Q

“MINI Countryman 2023 มีคะแนนความปลอดภัยเท่าไร?”

MINI Countryman รุ่นปี 2023 แสดงผลงานด้านความปลอดภัยได้อย่างยอดเยี่ยม จนได้รับคะแนนความปลอดภัย 5 ดาวจาก Euro NCAP การประเมินครั้งนี้พิจารณาจากประสิทธิภาพใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ การปกป้องผู้โดยสารผู้ใหญ่ การปกป้องเด็ก การปกป้องคนเดินถนน และระบบช่วยเหลือด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะผลทดสอบการชนด้านหน้าและด้านข้างที่แสดงให้เห็นถึงโครงสร้างตัวถังที่แข็งแรงและการทำงานที่มีประสิทธิภาพของถุงลมนิรภัย สำหรับผู้บริโภคในไทย MINI Countryman ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ออกแบบมาสำหรับการขับขี่ในเมือง เช่น ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติและระบบช่วยรักษาช่องทางขับขี่ ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้ใช้งานได้จริงในสภาพการจราจรที่ติดขัดของกรุงเทพฯ ที่น่าสนใจคือ มุมมองการขับขี่และความคล่องตัวของ MINI Countryman ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ โดยเฉพาะในซอยแคบหรือเส้นทางที่ต้องเปลี่ยนเลนบ่อยๆ หากต้องการความปลอดภัยที่มากขึ้น ยังสามารถอัพเกรดเป็นระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติและกล้องรอบทิศทางได้อีกด้วย เมื่อเลือกซื้อรถ นอกจากดูการันตีความปลอดภัยแล้ว แนะนำให้ทดลองขับเพื่อสัมผัสความไวของระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ และอย่าลืมดูแลรักษารถอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ระบบความปลอดภัยทำงานได้เต็มประสิทธิภาพตลอดเวลา
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
“ในปี 2023 Mini Cooper Countryman วิ่งได้กี่ไมล์ต่อแกลลอน?”
ประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันของ MINI Cooper Countryman รุ่นปี 2023 จะแตกต่างกันไปตามรุ่นเครื่องยนต์ สำหรับรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าแบบ 1.5 ลิตร 3 สูบเทอร์โบ ค่าประหยัดน้ำมันในเมืองจะอยู่ที่ประมาณ 7.8 ลิตร/100 กม. (หรือราว 30 ไมล์/แกลลอน) ส่วนบนทางหลวงจะประหยัดกว่าอยู่ที่ 6.4 ลิตร/100 กม. (ประมาณ 36 ไมล์/แกลลอน) ส่วนรุ่น 2.0 ลิตร 4 สูบเทอร์โบแบบขับเคลื่อนสี่ล้อจะกินน้ำมันมากกว่ารุ่นแรกประมาณ 10% จุดเด่นคือรุ่น Hybrid อย่าง Countryman Cooper SE ที่ใช้ระบบปลั๊กอินไฮบริด สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ราว 55 กม. และมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันรวมต่ำสุดเพียง 2.1 ลิตร/100 กม. เหมาะมากกับสภาพการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ที่ต้องเร่ง-หยุดบ่อยๆ เคล็ดลับสำหรับการขับขี่ประหยัดน้ำมันคือรักษาความดันลมยางให้เหมาะสม (แนะนำที่ 32-35 psi) ไม่เร่งหรือเบรกกระทันหัน จะช่วยประหยัดน้ำมันได้อีก 10-15% และควรใช้เบนซินไร้สารตะกั่วเกรด 95 ขึ้นไปเพื่อประสิทธิภาพเครื่องยนต์ที่ดีที่สุด รถรุ่นนี้มีความจุถังน้ำมันประมาณ 51 ลิตร เมื่อเติมเต็มสามารถวิ่งได้ไกลถึง 650-800 กม. เพียงพอสำหรับการเดินทางไกลจากเชียงใหม่ไปภูเก็ตโดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมันหมดระหว่างทาง
Q
วิธีเปิดฝาถังน้ำมันของ Mini Cooper Countryman 2023?
