Q

Mitsubishi XForce 2025 เป็นรถไฟฟ้าหรือไม่?

Mitsubishi XForce ปี 2025 ไม่ใช่รถยนต์ไฟฟ้าล้วน แต่เป็นเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบเดิมที่ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินไร้ระบบอัดอากาศขนาด 1.5 ลิตร และระบบเกียร์ CVT โดยมุ่งเน้นตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหลัก รวมถึงประเทศไทย ซึ่งถือเป็นรถ SUV ขนาดกะทัดรัดที่เหมาะสำหรับการขับขี่ทั้งในเมืองและชานเมือง แม้ว่า XForce ในปัจจุบันยังไม่มีรุ่นไฟฟ้า แต่ Mitsubishi ก็ได้นำเสนอรถยนต์พลังงานใหม่รุ่นอื่นๆ ในประเทศไทยแล้ว เช่น Outlander ปลั๊กอินไฮบริด และอาจพิจารณาเพิ่มตัวเลือกไฟฟ้าให้กับ XForce ในอนาคตตามความต้องการของตลาด รัฐบาลไทยกำลังส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า โดยให้เงินอุดหนุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการซื้อรถยนต์ หลายแบรนด์ เช่น BYD และ Great Wall Motors ได้เข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทย และผู้บริโภคที่สนใจรถยนต์ SUV ไฟฟ้าควรพิจารณาแบรนด์เหล่านี้ ข้อได้เปรียบของ XForce ได้แก่ การประหยัดน้ำมันและระยะห่างจากพื้นสูง ทำให้เหมาะกับฤดูฝนของประเทศไทย ระบบเสียงที่ปรับแต่งโดย Yamaha และการออกแบบภายในที่ใช้งานได้จริงยังดึงดูดใจผู้บริโภครุ่นใหม่ในประเทศไทยอีกด้วย เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานด้านยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยได้รับการปรับปรุง ในอนาคตอาจมีการเปิดตัวรถยนต์ SUV ไฟฟ้าที่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นมากขึ้น
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
ราคาของ Mitsubishi XForce รุ่นปี 2025 อยู่ที่เท่าไหร่?
รถยนต์ Mitsubishi XForce รุ่นปี 2025 ที่จะวางจำหน่ายในประเทศไทย คาดว่าจะมีราคาอยู่ระหว่าง 800,000 ถึง 1,000,000 บาท โดยราคาจะแตกต่างกันไปตามระดับความประณีตของแต่ละแบบ รุ่นนี้เป็น SUV เมืองขนาดกะทัดรัดที่เน้นกลุ่มลูกค้าวัยหนุ่มสาว มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร แบบธรรมชาติและเกียร์ CVT ที่ช่วยให้ประหยัดน้ำมัน เหมาะกับการใช้งานในเมืองอย่างกรุงเทพฯ เป็นอย่างดี ในตลาดไทย XForce จะแข่งกับ Honda HR-V และ Toyota Corolla Cross โดยจุดเด่นของ XForce อยู่ที่การออกแบบภายนอกที่ดูสปอร์ตและราคาที่คุ้มค่ากว่า นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถใช้บริการสินเชื่อจาก Mitsubishi ที่มักจะมีโปรโมชั่นดาวน์น้อยหรือดอกเบี้ยถูกได้อีกด้วย สำหรับฟีเจอร์ภายในรถมีทั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว ที่รองรับทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto รวมถึงพื้นที่เบาะหลังที่กว้างขวางเพียงพอสำหรับการใช้งานในครอบครัว ที่สำคัญรัฐบาลไทยมีมาตรการลดภาษีสำหรับรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่ง XForce ผ่านเกณฑ์นี้ทำให้ผู้ซื้อจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีด้วย หากสนใจแนะนำให้ไปทดลองขับที่ตัวแทนจำหน่าย Mitsubishi แห่งใดก็ได้ เพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่และความสะดวกสบายด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจซื้อ
Q
เครื่องยนต์อะไรที่อยู่ใน Mitsubishi XForce 2025?
