Q
วิธีตรวจสอบระดับน้ำหล่อเย็น Volvo XC60
ในสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย การตรวจสอบระดับน้ำหล่อเย็นของ Volvo XC60 เป็นประจำเป็นสิ่งสำคัญมาก แนะนำให้ทำในช่วงเช้าขณะเครื่องยนต์ยังเย็น เริ่มจากจอดรถบนพื้นระดับ หลังจากเครื่องยนต์เย็นตัวเต็มที่แล้วเปิดกระโปรงหน้า หาหม้อน้ำหล่อเย็นแบบกึ่งใส (มักมีคำว่า "Coolant" ติดอยู่) ตรวจดูว่าระดับน้ำอยู่ระหว่างขีด MIN และ MAX ที่ระบุบนหม้อหรือไม่ ถ้าต่ำกว่าเส้น MIN ต้องเติมน้ำหล่อเย็นที่ได้มาตรฐานของ VOLVO ทันที โดยตัวแทนจำหน่ายวอลโว่ในประเทศไทยสามารถจัดเตรียมน้ำหล่อเย็นสีน้ำเงินหรือสีเขียวที่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนได้ ข้อควรระวังคือ XC60 ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จซึ่งทำงานที่อุณหภูมิสูง หากสังเกตว่าน้ำหล่อเย็นลดลงผิดปกติอาจเกิดจากการรั่วในระบบระบายความร้อน ควรรีบไปตรวจที่ศูนย์บริการผู้แทนจำหน่ายในกรุงเทพฯ หรือพัทยา นอกจากนี้ในการบำรุงรักษาปกติ ควรตรวจสอบจุดเยือกแข็งของน้ำหล่อเย็น (ในไทยแนะนำให้ใช้แบบ -15°C) และค่า pH เพื่อป้องกันไม่ให้ประสิทธิภาพการป้องกันการกัดกร่อนลดลงเมื่อใช้ไปนานๆ และที่สำคัญห้ามผสมน้ำหล่อเย็นต่างสีกันเพราะอาจเกิดตะกอนอุดตันในระบบ ซึ่งเป็นเรื่องที่เจ้าของรถในไทยต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อบำรุงรักษารถด้วยตนเอง
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
Volvo XC 60 มีกี่รุ่น
โวลโว่ XC60 ในตลาดไทยมีหลายระดับความประณีตเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่าง โดยหลักๆ แล้วจะมี 3 รุ่นด้วยกันคือ Momentum Inscription และ R-Design รุ่น Momentum ที่เป็นระดับเริ่มต้น จะมาพร้อมกับระบบความปลอดภัย City Safety ไฟหน้า LED จอสัมผัส 9 นิ้ว และฟังก์ชันพื้นฐานอื่นๆ เหมาะสำหรับคนที่เน้นความปลอดภัยและความใช้งานได้จริง ส่วนรุ่น Inscription จะเน้นความหรูหรามากขึ้น ด้วยการเพิ่มเบาะหนังจริง ไม้ประดับภายในรถ ระบบปรับอากาศ 4 โซน และฟีเจอร์เสริมความสะดวกสบายอื่นๆ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนไทยที่ชอบความสบาย ส่วน R-Design จะเป็นแนวสปอร์ตมากกว่า ด้วยชุดแต่งภายนอกที่ดูดุดัน ระบบช่วงล่างที่ปรับแต่งพิเศษ และดีเทลภายในรุ่นเฉพาะ เหมาะกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชอบความสปอร์ต
สำหรับสภาพอากาศร้อนๆ ของไทย ระบบคุณภาพอากาศ (CZIS) ที่มาพร้อมในทุกรุ่นและระบบระบายอากาศบนเบาะ (ในรุ่นสูง) ถือเป็นจุดขายที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ด้านสมรรถนะ ตลาดไทยจะเน้นไปที่เครื่องยนต์ B5 แบบไฮบริดและ T8 แบบปลั๊กอินไฮบริด ซึ่งรุ่นหลังนี้จะได้สิทธิประโยชน์รถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ๆ
สิ่งที่ควรสนใจเป็นพิเศษคือระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติ Pilot Assist ที่ช่วยลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่บนถนนติดขัดของไทย และถุงลมนิรภัย 7 จุดที่มาพร้อมทุกรุ่นก็ตอบโจทย์ความปลอดภัยที่คนไทยให้ความสำคัญ
