Q

Honda Accord Specs คืออะไร นี่คือรายละเอียดข้อมูลสเปคเต็ม

Honda Accord เป็นรถยนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากและมีให้เลือกหลายรุ่น โดยจัดอยู่ในกลุ่มรถยนต์ขนาดกลาง (D-Segment) ตัวถังมีความยาว 4962 มิลลิเมตร กว้าง 1862 มิลลิเมตร สูง 1449 มิลลิเมตร และมีระยะฐานล้อ 2827 ถึง 2828 มิลลิเมตร ภายในห้องโดยสารกว้างขวางและสะดวกสบาย เหมาะสำหรับการเดินทางของครอบครัวด้วยโครงสร้าง 4 ประตู 5 ที่นั่ง น้ำหนักรถอยู่ระหว่าง 1560 ถึง 1606 กิโลกรัม ใช้ระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริดเบนซิน โดยมีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยเพียง 4 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ซึ่งประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เครื่องยนต์เป็นแบบเบนซินธรรมดาไม่เทอร์โบ ความจุ 1993 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 147 แรงม้า หรือ 108 กิโลวัตต์ เสริมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า กำลังรวมของระบบอยู่ที่ 207 แรงม้า จับคู่กับเกียร์ E-CVT ที่ให้การขับขี่ที่นุ่มนวล ระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงก์ ช่วยเพิ่มความมั่นคงขณะขับขี่ ระบบเบรกเป็นดิสก์เบรกทั้งหน้าและหลัง พร้อมเบรกมือไฟฟ้า ขนาดยางมีทั้ง 225/50 R17 และ 235/45 R18 ด้านระบบความปลอดภัยมีให้ครบครัน เช่น ระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบควบคุมเสถียรภาพตัวรถ และถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง มอบความปลอดภัยรอบด้าน นอกจากนี้ยังอัดแน่นด้วยความสะดวกสบายและเทคโนโลยี เช่น พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง หน้าจอกลางขนาด 12.3 นิ้ว และลำโพง BOSE 12 ตัว มอบประสบการณ์การขับขี่ระดับพรีเมียม
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
Honda Accord ปี 2020 มีระบบสตาร์ทรถจากระยะไกลหรือไม่?
รุ่น Honda Accord ปี 2020 บางรุ่นจะมีฟังก์ชันสตาร์ทรถจากระยะไกลให้ด้วยนะ แต่ว่าจะมีหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับรุ่นและอุปกรณ์เสริมของรถด้วย ส่วนใหญ่แล้วรุ่นท็อปๆจะมาพร้อมฟังก์ชันนี้แบบมาตรฐาน ส่วนรุ่นพื้นฐานอาจต้องเสียเงินเพิ่มหน่อยถึงจะได้ ฟังก์ชันนี้ใช้ได้ทั้งจากรีโมทกุญแจหรือแอปบนมือถือเลย ช่วยให้เราสตาร์ทรถเปิดแอร์ล่วงหน้าเวลาอากาศร้อนๆ หรืออุ่นเครื่องตอนอากาศหนาวได้ สะดวกมากๆ ตอนนี้รถรุ่นกลางถึงสูงของหลายแบรนด์ก็เริ่มมีฟังก์ชันนี้กันแล้วนะ ถือเป็นเทรนด์เทคโนโลยีของรถยุคใหม่เลยล่ะ ถ้าสนใจฟังก์ชันนี้ แนะนำให้ลองตรวจสอบรายละเอียดอุปกรณ์ของรถหรือถามพนักงานขายดูนะ พวกเขาจะให้ข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดได้ ส่วนฟังก์ชันแบบนี้ในแบรนด์อื่นอาจเรียกชื่อต่างกันไปบ้าง เช่น สตาร์ทอัจฉริยะ หรือควบคุมระยะไกล แต่หลักการทำงานก็คล้ายๆกันคือใช้สัญญาณไร้สายควบคุมรถนั่นแหละ เมื่อเทคโนโลยีรถยนต์พัฒนาขึ้น ฟังก์ชันสะดวกสบายแบบนี้ก็จะยิ่งเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จนอาจกลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานไปเลยในอนาคต
Q
วิธีเปิดกุญแจรีโมทของ Honda Accord รุ่นปี 2020
หากต้องการเปิดฝากุญแจรีโมต Honda Accord รุ่นปี 2020 ให้เริ่มจากหาร่องเล็กๆ ที่ด้านข้างกุญแจใกล้กับส่วนฐาน แล้วใช้นิ้วหรือแผ่นพลาสติกบางๆ สอดเข้าไปแล้วค่อยๆงัดเบาๆ ระวังอย่าใช้แรงมากเพราะอาจทำให้เดือยฝาพังได้ พอแยกฝาบนกับฝาล่างออกก็จะเห็นแบตเตอรี่กับแผงวงจร โดยทั่วไปแบตเตอรี่จะเป็นแบบ CR2032 เวลาเปลี่ยนต้องใส่ให้ถูกขั้ว กุญแจรุ่นนี้ออกแบบมาทนน้ำได้แต่เวลาประกอบก็ต้องระวังอย่าให้ซีลกันน้ำเคลื่อน ถ้าปิดฝาไม่ลงให้ลองตรวจสอบว่าเดือยฝาเข้าล็อกกันดีหรือเปล่า แนะนำให้ทำความสะอาดจุดสัมผัสของกุญแจเป็นประจำเพื่อป้องกันคราบเหงื่อที่อาจทำให้ส่งสัญญาณไม่ดี ถ้าใช้ในที่อากาศชื้นอาจหาซิลิโคนกันความชื้นมาครอบกุญแจด้วย หากรีโมตไม่ทำงานให้ลองรีเซ็ตระบบโดยกดปุ่มล็อครถ 4 ครั้งเร็วๆ แล้วกดครั้งที่ 5 ค้างไว้ 10 วินาที สำหรับรุ่นสมาร์ทคีย์หลังเปลี่ยนแบตเตอรี่อาจต้องทำการซิงค์ใหม่ วิธีทำตามขั้นตอนการตั้งค่าเริ่มต้นกุญแจในคู่มือได้เลย
Q
รถยนต์ Honda Accord ปี 2021 ใช้เครื่องยนต์ประเภทใด?
รถยนต์ Honda Accord รุ่นปี 2021 ที่วางขายในตลาดประเทศไทยมีตัวเลือกเครื่องยนต์ให้เลือก 2 แบบ คือ เครื่องยนต์ 1.5 ลิตรเทอร์โบชาร์จ 4 สูบ และเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรเทอร์โบชาร์จ 4 สูบ โดยรุ่น 1.5T ให้กำลังสูงสุดที่ 192 แรงม้า คู่กับเกียร์ CVT ที่เน้นประหยัดน้ำมัน เหมาะกับสภาพการจราจรติดขัดในเมืองไทย ส่วนรุ่น 2.0T ให้กำลังสูงถึง 252 แรงม้า พร้อมเกียร์ออโต้ 10 สปีด ที่ตอบโจทย์คนรักความสปอร์ต ทั้งสองรุ่นใช้เทคโนโลยี VTEC ของ Honda ที่ช่วยให้ได้ทั้งกำลังและความประหยัดน้ำมันในเวลาเดียวกัน สิ่งที่น่าสนใจคือสภาพอากาศร้อนของไทยที่ต้องการระบบระบายความร้อนที่ดี ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้มาพร้อมระบบทำความเย็นประสิทธิภาพสูง แม้ขับนานหรืออากาศร้อนแค่ไหนก็ยังคงเสถียร นอกจากนี้ Accord ในฐานะรถซีดานขนาดกลางตัวสำคัญของ Honda ในไทย ยังถูกปรับแต่งเครื่องยนต์ให้เข้ากับคุณภาพน้ำมันทั่วไปอย่างน้ำมันเบนซิน 91 และ 95 ในประเทศ ทำให้ค่าซ่อมบำรุงไม่สูง สำหรับคนไทยที่เน้นประหยัด รุ่น 1.5T คือคำตอบ ส่วนใครที่ต้องการความแรงเป็นหลัก ก็ต้องรุ่น 2.0T แน่นอน
Q
ค่าแลกเปลี่ยนของ Honda Accord ปี 2021 คือเท่าไร?
