Q
BYD M6 เป็นรถที่ดีหรือไม่
BYD M6 เป็นรุ่น MPV ที่เน้นความประหยัดและประโยชน์ใช้สอยครบครัน ตลาดไทยถือว่ามีศักยภาพในการแข่งขันพอสมควร ด้วยพื้นที่ภายในที่กว้างขวางและการจัดวางเบาะที่นั่งที่ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ เหมาะมากสำหรับครอบครัวใหญ่ในไทยหรือการใช้งานรับรองทางธุรกิจ โดยเฉพาะในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ที่มีการเดินทางระยะสั้นบ่อยครั้ง ระบบขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.5L ร่วมกับเกียร์คลัตช์คู่ ให้สมดุลระหว่างสมรรถนะและประหยัดน้ำมัน เหมาะกับการขับขี่ระยะยาวในสภาพอากาศร้อนของไทย ที่น่าสนใจคือการตั้งค่าซัสเพนชันของ BYD M6 ที่เน้นความนุ่มนวล ช่วยลดแรงกระแทกบนเส้นทางที่ไม่สมบูรณ์แบบในบางพื้นที่ของไทย แถมยังมีระบบแอร์อัจฉริยะและช่องลมเย็นแยกสำหรับผู้โดยสารหลังที่ใช้งานได้ดีในสภาพอากาศร้อนชื้น ด้วยความที่ BYD เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีรถพลังงานสะอาด ก็ได้นำประสบการณ์นี้มาพัฒนาในรุ่นไฮบริดของ M6 ซึ่งเป็นจุดขายสำหรับผู้บริโภคไทยที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจซื้อแนะนำให้ลองสัมผัสพื้นที่เบาะแถวที่สามและความจุกระโปรงหลังให้มั่นใจว่าเพียงพอต่อการใช้งานจริง และควรเปรียบเทียบเครือข่ายบริการหลังการขายกับรุ่นใกล้เคียงอย่าง Toyota Innova ด้วย โดยรวมแล้ว BYD M6 ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับครอบครัวไทยระดับกลางที่มองหา MPV ใช้งานได้จริงในราคาคุ้มค่า
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
ขนาดของ BYD M6 คือเท่าไร
BYD M6 เป็นรถ MPV ขนาดกลางที่มีขนาดตัวถังยาว 4,820 มิลลิเมตร กว้าง 1,810 มิลลิเมตร สูง 1,765 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,960 มิลลิเมตร ขนาดนี้เหมาะมากสำหรับใช้ในเมืองไทยทั้งการขับขี่ในเมืองและการใช้งานในครอบครัว เพราะให้พื้นที่ภายในกว้างขวางแต่ก็ยังคล่องตัวไม่เกะกะ บรรจุคนได้ 7 ที่นั่ง ดีทั้งสำหรับครอบครัวและรับรองลูกค้า โดยเฉพาะในอากาศร้อนๆ ของไทย ระบบแอร์ที่เย็นฉ่ำและเบาะนั่งที่ออกแบบมาให้สบายช่วยเพิ่มความเพลิดเพลินในการเดินทาง นอกจากนี้ยังประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของตลาดไทยที่กำลังมองหารถประหยัดพลังงาน สำหรับคนไทยแล้ว BYD M6 ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเพราะขนาดกำลังดีและใช้งานได้หลากหลาย โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ที่การจราจรคับคั่ง ความคล่องตัวและการใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพของรุ่นนี้ช่วยตอบสนองความต้องการในการเดินทางได้อย่างดีเยี่ยม
Q
BYD M6 มีที่นั่งกี่ที่