ส่วนความต่างราคาระหว่างแต่ละรุ่นจะอยู่ที่ประมาณ 2-3 แสนบาท แนะนำให้เลือกตามงบประมาณและสถานการณ์การใช้งาน เช่น ถ้าต้องขับทางไกลบ่อยๆ อาจเน้นรุ่น Inscription ที่มีฟีเจอร์ความสบายครบครันกว่า
Q
ความแตกต่างระหว่าง Volvo XC60 Momentum และ Inscription คืออะไร
Volvo XC60 Momentum และ Inscription เป็นรุ่นเดียวกันแต่แตกต่างที่ระดับอุปกรณ์ โดย Inscription จะเน้นความหรูหราและเทคโนโลยีมากกว่า สำหรับตลาดไทย Inscription มาพร้อมกับเบาะหนังเกรดพรีเมียม ไม้ตกแต่งภายใน และดีเทลหรูๆ เช่น โครเมียมและโลโก้เฉพาะ ส่วน Momentum ใช้เบาะผสมหนังกับผ้า พร้อมเส้นลวดลายอลูมิเนียมที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตกว่า ในด้านเทคโนโลยี Inscription มักมาพร้อมกับหน้าจอวัดระยะ 12.3 นิ้ว กล้องรอบคัน และ HUD (บางรายการต้องสั่งเพิ่ม) ในขณะที่ Momentum อาจต้องเลือกอุปกรณ์เสริมบางอย่าง สำหรับสภาพอากาศร้อนๆ ของไทย Inscription มีข้อได้เปรียบตรงระบบแอร์อัตโนมัติสองโซนและม่านบังแดดหลัง ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ส่วนระบบความปลอดภัย City Safety ของ Volvo นั้นมาด้วยกันทั้งสองรุ่น เหมาะกับสภาพการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ในส่วนของเครื่องยนต์ ตลาดไทยมักมีทั้งแบบ T5 T6 และระบบไฮบริด Recharge ให้เลือก โดยสมรรถนะการขับขี่ไม่แตกต่างกัน หาก budget พร้อมและอยากได้ความพิเศษระดับพรีเมียม Inscription คือคำตอบ แต่ถ้าอยากได้ราคาจับต้องง่ายแต่ยังได้ความปลอดภัยแบบนอร์ดิกที่เหมาะกับถนนลื่นๆ เวลาฝนตก Momentum ก็ตอบโจทย์ได้ดี
Q
ราคา Volvo XC60 Hybrid คือเท่าใด
ราคาขายของ Volvo XC60 Hybrid ในตลาดไทยจะอยู่ที่ประมาณ 3-3.5 ล้านบาท โดยราคาอาจมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับระดับเครื่องแต่งรถ ออปชั่นเสริม และโปรโมชั่นจากตัวแทนจำหน่าย รุ่น SUV แบบปลั๊กอินไฮบริดคันนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์เทอร์โบ 2.0 ลิตร ผสมผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 340 แรงม้า วิ่งได้ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตรในโหมดไฟฟ้าล้วน เหมาะมากสำหรับการขับขี่ในเมืองและการเดินทางระยะสั้นในไทย ช่วยประหยัดน้ำมันและยังได้ประโยชน์จากนโยบายลดภาษีรถพลังงานสะอาดของรัฐบาลไทย ในสภาพอากาศร้อนของไทย ระบบฟอกอากาศ Cleanzone ที่มาพร้อมกับรถจะช่วยกรอง PM2.5 และแก๊สอันตรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนระบบขับเคลื่อนสี่ล้อก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจบนถนนลื่นๆ ในช่วงฤดูฝน ที่สำคัญตอนนี้โครงสร้างพื้นฐานสำหรับการชาร์จไฟในไทยกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพและเชียงใหม่ ที่มีจุดชาร์จไฟตามห้างสรรพสินค้าและอาคารสำนักงานเพิ่มขึ้น ทำให้การใช้ชีวิตกับรถไฮบริดสะดวกขึ้นมาก โวลโว์ไทยให้บริการรับประกัน 5 ปี พร้อมบริการฟรีค่าบำรุงรักษา และรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปีหรือ 160,000 กิโลเมตร แนะนำให้เช็คโปรโมชั่นล่าสุดทางเว็บไซต์หรือนัดทดลองขับก่อนตัดสินใจซื้อ
