Q

สัญลักษณ์ไฟเครื่องยนต์บน Honda Accord หมายความว่าอะไร?

เมื่อไฟเตือนเครื่องยนต์ของฮอนด้าแอคคอร์ติดขึ้นมา นั่นมักเป็นสัญญาณว่าระบบจัดการเครื่องยนต์ตรวจพบความผิดปกติ สาเหตุอาจมาจากหลายอย่าง เช่น ออกซิเจนเซนเซอร์เสีย ฝาถังน้ำมันปิดไม่แน่น ปัญหาจากหัวเทียนหรือคอยล์จุดระเบิด ตัวเร่งปฏิกิริยาเสียหาย หรือในสภาพอากาศร้อนชื้นแบบไทย ระบบระเหยน้ำมันหรือจุดต่อวงจรไฟฟ้าที่ออกซิไดซ์ก็อาจทำให้ไฟเตือนติดได้ แนะนำให้ใช้เครื่องอ่านรหัสข้อผิดพลาด OBD-II เพื่อตรวจหาปัญหาอย่างแม่นยำโดยเร็วที่สุด ถ้ามีอาการเครื่องสั่นหรือเร่งไม่ขึ้นให้จอดรถทันที เวลาบำรุงรักษาปกติควรใช้น้ำมันเครื่องเกรด SAE 5W-30 ที่เหมาะกับสภาพอากาศไทยและเปลี่ยนไส้กรองอากาศเป็นประจำจะช่วยป้องกันปัญหาได้ ข้อควรระวังคือบางปั๊มในพื้นที่ห่างไกลของไทยอาจมีน้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพต่ำซึ่งทำให้เกิดการน็อคของเครื่องยนต์และเป็นสาเหตุให้ไฟเตือนติดบ่อย ส่วนรถเก่าที่วิ่งเกิน 100,000 กิโลเมตรแล้วต้องระวังคราบคาร์บอนในหัวเทียนด้วย ถ้าไฟเตือนกระพริบให้ดับเครื่องทันทีและเรียกบริการช่วยเหลือเพื่อป้องกันตัวเร่งปฏิกิริยาเสียหาย ที่ฮอนด้าโชว์รูมในกรุงเทพมีบริการอ่านรหัสข้อผิดพลาดฟรี แนะนำให้ใช้เครื่องตรวจสอบของศูนย์บริการเองเพื่อความแม่นยำที่สุด
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
Honda Accord ปี 2020 มีระบบสตาร์ทรถจากระยะไกลหรือไม่?
รุ่น Honda Accord ปี 2020 บางรุ่นจะมีฟังก์ชันสตาร์ทรถจากระยะไกลให้ด้วยนะ แต่ว่าจะมีหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับรุ่นและอุปกรณ์เสริมของรถด้วย ส่วนใหญ่แล้วรุ่นท็อปๆจะมาพร้อมฟังก์ชันนี้แบบมาตรฐาน ส่วนรุ่นพื้นฐานอาจต้องเสียเงินเพิ่มหน่อยถึงจะได้ ฟังก์ชันนี้ใช้ได้ทั้งจากรีโมทกุญแจหรือแอปบนมือถือเลย ช่วยให้เราสตาร์ทรถเปิดแอร์ล่วงหน้าเวลาอากาศร้อนๆ หรืออุ่นเครื่องตอนอากาศหนาวได้ สะดวกมากๆ ตอนนี้รถรุ่นกลางถึงสูงของหลายแบรนด์ก็เริ่มมีฟังก์ชันนี้กันแล้วนะ ถือเป็นเทรนด์เทคโนโลยีของรถยุคใหม่เลยล่ะ ถ้าสนใจฟังก์ชันนี้ แนะนำให้ลองตรวจสอบรายละเอียดอุปกรณ์ของรถหรือถามพนักงานขายดูนะ พวกเขาจะให้ข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดได้ ส่วนฟังก์ชันแบบนี้ในแบรนด์อื่นอาจเรียกชื่อต่างกันไปบ้าง เช่น สตาร์ทอัจฉริยะ หรือควบคุมระยะไกล แต่หลักการทำงานก็คล้ายๆกันคือใช้สัญญาณไร้สายควบคุมรถนั่นแหละ เมื่อเทคโนโลยีรถยนต์พัฒนาขึ้น ฟังก์ชันสะดวกสบายแบบนี้ก็จะยิ่งเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จนอาจกลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานไปเลยในอนาคต
Q
วิธีเปิดกุญแจรีโมทของ Honda Accord รุ่นปี 2020
หากต้องการเปิดฝากุญแจรีโมต Honda Accord รุ่นปี 2020 ให้เริ่มจากหาร่องเล็กๆ ที่ด้านข้างกุญแจใกล้กับส่วนฐาน แล้วใช้นิ้วหรือแผ่นพลาสติกบางๆ สอดเข้าไปแล้วค่อยๆงัดเบาๆ ระวังอย่าใช้แรงมากเพราะอาจทำให้เดือยฝาพังได้ พอแยกฝาบนกับฝาล่างออกก็จะเห็นแบตเตอรี่กับแผงวงจร โดยทั่วไปแบตเตอรี่จะเป็นแบบ CR2032 เวลาเปลี่ยนต้องใส่ให้ถูกขั้ว กุญแจรุ่นนี้ออกแบบมาทนน้ำได้แต่เวลาประกอบก็ต้องระวังอย่าให้ซีลกันน้ำเคลื่อน ถ้าปิดฝาไม่ลงให้ลองตรวจสอบว่าเดือยฝาเข้าล็อกกันดีหรือเปล่า แนะนำให้ทำความสะอาดจุดสัมผัสของกุญแจเป็นประจำเพื่อป้องกันคราบเหงื่อที่อาจทำให้ส่งสัญญาณไม่ดี ถ้าใช้ในที่อากาศชื้นอาจหาซิลิโคนกันความชื้นมาครอบกุญแจด้วย หากรีโมตไม่ทำงานให้ลองรีเซ็ตระบบโดยกดปุ่มล็อครถ 4 ครั้งเร็วๆ แล้วกดครั้งที่ 5 ค้างไว้ 10 วินาที สำหรับรุ่นสมาร์ทคีย์หลังเปลี่ยนแบตเตอรี่อาจต้องทำการซิงค์ใหม่ วิธีทำตามขั้นตอนการตั้งค่าเริ่มต้นกุญแจในคู่มือได้เลย
Q
รถยนต์ Honda Accord ปี 2021 ใช้เครื่องยนต์ประเภทใด?
รถยนต์ Honda Accord รุ่นปี 2021 ที่วางขายในตลาดประเทศไทยมีตัวเลือกเครื่องยนต์ให้เลือก 2 แบบ คือ เครื่องยนต์ 1.5 ลิตรเทอร์โบชาร์จ 4 สูบ และเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรเทอร์โบชาร์จ 4 สูบ โดยรุ่น 1.5T ให้กำลังสูงสุดที่ 192 แรงม้า คู่กับเกียร์ CVT ที่เน้นประหยัดน้ำมัน เหมาะกับสภาพการจราจรติดขัดในเมืองไทย ส่วนรุ่น 2.0T ให้กำลังสูงถึง 252 แรงม้า พร้อมเกียร์ออโต้ 10 สปีด ที่ตอบโจทย์คนรักความสปอร์ต ทั้งสองรุ่นใช้เทคโนโลยี VTEC ของ Honda ที่ช่วยให้ได้ทั้งกำลังและความประหยัดน้ำมันในเวลาเดียวกัน สิ่งที่น่าสนใจคือสภาพอากาศร้อนของไทยที่ต้องการระบบระบายความร้อนที่ดี ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้มาพร้อมระบบทำความเย็นประสิทธิภาพสูง แม้ขับนานหรืออากาศร้อนแค่ไหนก็ยังคงเสถียร นอกจากนี้ Accord ในฐานะรถซีดานขนาดกลางตัวสำคัญของ Honda ในไทย ยังถูกปรับแต่งเครื่องยนต์ให้เข้ากับคุณภาพน้ำมันทั่วไปอย่างน้ำมันเบนซิน 91 และ 95 ในประเทศ ทำให้ค่าซ่อมบำรุงไม่สูง สำหรับคนไทยที่เน้นประหยัด รุ่น 1.5T คือคำตอบ ส่วนใครที่ต้องการความแรงเป็นหลัก ก็ต้องรุ่น 2.0T แน่นอน
Q
ค่าแลกเปลี่ยนของ Honda Accord ปี 2021 คือเท่าไร?