BYD M6 เป็นรุ่นรถ MPV 7 ที่นั่ง ที่มีการจัดเรียงแบบ 2+2+3 แถวที่นั่งสองเป็นแบบอิสระ ออกแบบมาเพื่อความสบายของผู้โดยสาร เหมาะมากสำหรับครอบครัวใหญ่ในไทยหรือการใช้งานเพื่อรับรองทางธุรกิจ รุ่นนี้ได้รับความสนใจในตลาดไทยเพราะตอบโจทย์ทั้งความกว้างขวางและเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ซึ่งตรงกับความต้องการของคนไทยที่มองหาทั้งประโยชน์ใช้สัดและความรักษ์โลก ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ผู้เชี่ยวชาญรถไฟฟ้าอย่าง BYD นี้ยังทำงานได้ดีในสภาพอากาศร้อนของไทย ระบบแอร์เย็นเร็ว และชุดแบตเตอรี่ผ่านการทดสอบสภาพแวดล้อมอุณหภูมิสูงเพื่อความปลอดภัย เวลาเลือกรถ MPV 7 ที่นั่งในไทย นอกจากจำนวนที่นั่งแล้ว ยังต้องดูเรื่องความสูงของตัวรถเพราะบางพื้นที่ชนบทถนนอาจไม่ดี แต่ BYD M6 ออกแบบระยะชักดินให้เหมาะสมทั้งในเมืองและเส้นทางลูกรังเล็กน้อย ในตลาดไทย MPV รุ่นเดียวกันมักให้ความสำคัญกับระบบความบันเทิงแถวหลังและพื้นที่เก็บของที่ปรับได้ ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ครอบครัวไทยให้ความสนใจเวลาเลือกซื้อรถ
Q
คือ BYD M6 แมวหรือเปล่า
ในมาตรฐานการแบ่งประเภทรถยนต์ของไทย CAT A จะหมายถึงรถคอมแพคต์ที่มีความจุเครื่องยนต์ไม่เกิน 1,500 ซีซี ส่วน BYD M6 ที่เป็นรถเอ็มพีวี 7 ที่นั่ง ทั้งขนาดเครื่องยนต์และตัวถังนั้นเกินเกณฑ์นี้แน่นอน จึงไม่สามารถจัดอยู่ใน CAT A ได้ แต่ควรอยู่ใน CAT B หรือสูงกว่า สำหรับตลาดไทย BYD M6 ได้รับความสนใจจากครอบครัวไทยเพราะมีพื้นที่กว้างขวางและอุปกรณ์ใช้งานได้จริง เครื่องยนต์เทอร์โบ 1.5 ลิตรที่ให้ทั้งแรงขับและประหยัดน้ำมันก็เหมาะกับทั้งการขับขี่ในเมืองและเดินทางไกล เวลาเลือกซื้อรถเอ็มพีวีในไทย นอกจากประเภทรถแล้ว ควรดูปัจจัยอื่นๆ เช่น จำนวนผู้โดยสาร ความจุท้ายรถ และเครือข่ายบริการหลังการขายด้วย BYD ที่กำลังขยายตัวในไทยก็มีการพัฒนาระดับผู้จำหน่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงบริการได้สะดวกขึ้น ซึ่งก็นับเป็นจุดเด่นที่ควรพิจารณาเวลาเลือกซื้อรถเช่นกัน
Q
ความดันลมยางสำหรับ BYD M6 คือเท่าไร
ตามคำแนะนำอย่างเป็นทางการของ BYD M6 แรงดันลมยางมาตรฐานอยู่ระหว่าง 2.2 ถึง 2.5 บาร์ หรือประมาณ 32 ถึง 36 psi ค่าที่แน่นอนอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับปีรุ่น ขนาดยาง หรือภาระบรรทุก แนะนำให้ตรวจสอบจากคู่มือรถหรือสติกเกอร์ที่กรอบประตู ในสภาพอากาศร้อนของไทย แรงดันลมยางอาจสูงขึ้นเล็กน้อยจากความร้อน จึงควรตรวจสอบทุกเดือน โดยวัดตอนเช้าหรือหลังจอดรถนานเพื่อความแม่นยำ การรักษาแรงดันลมยางที่เหมาะสมช่วยเพิ่มความประหยัดน้ำมัน ยืดอายุการใช้งานของยาง และเพิ่มความปลอดภัย โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนในไทย แรงดันที่ถูกต้องช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนเปียก หากขับทางไกลบ่อยหรือบรรทุกหนัก สามารถปรับแรงดันล้อหลังให้สูงสุดตามช่วงแนะนำแต่ไม่เกินแรงดันสูงสุดที่ระบุบนยาง การตรวจสอบแรงดันยางยังเป็นโอกาสตรวจสภาพยางเพื่อให้แน่ใจว่ายางอยู่ในสภาพดี
Q
BYD M6 มีถุงลมนิรภัยกี่ใบ