Q
Volvo XC60 มั่นคงแค่ไหน
Volvo XC60 เป็น SUV ที่มีความน่าเชื่อถือในด้านความมั่นคงของการใช้งานในตลาดไทย ด้วยดีเอ็นเอด้านความปลอดภัยที่สืบทอดมาจากแบรนด์ Volvo พร้อมระบบความปลอดภัยที่ครบครันเช่น City Safety ที่ช่วยให้การขับขี่ในสภาพการจราจรที่วุ่นวายอย่างในกรุงเทพฯ ปลอดภัยยิ่งขึ้น การตั้งค่าตัวถังนั้นออกแบบมาเพื่อความสบายและการควบคุมที่สมบูรณ์แบบ ทำให้เหมาะกับสภาพถนนที่หลากหลายของไทย ไม่ว่าจะเป็นถนนในเมืองหรือเส้นทางคดเคี้ยวในเชียงใหม่ ก็ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่มั่นใจได้ ในส่วนของระบบขับเคลื่อนมีทั้งแบบเบนซินและปลั๊กอินไฮบริด โดยรุ่น T8 ไฮบริดนั้นโดดเด่นในเรื่องการประหยัดพลังงานและลดมลพิษ สอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมรถยนต์พลังงานสะอาดของรัฐบาลไทย ภายในห้องโดยสารใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีการผลิตที่ประณีต พร้อมเทคโนโลยี Clean Zone ที่ช่วยกรองอากาศภายในรถให้สะอาด เหมาะสมกับสภาพอากาศร้อนของไทย สำหรับผู้บริโภคไทยที่สนใจ แนะนำให้เลือกรุ่นที่ปรับแต่งสำหรับตลาดท้องถิ่น ซึ่งมักมีการปรับปรุงระบบแอร์และป้องกันการกัดกร่อนให้เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นเป็นพิเศษ นอกจากนี้ Volvo ยังมีเครือข่ายผู้จำหน่ายและบริการหลังการขายที่ครอบคลุมทั่วประเทศไทย พร้อมให้การสนับสนุนอย่างมืออาชีพ
Q
Volvo XC60 และ Mercedes GLC อันไหนดีกว่า
Volvo XC60 และ Mercedes GLC เป็นตัวท็อปในตลาด SUV ระดับกลางที่หรูหราของไทย แต่ละคันมีจุดเด่นต่างกันไป XC60 เน้นความปลอดภัยขั้นเทพกับการออกแบบสไตล์สแกนดิเนเวียที่เรียบหรู มาพร้อมระบบ City Safety ที่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุในกรุงเทพฯที่รถติดหนัก แถมรุ่น T8 แบบปลั๊กอินไฮบริดยังได้สิทธิพิเศษสำหรับรถพลังงานสะอาดในไทย ส่วน GLC นั้นเล่นเรื่องความหรูและการขับขี่เต็มสูบ รุ่นใหม่ล่าสุดมาพร้อมห้องโดยสารที่ดูไฮเทคมาก ระบบ MBUX ควบคุมด้วยเสียงภาษาไทยได้เลย โลคัลไลเซชันทำได้ดีในขณะที่พื้นที่เบาะหลังเหนือกว่าเล็กน้อยสำหรับครอบครัวใหญ่
ทั้งสองแบรนด์มีศูนย์บริการในไทยครอบคลุม Volvo มีเซอร์วิสเซ็นเตอร์เฉพาะที่พัทยากับภูเก็ต ส่วน Mercedes มีโชว์รูมเยอะกว่าในเรื่องค่าบำรุงรักษา XC60 เปลี่ยนถ่ายน้ำมันทุก 1.5 หมื่นกิโลเมตร แต่ GLC มีอะไหล่พร้อมส่งเร็วกว่า แนะนำให้เลือกตามไลฟ์สไตล์ - ถ้าชอบความปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมต้อง XC60 แต่ถ้าอยากได้ความหรูและเทคโนโลยีจัดเต็มต้อง GLC สำหรับอากาศร้อนๆของไทย ทั้งสองรุ่นปรับระบบแอร์มาเฉพาะ แต่ฟังก์ชั่นระบายอากาศเบาะที่นั่งแบบเลือกได้ของ GLC XC60 มีเทคโนโลยี Cleanzone Clean Cockpit ที่สามารถกรอง PM2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Q
วิธีการเปิดฝากระโปรง volvo xc60
