Q
Volvo S60 เป็นรถสปอร์ตหรือไม่?
Volvo S60 เป็นรถที่โฟกัสไปที่การเป็นรถซีดานหรูสปอร์ตมากกว่าจะเป็นรถสปอร์ตเต็มตัว โดยผสมผสานระหว่างดีไซน์สแกนดิเนเวียนที่สวยงามกับความสนุกสนานในการขับขี่ ซึ่งในตลาดไทย รถรุ่นนี้ได้รับความนิยมเนื่องจากขนาดตัวรถที่กำลังดีและความคล่องตัวที่เหมาะกับสภาพการจราจรที่ติดขัดในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ระบบ City Safety ที่มาพร้อมในทุกรุ่นช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานบนถนนไทยที่มีสภาพการจราจรซับซ้อน ส่วนรุ่น T8 แบบปลั๊กอินไฮบริดยังตอบโจทย์เรื่องประหยัดน้ำมันซึ่งเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคไทย แม้ว่าระบบช่วงล่างจะถูกตั้งค่าให้แข็งกว่าซีดานทั่วไปเพื่อการเข้าโค้งที่มั่นใจกว่า แต่เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง BMW 3 ซีรีส์ที่เน้นสมรรถนะสปอร์ตเต็มตัวแล้ว S60 กลับให้ความสำคัญกับความสมดุลระหว่างความสบายและความปลอดภัยมากกว่า ในตลาดไทย รถซีดานหรูขนาดกลางแบบนี้มักเป็นที่นิยมในหมู่คนทำงานวัยหนุ่มสาวที่มองหารถทั้งสำหรับการเดินทางประจำวันและความสนุกในการขับขี่ แนะนำให้ผู้ที่สนใจไปทดลองขับที่โชว์รูม Volvo ในไทยเพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ด้วยตัวเอง นอกจากนี้บางตัวแทนจำหน่ายในไทยยังมีแพ็กเกจบริการเฉพาะสำหรับรถแบบไฮบริดซึ่งช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายในการใช้งานระยะยาวได้เป็นอย่างดี
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
Volvo S60 เป็นรถที่เงียบหรือไม่?
Volvo S60 ให้ประสบการณ์ด้านเสียงรบกวนที่ยอดเยี่ยมในระดับเดียวกัน โครงสร้างตัวถังใช้เหล็กความแข็งแรงสูงและวัสดุดูดซับเสียงหลายชั้น โดยเฉพาะในสภาพการจราจรติดขัดแบบกรุงเทพฯ ที่พบได้บ่อย ช่วยลดเสียงเครื่องยนต์และเสียงยางได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อรวมกับกระจกหน้าต่างแบบชั้นบางพิเศษ ยังช่วยตัดเสียงรบกวนความถี่สูงจากรถจักรยานยนต์ในเมืองได้ชัดเจน ส่วนช่วงล่างได้รับการปรับปรุงด้านการกันเสียงให้เหมาะกับถนนบางสายในไทยที่ขรุขระ แต่เมื่อเร่งเครื่องเร็วอาจยังได้ยินเสียงเครื่องยนต์บ้างเล็กน้อย ซึ่งการออกแบบนี้กลับตรงใจคนรักการขับขี่ที่ชอบความรู้สึกสปอร์ต แต่ถ้าอยากได้ความเงียบสงัดสุดๆ ก็สามารถเลือกติดตั้งชุดอัพเกรดกันเสียงจาก Volvo ได้ แอร์ระบบปรับอากาศยังถูกปรับให้เหมาะกับอากาศร้อนของไทย โดยเสียงพัดลมทำงานนุ่มนวลกว่ารุ่นที่ขายในยุโรป ที่น่าสนใจคือตัวแทนจำหน่าย Volvo ในไทยมีบริการตรวจสอบสภาพยางประตูฟรี ซึ่งช่วยรักษาประสิทธิภาพการกันเสียงได้ยาวนาน เมื่อเทียบกับรุ่นเดียวกันอย่าง Lexus ES ที่เน้นความเงียบแบบหรูหรา แต่ S60 กลับให้ความสมดุลระหว่างความสปอร์ตและความสบาย ซึ่งตอบโจทย์คนไทยที่ชอบดีไซน์สแกนดิเนเวียนแต่ก็ต้องการความรู้สึกในการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ
Q
Volvo S60 มีประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิงหรือไม่?
