Q
Chevrolet Captiva 2.0 ใช้น้ำมันเท่าไหร่ต่อกิโลเมตร
Captiva 2.0 ในตลาดไทยเรื่องอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันจริงๆ แล้วมันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยนะครับ ทั้งสไตล์การขับ ถนนหนทาง และการดูแลรักษารถ ข้อมูลจากผู้ผลิตบอกว่าโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 0.12-0.15 ลิตรต่อกิโลเมตร (หรือประมาณ 12-15 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร) สำหรับเครื่องดีเซล ถ้าเจอรถติดในกรุงเทพฯ น้ำมันอาจจะเผื่อขึ้นอีกนิด แต่ถ้าขับทางไกลบนทางหลวงจะประหยัดกว่าครับ เจ้าของรถในไทยควรหมั่นเช็คตัวกรองอากาศและลมยางให้สม่ำเสมอ เพราะสองจุดนี้มีผลต่อการประหยัดน้ำมันโดยตรง เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบของ Captiva 2.0 นี่ทำงานได้ดีแม้อากาศร้อนๆ แบบไทยๆ เหมาะสำหรับการเดินทางไกลหรือไปกับครอบครัว แนะนำให้ใช้น้ำมัน B7 หรือ B20 ของปตท.ครับ ทั้งตอบโจทย์เครื่องยนต์และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามนโยบายของไทย ถ้าอยากประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น ลองขับแบบเนียนๆ ไม่เร่งกระชาก และใช้ช่วงรอบเครื่อง 1800-2500 รอบต่อนาทีที่เครื่องให้แรงบิดสูงสุด ส่วนทางขึ้นเขาที่ไทยมีเยอะ แนะนำให้ใช้เกียร์manual บ้างจะช่วยให้จ่ายกำลังได้เต็มที่ครับ
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
วิธีการเปิดถังน้ำมัน Chevrolet Captiva
สำหรับรถ Chevrolet Captiva ในประเทศไทย วิธีการเปิดฝาถังน้ำมันจะมี 2 แบบหลักๆ แบบแรกคือใช้คันโยกเปิดฝาถังน้ำมันที่อยู่ใกล้ๆพื้นด้านซ้ายของคนขับ ซึ่งเป็นแบบดั้งเดิม ส่วนแบบใหม่จะสะดวกกว่า แค่กดที่ฝาถังน้ำมันด้านนอกเมื่อรถอยู่ในสถานะปลดล็อก แต่อย่างไรก็ตามควรตรวจสอบคู่มือเจ้าของรถเพื่อดูว่าปีและรุ่นของคุณใช้ระบบไหน ในสภาพอากาศร้อนๆแบบประเทศไทย ควรตรวจสอบยางซีลฝาถังน้ำมันเป็นประจำว่ายังอยู่ในสภาพดีหรือไม่ เพื่อป้องกันการระเหยของน้ำมันหรือน้ำเข้าไปในถัง และอย่าลืมว่าบางครั้งพนักงานปั๊มอาจลืมขันฝาถังน้ำมันให้แน่น คุณควรตรวจสอบเองให้ดีเพื่อความปลอดภัยระหว่างขับขี่
สำหรับรถต่างรุ่นต่างยี่ห้อ ตำแหน่งฝาถังน้ำมันอาจอยู่ด้านซ้ายหรือขวาของตัวรถ ในประเทศไทยที่ขับรถด้านขวา เวลาต่อคิวเข้าปั๊มควรสังเกตตำแหน่งหัวจ่ายให้ดี จะได้ไม่ต้องไปปรับทิศทางรถในนาทีสุดท้าย ส่วนรถรุ่นแพงๆบางคันอาจมีระบบล็อกฝาถังน้ำมันป้องกันการขโมย ซึ่งสามารถควบคุมผ่านกุญแจหรือระบบล็อกกลางจากในรถ รายละเอียดเล็กน้อยเหล่านี้จะช่วยให้การใช้รถสะดวกสบายขึ้นเยอะเลย
Q
ชีวิตรถคาปติวามีที่นั่งกี่ที่
