Q

ความดันลมยางของ Porsche 911 คืออะไร

แรงดันลมยางมาตรฐานของ Porsche 911 จะแตกต่างกันตามรุ่น ปีผลิต และขนาดยาง โดยทั่วไปแรงดันลมยางล้อหน้าจะแนะนำให้อยู่ระหว่าง 2.2 ถึง 2.4 บาร์ ส่วนล้อหลังอยู่ที่ประมาณ 2.4 ถึง 2.7 บาร์ ซึ่งสามารถตรวจสอบค่าที่แน่นอนได้จากคู่มือรถหรือป้ายข้อมูลที่กรอบประตูรถ ข้อมูลนี้เหมาะสมกับสภาพอากาศในประเทศไทยซึ่งเป็นเขตร้อนที่มีอุณหภูมิสูงบ่อยครั้ง แนะนำให้ตรวจเช็กแรงดันลมยางเป็นประจำเพื่อป้องกันแรงดันสูงหรือต่ำเกินไป เพราะความร้อนอาจทำให้แรงดันลมยางเพิ่มขึ้น ในขณะที่แรงดันต่ำจะเพิ่มการสิ้นเปลืองน้ำมันและการสึกหรอของยาง ส่งผลต่อความปลอดภัยในการขับขี่ นอกจากนี้ หากขับขี่ในกรุงเทพฯ ที่มีการจราจรติดขัดบ่อยครั้ง หรือเดินทางไกลสู่พื้นที่ภูเขาอย่างเชียงใหม่ ควรปรับแรงดันลมยางตามน้ำหนักบรรทุก เช่น เพิ่มแรงดันเมื่อมีน้ำหนักมาก Porsche 911 ยังติดตั้งระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง (TPMS) ที่ช่วยเฝ้าระวังสถานะลมยางแบบเรียลไทม์ เพื่อความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น การเข้าใจรายละเอียดเหล่านี้จะช่วยให้คุณดูแลรถได้ดียิ่งขึ้นและเพิ่มประสบการณ์การขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพถนนและสภาพอากาศที่หลากหลายของประเทศไทย
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
รถ Porsche 911 รุ่นปี 2025 เป็นรถไฮบริดหรือไม่?
Porsche 911 รุ่นปี 2025 เตรียมเปิดตัวเวอร์ชันไฮบริดอย่างเป็นทางการ นับเป็นก้าวสำคัญของพอรส์เช่ในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคไฟฟ้า โดยคาดว่ารถใหม่นี้น่าจะติดตั้งระบบไฮบริดแบบ mild hybrid หรือ plug-in hybrid ที่ช่วยรักษาสมรรถนะของเครื่องยนต์แบบบ็อกเซอร์ระดับตำนาน ในขณะเดียวกันก็เพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะเหมาะกับสภาพการจราจรติดขัดในเมืองอย่างกรุงเทพฯ คนไทยจะได้สัมผัสกับการปล่อยมลพิษที่ลดลงและการเร่งที่ตอบสนองเร็วขึ้น ส่วนเทคโนโลยีไฮบริดนั้น Porsche สะสมประสบการณ์มานานจากโมเดลอย่าง 918 Spyder และ Cayenne E-Hybrid ดังนั้นความน่าเชื่อถือของ 911 ไฮบริดจึงไม่ต้องกังวล ในตลาดไทย รถไฮบริดยังได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีบางส่วน แถม Porsche ยังมีเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายและบริการหลังการขายที่ครบครัน ทำให้รถคันนี้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากได้ทั้งสปิริตสปอร์ตและความรักษ์โลก ข้อควรรู้คือระบบไฮบริดอาจเพิ่มน้ำหนักรถเล็กน้อย แต่ทีมวิศวกร Porsche มักจะแก้จุดนี้ด้วยการปรับเซตติ้งช่วงล่างให้สมดุล เพื่อคงคุณสมบัติการขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์ของ 911 ไว้เหมือนเดิม