Mitsubishi XForce 2025 มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.5 ลิตร MIVEC แบบดูดธรรมดา ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 141 นิวตันเมตร คู่กับเกียร์ CVT ที่เน้นประหยัดน้ำมันและความทนทาน เหมาะสมกับสภาพการขับขี่ในเมืองไทยที่ต้องหยุดและบ่อยครั้ง แถมยังให้กำลังเพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน ในตลาดไทย SUV ขนาดเล็กรุ่นนี้ตอบโจทย์มาก เพราะเครื่อง 1.5 ลิตรช่วยลดภาษีจากนโยบายรัฐที่สนับสนุนรถยนต์ขนาดเล็ก ในขณะเดียวกันก็มีพื้นที่ใช้งานที่คนไทยชอบ ที่สำคัญยังใช้เทคโนโลยี MIVEC ที่ปรับจังหวะเปิดปิดวาล์วอัตโนมัติตามสภาพการขับขี่ ทั้งเพิ่มประสิทธิภาพแรงบิดในย่านความเร็วต่ำ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงในย่านความเร็วสูง เทคโนโลยีนี้ใช้งานได้ดีทั้งในกรุงเทพฯที่รถติดหนักหรือทางขึ้นเขาภาคเหนือ แถมยังดูแลง่าย ใช้เบนซินธรรมดา 91 ก็เพียงพอ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนไทยได้ดีเลย
Q
รถยนต์ Mitsubishi XForce 2025 มีความสามารถในการขับออฟโรดหรือไม่?
Mitsubishi XForce ปี 2025 มีสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดที่โดดเด่น รถคันนี้ติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่ได้รับการปรับแต่งและระยะห่างจากพื้นสูง ซึ่งสามารถรับมือกับถนนลูกรังที่พบเห็นได้ทั่วไปในประเทศไทย เช่น ถนนลูกรังในชนบทหรือเส้นทางที่เป็นโคลนเล็กน้อย การปรับแต่งช่วงล่างยังคำนึงถึงความสะดวกสบายและความสามารถในการขับขี่ ทำให้เหมาะสำหรับผู้ใช้ชาวไทยในการเดินทางในเมืองและการเดินทางระยะสั้นในช่วงสุดสัปดาห์ ในฤดูฝนของประเทศไทยหรือบนถนนภูเขาทางภาคเหนือ ฟังก์ชันการควบคุมการลื่นไถลและการกระจายแรงบิดของ XForce สามารถปรับปรุงเสถียรภาพในการขับขี่ได้ แต่โปรดทราบว่า XForce ไม่ใช่รถออฟโรดแบบมืออาชีพและยังต้องขับขี่ด้วยความระมัดระวังเมื่อต้องเผชิญกับสภาพถนนที่รุนแรง สำหรับผู้บริโภคชาวไทย หากต้องรับมือกับสภาพถนนที่ซับซ้อนบ่อยครั้ง พวกเขาสามารถใส่ใจกับพารามิเตอร์ต่างๆ เช่น มุมเข้าและมุมออกของรถ ข้อมูลเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการขับจริง ขอแนะนำให้ตรวจสอบสภาพยางเป็นประจำ เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนและมีฝนตกของประเทศไทยทำให้ยางสึกหรอมากขึ้น การเลือกยางทุกสภาพพื้นผิวที่เหมาะสมสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการขับขี่แบบออฟโรดได้ดียิ่งขึ้น
Q
Mitsubishi XForce ปี 2025 มาพร้อมระบบกล้อง 360 องศาหรือไม่?
