Q

ความกว้างของ Nissan Almera คือเท่าไร

Nissan Almera มีความกว้างตัวรถอยู่ที่ 1740 มิลลิเมตร ซึ่งความกว้างของรถถือเป็นขนาดสำคัญที่มีผลต่อการจัดวางพื้นที่ภายในรถ รวมถึงสมรรถนะการขับขี่บนถนน โดยรถที่มีความกว้างมากขึ้นมักจะให้พื้นที่นั่งในแนวกว้างที่กว้างขวางขึ้น ทำให้ผู้โดยสารในรถมีพื้นที่บริเวณไหล่และข้อศอกมากขึ้น ส่งผลให้ความสบายในการโดยสารเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ความกว้างของรถที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้การขับขี่บนถนนแคบหรือการจอดรถในพื้นที่จำกัดมีความยากลำบากมากขึ้น ผู้ขับจึงต้องระมัดระวังระยะห่างระหว่างตัวรถกับสิ่งกีดขวางทั้งสองข้าง เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
รถยนต์ Nissan Almera รุ่นปี 2024 มีหน้าปัดดิจิทัลหรือไม่?
สำหรับรุ่น Nissan Almera 2024 ที่วางขายในตลาดไทย รุ่นท็อปบางรุ่นจะมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลดิจิทัล TFT ขนาด 7 นิ้ว ที่ให้ภาพคมชัดและสามารถสลับแสดงข้อมูลการขับขี่ได้หลายแบบ อย่างไรก็ตาม รุ่นเริ่มต้นยังคงใช้อุปกรณ์ชี้ตำแหน่งแบบดั้งเดิมพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลขนาดเล็ก การตั้งค่าที่แตกต่างนี้ตอบสนองความต้องการของตลาดไทยในด้านความคุ้มค่า หน้าจอดิจิทัลนี้ยังมีประสิทธิภาพในการลดแสงสะท้อนแม้ในสภาพอากาศร้อนของไทย และสามารถเช็คข้อมูลเช่นอัตราการใช้น้ำมันและความดันลมยางได้อย่างรวดเร็วผ่านปุ่มบนพวงมาลัย ซึ่งเหมาะเป็นพิเศษสำหรับการขับขี่ในสภาพจราจรติดขัดแบบหยุดๆ เริ่มๆ ในกรุงเทพฯ ส่วนรุ่นแข่งอย่าง Toyota Yaris Ativ และ Honda City ก็มีฟีเจอร์คล้ายๆ กัน ผู้บริโภคสามารถเลือกได้ตามงบประมาณ ที่น่าสนใจคือ Almera เวอร์ชั่นไทยมาพร้อมกับหน้าจอกลาง 8 นิ้ว ที่รองรับ Apple CarPlay มาตรฐาน ระบบ NissanConnect นี้ได้รับการปรับแต่งสำหรับตลาดไทยโดยเฉพาะ และรองรับการสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย แนะนำให้ผู้บริโภคไทยลองทดสอบการมองเห็นหน้าจอดิจิทัลจากมุมต่างๆ ในโชว์รูมก่อนตัดสินใจ และควรสังเกตว่ารุ่นท็อปอาจมีฟีเจอร์เสริมเช่นกล้องรอบคันที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการขับรถในซอยแคบๆ ได้อย่างมาก
Q
รถยนต์ Nissan Almera รุ่นปี 2024 มีรุ่นไฮบริดหรือไม่?