Q
การเปลี่ยนแปลงของ Porsche 911 ปี 2025
รถ Porsche 911 รุ่นปี 2025 กำลังเป็นที่จับตามองในตลาดประเทศไทย ด้วยการอัปเกรดทั้งด้านดีไซน์ ประสิทธิภาพ และเทคโนโลยี แม้จะยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมแต่เพิ่มความประณีตในรายละเอียด เช่น การปรับโฉมไฟหน้าหลังและช่องรับอากาศ ส่วนในสภาพอากาศร้อนแบบไทย ยังมีระบบระบายความร้อนเสริมที่ช่วยปกป้องเครื่องยนต์ได้ดีขึ้น สำหรับรุ่น Turbo อาจมาพร้อมระบบไฮบริดที่ทั้งแรงและประหยัดน้ำมัน เหมาะกับสภาพการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ด้านในตกแต่งใหม่ด้วยระบบ PCM รุ่นล่าสุดที่รองรับภาษาไทยและแผนที่ท้องถิ่น รวมถึงตั้งค่าซัสเพนชันให้เหมาะกับถนนโค้งซอกแซกของไทย ที่สำคัญคือ Porsche 911 เป็นรถที่นิยมในไทย แถมยังมีศูนย์บริการครบวงจร หาอะไหล่สะดวก สำหรับคนไทยที่ชอบขับสปอร์ตแต่ก็ต้องการความประหยัด 911 รุ่นปี 2025 นี่แหละคือจุดลงตัวระหว่างคลาสสิกกับเทคโนโลยีใหม่ แนะนำให้เจ้าของรถที่สนใจเข้าร่วมชมงาน Thailand International Motor Show ที่กำลังจะมีขึ้น เพื่อสัมผัสรถยนต์คันจริงอย่างใกล้ชิด
Q
รถ Porsche 911 ปี 2025 ราคาเท่าไหร่?
ราคาของ Porsche 911 รุ่นปี 2025 ในประเทศไทยคาดว่าจะเริ่มต้นที่ประมาณ 15 ล้านบาท โดยราคาสุดท้ายอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับรุ่นที่เลือก ออปชั่นเสริม และภาษีท้องถิ่น ซึ่งในตลาดไทยมักจะมีให้เลือกหลายรุ่นไม่ว่าจะเป็น Carrera Turbo หรือ GT3 สำหรับประเทศไทยที่เป็นตลาดรถพวงมาลัยขวา Porsche Center จะจัดเตรียมรุ่นที่ตรงตามกฎหมายท้องถิ่น พร้อมกับนโยบายการรับประกันและบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐานระดับโลก เช่น การรับประกัน 5 ปีหรือ 100,000 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม รถหรูนำเข้าอย่าง 911 ในไทยต้องเสียภาษีสรรพสามิตค่อนข้างสูง ทำให้ราคารวมอาจสูงกว่าตลาดพวงมาลัยซ้ายถึง 20%-30% ดังนั้นแนะนำให้ตรวจสอบราคาล่าสุดผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Porsche ประเทศไทยหรือลองนัดทดลองขับก่อนตัดสินใจ ส่วนตัว Porsche 911 ที่เป็นสปอร์ตคาร์คลาสสิคนั้นขึ้นชื่อเรื่องเทคโนโลยีเครื่องยนต์แบบบ็อกเซอร์และเกียร์ PDK ซึ่งในรุ่นปี 2025 อาจมีการอัปเกรดเป็นระบบไฮบริดเพื่อตอบโจทย์เทรนด์รักษ์สิ่งแวดล้อม แต่ต้องรอรายละเอียดทางเทคนิคจากทางบริษัทอย่างเป็นทางการอีกที ถ้าใครงบน้อยหน่อย ในตลาดไทยก็มีตัวเลือกอื่นเช่น 718 Boxster หรือรถมือสองรุ่น 911 ที่ราคาถูกกว่า แต่ต้องตรวจสอบสภาพรถให้ดีเพราะรถ Porsche ค่อนข้างทรงตัวเรื่องมูลค่าการขายต่อ
Q
Porsche 911 ปี 2025 เป็นเจเนอเรชั่นไหน?