จากข้อมูลปัจจุบัน รุ่น Mitsubishi XForce 2025 ในบางรุ่นระดับสูงได้ติดตั้งระบบกล้องรอบคัน 360 องศามาให้ ซึ่งฟีเจอร์นี้ถือว่ามีประโยชน์มากในตลาดไทย โดยเฉพาะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถตัดสินใจสภาพแวดล้อมรอบตัวได้ง่ายขึ้นในซอยแคบๆ หรือลานจอดรถที่คับคั่ง กล้องถ่ายภาพ 360 องศาจะรวบรวมภาพจากเลนส์มุมกว้างหลายตัวเข้าด้วยกันเพื่อสร้างมุมมองแบบนกมอง ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น เช่น กรุงเทพฯ นอกจากนี้ XForce ยังมาพร้อมฟีเจอร์ใช้งานได้จริงอื่นๆ เช่น ระบบเลือกสภาพถนนหลายแบบและระยะความสูงจากพื้นรถที่มากขึ้น เหมาะกับสภาพถนนบางพื้นที่ในไทย อย่างไรก็ตาม รุ่นย่อยต่างๆ ของ XForce อาจมีสเปกแตกต่างกัน แนะนำให้ตรวจสอบกับตัวแทนจำหน่ายในท้องถิ่นก่อนซื้อ ในตลาดไทย ฟีเจอร์ช่วยเหลือผู้ขับขี่แบบนี้กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น ไม่เพียงเพิ่มความปลอดภัย แต่ยังทำให้การขับขี่สะดวกขึ้น โดยเฉพาะสำหรับมือใหม่ ส่วนในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีรถยนต์พัฒนาขึ้น อาจมีรุ่นรถมากขึ้นที่ติดตั้งกล้อง 360 องศาเป็นมาตรฐาน
Q
รถ Mitsubishi XForce 2025 มีระบบควบคุมความเร็วแบบปรับตัวอัตโนมัติหรือไม่
จากข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบัน รุ่น Mitsubishi XForce 2025 ที่วางจำหน่ายในตลาดไทยนั้นมีการติดตั้งระบบ Adaptive Cruise Control (ACC) ซึ่งเป็นระบบที่สามารถปรับความเร็วของรถอัตโนมัติตามความเร็วของรถคันหน้า พร้อมทั้งรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย เหมาะสมกับสภาพการจราจรที่ติดขัดบ่อยครั้งในไทยและการเดินทางไกล ระบบ ACC นี้มักทำงานร่วมกับระบบเตือนการชนด้านหน้าและระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ช่วงเวลาเร่งด่วนหรือการเดินทางข้ามจังหวัด ระบบเหล่านี้จะช่วยลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ได้อย่างมาก อย่างไรก็ดี ประสิทธิภาพการทำงานจริงอาจแตกต่างกันไปตามรุ่นย่อยและสภาพการจราจรในพื้นที่ ดังนั้นควรตรวจสอบรายละเอียดกับตัวแทนจำหน่ายหรือทดลองขับก่อนตัดสินใจซื้อ นอกจากนี้ ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมยานยนต์ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อย่าง ACC กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น ผู้บริโภคจึงควรพิจารณาความเหมาะสมและประโยชน์ใช้งานจริงของระบบเหล่านี้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในการใช้งานประจำวันได้อย่างดีที่สุด
Q
“Mitsubishi XForce 2025 เหมาะกับการขับขี่ในเมืองหรือไม่?”