รถคาปิต้าโดยทั่วไปแล้วจะมาพร้อมกับการจัดวางที่นั่งแบบมาตรฐาน 5 ที่นั่ง ในรูปแบบ 2+3 คือ 2 ที่นั่งและ3 ที่นั่ง ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันของครอบครัวไทยได้ดี ที่นี่คนนิยมรถแบบนี้เพราะใช้พื้นที่ได้คล่องตัวและประหยัดน้ำมัน ถ้าต้องการที่นั่งมากขึ้นก็อาจมองหารุ่น 7 ที่นั่งจากค่ายอื่น แต่ต้องแลกกับขนาดตัวรถที่ใหญ่ขึ้นและกินน้ำมันเพิ่ม แนะนำให้เลือกตามความต้องการจริงๆ สภาพอากาศเมืองไทยทั้งร้อนทั้งฝนก็ต้องเลือกวัสดุที่นั่งให้ดี ส่วนใหญ่เขาจะใช้ผ้าหรือหนังสังเคราะห์ที่ระบายอากาศได้ แถมควรทำความสะอาดเป็นประจำเพื่อยืดอายุการใช้งาน เวลาซื้อรถนอกจากจำนวนที่นั่งแล้ว อย่าลืมดูเรื่องความจุท้ายรถ ระบบความปลอดภัย และศูนย์บริการด้วย ยี่ห้อดังๆ ในไทยเขาจัดเต็มหมดครับ เลือกได้ตามสบายใจ
Q
วิธีรีเซ็ตไฟเตือนใน Chevrolet Captiva
สำหรับวิธีการรีเซ็ตไฟเตือนรถยนต์ Chevrolet Captiva นี่ครับ ปกติแล้วต้องใช้เครื่องสแกน OBD-II ในการดำเนินการ ในไทยเราสามารถไปที่ศูนย์บริการทั่วไปหรือซื้อเครื่องสแกนที่เข้ากันได้มาใช้เองก็ได้ครับ ขั้นตอนหลักๆก็คือเสียบเครื่องสแกนเข้าช่อง OBD ที่อยู่ใต้พวงมาลัยด้านคนขับ จากนั้นเข้าเมนูระบบแล้วเลือกฟังก์ชั่นลบรหัสข้อผิดพลาด แต่แนะนำให้อ่านรหัสข้อผิดพลาดดูก่อนนะครับว่าปัญหามาจากส่วนไหน เช่น ระบบเครื่องยนต์ ระบบเบรก ABS หรือระบบถุงลมนิรภัย บางทีสภาพอากาศเมืองไทยที่ร้อนชื้นก็อาจทำให้สายไฟเสื่อมสภาพเร็วจนเกิดการแจ้งเตือนผิดพลาดได้ เพราะฉะนั้นควรตรวจสอบระบบไฟฟ้าเป็นประจำครับ ถ้าไฟเตือนสีเหลืองขึ้นยังสามารถขับไปหาอู่ได้ แต่ถ้าเป็นไฟสีแดงต้องหยุดรถทันที ส่วนการบำรุงรักษาปกติแนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องและน้ำหล่อเย็นที่เหมาะกับสภาพอากาศไทยนะครับ จะช่วยป้องกันปัญหาได้บ้าง ที่ศูนย์บริการ Chevrolet อย่างในเชียงใหม่หรือกรุงเทพก็มีบริการตรวจเช็คฟรีให้ด้วยนะ หรือจะจองบริการผ่านแอป MyChevrolet Thailand ก็ได้ครับ ข้อควรระวังคือบางครั้งปัญหาอาจเกิดจากความชื้นในช่วงฤดูฝนหรือคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงในไทย ทำให้ไฟเตือนขึ้นๆหายๆ ถ้ารีเซ็ตแล้วไฟยังขึ้นอีกแนะนำให้ไปตรวจเช็คอย่างละเอียด และควรบันทึกประวัติการซ่อมแต่ละครั้งไว้ด้วยครับ จะได้ติดตามปัญหาได้ง่ายขึ้น
Q
ราคาชีโวเลตคาปติวาเท่าไหร่
ราคาเชฟโรเลตแคปติวาในประเทศไทยตอนนี้ขึ้นอยู่กับแบบและโปรโมชั่น โดยราคาอยู่ที่ประมาณ 1-1.5 ล้านบาท แต่เพื่อความชัวร์ควรสอบถามราคาปัจจุบันที่ตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่เพราะตลาดไทยมักมีโปรโมชั่นตามฤดูกาลหรือแผนผ่อนชำระที่น่าสนใจ แคปติวาในฐานะ SUV ขนาดกลางค่อนข้างโดดเด่นในเรื่องความจุและความคุ้มค่า เหมาะสำหรับครอบครัว ส่วนเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรเทอร์โบก็ประหยัดน้ำมันและตอบโจทย์การใช้งานในเมืองของไทยได้ดี เวลาซื้ออาจลองเปรียบเทียบกับรุ่นอื่นในระดับเดียวกันอย่างฮอนด้า CR-V หรือโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ แต่ต้องดูความแตกต่างของสเปคและบริการหลังการขายด้วย นอกจากนี้รัฐบาลไทยยังมีมาตรการลดภาษีสำหรับรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถ้าหากแคปติวารุ่นไฮบริดเข้ามาในไทยก็อาจทำให้ราคาถูกลงได้อีก ดังนั้นควรติดตามข่าวสารล่าสุดจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของเชฟโรเลตประเทศไทยด้วยนะ