Volvo S60 เป็นรุ่นที่ประหยัดน้ำมันได้ดีเลยทีเดียว โดยเฉพาะในสภาพถนนแบบผสมผสานทั้งในเมืองและทางด่วนของไทย เครื่องยนต์ 2.0 ลิตรเทอร์โบชาร์จที่มาพร้อมระบบไฮบริด 48V ช่วยให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ในระดับประหยัด ข้อมูลทางการระบุว่าประหยัดน้ำมันเฉลี่ยประมาณ 6-7 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ซึ่งตอบโจทย์คนไทยที่ต้องการทั้งความประหยัดและพลังขับเคลื่อน นอกจากนี้ S60 ยังมีระบบเลือกโหมดการขับขี่ โดยโหมด Eco จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันได้อีก ซึ่งเหมาะมากกับสภาพการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ที่สำคัญคือสภาพอากาศร้อนของไทยที่สร้างภาระให้ระบบแอร์ค่อนข้างมาก แต่ระบบแอร์ของ S60 นั้นได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ ให้ความเย็นได้ดีและไม่กินน้ำมันมาก นับเป็นจุดแข็งในด้านการปรับตัวให้เข้ากับตลาดไทย และถ้าอยากประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้นไปอีก ก็สามารถเลือกรุ่นปลั๊กอินไฮบริดอย่าง S60 Recharge ที่สามารถวิ่งในโหมดไฟฟ้าได้ระยะทางไกลโดยไม่ปล่อยมลพิษ เหมาะสำหรับผู้ที่มีที่ชาร์จรถ ส่วนจะเลือกรุ่นเครื่องยนต์ทั่วไปหรือรุ่นไฮบริด Volvo S60 ก็ยังคงความปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามสไตล์ของแบรนด์ ถือเป็นรถยนต์หรูระดับกลางที่น่าจับตามองในตลาดไทย
Q
ทำไม Volvo S60 ถึงถูกยุติการผลิต?
เหตุผลหลักที่ Volvo หยุดผลิตรุ่น S60 คือการปรับกลยุทธ์ระดับโลกของแบรนด์ มุ่งหวังใช้ทรัพยากรอย่างเข้มข้นในการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า การตัดสินใจดังกล่าวสอดรับกับแนวโน้มของตลาดไทยที่เร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานใหม่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผน "ความเป็นไฟฟ้า 100% ภายในปี 2030" ของ Volvo รุ่นเครื่องยนต์สันดาปทั่วไปจะค่อยๆ ถูกลดบทบาทลง แพลตฟอร์ม SPA ที่ใช้ผลิต S60 กำลังถูกแทนที่ด้วยแพลตฟอร์ม SPA2 ที่ออกแบบมาสำหรับรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ สำหรับตลาดไทยแล้ว S60 เผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดในเซกเมนต์รถหรูระดับ B ขณะที่ความสนใจของผู้บริโภคต่อรุ่นปลั๊กอินไฮบริดสูงกว่ารุ่นเครื่องยนต์เบนซินทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้วอลโว่ให้ความสำคัญกับการนำรถไฟฟ้าเช่น XC40 Recharge ออกสู่ตลาดก่อน
ที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภคไทยคือ Volvo ประกาศแล้วว่าจะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ในปี 2024 ที่ใช้แพลตฟอร์มใหม่พัฒนาโดยเฉพาะ โดยมีระยะทางต่อการชาร์จและระบบอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ในประเทศมากขึ้น แถมยังได้ประโยชน์จากนโยบายส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลไทย ทั้งการลดภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิต ทำให้รถหรูไฟฟ้ามีความได้เปรียบด้านราคา
ขณะนี้เครือข่ายตัวแทนจำหน่าย Volvo ในไทยยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง พร้อมให้บริการด้านการขายและระบบชาร์จที่ครบวงจรมากขึ้นในอนาคต ส่วนเจ้าของ S60 ในปัจจุบันก็ยังคงได้รับบริการหลังการขายตามมาตรฐานของแบรนด์อย่างเต็มที่ตลอดอายุการใช้งาน
Q
ฉันสามารถใส่น้ำมันเบนซิน 87 ลงใน Volvo S60 ได้หรือไม่?