ถ้าจะเปิดฝาถังน้ำมันของ Mini Countryman รุ่นปี 2023 ก่อนอื่นต้องดูล็อคว่าปลดแล้วหรือยัง จากนั้นก็กดเบาๆ ที่ด้านขวาของฝาถังน้ำมัน ฝามันจะเด้งเปิดเองโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องไปกดปุ่มไหนในรถให้ยุ่งยาก แบบนี้สะดวกดีเวลาเติมน้ำมันในเมืองหรือบนทางด่วน ที่สำคัญคือรุ่นนี้เขาใช้ระบบไม่มีฝาถังน้ำมันแบบเดิมๆ แค่เสียบปืนน้ำมันเข้าไปก็เติมได้เลย ไม่ต้องมาคอยเปิดฝาให้เมื่อยมือ แต่ต้องระวังเรื่องประเภทน้ำมัน ต้องเป็นเบนซิน 95 หรือ 91 ห้ามเติมดีเซลโดยเด็ดขาด ถ้าเจอปัญหาฝาถังน้ำมันไม่ยอมเปิด ลองกดล็อครถใหม่สักรอบ หรือไม่ก็ตรวจดูสายด่วนที่ด้านขวาของกระโปรงหลัง ส่วนเรื่องความจุถังน้ำมันนั้นอยู่ที่ประมาณ 51 ลิตร พอดีๆ สำหรับขับทางไกล แนะนำให้ทำความสะอาดยางซีลรอบๆ ถังน้ำมันเวลานัดเช็คระยะด้วย จะได้ไม่มีฝุ่นมาเกาะจนเปิดปิดยาก ส่วนวันไหนอากาศร้อนๆ ถ้าเห็นไฟเตือนฝาถังน้ำมันเปิดไม่สนิท ให้ลองตรวจดูว่ามีอะไรไปติดขัดหรือเปล่า Countryman นี่ถือเป็นรุ่นที่ใช้งานได้จริงที่สุดในตระกูล Mini แล้วล่ะ
Q
ระบบส่งกำลังใน MINI Countryman 2023 คืออะไร?
MINI Countryman รุ่นปี 2023 นั้นมาพร้อมกับตัวเลือกเกียร์สองแบบให้เลือกตามความชอบ นั่นคือเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะแบบ DCT และเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบ Steptronic ซึ่งจะขึ้นอยู่กับรุ่นเครื่องยนต์ที่คุณเลือก สำหรับเกียร์ DCT 7 จังหวะนั้นโดดเด่นเรื่องการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วและประหยัดน้ำมัน เหมาะกับคนที่ขับในเมืองหรือชอบความรู้สึกสปอร์ต ส่วนเกียร์ 8 จังหวะนั้นให้ความรู้สึกนุ่มนวลกว่า เหมาะกับการขับทางไกลหรือคนที่เน้นความสบายเป็นหลัก ตลาดไทยได้มาตรฐานเดียวกับทั่วโลก ทั้งในเรื่องเทคโนโลยีและความน่าเชื่อถือ ไม่ว่าคุณจะขับไปทำงานทุกวันหรือออกทริปสุดสัปดาห์ เกียร์ทั้งสองแบบนี้ตอบโจทย์ได้หมด แถม MINI ยังมีโหมดขับขี่ให้เลือกอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นโหมดสปอร์ต โหมดประหยัด หรือโหมดปกติ ที่ช่วยปรับการทำงานของเกียร์ให้เข้ากับถนนและสไตล์การขับของคุณสุดๆ ถ้ามีคำถามเกี่ยวกับเกียร์หรือการดูแลรักษา แนะนำให้ปรึกษาโชว์รูม MINI โดยตรง พวกเขาพร้อมให้คำแนะนำแบบมืออาชีพและบริการที่ได้มาตรฐานแน่นอน
Q
ถังน้ำมันของ Mini Countryman 2023 มีขนาดเท่าไหร่?
