Q
สีของ IONIQ 5 ปี 2025 มีอะไรบ้าง?
สำหรับ Hyundai IONIQ 5 รุ่นปี 2025 ในตลาดไทย มีให้เลือกหลายสีสันที่ทันสมัย ทั้งสีคลาสสิกอย่าง Atlantis Black Polar White Digital Pearl Green Gravity Gold Matte Meteor Gray Matte และสีลึกลับอย่าง Galactic Gray สีเหล่านี้ไม่เพียงตอบโจทย์เทรนด์การออกแบบระดับโลก แต่ยังคำนึงถึงสภาพอากาศแบบร้อนชื้นและรสนิยมของคนไทยโดยเฉพาะ เช่นโทนสีแบบแมทท์ที่ช่วยป้องกันการซีดจางจากแสงแดดจัดได้ดีกว่า ต้องบอกว่า IONIQ 5 ในฐานะรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบยังสอดคล้องกับแนวคิดรักษ์สิ่งแวดล้อมของโครงการ EV 3.5 ที่รัฐบาลไทยสนับสนุน แถมยังได้สิทธิ์ลดภาษีเมื่อซื้ออีกด้วย สำหรับสภาพอากาศไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุก ระบบจัดการความร้อนของแบตเตอรี่และมาตรฐานกันน้ำระดับ IP67 ของรถคันนี้ถือเป็นจุดแข็ง ส่วนโทนสีที่หลากหลายก็ตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยที่ชอบแสดงความเป็นตัวตน เช่นสี Digital Pearl Green ที่จะดูโดดเด่นมากบนถนนในกรุงเทพฯ ส่วนโทนแมทท์ก็เหมาะสำหรับคนที่ชอบความคลาสสิกแต่ยังดูหรู นอกจากเรื่องสีแล้ว เทคโนโลยีการชาร์จเร็ว 800V ของ IONIQ 5 ยังเข้ากับเครือข่ายสถานีชาร์จที่กำลังขยายตัวในไทย ช่วยเติมไฟในเวลาอันสั้น ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์สำหรับคนไทยที่ชอบขับทางไกล
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
รถ IONIQ 5 ปี 2025 ใช้หัวชาร์จ NACS หรือไม่?
ตอนนี้ทาง Hyundai ยังไม่ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการว่า Hyundai IONIQ 5 รุ่นปี 2025 จะใช้มาตรฐานการชาร์จ NACS (North American Charging Standard) หรือไม่ แต่เมื่อพิจารณาว่าตลาดอเมริกาเหนือมีหลายค่ายรถที่เริ่มเปลี่ยนไปใช้มาตรฐาน NACS แล้ว คาดว่า IONIQ 5 N ที่ขายในอเมริกาเหนืออาจจะรองรับมาตรฐานนี้ในอนาคต แต่สำหรับตลาดไทยนั้นแตกต่างออกไป เพราะปัจจุบันมาตรฐานการชาร์จที่ใช้หลักๆ ในไทยคือ CCS2 และ CHAdeMO ดังนั้นแม้ว่ารุ่นอเมริกาจะรองรับ NACS แต่รุ่นที่ขายในไทยก็น่าจะยังใช้พอร์ตชาร์จแบบเดิมเพื่อให้เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ สำหรับผู้บริโภคไทยไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการรองรับ NACS มากนัก แต่ควรหันมาให้ความสนใจกับจุดเด่นของ IONIQ 5 N ด้านสมรรถนะและบริการที่ปรับให้เหมาะกับตลาดไทย เช่น ระบบชาร์จเร็วแรงดันสูง 800V ที่สามารถชาร์จไฟได้ถึง 80% ในเวลาเพียง 18 นาทีเมื่อใช้กับสถานีชาร์จเร็วบางแห่งในไทย นอกจากนี้ผู้จำหน่าย Hyundai ในไทยยังมีนโยบายรับประกันแบตเตอรี่ที่ครอบคลุม ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ใช้รถ EV ในสภาพอากาศร้อนแบบไทย ดังนั้นแนะนำให้เจ้าของรถในไทยเลือกพิจารณาการครอบคลุมของเครือข่ายสถานีชาร์จและบริการหลังการขายในพื้นที่เป็นหลักเมื่อตัดสินใจซื้อรถไฟฟ้า
Q
IONIQ 5 ปี 2025 มีการอัพเกรดอะไรบ้างในตลาดไทย?