Porsche 911 รุ่นปี 2025 นับเป็นรุ่นที่ 8 (รหัส 992) ซึ่งพัฒนาต่อยอดตั้งแต่ปี 2019 โดยยังคงดีไซน์คลาสสิกของซีรีย์ 992 แต่คาดว่าจะมีการอัปเกรดระบบไฮบริดเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการระบายมลพิษของไทยที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนของไทย ระบบระบายความร้อนมาตรฐานและเกียร์ PDK ถือเป็นจุดเด่นในเรื่องความทนทาน ส่วนระบบ Start-Stop อัตโนมัติยังช่วยประหยัดน้ำมันได้ดีในสภาพการจราจรติดขัดแบบหยุดนิ่งบ่อยๆ ในกรุงเทพฯ ที่น่าสนใจคือตลาดรถนำเข้าของไทยมีความต้องการสูงในรุ่นท็อปอย่าง 911 Turbo S เนื่องจากกลุ่มลูกค้าระดับสูงนิยมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบเต็มเวลาที่ให้ความมั่นใจบนถนนลื่นในช่วงฤดูฝน ปอร์เช่ยังให้บริการปรับแต่งรถยนต์แบบพิเศษเฉพาะในประเทศไทย เช่น เบาะหนังระบายอากาศสำหรับพื้นที่เขตร้อน หากต้องการนำเข้าแบบขนาน โปรดทราบว่ากฎระเบียบของประเทศไทยมีขั้นตอนที่เข้มงวดในการรับรองรถยนต์พวงมาลัยขวา ขอแนะนำให้ซื้อผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการเพื่อรับประกันคุณภาพอย่างเต็มรูปแบบ
Q
จะมีรถ Porsche 911 Carrera S ในปี 2025 ไหม?
ตามแนวโน้มการอัปเดตผลิตภัณฑ์ของ Porsche และสถานการณ์ตลาดในปัจจุบัน รุ่นปี 2025 ของ Porsche 911 Carrera S มีแนวโน้มสูงที่จะออกวางจำหน่ายตามแผน โดยเป็นหนึ่งในโมเดลสำคัญของตระกูล 911 ที่คาดว่าจะยังคงรักษาภาษาการออกแบบคลาสสิกของรุ่นปัจจุบันไว้ พร้อมทั้งอัปเกรดทั้งระบบขับเคลื่อนและเทคโนโลยี เช่น การปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องยนต์เทอร์โบแบบ 6 สูบระดับ 3.0 ลิตร และติดตั้งระบบช่วยขับขี่ที่ทันสมัยยิ่งขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดไทยที่มองหารถสปอร์ตสมรรถนะสูงแต่ยังใช้งานในชีวิตประจำวันได้ ด้วยสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย ระบบระบายความร้อนและแอร์ของ 911 Carrera S อาจได้รับการปรับแต่งพิเศษให้เหมาะกับอุณหภูมิสูง ส่วนสภาพการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ก็ทำให้ระบบเกียร์ PDK แบบคลัตช์คู่มีความสำคัญในเรื่องความนุ่มนวลในการขับขี่ ข้อดีคือ Porsche มีเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครบครันในไทย รวมถึงการดูแลแบตเตอรี่และอะไหล่ปรับแต่งเฉพาะที่จำเป็นต่อการบำรุงรักษารถในสภาพอากาศแบบร้อนชื้น ถ้าคุณสนใจอยากได้ แนะนำให้ติดตามข่าวสารอย่างเป็นทางการจากเว็บไซต์ Porsche ประเทศไทยหรือตัวแทนจำหน่ายในช่วงครึ่งปีหลัง พร้อมทั้งเปรียบเทียบความแตกต่างของอุปกรณ์ในท้องถิ่นกับรถระดับเดียวกันอย่างเมอร์เซเดส-AMG GT แต่ควรคำนึงถึงผลกระทบจากอัตราภาษีนำเข้ารถในไทยที่จะส่งผลต่อราคาสุดท้ายด้วย
Q
Porsche 911 ถูกยกเลิกการผลิตในปี 2025 หรือไม่?