Mini Countryman รุ่นปี 2023 มีความจุถังน้ำมัน 51 ลิตร ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับรถ SUV ขนาดกะทัดรัดด้วยกัน เหมาะกับการใช้งานในเมืองหรือทริปสั้นๆ พิจารณาจากสภาพการจราจรและพฤติกรรมการขับขี่ทั่วไปในไทย ถังน้ำมันขนาดนี้จะช่วยให้วิ่งได้ประมาณ 500-600 กิโลเมตรต่อการเติมเต็มหนึ่งครั้ง ขึ้นอยู่กับสไตล์การขับและสภาพถนน Countryman เป็นรุ่นที่ใช้งานได้จริงที่สุดในตระกูล Mini แม้จะยังคงความคล่องตัวที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ แต่การออกแบบถังน้ำมันเน้นประโยชน์ใช้สอยมากขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นเก่า พิเศษไปกว่านั้น รุ่นนี้มาพร้อมโหมดขับขี่หลายแบบ ซึ่งโหมดประหยัดพลังงานจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่มักเจอรถติดบ่อยๆ ถ้าชอบเดินทางไกลบ่อย แนะนำให้เช็คลมยางและน้ำหนักบรรทุกเป็นประจำ เพราะปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่ออัตราสิ้นเปลืองจริง ถังน้ำมันของ Countryman ทำจากวัสดุพลาสติกวิศวกรรม ซึ่งไม่เพียงช่วยลดน้ำหนักรถแต่ยังเพิ่มความปลอดภัย ถือเป็นเทคโนโลยีที่นิยมใช้ในปัจจุบัน
Q
เครื่องยนต์ประเภทใดที่อยู่ใน Mini Countryman S 2023?
Mini Cooper Countryman S รุ่นปี 2023 นี้มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 4 สูบ เทอร์โบชาร์จ ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 192 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดแบบ DCT หรือเกียร์ธรรมดา 6 สปีด (ขึ้นอยู่กับรุ่น) ชุดขับเคลื่อนนี้ตอบสนองได้ว่องไวทั้งในเมืองและบนทางหลวง เหมาะสมกับสภาพการจราจรติดขัดและการเดินทางระยะสั้นที่พบได้ทั่วไปในไทย เครื่องยนต์ใช้เทคโนโลยี TwinPower Turbo ที่ลดอาการ Turbo Lag พร้อมระบบ Valvetronic ที่ปรับระยะเปิดปิดวาล์วได้ ช่วยประหยัดน้ำมันด้วยอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยประมาณ 6.5 ลิตร/100 กม. Countryman S ถือเป็นรุ่นที่ใช้งานได้จริงที่สุดในตระกูล Mini ด้วยการตั้งค่าซัสเพนชันที่บาลานซ์ระหว่างสมรรถนะและความนุ่มนวล รับมือกับถนนคดเคี้ยวในไทยได้ดี แถมการออกแบบวางเครื่องยนต์แบบขวางยังช่วยกระจายน้ำหนักไปที่เพลาหน้าได้สมดุลยิ่งขึ้น หากเลือกติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ALL4 (optional) จะเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมบนถนนลื่นช่วงฤดูฝนอีกด้วย ถ้าเปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่าง Volkswagen T-Roc R-Line หรือ BMW X1 sDrive20i ที่มีสเปกใกล้เคียง แต่ Countryman S โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์และความรู้สึกในการขับที่สนุกเหมือนขับรถโกคาร์ท นี่คือจุดขายที่ทำให้มันแตกต่างอย่างชัดเจน
Q
รถ Mini Countryman ปี 2023 ผลิตที่ไหน?
รถ Mini Countryman รุ่นปี 2023 นี้ส่วนใหญ่ผลิตที่โรงงาน Leipzig ในเยอรมนี ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของกลุ่ม BMW ที่รับประกันคุณภาพและมาตรฐานการผลิตระดับสูง รุ่นนี้เป็น SUV ขนาดกะทัดรัดที่ผสมผสานสไตล์อังกฤษกับความปราณีตแบบเยอรมัน ได้รับความนิยมในตลาดท้องถิ่นพอสมควร โดยเฉพาะดีไซน์ภายในที่ยืดหยุ่นและตัวเลือกปรับแต่งส่วนบุคคลที่เหมาะกับการขับขี่ในเมือง พูดถึงจุดเด่น รุ่นนี้ใช้แพลตฟอร์ม UKL2 ของ BMW ซึ่งแบ่งเทคโนโลยีบางส่วนกับ BMW X1 แต่ยังคงรักษาความสนุกสนานในการขับแบบ "โกคาร์ต" ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Mini ส่วนบริการหลังการขายในท้องถิ่น ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Mini สามารถจัดหาอะไหล่แท้และบริการดูแลมาตรฐาน รวมถึงรุ่น Countryman SE แบบไฟฟ้าที่รองรับมาตรฐานการชาร์จทั่วไป สำหรับคนที่กำลังคิดจะซื้อ นอกจากเรื่องภาษีนำเข้าแล้ว ยังควรจับตาดูรุ่นพิเศษแบบลิมิเต็ดเอดิชันหรือโปรแกรมไฟแนนซ์ที่ทางแบรนด์เปิดตัวเป็นระยะ ซึ่งมักจะเป็นตัวเลือกคุ้มค่ากว่า
Q
ราคา Mini Countryman ปี 2023 เท่าไหร่?