ปัจจุบัน Nissan Almera รุ่นปี 2024 ในตลาดไทยยังไม่มีรุ่น Hybrid โดยยังใช้เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ 1.0 ลิตร เทอร์โบ คู่กับเกียร์ CVT ซึ่งเครื่องยนต์นี้ให้ประหยัดน้ำมันดี เหมาะกับการขับขี่ในเมืองไทยที่รถติดบ่อยและต้องหยุด-เริ่มบ่อยๆ แม้ว่า Almera จะไม่มีรุ่น Hybrid แต่ Nissan ก็มีรถ Hybrid อื่นๆ ในตลาดไทย เช่น Nissan Kicks e-POWER ที่ใช้เทคโนโลยี Hybrid แบบซีรีส์ โดยมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อรถโดยตรง ส่วนเครื่องยนต์ทำหน้าที่เป็นเพียงเครื่องปั่นไฟ ทำให้การขับขี่นุ่มนวลขึ้นและประหยัดน้ำมันมากขึ้น สำหรับคนไทยที่สนใจรถ Hybrid สามารถติดตามเทคโนโลยี e-POWER ของ Nissan ได้ เพราะเทคโนโลยีนี้ช่วยประหยัดน้ำมันได้ดีโดยเฉพาะในเมือง และไม่ต้องเสียบชาร์จไฟ ใช้งานสะดวกเหมือนรถเบนซินทั่วไป นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังมีมาตรการลดภาษีสำหรับรถประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำให้รถ Hybrid และ EV ในตลาดไทยเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ และในอนาคตอาจจะมีรุ่น Hybrid เพิ่มเข้ามาอีก
Q
รถยนต์ Nissan Almera รุ่นปี 2024 มีระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถหรือไม่?
รถยนต์ Nissan Almera รุ่นปี 2024 ที่วางขายในตลาดไทยอย่างแน่นอนมีการติดตั้งระบบ Lane Keep Assist หรือระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถ โดยเทคโนโลยีนี้จะใช้กล้องในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องทาง เมื่อรถเริ่มเบี่ยงออกจากเลน ระบบจะทำการปรับพวงมาลัยแบบอัตโนมัติเพื่อให้รถอยู่กลางช่องทาง ซึ่งเหมาะมากกับการใช้งานบนถนนทางไกลหรือแม้แต่ในสภาพการจราจรที่ติดขัดบนถนนวงแหวนรอบกรุงเทพฯ เมื่อใช้คู่กับระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติจะช่วยลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่ได้มาก แต่ต้องระลึกไว้เสมอว่านี่เป็นเพียงระบบช่วยเหลือ ผู้ขับขี่ยังคงต้องควบคุมรถอยู่เสมอ ในระดับเดียวกัน รุ่นแข่งอย่าง Toyota Yaris Ativ และ Honda City ก็มีเทคโนโลยีคล้ายๆ กัน แต่รายละเอียดการทำงานอาจแตกต่างกันบ้าง เช่น จังหวะที่ระบบจะทำงานหรือความแรงในการปรับพวงมาลัย สำหรับผู้บริโภคไทยที่กำลังตัดสินใจเลือกซื้อรถ แนะนำให้ลองทดลองขับด้วยตัวเองเพื่อเปรียบเทียบ และควรสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับบริการฝึกอบรมการใช้ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่จากตัวแทนจำหน่ายท้องถิ่นด้วย เพราะสภาพถนนที่แตกต่างกัน เช่น ถนนลื่นในช่วงฤดูฝนหรือถนนชนบทที่เส้นแบ่งช่องทางไม่ชัดเจน อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของระบบ นอกจากนี้ Nissan ยังติดตั้งระบบความปลอดภัยอื่นๆ ใน Almera เช่น ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติและระบบเตือนจุดบอด ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้มีประโยชน์มากในสภาพการจราจรที่ซับซ้อนแบบไทย