มูลค่าการแลกเปลี่ยนรถ Honda Accord รุ่นปี 2021 ในตลาดประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากสภาพรถ ระยะทางที่ใช้งาน รุ่นและอุปกรณ์ รวมถึงความต้องการในตลาดท้องถิ่น โดยทั่วไปแล้วรถที่สภาพดีและระยะทางใช้งานน้อยมักจะได้รับความนิยมในตลาดรถมือสองและมีอัตราการรักษามูลค่าสูงกว่า Honda Accord มีชื่อเรื่องความน่าเชื่อถือและค่าบำรุงรักษาต่ำ ทำให้ยังคงเป็นที่ต้องการในตลาดรถมือสองของประเทศไทย แนะนำให้คุณติดต่อตัวแทนจำหน่าย Honda ที่ได้รับอนุญาตในพื้นที่หรือใช้บริการแพลตฟอร์มประเมินรถมือสองแบบมืออาชีพเพื่อขอราคาแลกเปลี่ยนที่แม่นยำ ซึ่งจะช่วยให้คุณได้รับราคาที่เป็นธรรม นอกจากนี้ การทำความเข้าใจนโยบายเกี่ยวกับรถยนต์ในตลาดประเทศไทย เช่น มาตรฐานการปล่อยมลพิษและภาษีนำเข้า ก็มีผลต่อการประเมินมูลค่ารถสุดท้ายเช่นกัน เพราะปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลต่อราคารถใหม่ ซึ่งจะกระทบต่อสถานการณ์ตลาดรถมือสองทางอ้อม หากคุณกำลังพิจารณาแลกเปลี่ยนรถ การเตรียมพร้อมด้วยการบำรุงรักษารถให้อยู่ในสภาพดีและเก็บรักษาประวัติการบริการอย่างครบถ้วนจะเป็นประโยชน์ เพราะรายละเอียดเล็กน้อยเหล่านี้สามารถช่วยเพิ่มมูลค่าการแลกเปลี่ยนรถของคุณได้ในระดับหนึ่ง
Q
น้ำมันชนิดใดที่ดีที่สุดสำหรับ Honda Accord ปี 2021?
สำหรับรถ Honda Accord รุ่นปี 2021 ทาง Honda แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องชนิดสังเคราะห์เต็มสูตรที่มีความหนืด 0W-20 เพราะน้ำมันเกรดนี้เหมาะกับสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย โดยเฉพาะการขับขี่ในเมืองหรือเดินทางไกลบนทางหลวง เพราะให้การปกป้องเครื่องยนต์ในอุณหภูมิสูงได้ดีและช่วยประหยัดน้ำมันด้วย โดยศูนย์บริการ Honda ในไทยมักจะมีน้ำมันเครื่องเกรด 0W-20 ที่ผ่านการรับรองจากโรงงาน เช่น Honda Ultra SN 0W-20 ซึ่งออกแบบมาเพื่อเทคโนโลยี EarthDream โดยเฉพาะ ช่วยยืดอายุเครื่องยนต์และรักษาประสิทธิภาพสูงสุด แต่ถ้าหาซื้อน้ำมันเครื่องของ Honda ไม่ได้ ก็สามารถเลือกใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์เต็มสูตรยี่ห้ออื่นที่ได้มาตรฐาน API SN หรือ SP แทนได้ เช่น Shell Helix หรือ Mobil 1 แต่ต้องดูให้ชัวร์ว่ามีการรับรอง ILSAC GF-6 ด้วย ข้อสำคัญคือสภาพอากาศร้อนชื้นของไทยทำให้น้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพเร็ว ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 6 เดือน (ดูอย่างไหนถึงก่อน) และควรตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องเป็นประจำ ส่วนใครที่ขับในกรุงเทพฯ หรือต้องเจอรถติดบ่อยๆ อาจต้องเปลี่ยนถี่ขึ้นเป็นทุก 8,000 กิโลเมตร และห้ามผสมน้ำมันเครื่องต่างยี่ห้อหรือต่างเกรดกันเด็ดขาด เพราะอาจทำให้สารเติมแต่งในน้ำมันเครื่องเกิดปฏิกิริยาและลดประสิทธิภาพการหล่อลื่นได้
Q
รถ Honda Accord ปี 2021 ประหยัดน้ำมันไหม?