Q
วิธีการเชื่อมต่อบลูทูธใน Chevrolet Captiva
ขั้นตอนการเชื่อมต่อบลูทูธในรถ Chevrolet Captiva ที่ใช้ในประเทศไทยมีดังนี้ ก่อนอื่นให้สตาร์ทรถและเปิดหน้าจอกลาง จากนั้นเข้าไปที่เมนูการตั้งค่าแล้วเลือก "บลูทูธ" ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเปิดฟังก์ชันบลูทูธบนโทรศัพท์ไว้และอยู่ในระยะที่มองเห็นได้ จากนั้นให้ค้นหาอุปกรณ์ที่ใช้งานได้ในระบบรถ เมื่อพบชื่อโทรศัพท์ของคุณให้แตะจับคู่ ระบบจะแสดงรหัสการจับคู่ที่เหมือนกันทั้งบนโทรศัพท์และหน้าจอรถ ให้ยืนยันรหัสเพื่อเสร็จสิ้นการเชื่อมต่อ ข้อควรระวังคือรุ่นบางรุ่นอาจต้องใส่รหัสผ่านเริ่มต้นเช่น "0000" หรือ "1234" หากมีปัญหาการเชื่อมต่อลองรีสตาร์ทระบบรถและฟังก์ชันบลูทูธบนโทรศัพท์ สภาพอากาศที่ร้อนชื้นของประเทศไทยอาจส่งผลต่อความเสถียรของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แนะนำให้ตรวจสอบอัปเดตซอฟต์แวร์ระบบรถเป็นประจำเพื่อให้บลูทูธทำงานได้ปกติ รุ่น Captiva แต่ละปีอาจมีโมดูลบลูทูธแตกต่างกันเล็กน้อย รุ่นใหม่หลังปี 2018 รองรับบลูทูธ 5.0 ที่เร็วขึ้น ทำให้การเล่นเพลงและการสนทนาชัดเจนยิ่งขึ้น หากคุณใช้บลูทูธเล่นเพลงบ่อยๆ หลังเชื่อมต่อเสร็จสามารถใช้ปุ่มควบคุมมัลติมีเดียบนพวงมาลัยเพื่อเปลี่ยนเพลงและปรับเสียงได้ ซึ่งสะดวกมากเวลาติดการจราจรในกรุงเทพฯ
Q
รถ Chevrolet Captiva ราคาเท่าไหร่
สวัสดีค่ะ สำหรับเรื่องราคารถ Chevrolet Captiva ในประเทศไทย จากข้อมูลตลาดตอนนี้ SUV รุ่นนี้มีราคาอยู่ที่ประมาณ 1-1.5 ล้านบาท โดยราคาจะแตกต่างกันไปตามระดับเครื่องยนต์ อุปกรณ์เสริม ปีที่ผลิต และโปรโมชั่นจากตัวแทนจำหน่าย Captiva เป็น SUV ขนาดกลางที่ได้รับความนิยมในหมู่ครอบครัวไทยเพราะมีพื้นที่กว้างขวางและฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน โดยเฉพาะเหมาะกับสภาพถนนหลายแบบในไทย เพราะมีระบบช่วงล่างมั่นใจและระยะความสูงจากพื้นรถที่เพียงพอ เวลาซื้อรถในไทยต้องระวังเรื่องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเช่น ประกันรถ ค่าจดทะเบียน และภาษีด้วยนะคะ เพราะจะส่งผลต่อราคาสุดท้ายที่ต้องจ่าย แนะนำให้ติดต่อตัวแทน Chevrolet ในพื้นที่เพื่อขอราคาล่าสุดและนัดทดลองขับ รวมเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกันเช่น Toyota Fortuner หรือ Honda CR-V เพื่อเลือกรถที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและงบประมาณ ส่วนเรื่องมาตรฐานสิ่งแวดล้อมไทย Captiva ก็ผ่านเกณฑ์การปล่อยไอเสียตามกฎหมายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องค่าใช้จ่ายระยะยาวและการดูแลรักษาก็ถือว่าคุ้มค่าในระดับนึงค่ะ