รถ SUV Mitsubishi XForce รุ่นปี 2025 เป็นรถที่เหมาะกับการขับขี่ในเมืองมาก โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมเมืองแบบไทย ตัวรถมาพร้อมเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร แบบธรรมชาติที่ให้กำลังส่งเรียบๆ และประหยัดน้ำมัน เหมาะมากสำหรับสภาพการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ขนาดตัวรถที่กะทัดรัดพร้อมระบบพวงมาลัยที่คล่องตัว ทำให้ขับในซอยแคบๆ หรือจอดรถได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีโหมดขับขี่หลายแบบ รวมถึงโหมดออกแบบมาสำหรับถนนในเมืองโดยเฉพาะ ช่วยปรับการตอบสนองของคันเร่งและเกียร์ให้เหมาะสม เพิ่มความสบายในการขับขี่ ส่วนความสูงของตัวรถก็ช่วยให้รับมือกับถนนสภาพไม่ดีหรือน้ำท่วมขังในช่วงหน้าฝนได้บ้าง ภายในห้องโดยสารออกแบบเน้นประโยชน์ใช้สอย มีช่องเก็บของมากมาย เหมาะสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันหรือการใช้ในครอบครัว สำหรับคนไทยแล้ว XForce ยังมีเครือข่ายบริการหลังการขายที่ดีและดูแลรักษาได้ง่าย ถือเป็นรถ SUV เมืองที่คุ้มค่าเงินสุดๆ หากคุณขับรถในเมืองบ่อยๆ และบางครั้งต้องเจอกับสภาพถนนที่ค่อนข้างซับซ้อน รถคันนี้ก็น่าพิจารณา แน่นอนว่าขอแนะนำให้ทดลองขับเพื่อสัมผัสประสบการณ์การควบคุมรถและความสะดวกสบายที่ตรงกับความต้องการส่วนตัวของคุณ
Q
Mitsubishi XForce ปี 2025 เปรียบเทียบกับ Toyota Corolla Cross ได้อย่างไร?
รถยนต์ SUV ขนาดกะทัดรัดอย่าง Mitsubishi XForce 2025 และ Toyota Corolla Cross เป็นสองรุ่นที่ได้รับความนิยมในตลาดไทย โดยแต่ละคันมีจุดเด่นแตกต่างกัน XForce 2025 เน้นสไตล์วัยรุ่นและสปอร์ตด้วยดีไซน์ภายนอกที่ดูดุดัน ส่วนภายในตกแต่งแบบมินิมอลโมเดิร์น มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.5L แบบธรรมชาติและเกียร์ CVT ที่ช่วยให้ประหยัดน้ำมัน เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมือง ส่วน Corolla Cross จะโดดเด่นในเรื่องความประหยัดพื้นที่และการใช้งานจริง มีตัวเลือกเครื่องยนต์ทั้งแบบ 1.8L แบบธรรมชาติและแบบไฮบริด 1.8L ซึ่งรุ่นไฮบริดได้รับความนิยมมากในไทยเนื่องจากราคาน้ำมันที่ค่อนข้างสูง ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยครบครันเช่นระบบช่วยรักษาช่องทางขับขี่และระบบเบรกอัตโนมัติ แต่ระบบ Toyota Safety Sense ของ Corolla Cross ได้รับเสียงชื่นชมมากกว่า ในตลาดไทย Corolla Cross ยังได้เปรียบในเรื่องมูลค่าการขายต่อและเครือข่ายบริการหลังการขายที่กว้างขวางกว่า ในขณะที่ XForce 2025 อาจดึงดูดด้วยราคาที่น่าสนใจกว่า สำหรับคนไทยที่เน้นเรื่องประหยัดน้ำมันและความน่าเชื่อถือของแบรนด์ Corolla Cross เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัย แต่ถ้าชอบความUniqueและราคาที่คุ้มค่า XForce 2025 ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าจับตา สภาพอากาศร้อนชื้นของไทยที่ต้องพึ่งระบบแอร์และกันสนิมของตัวถังเป็นพิเศษ ซึ่งทั้งสองรุ่นทำได้ดี แต่ควรเข้าศูนย์บริการอย่างสม่ำเสมอเพื่อรับมือกับสภาพถนนในไทย
Q
“ระบบเสียงใน Mitsubishi XForce ปี 2025 ทำงานได้อย่างไร?”