มูลค่าการแลกเปลี่ยนรถ Honda Accord รุ่นปี 2021 ในตลาดประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากสภาพรถ ระยะทางที่ใช้งาน รุ่นและอุปกรณ์ รวมถึงความต้องการในตลาดท้องถิ่น โดยทั่วไปแล้วรถที่สภาพดีและระยะทางใช้งานน้อยมักจะได้รับความนิยมในตลาดรถมือสองและมีอัตราการรักษามูลค่าสูงกว่า Honda Accord มีชื่อเรื่องความน่าเชื่อถือและค่าบำรุงรักษาต่ำ ทำให้ยังคงเป็นที่ต้องการในตลาดรถมือสองของประเทศไทย แนะนำให้คุณติดต่อตัวแทนจำหน่าย Honda ที่ได้รับอนุญาตในพื้นที่หรือใช้บริการแพลตฟอร์มประเมินรถมือสองแบบมืออาชีพเพื่อขอราคาแลกเปลี่ยนที่แม่นยำ ซึ่งจะช่วยให้คุณได้รับราคาที่เป็นธรรม นอกจากนี้ การทำความเข้าใจนโยบายเกี่ยวกับรถยนต์ในตลาดประเทศไทย เช่น มาตรฐานการปล่อยมลพิษและภาษีนำเข้า ก็มีผลต่อการประเมินมูลค่ารถสุดท้ายเช่นกัน เพราะปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลต่อราคารถใหม่ ซึ่งจะกระทบต่อสถานการณ์ตลาดรถมือสองทางอ้อม หากคุณกำลังพิจารณาแลกเปลี่ยนรถ การเตรียมพร้อมด้วยการบำรุงรักษารถให้อยู่ในสภาพดีและเก็บรักษาประวัติการบริการอย่างครบถ้วนจะเป็นประโยชน์ เพราะรายละเอียดเล็กน้อยเหล่านี้สามารถช่วยเพิ่มมูลค่าการแลกเปลี่ยนรถของคุณได้ในระดับหนึ่ง
Q
น้ำมันชนิดใดที่ดีที่สุดสำหรับ Honda Accord ปี 2021?
สำหรับรถ Honda Accord รุ่นปี 2021 ทาง Honda แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องชนิดสังเคราะห์เต็มสูตรที่มีความหนืด 0W-20 เพราะน้ำมันเกรดนี้เหมาะกับสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย โดยเฉพาะการขับขี่ในเมืองหรือเดินทางไกลบนทางหลวง เพราะให้การปกป้องเครื่องยนต์ในอุณหภูมิสูงได้ดีและช่วยประหยัดน้ำมันด้วย โดยศูนย์บริการ Honda ในไทยมักจะมีน้ำมันเครื่องเกรด 0W-20 ที่ผ่านการรับรองจากโรงงาน เช่น Honda Ultra SN 0W-20 ซึ่งออกแบบมาเพื่อเทคโนโลยี EarthDream โดยเฉพาะ ช่วยยืดอายุเครื่องยนต์และรักษาประสิทธิภาพสูงสุด แต่ถ้าหาซื้อน้ำมันเครื่องของ Honda ไม่ได้ ก็สามารถเลือกใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์เต็มสูตรยี่ห้ออื่นที่ได้มาตรฐาน API SN หรือ SP แทนได้ เช่น Shell Helix หรือ Mobil 1 แต่ต้องดูให้ชัวร์ว่ามีการรับรอง ILSAC GF-6 ด้วย ข้อสำคัญคือสภาพอากาศร้อนชื้นของไทยทำให้น้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพเร็ว ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 6 เดือน (ดูอย่างไหนถึงก่อน) และควรตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องเป็นประจำ ส่วนใครที่ขับในกรุงเทพฯ หรือต้องเจอรถติดบ่อยๆ อาจต้องเปลี่ยนถี่ขึ้นเป็นทุก 8,000 กิโลเมตร และห้ามผสมน้ำมันเครื่องต่างยี่ห้อหรือต่างเกรดกันเด็ดขาด เพราะอาจทำให้สารเติมแต่งในน้ำมันเครื่องเกิดปฏิกิริยาและลดประสิทธิภาพการหล่อลื่นได้
Q
รถ Honda Accord ปี 2021 ประหยัดน้ำมันไหม?
รถ Honda Accord รุ่นปี 2021 ให้ประสิทธิภาพด้านประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม โดยเฉพาะในสภาพการขับขี่แบบผสมผสานทั้งในเมืองและทางหลวงของประเทศไทย รุ่นเครื่องยนต์ 1.5 เทอร์โบสามารถทำระยะทางได้ประมาณ 15-17 กิโลเมตรต่อลิตร (ขึ้นอยู่กับสไตล์การขับและสภาพถนน) ส่วนรุ่นไฮบริดนั้นประหยัดยิ่งขึ้นไปอีก โดยทำระยะทางได้เกิน 20 กิโลเมตรต่อลิตร ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับสภาพการจราจรของไทยที่ทั้งติดขัดและราคาน้ำมันสูง เทคโนโลยี Earth Dreams และระบบไฮบริดอัจฉริยะ i-MMD ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้และทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างลงตัว ส่งผลให้ลดการสิ้นเปลืองน้ำมันได้อย่างชัดเจน แม้ในสภาพอากาศร้อนของไทยที่ต้องใช้แอร์บ่อยๆ ก็ไม่ส่งผลต่ออัตราสิ้นเปลืองมากนัก หากคำนึงถึงค่าใช้จ่ายระยะยาว Honda Accord ตอบโจทย์ด้วยความประหยัดน้ำมัน พร้อมเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครอบคลุมในประเทศไทย ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาได้อีกด้วย ที่สำคัญตลาดไทยให้การยอมรับรถยนต์ญี่ปุ่นเป็นอย่างดี มีอะไหล่พร้อมและราคาชัดเจน ช่วยเพิ่มจุดเด่นด้านความคุ้มค่า แนะนำให้ผู้สนใจศึกษาข้อมูลป้ายประหยัดน้ำมันจากกรมธุรกิจพลังงานหรือทดลองขับจริง เพื่อเลือกรุ่นที่เหมาะสมกับระยะทางในการเดินทางประจำวันของตัวเอง