รถ MINI Countryman รุ่นปี 2023 ราคาอยู่ที่ประมาณ 1.8 - 2.5 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับรุ่นและอุปกรณ์เสริมที่เลือก เช่น รุ่น Cooper ฐานจะราคาต่างจากรุ่น Cooper S ที่แรงกว่านะ หรือรุ่น Cooper SE แบบปลั๊กอินไฮบริดก็จะแพงกว่า โมเดลนี้ยังคงดีไซน์คลาสสิกแบบ MINI แต่ตัวถังใหญ่กว่าเดิม นั่งสบายและใช้งานได้หลากหลายกว่า เหมาะทั้งขับในเมืองและทริปสั้นๆ ในตลาดไทยส่วนใหญ่จะมาพร้อมเครื่องยนต์ 1.5T หรือ 2.0T บางรุ่นมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ALL4 ช่วยให้ขับได้ทุกสภาพถนน ถ้าสนใจซื้ออาจลองสอบถามโปรโมชั่นหรือบริการเงินผ่อนจากศูนย์ฯ บางทีมีแพ็กเกจบริการฟรีให้ด้วยนะ ถ้าชอบรถพลังงานสะอาด รุ่นปลั๊กอินไฮบริดน่าสนใจเลย เพราะขับแบบไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 50 กิโลเมตร เหมาะกับคนใช้รถประจำวัน ทางที่ดีโทรหาตัวแทนขายตรงเพื่อขอราคาล่าสุดและนัดทดลองขับดีกว่า เพราะราคาจริงอาจเปลี่ยนแปลงตามอุปกรณ์และโปรโมชั่น
Q
“รถ Mini Countryman ปี 2023 เป็นรถที่ดีหรือไม่?”
MINI Countryman รุ่นปี 2023 เป็น SUV ขนาดเล็กที่รวมความโดดเด่นของดีไซน์กับประโยชน์ใช้สอยเข้าด้วยกัน ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของแบรนด์ MINI ด้วยดีไซน์คลาสสิกที่ดูย้อนยุคและการขับขี่ที่คล่องตัว เหมาะมากสำหรับการขับในเมือง โดยเฉพาะในสภาพถนนกรุงเทพฯที่รถติดบ่อย เครื่องยนต์มีให้เลือกทั้งแบบ 1.5T สามสูบและ 2.0T สี่สูบ คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะแบบ DCT ให้การตอบสนองที่ฉับไวและประหยัดน้ำมัน เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องเจอสภาพรถติดเป็นประจำ ภายในห้องโดยสารยังคงรักษาเอกลักษณ์วงกลมแบบ MINI พร้อมหน้าจอกลาง 8.8 นิ้วที่รองรับ Apple CarPlay ในรุ่นสูงยังมีหลังคาพานอรามาและระบบเสียง Harman Kardon ช่วยเพิ่มความเพลิดเพลินในการขับขี่ ส่วนเรื่องพื้นที่ก็ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อน สามารถปรับเบาะหลังได้ถึง 13 ซม. และเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระได้สูงสุด 1,390 ลิตร เพียงพอสำหรับครอบครัวเล็กๆที่ชอบท่องเที่ยวสุดสัปดาห์ แต่อย่างไรก็ตาม ระบบช่วงล่างที่ตั้งค่าไว้สำหรับการขับขี่สปอร์ตอาจทำให้รู้สึกแข็งเมื่อขับบนถนนนอกเมืองที่สภาพไม่ดีนัก ถ้าเปรียบเทียบกับรถในระดับเดียวกันอย่าง Toyota C-HR หรือ Mazda CX-30 ที่เน้นความสบายและค่าดูแลรักษาที่ถูกกว่า MINI Countryman จะโดดเด่นในเรื่องของเอกลักษณ์และความสนุกในการขับขี่ เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ชอบความแตกต่าง