รุ่นปี 2025 ของ Hyundai IONIQ 5 ที่วางขายในตลาดไทยมีการอัปเกรดหลายจุดที่โดดเด่น เริ่มจากดีไซน์ภายนอกที่เพิ่มตัวเลือกกันชนแบบสปอร์ตและล้อแม็กซ์แบบใหม่ให้เลือกมากขึ้น ส่วนภายในใช้วัสดุรักษ์สิ่งแวดล้อมเกรดพรีเมียม พร้อมปรับปรุงความเร็วการตอบสนองของหน้าจอสัมผัสกลางคอนโซล รวมถึงอัปเดตระบบมัลติมีเดียเวอร์ชันล่าสุดที่รองรับการสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยและระบบนำทางที่ออกแบบมาเฉพาะตลาดไทยได้อย่างลื่นไหล ด้านสมรรถนะ แบตเตอรี่ได้รับการปรับปรุงให้วิ่งได้ไกลขึ้น 8% และชาร์จเร็วเต็ม 80% ในเวลาเพียง 18 นาที เหมาะทั้งการเดินทางไกลหรือใช้ในเมืองของไทย นอกจากนี้ยังเพิ่มฟังก์ชันระบายอากาศให้เบาะหลัง ซึ่งตอบโจทย์สภาพอากาศร้อนของไทยได้ดี พิเศษไปกว่านั้น IONIQ 5 ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์มรถไฟฟ้าเฉพาะของ Hyundai อย่าง E-GMP ยังมีการออกแบบแบตเตอรี่แบบวางใต้ท้องรถที่ช่วยลดจุดศูนย์ถ่วงและเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ แถมยังรับมือกับถนนน้ำท่วมในฤดูฝนของไทยได้ดีขึ้น ในตลาดไทย รุ่นนี้จะแข่งกับ MG EP และ BYD ATTO 3 แต่ IONIQ 5 ยังคงได้เปรียบจากดีไซน์เฉพาะตัวและเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 800V โดยเฉพาะเมื่อโครงข่ายสถานีชาร์จในไทยพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ก็ยิ่งทำให้รถคันนี้ใช้งานได้สะดวกขึ้นเป็นพิเศษ
Q
รถ Ioniq 5 ปี 2025 จะใช้แบตเตอรี่ประเภทใด
รถ Hyundai Ioniq 5 รุ่นปี 2025 ที่จะวางจำหน่ายในตลาดไทย คาดว่าจะติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาดใหญ่ 77.4kWh แบบเดียวกับรุ่นปัจจุบัน พร้อมเทคโนโลยีการชาร์จเร็วแรงดันสูง 800V ที่รองรับกำลังชาร์จสูงสุดถึง 350kW ซึ่งแม้ในสภาพอากาศร้อนของไทยก็ยังคงทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพด้วยเครือข่ายชาร์จเร็วของประเทศไทยที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว แบตเตอรี่สามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ในเวลา 18 นาที แบตเตอรี่ชนิดนี้ใช้สูตรเคมีนิกเกิล-โคบอลต์-แมงกานีส (NCM) ที่มีความหนาแน่นพลังงานสูง เหมาะสมกับการใช้งานในเมืองและการเดินทางข้ามจังหวัดของคนไทย โดย Hyundai ยังให้การรับประกันแบตเตอรี่ยาวนาน 8 ปีหรือ 160,000 กิโลเมตร ซึ่งครอบคลุมระยะการใช้งานทั่วไปของเจ้าของรถในไทย
จุดที่น่าสนใจคือสภาพอากาศร้อนของไทยที่ต้องการระบบจัดการความร้อนแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่ง Ioniq 5 ตอบโจทย์ด้วยระบบระบายความร้อนด้วยน้ำหล่อเย็นที่ควบคุมอุณหภูมิแบตเตอรี่ได้ดี ส่วนเจ้าของรถในไทยควรหลีกเลี่ยงการชาร์จเร็วทันทีหลังจากจอดตากแดดนานๆ เพื่อยืดอายุแบตเตอรี่ และให้รักษาระดับแบตเตอรี่ให้อยู่ระหว่าง 20% ถึง 80% สำหรับการใช้งานประจำวัน พฤติกรรมเหล่านี้สามารถช่วยเพิ่มความทนทานของแบตเตอรี่ได้อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหมาะสำหรับการใช้งานในประเทศไทยที่มีอุณหภูมิสูงตลอดทั้งปี