ระบบเสียงของ Mitsubishi XForce 2025 มาพร้อมเทคโนโลยีเสียงขั้นสูง มอบประสบการณ์การฟังคุณภาพสูงให้กับผู้ใช้ชาวไทย ระบบเสียงนี้ประกอบด้วยลำโพงคุณภาพสูงและการปรับแต่งเสียงที่ปรับแต่งมาอย่างดี ซึ่งสามารถปรับให้เข้ากับสไตล์เพลงที่หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย ระบบเสียงมีความทนทานและเสถียรภาพที่ดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อบลูทูธและการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ทำให้ผู้ใช้สามารถฟังเพลงป๊อปท้องถิ่นหรือสตรีมคอนเทนต์ต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย ในแง่ของความรู้เพิ่มเติม ผู้ใช้ชาวไทยสามารถพิจารณาฉนวนกันเสียงของรถยนต์เมื่อเลือกเครื่องเสียงรถยนต์ เนื่องจากเสียงรบกวนจากการจราจรในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพเสียง ขณะเดียวกัน การทำความสะอาดช่องลำโพงเป็นประจำก็ช่วยป้องกันการสะสมของฝุ่นละอองที่ส่งผลต่อคุณภาพเสียง ระบบเสียงของรถยนต์รุ่นนี้อยู่ในระดับกลางบนเมื่อเทียบกับรถยนต์รุ่นเดียวกัน และเหมาะสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกล
Q
“Mitsubishi XForce ในปี 2025 จะมีขนาดเท่าใด?”
รถเอสยูวีรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Mitsubishi XForce 2025 มีขนาดตัวถังยาว 4,390 มิลลิเมตร กว้าง 1,810 มิลลิเมตร สูง 1,660 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,650 มิลลิเมตร ถือเป็นขนาดที่กำลังดีสำหรับรถคอมแพคเอสยูวีที่ทั้งคล่องตัวในเมืองและลุยเส้นทางต่างจังหวัดได้สบายๆ ขนาดที่พอดีเหมาะกับถนนแคบๆในกรุงเทพและที่จอดรถแน่นขนัด แถมยังมีระยะความสูงจากพื้นรถที่ช่วยให้ขับผ่านเส้นทางลูกรังในบางพื้นที่ของไทยได้อย่างมั่นใจ ในฐานะรถรุ่นกลยุทธ์ระดับโลกของมิตซูบิชิ XForce ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากเทคโนโลยีขับเคลื่อนสี่ล้ออันเป็นจุดแข็งของแบรนด์ พร้อมระบบช่วงล่างที่ปรับแต่งมาเป็นพิเศษเพื่อให้ความนุ่มนวลเวลาขับในเมืองแต่ก็ยังคงประสิทธิภาพการขับขี่แบบออฟโรดเบาๆ ได้อย่างลงตัว เหมาะสมกับสภาพถนนหลากหลายแบบของไทย แม้จะวางตำแหน่งไว้เป็นรถ SUV ขนาดกะทัดรัด แต่การออกแบบภายในที่ชาญฉลาดก็มอบพื้นที่ภายในและพื้นที่เก็บของที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะบริเวณด้านหลัง ทำให้รถรุ่นนี้ใช้งานได้จริงสำหรับครอบครัวชาวไทย ในตลาดประเทศไทย รถยนต์รุ่นนี้จะแข่งขันกับรถยนต์รุ่นยอดนิยมอย่าง Honda HR-V และ Toyota Corolla Cross ด้วยขนาดที่พอเหมาะและรูปแบบการใช้งานที่ลงตัวซึ่งเป็นจุดขายหลัก
Q
รถ Mitsubishi XForce รุ่นปี 2025 มีตัวเลือกไฮบริดหรือไม่?
Mitsubishi XForce ปี 2025 ยังไม่มีรุ่นไฮบริดวางจำหน่าย มีจำหน่ายเฉพาะในตลาดประเทศไทยเท่านั้น มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ไร้ระบบอัดอากาศ และระบบเกียร์ CVT รุ่นนี้เน้นกลุ่มคนรุ่นใหม่และการขับขี่ในเมือง เหมาะกับสภาพถนนที่คับคั่งในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ และมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ค่อนข้างประหยัด แม้ยังไม่มีตัวเลือก Hybrid แต่ Mitsubishi ในไทยก็ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีพลังงานใหม่ๆ อย่างรุ่น Outlander PHEV ที่เคยเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ก็แสดงให้เห็นศักยภาพของแบรนด์ในด้านรถไฟฟ้า คาดว่าในอนาคต XForce อาจจะมีรุ่น Hybrid หรือ Plug-in Hybrid ตามนโยบายส่งเสริมรถพลังงานสะอาดของรัฐบาลไทย ตลาดรถ Hybrid ในไทยกำลังเติบโตเรื่อยๆ แต่ด้วยสภาพอากาศร้อนของประเทศ Mitsubishi น่าจะเน้นระบบ Hybrid ที่ผ่านการทดสอบในสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้นมาแล้วดีๆ สำหรับใครที่สนใจข้อมูลอัปเดตแนะนำให้ติดตามข่าวสารจากทางแบรนด์โดยตรง ส่วนรุ่นเครื่องเบนซินปัจจุบันของ XForce ก็มีความสามารถไม่เบา ด้วยระยะความสูงจากพื้นรถที่มากกว่ารถเมืองทั่วไป พร้อมระบบ Yaw Control ที่ช่วยควบคุมการเข้าโค้งได้ดี แม้จะขับบนถนนลื่นๆ ช่วงฤดูฝนหรือทางลูกรังเล็กน้อยก็ยังไหวอยู่
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

ห้องโดยสารกว้างขวางพร้อมโครงสร้างที่นั่งแบบยืดหยุ่น
มีคุณสมบัติความปลอดภัยมากพอสำหรับการป้องกันอย่างน่าเชื่อถือ
ระบบการส่งกำลังราบรื่นทำให้การขับขี่สบาย
ระยะข้างต้นพื้นเพียงพอสำหรับพื้นผิวทางหลากหลาย
ระบบมัลติมีเดียที่มีประโยชน์และง่ายต่อการใช้งาน

ข้อเสีย

บางคนอาจรู้สึกว่าพระกอบยนต์ไม่ค่อยแรง
พื้นที่แถวที่สามอาจแคบสำหรับผู้ใหญ่ที่สูง
ประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงต่ำกว่าบางรุ่น
วัสดุภายในอาจขาดความหรูหรา
ระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูงมีจำนวนจำกัด

Q&A ล่าสุด

Q
2023 CR-V ใหญ่กว่าขนาดเท่าไหร่?
CR-V รุ่นปี 2023 มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยมีความยาวเพิ่มขึ้นประมาณ 82 มม. และฐานล้อขยายขึ้นประมาณ 40 มม. ส่งผลให้ภายในห้องโดยสารกว้างขวางขึ้น โดยเฉพาะด้านหลัง ทำให้ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้นสำหรับครอบครัว ในตลาดท้องถิ่น การเปลี่ยนแปลงขนาดนี้ตอบโจทย์ความต้องการพื้นที่ใช้สอยของรถ SUV ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เดินทางบ่อยและมีผู้โดยสารหลายคน หรือบรรทุกสัมภาระจำนวนมาก นอกจากขนาดที่ใหญ่ขึ้นแล้ว CR-V รุ่นปี 2023 ยังได้รับการอัพเกรดวัสดุภายในและคุณสมบัติทางเทคโนโลยี เช่น หน้าจอควบคุมส่วนกลางขนาดใหญ่ขึ้นที่รองรับฟังก์ชั่นเฉพาะจุดได้มากขึ้น และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น ยังคงมีเครื่องยนต์ให้เลือกทั้งแบบเบนซินและไฮบริด ระบบไฮบริดช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างมากในสภาพการจราจรติดขัดในเมือง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ใช้งานได้จริงมากสำหรับผู้ขับขี่ในเมืองที่มักเจอปัญหารถติด ที่สำคัญคือ แม้จะมีขนาดใหญ่ขึ้น แต่การออกแบบที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความคล่องตัวในการควบคุมรถอย่างมีนัยสำคัญ รัศมีวงเลี้ยวอยู่ในช่วงที่เหมาะสม ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในถนนแคบๆ หรือลานจอดรถ
Q
ประสิทธิภาพการใช้น้ำมันของ Honda CR-V 2023 เป็นอย่างไร?