Q
2024 Nissan Almera จะเปิดตัวเมื่อเหร่?
Nissan Almera รุ่นปี 2024 เปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2566 โดยรุ่นนี้ถือเป็นผลิตภัณฑ์เชิงยุทธศาสตร์สำคัญของ Nissan ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เน้นความประหยัดและการออกแบบให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เหมาะสมกับการใช้งานในเมืองไทยเป็นพิเศษ รถรุ่นใหม่นี้มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ คู่กับเกียร์ CVT ที่ให้ทั้งความประหยัดน้ำมันและสมรรถนะการขับขี่ที่ตอบสนองดี มีการปรับปรุงระบบแอร์และป้องกันสนิมให้เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย พิเศษไปกว่านั้น Almera 2024 ในตลาดไทยมีให้เลือกถึง 3 รุ่นย่อย พร้อมฟีเจอร์มาตรฐานอย่างกุญแจอัจฉริยะ จอทัชสกรีน 8 นิ้ว และระบบความปลอดภัย Nissan Safety Shield ส่วนรุ่นสูงสุดยังเพิ่มไฟหน้า LED และกล้องรอบคัน ซึ่งทำให้สามารถแข่งขันกับรถในระดับเดียวกันได้ จุดเด่นที่คนไทยจะชอบคือค่าบำรุงรักษาที่ถูกและความทนทานที่น่าเชื่อถือ เหมาะสำหรับทั้งครอบครัวที่อยากได้รถคันแรกหรือวัยทำงานรุ่นใหม่ ราคาเริ่มต้นที่ 549,000 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาด
Q
ความแตกต่างระหว่าง Nissan Almera ปี 2023 และ 2024 คืออะไร?
สำหรับรุ่นปี 2023 และ 2024 ของ Nissan Almera ในตลาดไทย ความแตกต่างหลักจะอยู่ที่การอัปเกรดรายละเอียดและการปรับแต่งคอนฟิก รุ่นปี 2024 มีการปรับโฉมเล็กน้อยที่กรอบหน้าตะแกรงและดีไซน์ล้อใหม่ ส่วนภายในบางรุ่นเพิ่มวัสดุหุ้มนุ่มเพื่อเพิ่มความรู้สึกพรีเมียม นอกจากนี้ยังมาพร้อมหน้าจอควบคุมกลางขนาด 8 นิ้วที่ได้รับการอัพเกรดเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และรองรับ Apple CarPlay แบบไร้สาย เสริมระบบเตือนการจราจรด้านหลังเพื่อความปลอดภัย ระบบส่งกำลังยังคงใช้เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 1.0 ลิตร แต่ปรับแต่ง ECU ให้ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น สำหรับคนไทยแล้วทั้งสองรุ่นได้รับการพัฒนาเฉพาะเรื่องประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศในสภาพอากาศร้อนและป้องกันสนิมช่วงล่างให้เหมาะกับถนนไทย ที่สำคัญรุ่น Variant แบบตลาดไทยมักจะมีกระจกกันยูวีและพอร์ต USB ชาร์จเร็วซึ่งใช้งานได้จริง แนะนำให้ไปทดลองขับที่โชว์รูม Nissan ในกรุงเทพหรือเชียงใหม่ก่อนตัดสินใจซื้อ และอย่าลืมว่ามีนโยบายลดภาษีรถรักษ์สิ่งแวดล้อมของรัฐบาลไทยซึ่งส่งผลต่อราคาขายสุดท้ายด้วย
Q
ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาของ Nissan Almera รุ่นปี 2024 คือเท่าไหร่?