ตอนนี้ยังไม่มีข่าวทางการยืนยันว่า Porsche 911 จะหยุดผลิตในปี 2025 เลย สำหรับ Porsche แล้ว 911 ถือเป็นรุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1963 จนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นเบอร์หนึ่งในวงการรถสปอร์ต ด้วยการออกแบบที่ลงตัวและเครื่องยนต์วางหลังที่กลายเป็นสัญลักษณ์ แถมยังเป็นที่คลั่งไคล้ของแฟนๆรถทั่วโลก รวมถึงในไทยเราด้วย ในตลาดรถสปอร์ตระดับสูงของไทย 911 นี่ถือเป็นตัวท็อปเลยล่ะ โดยเฉพาะเวลาขับลุยบนทางด่วนบางนา-ตราดนี่เหมาะสุดๆ ช่วงนี้ Porsche กำลังผลักดันรถไฟฟ้าเต็มตัว เห็นได้จากรุ่น Taycan ที่ออกมาแล้ว แต่บริษัทก็ยืนยันชัดเจนว่า 911 จะยังคงใช้เครื่องยนต์สันดาปต่อไป อาจจะมีเทคโนโลยีไฮบริดมาเสริมในอนาคต สำหรับคนไทยที่สนใจ 911 นี่ถือว่าค่าตัวอยู่ตัวมาก แม้จะซื้อมือสองก็ยังราคาดี แถม Porsche ในไทยยังมีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการพร้อมบริการหลังการขายที่ครบวงจรอีกด้วย ล่าสุดรุ่นปี 2024 ก็เพิ่งอัพเกรดมาเรียบร้อย คาดว่า 911 จะยังผลิตต่อไปอย่างน้อยจนถึงปี 2028 ที่จะมีการอัพเดทรุ่นใหม่ เพราะงั้นแฟนๆ รถไม่ต้องกังวลไป ถ้าอยากได้ก็จัดไปได้เลย
Q
Porsche 911 ในปี 2025 ราคาเท่าไหร่?
ราคาของ Porsche 911 รุ่นปี 2025 ในประเทศไทยคาดว่าจะแตกต่างกันไปตามรุ่นและสเปค โดยรุ่นพื้นฐานอย่าง Carrera นั้นราคาเริ่มต้นน่าจะอยู่ที่ประมาณ 15 ล้านบาท ส่วนรุ่นสมรรถนะสูงอย่าง Turbo S อาจพุ่งเกิน 25 ล้านบาท แต่ราคาที่แน่นอนต้องรอประกาศจาก Porsche ประเทศไทยอย่างเป็นทางการ สำหรับตลาดไทยแล้ว Porsche 911 เป็นที่นิยมในกลุ่มผู้บริโภคระดับสูงโดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ เนื่องจากประสิทธิภาพการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมและการออกแบบคลาสสิก ที่สำคัญรถนำเข้าอย่าง Porsche ในไทยต้องเสียภาษีและอากรสูงนี่ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ราคาค่อนข้างแพง สำหรับผู้ที่สนใจซื้อนอกจากเรื่องราคาแล้วควรคำนึงถึงสภาพถนนในไทยด้วยว่าเหมาะกับการออกแบบที่ต่ำของ 911 หรือไม่ รวมถึงความสะดวกในการบริการหลังการขาย โชคดีที่ Porsche มีตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการอย่างเป็นทางการในไทยคอยให้การสนับสนุนอยู่ ซีรีส์ 911 มีชื่อเสียงมาโดยตลอดในด้านเครื่องยนต์ที่วางตัวในแนวนอนและโครงสร้างที่วางอยู่ด้านหลัง คาดว่ารุ่นปี 2025 จะได้รับการเสริมสมรรถนะด้านพละกำลังและเทคโนโลยีให้ดียิ่งขึ้น เพื่อคงสถานะมาตรฐานของรถสปอร์ตเอาไว้
Q
ในปี 2025 จะมีรุ่น 911 ใหม่หรือไม่?
ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการจากทาง Porsche เกี่ยวกับการเปิดตัวรุ่นใหม่ของ Porsche 911 ในปี 2025 อย่างไรก็ตาม หากดูจากวงจรการอัพเดทรุ่นของแบรนด์ซึ่งมักจะมีการรีเฟรชใหญ่ทุก 7-8 ปี สำหรับรุ่นปัจจุบัน 992 ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2018 ก็มีความเป็นไปได้ที่ปี 2025 อาจจะได้เห็นโฉมใหม่ของ 911 สำหรับตลาดไทย โดยปกติแล้ว Porsche Center ในประเทศไทยจะนำเข้ารถรุ่นใหม่หลังจากเปิดตัวทั่วโลกแล้วประมาณ 6-12 เดือน โดยต้องคำนึงถึงกฎหมายรถพวงมาลัยขวาและการปรับแต่งให้เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย เช่น ระบบปรับอากาศที่แรงขึ้นและประสิทธิภาพการระบายความร้อนที่ดียิ่งขึ้น ดังนั้น ผู้บริโภคไทยน่าจะได้เห็นรถรุ่นใหม่ในช่วงปลายปี 2025 ถึงต้นปี 2026 นอกจากนี้ ประเทศไทยถือเป็นตลาดสำคัญสำหรับรถสปอร์ตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยช่วงที่ผ่านมา Porsche ได้ขยายเครือข่ายบริการอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีศูนย์บริการอย่างเป็นทางการในกรุงเทพฯ และพัทยาที่ติดตั้งอุปกรณ์เฉพาะสำหรับการตรวจสอบรุ่น 911 ซึ่งถือเป็นข้อดีสำหรับผู้ที่สนใจซื้อรถรุ่นนี้ หากมีการเปิดตัว 911 รุ่นใหม่ เทคโนโลยีไฮบริดน่าจะเป็นจุดเด่นที่สอดคล้องกับนโยบาย EV 3.5 ของรัฐบาลไทยที่ให้การสนับสนุนรถยนต์ไฮบริดบางส่วน แต่รายละเอียดทางเทคนิคยังต้องรอการเปิดเผยจากทางบริษัทอย่างเป็นทางการต่อไป
Q
จะมี Porsche 911s ปี 2025 ไหม?
ตอนนี้ Porsche ยังไม่มีข่าวสารอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเปิดตัว Porsche 911 S รุ่นปี 2025 แต่ถ้าดูจากแนวทางการอัปเดตรุ่นของแบรนด์นี้ ที่มักจะมีการรีเฟรชหรืออัปเกรดทุกๆ 2-3 ปี ก็มีความเป็นไปได้สูงที่เราอาจจะได้เห็น 911 S รุ่นใหม่ในปี 2025 โดยเฉพาะในตลาดไทยที่พอร์เช่ให้ความสำคัญกับความต้องการรถสปอร์ตสมรรถนะสูงอยู่เสมอ สำหรับ 911 S ในฐานะเวอร์ชันสปอร์ตของตระกูล 911 ที่มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่และกำลังเครื่องที่เหนือกว่า ก็เป็นที่นิยมในหมู่แฟนรถไทยมาอย่างยาวนาน ถ้าหากมี 911 S รุ่น 2025 จริง คาดว่าเครื่องยนต์แบบบ็อกเซอร์จะได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นอีก และอาจเพิ่มเทคโนโลยีไฮบริดแบบ mild hybrid เพื่อช่วยประหยัดน้ำมันมากขึ้น โดยยังคงเลือกได้ทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหลังและสี่ล้อ ส่วนสภาพอากาศร้อนชื้นของไทยที่ต้องการระบบระบายความร้อนและยางที่มีประสิทธิภาพสูง 911 S ก็ตอบโจทย์ได้ดีด้วยระบบทำความเย็นที่อัพเกรดมาเฉพาะ และโหมดขับขี่ขณะถนนเปียกที่สามารถเลือกเพิ่มได้ แม้ไทยจะมีอัตราภาษีนำเข้ารถที่ค่อนข้างสูง แต่ Porsche 911 ก็ยังครองส่วนแบ่งการตลาดได้ระดับหนึ่งด้วยคุณค่าของแบรนด์และสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม สำหรับใครที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ Porsche ประเทศไทยหรือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
