งถือว่าเป็นขนาดมาตรฐาน ทำให้สามารถเลือกเปลี่ยนหรือแต่งล้อได้หลากหลายรุ่นในตลาดไทย เนื่องจากประเทศไทยมีสภาพอากาศร้อนและฝนตกชุก จึงแนะนำให้เจ้าของรถเลือกใช้ล้อแม็กน้ำหนักเบาเพื่อลดการใช้พลังงาน และควรเลือกล้อที่มีความแข็งแรงเหมาะสมกับสภาพถนนไทย ร้านแต่งรถที่ได้รับอนุญาตจาก BYD ในไทยมีล้อแม็กตรงรุ่นที่ตรงกับสเปก PCD ของ Atto 3 ซึ่งจะช่วยให้ล้อเข้ากับระบบช่วงล่างอย่างปลอดภัยและสมบูรณ์แบบ
ข้อควรระวัง: หากต้องการเปลี่ยนเป็นล้อขนาดใหญ่ขึ้น ควรรักษา “เส้นรอบวงล้อรวมยาง” ให้ใกล้เคียงของเดิม เพื่อไม่ให้มีผลต่ออัตราการใช้พลังงานของรถ และความแม่นยำของมาตรวัดความเร็ว
Q
BYD Atto 3 รองรับ Apple CarPlay หรือไม่?
ปัจจุบัน BYD Atto 3 ยังไม่รองรับฟังก์ชัน Apple CarPlay แม้ว่าจอแสดงผลจะมีความใหญ่พอสมควร แต่ระบบความบันเทิงภายในรถยังถือว่ามีข้อจำกัดอยู่บ้าง อย่างไรก็ตาม BYD ระบุว่าจะพัฒนาประสิทธิภาพเหล่านี้ผ่านการอัปเดตระบบแบบไร้สายในอนาคต เนื่องจากความต้องการของซอฟต์แวร์ในแต่ละตลาดทั่วโลกมีความแตกต่างกัน BYD จึงจำเป็นต้องร่วมมือกับบริษัทท้องถิ่นเพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันที่เหมาะสมกับตลาดนั้นๆ แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่มี Apple CarPlay แต่ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยีและการอัปเดตซอฟต์แวร์ ระบบความบันเทิงในรถรุ่นนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ผู้ใช้สามารถติดตามข่าวสารการอัปเดตฟังก์ชันต่างๆ ผ่านช่องทางทางการของ BYD เพื่อรับประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นในอนาคต
Q
ยางติดรถของ BYD Atto 3 ใช้ยี่ห้ออะไร?
ขออภัย ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดเกี่ยวกับ ยี่ห้อยางที่ติดตั้งมาจากโรงงานของ BYD Atto 3 อย่างไรก็ตาม สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ขนาดยางของแต่ละรุ่น ได้ดังนี้:รุ่น Standard Range Dynamic 2024 และ Standard Range Premium 2024 ใช้ยางขนาด 215/55 R18 ทั้งล้อหน้าและหลัง รุ่น Extended Range Premium 2024 ใช้ยางขนาด 235/50 R18 ทั้งล้อหน้าและหลัง รุ่นปี 2022 (Atto 3 รุ่นแรก) ใช้ยางขนาด215/55 R18 สำหรับล้อหน้าและหลังเช่นกัน พารามิเตอร์ของข้อมูลจำเพาะของยางเหล่านี้ประกอบด้วยข้อมูลต่างๆ เช่น ความกว้างของยาง อัตราส่วนขนาด และเส้นผ่านศูนย์กลางขอบล้อ ยางที่มีข้อมูลจำเพาะต่างกันอาจมีสมรรถนะ การควบคุม ความสบาย และอื่นๆ ที่แตกต่างกัน ผู้บริโภคสามารถพิจารณาได้ตามความต้องการและความชอบที่แท้จริงของตนเอง
Q
BYD Atto 3 เป็นรถที่ดีไหม? มาดูข้อดีข้อเสียกัน
BYD Atto 3 ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ดีรุ่นหนึ่ง และมีข้อดีหลายประการ ในด้าน ดีไซน์ ภายนอก: หน้ารถออกแบบสไตล์ “เกล็ดมังกร” ดูโฉบเฉี่ยว ทันสมัย ส่วนไฟท้ายแบบ LED พาดยาวเต็มคัน ช่วยให้รถดูเด่น มีเอกลักษณ์ และเป็นที่สะดุดตาบนท้องถนน ในด้าน สมรรถนะการขับขี่: มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังแรง ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้เร็ว ขับทางไกลหรือแซงบนทางด่วนก็ทำได้สบาย แบตเตอรี่แบบใบมีด (Blade Battery) ของ BYD ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนอย่างกรุงเทพฯ ที่ทดสอบจริงแล้วพบว่า ระยะทางลดลงเพียงประมาณ 