สำหรับรุ่น Nissan Almera 2024 ที่ประเทศไทย ค่าบำรุงรักษาค่อนข้างประหยัด เหมาะกับคนที่เน้นความคุ้มค่า ตามระยะบำรุงรักษาที่ Nissan แนะนำและราคาจากศูนย์บริการในไทย ค่าบำรุงรักษาเบื้องต้นเช่นเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองน้ำมันเครื่อง พร้อมตรวจเช็คพื้นฐาน ทุก 10,000 กม. หรือทุก 6 เดือน จะอยู่ที่ประมาณ 1,500-2,500 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทน้ำมันเครื่องที่เลือกใช้ (น้ำมันแร่ กึ่งสังเคราะห์ หรือสังเคราะห์เต็มรูปแบบ) ส่วนการบำรุงรักษาใหญ่เช่นเปลี่ยนไส้กรองอากาศ ฟิลเตอร์แอร์ น้ำมันเบรก อาจมีค่าใช้จ่ายประมาณ 4,000-6,000 บาท ด้วยสภาพอากาศไทยที่ร้อนชื้น อาจส่งผลต่อระบบแอร์และแบตเตอรี่ แนะนำให้ตรวจสอบเป็นประจำเพื่อรักษาประสิทธิภาพ นอกจากนี้การจราจรในไทยที่ติดขัดบ่อยๆ การเร่งและเบรกซ้ำๆ อาจทำให้ผ้าเบรกและเกียร์สึกเร็วขึ้น การบำรุงรักษาบ่อยขึ้นเล็กน้อยจะช่วยยืดอายุการใช้งานรถได้ โชว์รูม Nissan ในไทยมีเครือข่ายกว้างขวาง ทำให้สะดวกในการหาอะไหล่แท้และบริการมาตรฐาน แต่ก็มีอู่บริการอื่นที่เสนอทางเลือกค่าบำรุงรักษาที่ถูกกว่า แต่ควรตรวจสอบเงื่อนไขการรับประกันของศูนย์ก่อนตัดสินใจ เลือกได้ตามความเหมาะสมของแต่ละคน
Q
Nissan Almera ปี 2024 มีระยะเวลารับประกันนานเท่าไหร่?
สำหรับรถยนต์ Nissan Almera รุ่นปี 2024 ที่วางจำหน่ายในตลาดไทย ทาง Nissan ได้ให้ระยะเวลารับประกัน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดจะถึงก่อน) ซึ่งครอบคลุมส่วนสำคัญของรถยนต์อย่างเครื่องยนต์และเกียร์ นี่ถือเป็นการการันตีถึงความมั่นใจในคุณภาพของ Nissan พร้อมมอบความคุ้มครองหลังการขายให้กับลูกค้าชาวไทยอย่างครบถ้วน อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาพอากาศในไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุก เจ้าของรถควรหมั่นตรวจเช็คระบบต่างๆ เป็นประจำ โดยเฉพาะระบบระบายความร้อน ระบบแอร์ และการป้องกันสนิมใต้ท้องรถ แม้ว่าส่วนเหล่านี้จะไม่รวมอยู่ในเงื่อนไขการรับประกัน แต่ก็สำคัญมากต่อการใช้งานรถในระยะยาว ส่วนใหญ่แล้วตัวแทนจำหน่าย Nissan ในไทยจะบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและตรวจเช็คฟรีในครั้งแรก แต่หลังจากนั้นควรใช้อะไหล่แท้จาก Nissan เพื่อรักษาสิทธิ์การรับประกัน ข้อควรรู้คือบางครั้งโปรโมชั่นจากตัวแทนอาจมีเงื่อนไขการรับประกันที่แตกต่างออกไป ตัวอย่างเช่น ตัวแทนจำหน่ายบางรายอาจเสนอแพ็คเกจการรับประกันแบบขยายเวลา ดังนั้นจึงขอแนะนำให้ปรึกษาตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่ของคุณก่อนตัดสินใจซื้อ ประเทศไทยมีความต้องการรถยนต์ซีดานขนาดเล็กอย่างมากในตลาด และ Almera ก็ได้รับความนิยมเนื่องจากประหยัดน้ำมันและพื้นที่ใช้งานที่กว้างขวาง การทำความเข้าใจนโยบายการรับประกันจะช่วยให้เจ้าของรถวางแผนค่าใช้จ่ายรถยนต์ได้ดีขึ้น
Q
“Nissan Almera ปี 2024 มีระยะห่างจากพื้นเท่าไหร่?”