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

ออกแบบด้วยสไตล์เฉพาะตัว, ลักษณะนอกที่เรียกความสนใจ, มีสไตล์โรงแรมหรูแบบยุโรป
พื้นที่ภายในกว้างขวาง, ตัวรถยาวและสูงขึ้น, มีพื้นที่ท่องเที่ยวมากขึ้นสำหรับขา, นั่งสบายมากขึ้น
เก้าอี้พับได้, เก้าอี้แถวหลังสามารถพับตามสัดส่วน 40:20:40, เพิ่มความเป็นประโยชน์
เทคโนโลยีสูง, มาพร้อมฟีเจอร์แสดงผลบนหน้าจอ, ช่วยให้การแสดงผลข้อมูลสะดวกต่อผู้ขับขี่
เครื่องยนต์ตอบสนองดี, กดเบาๆการขับขี่ก็สนุก, การเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล, ความดังเสียงในรถต่ำ

ข้อเสีย

ระยะระหว่างพื้นดินต่ำ, สูสีไปกับรุ่น MINI อื่น ๆ, อาจทำให้รถเสียหายสำหรับถนนที่สลักซ่อมแซมหรือการขึ้นลง
อาจไม่เหมาะสำหรับบุคคลที่มีความสูง
พื้นที่จัดเก็บสัมภาระไม่มาก ที่นั่งด้านหลังพับไม่เรียบร้อย การวางวัตถุถูกจำกัด
ส่วนกลางบริการน้อยลง อะไหล่และชิ้นส่วนนำเข้าทำให้การซ่อมแซมแลแผงแช่นานและราคายาก
ราคาสูง, ราคาเริ่มต้นของรถขนาดเล็กหลากหลายประโยชน์ 226.9 หมื่นบาท ที่ค่อนข้างแพง

Q&A ล่าสุด

Q
จุดวาบไฟของน้ำมันดีเซลคืออะไร?
จุดวาบไฟของน้ำมันดีเซลหมายถึงอุณหภูมิต่ำสุดที่ไอระเหยบนพื้นผิวของน้ำมัน เมื่อผสมกับอากาศ จะสามารถติดไฟได้ในระยะเวลาสั้นๆ เมื่อสัมผัสกับแหล่งกำเนิดประกายไฟ เป็นตัวบ่งชี้สำคัญในการวัดความปลอดภัยและความผันผวนของน้ำมันดีเซล ตามมาตรฐานแห่งชาติ จุดวาบไฟแบบปิดของน้ำมันดีเซลสำหรับยานยนต์ไม่ควรต่ำกว่า 55 องศาเซลเซียส น้ำมันดีเซลเกรดต่างๆ มีจุดวาบไฟแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น จุดวาบไฟแบบปิดของน้ำมันดีเซลเบา เช่น เบอร์ 0 และเบอร์ 5 ต้องมากกว่าหรือเท่ากับ 55 องศาเซลเซียส ในขณะที่จุดวาบไฟของน้ำมันดีเซลเบอร์ -35 และเบอร์ -50 อยู่ที่ประมาณ 45 องศาเซลเซียส ช่วงจุดวาบไฟโดยรวมของน้ำมันดีเซลทั้งเบาและหนักโดยทั่วไปอยู่ระหว่าง 45 ถึง 120 องศาเซลเซียส โดยค่าเฉพาะจะขึ้นอยู่กับพารามิเตอร์ของผลิตภัณฑ์ที่ผู้จำหน่ายระบุ จุดวาบไฟที่สูงขึ้นแสดงถึงความผันผวนที่ต่ำกว่าและความปลอดภัยที่ดีกว่าในระหว่างการจัดเก็บและการขนส่ง ในทางกลับกัน จุดวาบไฟที่ต่ำลงแสดงถึงความไวไฟที่สูงขึ้น ซึ่งต้องมีการจัดการด้านความปลอดภัยอย่างระมัดระวัง น้ำมันดีเซลที่มีจุดวาบไฟต่ำกว่า 60 องศาเซลเซียส จัดเป็นสารเคมีอันตราย และต้องผลิต จัดการ และใช้งานอย่างเคร่งครัดตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
Q
ข้อกำหนดของน้ำมันดีเซลมีอะไรบ้าง?