10% เท่านั้นจากที่เคลมไว้ ซึ่งถือว่าเสถียรมาก ในด้าน ค่าใช้จ่าย: BYD Atto 3 มีค่าบำรุงรักษาต่ำ ไม่มีน้ำมันเครื่องหรืออะไหล่ซับซ้อนเหมือนรถน้ำมัน และค่าไฟถูกกว่าเชื้อเพลิงมาก โดยมีผู้ใช้จริงในไทยระบุว่า ค่าการใช้งานรายเดือนถูกกว่ารถ Toyota รุ่นใกล้เคียงถึงประมาณ 40% นอกจากนี้ยังได้รับรางวัล SUV พลังงานไฟฟ้าดีที่สุดในประเทศไทย ประจำปี 2023 อีกด้วย อย่างไรก็ตาม รถรุ่นนี้ก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบ 100% เพราะรถยนต์ไฟฟ้ามักมีปัญหาเรื่อง “ความกังวลเรื่องระยะทาง” (Range Anxiety) ซึ่งหมายถึงการกลัวว่าแบตเตอรี่จะหมดระหว่างทาง โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ตอนนี้ยังมี จำนวนสถานีชาร์จไฟน้อย และบางแห่งชาร์จได้ช้า อาจทำให้การเดินทางไม่สะดวกเท่าที่ควร แต่โดยรวมแล้ว BYD Atto 3 ก็ยังถือว่าเป็นรถที่น่าพิจารณาและคุ้มค่าสำหรับการใช้งาน
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
คุณจำเป็นต้องเหยียบเบรกเมื่อเปลี่ยนเกียร์จาก D เป็น S หรือไม่?
การเปลี่ยนเกียร์จาก D ไป S ในกรณีปกติไม่จำเป็นต้องกดเบรก เพราะทั้งสองเกียร์เป็นเกียร์หน้า กระบวนการเปลี่ยนเกียร์จะเปลี่ยนเพียงตรรกะการเปลี่ยนเกียร์ของเกียร์อัตโนมัติ (เช่น ทำให้การเปลี่ยนเกียร์ขึ้นช้าลง รักษาความเร็วรอบเครื่องยนต์ให้สูงเพื่อส่งกำลังที่มากขึ้น) ซึ่งจะไม่สร้างแรงกระแทกมากเกินไปต่อระบบส่งกำลังของรถยนต์ หากต้องการกำลังเพิ่มขึ้นขณะขับขี่ (เช่น แซงรถหรือขึ้นเนิน) สามารถเปลี่ยนเกียร์จาก D ไป S ได้โดยตรง แต่เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง (เช่น ความเร็วเกิน 80-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ควรปล่อยคันเร่งเพื่อให้ความเร็วรอบเครื่องยนต์ลดลงก่อน หากจำเป็นให้แตะเบรกเบาๆเพื่อลดความเร็วเล็กน้อยก่อนเปลี่ยนเกียร์ เพื่อลดความรู้สึกกระชากจากการเร่งอย่างกะทันหันและเพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่ เกียร์ S เหมาะสำหรับสถานการณ์ที่ต้องการกำลังมาก แต่การใช้เป็นเวลานานจะเพิ่มการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง ส่วนเกียร์ D เหมาะสำหรับการขับขี่ทั่วไปหรือการขับขี่แบบประหยัดน้ำมันเพื่อประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงที่ดีกว่า
Q
"2WD" ย่อมาจาก "Two-Wheel Drive" หมายถึงระบบขับเคลื่อนล้อที่ใช้พลังงานจากเครื่องยนต์ไปยังล้อเพียงสองล้อเท่านั้น โดยทั่วไปจะมีสองลักษณะคือ ขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) และขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ระบบ 2WD มักจะใช้ในรถยนต์ทั่วไปที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการขับในสภาพพื้นที่ขรุขระหรือท้าทาย เช่น รถในเมืองหรือรถยนต์นั่งทั่วไป เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาต่ำและประหยัดพลังงานมากกว่าระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) หรือขับเคลื่อนทุกล้อ (AWD)