ตามคำแนะนำอย่างเป็นทางการจาก Volvo S60 รถรุ่นนี้แนะนำให้ใช้เชื้อเพลิงระดับ 95 ขึ้นไปเพื่อประสิทธิภาพและการปกป้องเครื่องยนต์ที่ดีที่สุด แม้ว่าการใช้น้ำมันเบนซิน 87 อาจไม่สร้างความเสียหายที่เห็นได้ชัดในระยะสั้น แต่การใช้เชื้อเพลิงระดับต่ำเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดการน็อคของเครื่องยนต์ ลดกำลัง และประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันที่แย่ลง ยิ่งทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้ได้ง่ายขึ้นในสภาวะอากาศร้อนของประเทศไทย ในตลาดไทย ระดับน้ำมันเบนซินเป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยน้ำมันเบนซิน 87 (เทียบเท่ากับมาตรฐานยุโรป 91 RON) มีความต้านทานการน็อคต่ำ ในขณะที่น้ำมัน 95 และ E20 (ที่มีเอทานอล 20%) เป็นตัวเลือกระดับสูงที่พบได้บ่อยกว่า จึงแนะนำให้เจ้าของรถปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตเพื่อยืดอายุเครื่องยนต์ นอกจากนี้ เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จสมัยใหม่มีความไวต่อคุณภาพเชื้อเพลิง การใช้เชื้อเพลิงระดับต่ำอาจมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของระบบเทอร์โบ หากจำเป็นต้องเติมน้ำมัน 87 ในกรณีฉุกเฉิน แนะนำให้เติมน้ำมันระดับสูงในครั้งต่อไปโดยเร็วที่สุด หรือใช้สารเติมแต่งเชื้อเพลิงที่ได้มาตรฐานเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
Q
Volvo S60 ต้องใช้น้ำมันพรีเมียมหรือไม่?
สำหรับรถโวลโว่ S60 ในตลาดไทย แนะนำให้ใช้เชื้อเพลิงพรีเมียมระดับ 95 ขึ้นไป เช่น แก๊สโซฮอล์ 95 แบบเบนซินของ PTT หรือ PTT EVO เพราะเครื่องยนต์ Drive-E เทอร์โบชาร์จมีการออกแบบอัตราส่วนการอัดสูง การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงระดับต่ำกว่านี้อาจทำให้เกิดการน็อคและส่งผลต่อกำลังเครื่องยนต์รวมถึงประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนของไทย น้ำมันพรีเมียมที่มีสารทำความสะอาดจะช่วยลดการสะสมคาร์บอนในเครื่องยนต์ได้ดีกว่า ซึ่งสำคัญมากเมื่อขับในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ที่ต้องสตาร์ทและหยุดบ่อยๆ แม้ว่าการใช้น้ำมัน 91 ในระยะสั้นจะไม่ทำลายเครื่องยนต์ทันที แต่ในระยะยาวอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพและเพิ่มค่าบำรุงรักษา สิ่งที่ควรสังเกตคือ น้ำมันพรีเมียมบางยี่ห้อในไทย เช่น PTT และบางจาก มีสูตรทำความสะอาดพิเศษที่เหมาะกับเครื่องยนต์เทอร์โบแบบฉีดตรง โดยรถหรูระดับเดียวกันอย่าง BMW ซีรีส์ 3 หรือ Mercedes C-Class ในไทยก็แนะนำให้ใช้น้ำมันพรีเมียมเช่นกัน ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์เทคโนโลยีเครื่องยนต์สมัยใหม่ นอกจากนี้เจ้าของรถยังสามารถบำรุงระบบเชื้อเพลิงเพิ่มเติมด้วยน้ำยาทำความสะอาดระบบเชื้อเพลิงที่ได้รับการรับรองจากโวลโว่ แต่ควรหลีกเลี่ยงการผสมน้ำยาต่างยี่ห้อกัน
Q
Volvo S60 เป็นรถยนต์ที่มีสูบ 4 หรือ 6 สูบ?