สำหรับ Nissan Almera รุ่นปี 2024 มีระยะความสูงจากพื้น 160 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าให้ความสะดวกในการขับขี่ทั้งในเมืองและต่างจังหวัดของไทย โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนในกรุงเทพฯ ที่มักมีน้ำท่วมขัง หรือแม้แต่ทางลูกรังแถบภาคเหนือ ที่นั่งขับสบายไม่สะเทือนมากด้วยระบบช่วงล่างแบบ MacPherson ด้านหน้าและคอยล์สปริงด้านหลัง ที่ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนจากถนนสภาพไม่สมบูรณ์แบบของไทยได้ดี แนะนำให้เช็คสภาพยางบ่อยๆ เพราะระยะความสูงจากพื้นอาจลดลงเมื่อมีน้ำหนักบรรทุกเต็มที่ และที่สำคัญในสภาพอากาศแบบไทย ที่ฝนตกบ่อย การมีระยะความสูงจากพื้นที่เหมาะสมคู่กับยางสภาพดีจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยเวลาขับลุยน้ำหรือถนนลื่นๆ ได้เยอะ
Q
รถยนต์ Nissan Almera รุ่นปี 2024 มีซันรูฟแบบพานอรามาหรือไม่?
รุ่น Nissan Almera 2024 ที่วางขายในตลาดไทยสำหรับรุ่นท็อป อย่าง VL และ VLT นั้นมีการติดตั้งซันรูฟ (sunroof) มาให้ด้วย ซันรูฟแบบนี้ช่วยให้แสงธรรมชาติเข้าถึงภายในรถได้ดีขึ้น แถมยังช่วยระบายอากาศได้สะดวก โดยเฉพาะกับอากาศร้อนในประเทศไทย ที่สำคัญคือทำให้การขับขี่สบายขึ้นมากๆ เลยนะ แต่ต้องบอกก่อนว่าซันรูฟมักจะมีเฉพาะในรุ่นสูงเท่านั้น เพราะงั้นเวลาจะซื้อแนะนำให้เช็คสเปคดีก่อน สำหรับตลาดไทยแล้ว รุ่นที่มีซันรูฟแบบนี้ขายดีมาก เพราะนอกจากจะช่วยให้รู้สึกว่าภายในรถโปร่งขึ้นแล้ว ยังเหมาะมากเวลาออกทริปกลางคืนจะได้มองเห็นดาวสวยๆ ด้วย โดยเฉพาะครอบครัวที่ชอบขับรถเที่ยวไกลๆ ส่วนเรื่องสมรรถนะก็ไม่ต้องห่วง รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร เทอร์โบ ที่ทั้งประหยัดน้ำมันและแรงดีพอตัว เหมาะกับทั้งขับในเมืองและออกต่างจังหวัดของไทย ถ้าสนใจอยากได้รถที่มีซันรูฟ แนะนำให้แวะไปทดลองขับที่โชว์รูม Nissan ใกล้บ้านดู จะได้สัมผัสของจริง พร้อมสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบความปลอดภัยและระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะต่างๆ ที่จะช่วยให้การขับขี่สะดวกสบายขึ้นเยอะเลย
Q
ตัวเลือกสีสำหรับ Nissan Almera รุ่นปี 2024 มีอะไรบ้าง?