BYD M6 เป็นรถยนต์รุ่น MPV ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้ในครอบครัวและงานธุรกิจ โดยในเรื่องความปลอดภัยนั้นถือว่าทำได้ดี รุ่นต่างๆ มักมาพร้อมกับถุงลมนิรภัย 6 ถุง ประกอบด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้าถุงลมนิรภัยด้านข้างและม่านถุงลมนิรภัย ซึ่งช่วยปกป้องผู้โดยสารในรถได้อย่างรอบด้านในกรณีเกิดการชน สำหรับสภาพอากาศแบบประเทศไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุก ความปลอดภัยของรถยนต์เป็นเรื่องสำคัญมาก ระบบถุงลมนิรภัยของ BYD M6 ที่ทำงานร่วมกับโครงสร้างตัวรถที่แข็งแรง จะช่วยลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับผู้บริโภคไทยนอกจากจะสนใจจำนวนถุงลมนิรภัยแล้ว ยังควรศึกษาระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันของรถด้วย เช่น ระบบ ABS ป้องกันล้อล็อก ระบบ EBD การกระจายแรงเบรก ซึ่งระบบเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ประจำวัน เนื่องจากสภาพถนนในประเทศไทยมีความซับซ้อน ทั้งการจราจรติดขัดในเมืองและการเดินทางไกลบนทางหลวง จึงแนะนำให้พิจารณาทั้งระบบความปลอดภัยเชิงรับและเชิงป้องกันของรถยนต์เมื่อซื้อ เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของครอบครัวและผู้โดยสาร นอกจากนี้การตรวจสอบสภาพการทำงานของระบบถุงลมนิรภัยเป็นประจำก็สำคัญมาก โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ร้อนชื้นเช่นประเทศไทย ซึ่งความน่าเชื่อถือของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำเป็นต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
Q
คือ BYD M6 MPV
ใช่ BYD M6 เป็น MPV ที่มีพื้นที่ภายในกว้างขวางและการโดยสารสะดวกสบาย เหมาะกับครอบครัวและการรับรองแขกทางธุรกิจ ในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย ระบบปรับอากาศและความสบายของเบาะนั่งช่วยให้ผู้โดยสารรู้สึกเย็นสบาย BYD M6 ใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าหรือไฮบริดที่มีประสิทธิภาพ ให้กำลังสูงและช่วยลดการใช้น้ำมัน ตอบโจทย์ความต้องการด้านสิ่งแวดล้อมและการประหยัดพลังงานในตลาดไทย อีกทั้ง MPV ได้รับความนิยมเพราะเหมาะกับการเดินทางหลายคนทั้งในเมืองและการเดินทางไกล หากสนใจสามารถไปทดลองขับที่ตัวแทนจำหน่ายเพื่อสัมผัสสมรรถนะและความสะดวกสบายของรถ BYD ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถไฟฟ้าชื่อดังระดับโลก มีเทคโนโลยีและคุณภาพที่เชื่อถือได้ และมีผู้บริโภคในไทยเลือกใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
Q
ความเร็วสูงสุดของ BYD M6 km h คือเท่าไหร่
รถยนต์ BYD M6 มีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 180 กม./ชม. แม้ว่ารุ่น MPV นี้จะออกแบบมาสำหรับครอบครัวและการใช้งานเชิงธุรกิจเป็นหลัก แต่ในสภาพอากาศร้อนและเส้นทางที่หลากหลายของประเทศไทย ก็ยังคงแสดงสมรรถนะด้านกำลังขับที่มั่นคงได้ดี เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร แบบดูดธรรมดาหรือรุ่นเทอร์โบ 1.5 ลิตร ล้วนถูกปรับแต่งให้เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ในตลาดไทย รถ MPV ขนาดใกล้เคียงอย่าง Toyota Innova หรือ Honda Odyssey ก็มักตั้งค่าความเร็วสูงสุดอยู่ในช่วงเดียวกัน