สำหรับตลาดไทย Volvo S60 นั้นเน้นเสนอเครื่องยนต์ 4 สูบเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร หรือเครื่องยนต์ดีเซลที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเหมาะกับสภาพการจราจรในเมืองไทยที่ต้องหยุด-สตาร์ทบ่อย พร้อมยังผ่านมาตรฐานการปล่อยไอเสียที่เข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ แม้รุ่นเก่าในบางตลาดต่างประเทศเคยมีเครื่องยนต์ 6 สูบ แต่รุ่นปัจจุบันที่ขายในไทยล้วนใช้ 4 สูบแบบเต็มตัว พ่วงด้วยระบบไฮบริด 48V หรือปลั๊ก-อินไฮบริดที่ช่วยให้ขับเคลื่อนได้อย่างลื่นไหลและประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น สำหรับคนไทยแล้ว เครื่องยนต์ 4 สูบแบบนี้ไม่เพียงลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่ยังได้ทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอันเป็นเอกลักษณ์ของ Volvo และดีไซน์มินิมอลแบบนอร์ดิก เช่น ระบบ City Safety ที่มีให้ทุกรุ่น หรือเทคโนโลยีกรองอากาศที่ออกแบบมาเฉพาะสภาพอากาศร้อนชื้น แถมเทรนด์อุตสาหกรรมรถยนต์ยุคใหม่ก็ไปทางเครื่องยนต์ขนาดเล็กแต่ประสิทธิภาพสูง แม้แต่แบรนด์หรูก็ใช้เทอร์โบชาร์จและระบบไฮบริดเพื่อให้ได้สมรรถนะที่แรงแต่ยังคงความประหยัด ดังนั้นเครื่องยนต์ 4 สูบจึงตอบโจทย์การขับขี่ส่วนใหญ่ได้อย่างครบถ้วน ทั้งเรื่องสมรรถนะและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
Q
Volvo S60 มันเร็วหรือไม่?
รถ Volvo S60 ในตลาดไทยได้รับความสนใจจากสมรรถนะที่ลงตัว รุ่น T5 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบ 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 250 แรงม้า เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 6.5 วินาที ซึ่งเพียงพอต่อการขับขี่ทั่วไปและการแซงบนทางหลวง แม้จะไม่แรงสะบัดเหมือนรถสปอร์ตเต็มตัว แต่การส่งกำลังเรียบเชิงเส้นคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดทำให้เปลี่ยนเกียร์ลื่นไหลพอดี ในสภาพอากาศร้อนของไทย ระบบช่วงล่างของ S60 ถูกปรับมาเพื่อความนุ่มสบายเป็นหลัก ช่วยลดแรงสะเทือนจากพื้นถนนได้ดี แถมระบบ City Safety สำหรับความปลอดภัยในเมืองยังใช้งานได้ดีในสภาพการจราจรติดขัดของกรุงเทพฯ จุดเด่นของ S60 เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกันคือระบบความปลอดภัยสไตล์นอร์ดิกและวัสดุภายในห้องโดยสารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเทคโนโลยี Cleanzone ยังช่วยกรองอากาศภายในรถให้สะอาด แก้ปัญหาเรื่องมลพิษทางอากาศในไทยได้อีกด้วย ควรระวังว่าผู้บริโภคไทยสามารถเลือกรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าหรือสี่ล้อได้ โดยรุ่นสี่ล้อจะทรงตัวดีกว่าในผิวถนนลื่นช่วงฤดูฝน แต่จะกินน้ำมันมากกว่าเล็กน้อย รุ่นนี้เหมาะกับคนไทยที่มองหาความปลอดภัย ความสบาย และประสบการณ์การขับขี่เรียบหรู เหมาะเป็นพิเศษสำหรับคนที่ขับทางไกลบ่อยหรือเน้นการใช้รถเพื่อครอบครัว