หากต้องการเปิดฝากระโปรงหน้ารถรุ่นวอลโว่ XC60 ก่อนอื่นให้มองหาแถบเปิดฝากระโปรงด้านคนขับ ซึ่งมักจะอยู่ใต้พวงมาลัยซ้ายหรือใกล้กับที่เหยียบ ดึงแถบนี้แล้วจะได้ยินเสียงฝากระโปรงหน้ากระเด้งขึ้น จากนั้นเดินไปที่ด้านหน้าของรถ ใช้นิ้วมือสอดเข้าไปที่กลไกปลดล็อคขั้นที่สองซึ่งอยู่ตรงกลางขอบฝากระโปรง (อาจต้องยกฝากระโปรงขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้เห็นชัด) จากนั้นดันสวิตช์พร้อมกับยกฝากระโปรงขึ้นให้สุด สำหรับสภาพอากาศร้อนในไทย แนะนำให้ตรวจสอบระดับน้ำหล่อเย็น น้ำมันเบรก และสภาพแบตเตอรี่ในห้องเครื่องเป็นประจำ โดยเฉพาะก่อนเข้าฤดูฝนควรตรวจสอบท่อระบายน้ำให้โล่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ใบไม้อุดตันจนเกิดสนิมกัดกินชิ้นส่วน ฝากระโปรงรถวอลโว่มักทำจากอะลูมิเนียมเพื่อลดน้ำหนัก และมีระบบล็อคสองชั้นเพื่อความปลอดภัย หากเปิดฝากระโปรงยากอาจเกิดจากการไม่ได้จารบีที่บานพับหรือมีฝุ่นสะสมในกลไกล็อค สามารถแจ้งให้ช่างที่ศูนย์บริการวอลโว่ในไทยทำความสะอาดและหล่อลื่นจุดเหล่านี้ขณะเข้าบำรุงระยะได้ ข้อสำคัญคือเมื่อเปิดฝากระโปรงแล้วต้องจัดท่า Hydraulic Strut ให้มั่นคง และตามกฎหมายไทยต้องดับเครื่องยนต์และดึงเบรกมือทุกครั้งเมื่อตรวจสอบห้องเครื่อง โดยเฉพาะหากจอดรถบนทางลาดชันต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
Q
น้ำหนักลากสูงสุดของ Volvo XC60 คือเท่าไหร่
น้ำหนักลากจูงสูงสุดของ Volvo XC60 จะขึ้นอยู่กับรุ่นและการกำหนดสเปค โดยในตลาดไทย รุ่นดีเซล T8 แบบปลั๊กอินไฮบริดมักมีความสามารถในการลากจูงสูงสุดที่ 2,400 กิโลกรัม ส่วนรุ่นเบนซิน B5 จะอยู่ที่ 2,100 กิโลกรัม ตัวเลขนี้ได้คำนึงถึงสภาพอากาศร้อนและภูมิประเทศแบบภูเขาในประเทศไทยที่ส่งผลต่อระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์แล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อต้องลากจูงจริง ต้องมั่นใจว่าใช้ฮุกลากที่ได้มาตรฐาน TIS ของไทย และน้ำหนักของรถพ่วงต้องไม่เกิน 85% ของน้ำหนักรวมรถ ตามกฎหมายจราจรไทยยังกำหนดว่าต้องติดป้ายระบุรถพ่วงที่เห็นได้ชัดเจนขณะขับขี่ สำหรับผู้ใช้ชาวไทยที่มักต้องลากจูงเรือยอชต์ หรืออุปกรณ์ตั้งแคมป์ แนะนำให้เลือกรุ่นที่ติดตั้งระบบกันสะเทือนแบบอากาศเพื่อความมั่นคงที่ดีกว่า พร้อมทั้งตรวจสอบอุณหภูมิน้ำมันเกียร์เป็นประจำเพื่อความปลอดภัยเมื่อต้องลากจูงเป็นเวลานานในสภาพอากาศร้อน ระบบช่วยลากจูงของ Volvo จะช่วยผู้ขับขี่ในการควบคุมรถพ่วงบนเส้นทางภูเขาคับแคบหรือผิวถนนลื่นๆ ในไทยได้ดี แต่แนะนำให้ฝึกซ้อมในพื้นที่โล่งก่อนใช้งานจริงครั้งแรก
Q
ความแตกต่างระหว่าง Volvo XC60 T5 และ T6 คืออะไร
Volvo XC60 รุ่น T5 กับ T6 แตกต่างกันที่ระบบขับเคลื่อนและสมรรถนะหลักๆ นะครับ รุ่น T5 ใช้เครื่องยนต์ 2.0 ลิตรเทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุดประมาณ 250 แรงม้า เหมาะกับการขับขี่ประจำวัน ประหยัดน้ำมันกว่า ส่วนรุ่น T6 จะเพิ่มซุปเปอร์ชาร์จเข้าไป ทำให้ระบบเป็น Twin Charged กำลังเครื่องขึ้นไปถึง 320 แรงม้า ตอบสนองเร่งไวกว่า เหมาะกับคนที่ชอบความสปอร์ต โดยเฉพาะในไทยที่มีทางขึ้นเขาหรือต้องแซงบ่อยๆ รุ่น T6 จะได้เปรียบ นอกจากนี้ทั้งสองรุ่นอาจมีรายละเอียดอุปกรณ์ต่างกันนิดหน่อย เช่นรุ่น T6 มักได้ระบบช่วยขับขี่ที่อัพเกรดขึ้นหรือวัสดุภายในห้องโดยสารที่ดีกว่า สำหรับอากาศร้อนๆ แบบไทย แนะนำให้เช็คระบบแอร์และที่นั่งระบายอากาศด้วย ส่วนระบบความปลอดภัย City Safety ของ Volvo นั้นเป็นมาตรฐานทุกรุ่น ช่วยชีวิตในรถติดกรุงเทพฯ ได้ดี ส่วนเรื่องภาษีนำเข้านั้นปกติ T5 กับ T6 ที่ความจุเครื่องใกล้กันจะเสียภาษีไม่ต่างมาก แต่ราคาจริงๆ แนะนำให้สอบถามตัวแทนจำหน่ายในไทยอีกที