เนื่องจากผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ความสำคัญกับความประหยัดน้ำมันและความสบายในการนั่งมากกว่าความเร็วสูงสุด ที่น่าสนใจคือกฎหมายไทยกำหนดให้ความเร็วสูงสุดบนถนนอยู่ที่ 120 กม./ชม. ดังนั้นแม้รถจะมีความสามารถสูงกว่านี้ก็ควรปฏิบัติตามกฎจราจร สำหรับผู้ใช้รถในประเทศไทยที่มักต้องเดินทางไกลบ่อยๆ ประสิทธิภาพระบบแอร์ ความสามารถในการรับมือกับสภาพถนน และความสบายของเบาะนั่งเมื่อขับขี่นานๆ อาจสำคัญกว่าตัวเลขความเร็วสูงสุด ซึ่งทั้งหมดนี้คือจุดที่ BYD M6 ให้ความสำคัญในการปรับปรุงให้เหมาะกับการใช้งานในท้องถิ่น
Q
สีของ BYD M6 มีอะไรบ้าง
BYD M6 ในตลาดไทยมีให้เลือกทั้งหมด 4 สีด้วยกัน ได้แก่ Crystal White สีขาวคลาสสิก, Quantum Black สีดำหรู, Quartz Blue สีน้ำเงินเท่ๆ และ Harbour Grey สีเท่าอันเท่ๆ ในสภาพอากาศร้อนๆ ของไทย สีอ่อนอย่าง Crystal White นี่นิยมมากเลยครับ เพราะมันสะท้อนแสงได้ดี แถมยังช่วยลดความร้อนภายในรถได้ ส่วนสีเข้มอย่าง Quantum Black ก็ดูหรูหราเหมาะกับงานธุรกิจสุดๆ BYD ที่เป็นเจ้าใหญ่ในวงการรถพลังงานสะอาดเนี่ย ไม่ได้มีดีแค่การออกแบบสวยๆ เท่านั้น แต่ยังใส่เทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบขับขี่อัจฉริยะลงไปด้วย ทำให้เริ่มเป็นที่ยอมรับในตลาดไทยมากขึ้น สำหรับคนไทยเวลาจะเลือกซื้อ M6 นี่ นอกจากเรื่องสีสันแล้ว ยังควรดูเรื่องระยะทางต่อการชาร์จและความสะดวกในการชาร์จด้วยนะครับ เพราะปัจจัยเหล่านี้สำคัญมาก โดยเฉพาะเมื่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดของไทยกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
Q
ความสูงจากพื้นถึงตัวถังของ BYD M6 คือเท่าไร
รถยนต์ BYD M6 ทุกรุ่นมีระยะความสูงจากพื้นรถต่ำสุดที่ 170 มม. เท่ากันหมด ระยะความสูงจากพื้นรถต่ำสุดหมายถึงระยะทางจากด้านล่างตัวรถถึงพื้นผิวถนนเมื่อรถบรรทุกน้ำหนักสูงสุด ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการขับขี่ผ่านพื้นที่ขรุขระหรือสภาพถนนที่หลากหลาย โดยทั่วไปแล้ว ถ้าค่านี้ยิ่งมาก รถก็จะยิ่งขับผ่านถนนสภาพยากๆ ได้ดีขึ้น เช่น เวลาเจอหลุมบ่อหรือทางขรุขระ ก็จะไม่ขูดท้องรถง่าย แต่ถ้าค่านี้น้อยกว่ารถก็จะมีความมั่นคงสูงกว่าเมื่อขับด้วยความเร็วสูง การเข้าใจค่าพารามิเตอร์นี้จะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจได้ว่ารถคันนี้เหมาะกับความต้องการในการใช้งานประจำวันของตัวเองหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อต้องเจอกับสภาพถนนที่แตกต่างกันออกไป
Q
BYD M6 หนักเท่าไหร่
BYD M6 มีน้ำหนักประมาณ 1,850 ถึง 1,950 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับสเปกรถและความจุแบตเตอรี่ ในฐานะ MPV ไฟฟ้า น้ำหนักส่วนใหญ่เกิดจากชุดแบตเตอรี่และโครงสร้างตัวรถ แต่ BYD ออกแบบให้มีน้ำหนักเบาเพื่อลดภาระโดยยังคงความปลอดภัย การใช้งานในไทยมีประโยชน์สูงเนื่องจากพื้นที่ภายในกว้าง เหมาะกับครอบครัวและเชิงพาณิชย์ อีกทั้งรถไฟฟ้ามีเสียงรบกวนน้อยและปล่อยมลพิษเป็นศูนย์เหมาะกับเมืองคับคั่งอย่างกรุงเทพฯ ผู้บริโภคไทยอาจสนใจเรื่องระยะทางวิ่งและการชาร์จ BYD M6 วิ่งได้มากกว่า 400 กิโลเมตร และระบบชาร์จเร็วสามารถเติมพลังงานได้ในเวลาสั้น ปัจจุบันไทยกำลังขยายโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ ทำให้การใช้งานสะดวกขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ค่าบำรุงรักษารถไฟฟ้าต่ำกว่ารถน้ำมัน ใช้งานระยะยาวช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เหมาะกับผู้ใช้ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและความคุ้มค่า
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
รถคันไหนมีกำลังแรงม้าที่สูงที่สุด?
ยานพาหนะที่มีแรงม้าสูงสุดในตลาดในปัจจุบันคือ Zeekr 009 AWD ซึ่งติดตั้งมอเตอร์คู่และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา โดยมีการส่งกำลังสูงสุดถึง 612 ps และแรงบิดสูงสุด 693 Nm เร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.5 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 230 กม./ชม.
รถคันนี้ใช้แบตเตอรี่ NMC ความจุ 116 kWh ให้ระยะทางวิ่ง 582 กม. ตามมาตรฐาน WLTP และรองรับระบบชาร์จเร็ว DC 310 kW ที่มีประสิทธิภาพสูง
ในฐานะรถ MPV ระดับหรู Zeekr 009 ยังโดดเด่นในเรื่องพื้นที่และการตกแต่ง เช่น มีหน้าจอแสดงผลขนาด 10.25 นิ้ว หน้าจอกลางขนาด 15.05 นิ้ว ระบบเสียง Yamaha 30 ลำโพง และเบาะหนัง Nappa พร้อมให้เลือก 3 สีตัวถัง
เมื่อเทียบกับรถสมรรถนะสูงอื่นๆ เช่น Toyota GR Yaris (304 ps) หรือ WEY G9 (487 ps) แล้ว พารามิเตอร์ด้านกำลังของ Zeekr 009 ยังคงเหนือกว่า
ควรระวังว่าข้อมูลแรงม้าอาจเปลี่ยนแปลงตามการอัปเดตรุ่น ดังนั้นก่อนซื้อควรตรวจสอบข้อมูลประสิทธิภาพล่าสุดจากผู้ผลิต
Q
แบรนด์รถสปอร์ตที่น่าเชื่อถือที่สุดคืออะไร?
ในตลาดไทย MG และ BMW เป็นแบรนด์รถสปอร์ตที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุด MG คว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2024 อีกครั้ง ด้วยเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง MG3 HYBRID+ และ MG4 EV แสดงให้เห็นถึงจุดแข็งของแบรนด์ทั้งในด้านรถยนต์แบบดั้งเดิมและรถยนต์ไฟฟ้า และนโยบาย "การรับประกันตลอดอายุการใช้งานสำหรับชิ้นส่วนไฟฟ้าหลัก 3 ชิ้น" ยิ่งเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ในขณะเดียวกัน BMW ครองตลาดระดับไฮเอนด์ด้วยสมรรถนะที่เหนือกว่าและประสบการณ์ที่หรูหรา ผลิตภัณฑ์ของ BMW ครอบคลุมทั้งรถสปอร์ตและ SUV ทำให้เป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโภคที่แสวงหาความสุขในการขับขี่ นอกจากนี้ รถซูเปอร์คาร์ T63 ของแบรนด์ท้องถิ่นที่กำลังเติบโตอย่าง Tera S Motor ซึ่งติดตั้งเครื่องยนต์ Civic Type R แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของการผลิตของไทยด้วยการออกแบบที่น้ำหนักเบาและดีเอ็นเอแห่งการแข่งขัน การลงทุนอย่างต่อเนื่องของแบรนด์เหล่านี้ในด้านสมรรถนะ เทคโนโลยี และบริการ ทำให้พวกเขากลายเป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อถือในกลุ่มรถสปอร์ต
Q
"กีฬาแบบหรูหรา คือกีฬาอะไร?"