Q
2025 IONIQ 5 ผลิตที่ไหน?
รถ Hyundai IONIQ 5 รุ่นปี 2025 ส่วนใหญ่ผลิตที่โรงงานอุลซานในเกาหลีใต้และโรงงานซีการังในอินโดนีเซีย ทั้งสองแห่งใช้มาตรฐานการผลิตระดับโลกเพื่อให้มั่นใจว่าคุณภาพรถยนต์มีความสม่ำเสมอ สำหรับตลาดไทย แม้จะยังไม่มีแผนผลิต IONIQ 5 ในประเทศ แต่ Hyundai Motor นำเข้าโมเดลนี้ผ่านผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ทำให้คนไทยสามารถซื้อได้ตามโชว์รูม IONIQ 5 เป็นโมเดลสำคัญในยุทธศาสตร์รถไฟฟ้าของ Hyundai พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็วแรงดันสูง 800V ที่ชาร์จเพียง 18 นาทีจาก 10% เป็น 80% เหมาะกับความต้องการรถไฟฟ้าในไทยที่เพิ่มขึ้น สิ่งที่น่าสนใจคือรัฐบาลไทยส่งเสริมอุตสาหกรรม EV อย่างแข็งขัน ด้วยมาตรการสนับสนุนเช่นการลดภาษีนำเข้า ทำให้รถนำเข้าอย่าง IONIQ 5 มีความได้เปรียบในตลาด นอกจากนี้ Hyundai ยังพัฒนาระบบบริการหลังการขายในไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งการรับประกันแบตเตอรี่และโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ เมื่อโครงสร้างพื้นฐาน EV ของไทยพัฒนามากขึ้น รุ่นที่มีระยะทางไกลและชาร์จเร็วเช่น IONIQ 5 จะตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันของคนไทยได้ดียิ่งขึ้น
Q
พอร์ตชาร์จของ IONIQ 5 รุ่นปี 2025 คืออะไร?
รุ่น Hyundai IONIQ 5 ปี 2025 ที่วางขายในตลาดไทยมาพร้อมกับช่องเสียบ CCS2 (Combined Charging System Type 2) ซึ่งเป็นมาตรฐานการชาร์จรถ EV ที่นิยมที่สุดในไทยตอนนี้ เข้ากันได้กับสถานีชาร์จเร็วสาธารณะส่วนใหญ่ในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายของ EA Anywhere, PTT Oil หรือผู้ให้บริการอื่นๆ รวมถึงอุปกรณ์ชาร์จที่บ้านด้วย ตัวช่องเสียบ CCS2 นี้รวมฟังก์ชั่นชาร์จแบบ AC (Type 2) และ DC Fast Charge ในหนึ่งเดียว สนับสนุนกำลังชาร์จสูงสุดถึง 350kW เหมาะกับเครือข่ายสถานีชาร์จบนทางด่วนของไทยที่กำลังขยายตัวเพิ่มขึ้น สังเกตว่าตอนนี้รัฐบาลไทยกำลังผลักดันนโยบาย EV 3.5 ทำให้อนาคตโครงข่ายสถานีชาร์จจะยิ่งเติบโต IONIQ 5 ที่มาพร้อมเทคโนโลยีระบบไฟฟ้า 800V จะช่วยให้ชาร์จเร็วประหยัดเวลาได้ดี แนะนำให้เจ้าของรถโหลดแอป Hyundai Thailand เพื่อเช็คแผนที่สถานีชาร์จแบบเรียลไทม์ ส่วนใครที่อยากติดตั้งชาร์จที่บ้าน ต้องตรวจสอบว่าตู้ชาร์จรองรับปลั๊ก Type 2 (7.4kW/11kW) และถ้าเป็นคอนโดอาจต้องขออนุญาตจัดการระบบไฟฟ้าก่อน ซื้อรถแนะนำให้ปรึกษาเดลเลอร์เพื่อประเมินระบบชาร์จให้เหมาะกับการใช้งานของคุณ
Q
สีของ Hyundai IONIQ 5 ปี 2025 มีอะไรบ้าง?