รถฮอนด้า CR-V รุ่นปี 2023 นี่ประหยัดน้ำมันสุดๆ แบบเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรเทอร์โบคู่กับเกียร์ CVT นี่ในเมืองจะกินน้ำมันประมาณ 7.8 ลิตรต่อ 100 กิโล ส่วนขับทางไกลจะลดลงเหลือ 6.5 ลิตรต่อ 100 กิโล ถ้าเฉลี่ยรวมๆก็อยู่ที่ 7.0 ลิตรต่อ 100 กิโล แต่ตัวเลขอาจจะแตกต่างกันนิดหน่อยขึ้นอยู่กับการขับและสภาพถนนนะ รถคันนี้ใช้เทคโนโลยี Earth Dreams ของฮอนด้าที่ช่วยให้การเผาไหม้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดการปล่อยมลพิษ เหมาะมากทั้งขับในเมืองและเดินทางไกล โดยเฉพาะในไทยที่รถติดบ่อย แนะนำให้เลือกรุ่นที่มีโหมด Eco จะช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกหน่อย ถ้าอยากประหยัดกว่านี้ก็มีรุ่นไฮบริดที่น้ำมันเฉลี่ยต่ำถึง 4.7 ลิตรต่อ 100 กิโล ใช้ไปนานๆช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ชัดเจนเลย อย่าลืมว่าการดูแลรักษาและลมยางที่เหมาะสมก็สำคัญมากๆสำหรับการประหยัดน้ำมัน ส่วนอากาศร้อนๆแบบไทยๆ แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องเกรดบางจะช่วยให้เครื่องทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในระดับเดียวกัน CR-V นี่ถือว่าประหยัดน้ำมันเป็นอันดับต้นๆ ทั้งแรงและประหยัด เลือกเป็นรถครอบครัวได้สบายใจ
Q
ในปี 2023 มีจำนวน Honda CR-V ขายไปทั้งหมดกี่คัน?
รถฮอนด้า CR-V ปี 2023 ทำผลงานได้ดีในตลาดโลก แม้ว่าตัวเลขยอดขายที่แน่นอนต้องอ้างอิงจากรายงานประจำปีของฮอนด้าเท่านั้น แต่รุ่นนี้ก็ยังคงเป็นที่นิยมในหมู่ครอบครัวด้วยความน่าเชื่อถือและประโยชน์ใช้สอยครบครัน CR-V ในฐานะรถ SUV เมืองที่ถือเป็นมาตรฐาน มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 2 แบบ คือ 1.5T เทอร์โบชาร์จและ 2.0L ไฮบริด ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องประหยัดน้ำมันและการขับขี่ลื่นไหล โดยเฉพาะในสภาพการขับขี่ในเมืองและการเดินทางไกล สำหรับตลาดในไทย CR-V โดดเด่นด้วยพื้นที่เบาะหลังกว้างขวางและการออกแบบช่องเก็บของที่ใช้งานได้หลากหลาย ทำให้เป็นตัวเลือกยอดฮิตสำหรับครอบครัวใหญ่ นอกจากนี้ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ Honda SENSING ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่อีกด้วย ที่น่าสนใจคือรุ่นปี 2023 ได้รับการปรับปรุงเรื่องการกันเสียงและอัพเกรดขนาดหน้าจอกลางถังรถ ทำให้การขับขี่สะดวกสบายยิ่งขึ้น ถ้าพูดถึงเรื่องมูลค่าขายต่อ CR-V มักจะอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งก็เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ผู้บริโภคหลายคนเลือกมัน
Q
“Swift 2021 ได้รับรีวิวดีๆ ไหม?”
