Q

วิธีปลดล็อค Porsche Taycan NFS Unfettered Edition

สำหรับการปลดล็อกรถ Porsche Taycan ในเกม NFS Unleashed โดยปกติแล้วคุณต้องทำภารกิจเฉพาะในเกมให้สำเร็จ หรือบรรลุเลเวลที่กำหนด สำหรับวิธีการเฉพาะ คุณสามารถดูคำแนะนำในเกมหรือคู่มืออย่างเป็นทางการได้ รถคันนี้เป็นที่ชื่นชอบของผู้เล่นในเกมด้วยสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของระบบไฟฟ้าและการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ รถคันนี้ในเกมได้รับความนิยมจากผู้เล่นเนื่องจากสมรรถนะไฟฟ้าที่ยอดเยี่ยมและการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ สำหรับนักเล่นเกมชาวไทยแล้ว Porsche Taycan ในชีวิตจริงก็เป็นที่สนใจไม่น้อย โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ที่มีโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการชาร์จไฟค่อนข้างพร้อมเหมาะสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันและการเดินทางไกล Taycan ในฐานะรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นแรกของ Porsche ไม่เพียงมีสมรรถนะการเร่งที่ยอดเยี่ยม แต่ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ขั้นสูงที่ให้ระยะทางขับขี่ที่เสถียรแม้ในสภาพอากาศร้อนของไทย นอกจากนี้ตัวแทนจำหน่าย Porsche ในประเทศไทยยังมีบริการหลังการขายที่ครบวงจรรวมถึงการดูแลแบตเตอรี่และสนับสนุนการชาร์จไฟเพื่อให้เจ้าของรถได้สนุกกับการขับขี่แบบไฟฟ้าอย่างเต็มที่ ถ้าคุณสนใจรถสปอร์ตไฟฟ้า Taycan ถือเป็นตัวเลือกที่น่าจับตามองทั้งในเกมและในชีวิตจริงเพราะมันจะมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมไม่เหมือนใคร
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
ราคา Porsche Taycan Electric ในปี 2024 อยู่ที่เท่าไหร่?
ราคาของ Porsche Taycan รุ่นปี 2024 ในประเทศไทยจะแตกต่างกันไปตามรุ่นและอุปกรณ์เสริม โดยรุ่นพื้นฐานอย่าง Taycan เริ่มต้นที่ประมาณ 4.5 ล้านบาท ส่วนรุ่นสมรรถนะสูงอย่าง Taycan Turbo S อาจมีราคาสูงกว่า 10 ล้านบาท ทั้งนี้ราคาสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับอุปกรณ์เสริมที่เลือกและนโยบายของตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่ ในตลาดไทย Taycan ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้านำเข้า ทำให้มีราคาที่แข่งขันได้มากขึ้น Taycan มาพร้อมเทคโนโลยีการชาร์จเร็วระบบ 800V ที่ทันสมัย ชาร์จไฟได้เร็วมาก พร้อมกับเครือข่ายสถานีชาร์จในประเทศไทยที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ Taycan ยังมีระยะทางการขับขี่และสมรรถนะที่อยู่ในระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม เหมาะทั้งการใช้งานในเมืองและการเดินทางไกล สำหรับผู้บริโภคไทย การเลือก Taycan นั้นไม่เพียงแต่จะได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ระดับสูงของ Porsche แต่ยังได้ประโยชน์จากความประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่มาพร้อมกับรถยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย
Q
ปัญหาของ Porsche Taycan ในปี 2024 คืออะไร?
ปัญหาหลักของ Porsche Taycan รุ่นปี 2024 ในตลาดไทยจะเน้นไปที่ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่และความเร็วในการชาร์จภายใต้อุณหภูมิสูง เนื่องจากประเทศไทยมีอากาศร้อนชื้นตลอดปี อุณหภูมิที่สูงมากอาจทำให้ระบบระบายความร้อนของแบตเตอรี่ทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้ระยะทางการขับขี่ไม่คงที่ นอกจากนี้ เจ้าของรถบางรายยังรายงานว่ากำลังในการชาร์จเกิดการผันผวนในระหว่างการชาร์จเร็ว ซึ่งเกี่ยวข้องกับแรงดันไฟฟ้าของระบบไฟที่ไม่เสถียรในบางส่วนของประเทศไทย สำหรับผู้ใช้ในไทย แนะนำให้เลือกรุ่นที่ติดตั้งระบบชาร์จเร็วแรงดันสูง 800V เป็นหลัก และควรชาร์จที่สถานีชาร์จที่ได้รับการรับรองจาก Porsche พร้อมทั้งตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่เป็นประจำที่ศูนย์บริการ ทางผู้จำหน่าย Porsche ในไทยได้เปิดตัวแพ็กเกจดูแลแบตเตอรี่เฉพาะสำหรับภูมิอากาศเขตร้อนแล้ว ควรระลึกไว้เสมอว่าการใช้รถไฟฟ้าในเขตร้อนต้องให้ความสำคัญกับการจัดการอุณหภูมิแบตเตอรี่เป็นพิเศษ เมื่อจอดรถควรเลือกที่ร่มหรือใช้ที่บังแดด การตากแดดเป็นเวลานานจะทำให้ระบบปรับอุณหภูมิแบตเตอรี่ทำงานบ่อยขึ้น ส่งผลให้สิ้นเปลืองพลังงานมากขึ้น แม้ Porsche จะติดตั้งระบบจัดการอุณหภูมิแบตเตอรี่ที่ทันสมัยใน Taycan แต่ในสภาพอากาศสุดขั้วก็ยังจำเป็นที่เจ้าของรถต้องใช้งานอย่างถูกวิธีร่วมด้วย
Q
ราคา Porsche Taycan EV ปี 2024 อยู่ที่เท่าไหร่?