Q
Porsche 2024 911 เร็วแค่ไหน
พอร์เช่ 911 รุ่นปี 2024 ยังคงทำเอาคนทึ่งกับสมรรถนะสุดเจ๋ง โดยรุ่นยอดอย่าง 911 Turbo S ที่มาพร้อมเครื่องยนต์แบบ 6 สูบระดับ 3.8 ลิตร แบบฮอริซอนทัลคู่เทอร์โบ ช่วยให้แรงม้าสูงสุดถึง 650 แรงม้า แรงบิดพีคสุด 800 นิวตันเมตร คู่กับเกียร์ PDK 8 สปีด กระโจนจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.7 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 330 กม./ชม. สมรรถนะระดับนี้ทั้งบนทางด่วนไทยหรือสนามแข่งก็ให้ความรู้สึกขับขี่ที่ดุเดือดสุดๆ แม้ในสภาพอากาศร้อนๆ ของไทย ระบบระบายความร้อนและช่วงล่างของ 911 ก็ยังทำงานได้มั่นคง โดยเฉพาะเมื่อติดตั้งอุปกรณ์เสริม Sport Chrono ที่ช่วยให้ผู้ขับตอบสนองต่อสภาพถนนต่างๆ ได้อย่างคล่องตัว ที่เด็ดกว่านั้นคือความแม่นยำในการควบคุมของ 911 ที่เหมาะเจาะกับถนนคดเคี้ยวบนภูเขาในไทย ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางขึ้นดอยสุเทพในเชียงใหม่หรือโค้งเลียบชายทะเลหัวหิน ส่วนเกียร์ PDK ก็ตอบสนองเร็วจนเอาอยู่แม้บนถนนติดขัดในกรุงเทพฯ สำหรับคนไทยนอกจากสมรรถนะแล้ว 911 ยังใช้งานในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น ทั้งช่องเก็บของที่ออกแบบดีกว่าเดิมและระบบ PCM ที่รองรับภาษาไทยพร้อมแผนที่นำทางในไทย ทำให้รถสปอร์ตคันนี้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้นในตลาดไทย
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

หน้าตาเป็นเอกลักษณ์ที่ดูเป็นการขับรถ
ภายในความสะดวกสบายและสะดวกสบาย ปุ่มของรุ่นก่อนๆถูกรวมอยู่ในหน้าจอควบคุมกลางขนาด 10.9 นิ้วที่สามารถควบคุมหลากหลายฟังก์ชัน
การขับรถสนุก มอเตอร์เป็น 6 ถัง Boxer วินาที หน่วยความจุ 3.0 ลิตร กำลังสูงสุด 450 แรงม้า ความเร็วจากศูนย์ถึง 100 กิโลเมตรใน 3.5 วินาที
ชาซีมั่นคงสภาพ ใช้เทคโนโลยี Bilstein DTX ใหม่ ระบบกันสะเทือนสามารถปรับแต่งอัตโนมัติ
ระบบเบรกที่เชื่อถือได้ สามารถเบรกอย่างมั่นคงและนุ่มนวล

ข้อเสีย

พื้นที่เล็ก ถึงแม้จะใหญ่กว่ารถแข่งปกติบ้างแต่ก็ยังจำกัด
ศูนย์บริการและจุดซ่อมบำรุงน้อยมาก เพียงเล็กน้อยในกรุงเทพฯ
ซ่อมบำรุงและค่าบริการสูง

Q&A ล่าสุด

Q
ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสำหรับ Honda Civic รุ่นปี 2020 เท่าไหร่?