Q
วิธีการเปิดฝากระโปรง Volvo XC 60
วิธีเปิดฝากระโปรงหน้ารถ Volvo XC60 อย่างแรกต้องมั่นใจว่าตัวรถอยู่ในสภาวะดับเครื่องแล้ว จากนั้นให้มองหาแถบดึงที่มีสัญลักษณ์รูปเครื่องยนต์บริเวณช่องเท้าด้านคนขับ ดึงแรงๆ จนได้ยินเสียง"คลิก" ฝากระโปรงจะเปิดออกมาเป็นร่องเล็กๆ หลังจากนั้นให้สอดมือเข้าไปตรงกลางร่องเพื่อหาสลักนิรภัยตัวที่สอง ให้ดันสลักไปทางซ้ายพร้อมกับยกฝากระโปรงขึ้น ข้อควรระวังคือสภาพอากาศเมืองไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุกอาจทำให้ชิ้นส่วนโลหะขึ้นสนิมได้ ควรหมั่นทานสารหล่อลื่นที่บริเวณบานพับและล็อคฝากระโปรงเป็นประจำ ฝากระโปรงรถ Volvo มักทำจากวัสดุอลูมิเนียมเพื่อลดน้ำหนัก และมาพร้อมระบบล็อคสองชั้นเพื่อความปลอดภัยขณะขับขี่ ซึ่งสำคัญมากสำหรับการขับบนเส้นทางภูเขาที่มีให้เจอบ่อยในไทย ถ้าเจอกรณีฝากระโปรงเปิดไม่ออกอาจเกิดจากยางซีลติดกันหลังจอดตากแดดนาน อย่าพยายามดึงแรงๆ ให้ติดต่อศูนย์บริการผู้จำหน่าย Volvo ในพื้นที่ได้ ทั้งในกรุงเทพฯ เชียงใหม่หรือเมืองใหญ่ๆ ก็มีเครือข่ายบริการครอบคลุม อีกเรื่องที่ต้องเตือนคือห้ามเปิดฝากระโปรงทันทีหลังจากดับเครื่องโดยเฉพาะช่วงอากาศร้อนแบบไทยๆ ควรรอให้เครื่องยนต์เย็นลงสัก 15-20 นาทีเพื่อป้องกันการไหม้หรือความเสียหายต่อชิ้นส่วน
Q
วิธีสตาร์ท Volvo XC60 จากระยะไกล
สำหรับเจ้าของ Volvo XC60 ในประเทศไทย ที่อยากใช้ฟังก์ชันสตาร์ทรถจากระยะไกล ทำได้ง่ายๆ แค่ใช้แอป Volvo On Call ในมือถือ แต่ต้องมั่นใจว่ารถของคุณมีบริการ Volvo On Call และลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว เวลาใช้งานแอปต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและรถต้องอยู่ในพื้นที่ที่สัญญาณครอบคลุม พอสตาร์ทรถได้แล้ว แอร์จะปรับอุณหภูมิไปที่ค่าล่าสุดที่ตั้งไว้ ช่วยคลายร้อนให้รถก่อนขึ้นรถได้สบายๆ โดยเฉพาะในเมืองไทยที่อากาศร้อนๆ ข้อควรระวังคือหลังสตาร์ทรถจากระยะไกล รถจะยังล็อกอยู่ ต้องใช้กุญแจรถเดินไปใกล้ๆ ถึงจะเข้าเกียร์ขับได้ เป็นระบบรักษาความปลอดภัยนั่นเอง สำหรับคนไทยที่ใช้ฟังก์ชันนี้ ควรรู้ไว้ว่ามันทำงานผ่านสัญญาณโทรศัพท์ ถ้าไปอยู่ในที่ห่างไกลอาจใช้ไม่ได้ แนะนำให้ปิดฟังก์ชันนี้เวลาจอดรถนานๆ จะได้ไม่เปลืองแบตเตอรี่ ทุกวันนี้ฟีเจอร์แบบนี้เริ่มมีให้เห็นหลายยี่ห้อแล้ว วิธีใช้งานอาจต่างกันนิดหน่อย แต่หลักๆ คือใช้สัญญาณมือถือส่งคำสั่งนั่นแหละ ไม่ใช่แค่สะดวกสบาย แต่ยังแสดงให้เห็นว่ารถยุคนี้ฉลาดขึ้นเรื่อยๆ อนาคตอาจเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สมาร์ทโฮมอื่นๆ ได้อีกด้วย
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
“ระบบกันสะเทือนทำงานอย่างไร?”