รถยนต์ไฟฟ้า Porsche Taycan รุ่นปี 2024 ที่ประเทศไทย ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 4,990,000 บาท (ราคาอาจมีการปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์เสริมและอัตราแลกเปลี่ยน) สปอร์ตคาร์ไฟฟ้ารุ่นนี้ได้รับความนิยมจากกลุ่มลูกค้าระดับสูงของไทยด้วยสมรรถนะอันยอดเยี่ยมและการตกแต่งที่หรูหรา รุ่นมาตรฐานให้กำลังสูงสุดประมาณ 408 แรงม้า ส่วนรุ่น Turbo S นั้นยิ่งทรงพลังด้วยกำลังสูงถึง 952 แรงม้า เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.8 วินาที เหมาะสมกับทั้งการขับขี่ในเมืองและนอกเมืองของไทย ในตลาดไทย Taycan รองรับระบบชาร์จเร็วมาตรฐาน CCS2 ที่สามารถชาร์จไฟจาก 5% ถึง 80% ได้ภายใน 30 นาที ซึ่งตอบโจทย์โครงข่ายสถานีชาร์จที่กำลังขยายตัวในประเทศไทย นอกจากนี้ระบบช่วงล่างแบบปรับระดับได้อัจฉริยะยังช่วยเพิ่มความสบายในการขับขี่ทั้งในสภาพการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ และการขับเคลื่อนบนเส้นทางคดเคี้ยวในเขตภูเขาของไทย ที่น่าสนใจคือ รัฐบาลไทยมีมาตรการสนับสนุนรถไฟฟ้า ทั้งการลดภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิต ทำให้ Taycan มีความได้เปรียบด้านราคาเมื่อเทียบกับสปอร์ตคาร์แบบเครื่องยนต์สันดาป แนะนำให้ผู้ที่สนใจไปทดลองขับที่โชว์รูม Porsche ในกรุงเทพฯ หรือพัทยา เพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่สปอร์ตคาร์ไฟฟ้าที่มาพร้อมกับระบบแรงดันสูง 800 โวลต์ ที่ให้สมรรถนะสูงต่อเนื่องและความสนุกสนานที่ไม่เหมือนใคร
Q
ระยะการใช้งานจริงของ Taycan 2024 คือเท่าไหร่?
สำหรับรุ่น Porsche Taycan 2024 ในประเทศไทย ระยะทางจริงจะแตกต่างกันไปตามรุ่นและสภาพการขับขี่ จากข้อมูลทางการ รุ่น Taycan 4S ในมาตรฐาน WLTP จะวิ่งได้ประมาณ 463 กิโลเมตร ส่วนรุ่น Turbo S ประสิทธิภาพสูงจะอยู่ที่ประมาณ 440 กิโลเมตร ในสภาพอากาศร้อนและการจราจรติดขัดในเมืองของไทย ระยะทางจริงอาจลดลงประมาณ 10%-15% แต่ระบบชาร์จเร็วแรงดันสูง 800V ของ Taycan นั้นเหมาะกับตลาดไทยมาก โดยเมื่อใช้สถานีชาร์จ 350kW จะใช้เวลาเพียง 22 นาทีในการชาร์จจาก 5% ถึง 80% และเครือข่ายสถานีชาร์จในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างภูเก็ต เชียงใหม่ กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ช่วยลดความกังวลเรื่องระยะทางได้มาก อย่างไรก็ตาม ระยะทางของรถไฟฟ้านั้นขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่อย่างมาก การเร่งเครื่องอย่างนุ่มนวลและการใช้ระบบรีเจนเนอเรทีฟเบรกอย่างเหมาะสมจะช่วยเพิ่มระยะทางได้อย่างเห็นชัด รัฐบาลไทยมีนโยบายส่งเสริมรถไฟฟ้าโดยลดภาษี ทำให้ Taycan ในฐานะรถไฟฟ้านำเข้าจัดอยู่ในตำแหน่งที่ดีในตลาดรถไฟฟ้าระดับพรีเมียมของไทย แนะนำให้ผู้บริโภคไทยพิจารณาระยะทางในการเดินทางประจำวันและความสะดวกในการชาร์จก่อนเลือกขนาดแบตเตอรี่ที่เหมาะสม
Q
มีการเรียกคืน Taycan 2024 หรือไม่?
ปัจจุบันยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการจากทาง Porsche Thailand เกี่ยวกับการเรียกคืนรถรุ่น Taycan ปี 2024 ในตลาดไทย สำหรับเจ้าของรถที่ต้องการตรวจสอบ สามารถเข้าไปที่หน้าเช็คข้อมูลเรียกคืนในเว็บไซต์ทางการของ Porsche Thailand หรือติดต่อตัวแทนจำหน่ายโดยตรงเพื่อยืนยันข้อมูลด้วยหมายเลข VIN (Vehicle Identification Number) ของรถ ในประเทศไทยกระบวนการเรียกคืนรถจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสถาบันมาตรฐานอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (TISI) ร่วมกับทางแบรนด์ ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของรถ EV ทางกรมการขนส่งทางบกก็จะมีส่วนร่วมในการดำเนินการด้วย สำหรับเจ้าของรถไฟฟ้า แนะนำให้ตรวจสอบระบบไฟฟ้าแรงสูงเป็นประจำที่ศูนย์บริการ เนื่องจากสภาพอากาศร้อนของไทยอาจส่งผลให้ระบบระบายความร้อนของแบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วขึ้น โดยศูนย์บริการ Porsche ในไทยมีอุปกรณ์ตรวจสอบมาตรฐานเยอรมันที่สามารถวิเคราะห์ปัญหาได้อย่างแม่นยำ ที่น่ากล่าวถึงคือ รัฐบาลไทยให้สิทธิพิเศษทางภาษีและสนับสนุนนโยบายสำหรับยานยนต์ไฟฟ้านำเข้า แต่ผู้บริโภคควรทราบว่ารุ่นที่ผลิตสำหรับตลาดยุโรปอาจต้องมีการปรับแต่งเพิ่มเติมเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพอากาศร้อน ซึ่งไม่ถือเป็นการเรียกคืน แต่เป็นบริการดูแลป้องกันจากทางแบรนด์ หากมีประกาศเรียกคืนในอนาคต เจ้าของรถในไทยจะได้รับแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชันเฉพาะของ Porsche ซึ่งมีการปรับแต่งให้รองรับการบริการในประเทศไทยแล้ว
Q
การปรับปรุงของ Taycan ในปี 2024 คืออะไร?
รุ่นปี 2024 ของ Porsche Taycan ได้รับการอัปเกรดหลายจุด โดยเฉพาะในด้านสมรรถนะและเทคโนโลยีการชาร์จที่พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แบตเตอรี่ระบบใหม่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ช่วยให้วิ่งได้ไกลกว่ารุ่นก่อนหน้าประมาณ 15% แม้ในสภาพอากาศร้อนของไทยก็ยังคงความเสถียร นอกจากนี้ ระบบชาร์จเร็วยังได้รับการปรับปรุงให้ชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ภายใน 18 นาที ซึ่งตอบโจทย์ผู้ใช้ในไทยเป็นอย่างดี เพราะขณะนี้ไทยกำลังขยายโครงข่ายสถานีชาร์จ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ที่เริ่มมีจุดชาร์จให้เห็นมากขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น Taycan 2024 ยังอัปเกรดระบบช่วงล่างและฟังก์ชันช่วยขับขี่ให้เหมาะกับสภาพถนนในเมืองที่ค่อนข้างซับซ้อนและการเดินทางไกลของไทย ส่วนภายในใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมเพิ่มฟีเจอร์เฉพาะท้องถิ่น เช่น ระบบแอร์ที่แรงขึ้นเพื่อความสบายแม้อากาศร้อนจัด ที่สำคัญ Porsche ในไทยมีเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครอบคลุม มั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลอย่างมืออาชีพ อัปเกรดทั้งหมดนี้ทำให้ Taycan ติดตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยได้ดีขึ้น และยังสอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการใช้ EV ของรัฐบาลไทยอีกด้วย
Q
ช่วงของ Taycan 2024 ใหม่คือเท่าไหร่?