ระบบขับเคลื่อนสองล้อ (2WD) หมายถึงระบบส่งกำลังที่ส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังล้อเพียงสองล้อเท่านั้น โดยมีสองประเภทคือ ขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) และขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ระบบขับเคลื่อนล้อหน้ามีโครงสร้างที่เรียบง่าย ใช้พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประหยัดน้ำมัน จึงเหมาะสำหรับรถยนต์ขนาดเล็กและรถยนต์ขนาดกะทัดรัด ส่วนระบบขับเคลื่อนล้อหลังมีความสามารถในการรับน้ำหนักสูงและควบคุมได้ดีเยี่ยม มักใช้ในรถยนต์สมรรถนะสูงหรือรถบรรทุกขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ รถยนต์ 2WD มีค่าบำรุงรักษาต่ำกว่าและเพียงพอสำหรับถนนลาดยางในเมือง ทำให้เป็นระบบขับเคลื่อนที่พบได้ทั่วไปและใช้งานได้จริง ในตลาดไทย รถยนต์ 2WD เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ตัวอย่างเช่น ในมาสด้า บีที-50 รุ่นปรับโฉมใหม่ เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 3.0 ลิตร ถูกนำมาใช้ในรุ่น 2WD โดยทุกรุ่นยกเว้นรุ่นท็อปสุดที่เป็นแบบดับเบิ้ลแค็บจะเป็น 2WD นอกจากนี้ รถยนต์มิตซูบิชิ สตราด้า ส่วนใหญ่ก็ใช้ระบบ 2WD เช่น รุ่น GLS 2WD A/T ซึ่งตอบสนองความต้องการในการเดินทางประจำวันและการใช้งานบนทางหลวงทั่วไป แม้ว่ากระแสจะมุ่งไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า แต่รถยนต์ขับเคลื่อนสองล้อ (2WD) ยังคงมีบทบาทสำคัญในรถยนต์เบนซินและรถยนต์ไฮบริดแบบดั้งเดิม ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยในด้านความประหยัดและการใช้งานจริง
Q
ความแตกต่างระหว่าง 4x4 และ 4WD คืออะไร?
4x4 และ 4WD ไม่มีความแตกต่างในลักษณะพื้นฐาน โดยทั้งสองคำนี้หมายถึงระบบขับเคลื่อนสี่ล้อของรถยนต์ นั่นคือล้อหน้าและล้อหลังสามารถรับกำลังขับเคลื่อนได้ โดย 4x4 ใช้สัญลักษณ์ตัวเลข แสดงโดยเลข "4" ก่อน X หมายถึงจำนวนล้อทั้งหมดของรถ และเลข "4" หลัง X หมายถึงจำนวนล้อที่ขับเคลื่อน ส่วน 4WD เป็นคำย่อภาษาอังกฤษของ "Four Wheel Drive" ซึ่งระบุฟังก์ชันขับเคลื่อนสี่ล้อโดยตรง
ระบบประเภทนี้สามารถปรับอัตราส่วนการกระจายแรงบิดจากเครื่องยนต์ระหว่างล้อหน้าและล้อหลังตามสภาพพื้นผิวถนน เพื่อเพิ่มความสามารถในการขับผ่านและความมั่นคงของรถในสภาพถนนที่ยากลำบาก เช่น ถนนโคลน ถนนลื่น หรือพื้นทราย เป็นต้น
ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อยังสามารถแบ่งย่อยออกเป็น ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา (Full-Time 4WD) ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบเลือกได้ (Part-Time 4WD) และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบอัตโนมัติ (On-Demand 4WD) โดยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลาจะรักษาการกระจายกำลังขับเคลื่อนระหว่างล้อหน้าและล้อหลังอย่างต่อเนื่อง โดยทั่วไปมีอัตราส่วนแรงบิดที่ 50:50 ส่วนระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบเลือกได้ต้องให้ผู้ขับเปลี่ยนโหมดระหว่างขับเคลื่อนสองล้อหรือสี่ล้อด้วยตนเอง ขณะที่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบอัตโนมัติจะตรวจสอบสภาพถนนโดยอัตโนมัติ และจะเปลี่ยนเป็นโหมดขับเคลื่อนสี่ล้อเมื่อล้อขับเคลื่อนเกิดการลื่นไถล
รถที่มีสัญลักษณ์ 4x4 หรือ 4WD จะมีแรงยึดเกาะดีกว่ารถขับเคลื่อนสองล้อ เหมาะสำหรับการขับขี่แบบออฟโรด การท่องเที่ยวกลางแจ้ง ฯลฯ แต่จะทำให้รถมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นและสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้นเมื่อเทียบกับรถขับเคลื่อนสองล้อ
Q
มีกี่ประเภทของการขับเคลื่อนรถยนต์?