ค่าบำรุงรักษาของ Honda Civic ปี 2020 นั้นสมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกัน โดยค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันไปตามผู้ให้บริการบำรุงรักษาและรุ่นรถ การบริการครั้งแรกฟรี และระยะเวลาการบำรุงรักษาคือทุกๆ 5,000 กิโลเมตร หรือทุกๆ 6 เดือน การบริการทั่วไป (เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรอง) ที่ศูนย์บริการ 4S มีค่าใช้จ่ายประมาณ 2,625-2,685 บาท ค่าบำรุงรักษารวมที่ 60,000 กิโลเมตร อยู่ที่ประมาณ 42,670 บาท ที่ศูนย์บริการ 4S และประมาณ 28,320 บาท ที่ศูนย์บริการทั่วไป ค่าบำรุงรักษารวมที่ 100,000 กิโลเมตร อยู่ที่ประมาณ 74,660 บาท ที่ศูนย์บริการ 4S และประมาณ 49,690 บาท ที่ศูนย์บริการทั่วไป ค่าบำรุงรักษาสำหรับรุ่นเกียร์อัตโนมัติ CVT จะสูงกว่ารุ่นเกียร์ธรรมดาเล็กน้อย นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนไส้กรองอากาศประมาณ 750 บาท ไส้กรองอากาศในห้องโดยสารประมาณ 500 บาท น้ำมันเบรกประมาณ 1,000 บาท และน้ำมันเกียร์ประมาณ 2,500 บาท ค่าประกันภัยปีแรกประมาณ 32,335 บาท และค่าประกันภัยรวมสามปีประมาณ 80,835 บาท หากวิ่งปีละ 20,000 กิโลเมตร ค่าน้ำมันประมาณ 52,115 บาท โดยรวมแล้ว ค่าบำรุงรักษาของฮอนด้า ซีวิค จะไม่เป็นภาระมากเกินไปสำหรับเจ้าของรถ ทำให้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป
Q
รถ Civic ปี 2020 มีมูลค่าขายต่อดีหรือไม่?
รถยนต์ Honda Civic ปี 2020 มีมูลค่าขายต่อที่โดดเด่น มูลค่าขายต่อหลังจาก 3 ปีสูงถึง 87% ทำให้ครองตำแหน่งรถซีดานขนาดกะทัดรัดที่ขายดีที่สุด และมูลค่าขายต่อหลังจาก 5 ปีอยู่ที่ประมาณ 46.3% ซึ่งติดอันดับต้นๆ ในกลุ่มเดียวกัน มูลค่าขายต่อที่สูงนี้เกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่ เครื่องยนต์ VTEC ที่มีประสิทธิภาพสูงและประหยัดน้ำมัน การควบคุมที่ยอดเยี่ยมและศักยภาพในการปรับแต่งที่สูงตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อรุ่นใหม่ ชื่อเสียงของแบรนด์ที่น่าเชื่อถือและการยอมรับในตลาดสูง ส่งผลให้มีความต้องการสูงในตลาดรถมือสอง และคุณภาพรถที่คงที่ อัตราการเสียต่ำ ค่าบำรุงรักษาที่สมเหตุสมผล และบริการหลังการขายที่สะดวกสบาย ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดรถมือสอง ข้อดีเหล่านี้ทำให้ซีวิค ปี 2020 ยังคงได้รับความนิยมและปริมาณการซื้อขายสูงในตลาดรถมือสอง ทำให้เป็นรุ่นที่ควรพิจารณาจากมุมมองด้านมูลค่าขายต่อ
Q
ประเภทขับเคลื่อนของรถ Honda Civic EX ปี 2020 คือแบบไหน?