รถ Honda Accord รุ่นปี 2021 ให้ประสิทธิภาพด้านประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม โดยเฉพาะในสภาพการขับขี่แบบผสมผสานทั้งในเมืองและทางหลวงของประเทศไทย รุ่นเครื่องยนต์ 1.5 เทอร์โบสามารถทำระยะทางได้ประมาณ 15-17 กิโลเมตรต่อลิตร (ขึ้นอยู่กับสไตล์การขับและสภาพถนน) ส่วนรุ่นไฮบริดนั้นประหยัดยิ่งขึ้นไปอีก โดยทำระยะทางได้เกิน 20 กิโลเมตรต่อลิตร ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับสภาพการจราจรของไทยที่ทั้งติดขัดและราคาน้ำมันสูง เทคโนโลยี Earth Dreams และระบบไฮบริดอัจฉริยะ i-MMD ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้และทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างลงตัว ส่งผลให้ลดการสิ้นเปลืองน้ำมันได้อย่างชัดเจน แม้ในสภาพอากาศร้อนของไทยที่ต้องใช้แอร์บ่อยๆ ก็ไม่ส่งผลต่ออัตราสิ้นเปลืองมากนัก หากคำนึงถึงค่าใช้จ่ายระยะยาว Honda Accord ตอบโจทย์ด้วยความประหยัดน้ำมัน พร้อมเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครอบคลุมในประเทศไทย ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาได้อีกด้วย ที่สำคัญตลาดไทยให้การยอมรับรถยนต์ญี่ปุ่นเป็นอย่างดี มีอะไหล่พร้อมและราคาชัดเจน ช่วยเพิ่มจุดเด่นด้านความคุ้มค่า แนะนำให้ผู้สนใจศึกษาข้อมูลป้ายประหยัดน้ำมันจากกรมธุรกิจพลังงานหรือทดลองขับจริง เพื่อเลือกรุ่นที่เหมาะสมกับระยะทางในการเดินทางประจำวันของตัวเอง
Q
2021 Honda Accord เป็นรถที่มีความน่าเชื่อถือหรือไม่?
Honda Accord รุ่นปี 2021 ในตลาดไทยเป็นรถที่ไว้ใจได้จริงๆ ได้รับการยอมรับจากหลายด้านเรื่องความทนทาน รุ่นนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.5 เทอร์โบหรือระบบไฮบริด 2.0 ลิตรที่ทำงานสมบูแบบ ให้กำลังส่งที่เนียนๆ และประหยัดน้ำมันสุดๆ เหมาะทั้งขับในเมืองไทยที่รถติดหนักและขับทางไกล แม้ในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย ระบบแอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก็ยังทำงานเสถียรไม่ทำให้เซ็ง ค่าบำรุงรักษาก็ไม่แรงเกินไป แถม Honda มีศูนย์บริการกระจายทั่วไทย อะไหล่ก็หาง่าย ซ่อมก็สะดวก ที่เด็ดกว่ารุ่นนี้ติดตั้ง Honda SENSING ระบบเซฟตี้ช่วยเตือนและป้องกันอุบัติเหตุ มีทั้งระบบเบรกอัตโนมัติเมื่อเจอวัตถุข้างหน้า ช่วยควบคุมเลน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่บนถนนไทยที่ค่อนข้างโหด สำหรับคนไทยแล้ว Honda Accord 2021 เป็นรถซีดานขนาดกลางที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ทั้งขับไปทำงานประจำหรือพาครอบครัวเที่ยวยาวๆ ค่าซื้อขายต่อก็ยังอยู่ตัวในตลาดรอง ทำให้ค่าใช้จ่ายระยะยาวค่อนข้างประหยัดทีเดียว
Q
รถ Honda Accord ปี 2021 ราคาเท่าไหร่?