Q
Captiva คืออะไร
Captiva คืออะไร
เชฟโรเลต แคปติวา เป็น SUV ขนาดกลางที่เปิดตัวโดยเชฟโรเลต เคยได้รับความนิยมในตลาดไทยจากพื้นที่กว้างขวางและความประหยัดเหมาะสำหรับครอบครัว แคปติวามีทั้งแบบ 5 ที่นั่งและ 7 ที่นั่ง ตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยที่มองหารถอเนกประสงค์สำหรับครอบครัว การออกแบบของแคปติวาให้ความสบายในการขับขี่ในเมืองและยังสามารถลุยพื้นผิวหลากหลายได้ในระดับหนึ่ง ทั้งรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินให้สมดุลระหว่างการประหยัดน้ำมันและประสิทธิภาพ ในสภาพอากาศไทยที่ร้อนชื้น แคปติวามีความได้เปรียบจากช่วงล่างสูงและระบบแอร์ที่ทำงานได้ดีในชีวิตประจำวัน เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นในระดับเดียวกัน แคปติวายังมีจุดแข็งในเรื่องความสะดวกในการซ่อมบำรุงและอะไหล่ที่มีให้เลือกพอสมควรในระบบบริการหลังการขายไทย อย่างไรก็ตามด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีรถยนต์ รุ่นปัจจุบันของแคปติวาอาจมีระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะน้อยกว่ารุ่นใหม่ๆ แนะนำให้ผู้สนใจเปรียบเทียบความต้องการและงบประมาณของตัวเอง พร้อมทั้งทดลองขับรุ่นอื่นๆ ในระดับราคาใกล้เคียง เช่น โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ หรือ มิตซูบิชิ พาเจโรสปอร์ต ด้วยความที่ตลาด SUV ในไทยยังโตต่อเนื่อง แต่ละแบรนด์ต่างแข่งขันกันในเรื่องพื้นที่ใช้งานและเทคโนโลยีไฮบริด ควรพิจารณาปัจจัยระยะยาวเช่นเครือข่ายบริการและมูลค่าคงเหลือด้วย
Q
Chevrolet Captiva มีแรงม้าเท่าไหร่
Captiva ในตลาดไทยจะมีตัวเลือกเครื่องยนต์ที่แตกต่างกันไปตามรุ่นและปีที่ผลิต ส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร หรือเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร แบบปกติ สำหรับรุ่นดีเซลจะให้กำลังสูงสุดประมาณ 163 แรงม้า ส่วนรุ่นเบนซินอยู่ที่ 167 แรงม้า แต่แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากโบรชัวร์ทางการเพื่อความแน่นอน Captiva ในฐานะ SUV ขนาดกลางถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในเมืองและขับเคลื่อนแบบออฟโรดเล็กน้อย เหมาะกับสภาพพื้นที่หลากหลายในไทย ไม่ว่าจะเป็นการติดไฟแดงในกรุงเทพฯ หรือทางลาดชันในเชียงใหม่ ถ้าเทียบกับรุ่นใกล้เคียงอย่าง Toyota Fortuner หรือ Mitsubishi Pajero Sport แล้ว จุดเด่นของ Captiva อยู่ที่ระบบช่วงล่างแบบอเมริกันที่เน้นความนุ่มสบาย เหมาะกับการเดินทางไกล ข้อควรระวังคือสภาพอากาศร้อนของไทยที่ต้องการการระบายความร้อนของเครื่องยนต์เป็นพิเศษ ควรตรวจสอบระบบหล่อเย็นอย่างสม่ำเสมอ และด้วยราคาน้ำมันที่แตกต่างกัน รุ่นดีเซลอาจจะประหยัดกว่าในระยะยาว ลองเปรียบเทียบความต้องการในการใช้งานกับค่าใช้จ่ายก่อนตัดสินใจซื้อจะดีที่สุด