รถ Hyundai IONIQ 5 รุ่นปี 2025 ที่วางจำหน่ายในตลาดไทยมาพร้อมกับตัวเลือกสีสันที่หลากหลายและทันสมัย ทั้งโทนคลาสสิคดูดีอย่างสีดำแอตแลนติส โทนหรูอย่างสีเทากาแล็กซี่ โทนสว่างสดชื่นอย่างสีขาวโพลาร์ รวมถึงโทนสีนีออนสะดุดตาอย่างสีบลูดิจิตอลและสีซิลเวอร์ไซเบอร์ที่เคลือบแบบเมทัลลิก บางสีอาจมีตัวเลือกหลังคาสองโทนเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าชาวไทยที่ชอบการปรับแต่งส่วนบุคคลและการใช้งานในสภาพอากาศร้อนชื้น แนะนำให้เลือกโทนสีอ่อนอย่างสีขาวโพลาร์หรือสีเทากาแล็กซี่สำหรับการใช้งานในไทย เพราะนอกจากจะช่วยสะท้อนแสงแดดลดความร้อนภายในรถแล้ว ยังดูแลรักษาความสะอาดได้ง่ายกว่าโดยเฉพาะในสภาพอากาศที่มีฝุ่นและฝนบ่อย ส่วนเรื่องคุณภาพสี IONIQ 5 ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์มรถไฟฟ้า E-GMP ของ Hyundai ใช้เทคโนโลยีสีน้ำแบบ Eco-friendly ที่มีความทนทานต่อการกัดกร่อนและคงความสวยงามได้ยาวนานแม้ในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย แถมยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายใหม่ของไทยที่เข้มงวดมากขึ้น เมื่อเลือกสีรถนอกจากเรื่องความชอบส่วนตัวแล้ว ควรคำนึงถึงสภาพแดดแรงและความชื้นสูงของประเทศไทยด้วย สีเมทัลลิกจะช่วยป้องกันรังสียูวีและลดรอยขีดข่วนเล็กๆ ได้ดีกว่าโทนสีธรรมดา
Q
ความเร็วสูงสุดของ Ioniq 5 N ปี 2025 คือเท่าไร?
รถ SUV ไฟฟ้าสุดแรงอย่าง Hyundai Ioniq 5 N รุ่นปี 2025 นี้ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 260 กม./ชม. ด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบมอเตอร์คู่ พร้อมการตั้งค่าเฉพาะจาก N Brand ที่ทำให้มั่นใจได้ว่าแม้ในสภาพอากาศร้อนๆ แบบไทยๆ รถคันนี้ยังคงให้กำลังขับเคลื่อนที่เสถียร ไม่ว่าจะเป็นทางด่วนจากกรุงเทพฯ ไปพัทยาหรือเส้นทางคดเคี้ยวบนดอยเชียงใหม่ก็รับมือได้ดี แถมยังเป็นรถ EV คันแรกที่มาพร้อมเทคโนโลยี N e-shift จำลองการเปลี่ยนเกียร์แบบรถน้ำมัน ให้ความรู้สึกขับขี่สนุกเหมือนเดิม แต่ด้วยแบตเตอรี่ความจุ 84 kWh ที่ชาร์จเร็วได้ใจในไทย แค่ 18 นาทีก็จาก 10% ไป 80% แก้ปัญหากังวลเรื่องระยะทางไกลได้อยู่หมัด ที่เด็ดกว่านั้นคือระบบจัดการความร้อนของแบตเตอรี่ที่ออกแบบมาสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะ แม้อากาศเมืองไทยจะร้อนตลอดปีก็ไม่กระทบสมรรถนะ แถมยังมีแผนผลิตในประเทศที่จะช่วยให้ราคาถูกลงอีก สำหรับคนไทยที่มองหารถสปอร์ตแต่ยังต้องใช้ในชีวิตประจำวัน นี่คือตัวเลือกที่ควรจับตามองจริงๆ