ราคาขาย Honda Accord 2021 ในตลาดไทยจะแตกต่างกันไปตามรุ่นและอุปกรณ์ โดยมีช่วงราคาอยู่ที่ประมาณ 1.4 - 1.8 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับระบบขับเคลื่อนที่เลือก (เช่น 1.5T เทอร์โบชาร์จ หรือ 2.0L ไฮบริด) อุปกรณ์ภายในห้องโดยสาร และฟังก์ชั่นเสริม (เช่น ระบบความปลอดภัย Honda SENSING หรือหลังคาพาโนรามา) นอกจากราคารถแล้ว ผู้ซื้อในไทยยังต้องคำนึงถึงค่าจดทะเบียนและประกันภัยซึ่งมักจะคิดเป็น 5%-10% ของราคารถ Honda Accord ได้รับความนิยมในไทยจากความน่าเชื่อถือ ประหยัดน้ำมัน และพื้นที่กว้างขวาง โดยเฉพาะรุ่นไฮบริดที่ช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ที่มีการจราจรหนาแน่น ข้อดีเพิ่มเติมคือรัฐบาลไทยมีนโยบายลดภาษีสำหรับรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำให้รุ่นไฮบริดอาจได้รับสิทธิประโยชน์บางส่วน แนะนำให้สอบถามตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่เพื่อรับข้อมูลโปรโมชั่นล่าสุดก่อนตัดสินใจซื้อ ราคารถใหม่ในตลาดไทยมักจะสูงกว่ารถมือสองประมาณ 30%-50% แต่ Honda เป็นแบรนด์ที่มูลค่าตกต่ำน้อยเมื่อขายต่อ ทำให้เสียเงินน้อยกว่ายี่ห้ออื่นเมื่อต้องการเปลี่ยนรถในอนาคต
Q
“Honda Accord เป็นรถที่ทรงพลังหรือไม่?”
ในตลาดไทย Honda Accord เป็นรถเก๋งขนาดกลางที่รวมความแรงและความประหยัดไว้ด้วยกัน ตัวเลือกระบบขับเคลื่อนมีทั้งเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.5T และระบบไฮบริด 2.0L ที่ให้กำลังขับเคลื่อนได้อย่างเต็มเปี่ยม โดยเฉพาะเหมาะกับสภาพถนนในเมืองและทางด่วนของไทย รุ่น 1.5T ให้กำลังสูงสุดถึง 193 แรงม้า แรงบิด 260 นิวตัน-เมตร เร่งเครื่องได้ลื่นไหล ส่วนรุ่นไฮบริดจะเน้นความนุ่มนวลและประหยัดน้ำมัน โดยกินน้ำมันเพียง 4-5L/100km ซึ่งตอบโจทย์ค่าก๊าซที่ค่อนข้างแพงในไทย นอกจากนี้ระบบช่วงล่างของ Honda Accord ยังถูกปรับมาเพื่อความสบายเป็นพิเศษ ช่วยลดปัญหาถนนบางเส้นในไทยได้ดี แถมยังแข็งแรงได้มาตรฐานความปลอดภัยสำหรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถ้าอยากได้ความแรงระดับสปอร์ตก็มีรุ่นต่างประเทศให้เลือก แต่ต้องระวังว่าตลาดไทยมักเน้นรุ่นประหยัดเป็นหลัก เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Toyota Camry และ Mazda 6 ที่มีระบบขับเคลื่อนคล้ายๆ กัน ลูกค้าสามารถทดลองขับและเปรียบเทียบตามงบประมาณและสไตล์การขับได้เลย
Q
รถ Honda Accord ปี 2021 จำเป็นต้องใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์หรือไม่?