ประเทศไทยมีน้ำมันดีเซลหลายเกรด โดยแบ่งตามอัตราส่วนการผสมไบโอดีเซล การใช้งาน และระบบการตั้งชื่อ กระทรวงพลังงานของไทยได้ปรับระบบการตั้งชื่อน้ำมันดีเซลใหม่ โดยน้ำมันดีเซลความเร็วสูงทั่วไปที่มีไบโอดีเซล 10% เรียกว่า ดีเซลมาตรฐาน (Standard Diesel) น้ำมันดีเซลความเร็วสูงที่มีไบโอดีเซล 7% เรียกว่า ดีเซล B7 และดีเซล B20 ที่มีไบโอดีเซล 20% ออกแบบมาสำหรับรถบรรทุกและยานพาหนะขนาดใหญ่โดยเฉพาะ แต่ละเกรดมีคุณสมบัติแตกต่างกัน: ดีเซล B7 เหมาะสำหรับรถยนต์ดีเซลรุ่นเก่าและรถยนต์มาตรฐานยุโรป ดีเซลมาตรฐาน (เดิมคือ B10) มีปริมาณกำมะถันต่ำกว่า ให้ประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่า และเหมาะสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ และรถยนต์เพื่อการพาณิชย์บางประเภท ดีเซล B20 ตอบสนองความต้องการด้านกำลังของอุปกรณ์ขนส่งขนาดใหญ่ ส่วนราคานั้น ณ เดือนมีนาคม 2568 ราคาน้ำมันดีเซล B7 และ B20 ในตลาดอยู่ที่ประมาณ 31.94 บาทต่อลิตร (ราคาอาจผันผวนตามสภาวะตลาด) เชื้อเพลิงดีเซลเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในท้องถิ่น เนื่องจากมีข้อได้เปรียบด้านราคาประหยัดและแรงบิดสูงในอุณหภูมิสูงและสภาพถนนที่ซับซ้อน ทำให้เป็นที่นิยมในหมู่นักขับขี่ออฟโรดและผู้ขับขี่ทางไกล ตัวอย่างเช่น รถยนต์ออฟโรดสมรรถนะสูงอย่าง Tank 300 และ 500 รุ่นดีเซลได้วางจำหน่ายในประเทศไทย โดยติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ตัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเครื่องยนต์ดีเซลในตลาดรถยนต์ท้องถิ่น
Q
ความหนาแน่นของน้ำมันพืชคือเท่าไหร่?
ความหนาแน่นของน้ำมันพืชแตกต่างกันไปตามชนิด โดยช่วงความหนาแน่นของชนิดทั่วไปมีดังนี้:น้ำมันถั่วลิสงมีค่าความหนาแน่นระหว่าง 0.914 กิโลกรัมต่อลิตร ถึง 0.917 กิโลกรัมต่อลิตร น้ำมันถั่วเหลืองมีค่าความหนาแน่นระหว่าง 0.915 กิโลกรัมต่อลิตร ถึง 0.9375 กิโลกรัมต่อลิตร น้ำมันข้าวโพดมีค่าความหนาแน่นระหว่าง 0.917 กิโลกรัมต่อลิตร ถึง 0.925 กิโลกรัมต่อลิตร ส่วนความหนาแน่นของน้ำมันงาค่อนข้างสูง ประมาณ 0.94 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร โดยรวมแล้ว น้ำมันพืชส่วนใหญ่มีความหนาแน่นอยู่ในช่วง 0.91 ถึง 0.93 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร นอกจากนี้ ความหนาแน่นของน้ำมันพืชยังได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิ เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น ปริมาตรของน้ำมันจะขยายตัว และความหนาแน่นจะลดลงเล็กน้อย ดังนั้นในการวัดที่แม่นยำควรระบุอุณหภูมิขณะทดสอบ น้ำมันพืชจากแบรนด์หรือแหล่งผลิตที่ต่างกันอาจมีความหนาแน่นแตกต่างกันเล็กน้อยเนื่องจากวัตถุดิบและกระบวนการผลิตที่ต่างกัน หากต้องการข้อมูลที่แม่นยำสามารถอ้างอิงจากเอกสารทางเทคนิคของผลิตภัณฑ์นั้นๆ หรือวัดด้วยเครื่องมือเฉพาะทาง
Q
ASTM แบ่งประเภทน้ำมันดีเซลออกเป็นกี่ประเภท?