Nissan Almera รุ่นปี 2024 ในตลาดไทยมีตัวเลือกสีสันให้เลือกหลากหลายสไตล์ ทั้งโทนคลาสสิกอย่างสีขาวไข่มุก สีเงินเมทัลลิก สีดำลึก รวมถึงอาจมีสีสันสดใสที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่อย่างสีแดงเพลิงหรือสีน้ำเงินอมเทา แนะนำให้ตรวจสอบแพ็กเกจสีล่าสุดที่ตัวแทนจำหน่าย Nissan ในพื้นที่ สำหรับสภาพอากาศไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุก แนะนำให้เลือกสีอ่อนอย่างขาวไข่มุกเพราะช่วยสะท้อนแสงแดด ลดความร้อนภายในรถได้ดี แถมยังไม่ค่อยแสดงคราบสกปรกเหมือนสีเข้ม ทำให้ดูใหม่ได้ยาวนานกว่า ต้องบอกว่าสีรถไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่ยังส่งผลต่อมูลค่ารถมือสองด้วย โดยในตลาดรถมือสองไทยมักนิยมสีโทนเรียบร้อย ส่วนเทคโนโลยีการพ่นสีรถสมัยนี้พัฒนาขึ้นมาก ส่วนใหญ่ใช้ระบบเคลือบหลายชั้น ช่วยป้องกันทั้งรังสี UV และกรดจากฝนได้ดี ซึ่งสำคัญมากสำหรับเมืองร้อนแบบไทย นอกจากความชอบส่วนตัว ยังสามารถพิจารณาถึงรูปลักษณ์ภายนอกของขนาดตัวถังได้อีกด้วย สีสันอ่อนๆ สามารถทำให้รถยนต์ขนาดเล็กอย่าง Almera ดูสง่างามยิ่งขึ้น
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

การออกแบบภายนอกโดดเด่นด้วยสไตล์สปอร์ต
การออกแบบภายในดี เน้นความกว้างขวางและยังมีจอแสดงผลขนาดใหญ่และปุ่มเชื่อมต่อจำนวนมาก การประสบการณ์สีไม่น่าเบื่อ
อุปกรณ์ความปลอดภัยสูงสุด รุ่นที่ใช้งานที่สุดมาพร้อมระบบเบรกอัตโนมัติ
เครื่องยนต์ใหม่มีสมรรถนะที่ดีขึ้น การตอบสนองที่ดีที่สุดในด้านพลังงาน
การขับขี่มีฟังก์ชันพื้นฐานทั้งหมด
มีความหลากหลายในการเลือกสีเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่ต่างกัน

ข้อเสีย

เสียงเครื่องยนต์สูงเวลาความเร็วสูง
CVT ทำงานไม่มีความประณีตและไม่เข้มข้นด้านเรื่องการผลิต, มีปัญหาที่รายละเอียดห้องเครื่อง
พื้นที่ภายในรถไม่สบายเท่าที่คาดหวัง, พื้นที่หัวในแถวหลังมีความรู้สึกถูกกดขี่
มีปัญหาเกี่ยวกับการบริการ มีการร้องเรียนในด้านบริการลูกค้า

Q&A ล่าสุด

Q
"รถที่มีราคาสูงที่สุดในโลกในปี 2024 คืออะไร?"
ในปี 2024 รถยนต์ที่แพงที่สุดในโลกคงหนีไม่พ้น Rolls-Royce Boat Tail รุ่นคัสตอมสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ราคาพุ่งไป 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากเรือยอร์ชโบราณ ตัวถังทาสีเมทัลลิกที่ขัดมืออย่างประณีต ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยอุปกรณ์สุดหรูเช่น ตู้เย็นเก็บแฮมพาร์มาและชุดเครื่องเงินสำหรับคาเวียร์ ตามมาติดๆ คือ Bugatti La Voiture Noire รถซุปเปอร์คาร์สัญชาติฝรั่งเศสที่ราคา 18.5 ล้านดอลลาร์ มาพร้อมเครื่องยนต์ W16 8.0 ลิตร ที่ทำความเร็วสูงสุดได้ 420 กม./ชม. สำหรับในตลาดรถไทย เราอาจจะเคยเห็น Rolls-Royce Phantom หรือ Lamborghini รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันวิ่งอยู่แถวกรุงเทพฯบ้าง ซึ่งรถระดับนี้มักจะมีระบบป้องกันฝุ่นพิเศษ สําหรับผู้ที่ชื่นชอบการสะสมรถยนต์ นอกจากการให้ความสําคัญกับราคาแล้ว ควรเข้าใจศักยภาพในการรักษามูลค่าของรถยนต์เหล่านี้มากขึ้น เช่น ราคาของ Ferrari 250 GTO ในการประมูลเพิ่มขึ้นจาก 35 ล้านเป็น 70 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ความขาดแคลนนี้จึงเป็นคุณค่าหลักของรถยนต์หรูหราชั้นนํา
Q
อะไรทำให้ Revuelto มีราคาแพงขนาดนี้?