ระบบช่วงล่างเป็นอุปกรณ์สำคัญที่เชื่อมต่อตัวถังรถกับล้อ โดยทำงานร่วมกันขององค์ประกอบยืดหยุ่น องค์ประกอบลดแรงสั่นสะเทือน กลไกส่งแรง และคานทรงตัวตามขวาง เพื่อให้ได้ฟังก์ชันหลักสามประการ: ลดแรงกระแทกจากพื้นถนนเพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย รักษาการสัมผัสของยางกับพื้นถนนเพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะ และรักษาสมดุลของตัวถังรถเพื่อการควบคุมที่ดีขึ้น องค์ประกอบยืดหยุ่น (เช่น สปริงเกลียว สปริงแผ่นเหล็ก) จะดูดซับพลังงานจากการกระแทกของพื้นถนนก่อน องค์ประกอบลดแรงสั่นสะเทือน (โช้คอัพ) จะยับยั้งการกระดอนของสปริงหลังดูดซับพลังงาน แปลงแรงสั่นสะเทือนเป็นความร้อนเพื่อกระจายพลังงาน และป้องกันไม่ให้ตัวถังรถสั่นสะเทือนต่อเนื่อง กลไกส่งแรงจะส่งผ่านแรงจากล้อไปยังโครงรถอย่างแม่นยำ เพื่อให้มั่นใจในความมั่นคงขณะขับขี่ คานทรงตัวตามขวางจะป้องกันการเอียงตัวมากเกินไปเมื่อเข้าโค้ง จากมุมมองโครงสร้าง ระบบช่วงล่างอิสระ (เช่น แบบแมคเฟอร์สัน แบบมัลติลิงค์) อนุญาตให้ล้อซ้ายและขวาเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระไม่รบกวนกัน โดยแบบแรกมีโครงสร้างเรียบง่ายและใช้พื้นที่น้อย เหมาะสำหรับรถยนต์ครอบครัว ส่วนแบบหลังควบคุมวิถีล้อผ่านระบบมัลติลิงค์ ให้ทั้งความสะดวกสบายและการควบคุมที่ดี มักใช้ในรถยนต์ระดับกลางถึงสูง ระบบช่วงล่างแบบไม่อิสระ (เช่น แบบคานบิด แบบเพลากลาง) เชื่อมต่อล้อซ้ายและขวาด้วยเพลาร่วม โครงสร้างมีความทนทานและต้นทุนต่ำ โดยแบบคานบิดเหมาะสำหรับการขับขี่ในเมือง ส่วนแบบเพลากลางมีความสามารถในการรับน้ำหนักสูงและสมรรถนะออฟโรด จึงใช้ในรถออฟโรดสมรรถนะสูง ประเภทของระบบช่วงล่างได้รับการออกแบบตามความต้องการการใช้งาน และส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อประสบการณ์การขับขี่และการโดยสาร
Q
"Front Suspension" หมายถึงระบบช่วงล่างด้านหน้าของยานพาหนะ
ระบบช่วงแขวนหน้าเป็นโครงสร้างสำคัญที่ล้อหน้าของรถ มีหน้าที่หลักในการดูดซับแรงกระแทกและการสั่นสะเทือนจากพื้นถนนที่ส่งผ่านมาจากล้อหน้า เพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ พร้อมทั้งเสริมสร้างความมั่นคงในการควบคุมและความปลอดภัยขณะขับขี่
ในรถยนต์ที่พบทั่วไปในตลาดไทย ระบบช่วงแขวนหน้าประเภทต่างๆ ได้รับการใช้งานอย่างกว้างขวาง เช่น รถยนต์ขนาดกะทัดรัดสำหรับครอบครัวอย่างโตโยต้า วิออส (Toyota Vios) และฮอนด้า ฟิต (Honda Fit) มักใช้ระบบช่วงแขวนแบบแมคเฟอร์สัน (MacPherson Strut) ซึ่งมีโครงสร้างเรียบง่าย ใช้พื้นที่น้อย เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมือง และสามารถรับมือกับความขรุขระเล็กน้อยบนถนนในเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนรถกระบะ (เช่น โตโยต้า ฮิลักซ์ Toyota Hilux) และรถเอสยูวี (เช่น ฟอร์ด เรนเจอร์ Ford Ranger) มักติดตั้งระบบช่วงแขวนแบบดับเบิลวิชโบน (Double Wishbone) ที่มีความแข็งแกร่งในแนวขวางมากกว่า เมื่อขับบนถนนลูกรังในชนบทไทยหรือถนนโคลนในช่วงฤดูฝน จะให้การควบคุมที่มั่นคง ลดการโคลงของตัวรถ และช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
การเลือกระบบช่วงแขวนเหล่านี้สอดคล้องกับสภาพถนนที่หลากหลายของไทย (ทั้งถนนในเมือง ถนนชนบท และทางหลวง) และความต้องการของผู้ใช้ (ทั้งการขับขี่ในเมือง การขนส่งสินค้า และการขับออฟโรด) ช่วยให้รถสามารถแสดงสมรรถนะได้ดีที่สุดในทุกสถานการณ์