Q
2025 IONIQ 5 ชาร์จได้เร็วแค่ไหน?
รถยนต์ Hyundai IONIQ 5 รุ่นปี 2025 นี่ชาร์จเร็วมากๆ เลย รองรับการชาร์จความเร็วสูงสุดถึง 350kW แค่ชาร์จจาก 10% ไป 80% ก็ใช้เวลาแค่ประมาณ 18 นาทีเอง ทำให้รถคันนี้ใช้งานได้จริงในตลาดไทย โดยเฉพาะคนที่ชอบเดินทางไกลหรือต้องการเติมพลังงานเร็วๆ ตอนนี้ประเทศไทยกำลังขยายโครงข่ายสถานีชาร์จอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และตามเส้นทางท่องเที่ยวสำคัญที่มีจุดชาร์จความเร็วสูงเยอะขึ้น ทำให้รถ EV ประสิทธิภาพสูงอย่าง IONIQ 5 น่าสนใจขึ้นอีกเยอะ
จุดเด่นที่ต้องพูดถึงคือระบบชาร์จเร็วแรงดันสูง 800V ของ IONIQ 5 ที่ไม่เพียงแต่ช่วยลดเวลาชาร์จ แต่ยังช่วยลดความร้อนในแบตเตอรี่ ทำให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวขึ้น ซึ่งเหมาะกับสภาพอากาศร้อนๆ ของประเทศไทยมาก นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน V2L ที่สามารถใช้รถเป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดเล็กได้ เวลาไปปิกนิกหรือตอนไฟดับก็ใช้งานได้จริง
ถ้าคุณกำลังมองหารถ EV ในไทย ความเร็วและความสะดวกในการชาร์จถือเป็นปัจจัยสำคัญ ซึ่ง IONIQ 5 ทำได้ดีทั้งการใช้งานในเมืองและการเดินทางไกล
Q
ราคา IONIQ 5 ปี 2025 เท่าไหร่?
ราคา Hyundai IONIQ 5 รุ่นปี 2025 ในไทยคาดว่าจะเริ่มต้นที่ 1,599,000 บาท โดยราคาอาจมีการปรับเปลี่ยนขึ้นอยู่กับระดับความประณีตของอุปกรณ์ ออปชั่นเสริม และโปรโมชั่นจากตัวแทนจำหน่าย รถครอสโอเวอร์ไฟฟ้ารุ่นนี้โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 800V ที่รองรับเครือข่ายสถานีชาร์จ EA Anywhere ในประเทศไทย สามารถชาร์จไฟจาก 30% เป็น 80% ได้ภายในเวลาเพียง 18 นาที เหมาะสมกับการใช้งานในเมืองและการเดินทางข้ามจังหวัดของคนไทย โดย IONIQ 5 มีให้เลือก 2 รุ่นแบตเตอรี่ ได้แก่ 58kWh และ 77.4kWh ให้ระยะทางสูงสุดถึง 507 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) เพียงพอสำหรับการเดินทางจากกรุงเทพไปพัทยาหรือเส้นทางยอดนิยมอื่นๆ นอกจากนี้ผู้บริโภคไทยยังได้ประโยชน์จากมาตรการสนับสนุนรถ EV ของรัฐบาล ทั้งส่วนลดและยกเว้นภาษี ทำให้ราคาจริงอาจถูกกว่าที่ประกาศ อุปกรณ์ภายในรถประกอบด้วยจอแสดงผลคู่ 12.3 นิ้ว ระบบปล่อยไฟภายนอก (V2L) ในส่วนของรุ่นท็อปยังมีที่นั่งแถวหน้าแบบระบายอากาศที่ตอบโจทย์สภาพอากาศร้อนของไทย พิเศษสำหรับตลาดไทยคือแบบพวงมาลัยขวา พร้อมเสริมความแข็งแรงของช่วงล่างให้เหมาะสมกับสภาพถนน ซึ่งแตกต่างจากรุ่นพวงมาลัยซ้ายในบางตลาด
Q
รถ IONIQ 5 รุ่นปี 2025 จะมี Apple CarPlay แบบไร้สายหรือไม่?