รุ่นปี 2024 ของ Porsche Taycan สามารถวิ่งได้ไกลสุดถึง 678 กิโลเมตร ตามมาตรฐานการทดสอบ WLTP แต่ตัวเลขจริงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับรุ่นและการใช้งาน เช่น รุ่น Turbo S ที่สมรรถนะสูงกว่าจะวิ่งได้ระยะทางสั้นกว่ารุ่นขับเคลื่อนล้อหลังที่เมื่อใช้โหมดประหยัดพลังงานจะวิ่งได้ไกลกว่า สภาพอากาศร้อนของไทยมีผลต่อระยะวิ่งของรถไฟฟ้า แนะนำให้เจ้าของรถใช้ระบบปรับอากาศอย่างเหมาะสมและเลือกจอดในที่ร่มเพื่อรักษาประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ นอกจากนี้เครือข่ายสถานีชาร์จที่กำลังขยายตัวในไทยก็ช่วยลดความกังวลเรื่องระยะวิ่งสำหรับการเดินทางไกล เทคโนโลยีการชาร์จเร็วระบบ 800 โวลต์ของ Taycan สามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 22.5 นาที เหมาะสมกับการเดินทางระหว่างเมืองในไทย ขณะที่ระบบช่วงล่างปรับอากาศได้ก็ช่วยให้ขับขี่สบายแม้ในบางพื้นที่ที่ถนนสภาพไม่ดี ระยะวิ่งของรถไฟฟ้ายังได้รับผลกระทบจากสไตล์การขับ ขนาดบรรทุกและภูมิประเทศ การบำรุงรักษาระบบแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอและการใช้อุปกรณ์ชาร์จของทางศูนย์สามารถช่วยรักษาประสิทธิภาพได้ดีที่สุด โดยศูนย์บริการ Porsche ในไทยยังมีบริการตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่ที่จะช่วยให้เจ้าของรถดูแลรถได้อย่างเหมาะสม
Q
ราคา Porsche Taycan ปี 2024 อยู่ที่เท่าไหร่?
รถยนต์ไฟฟ้าล้วนรุ่นแรกของ Porsche อย่าง Taycan รุ่นปี 2024 เริ่มต้นราคาที่ไทยประมาณ 4.9 ล้านบาท (ราคาอาจเปลี่ยนแปลงตามอุปกรณ์เสริมและการปรับแต่ง) โดยมาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็วระบบแรงดันสูง 800V ที่สถานีชาร์จพอร์เช่ในกรุงเทพฯและเมืองหลักอื่นๆ ของไทย สามารถเติมพลังงานให้วิ่งได้ประมาณ 400 กิโลเมตรในเวลาเพียง 15 นาที สำหรับผู้บริโภคไทยต้องระวังเรื่องภาษีนำเข้ารถ EV ที่สูงถึง 80% (รวมภาษีสรรพสามิตและ VAT) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ราคาในไทยสูงกว่าตลาดยุโรปและอเมริกา ส่วนรุ่น Turbo S สเปคสูงสุดอาจพุ่งไปกว่า 12 ล้านบาท แต่แลกมากับสมรรถนะเร้าใจ 761 แรงม้า ที่น่าสนใจคือรัฐบาลไทยมีมาตรการลดภาษีสำหรับรถ EV โดย Taycan จะได้รับประโยชน์จากการลดภาษีนำเหลือครึ่งหนึ่ง (จาก 80% เหลือ 40%) และภาษีสรรพสามิตลดจาก 8% เหลือเพียง 2% มาตรการนี้จะมีผลจนถึงสิ้นปี 2568 ปัจจุบันพอร์เช่มีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 12 แห่งในไทย โดยกระจายอยู่ในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต และเมืองหลักอื่นๆ พร้อมบริการหลังการขายครบวงจร สำหรับสภาพอากาศร้อนของไทย Taycan มาพร้อมระบบปั๊มความร้อนมาตรฐานที่ช่วยลดการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่จากความร้อนสูง โดยแบตเตอรี่ขนาด 93.4kWh ให้ระยะทางจริงประมาณ 380-420 กิโลเมตรในการใช้งานทั่วไปในเมืองไทย
Q
ได้เลย! นี่คือคำแปลเป็นภาษาไทย: รถ Porsche Taycan ปี 2022 เป็นรถที่เหมาะสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันหรือไม่?