Q
Captiva ผลิตที่ประเทศไหน
เชฟโรเลต แคปติวาเป็น SUV ขนาดกลางที่ได้รับความนิยมในตลาดไทย โดยแหล่งผลิตจะแตกต่างกันไปตามรุ่นและรุ่นย่อย แคปติวารุ่นแรกๆ ส่วนใหญ่ผลิตที่โรงงานเกาหลีของ GM Daewoo (ปัจจุบันคือ GM Korea) ในขณะที่บางรุ่นอาจถูกผลิตในโรงงานอื่นๆ ของ GM ทั่วโลก เช่น อินเดียหรือโรงงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับแคปติวาที่ขายในไทย บางรุ่นอาจนำเข้าในรูปแบบ CKD หรืออาจผลิตในโรงงานพันธมิตรของ GM ในอาเซียนเพื่อตอบสนองความต้องการในท้องถิ่น จุดเด่นของแคปติวาสำหรับคนไทยคือพื้นที่ภายในกว้างขวางและใช้งานได้หลากหลาย เหมาะสำหรับครอบครัว นอกจากนี้เครือข่ายตัวแทนจำหน่ายเชฟโรเลตในไทยยังให้บริการหลังการขายที่ครบวงจร ในการเลือกซื้อควรดูความแตกต่างของอุปกรณ์ในแต่ละรุ่น เช่น รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 2.0L เหมาะกับการขับทางไกล ในขณะที่รุ่นเบนซิน 2.4L ให้ความรู้สึกนุ่มนวลกว่าในสภาพการขับขี่ในเมือง และเนื่องจากอากาศร้อนของไทย แนะนำให้เลือกอุปกรณ์เสริมเช่นเบาะนั่งระบายอากาศและกระจกกันความร้อน เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน ซึ่งรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้จะช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ได้อย่างชัดเจน
Q
Captiva 2012 มีกี่รุ่น
แคปติวารุ่นปี 2012 ในตลาดไทยแบ่งออกเป็น 2 เวอร์ชั่นหลักๆ คือรุ่น LT ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร กับรุ่น LTZ ที่ใช้เครื่องเบนซิน 2.4 ลิตร โดยทั้งสองรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าแบบ FWD รุ่นดีเซลโดดเด่นเรื่องแรงบิดสูงที่รอบต่ำและประหยัดน้ำมัน เหมาะสำหรับการเดินทางไกล ส่วนรุ่นเบนซินให้ความรู้สึกเร่งที่นุ่มนวลกว่า ทั้งคู่มาพร้อมกับฟีเจอร์ความสะดวกสบายระดับมาตรฐานในยุคนั้น เช่น เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น และระบบเสียงพื้นฐาน ด้านความปลอดภัยมีถุงลมนิรภัยคู่พร้อมระบบ ABS+EBD เป็นมาตรฐาน พูดถึงแคปติวาแล้วต้องบอกว่าเป็น SUV ระดับกลางที่ฮิตมากในไทยยุคนั้น ด้วยการออกแบบห้องโดยสาร 7 ที่นั่งที่กว้างขวางรวมถึงความสูงช่วงล่าง 182 มม. ที่ตอบโจทย์สภาพเส้นทางหลากหลายของไทย โดยเฉพาะรุ่นดีเซลที่ขายดีเพราะตรงใจคนไทยที่เน้นเรื่องประหยัดน้ำมัน ความสำเร็จของ SUV ระดับกลางในตลาดไทยแบบนี้แสดงให้เห็นว่าคนไทยยังต้องการรถครอบครัวอเนกประสงค์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในรุ่นที่อัพเกรดมาหลังๆ ก็ได้เพิ่มทั้งเทคโนโลยีและสมรรถนะให้ดียิ่งขึ้น
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
ความแตกต่างระหว่าง BMW X5 ปี 2020 และ 2021 คืออะไร?