Q
ขนาดยางที่ Volvo S60 ใช้คืออะไร
รถ Volvo S60 ที่ขายในตลาดไทย ส่วนใหญ่จะใช้ยางขนาด 235/45 R18 เป็นมาตรฐาน แต่ในรุ่นท็อปๆ อาจจะเจอยางขนาด 235/40 R19 หรือ 245/35 R20 ด้วยนะครับ ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็ขึ้นอยู่กับปีผลิตและรุ่นรถด้วย ต้องตรวจสอบอีกที สำหรับสภาพอากาศไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุก แนะนำให้เลือกยางรุ่นที่เกาะถนนเปียกได้ดีและทนความร้อนสูง เช่น ยางมิชลิน Pilot Sport 4 หรือกูดเยียร์ Eagle F1 Asymmetric จะเหมาะมาก เพราะเน้นการออกแบบดอกยางและส่วนผสมยางพิเศษที่ตอบโจทย์ถนนช่วงฤดูฝนของไทยได้ดี เวลาเปลี่ยนขนาดยางต้องระวังนิดนึงนะ ควรให้เส้นผ่านศูนย์กลางเปลี่ยนไปไม่เกิน ±3% เพื่อความแม่นยำของมาตรวัดความเร็ว เช่น จากยาง 235/45 R18 อาจเปลี่ยนเป็น 245/45 R18 ได้ แต่ไม่ควรเลือกยางที่ผอมเกินไปเพราะจะทำให้ขับไม่ค่อยสบายและล้ออาจเสียหายง่าย ส่วนเรื่องลมยางก็สำคัญมากในสภาพอากาศร้อนแบบไทย แนะนำให้ตรวจสอบเดือนละครั้ง โดยดูค่ามาตรฐานจากสติกเกอร์ที่กรอบประตู แล้วอาจเติมลมให้มากกว่าปกติสัก 0.1-0.2 บาร์ เพื่อลดแรงกลิ้ง แต่ห้ามเติมเกินค่าสูงสุดที่กำหนดไว้
Q
หม้อน้ำชนิดใดที่ใช้สำหรับ Volvo s60?
สำหรับรถยนต์ Volvo S60 รุ่นนี้โดยทั่วไปจะติดตั้งหม้อน้ำอลูมิเนียมประสิทธิภาพสูง พร้อมระบบพัดลมไฟฟ้าที่ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งช่วยจัดการกับสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อใช้งานในประเทศไทย แนะนำให้ตรวจสอบความเข้มข้นของน้ำหล่อเย็นเป็นประจำ (แนะนำให้ผสมน้ำยาหล่อเย็น 50% กับน้ำกลั่น 50%) และควรเปลี่ยนทุก 2 ปีหรือทุก 40,000 กิโลเมตร เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบระบายความร้อนเสื่อมสภาพเร็วจากสภาพอากาศแบบร้อนชื้น ข้อสังเกตคือรถบางรุ่นในตลาดไทยอาจติดตั้งเครื่องระบายความร้อนน้ำมันเกียร์เพิ่มเติม ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากสำหรับสภาพการจราจรที่ติดขัดบ่อยๆในกรุงเทพฯ หากจำเป็นต้องเปลี่ยนหม้อน้ำ แนะนำให้เลือกใช้อะไหล่แท้จากโรงงานหรืออะไหล่ทดแทนคุณภาพสูงที่ได้มาตรฐาน ISO เพราะหม้อน้ำที่ไม่ได้มาตรฐานในตลาดไทยอาจทนต่อการใช้งานในอุณหภูมิสูงต่อเนื่องไม่ได้ ในการบำรุงรักษาประจำวัน ควรสังเกตว่าซี่หม้อน้ำอุดตันด้วยแมลงหรือฝุ่นหรือไม่ ซึ่งพบได้บ่อยบนถนนชนบทที่มีฝุ่นมากในประเทศไทย สำหรับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพการระบายความร้อนที่สูงขึ้น สามารถปรึกษาตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตเกี่ยวกับระบบระบายความร้อนรุ่นอัพเกรด แต่ต้องคำนึงว่าการปรับแต่งต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบกของประเทศไทย
Q
วิธีการวาง Volvo s60 ในโหมดเครื่องว่าง
การใส่โหมดเกียร์ว่าง (N) สำหรับ Volvo S60 นะครับ ขั้นแรกให้มั่นใจว่าตัวรถจอดสนิทแล้วและเหยียบแป้นเบรกไว้ จากนั้นกดปุ่มปลดล็อกที่ด้านซ้ายของคันเกียร์ พร้อมกับดันคันเกียร์ไปข้างหน้าเบาๆ ถึงตำแหน่ง "N" เมื่อทำเสร็จแล้วหน้าปัดจะแสดงสัญลักษณ์เกียร์ว่างให้เห็นนะ ข้อควรระวังคือถ้าต้องจอดรถทิ้งไว้ในอากาศร้อนแบบประเทศไทยนานๆ แนะนำให้ใช้เบรกมือไฟฟ้าร่วมด้วยเพื่อป้องกันรถไหล โดยเฉพาะในที่ลาดชันหรือห้างสรรพสินค้าต่างๆ
สำหรับรุ่น Volvo ที่ติดตั้งเกียร์ Geartronic การใช้เกียร์ว่างเหมาะสำหรับฉากพิเศษเช่นการลากรถหรือการล้างรถเท่านั้น ส่วนเวลาติดไฟแดงปกติไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมาเกียร์ว่าง เพราะระบบออโต้สตาร์ท-สต็อปของ S60 จะจัดการสถานะเครื่องยนต์ให้อัตโนมัติอยู่แล้ว
อีกเรื่องที่อยากเตือนเพื่อนๆ คนไทยนะครับ แม้เกียร์ออโตเมติกสมัยนี้จะพัฒนาไปไกล แต่การเปลี่ยนมาเกียร์ว่างบ่อยๆ ขณะขับขี่อาจส่งผลต่ออายุการใช้งานเกียร์ได้ ทางที่ดีควรปฏิบัติตามคำแนะนำในคู่มือจะเหมาะสมกว่า ถ้าเจอปัญหาลองเกียร์ยากสักหน่อย สาเหตุมักเกิดจากเหยียบเบรกไม่ลึกพอหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ต้องการเวลาเรียนรู้ใหม่ ลองแก้ไขโดยการเหยียบเบรกให้สุดหรือรีสตาร์ทรถดู
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
ทำไมรถยนต์นำเข้าถึงมีราคาสูงกว่า?
สาเหตุหลักที่ราคารถยนต์นำเข้าสูงเกินไป เนื่องจากภาษีหลายชั้นสะสมกับความแตกต่างของต้นทุนการผลิตในประเทศ
ภาษีนำเข้าเป็นปัจจัยสำคัญอันดับแรก ซึ่งมักจะสูงถึง 50%-200% ของราคารถ
ตัวอย่างเช่น รถนำเข้าที่มีราคาประมาณ 600,000 บาท หลังเสียภาษีแล้ว ค่าใช้จ่ายรวมอาจเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าถึง 1,200,000 บาทขึ้นไป
แบรนด์หรูได้รับผลกระทบชัดเจนกว่า เช่นราคาขายปลายทางของรุ่นรถอย่างเมอร์เซเดส-เบนซ์ C-Class อาจสูงกว่าที่ประเทศต้นกำเนิด 70%-80%
ประการที่สอง ภาษีจดทะเบียนรถยนต์ ภาษีถนน (ชำระรายปี 800-10,000 บาท) ประกันภัยภาคบังคับ (ประมาณ 1,000 บาทต่อปี) และประกันภัยเชิงพาณิชย์ (10,000-25,000 บาทต่อปี) ยังทำให้ต้นทุนการครอบครองเพิ่มขึ้นอีกด้วย
นอกจากนี้ เนื่องจากขาดระบบอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศ แบรนด์นำเข้ามีอิสระในการกำหนดราคาค่อนข้างมาก และการยอมรับของผู้บริโภคต่อราคาแบรนด์ยังสนับสนุนระบบราคาสูงนี้
สิ่งที่ควรสังเกตคือ รุ่นรถบางรุ่นที่ประกอบในประเทศ (เช่น โตโยต้า คอร์ลลา เริ่มต้นที่ 230,000 บาท) เนื่องจากได้รับสิทธิ์ลดภาษี จึงมีราคาที่สมเหตุสมผลกว่า จึงควรพิจารณารุ่นรถที่มีข้อได้เปรียบด้านสถานที่ผลิตเป็นอันดับแรก ก่อนตัดสินใจซื้อรถ
Q
Hyundai เป็นรถยนต์นำเข้าหรือไม่?