Q
2021 Honda Accord เป็นรถที่มีความน่าเชื่อถือหรือไม่?
Honda Accord รุ่นปี 2021 ในตลาดไทยเป็นรถที่ไว้ใจได้จริงๆ ได้รับการยอมรับจากหลายด้านเรื่องความทนทาน รุ่นนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.5 เทอร์โบหรือระบบไฮบริด 2.0 ลิตรที่ทำงานสมบูแบบ ให้กำลังส่งที่เนียนๆ และประหยัดน้ำมันสุดๆ เหมาะทั้งขับในเมืองไทยที่รถติดหนักและขับทางไกล แม้ในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย ระบบแอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก็ยังทำงานเสถียรไม่ทำให้เซ็ง ค่าบำรุงรักษาก็ไม่แรงเกินไป แถม Honda มีศูนย์บริการกระจายทั่วไทย อะไหล่ก็หาง่าย ซ่อมก็สะดวก ที่เด็ดกว่ารุ่นนี้ติดตั้ง Honda SENSING ระบบเซฟตี้ช่วยเตือนและป้องกันอุบัติเหตุ มีทั้งระบบเบรกอัตโนมัติเมื่อเจอวัตถุข้างหน้า ช่วยควบคุมเลน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่บนถนนไทยที่ค่อนข้างโหด สำหรับคนไทยแล้ว Honda Accord 2021 เป็นรถซีดานขนาดกลางที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ทั้งขับไปทำงานประจำหรือพาครอบครัวเที่ยวยาวๆ ค่าซื้อขายต่อก็ยังอยู่ตัวในตลาดรอง ทำให้ค่าใช้จ่ายระยะยาวค่อนข้างประหยัดทีเดียว
Q
รถ Honda Accord ปี 2021 ราคาเท่าไหร่?
ราคาขาย Honda Accord 2021 ในตลาดไทยจะแตกต่างกันไปตามรุ่นและอุปกรณ์ โดยมีช่วงราคาอยู่ที่ประมาณ 1.4 - 1.8 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับระบบขับเคลื่อนที่เลือก (เช่น 1.5T เทอร์โบชาร์จ หรือ 2.0L ไฮบริด) อุปกรณ์ภายในห้องโดยสาร และฟังก์ชั่นเสริม (เช่น ระบบความปลอดภัย Honda SENSING หรือหลังคาพาโนรามา) นอกจากราคารถแล้ว ผู้ซื้อในไทยยังต้องคำนึงถึงค่าจดทะเบียนและประกันภัยซึ่งมักจะคิดเป็น 5%-10% ของราคารถ Honda Accord ได้รับความนิยมในไทยจากความน่าเชื่อถือ ประหยัดน้ำมัน และพื้นที่กว้างขวาง โดยเฉพาะรุ่นไฮบริดที่ช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ที่มีการจราจรหนาแน่น ข้อดีเพิ่มเติมคือรัฐบาลไทยมีนโยบายลดภาษีสำหรับรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำให้รุ่นไฮบริดอาจได้รับสิทธิประโยชน์บางส่วน แนะนำให้สอบถามตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่เพื่อรับข้อมูลโปรโมชั่นล่าสุดก่อนตัดสินใจซื้อ ราคารถใหม่ในตลาดไทยมักจะสูงกว่ารถมือสองประมาณ 30%-50% แต่ Honda เป็นแบรนด์ที่มูลค่าตกต่ำน้อยเมื่อขายต่อ ทำให้เสียเงินน้อยกว่ายี่ห้ออื่นเมื่อต้องการเปลี่ยนรถในอนาคต
Q
“Honda Accord เป็นรถที่ทรงพลังหรือไม่?”