Honda Civic EX ปี 2020 เป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้า ในตลาดประเทศไทย รุ่นนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูงจับคู่กับเกียร์ CVT ซึ่งให้สมดุลระหว่างกำลังขับและประหยัดน้ำมัน ในฐานะรถซีดานขนาดกะทัดรัด ระบบขับเคลื่อนนี้ตอบโจทย์ความต้องการด้านความเสถียรในการขับขี่ในเมืองประจำวันและการใช้งานในครอบครัว นอกจากนี้ รุ่นนี้ยังได้รับความนิยมในตลาดไทยด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย ภายในที่สะดวกสบาย และฟีเจอร์ทางเทคโนโลยีที่ครบครัน และรุ่นต่อๆ มาก็ยังคงใช้ระบบขับเคลื่อนนี้เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด
Q
เครื่องยนต์ใน Honda Civic Hatchback 2020 คืออะไร?
เครื่องยนต์หลักของ Honda Civic Hatchback ปี 2020 คือเครื่องยนต์ VTEC Turbo เทอร์โบชาร์จ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร เครื่องยนต์นี้มีปริมาตรกระบอกสูบ 1498 มิลลิลิตร เป็นแบบ 4 สูบเรียง มีระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบ วาล์ว 4 ตัวต่อสูบ ระบบวาล์วแบบ DOHC (Double Overhead Camshaft) อัตราส่วนกำลังอัด 10.6 ให้กำลังสูงสุด 130 กิโลวัตต์ (177 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร โดยแรงบิดสูงสุดจะอยู่ในช่วง 1700 ถึง 5500 รอบต่อนาที ใช้ระบบฉีดเชื้อเพลิงตรง และทั้งฝาสูบและเสื้อสูบทำจากอลูมิเนียมอัลลอยด์ ผ่านมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมระดับสูง ระบบส่งกำลังมีให้เลือกทั้งเกียร์ CVT (Continuously Variable Transmission) สำหรับรุ่นส่วนใหญ่ และเกียร์ธรรมดา 6 สปีดเป็นตัวเลือกในบางรุ่นที่มีสเปคสูงกว่า เกียร์ CVT ให้ความสมดุลระหว่างการส่งกำลังที่ราบรื่นและการประหยัดน้ำมัน ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันได้ดีเยี่ยมโดยรวม นอกจากนี้ รุ่นสมรรถนะสูง (เช่น Type R) ยังติดตั้งเครื่องยนต์สี่สูบเทอร์โบชาร์จ 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 306 แรงม้า จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่แสวงหาสมรรถนะการขับขี่แบบสปอร์ตขั้นสุดยอดด้วยกำลังที่สูงกว่า
Q
“รถยนต์ฮอนด้าซีวิคแฮทช์แบ็กปี 2020 เป็นรถที่ดีหรือไม่?”
Honda Civic Hatchback ปี 2020 เป็นรถคอมแพกต์ที่มีประสิทธิภาพรอบด้านโดดเด่น ผสมผสานการออกแบบที่ทันสมัย ประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้ และระบบอำนวยความสะดวกอันทันสมัยครบครัน ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในด้านความน่าเชื่อถือและประโยชน์ใช้สอยที่ยอดเยี่ยม สามารถตอบสนองความต้องการและความชอบในการขับขี่ที่แตกต่างกันของผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี ในตลาดไทย แบรนด์ฮอนด้าเป็นที่ยอมรับในระดับสูง Civic ในฐานะรุ่นคลาสสิก ไม่เพียงมีราคาที่สามารถแข่งขันได้เท่านั้น แต่ยังได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครบวงจร ซึ่งช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้รถให้ดียิ่งขึ้น มีผู้ใช้บางส่วนรายงานว่า เครื่องยนต์เทอร์โบ 1.5 ลิตร อาจเกิดปรากฏการณ์การเจือจางของน้ำมันเชื้อเพลิงในสภาพการขับขี่ระยะสั้นที่อุณหภูมิต่ำ และบางครั้งอาจพบปัญหาข้อผิดพลาดเล็กน้อยในระบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ระบบอินโฟเทนเมนต์หรือการเชื่อมต่อบลูทูธ อย่างไรก็ตาม ปัญหาเฉพาะบางส่วนเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของรุ่นนี้ Civic Hatchback ปี 2020 ยังคงเป็นรถที่ควรค่าแก่การพิจารณา
ดูเพิ่มเติม