การวางตำแหน่งของรถยนต์ฮันไดในประเทศไทยไม่ได้พึ่งพาการนำเข้าเพียงอย่างเดียว แต่รูปแบบธุรกิจกำลังเปลี่ยนไปสู่การผลิตในประเทศอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตามแผนล่าสุด ฮันไดได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ให้ลงทุน 1,000 ล้านบาทเพื่อร่วมมือกับโรงงานประกอบรถยนต์ธนบุรีในจังหวัดสมุทรปราการ ในการเริ่มประกอบรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ในประเทศตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป การดำเนินการนี้จะทำให้รถบางรุ่น (โดยเฉพาะรุ่นไฟฟ้า) ในอนาคตมีคุณสมบัติ "ผลิตในประเทศไทย" แต่ในขณะนี้ รถยนต์ที่ใช้น้ำมันแบบดั้งเดิมที่จำหน่ายยังคงอาจเข้ามาในตลาดผ่านช่องทางนำเข้า การปรับกลยุทธ์ของฮันไดมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับนโยบาย EV 3.5 ของไทย ซึ่งกำหนดให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องใช้ชิ้นส่วนหลักที่ผลิตในประเทศ (เช่น ต้องใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตในไทยตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป) จึงจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี สิ่งนี้กระตุ้นให้ฮันไดเร่งสร้างห่วงโซ่อุปทานในประเทศ ควรสังเกตว่าฮันไดมีฐานการผลิต 6 แห่งในประเทศไทย โดยสายการผลิตครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์เก๋งระดับประหยัดอย่างเอลันตร้า จนถึงรถยนต์ SUV ระดับสูง รถแต่ละรุ่นอาจมีแหล่งผลิตที่แตกต่างกัน ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบรหัสตัวถังรถ (VIN) หรือสอบถามข้อมูลแหล่งผลิตโดยตรงจากตัวแทนจำหน่ายได้ โดยรถที่ประกอบในประเทศมักมีระยะเวลาจัดส่งที่สั้นกว่าและราคาที่แข่งขันได้มากกว่า
Q
รถยี่ห้อนิสสันเป็นรถนำเข้าหรือไม่?
รถยนต์นิสสันในตลาดไทยเป็นแบรนด์นำเข้า แต่สามารถใช้ประโยชน์จากนโยบายยกเว้นภาษีสำหรับรุ่นบางรุ่นได้ผ่านการผลิตในประเทศ
ในฐานะหนึ่งในสามแบรนด์หลักของรถยนต์ญี่ปุ่น นิสสัน โตโยต้า และฮอนด้า ร่วมกันครองส่วนแบ่งการตลาดในไทยมากกว่า 90%
สายผลิตภัณฑ์ของนิสสันครอบคลุมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถกระบะ โดยเฉพาะรุ่นกระบะ Navara ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.3T ระบบกรองไอเสีย DPF และกลยุทธ์การตั้งราคาระหว่าง 605,000 ถึง 1,175,000 บาท
ทำให้มียอดขายที่มั่นคงทั้งในภาคธุรกิจและครัวเรือน
ที่น่าสนใจคือ นิสสันกำลังเร่งวางแผนรถยนต์ไฮบริดในไทย โดยมีแผนจะเปิดตัวรถรุ่นใหม่ 5 รุ่นระหว่างปี 2025-2027
และตามนโยบายของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จะดำเนินการผลิต HEV ที่โรงงานจังหวัดสมุทรปราการเพื่อได้รับประโยชน์จากการลดภาษีสรรพสามิต
แม้ประเทศไทยจะไม่มีแบรนด์รถยนต์ท้องถิ่น แต่นิสสันได้สร้างระบบครบวงจรตั้งแต่การผลิตจนถึงบริการหลังการขายผ่านเครือข่ายบริการในประเทศและการลงทุนอย่างต่อเนื่อง
ความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ ความสะดวกในการซ่อมแซม และความสอดคล้องกับนโยบาย ล้วนส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันทางตลาด
Q
"รถยนต์นำเข้า" หมายถึงอะไร?