จากข้อมูลที่มีอยู่ในตอนนี้ คาดว่า Hyundai IONIQ 5 รุ่นปี 2025 จะยังคงรองรับระบบไร้สาย Apple CarPlay แบบไร้สายต่อไป ซึ่งฟีเจอร์นี้ถือว่ามีประโยชน์มากในตลาดไทย โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ที่การจราจรคับคั่ง เพราะช่วยให้ผู้ขับขี่ใช้งานระบบนำทาง ฟังเพลง หรือโทรศัพท์ได้สะดวกขึ้นโดยไม่ต้องเสียบสายข้อมูล นอกจากนี้ ความเสถียรของไร้สาย Apple CarPlay ที่ทำงานร่วมกับระบบห้องโดยสารอัจฉริยะของ IONIQ 5 ยังช่วยมอบประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลอีกด้วย
อีกจุดเด่นที่ควรจับตามองคือ IONIQ 5 ในฐานะรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ที่มาพร้อมความสามารถในการชาร์จเร็วด้วยเทคโนโลยี 800V ซึ่งเหมาะทั้งการเดินทางไกลหรือใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเมื่อโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จในไทยกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้บริโภคไทย นอกจากเรื่องเทคโนโลยีแล้ว ควรพิจารณาปัจจัยอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น การทำงานของแบตเตอรี่ในสภาพอากาศร้อนชื้นแบบเมืองไทย และความสะดวกในการเข้าถึงบริการหลังการขาย ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการตัดสินใจซื้อรถคันนี้
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
น้ำมันเครื่อง 5W-30 สามารถใช้กับรถยนต์ประเภทใดได้บ้าง?
น้ำมันเครื่อง 5W-30 เหมาะสำหรับรถยนต์รุ่นเครื่องยนต์สูงความแม่นยำและช่องว่างเล็กน้อย ได้แก่ รถยนต์แบรนด์ญี่ปุ่นและเกาหลี (เช่น รถยนต์บ้านทั่วไปอย่าง โตโยต้า โครวรา, ฮอนด้า ซีวิ, และรถ SUV อย่าง โตโยต้า RAV4, ฮอนด้า CRV), รถยนต์แบรนด์อเมริกัน (เช่น เชเวร์เลต ครูซ, ฟอร์ด ฟ็อกซ์ เป็นต้น) นอกจากนี้ยังสามารถใช้ได้กับรถยนต์บางรุ่นยุโรปที่มีเครื่องยนต์ไทม์ไลน์ความแรงต่ำ (เช่น วอลก์สวาเกน 1.4T, ปีโอ 1.6T) และรถ SUV ในประเทศ (เช่น ฮาวอ์ H6, ฉ่างอัน CS75 PLUS)
นอกจากนี้ การใช้น้ำมันเครื่องนี้ในรถใหม่หรือรถที่มีสภาพดีสามารถรักษาความสามารถในการประหยัดเชื้อเพลิงและป้องกันการสึกหรอได้พร้อมกัน สภาพไหลในอุณหภูมิต่ำสามารถรับมือกับสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิต่ำถึง -30 องศาเซลเซียส เหมาะสำหรับรถที่วิ่งในพื้นที่อุณหภูมิต่ำ และความเสถียรในอุณหภูมิสูงยังสามารถให้การหล่อลื่นอย่างน่าเชื่อถือแก่เครื่องยนต์ในสภาพอากาศร้อน
น้ำมันเครื่องนี้สมดุลระหว่างการเริ่มต้นในอุณหภูมิต่ำและการป้องกันในอุณหภูมิสูง เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับรถยนต์บ้านทั่วไป มีขนาดหุ้นใหญ่ในตลาน้ำมันเครื่องรถยนต์ผู้โดยสาร และยี่ห้อสินค้าน้ำมันเครื่องหลักส่วนใหญ่ยังนำมันมาเป็นผลิตภัณฑ์ความหนืดหลัก สามารถตอบสนองความต้องการในการเดินทางประจำวันและสถานการณ์การขับขี่ส่วนใหญ่
Q
ขนาดของน็อตถ่ายน้ำมันเครื่องสำหรับ Honda City คืออะไร?