Q
ระบบช่วงล่างแบบเพลาทึบ (Solid Axle Suspension System) หมายถึงระบบที่มีเพลาทึบเชื่อมต่อระหว่างล้อทั้งสองข้างในแนวเดียวกัน
ระบบช่วงล่างแบบเพลาแข็งเป็นระบบช่วงล่างแบบไม่แยกอิสระชนิดหนึ่ง โดยเพลาเป็นชิ้นส่วนเดียว เพลาขับและเฟืองท้ายถูกหุ้มด้วยเปลือกเหล็กเพื่อสร้างโครงสร้างที่แข็งแรง เชื่อมต่อล้อทั้งสองข้างบนเพลาเดียวกันผ่านเพลาแข็ง ล้อบนเพลาเดียวกันจะไม่เคลื่อนที่สัมพันธ์กัน ระบบรุ่นแรกๆ มักใช้สปริงแผ่นเป็นส่วนประกอบยืดหยุ่น ในขณะที่ระบบสมัยใหม่มักใช้สปริงขดเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและระยะการเคลื่อนที่ของช่วงล่าง ส่วนประกอบหลัก ได้แก่ เพลาแข็ง ส่วนประกอบยืดหยุ่น โช้คอัพ และกลไกนำทาง มีโครงสร้างที่เรียบง่าย การส่งกำลังที่เชื่อถือได้ ความสามารถในการรับน้ำหนักและความต้านทานแรงกระแทกที่ดีเยี่ยม และสามารถรับมือกับสภาพถนนที่ยากลำบากได้ ดังนั้นจึงมีการใช้งานอย่างแพร่หลายในช่วงล่างด้านหลังของรถบรรทุกและรถออฟโรดที่ใช้งานหนัก รถออฟโรดที่ใช้งานหนักมักมีแชสซีแบบตัวถังบนเฟรมและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบพาร์ทไทม์ ทำให้มีสมรรถนะในการขับขี่บนทางวิบากและการหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ดีกว่ารถ SUV ในเมืองอย่างมาก ในสภาพถนนที่ซับซ้อน ระบบนี้ช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะของล้อและมีโอกาสเสียหายได้น้อยกว่าแม้จะเจอหินขนาดใหญ่ จากมุมมองของโครงสร้างเพลาขับ มีสองประเภทคือ แบบกึ่งลอยตัวและแบบลอยตัวเต็มที่ เพลาขับแบบกึ่งลอยตัวเชื่อมต่อโดยตรงกับดุมล้อ รับทั้งแรงขับและแรงบิดตามแนวยาว มีโครงสร้างที่เรียบง่ายและน้ำหนักเบา ส่วนเพลาขับแบบลอยตัวเต็มที่เชื่อมต่อกับดุมล้อผ่านหน้าแปลนและแบริ่ง ส่งผ่านเฉพาะแรงขับ โดยแรงบิดจะรับโดยท่อเพลา ระบบนี้ใช้กันอย่างแพร่หลายมากกว่า อย่างไรก็ตาม ระบบนี้ก็มีข้อเสียเช่นกัน เช่น การบำรุงรักษาที่ค่อนข้างซับซ้อน ความสะดวกสบายและความเสถียรในการควบคุมที่ด้อยกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับระบบกันสะเทือนแบบอิสระ และความเสี่ยงที่ล้อข้างหนึ่งจะได้รับผลกระทบจากการกระแทกอีกข้างหนึ่ง ในสถานการณ์ออฟโรด ข้อได้เปรียบด้านระยะการเคลื่อนที่ของล้อของระบบกันสะเทือนแบบเพลาแข็งนั้นมีความสำคัญมาก บางรุ่นสามารถเคลื่อนที่ได้มากถึง 224 มม. ปรับตัวเข้ากับภูมิประเทศที่ไม่เรียบได้ดีขึ้นและเพิ่มความสามารถในการผ่านภูมิประเทศที่ยากลำบาก
Q
Air suspension หมายถึง ระบบกันสะเทือนที่ใช้ลม (อากาศ) เป็นกลไกในการรองรับน้ำหนักและลดแรงกระแทก
ระบบช่วงล่างแบบถุงลม ซึ่งใช้สปริงลมและคอมเพรสเซอร์ในการปรับความสูงของรถและดูดซับแรงสั่นสะเทือน ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมการดัดแปลงรถยนต์ของไทย ประเทศไทยมีวงการดัดแปลงรถยนต์ที่คึกคักกว่าญี่ปุ่นเสียอีก โดยไม่มีการกำหนดกรอบทางวัฒนธรรมที่ตายตัวสำหรับการดัดแปลง แต่กลับส่งเสริมการปรับแต่งส่วนบุคคลอย่างสุดขีด โดยมีการดัดแปลงรถยนต์รุ่นเก่าทุกประเภทเป็นจำนวนมาก รวมถึงรถโรงเรียนด้วย พัทยาเคยจัดงานแสดงการดัดแปลงช่วงล่างแบบถุงลม AIRBFT ซึ่งดึงดูดผู้ที่ชื่นชอบจากทั่วทุกสารทิศและจัดแสดงรถยนต์ดัดแปลงหลากหลายประเภท