รถสปอร์ตหรูในประเทศไทยมักหมายถึงรถยนต์ที่ผสมผสานระหว่างสมรรถนะสูงและประสบการณ์ความหรูหรา โดยมีลักษณะหลักประกอบด้วยพลังขับเคลื่อนอันทรงพลัง งานฝีมืออันประณีต และเทคโนโลยีล้ำสมัย ตัวอย่างเช่น Bizzarrini 5300 GT Strada ที่ใช้เครื่องยนต์ V12 ขนาด 5.3 ลิตร ด้วยการออกแบบสไตล์อิตาเลียนและสมรรถนะทางกลอันยอดเยี่ยม ได้กลายเป็นรถสปอร์ตคลาสสิกที่ชนชั้นสูงชาวไทยนิยมชมชอบ โดยมีเส้นสายตัวรถที่ดูทรงพลัง และห้องโดยสารที่ใช้วัสดุหนังคุณภาพสูงร่วมกับแผงหน้าปัดที่ผสมผสานระหว่างสไตล์คลาสสิกและโมเดิร์น ราคามักสูงกว่า 3 ล้านบาท นอกจากนี้ รถสปอร์ตประสิทธิภาพสูงจากเยอรมนี เช่น BMW M Series และ Mercedes-AMG ก็ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง โดยใช้เทคโนโลยีเช่นระบบช่วงล่างปรับได้และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างสมรรถนะบนสนามแข่งและความสะดวกสบายในการใช้งานประจำวัน สิ่งสำคัญคือ ความหมายของรถสปอร์ตหรูในตลาดไทยให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์ของแบรนด์และการยอมรับในสังคม เช่น เสียงเครื่องยนต์ V10 ของ Lamborghini หรือดีเอ็นเอแห่งสนามแข่งของ Porsche 911 ที่ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์แสดงสถานะ ในปีที่ผ่านมา แนวโน้มการใช้พลังงานไฟฟ้าเริ่มมีผลต่อกลุ่มรถประเภทนี้ โดยมีรถ SUV สมรรถนะสูงบางรุ่นเริ่มนำเสนอรุ่นไฮบริด แต่อย่างไรก็ตาม รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในขนาดใหญ่ยังคงเป็นที่นิยมหลัก สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญทั้งสมรรถนะทางกลและความหรูหรา
Q
รถสปอร์ตที่เสียงดีที่สุดคืออะไร?
ในตลาดไทย Dodge Hellcat Redeye ยอดนิยมเป็นอย่างยิ่งด้วยเสียงเครื่องที่ตะลุยหัวใจ โดยติดตั้งเครื่องยนต์ V8 6.2 ลิตร Supercharged ที่ให้กำลังขับ 797 แรงม้า ร่วมกับระบบแคลนเสียงแบบตรงไปตรงมา สามารถสร้างเสียงเครื่องที่แรงและสูงระดับ 96-105 เดซิเบล โดยเสียงกรอกต่ำและเสียงร้องดังสูงเรียงติดกัน ทำให้มีลักษณะที่จำได้ชัดเจน
Porsche 718 Boxster ใช้เครื่องยนต์ Turbocharged แกนสี่ตัวแบบ Boxer โดยเสียงเครื่องมีลักษณะเสียงสูงและตื่นเต้นมากขึ้น ระดับเสียงที่วัดจริงถึง 96-105 dB เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการความตื่นเต้น
ถ้าคุณชอบเสียงที่สง่างาม BMW Z4 กับเครื่องยนต์ Turbocharged แกนหกตัวแบบ Inline สามารถให้เสียงที่ต่ำและนุ่มนวลระดับ 86-95 เดซิเบล เหมือนเสียง Opera Aria
สิ่งที่ควรทราบคือ Lexus LFA แม้จะไม่ได้ขายอย่างเป็นทางการในไทย แต่เสียงเครื่องยนต์ V10 ที่มีลักษณะเหมือนเพลง Rock ถูกยอมรับกันว่าเป็นมาตรฐานในอุตสาหกรรม ในขณะที่เสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ของ Maserati GTS ก็ยอดเยี่ยมและน่าดึงดูดเช่นกัน
เมื่อเลือกใช้งานต้องพิจารณาร่วมกันระหว่างความชอบส่วนตัวและกฎหมายในท้องถิ่น บางรุ่นต้องติดตั้งแคลนเสียงแบบกีฬาเพิ่มเติมเพื่อปลดปล่อยลักษณะเสียงเครื่องที่สมบูรณ์ และต้องระมัดระวังการควบคุมเสียงรบกวนเมื่อขับขี่ในเมือง
Q
รถฟอร์มูลาวันราคาสูงที่สุดคือรุ่นใด?