รถยนต์ BMW X5 รุ่นปี 2020 และ 2021 เป็นรถ SUV ขนาดกลางถึงใหญ่ที่มีขนาดเท่ากัน (ความยาว 4930 มม. ความกว้าง 2004 มม. ความสูง 1776 มม. และระยะฐานล้อ 2975 มม.) ทั้งสองรุ่นมีเครื่องยนต์ให้เลือกสองแบบ คือ เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 2.0 ลิตร หรือ 3.0 ลิตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ความแตกต่างหลักระหว่างสองรุ่นนี้อยู่ที่การกำหนดค่า รายละเอียดภายนอก และการปรับแต่งระบบส่งกำลังบางส่วน: รุ่นปี 2021 มาพร้อมกับฝากระโปรงท้ายแบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ และระบบกุญแจแบบไร้สัมผัสสำหรับทั้งคัน เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานประจำวัน มีสีตัวถังใหม่สองสี คือ สีน้ำเงินแทนซาไนต์ และสีม่วงอเมทิสต์ และบางรุ่นติดตั้งไฟหน้าเลเซอร์ ในส่วนของภายใน ปุ่มควบคุมระดับเสียงแบบมีพื้นผิวคริสตัลถูกถอดออก เพดาน Alcantara และม่านบังแดดหลังคาซันรูฟด้านหลังที่เป็นอุปกรณ์เสริมถูกแทนที่ด้วยผ้าธรรมดา และเบาะหลังไม่มีไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารหากไม่มีการกำหนดค่าเฉพาะ ในแง่ของการปรับแต่ง รุ่น xDrive40i M Sport Package มาพร้อมระบบกันสะเทือนแบบถุงลมคู่เป็นมาตรฐาน (เป็นอุปกรณ์เสริมในรุ่นปี 2020) แพ็คเกจ Off-Road มีราคาลดลง แพ็คเกจ Comfort เพิ่มระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ระยะไกล และท่อไอเสีย M Sport เป็นอุปกรณ์เสริมในบางรุ่น ในด้านกำลัง รุ่นปี 2021 ใช้เครื่องยนต์ 2.0T ที่มีกำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 265 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ในขณะที่รุ่นปลั๊กอินไฮบริด xDrive45e มีพารามิเตอร์กำลังที่ได้รับการปรับปรุงและให้ระยะการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วน การอัพเกรดเหล่านี้ทำให้รุ่นปี 2021 เหนือกว่าในด้านความสะดวกสบายและรายละเอียด ตอบสนองความต้องการด้านความชาญฉลาดและความสะดวกสบายของผู้ใช้
Q
“2020 BMW 5 Series มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน?”
รถบีเมอร์ 5 ซีรีส์ ปี 2020 มีประสิทธิภาพความน่าเชื่อถือโดยรวมที่เสถียร โดยมีเครื่องยนต์ตุ๊บทอร์โบ B48/B58 ที่ผ่านการทดสอบจากตลาดมานานหลายปี ทำให้อัตราการเสียหายค่อนข้างต่ำ ส่วนเกียร์ออโต้ ZF 8AT ที่จับคู่ก็โด่งดังเรื่องความทนทาน ซึ่งชุดเครื่องยนต์และเกียร์ได้รับข้อเสนอแนะเชิงบวกมากมายในการใช้งานจริง
คุณภาพในช่วงรถใหม่คุ้มที่จะเชื่อถือ แต่ระบบกลางเบา 48V ที่ติดตั้งในรถบางรุ่นแม้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน แต่อาจมีปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในจำนวนเล็กน้อย และปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่ปรากฏการณ์ทั่วไป อัตราการเสียหายยังได้รับผลกระทบจากนิสัยการขับขี่และสถานะการบำรุงรักษา
ในด้านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบหน้าจอควบคุม iDrive 7.0 ทำงานราบรื่น มีเพียงผู้ใช้รถบางคนรายงานว่าเซ็นเซอร์แจ้งเตือนผิดพลาดเป็นครั้งคราว ซึ่งโดยทั่วไปสามารถแก้ไขได้ด้วยการอัปเดตซอฟต์แวร์