ผลิตภัณฑ์ AIRBFT มีคุณสมบัติเด่น เช่น การตั้งค่าหน่วยความจำ 3 ระดับ การควบคุมผ่านแอปบลูทูธ รีโมทคอนโทรล และแรงดันกระบอกสูบลมที่ปรับได้ พร้อมการรับประกันตลอดอายุการใช้งาน (ไม่รวมการติดตั้งเพิ่มเติม) ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ตอบสนองความต้องการของเจ้าของรถในการปรับความสูงของรถและดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้อย่างแม่นยำ ปรับให้เข้ากับสภาพถนนและสถานการณ์การใช้งานที่แตกต่างกัน ทำให้เป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบการดัดแปลงรถยนต์ในท้องถิ่น การนำช่วงล่างแบบถุงลมมาใช้อย่างแพร่หลายในตลาดการดัดแปลงรถยนต์ของไทยสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของสาธารณชนในการดัดแปลงส่วนบุคคลและเป็นโซลูชันที่เชื่อถือได้สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพของรถยนต์
Q
"ระบบกันสะเทือนแบบอิสระทำงานอย่างไร?"
ระบบช่วงล่างอิสระช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่และการควบคุมยานพาหนะ โดยอนุญาตให้ล้อแต่ละล้อเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ ส่วนประกอบหลักประกอบด้วยสปริงเกลียว แช็คอัพ และกลไกคันโยกเมื่อรถวิ่งผ่านพื้นถนนที่ไม่เรียบ แรงกระแทกที่ล้อได้รับจะถูกดูดซับโดยสปริงก่อนและเปลี่ยนเป็นพลังงานศักย์ยืดหยุ่น จากนั้นแช็คอัพจะเปลี่ยนพลังงานการสั่นสะเทือนจากการดีดตัวของสปริงเป็นพลังงานความร้อนผ่านการหน่วงไฮดรอลิก เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวรถสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่องกลไกคันโยก (เช่นคันชักควบคุม) จะส่งถ่ายแรงและโมเมนต์อย่างแม่นยำ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางเรขาคณิตที่ถูกต้องระหว่างล้อกับตัวรถ ตัวอย่างเช่นระบบช่วงล่างแบบแมคเฟอร์สันใช้คันชักควบคุมด้านล่างตัวเดียวร่วมกับเสาแช็คอัพ ซึ่งมีโครงสร้างกะทัดรัดและสามารถยับยั้งการเอียงตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเปรียบเทียบกับระบบช่วงล่างแบบไม่อิสระ ระบบนี้สามารถลดการรบกวนจากแรงกระแทกด้านหนึ่งไปยังล้ออีกด้านหนึ่งได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในสภาพถนนคดเคี้ยวของประเทศไทยที่สามารถให้การสัมผัสพื้นผิวถนนของยางที่มั่นคงยิ่งขึ้น รถยนต์ระดับไฮเอนด์บางรุ่นจะใช้ระบบช่วงล่างแบบปรับอากาศได้ ซึ่งสามารถปรับปรุงท่าทางของตัวรถในสภาพถนนต่างๆได้ดียิ่งขึ้นผ่านการปรับความดันอากาศแบบเรียลไทม์
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

Volvo EX90 วิเคราะห์แผนผ่อนล่าสุด ขั้นต่ำ 54,xxx บาทต่องวด
สุรเดชNov 20, 2025

Volvo ยอดขายทั่วโลกลดลง 12% ในเดือนมิถุนายน รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นสาเหตุหลักที่ฉุดรั้ง
สุรเดชJul 14, 2025

Volvo เรียกคืนรถ EV ประมาณ 12,000 คัน เนื่องจากฟังก์ชัน One Pedal Driving อาจเป็นอันตราย
สุรเดชJul 1, 2025

Volvo เปิดตัวตัวอย่าง EX60 พร้อมระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลต์ ระยะทางมากกว่า 600 กิโลเมตร
สุรเดชJun 26, 2025

Volvo รถยนต์ไฟฟ้าคันแรกที่ใช้เทคโนโลยี 800V รถยนต์ที่วิ่งได้ไกลและเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Volvo
วิรุฬห์Mar 7, 2025
ดูเพิ่มเติม


ข้อดี
ข้อเสีย