ในตลาดไทย Honda Accord เป็นรถเก๋งขนาดกลางที่รวมความแรงและความประหยัดไว้ด้วยกัน ตัวเลือกระบบขับเคลื่อนมีทั้งเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.5T และระบบไฮบริด 2.0L ที่ให้กำลังขับเคลื่อนได้อย่างเต็มเปี่ยม โดยเฉพาะเหมาะกับสภาพถนนในเมืองและทางด่วนของไทย รุ่น 1.5T ให้กำลังสูงสุดถึง 193 แรงม้า แรงบิด 260 นิวตัน-เมตร เร่งเครื่องได้ลื่นไหล ส่วนรุ่นไฮบริดจะเน้นความนุ่มนวลและประหยัดน้ำมัน โดยกินน้ำมันเพียง 4-5L/100km ซึ่งตอบโจทย์ค่าก๊าซที่ค่อนข้างแพงในไทย นอกจากนี้ระบบช่วงล่างของ Honda Accord ยังถูกปรับมาเพื่อความสบายเป็นพิเศษ ช่วยลดปัญหาถนนบางเส้นในไทยได้ดี แถมยังแข็งแรงได้มาตรฐานความปลอดภัยสำหรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถ้าอยากได้ความแรงระดับสปอร์ตก็มีรุ่นต่างประเทศให้เลือก แต่ต้องระวังว่าตลาดไทยมักเน้นรุ่นประหยัดเป็นหลัก เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Toyota Camry และ Mazda 6 ที่มีระบบขับเคลื่อนคล้ายๆ กัน ลูกค้าสามารถทดลองขับและเปรียบเทียบตามงบประมาณและสไตล์การขับได้เลย
Q
รถ Honda Accord ปี 2021 จำเป็นต้องใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์หรือไม่?
สำหรับรถ Honda Accord รุ่นปี 2021 ที่จำหน่ายในประเทศไทย แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องประเภทสังเคราะห์เท่านั้น โดยเฉพาะเกรด 0W-20 หรือ 5W-20 แบบเต็มสังเคราะห์ ซึ่งน้ำมันเครื่องเกรดนี้จะทำงานได้ดีกว่าในสภาพอากาศร้อนของไทย เพราะให้การปกป้องเครื่องยนต์ในอุณหภูมิสูงได้ดีเยี่ยม ช่วยประหยัดน้ำมัน และยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ พร้อมทั้งตอบโจทย์มาตรฐานการดูแลรักษาของ Honda อย่างเคร่งครัด สำหรับคนไทยแล้วต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะสภาพอากาศที่ทั้งร้อนและชื้นแบบนี้ น้ำมันเครื่องสังเคราะห์จะมีความเสถียรและต้านทานการเกิดออกซิเดชั่นได้ดีกว่าน้ำมันแร่ ช่วยลดปัญหาคาร์บอนสะสมและอาการสึกหรอของเครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะที่คู่มือระบุไว้ คือทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 6 เดือน แต่ถ้าต้องขับในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ที่รถติดบ่อยๆ อาจต้องเปลี่ยนถี่กว่านั้นหน่อย ถ้าเลือกใช้ยี่ห้ออื่นนอกจากของทาง Honda ต้องดูให้มั่นใจว่าได้มาตรฐาน API SN ขึ้นไป ข้อควรระวังคือรถแต่ละรุ่นหรือปีผลิตอาจต้องการน้ำมันเครื่องต่างกัน เช่นรุ่นไฮบริดอาจกำหนดเกรดน้ำมันเครื่องที่เข้มงวดกว่า ดังนั้นก่อนเข้าศูนย์ควรปรึกษาอู่ฮอนด้าที่ได้รับการรับหมายในไทยก่อน การเลือกน้ำมันเครื่องที่เหมาะสมนอกจากจะช่วยปกป้องเครื่องยนต์แล้ว ยังช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้ดี โดยเฉพาะกับการขับทางไกลหรือขับในเมืองแบบที่คนไทยนิยมทำกัน
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

เครื่องยนต์ที่หลากหลาย 1.5 ลิตร เครื่องยนต์มีกำลังสูงสุด 190 แรงม้า ในขณะที่ 2.0 ลิตร ระบบไฮบริดจะร่วมมือกับเครื่องยนต์ไฟฟ้า มีกำลังสูงสุด 215 แรงม้า
ฉนวนเสียงในประตูดี การฉีดฟองเสียงที่หลายแห่งครั้งแรก และติดตั้งระบบลดเสียงที่ใช้งาน
การออกแบบภายในสบาย ความรู้สึกในการจับเวลเป็นเลิศ การออกแบบเบาะดีและสบาย ที่นั่งด้านหลังกว้างขวาง
ขันธ์ที่ดี ยังมีความสนุกในการขับขี่ในเมืองและชานเมือง การขับขี่ช้าๆเป็นความสบาย แข็งแรงเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง
เทคโนโลยีความปลอดภัยที่ทันสมัย มีระบบช่วยขับขี่และความปลอดภัยที่หลากหลาย เช่น พวงมาลัยหลายฟังก์ชัน จอสัมผัสหรูหรา

ข้อเสีย

ส่วนภายในของรถบางส่วนไม่มีคุณภาพสูงพอ การใช้พลาสติกบางส่วนทำให้รู้สึกถึงคุณภาพ
รถรุ่นพื้นฐานไม่มีพอร์ท USB ที่ด้านหลัง หากต้องการ 4 พอร์ทคุณต้องซื้อรุ่น Hybrid
การปรับหมอนรองคอที่นั่งด้านหลังยาก ไม่มีการล็อคปรับภายในรถ
รถไม่กันแดด ราคาเกินหนึ่งล้านแต่มีกระจกข้างที่ปรับด้วยมือและไม่มีกระจกกันแดด ราคาคุ้มค่าน้อย

Q&A ล่าสุด

Q
"จานเบรก (Brake Disc) คืออะไร?"