ตามความแตกต่างของระบบส่งกำลัง รถยนต์สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก
ประเภทแรกคือระบบส่งกำลังแบบกลไก ประกอบด้วยคลัตช์ เกียร์ ระบบส่งกำลังแบบยูนิเวอร์แซล และดริฟท์แอกซ์เซิล มีโครงสร้างแบบคลาสสิกและใช้งานอย่างกว้างขวาง
ประเภทที่สองคือระบบส่งกำลังแบบไฮดรอลิก-กลไก ผสมผสานระหว่างตัวแปลงแรงบิดไฮดรอลิกหรือคัปปลิ้งกับเกียร์กล สามารถเริ่มต้นและเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างนุ่มนวล
ประเภทที่สามคือระบบส่งกำลังแบบไฮโดรสแตติก ส่งกำลังผ่านปั๊มไฮดรอลิกและมอเตอร์ไฮดรอลิก สามารถควบคุมการส่งกำลังได้อย่างแม่นยำ
ประเภทที่สี่คือระบบส่งกำลังแบบไฟฟ้า ใช้เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (หรือใช้พลังงานจากแบตเตอรี่โดยตรง) แล้วส่งกำลังผ่านล้อไฟฟ้า ซึ่งพบได้ทั่วไปในรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่
ในตลาดประเทศไทย เมื่อแนวโน้มการใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้น รถยนต์ระบบส่งกำลังแบบไฟฟ้า (เช่นรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่) และรถยนต์ไฮบริดที่ใช้ระบบส่งกำลังแบบไฮดรอลิก-กลไก กำลังกลายเป็นกระแสหลัก ร่วมกับรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงแบบระบบส่งกำลังกลไกดั้งเดิม ก่อให้เกิดทางเลือกที่หลากหลายในตลาดปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นถึงลักษณะเฉพาะของช่วงเปลี่ยนผ่านจากระบบดั้งเดิมสู่ระบบไฟฟ้าในอุตสาหกรรมยานยนต์ท้องถิ่น
Q
รถ HEV คืออะไร?
HEV เป็นคำย่อของ Hybrid Electric Vehicle ซึ่งหมายถึงรถยนต์ที่ผสานเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบดั้งเดิมเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อสร้างระบบพลังงานคู่ รถยนต์เหล่านี้ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวในช่วงเริ่มต้นและขณะขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ ทำให้การขับขี่เงียบและราบรื่น ในระหว่างการขับขี่ด้วยความเร็วสูงหรือการเร่งความเร็วอย่างรวดเร็ว เครื่องยนต์สันดาปภายในจะเข้ามาทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อจ่ายพลังงาน ในระหว่างการเบรกหรือการปล่อยให้รถไหลไปเอง มอเตอร์ไฟฟ้าจะทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์กู้คืนพลังงาน โดยแปลงพลังงานจลน์เป็นพลังงานไฟฟ้าและเก็บไว้ในแบตเตอรี่ แบตเตอรี่ของ HEV ไม่จำเป็นต้องชาร์จจากภายนอก แต่จะได้รับการเติมเต็มผ่านการสร้างพลังงานจากเครื่องยนต์และการกู้คืนพลังงานจลน์ ทำให้หมดกังวลเรื่องระยะทางและต้องการเพียงแค่การเติมน้ำมันเท่านั้น เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบดั้งเดิม HEV สามารถลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้ 20%-30% และลดการปล่อยมลพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพ โครงสร้างของ HEV ประกอบด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายใน มอเตอร์ไฟฟ้า ชุดแบตเตอรี่แรงดันสูง และระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะที่ปรับการกระจายพลังงานโดยอัตโนมัติตามสภาพการขับขี่ โดยพิจารณาจากอัตราส่วนของพลังงานไฟฟ้าต่อเชื้อเพลิง รถยนต์ไฮบริดสามารถแบ่งออกเป็นประเภทไฮบริดอ่อน ไฮบริดกลาง และไฮบริดสูง ตัวอย่างรุ่นที่โดดเด่น ได้แก่ โตโยต้า โคโรลลา ไฮบริด และฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ให้ความสำคัญกับความประหยัดน้ำมันและมีข้อจำกัดในการเข้าถึงสถานีชาร์จ
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

BYD Atto 3 ตารางผ่อนชำระล่าสุด คือ SUV ไฟฟ้าที่คุ้มค่ามาก
ธนวัฒน์Nov 6, 2025

ในประเทศไทย เลือกรถยนต์ซันรูฟ: ซันรูฟพาโนรามาหรือซันรูฟเดี่ยว? อ่านจบไม่พลาด
Kevin WongSep 12, 2025

เกี่ยวกับราคาการซื้อรถและคำแนะนำที่ละเอียดที่สุดสำหรับ BYD Atto 3
ณัฐวุฒิMar 14, 2025

BYD Atto 3 ตอนที่เปิดตัวในประเทศจีน รุ่นย่อยทั้งหมดมาพร้อมระบบ DiPilot 100
ธนวัฒน์Mar 6, 2025

BYD Atto 3 พลังงานวิเคราะห์,ด้วยแบตเตอรี่แบบใบมีดเป็นประจุพลังงาน สามารถวิ่งได้กี่กิโลเมตร?
ธนวัฒน์Oct 17, 2024
ดูเพิ่มเติม


ข้อดี
ข้อเสีย