รถแข่ง F1 ที่แพงที่สุดที่รู้จักกันในปัจจุบันคือรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ W 196 R รุ่นปี 1954 ซึ่งขายในงานประมูลที่เมืองสตุตการ์ท ประเทศเยอรมนี ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ด้วยราคา 46.5 ล้านยูโร (ประมาณ 185 ล้านบาท) และเมื่อรวมภาษีแล้วผู้ซื้อจ่ายจริง 51.55 ล้านยูโร (ประมาณ 205 ล้านบาท)
รถคันนี้ติดตั้งเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร แบบแถวเรียง 8 สูบ สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยเคยถูกขับโดยนักแข่งตำนาน ฮวน มานูเอล ฟังจิโอ ผู้ชนะการแข่งขันกรังด์ปรีซ์บัวโนสไอเรสปี 1955 การออกแบบแบบสตรีมไลน์และความสำคัญทางประวัติศาสตร์ทำให้มันกลายเป็นสัญลักษณ์ของยุคทองของ F1
ที่น่าสนใจคือ W 196 R "Monza" Streamliner รุ่นเดียวกันอีกคันถูกขายในงานประมูลช่วงเวลาเดียวกันด้วยราคา 51.155 ล้านยูโร (ประมาณ 204 ล้านบาท) การซื้อขายทั้งสองครั้งนี้ทำลายสถิติการประมูลรถแข่ง
มูลค่าการสะสมรถ F1 ขึ้นอยู่กับความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ความเป็นตัวแทนของเทคโนโลยี และความเกี่ยวข้องกับนักแข่งชื่อดัง โดยรถรุ่นคลาสสิกเหล่านี้มักเป็นที่ต้องการของนักสะสมเนื่องจากความหายากและสภาพการเก็บรักษาที่สมบูรณ์
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตารางผ่อนล่าสุด BYD M6 ชำระงวดละ 8,xxx บาท
ณัฐวุฒิNov 28, 2025

BYD M6 สปาร์คใน Motor Expo 2024 ในประเทศไทย: พื้นที่ขนาดใหญ่สำหรับ 7 ที่นั่ง วิ่งได้แบบไฟฟ้า 420 กิโลเมตร
AshleyDec 3, 2024

BYD Seal 5 DM-i 2026 รุ่นปรับโฉม มุ่งตีตลาดส่วนแบ่งรถไฮบริด Yaris Ativ/City
Kevin WongFeb 27, 2026

ซื้อ BYD Seal ง่าย ๆ กับโปรไฟแนนซ์สุดพิเศษ! ปลดล็อกประสบการณ์ EV ล้ำสมัยวันนี้เลย
ธนวัฒน์Feb 24, 2026

ผ่อนเพียงเดือนละ 8,XXX บาท ครอบครอง BYD Seal 5 DM-i รถพลังงานสะอาดประสิทธิภาพสูง!
พงศธรFeb 24, 2026
ดูเพิ่มเติม


ข้อดี
ข้อเสีย