จานเบรก (หรือที่รู้จักกันในชื่อผ้าเบรกหรือจานเบรก) เป็นส่วนประกอบหลักของระบบเบรกในรถยนต์ โดยทั่วไปแล้วจะเป็นโครงสร้างโลหะรูปทรงกลมที่หมุนไปพร้อมกับล้อ หน้าที่หลักของมันคือการแปลงพลังงานจลน์ของรถให้เป็นพลังงานความร้อนผ่านแรงเสียดทานกับผ้าเบรกที่ยึดไว้ด้วยคาลิเปอร์เบรก ทำให้เกิดการลดความเร็วหรือหยุดรถ โครงสร้างของจานเบรกแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ได้แก่ จานเบรกแบบทึบและจานเบรกแบบระบายอากาศ จานเบรกแบบทึบมีราคาถูกกว่าและเหมาะสำหรับการขับขี่ทั่วไป จานเบรกแบบระบายอากาศช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนด้วยครีบระบายความร้อนภายในหรือรูพรุนบนพื้นผิว ทำให้เหมาะสำหรับรถยนต์สมรรถนะสูงหรือสถานการณ์ที่ต้องเบรกบ่อยๆ ในแง่ของวัสดุ เหล็กหล่อสีเทาหรือเหล็กหล่ออัลลอยด์เป็นตัวเลือกหลักที่ให้ความสมดุลระหว่างความทนทานต่อการสึกหรอและความทนทานต่อความร้อน รถยนต์ระดับสูงอาจติดตั้งจานเบรกเซรามิก ซึ่งมีข้อดีในด้านการออกแบบที่เบาและทนทานต่อความร้อน แต่มีราคาแพงกว่า จานเบรกต้องทนต่อแรงเสียดทานมหาศาลที่เกิดขึ้นระหว่างการเบรก (แรงบิดในการเบรกในรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอาจสูงถึง 2000-3500 นิวตันเมตร) และอุณหภูมิสูง (อุณหภูมิพื้นผิวอาจสูงถึง 600 องศาเซลเซียส) ดังนั้น ประสิทธิภาพของจานเบรกจึงส่งผลโดยตรงต่อเสถียรภาพและความปลอดภัยในการเบรก ตัวอย่างเช่น จานเบรกแบบระบายอากาศสามารถลดอุณหภูมิจาก 600 องศาเซลเซียสเหลือ 200 องศาเซลเซียสได้ในเวลาอันสั้น ช่วยลดความเสี่ยงของอาการเบรกเฟดจากความร้อนได้อย่างมาก นอกจากนี้ ระบบความปลอดภัยอิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ เช่น ABS และ EBD อาศัยการหมุนของจานเบรกเพื่อการควบคุมที่แม่นยำ จึงแนะนำให้เลือกใช้จานเบรกแบบระบายอากาศ (เส้นผ่านศูนย์กลางล้อหน้าไม่ควรน้อยกว่า 280 มิลลิเมตร) และระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมาะสมเมื่อเลือกซื้อรถยนต์ และควรตรวจสอบสภาพการสึกหรออย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มั่นใจในประสิทธิภาพการเบรก
Q
ฉันเหยียบเบรกแล้วมีเสียงดังครูดๆ มันอันตรายไหม?
เสียงผิดปกติขณะเบรกจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบตามสถานการณ์เฉพาะ สาเหตุทั่วไป ได้แก่: เสียงดังแหลมสั้นๆ ในช่วงแรกของการใช้งานรถใหม่หรือการเปลี่ยนจานเบรกและผ้าเบรกใหม่เป็นเรื่องปกติและจะค่อยๆ หายไปหลังจากใช้งานไป 500-1000 กิโลเมตร; หากจานเบรกเป็นสนิมหลังจากสภาพอากาศชื้นหรือจอดรถเป็นเวลานาน การเบรกครั้งแรกอาจมีเสียงเสียดสีโลหะ ซึ่งจะหายไปหลังจากเบรกซ้ำๆ; เสียง "ปัง" และการเด้งของแป้นเบรกเมื่อระบบ ABS เริ่มทำงานเป็นลักษณะปกติของระบบเบรกป้องกันล้อล็อก อย่างไรก็ตาม หากเสียงดังต่อเนื่องและแรงเบรกลดลง อาจบ่งชี้ว่าผ้าเบรกสึกหรอจนถึงขีดจำกัด (ความหนาน้อยกว่า 3 มม.) ทำให้ไฟเตือนติดขึ้น และต้องเปลี่ยนจานเบรกทันที มิฉะนั้นอาจทำให้ระยะเบรกเพิ่มขึ้นหรือเบรกเสียได้ นอกจากนี้ การหล่อลื่นคาลิเปอร์ไม่เพียงพอ การเสียรูปของจานเบรก หรือสิ่งแปลกปลอม เช่น ทรายและกรวด ก็อาจทำให้เกิดเสียงผิดปกติได้เช่นกัน แนะนำให้ตรวจสอบระบบเบรกทุกๆ 20,000 กิโลเมตร และเมื่อเปลี่ยนผ้าเบรก ควรเลือกใช้ชิ้นส่วนจากผู้ผลิตอุปกรณ์ดั้งเดิม (OEM) เป็นหลัก ผ้าเบรกคุณภาพต่ำ (ราคาต่ำกว่า 800 บาท/คู่) อาจทำให้จานเบรกเสียหายได้เนื่องจากมีปริมาณโลหะมากเกินไป การหลีกเลี่ยงการเบรกและหยุดรถกะทันหันในระหว่างการขับขี่ประจำวันจะช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบเบรกได้ หากมีเสียงผิดปกติร่วมกับแป้นเบรกนิ่ม หรือรถดึงไปด้านใดด้านหนึ่ง ควรนำรถไปที่อู่ซ่อมรถมืออาชีพเพื่อตรวจสอบระบบไฮดรอลิกทันที
Q
แบรนด์ไหนของผ้าเบรกหน้าถึงจะดี?
ในตลาดไทย TEXTAR (ทาเมนตัน) และ XinYi (ซินอี้) เป็นยี่ห้อแผ่นเบรคหน้าที่น่าแนะนำ ทาเมนตันในฐานะยี่ห้อเยอรมันมีประวัติศาสตร์กว่า 100 ปี ผลิตภัณฑ์มีชื่อเสียงในด้านความสะดวกสบายและประสิทธิภาพสิ่งแวดล้อม สามารถติดตั้งกับรถยนต์หลายรุ่นหลักได้ เช่น คาเดลลาคที6 (Cadillac CT6) รถหลุยรูเวอร์ (Land Rover Range Rover) ซีรีส์ แม่เบนซีอีคลาส (Mercedes-Benz E-Class) เป็นต้น การเบรคมีลักษณะเชิงเส้นและฝุ่นน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับความเงียบในการขับขี่ ยี่ห้อซินอี้เน้นที่อัตราส่วนคุณภาพต่อราคาที่ดี แผ่นเบรคหลังแบบดรัมเบรค (drum brake) มีการใช้งานที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพกับรถเชิงพาณิชย์หลายรุ่น เช่น นันจิงอีวีโค (Nanjing Iveco) เป็นต้น ความทนทานได้รับการยืนยันจากตลาด ในการเลือกซื้อควรระมัดระวังว่า แผ่นเบรคทาเมนตันใช้วัสดุเสียดทานระดับสูง ราคาตลาดเริ่มต้นที่ประมาณ 549.9 บาทไทย (รวมส่วนลด) ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ซินอี้เหมาะสำหรับผู้บริโภคที่มีงบประมาณจำกัด แนะนำให้เลือกตามรุ่นรถ การนิสัยขับขี่ (เช่น ขับขี่ในเมืองบ่อยครั้งหรือขับขี่บนทางหลวง) และงบประมาณอย่างครอบคลุม และควรซื้อผ่านช่องทางที่ถูกต้องเพื่อให้แน่ใจในด้านความเข้ากันได้และความปลอดภัย
Q
“B Quick เจียรจานเบรกหรือไม่?”