ASTM จำแนกเชื้อเพลิงดีเซลออกเป็นเจ็ดประเภทตามมาตรฐานเชื้อเพลิงดีเซล ประเภทเหล่านี้แตกต่างกันโดยหลักๆ ตามตัวชี้วัด เช่น ปริมาณกำมะถันและความผันผวน เพื่อให้ตรงตามข้อกำหนดการใช้งานของเครื่องยนต์ดีเซลที่แตกต่างกัน ได้แก่ เชื้อเพลิงกลั่นกลางเบาสำหรับใช้งานพิเศษ เช่น 1-DS15, 1-DS500 และ 1-DS5000 ซึ่งมีความผันผวนสูงและตรงตามข้อกำหนดปริมาณกำมะถันสูงสุดที่ 15 ppm, 500 ppm และ 5000 ppm ตามลำดับ และเชื้อเพลิงกลั่นกลางสำหรับใช้งานทั่วไป เช่น 2-DS15, 2-DS500 และ 2-DS5000 เหมาะสำหรับใช้งานที่มีความเร็วและภาระการทำงานที่แตกต่างกัน โดยมีขีดจำกัดปริมาณกำมะถันที่สอดคล้องกับประเภท 1-D ที่เกี่ยวข้อง สามารถเลือกใช้เชื้อเพลิงดีเซลประเภทต่างๆ ได้ตามความต้องการเฉพาะของเครื่องยนต์และสภาพแวดล้อมการทำงาน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเครื่องยนต์ทำงานและมีประสิทธิภาพตามปกติ
Q
"คุณสมบัติของน้ำมันดีเซลมีอะไรบ้าง?"
ดีเซลเป็นผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเบา ที่ประกอบด้วยไฮโดรคาร์บอนเชิงซ้อน (จำนวนอะตอมคาร์บอนประมาณ 10~22) ผลิตหลักผ่านกระบวนการกลั่นน้ำมันดิบและแครกกิงด้วยตัวเร่งปฏิกิริยา และยังสามารถผลิตได้จากน้ำมันหินดินดานหรือกระบวนการทำให้ถ่านหินเป็นของเหลว แบ่งเป็นดีเซลเบา (จุดเดือด 180~370°C) และดีเซลหนัก (จุดเดือด 350~410°C) สองประเภทหลัก มีลักษณะความหนาแน่นพลังงานสูง ในปริมาตรเท่ากันให้พลังงานมากกว่าน้ำมันเบนซิน ทำให้เครื่องยนต์ดีเซลมีประสิทธิภาพและประหยัดยิ่งขึ้นในงานขนส่งระยะไกลและบรรทุกหนัก จุดวาบไฟสูง (ประมาณ 257°C) ลดความเสี่ยงการลุกไหม้โดยไม่ตั้งใจระหว่างการเก็บรักษาและการใช้งาน มีความหนืดสูงซึ่งให้คุณสมบัติการหล่อลื่นที่ดี แต่การไหลที่อุณหภูมิต่ำไม่ดีและมีแนวโน้มแข็งตัวเมื่ออุณหภูมิลดลง จึงต้องเลือกดีเซลที่มีเกรดจุดแข็งตัวเหมาะสมกับอุณหภูมิแวดล้อม (เช่น ใช้ดีเซล 0# เมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 4°C) คุณสมบัติการจุดติดไฟเป็นลักษณะสำคัญอย่างหนึ่ง วัดด้วยค่าเซตเทน (ซีเอ็น) ยิ่งค่าสูงยิ่งจุดติดไฟดี ช่วยลดช่วงเวลาหน่วงการจุดติดไฟและเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ นอกจากนี้ดีเซลติดไฟง่าย ละอองของมันสามารถรวมกับอากาศเกิดเป็นสารผสมระเบิดได้ เมื่อเจอเปลวไฟหรือความร้อนสูงอาจก่อให้เกิดอันตราย และการสัมผัสเป็นเวลานานมีผลเป็นพิษต่อร่างกาย จึงต้องระมัดระวังด้านความปลอดภัย เครื่องยนต์ดีเซลที่ใช้ดีเซลมีประสิทธิภาพความร้อนสูง อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำ ประหยัดและทนทาน นิยมใช้อย่างกว้างขวางในยานพาหนะขนาดใหญ่ รถจักรดีเซล และเรือต่างๆ
ดูเพิ่มเติม