น็อตถ่ายน้ำมันเครื่องของ Honda City มีเส้นผ่านศูนย์กลางหัว 17 มม. และเส้นผ่านศูนย์กลางเกลียว 14 มม. สามารถถอดออกได้โดยใช้ประแจขนาด 17 มม. เมื่อทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง แนะนำให้จอดรถบนพื้นราบและตรวจสอบให้แน่ใจว่าเครื่องยนต์เย็นลงแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกน้ำมันร้อนลวก เมื่อถอดน็อตถ่ายน้ำมันเครื่อง ให้กระจายแรงอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันความเสียหายต่อน็อตหรืออ่างน้ำมันเครื่อง หลังจากเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องแล้ว ให้ขันน็อตถ่ายน้ำมันเครื่องให้แน่นตามแรงบิดที่กำหนด เพื่อให้แน่ใจว่าปิดสนิทและป้องกันการรั่วซึมของน้ำมันที่อาจส่งผลต่อการทำงานปกติของรถ
Q
Honda City ต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุกกี่กิโลเมตร?
ระยะเวลาการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องสำหรับ Honda City ขึ้นอยู่กับชนิดของน้ำมันเครื่อง พฤติกรรมการขับขี่ และสภาพการใช้งานของรถยนต์ หากใช้น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ OW-20 ที่เติมมาจากโรงงาน (กระป๋องสีเขียว) ควรเปลี่ยนถ่ายทุกๆ 7,500 กิโลเมตร หรือ 9 เดือน หากใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ ระยะเวลาการเปลี่ยนถ่ายสามารถยืดออกไปได้ถึง 8,000-10,000 กิโลเมตร หรือหนึ่งปี (แม้ว่าจะยังไม่ถึงระยะทางดังกล่าว ก็ควรเปลี่ยนถ่ายหลังจากหนึ่งปี) นอกจากนี้ พฤติกรรมการขับขี่และสถานการณ์การใช้งานก็มีผลต่อระยะเวลาการเปลี่ยนถ่ายเช่นกัน: สำหรับการขับขี่ด้วยความเร็วสูงบ่อยๆ แนะนำให้เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องประมาณ 8,000 กิโลเมตร; สำหรับการขับขี่ระยะทางน้อยในแต่ละวัน เปลี่ยนปีละครั้งก็เพียงพอ; สำหรับการขับขี่บ่อยและระยะทางสูง เปลี่ยนทุกๆ 10,000 กิโลเมตรก็เป็นที่ยอมรับได้ หากรถยนต์มีอายุมากกว่า 6 ปี หรือวิ่งเกิน 100,000 กิโลเมตร ควรพิจารณาเปลี่ยนไปใช้น้ำมันเครื่องที่มีความหนืดสูงกว่า (เช่น 5W-30) เพื่อลดการสึกหรอของน้ำมันและเสียงเครื่องยนต์ เจ้าของรถควรปฏิบัติตามคำแนะนำในคู่มือการใช้งานรถ และเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องอย่างสม่ำเสมอตามสภาพการใช้งานจริง เพื่อให้มั่นใจว่ารถยังคงมีประสิทธิภาพที่ดี
Q
รถฮอนด้า HR-V ใช้น้ำมันเครื่องกี่ลิตร?
ตามข้อมูลสเปคทางเทคนิคอย่างเป็นทางการของ Honda HR-V ปริมาณน้ำมันเครื่องปกติจะอยู่ที่ประมาณ 3.7 ถึง 4.2 ลิตร ซึ่งตัวเลขที่แน่นอนขึ้นอยู่กับรุ่นเครื่องยนต์และปีที่ผลิต เช่น รุ่นเครื่องยนต์ 1.5L แบบธรรมดาจะใช้น้ำมันเครื่องประมาณ 3.7 ลิตร ส่วนรุ่นเทอร์โบ 1.5L อาจจะต้องการใกล้เคียง 4.2 ลิตร แนะนำให้เจ้าของรถตรวจสอบคู่มือรถหรือระบบตรวจสอบอายุการใช้งานน้ำมันเครื่องผ่านหน้าปัดรถเพื่อความแน่ชัด
สิ่งที่ต้องระวังคือควรเลือกประเภทน้ำมันเครื่องที่ตรงตามมาตรฐานโรงงานของ Honda คือน้ำมันสังเคราะห์ 0W-20 หรือ 5W-30 เพราะน้ำมันประเภทนี้จะทำงานได้ดีในสภาพอากาศร้อนแบบเมืองไทย และยังช่วยรักษาประสิทธิภาพการหล่อลื่นของเครื่องยนต์รวมถึงประหยัดน้ำมันได้อีกด้วย
เวลาบำรุงรักษาตามระยะ นอกจากจะต้องเช็คปริมาณน้ำมันเครื่องแล้ว ควรตรวจสอบด้วยว่าตัวกรองน้ำมันเครื่องได้ถูกเปลี่ยนไปพร้อมกันหรือไม่ เพราะถ้าใช้ตัวกรองคุณภาพต่ำอาจทำให้เกิดปัญหาเรื่องความดันน้ำมันเครื่องผิดปกติหรือมีสิ่งสกปรกตกค้างได้
ถ้ารถใช้งานบ่อยในสภาพการจราจรติดขัดหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิสูง แนะนำให้ลดระยะการบำรุงรักษาลงเหลือทุก 5,000 กิโลเมตร แต่ถ้าใช้งานในสภาพปกติก็สามารถทำตามคำแนะนำมาตรฐานคือทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 6 เดือน
สุดท้ายนี้ แนะนำให้ซื้อน้ำมันเครื่องแท้จากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Honda เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการสึกหรอของเครื่องยนต์หรือข้อโต้แย้งเรื่องการรับประทานที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้น้ำมันเครื่องที่ไม่ได้มาตรฐาน
Q
“2019 Nissan Almera ใช้น้ำมันเครื่องกี่ลิตร?”