สำหรับรถ Honda Accord รุ่นปี 2021 ที่จำหน่ายในประเทศไทย แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องประเภทสังเคราะห์เท่านั้น โดยเฉพาะเกรด 0W-20 หรือ 5W-20 แบบเต็มสังเคราะห์ ซึ่งน้ำมันเครื่องเกรดนี้จะทำงานได้ดีกว่าในสภาพอากาศร้อนของไทย เพราะให้การปกป้องเครื่องยนต์ในอุณหภูมิสูงได้ดีเยี่ยม ช่วยประหยัดน้ำมัน และยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ พร้อมทั้งตอบโจทย์มาตรฐานการดูแลรักษาของ Honda อย่างเคร่งครัด สำหรับคนไทยแล้วต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะสภาพอากาศที่ทั้งร้อนและชื้นแบบนี้ น้ำมันเครื่องสังเคราะห์จะมีความเสถียรและต้านทานการเกิดออกซิเดชั่นได้ดีกว่าน้ำมันแร่ ช่วยลดปัญหาคาร์บอนสะสมและอาการสึกหรอของเครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะที่คู่มือระบุไว้ คือทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 6 เดือน แต่ถ้าต้องขับในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ที่รถติดบ่อยๆ อาจต้องเปลี่ยนถี่กว่านั้นหน่อย ถ้าเลือกใช้ยี่ห้ออื่นนอกจากของทาง Honda ต้องดูให้มั่นใจว่าได้มาตรฐาน API SN ขึ้นไป ข้อควรระวังคือรถแต่ละรุ่นหรือปีผลิตอาจต้องการน้ำมันเครื่องต่างกัน เช่นรุ่นไฮบริดอาจกำหนดเกรดน้ำมันเครื่องที่เข้มงวดกว่า ดังนั้นก่อนเข้าศูนย์ควรปรึกษาอู่ฮอนด้าที่ได้รับการรับหมายในไทยก่อน การเลือกน้ำมันเครื่องที่เหมาะสมนอกจากจะช่วยปกป้องเครื่องยนต์แล้ว ยังช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้ดี โดยเฉพาะกับการขับทางไกลหรือขับในเมืองแบบที่คนไทยนิยมทำกัน
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

เครื่องยนต์ที่หลากหลาย 1.5 ลิตร เครื่องยนต์มีกำลังสูงสุด 190 แรงม้า ในขณะที่ 2.0 ลิตร ระบบไฮบริดจะร่วมมือกับเครื่องยนต์ไฟฟ้า มีกำลังสูงสุด 215 แรงม้า
ฉนวนเสียงในประตูดี การฉีดฟองเสียงที่หลายแห่งครั้งแรก และติดตั้งระบบลดเสียงที่ใช้งาน
การออกแบบภายในสบาย ความรู้สึกในการจับเวลเป็นเลิศ การออกแบบเบาะดีและสบาย ที่นั่งด้านหลังกว้างขวาง
ขันธ์ที่ดี ยังมีความสนุกในการขับขี่ในเมืองและชานเมือง การขับขี่ช้าๆเป็นความสบาย แข็งแรงเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง
เทคโนโลยีความปลอดภัยที่ทันสมัย มีระบบช่วยขับขี่และความปลอดภัยที่หลากหลาย เช่น พวงมาลัยหลายฟังก์ชัน จอสัมผัสหรูหรา

ข้อเสีย

ส่วนภายในของรถบางส่วนไม่มีคุณภาพสูงพอ การใช้พลาสติกบางส่วนทำให้รู้สึกถึงคุณภาพ
รถรุ่นพื้นฐานไม่มีพอร์ท USB ที่ด้านหลัง หากต้องการ 4 พอร์ทคุณต้องซื้อรุ่น Hybrid
การปรับหมอนรองคอที่นั่งด้านหลังยาก ไม่มีการล็อคปรับภายในรถ
รถไม่กันแดด ราคาเกินหนึ่งล้านแต่มีกระจกข้างที่ปรับด้วยมือและไม่มีกระจกกันแดด ราคาคุ้มค่าน้อย

Q&A ล่าสุด

Q
ABS Rubber คืออะไร? ABS rubber (Acrylonitrile Butadiene Styrene) เป็นวัสดุพลาสติกที่ทนทานและแข็งแรง สามารถทนต่อแรงกระแทกได้ดี มันเป็นการผสมผสานระหว่างวัสดุสังเคราะห์หลายชนิด (อะคริโลไนไทรล์, บิวทาไดอีน และ สไตรีน) ที่ทำให้ ABS มีคุณสมบัติพิเศษ เช่น ความทนต่อการกัดกร่อน ความทนต่อความร้อน และสามารถขึ้นรูปหรือผลิตเป็นรูปร่างต่าง ๆ ได้ง่าย อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบา นิยมใช้งานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น การผลิตอะไหล่รถยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ของเล่น และเครื่องใช้ในครัวเรือน เป็นต้น