เมื่อใช้งานในระยะยาว หากรักษานิสัยการขับขี่ที่เหมาะสมและบำรุงรักษาเป็นประจำ รถยนต์สามารถรักษาสภาพที่ดีได้ ปัญหาขนาดเล็กทั่วไป เช่น เสียงดังจากหน้าต่างรถหรือประสิทธิภาพการทำความเย็นของแอร์ เป็นต้น หลังจากได้รับการแก้ไขโดยผู้เชี่ยวชาญแล้วก็ไม่ส่งผลต่อการขับขี่ปกติ
โดยรวมแล้ว รถบีเมอร์ 5 ซีรีส์ ปี 2020 มีความน่าเชื่อถือในตลาดรถระดับลักซ์ซูรีขนาดกลางถึงใหญ่อยู่ในระดับที่ดี ตราบใดที่ดูแลรักษาในชีวิตประจำวันได้ดี ก็สามารถให้ผู้ใช้ประสบการณ์การใช้งานที่เสถียร
Q
ความแตกต่างระหว่าง BMW X5 รุ่นปี 2019 และปี 2020 คืออะไร?
เมื่อเทียบกับรุ่นปี 2019 แล้ว BMW X5 รุ่นปี 2020 มีการเปลี่ยนแปลงหลักๆ อยู่ที่การปรับแต่งการกำหนดค่าและการปรับปรุงรายละเอียดเล็กน้อย ความแตกต่างภายนอกนั้นน้อยมาก โดยมีขนาดตัวถัง (ความยาว...) เท่าเดิม
ขนาดตัวรถมีความยาว 4930 มม. ความกว้าง 2004 มม. ความสูง 1776 มม. และระยะฐานล้อ 2975 มม. ทุกรุ่นมีให้เลือกทั้งแพ็คเกจ X Design และแพ็คเกจ M Sport แต่รุ่นพื้นฐานปี 2020 จะไม่มีแพ็คเกจ M Sport เหลือเพียงแพ็คเกจ X Design เท่านั้น แพ็คเกจ M Sport โดดเด่นด้วยการตกแต่งสีดำรอบไฟตัดหมอกเพื่อความดุดันยิ่งขึ้น และดีไซน์สเกิร์ตด้านล่างแตกต่างจากแพ็คเกจ X Design ในด้านระบบความปลอดภัย รุ่นปี 2020 มาพร้อมถุงลมนิรภัยสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ถุงลมนิรภัยด้านข้างด้านหน้า และถุงลมนิรภัยเหนือศีรษะด้านหน้าและด้านหลัง ระบบเบรกอัตโนมัติและระบบเตือนความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่เป็นอุปกรณ์เสริมในรุ่นอื่นๆ ยกเว้นรุ่นท็อปสุด กระจกมองหลังมาพร้อมระบบปรับไฟฟ้า พับได้ บันทึกตำแหน่ง อุ่นกระจก ปรับอัตโนมัติเมื่อถอยหลัง พับอัตโนมัติเมื่อล็อก และฟังก์ชั่นลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ กระจกมองหลังภายในยังมาพร้อมระบบลดแสงสะท้อนอัตโนมัติเป็นมาตรฐาน ภายในรถมีการออกแบบพวงมาลัยที่แตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับแพ็คเกจ แต่ทุกรุ่นหุ้มด้วยหนังและรองรับการปรับไฟฟ้า 4 ทิศทางพร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ แผงหน้าปัด LCD ขนาด 12.3 นิ้วและหน้าจอควบคุมส่วนกลางเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน สำหรับรายละเอียดการปรับแต่ง บางรุ่นมีการเปลี่ยนแปลง เช่น แพ็คเกจ xDrive40i M Sport ได้ตัดคุณสมบัติเสริมบางอย่างออกไป เช่น ระบบเตือนการออกนอกเลนและระบบตรวจสอบจุดบอด ส่วนแพ็คเกจ Premium M Sport เพิ่มเฟืองท้ายแบบจำกัดการลื่นไถลด้านหลัง เบาะนั่งแบบสปอร์ต (เป็นอุปกรณ์เสริม) เบาะนั่งด้านหน้าแบบปรับความร้อนได้ และกล้องติดหน้ารถ ขณะที่ระบบควบคุมด้วยท่าทางเป็นอุปกรณ์เสริม ทุกรุ่นมาพร้อมฟังก์ชันเชื่อมต่อรถยนต์เป็นมาตรฐาน ระบบส่งกำลังยังคงเหมือนเดิม คือเครื่องยนต์ 2.0T และ 3.0T และข้อมูลจำเพาะไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ราคาของรุ่นปี 2020 ยังคงเท่ากับรุ่นปี 2019 โดยการปรับปรุงโดยรวมมุ่งเน้นไปที่การยกระดับประสบการณ์การขับขี่ผ่านคุณสมบัติที่ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น
Q
"2020 BMW มีมูลค่าเท่าไหร่?"