ราคาสูงลิ่วของ Lamborghini Revuelto เกิดจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูงในฐานะซูเปอร์คาร์ไฮบริดแบบปลั๊กอินรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วยคุณสมบัติการผลิตแบบลิมิเต็ดเอดิชัน ที่มาพร้อมระบบไฮบริดซึ่งประกอบด้วยเครื่องยนต์ 6.5 ลิตร V12 แบบดูดธรรมชาติและมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ให้กำลังสูงถึง 1,015 แรงม้า เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.5 วินาที สมรรถนะระดับนี้ต้องพึ่งพาวัสดุลดน้ำหนักจากคาร์บอนไฟเบอร์และระบบช่วงล่างที่ปรับแต่งมาในระดับมาตรฐานการบิน เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถขับเคลื่อนอย่างเต็มประสิทธิภาพแม้ในสภาพอากาศร้อนระอุของประเทศไทย ระบบระบายความร้อนอัจฉริยะและจานเบรกเซรามิกจะช่วยรักษาความเสถียรระหว่างขับขี่แบบสุดเหวี่ยง ส่วนกรรมวิธีการผลิตแบบทำมือในอิตาลีทำให้ผลผลิตต่อเดือนไม่ถึง 100 คัน ความหายากนี้เองที่ดันราคาให้สูงขึ้น ซูเปอร์คาร์ระดับนี้ส่วนใหญ่จะผลิตแบบออร์เดอร์เมด (สั่งทำตามใบสั่ง) โดยบริการปรับแต่งพิเศษเช่นสีรถเฉพาะหรือหนังหุ้มเบาะภายในย่อมเพิ่มต้นทุนเข้าไปอีก ในขณะที่ระบบไฮบริดซึ่งซับซ้อนกว่าซูเปอร์คาร์ทั่วไปก็ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาระยะยาวด้วย ที่น่าสนใจคือ ไฮเปอร์คาร์ในระดับราคานี้มักมาพร้อมเทคโนโลยีระดับสนามแข่ง อย่างระบบแอคทีฟแอโรไดนามิกส์หรือระบบกระจายแรงบิด (Torque Vectoring) ซึ่งต้นทุนการวิจัยและพัฒนาที่สูงลิบเหล่านี้จะถูกเฉลี่ยเข้ากับแต่ละคันที่ผลิต ทำให้รถสมรรถนะขั้นสุดแบบนี้กลายเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่มโดยธรรมชาติ
Q
มียอดขายรถ Lamborghini ในปี 2024 จำนวนเท่าไร?
ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับยอดขายทั่วโลกของ Lamborghini ในปี 2024 แต่จากผลงานในปีที่ผ่านมาของแบรนด์นี้ พบว่ายอดขายต่อปีมักจะอยู่ที่ประมาณ 8,000 ถึง 10,000 คัน โดยรุ่น Urus เป็นตัวหลักที่ทำยอดขายเกิน 60% ของทั้งหมด ในตลาดท้องถิ่น Lamborghini มีเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายครอบคลุมเมืองใหญ่ๆ พร้อมเสนอผลิตภัณฑ์ครบทุกรุ่นทั้ง Huracán Aventador รุ่นต่อเนื่อง และ Urus ซึ่งรุ่น Urus นั้นได้รับความนิยมเป็นพิเศษเพราะตอบโจทย์ทั้งความแรงและความประหยัดพื้นที่ ที่น่าสนใจคือแบรนด์ซูเปอร์คาร์ในยุคนี้กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้า Lamborghini เองก็ประกาศแล้วว่าจะเปิดตัว Revuelto รุ่นไฮบริดแรก ซึ่งนับเป็นการเริ่มปรับตัวตามเทรนด์พลังงานสะอาด แต่ยังคงรักษาลักษณะเฉพาะของเครื่องยนต์ความจุสูงไว้ แนวทางนี้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในท้องถิ่นที่อยากได้ทั้งสมรรถนะสูงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สำหรับผู้ที่สนใจซื้อ นอกจากจะดูตัวเลขยอดขายแล้ว ควรให้ความสำคัญกับระยะเวลารอคอยและการบริการปรับแต่งเฉพาะตัวของรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันเหล่านี้ ซึ่งปกติต้องติดต่อล่วงหน้ากับตัวแทนจำหน่ายอย่างน้อยหลายเดือนเพื่อกำหนดสเปค