พลาสติก ABS เป็นพลาสติกวิศวกรรมเทอร์โมพลาสติกที่เกิดจากการโคพอลิเมอไรเซชันของอะคริโลไนไตรล์ บิวทาไดอีน และสไตรีน มีคุณสมบัติความแข็งแรงสูง ทนการกระแทกได้ดี และสามารถแปรรูปได้ง่าย คุณสมบัติทางกายภาพโดยรวม ได้แก่ ความต้านทานต่อสารเคมี ทนความร้อนได้ (ช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสม -40℃ ถึง 100℃) และพื้นผิวที่เหมาะสำหรับการชุบโลหะหรือทาสี ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ABS นิยมใช้ในชิ้นส่วนต่างๆ เช่น พวงมาลัย แผงหน้าปัด และกันชน เป็นต้น โดยผ่านเทคโนโลยีการปรับปรุงคุณสมบัติ (เช่น การผสมกับวัสดุ PC หรือ PA) สามารถเพิ่มความทนความร้อนและความแข็งแรงทางกลได้ เพื่อตอบสนองความต้องการของชิ้นส่วนต่างๆ วัสดุนี้มีความหนาแน่นประมาณ 1.05 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร ดูดซึมน้ำน้อย แต่ต้องอบแห้งก่อนการแปรรูปเพื่อป้องกันข้อบกพร่อง มีสมบัติเป็นฉนวนไฟฟ้าที่ดีและคุ้มค่าต้นทุน แต่ต้องป้องกันรังสียูวีเพื่อชะลอการเสื่อมสภาพเมื่อใช้กลางแจ้ง อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการฉีดขึ้นรูป ABS คือ 200-240℃ และอุณหภูมิแม่พิมพ์ 50-80℃ เพื่อให้ได้ผิวสัมผัสที่ดี นอกจากนี้ การปรับปรุงให้ทนไฟและป้องกันไฟฟ้าสถิตยังช่วยขยายการใช้งานในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าได้อีกด้วย
Q
อะไรดีกว่า: ABS หรือ CBS?
ABS และ CBS เป็นระบบเบรกสองระบบที่แตกต่างกัน โดยแต่ละระบบมีสถานการณ์ใช้งานและข้อได้เปรียบที่เหมาะสมด้วยกัน ABS (ระบบเบรกป้องกันล้อจับตาย) ทำงานโดยการตรวจสอบความเร็วล้อแบบเรียลไทม์ เมื่อเบรกฉุกเฉินจะปรับแรงเบรกอัตโนมัติ เพื่อป้องกันล้อจับตาย จึงทำให้รถยึดตัวได้และลดระยะทางเบรกลง โดยเฉพาะเหมาะสำหรับการขับขี่ความเร็วสูงหรือถนนชื้น CBS (ระบบเบรกเชื่อมโยง) ทำงานโดยวิธีกลหรือไฮดรอลิกเพื่อแจกแจงแรงเบรกอย่างเหมาะสมไปยังล้อหน้าและล้อหลัง เพื่อปรับปรุงสมดุลเบรกในขณะความเร็วต่ำ แต่ไม่สามารถป้องกันล้อจับตายได้ มากกว่าเหมาะสำหรับการขับขี่ทางเมืองความเร็วต่ำหรือรถรุ่นงบประมาณจำกัด จากด้านความปลอดภัย ABS มีประสิทธิภาพดีกว่าในถนนซับซ้อน แต่ค่าใช้จ่ายสูง ปกติปรากฏในรถรุ่นกลางและสูงขนาดใหญ่ CBS มีโครงสร้างง่าย ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาต่ำ มักพบในรถจักรยานยนต์ขนาดเครื่องเล็กหรือรถประหยัด ถ้าคุณมักขับรถทางไกลหรือสภาพแวดล้อมการขับขี่แปรผัน แนะนำให้เลือก ABS เป็นอันดับแรก ถ้าต้องการใช้สำหรับขับขี่ทางสั้นและความเร็วต่ำ CBS ก็สามารถตอบสนองความต้องการพื้นฐานได้แล้ว ต้องระวังว่า ทั้งสองระบบไม่ได้ขัดแย้งกัน บางรุ่นรถจะติดตั้งทั้งสองระบบเพื่อครอบคลุมสถานการณ์ต่างๆ เมื่อซื้อรถควรพิจารณาจากความต้องการใช้รถจริงและงบประมาณอย่างครอบคลุม
Q
วัสดุ ABS ดีหรือไม่?