ราคาของรถยนต์ BMW รุ่นปี 2020 แตกต่างกันไปตามรุ่นและการกำหนดค่า ตัวอย่างเช่น X5 xDrive30d xLine ราคา 4,459,000 บาท, xDrive30d M Sport ราคา 4,659,000 บาท และ xDrive45e M Sport ราคา 4,959,000 บาท ส่วนราคารถมือสองรุ่น X2 ปี 2020 อยู่ระหว่างประมาณ 1.2 ล้านถึง 1.8 ล้านบาท โดยราคาที่แน่นอนจะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น สภาพรถและการกำหนดค่า รุ่นต่างๆ มีระบบขับเคลื่อนและระดับการกำหนดค่าที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น X5 hybrid xDrive45e ประหยัดน้ำมันได้ดีกว่า ในขณะที่รุ่น M Sport เน้นคุณสมบัติสปอร์ต ความแตกต่างเหล่านี้สะท้อนให้เห็นในราคา ผู้บริโภคควรพิจารณาความต้องการและงบประมาณของตนเอง รวมถึงปัจจัยต่างๆ เช่น สมรรถนะของรถและการกำหนดค่า เมื่อทำการเลือกซื้อ
Q
รถ BMW X5 ปี 2020 ของฉันมีมูลค่าเท่าไหร่?
มูลค่าปัจจุบันของ BMW X5 ปี 2020 นั้นแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น รุ่น สภาพ ระยะทาง และประวัติการบำรุงรักษา โดยอ้างอิงจากตลาดไทยและประสิทธิภาพการขายต่อของรุ่นนี้ ราคารถใหม่ของ BMW X5 ปี 2020 รุ่นต่างๆ อยู่ระหว่าง 4.459 ล้านถึง 4.959 ล้านบาท โดยมีมูลค่าการขายต่อเฉลี่ยประมาณ 44.7% ในช่วงห้าปีแรก รถที่อยู่ในสภาพดี ไม่มีอุบัติเหตุร้ายแรง และมีประวัติการบำรุงรักษาครบถ้วน ปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 1.9 ล้านถึง 2.2 ล้านบาท รุ่นที่มีสเปคสูงกว่า เช่น M Sport หรือปลั๊กอินไฮบริด หากอยู่ในสภาพดีเยี่ยม อาจมีราคาสูงกว่าเล็กน้อย ในทางกลับกัน ระยะทางวิ่งสูง สภาพปานกลาง หรือประวัติการซ่อมแซม จะส่งผลให้ราคาลดลง ราคาของรถยนต์ประเภทนี้ในตลาดรถมือสองหรูของไทยได้รับผลกระทบจากความผันผวนของความต้องการในตลาด ขอแนะนำให้ทำการประเมินราคา ณ สถานที่จริงผ่านแพลตฟอร์มรถมือสองมืออาชีพในท้องถิ่นหรือตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต เพื่อให้ได้ราคาที่แม่นยำยิ่งขึ้น นอกจากนี้ บันทึกการบำรุงรักษาจากศูนย์บริการ 4S ที่ครบถ้วนและเอกสารที่จำเป็นทั้งหมด ยังสามารถเพิ่มมูลค่าการขายต่อของรถยนต์ได้อีกด้วย
ดูเพิ่มเติม

ข้อดี
ข้อเสีย