พอดีจะมาเล่าให้ฟังเรื่อง Porsche Taycan รุ่นปี 2022 นะครับ รถยนต์ไฟฟ้าระดับหรูคันนี้ขับในเมืองไทยได้ดีมากๆ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่รถติดเป็นประจำ แรงเร่งที่ตอบสนองไวและการควบคุมที่แม่นยำช่วยให้ตัดรถหรือเปลี่ยนเลนได้ง่ายขึ้น แถมยังเงียบไม่เหมือนรถน้ำมัน ช่วยลดความเครียดเวลาเจอรถติดได้เยอะเลย ส่วนเรื่องระยะทางก็ใช้ได้อยู่ครับ ตามมาตรฐาน WLTP วิ่งได้เกิน 400 กิโลเมตร แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับการขับรถไปทำงานในเมืองไทยแล้ว ยิ่งตอนนี้สถานีชาร์จไฟในไทยมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แถมพอสเช่ยังมีสถานีชาร์จเฉพาะของเขาที่กรุงเทพฯ ด้วย ใช้สะดวกสุดๆ เข้าไปในห้องโดยสารจะรู้สึกถึงความประณีตของงานประกอบและเทคโนโลยีครบครัน โดยเฉพาะระบบช่วงล่างปรับอากาศที่ทำงานได้ดีกับสภาพถนนไทย ทั้งบนทางด่วนเรียบๆ และถนนขรุขระแถวชานเมือง ที่สำคัญคืออากาศร้อนๆ แบบไทยๆ ไม่มีผลต่อแบตเตอรี่มากนัก เพราะ Taycan มีระบบควบคุมอุณหภูมิแบตเตอรี่ที่ทำงานได้เสถียร แม้อากาศจะร้อนแค่ไหนก็ตาม เรื่องความจุกระโปรงหลังอาจไม่ใหญ่โตมาก แต่ก็เพียงพอสำหรับครอบครัวทั่วไป แถมดีไซน์แบบแฮทช์แบคยังทำให้หยิบของสะดวกขึ้นอีกด้วย ในตลาดไทย Taycan ยังได้ประโยชน์จากนโยบายส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้านำเข้า ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในกลุ่มรถไฟฟ้าระดับหรูครับ
Q
ประสิทธิภาพของ Taycan ปี 2022 เป็นอย่างไร
รถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตสมรรถนะสูง Porsche Taycan รุ่นปี 2022 กำลังทำผลงานได้ดีในตลาดไทย ด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Twin Motor ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 761 แรงม้าในโหมดโอเวอร์บูสต์ เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.8 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 260 กม./ชม. ตัวรถใช้ระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 800V ที่ทำงานร่วมกับเครือข่ายสถานีชาร์จในไทยที่กำลังขยายตัว โดยในกรุงเทพฯ และเมืองหลักอื่นๆ สามารถชาร์จไฟเร็วถึง 80% ในเวลาเพียง 22.5 นาที ให้ระยะทางขับขี่ 400-500 กิโลเมตรตามรุ่น แค่นี้ก็เพียงพอต่อการใช้งานประจำวันหรือแม้แต่เดินทางข้ามจังหวัดแล้ว สิ่งที่โดดเด่นคือ Taycan มาพร้อมระบบAdaptive Air Suspension และ Torque Vectoring มาตรฐานที่ตอบโจทย์สภาพถนนหลากหลายแบบในไทย ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางคดเคี้ยวบนดอยที่เชียงใหม่หรือถนนเลียบชายทะเลพัทยา ก็ควบคุมการขับขี่ได้อย่างแม่นยำ ในฐานะรถไฟฟ้ารุ่นแรกของพอร์ช Taycan สืบทอด DNA สปอร์ตของแบรนด์ไว้อย่างครบถ้วน ขณะที่การออกแบบไฟฟ้าทำให้รถยังคงสมรรถนะมั่นคงแม้ในอากาศร้อนของไทย เนื่องจากมีระบบจัดการความร้อนแบตเตอรี่อันล้ำสมัยที่ป้องกันการเสื่อมสภาพจากอุณหภูมิสูง ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่คนไทยให้ความสนใจเป็นพิเศษ
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

หน้าตาหรูหราตามองแหลม การออกแบบที่สมบูรณ์แบบ รูปทรงที่ทันสมัย หน้ารถกว้างและแบน ราวล้อที่สวยงาม
ภายในแต่งตัวด้วยหรูหรา มีความรู้สึกที่สุดของเทคโนโลยี ใช้การออกแบบ Foot garages ตำแหน่งการวางกลุ่มแบตเตอรี่ทำให้ความสะดวกสบายในการเดินทางของแถวหลังเพิ่มขึ้น
พลังงานที่แรงกระแส Taycan 4S มอเตอร์ความสูงสุด 435 แรงม้า ในโหมด Launch Control สามารถเป็นไปได้ถึง 530 แรงม้า 0-100km/h เร่ง 4.0 วินาที
ชุดวงจรควบคุมด้านหน้าเป็นแขนงอิสระสองคู่ ด้านหลังเป็นลิงก์หลายตัว ช่วยสนับสนุนดี

ข้อเสีย

จุดบริการหลังการขายน้อย, การให้บริการของผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ AAS มีขอบเขตจำกัด, มีเพียงบางแห่งในกรุงเทพฯ
อะไหล่, การซ่อมบำรุง, ค่าบริการสูง
ไม่สะดวกในการใช้งานในประเทศไทย, 100% ไฟฟ้า, จำเป็นต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกในการชาร์จ, อาจจะเป็นปัญหาสำหรับผู้ที่พักอาศัยในอาคารพานิชย์

Q&A ล่าสุด

Q
"รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดดีหรือไม่?"