Q
รถยนต์ที่ขายเร็วที่สุดในปี 2024 คือรุ่นใด
รถยนต์ที่ขายดีที่สุดในปี 2024 คือ Toyota Hilux Revo ซึ่งเป็นรถปิคอัพที่ครองใจผู้บริโภคด้วยความทนทาน ประหยัดน้ำมัน และความสามารถในการขับขี่บนทุกสภาพถนน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องขนของหรือเดินทางไกลบ่อยๆ Hilux Revo ไม่เพียงแต่มีโครงสร้างแข็งแรงและระบบเครื่องยนต์อันล้ำสมัย แต่ยังมาพร้อมฟีเจอร์ช่วยขับขี่อัจฉริยะ ที่ช่วยเพิ่มทั้งความปลอดภัยและความสะดวกสบายให้ผู้ขับขี่ นอกจากรถปิคอัพแล้ว รถไฟฟ้าอย่าง BYD ATTO 3 ก็มาแรงไม่แพ้กัน ด้วยราคาคุ้มค่าและค่าใช้จ่ายในการใช้งานที่ต่ำ ดึงดูดผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงปีที่ผ่านมา ยอดขายรถไฮบริดและรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นชัดเจน สะท้อนให้เห็นว่าตลาดเริ่มยอมรับเทคโนโลยีประหยัดพลังงานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแบบเดิมหรือรถพลังงานใหม่ สิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญเวลาซื้อรถคือความคุ้มค่า ความทนทาน และค่าบำรุงรักษา ขณะที่การบริการหลังการขายและการจัดหาอุปกรณ์เสริมที่แปลเป็นภาษาท้องถิ่นก็เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ
Q
รถที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดในปี 2024 คืออะไร?
คาดว่าในปี 2024 รถยนต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจะเป็นรุ่นไฮบริดและไฟฟ้าเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะ Toyota bZ4X และ BYD ATTO 3 ที่ผสมผสานระหว่างความใช้งานได้จริงกับเทคโนโลยีรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งดึงดูดผู้บริโภคจำนวนมากด้วยต้นทุนการประหยัดพลังงานและนโยบายสนับสนุนจากรัฐบาล ส่วนรถปิกอัพอย่าง Toyota Hilux Revo และ Isuzu D-MAX ยังคงเป็นที่นิยมสูงเนื่องจากความทนทานและความหลากหลายในการใช้งานที่เหมาะกับสภาพถนนและไลฟ์สไตล์ของคนไทย นอกจากนี้รถหรูแบรนด์ดังอย่าง Mercedes-Benz EQ Series และ BMW iX ก็ยังครองใจกลุ่มตลาดบนด้วยภาพลักษณ์แบรนด์และเทคโนโลยีล้ำสมัย ด้วยการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จไฟและการเพิ่มความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมของผู้บริโภคตลาดรถยนต์ไฟฟ้ามีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในขณะที่ยานพาหนะเชื้อเพลิงแบบดั้งเดิมยังคงสามารถแข่งขันได้ด้วยเทคโนโลยีไฮบริด แนะนำให้ทดลองขับรถและเปรียบเทียบค่าบำรุงรักษาและประสิทธิภาพความทนทานของพลังงานประเภทต่าง ๆ ก่อนที่จะซื้อรถเพื่อให้เหมาะกับความต้องการส่วนบุคคล
ดูเพิ่มเติม