สวิฟท์รุ่นปี 2021 ได้รับเสียงตอบรับค่อนข้างดีทั้งจากผู้ใช้และนักวิจารณ์มืออาชีพ รถคันเล็กคันนี้โดดเด่นในเรื่องความประหยัด ความคล่องตัว และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำ ระบบขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.2 ลิตรแบบธรรมชาติคู่กับเกียร์ CVT เหมาะกับการใช้งานในเมืองเป็นพิเศษ โดยกินน้ำมันเฉลี่ยประมาณ 18-20 กม./ลิตร ค่าบำรุงรักษาก็ไม่สูงจนเกินไป เหมาะกับการใช้งานประจำวัน ขนาดตัวรถกะทัดรัด จอดในซอยแคบๆ ได้สะดวก ภายในห้องโดยสารออกแบบเรียบง่ายแต่ใช้วัสดุพลาสติกแข็งเป็นหลัก ด้านเทคโนโลยีมีหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วและระบบความปลอดภัยพื้นฐาน แต่มีจุดอ่อนเรื่องเสียงรบกวนเมื่อขับความเร็วสูง และอาจจะคับเกินไปสำหรับครอบครัวใหญ่ คู่แข่งหลักในตลาดได้แก่ ฮอนด้า บริโอ และโตโยต้า ยาริส แอทีวี ซึ่งแต่ละรุ่นมีจุดเด่นแตกต่างกัน แนะนำให้ผู้สนใจลองขับเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ ส่วนในตลาดรถมือสอง สวิฟท์ยังครองอัตราการครองรถอยู่ในระดับปานกลาง แต่ควรตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์และเกียร์ให้ดีก่อนซื้อ จริงอยู่ที่รถขนาดเล็กแบบนี้ใช้งานสะดวกในพื้นที่ติดขัด แต่ถ้าต้องเดินทางไกลบ่อยๆ อาจต้องมองหารถขนาดใหญ่ขึ้นจะเหมาะสมกว่า
Q
“Swift เป็นรถที่ดีสำหรับการซื้อหรือไม่?”
ซูซูกิ สวิฟท์ เป็นรถขนาดเล็กที่เหมาะกับการขับขี่ในเมืองมาก ตัวรถกะทัดรัดและคล่องตัว ทำให้ขับผ่านถนนที่ติดขัดได้สะดวก เครื่องยนต์ 1.2L และ 1.0T ประหยัดน้ำมันได้ดี เหมาะกับคนที่ต้องการลดต้นทุน ส่วนภายในออกแบบเรียบง่ายและใช้งานได้ดี แม้ว่าจะใช้วัสดุพลาสติกแข็งเป็นหลักแต่ก็ทำออกมาได้แน่นหนา ในด้านความปลอดภัยมีถุงลมนิรภัยคู่และระบบ ABS เป็นมาตรฐาน ส่วนรุ่นท็อปยังมีฟังก์ชันความปลอดภัยเพิ่มเติม ในตลาดรถมือสองยังรักษามูลค่าได้อยู่ในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกัน ค่าซ่อมบำรุงไม่แพง และมีอะไหล่ให้เลือกมากมาย รถคันนี้เหมาะกับวัยทำงานหรือครอบครัวขนาดเล็กเป็นพิเศษ คู่แข่งในระดับเดียวกันก็อย่างเช่น ฮอนด้า บริโอ และ โตโยต้า ยาริส แนะนำว่าก่อนซื้อควรลองขับเปรียบเทียบและเลือกรุ่นที่เหมาะกับความต้องการ ส่วนโปรโมชั่นจากตัวแทนจำหน่ายก็มีบ่อยๆ ควรติดตามข้อมูลราคาให้ดีก่อนตัดสินใจ
ดูเพิ่มเติม