ในตลาดประเทศไทย ราคาและตัวเลือกของรถยนต์นำเข้าถูกอิทธิพลจากปัจจัยหลายอย่าง ยี่ห้อญี่ปุ่นเช่น โตโยต้า ฮอนด้า นิสสัน ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเนื่องจากการผลิตในประเทศ ทำให้รถรุ่น Corolla (ประมาณ 230,000 บาท) Accord (ประมาณ 250,000 บาท) มีราคาที่สามารถแข่งขันได้มากขึ้น ในขณะที่ยี่ห้อเยอรมันเช่น บีเอ็มวี X3 X5 ก็ได้เปรียบจากอัตราภาษีศุลกากรที่ต่ำกว่า ยี่ห้อรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บายดีอี แกว๋อชี ไออัน ฯลฯ ใช้เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าบริสุทธิ์ในการครองส่วนแบ่งตลาดย่อย 34.3% และรูปแบบการผลิตในประเทศช่วยลดต้นทุนได้อีก เมื่อซื้อรถควรทราบว่ารถนำเข้าอาจต้องเสียภาษีสูงถึง 200% ส่วนรถที่ประกอบในไทยมีภาระภาษีน้อยกว่า ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษารถต่อปีประมาณ 2,000-30,000 บาท รวมประกันภัยและภาษีจดทะเบียน ในตลาดรถมือสอง รถราคาต่ำกว่า 300,000 บาท ส่วนใหญ่เป็นรถอายุ 6-7 ปี ต้องตรวจสอบสภาพรถอย่างละเอียด โดยรวมแล้ว ผู้บริโภคไทยต้องพิจารณาราคา ภาษี บริการของยี่ห้อ และแนวโน้มการใช้รถไฟฟ้าในการเลือกรถนำเข้า รถญี่ปุ่นยังครองส่วนใหญ่จากเครือข่ายที่แข็งแกร่ง ส่วนรถไฟฟ้าจีนเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจ
Q
"ฉันสามารถขับรถยนต์นำเข้าในสหราชอาณาจักรได้หรือไม่?"
การขับขี่ยานพาหนะนำเข้าในประเทศไทยจำเป็นต้องผ่านมาตรฐานการรับรอง TISI การรับรองนี้พัฒนาโดยสมาคมมาตรฐานอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ครอบคลุมรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้มั่นใจว่าสอดคล้องกับมาตรฐานด้านความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และเทคนิค กระบวนการรับรองประกอบด้วยการยื่นใบสมัคร การทดสอบตัวอย่าง การตรวจสอบจากโรงงาน และการอนุมัติขั้นสุดท้าย ยานพาหนะที่ไม่ผ่านการรับรองจะถูกลงโทษ เช่น ห้ามจำหน่ายและปรับ นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ประเทศไทยจะใช้มาตรการภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีนำเข้าใหม่ เริ่มต้นที่ 1 บาท ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์บางประเภท แต่ผลกระทบต่อรถยนต์สำเร็จรูปและชิ้นส่วนหลักจะมีจำกัด รัฐบาลไทยยังได้ออกมาตรการจูงใจทางภาษีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อส่งเสริมการลงทุนในรถโดยสารและรถบรรทุกไฟฟ้า และส่งเสริมการพัฒนาระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยานพาหนะนำเข้าต้องเป็นไปตามมาตรฐานการปล่อยมลพิษของไทย (เช่น Euro 4 หรือ Euro 5) และดำเนินการจดทะเบียนรถให้เรียบร้อย การทำความเข้าใจกฎระเบียบเหล่านี้จะช่วยให้การใช้ยานพาหนะนำเข้าในประเทศไทยเป็นไปอย่างราบรื่น และขอแนะนำให้ติดตามการอัปเดตนโยบายเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

Volvo EX60ในฐานะผู้สืบทอดไฟฟ้าของ XC60 ซ่อนแนวคิดเชิงปฏิบัติของการเปลี่ยนผ่านแบรนด์
วิรุฬห์Jan 23, 2026

Volvo EX60จะติดตั้ง Google Gemini AI ซึ่งจะทำให้รถยนต์ไฟฟ้าของ Volvo เป็นที่นิยมมากขึ้นหรือไม่?
AshleyJan 15, 2026

Volvo EX90 วิเคราะห์แผนผ่อนล่าสุด ขั้นต่ำ 54,xxx บาทต่องวด
สุรเดชNov 20, 2025

Volvo ยอดขายทั่วโลกลดลง 12% ในเดือนมิถุนายน รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นสาเหตุหลักที่ฉุดรั้ง
สุรเดชJul 14, 2025

Volvo เรียกคืนรถ EV ประมาณ 12,000 คัน เนื่องจากฟังก์ชัน One Pedal Driving อาจเป็นอันตราย
สุรเดชJul 1, 2025
ดูเพิ่มเติม


ข้อดี
ข้อเสีย