รถยนต์พลังงานไฮบริดแบบเสียบไฟฟ้า (PHEV) มีข้อได้เปรียบที่สำคัญในตลาดไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการใช้งานทั้งการเดินทางประจำวันและการเดินทางไกล ข้อได้เปรียบหลัก ได้แก่ ความประหยัด เช่น การขับขี่ปีละ 10,000 กิโลเมตรสามารถประหยัดค่าน้ำมันได้ประมาณ 4,000 บาทเมื่อเทียบกับรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน และในสภาพแบตเตอรี่เต็ม โหมดไฟฟ้าล้วนจะมีต้นทุนต่อกิโลเมตรเพียง 0.1 บาท ส่วนอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงรวมอยู่ที่ 4-5 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ด้านนโยบาย PHEV สามารถจดทะเบียนป้ายสีเขียวและได้รับยกเว้นภาษีซื้อรถ รวมถึงไม่ถูกจำกัดการสัญจร ในด้านการขับขี่ มอเตอร์และเครื่องยนต์ทำงานร่วมกันเพื่อให้การเร่งที่ราบเรียบ (เช่น เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 7 วินาที) และความเงียบที่ดี บางรุ่นยังมีระบบช่วงล่างอากาศและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ แต่ต้องคำนึงถึงข้อจำกัด เช่น ต้นทุนแบตเตอรี่สูง (ค่าเปลี่ยนประมาณ 50% ของราคารถ) และความจำเป็นต้องมีแหล่งชาร์จ หากไม่มีจุดชาร์จที่บ้าน สถานีชาร์จสาธารณะที่น้อยอาจทำให้กังวลเรื่องระยะทาง นอกจากนี้ ระยะทางขับขี่ในฤดูหนาวอาจลดลงถึง 50% มูลค่าซื้อขายต่อ也比รถน้ำมันต่ำกว่า 10-15% และมีค่าเบี้ยประกันกับค่าบำรุงรักษาที่สูงกว่า แนะนำให้เลือกรุ่นที่วิ่งด้วยไฟฟ้าได้ ≥ 100 กิโลเมตร และตรวจสอบความสะดวกในการชาร์จ หากต้องเดินทางไกลบ่อยหรือไม่มีแหล่งชาร์จที่แน่นอน รถไฮบริดแบบดั้งเดิมอาจเหมาะสมกว่า
Q
รถปลั๊กอินไฮบริดทำงานเหมือนกับรถไฮบริดหรือไม่?
รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรถยนต์ไฮบริด (HEV) มีความแตกต่างกันอย่างพื้นฐานในหลักการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการใช้พลังงาน ตรรกะด้านพลังงาน และคุณลักษณะเชิงนโยบาย PHEV ติดตั้งแบตเตอรี่ความจุสูง 15-30 kWh รองรับการชาร์จภายนอก และสามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกล 50-200 กิโลเมตร สำหรับการเดินทางระยะสั้น รถยนต์เหล่านี้จะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างเดียว โดยไม่มีเครื่องยนต์เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ไม่มีการปล่อยมลพิษ สำหรับการขับขี่ระยะไกล รถยนต์เหล่านี้จะสลับไปใช้โหมดไฮบริดโดยอัตโนมัติ ทำให้ยังคงรักษาข้อได้เปรียบด้านระยะทางของรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินไว้ได้ กำลังมอเตอร์ของ PHEV โดยทั่วไปอยู่ระหว่าง 50-150 kW และการตอบสนองด้านพลังงานเมื่อชาร์จเต็มจะใกล้เคียงกับรถยนต์ไฟฟ้าล้วน ในทางกลับกัน HEV ใช้แบตเตอรี่ความจุต่ำ 1-2 kWh และเติมพลังงานแบบพาสซีฟผ่านทางเครื่องยนต์หรือการกู้คืนพลังงานจลน์เท่านั้น รถยนต์ไฮบริดแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) ไม่สามารถชาร์จไฟจากภายนอกได้ มีระยะการวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนน้อยกว่า 5 กิโลเมตร และมอเตอร์ไฟฟ้า (10-30 กิโลวัตต์) จะช่วยเสริมเครื่องยนต์เฉพาะตอนสตาร์ทหรือที่ความเร็วต่ำเท่านั้น ที่ความเร็วเกิน 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถยนต์เหล่านี้จะขับเคลื่อนด้วยน้ำมันเบนซินล้วนๆ ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วก็คือรถยนต์เบนซินที่ได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสมนั่นเอง ในแง่ของนโยบาย รถยนต์ PHEV ที่ตรงตามมาตรฐานรถยนต์พลังงานใหม่จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น ป้ายทะเบียนสีเขียวและการยกเว้นภาษีซื้อ ในขณะที่รถยนต์ไฮบริดแบบธรรมดา (HEV) จัดอยู่ในประเภทรถยนต์ประหยัดพลังงาน ต้องเสียภาษีซื้อและไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ใดๆ จากนโยบายรถยนต์พลังงานใหม่ ส่วนค่าใช้จ่ายในการใช้งาน รถยนต์ PHEV มีค่าใช้จ่ายต่ำเพียง 0.1-0.2 บาทต่อกิโลเมตรเมื่อมีสถานีชาร์จ แต่การสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอาจสูงกว่ารถยนต์ HEV เมื่อขับขี่เป็นเวลานานโดยที่แบตเตอรี่เหลือน้อย รถยนต์ HEV มีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่คงที่ประมาณ 4 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ทำให้เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ไม่มีสถานีชาร์จ การเลือกใช้รถยนต์ประเภทใดขึ้นอยู่กับความพร้อมของสถานีชาร์จ ระยะทางในการเดินทาง และสภาพแวดล้อมทางนโยบาย รถยนต์ PHEV เหมาะสำหรับผู้ใช้งานระยะทางสั้นที่มีสถานีชาร์จไฟที่บ้าน ในขณะที่รถยนต์ HEV เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ระยะทางไกลที่ต้องการความสะดวกสบายและประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน
Q
Plug-in ดีกว่า Hybrid ไหม?