ปริมาณน้ำมันเครื่องของรถนิสสันอัลเมร่า รุ่น 2019 ในตลาดไทยมีความแตกต่างเล็กน้อยขึ้นอยู่กับรุ่นเครื่องยนต์ โดยรุ่นที่ติดตั้งเครื่องยนต์ HR12DE 3 สูบ 1.2 ลิตร (รวมการเปลี่ยนฟิลเตอร์น้ำมันเครื่อง) ต้องการประมาณ 3.2 ลิตร และรุ่นเครื่องยนต์ HR15DE 4 สูบ 1.5 ลิตร ต้องการประมาณ 3.5 ลิตร
เมื่อเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง แนะนำให้เติมน้ำมันใกล้เคียงปริมาณที่แนะนำก่อน จากนั้นเปิดเครื่องรันในสภาวะ idle 1-2 นาที ปิดเครื่องแล้วรอประมาณ 5 นาที แล้วตรวจเช็คระดับน้ำมันด้วยไม้ชี้ระดับ เพื่อให้แน่ใจว่าระดับอยู่ระหว่างขีดบนและล่างของสเกล
นอกจากนี้จำเป็นต้องเลือกน้ำมันเครื่องที่สอดคล้องข้อกำหนดทางการของนิสสัน เช่น เกรด API SN หรือสูงกว่า สำหรับความหนืด พิจารณาจากสภาพอากาศเขตร้อนของไทย 5W-30 เป็นตัวเลือกทั่วไป และบางรุ่นใช้ 0W-20 ได้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
การเปลี่ยนน้ำมันและฟิลเตอร์เป็นประจำตามช่วงบำรุงรักษาที่แนะนำในคู่มือทางการ (โดยปกติ 5,000 กิโลเมตร หรือ 6 เดือน ใช้ตามที่เกิดก่อน) สามารถปกป้องชิ้นส่วนเครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรักษาสภาพการทำงานที่เสถียร
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

IONIQ 5 ลดราคาในประเทศไทย 330,000 บาทเท่านั้น ต้องใช้เพียง 1.399 ล้านบาทเริ่มต้น
พงศธรFeb 21, 2025

Hyundai เปิดตัว SANTA FE XRT Concept ภายใต้ธีม “Sense of SEOUL” ในงาน Motor Expo 2025
พงศธรDec 9, 2025

Hyundai Elexio EO รถ SUV ไฟฟ้ารุ่นใหม่ เปิดตัว 16 ต.ค. วิ่งได้ไกลถึง 722 กม
พงศธรOct 29, 2025

All NEW Hyundai SANTA FEเปิดตัว ราคา 1,599,000-1,749,000 บาท
ธนวัฒน์Jul 16, 2025

Hyundaiประกาศเปิดตัวรถรุ่นใหม่วันที่ 15 กรกฎาคม คาดว่า SANTA FE เตรียมวางขายในไทย
พงศธรJun 17, 2025
ดูเพิ่มเติม


ข้อดี
ข้อเสีย