B Quick ในฐานะผู้ให้บริการรถยนต์มืออาชีพ มีบริการกลึงจานเบรค (แผ่นเบรค) ด้วยเครื่องกลึง แต่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมและความปลอดภัย จานเบรคเป็นชิ้นส่วนความปลอดภัยที่สำคัญ การซ่อมแซมต้องปฏิบัติตามมาตรฐานทางเทคนิคอย่างเคร่งครัด โดยปกติจะทำการกลึงเฉพาะในกรณีที่สึกหรอเล็กน้อยหรือมีร่องบนพื้นผิวเพื่อคืนสภาพความเรียบ และความหนาหลังกลึงต้องเป็นไปตามมาตรฐานของโรงงาน (รถส่วนใหญ่กำหนดให้ความหนาที่เหลือไม่น้อยกว่า 22 มิลลิเมตร) หากจานเบรคมีรอยร้าว บิดตัวจากความร้อนอย่างรุนแรง หรือความหนาต่ำกว่าค่ามาตรฐานความปลอดภัย จำเป็นต้องเปลี่ยนจานใหม่ โดยปริมาณการกลึงในแต่ละด้านโดยทั่วไปไม่ควรเกิน 1.5 มิลลิเมตร แนะนำให้เจ้าของรถเลือกใช้ชิ้นส่วนทดแทนที่ได้รับการรับรองจากโรงงานก่อน (เช่น แบรนด์ DBA ที่นิยมใช้ในรถยนต์ญี่ปุ่น ราคาประมาณ 1,500-4,000 บาทต่อคู่) เนื่องจากประสิทธิภาพการระบายความร้อนและความทนทานต่อการล้าของจานเบรคหลังซ่อมจะลดลงประมาณ 15-20% ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการเบรคในระยะทางไกล สำหรับจานเบรคแบบมีร่อง/เจาะรูในรถสมรรถนะสูง เนื่องจากโครงสร้างที่ซับซ้อนกว่า มักไม่สามารถซ่อมแซมได้ ทุกครั้งที่ทำการบำรุงรักษาระบบเบรค ควรตรวจสอบปริมาณความชื้นในน้ำมันเบรค (หากเกิน 3% ต้องเปลี่ยนใหม่) และสภาพของกระบอกเบรคร่วมไปด้วย เพื่อให้มั่นใจในความน่าเชื่อถือของระบบโดยรวม
Q
ควรเปลี่ยนผ้าเบรกเมื่อครบกี่กิโลเมตร?
ระยะเวลาการเปลี่ยนผ้าเบรกขึ้นอยู่กับรุ่นรถ พฤติกรรมการขับขี่ และสภาพถนน สำหรับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน โดยทั่วไปแล้วผ้าเบรกหน้าจะต้องเปลี่ยนทุกๆ 30,000-50,000 กิโลเมตร ในสภาพการจราจรติดขัดในเมือง อาจลดลงเหลือ 20,000-30,000 กิโลเมตร ในขณะที่การขับขี่บนทางหลวงอาจยืดระยะเวลาได้ถึง 50,000-60,000 กิโลเมตร ผ้าเบรกหลังโดยทั่วไปมีอายุการใช้งาน 60,000-100,000 กิโลเมตร เนื่องจากรับแรงกดน้อยกว่า แต่สำหรับรถยนต์ที่มีระบบเบรกมือไฟฟ้า แนะนำให้ลดระยะเวลาการเปลี่ยนผ้าเบรกเหลือ 50,000-60,000 กิโลเมตร รถยนต์พลังงานใหม่ที่ใช้ระบบการกู้คืนพลังงานจลน์ สามารถยืดอายุการใช้งานของผ้าเบรกหน้าได้ถึง 80,000-120,000 กิโลเมตร ในขณะที่ผ้าเบรกหลังมีอายุการใช้งานใกล้เคียงกับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน ควรเปลี่ยนผ้าเบรกทันทีเมื่อความหนา ≤3 มม. (ประมาณความหนาของขอบเหรียญ) เมื่อมีเสียงเสียดสีโลหะ ระยะเบรกยาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หรือเมื่อไฟเตือนบนแผงหน้าปัดสว่างขึ้น การขับขี่ในพื้นที่ภูเขา การเบรกอย่างแรงบ่อยครั้ง หรือการบรรทุกหนักจะทำให้ผ้าเบรกสึกหรอเร็วขึ้น จึงควรตรวจสอบก่อนกำหนดที่ 20,000-30,000 กิโลเมตร การตรวจสอบความหนาอย่างสม่ำเสมอ การเลือกใช้วัสดุเซรามิกหรือกึ่งโลหะ และการหลีกเลี่ยงการเบรกอย่างแรงจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้ หลังจากเปลี่ยนแล้ว จำเป็นต้องใช้งานให้ครบ 200 กิโลเมตรเพื่อให้ประสิทธิภาพการเบรกคงที่
ดูเพิ่มเติม