ข้อดีและข้อเสียของรถยนต์พลังงานผสมแบบชาร์จผ่านสาย (PHEV) และรถยนต์พลังงานผสมแบบไฮบริด (HEV) ต้องพิจารณาตามความต้องการจริงของผู้ใช้ โดยความแตกต่างหลักอยู่ที่ระดับการพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าและความเหมาะสมกับสถานการณ์การใช้งาน รถ PHEV มีฟังก์ชันชาร์จจากภายนอก และความจุแบตเตอรี่มากกว่า (ระยะทางการวิ่งด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว 50-200 กิโลเมตร) เมื่อแบตเตอรี่เต็มสามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าโดยไม่มีการปล่อยมลพิษ จึงเหมาะสำหรับผู้ใช้ที่มีจุดชาร์จไฟคงที่และเดินทางระยะสั้นในชีวิตประจำวัน และสามารถได้รับสิทธิประโยชน์จากนโยบายพลังงานสะอาด เช่น ป้ายทะเบียนสีเขียว และการยกเว้นภาษีซื้อรถ ระยะทางรวมเมื่อน้ำมันเต็มและแบตเตอรี่เต็มสามารถเกิน 1000 กิโลเมตร แต่หากไม่มีสถานที่ชาร์จไฟ อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเมื่อแบตเตอรี่หมดอาจเพิ่มขึ้นถึง 5-7 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร รถ HEV อาศัยเครื่องยนต์และการกักเก็บพลังงานจากการเบรกเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ ความจุแบตเตอรี่น้อยกว่า (1-2 กิโลวัตต์ชั่วโมง) ไม่สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวในระยะทางไกล และถูกจัดประเภทเป็นรถยนต์เชื้อเพลิงประหยัดพลังงาน ข้อดีคือไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการเติมน้ำมันก็สามารถลดการสิ้นเปลืองน้ำมันได้ 10%-30% (เช่น โตโยต้า คอร์ลล่า ไฮบริด มีค่าใช้จ่ายประมาณ 0.33 บาทต่อกิโลเมตร) จึงเหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ไม่มีสถานที่ชาร์จไฟหรือมักเดินทางไกล ทั้งสองประเภทยังมีความแตกต่างในประสบการณ์การขับขี่: PHEV ในโหมดไฟฟ้าจะมีความเงียบและความเร่งที่ลื่นไหลเหมือนรถไฟฟ้า ในขณะที่ HEV จะให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับรถยนต์เชื้อเพลิงทั่วไปที่ถูกปรับปรุงให้ดีขึ้น ในด้านนโยบาย PHEV ในเมืองที่มีการจำกัดใบอนุญาตสามารถได้รับการยกเว้นการประมูลป้ายทะเบียนและไม่ถูกจำกัดการใช้งาน ส่วน HEV ต้องเข้าร่วมการประมูลป้ายทะเบียนสีน้ำเงิน หากผู้ใช้เดินทางมากกว่า 15,000 กิโลเมตรต่อปีและมีสถานที่ชาร์จไฟ PHEV จะให้ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า ในทางกลับกัน HEV จะมีความเสถียรและความสะดวกในการใช้งานที่โดดเด่นกว่า นอกจากนี้ PHEV มักมีฟังก์ชันจ่ายไฟออกภายนอก ซึ่งเพิ่มความสามารถในการใช้งานในกิจกรรมกลางแจ้งเช่นการตั้งแคมป์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ HEV ไม่มี โดยสรุป การเลือกขึ้นอยู่กับความสะดวกในการชาร์จไฟ ระยะทางในการเดินทางประจำวัน และความต้องการด้านนโยบาย ทั้งสองประเภทไม่มีข้อดีหรือข้อเสียที่แน่ชัด มีเพียงความเหมาะสมกับสถานการณ์การใช้งานที่แตกต่างกันเท่านั้น
Q
รถ PHEV ดีกว่ารถ Hybrid หรือไม่?
ข้อดีและข้อเสียของรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรถยนต์ไฮบริด (HEV) ขึ้นอยู่กับความต้องการที่แท้จริงของผู้ใช้ ความแตกต่างหลักอยู่ที่ระดับการพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าและตรรกะการใช้งาน รถยนต์ไฮบริดไม่จำเป็นต้องชาร์จภายนอก มีความจุแบตเตอรี่น้อยกว่า (1-2 kWh) และขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์และระบบกู้คืนพลังงาน ระยะทางต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งอยู่ที่ประมาณ 600-800 กิโลเมตร ทำให้เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ไม่มีสถานีชาร์จและต้องการการประหยัดน้ำมันที่คงที่ ค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตรอยู่ที่ประมาณ 0.33 บาทไทย และประสบการณ์การขับขี่ใกล้เคียงกับรถยนต์เบนซินที่ปรับแต่งแล้ว แต่ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์จากนโยบายรถยนต์พลังงานใหม่ ส่วนรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดนั้นรองรับการชาร์จภายนอกและมีความจุแบตเตอรี่มากกว่า (ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน 50-200 กม.) เมื่อชาร์จเต็มแล้ว สามารถขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนโดยไม่ปล่อยมลพิษได้ โดยมีระยะทางรวมกันมากกว่า 1,000 กม. ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งและการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ค่าไฟฟ้าต่ำเพียง 0.1-0.2 บาทต่อกิโลเมตร (ต้องมีสถานีชาร์จ) อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอาจสูงกว่ารถยนต์ไฮบริดเล็กน้อยเมื่อแบตเตอรี่หมด รถยนต์ที่ตรงตามมาตรฐานรถยนต์พลังงานใหม่สามารถขอป้ายทะเบียนสีเขียวและได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีซื้อ ทำให้เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่มีสถานีชาร์จประจำที่และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางระยะสั้น นอกจากนี้ยังรองรับฟังก์ชันเพิ่มเติม เช่น การจ่ายไฟภายนอก ในแง่ของนโยบาย รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดมีข้อได้เปรียบมากกว่าในเมืองที่มีข้อจำกัดเรื่องป้ายทะเบียน ในขณะที่รถยนต์ไฮบริดไฟฟ้ามีความโดดเด่นในด้านความสะดวกในการใช้งาน เมื่อเลือกซื้อ จำเป็นต้องพิจารณาเงื่อนไขการชาร์จ ระยะทางในการเดินทาง และข้อกำหนดของนโยบายอย่างรอบด้าน ความแตกต่างระหว่างทั้งสองประเภทนั้นโดยพื้นฐานแล้วเป็นความแตกต่างในด้านวิธีการทางเทคโนโลยี ไม่ใช่ความเหนือกว่าหรือด้อยกว่าโดยสิ้นเชิง
Q
เมื่อรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดแบตเตอรี่หมด จะเกิดอะไรขึ้น?
เมื่อแบตเตอรี่ของรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) หมด รถยังคงสามารถวิ่งต่อได้ด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายใน ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบหลักที่คล้ายกับรถยนต์เบนซินทั่วไป ระบบจะสลับไปเป็นโหมดไฮบริดโดยอัตโนมัติ โดยเครื่องยนต์ไม่เพียงแต่ขับเคลื่อนรถเท่านั้น แต่ยังชาร์จแบตเตอรี่เล็กน้อยผ่านการเบรกแบบสร้างพลังงานกลับคืน อย่างไรก็ตาม การสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงจะเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับโหมดไฟฟ้าล้วน และสมรรถนะการเร่งความเร็วอาจลดลงเล็กน้อย โดยทั่วไปแล้วแบตเตอรี่ของ PHEV จะมีระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนมากกว่า 50 กิโลเมตร ซึ่งตรงตามมาตรฐานป้ายทะเบียนสีเขียว เจ้าของรถควรชาร์จแบตเตอรี่เป็นประจำเพื่อรักษาระดับการประหยัดเชื้อเพลิงที่ดีที่สุด (ค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตรในโหมดไฟฟ้าล้วนอาจต่ำถึง 1-2 บาท) และสุขภาพของแบตเตอรี่ การไม่ชาร์จเป็นเวลานานอาจทำให้ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ลดลง แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อฟังก์ชั่นการขับขี่พื้นฐาน รถประเภทนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสถานการณ์การใช้งานแบบผสมผสาน เช่น การเดินทางระยะสั้นด้วยไฟฟ้า และการเดินทางระยะยาวด้วยน้ำมันเบนซิน ช่วยลดความกังวลเรื่องระยะทางของรถยนต์ไฟฟ้าล้วน ในขณะเดียวกันก็ประหยัดพลังงานมากกว่ารถยนต์ไฮบริดทั่วไป รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รุ่นหลักๆ ในท้องตลาด เช่น Toyota Prius Prime หรือ BYD Qin PLUS DM-i สามารถทำอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยได้ต่ำสุดที่ 1.5 ลิตร/100 กม. เมื่อชาร์จเต็ม และประมาณ 4-5 ลิตร/100 กม. เมื่อแบตเตอรี่หมด ซึ่งยังคงดีกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินในระดับเดียวกัน
ดูเพิ่มเติม