ABS เป็นพลาสติกวิศวกรรมประสิทธิภาพสูงที่เกิดจากการพอลิเมอไรเซชันร่วมของอะคริโลไนไตรล์ บิวทาไดอีน และสไตรีน มีคุณสมบัติเด่นคือมีความแข็งแรงเชิงกลสูง ทนต่อสารเคมีได้ดี และขึ้นรูปได้ง่าย มีความทนทานต่อแรงกระแทกสูง สามารถคงความเหนียวได้แม้ที่อุณหภูมิ -40°C ทำให้เหมาะสำหรับการผลิตแผงหน้าปัดรถยนต์ กันชน และชิ้นส่วนอื่นๆ ที่ต้องทนต่อแรงภายนอก ABS มีความมันเงาสูง ทำให้สามารถตกแต่งพื้นผิวได้หลากหลายด้วยการชุบด้วยไฟฟ้าและการพ่นสี นอกจากนี้ยังมีความคงตัวของขนาดที่ดีและดูดซับน้ำได้น้อย ทำให้เหมาะสำหรับการฉีดขึ้นรูปที่มีความแม่นยำสูง อย่างไรก็ตาม ABS มีความทนทานต่อสภาพอากาศต่ำ การสัมผัสกับรังสีอัลตราไวโอเลตเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดการเหลืองและเปราะแตกได้ จึงต้องเติมสารป้องกันรังสียูวี ความทนทานต่อความร้อนก็มีจำกัด อุณหภูมิสูงอาจทำให้เกิดการเสียรูป ซึ่งโดยทั่วไปจะแก้ไขได้โดยการเติมสารทนความร้อนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพให้ทนได้ถึงประมาณ 100°C ยิ่งไปกว่านั้น ABS ยังไวต่อตัวทำละลายอินทรีย์ เช่น คีโตนและไฮโดรคาร์บอนคลอริเนต ทำให้เกิดการแตกร้าวจากความเค้นได้ง่าย ในแง่ของต้นทุน ABS มีราคาแพงกว่าโพลีโพรพีลีน แต่ถูกกว่าพลาสติกประสิทธิภาพสูงส่วนใหญ่ จึงถือว่าคุ้มค่า เทคนิคการดัดแปลงในปัจจุบันสามารถปรับปรุงคุณสมบัติการหน่วงไฟ (เช่น การได้ระดับ V-0) และการนำไฟฟ้า (โดยการเติมเส้นใยกราไฟต์) ได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะช่วยขยายการใช้งานในชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์และสาขาอื่นๆ โดยรวมแล้ว ABS ยังคงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เนื่องจากคุณสมบัติทางกายภาพที่สมดุลและข้อได้เปรียบในการแปรรูป แต่จำเป็นต้องมีการปรับปรุงสูตรให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมการใช้งานเฉพาะ
Q
ระบบเบรก ABS จำเป็นสำหรับรถจักรยานยนต์หรือไม่?
ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) เป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับรถจักรยานยนต์ ความสามารถหลักของมันคือการตรวจสอบความเร็วของล้อแบบเรียลไทม์ผ่านหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ และเมื่อเบรกกะทันหันจะปรับแรงเบรกแบบไดนามิกด้วยความถี่หลายสิบครั้งต่อวินาที เพื่อป้องกันไม่ให้ล้อล็อกสนิท กลไกนี้สามารถทำให้รถจักรยานยนต์รักษาอัตราการลื่นไถล (slip rate) ประมาณ 20% บนพื้นถนนลื่นหรือในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ ไม่เพียงช่วยลดระยะเบรก (บนถนนแห้งประมาณ 10%-15% และบนถนนที่มีน้ำแข็งหรือหิมะสามารถลดได้ถึง 30%) แต่ยังรักษาความสามารถในการบังคับเลี้ยวได้ประมาณ 85% และลดความเสี่ยงของการลื่นไถลด้านข้างหรือการหมุนเสียหลัก (tailspin) ได้อย่างมีนัยสำคัญ ระบบ ABS ในยุคปัจจุบันมักรวมฟังก์ชันการกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) เข้าไว้ด้วย และปรับปรุงการกระจายแรงเบรกผ่านการควบคุมแบบสี่ช่องทางอิสระ ตัวอย่างเช่น รุ่นระดับกลางและสูงของฮอนด้าและยี่ห้ออื่นๆ ได้ติดตั้งระบบนี้เป็นมาตรฐาน ควรทราบว่าแม้ระบบ ABS อาจทำให้ระยะเบรกยาวขึ้นในสภาพถนนที่ยากลำบาก เช่น ถนนโคลนหรือน้ำแข็ง แต่จะยังคงรักษาความสามารถในการควบคุมทิศทางได้เสมอ ในการบำรุงรักษาปกติ ต้องทำความสะอาดเซนเซอร์วัดความเร็วล้อเป็นประจำและตรวจสอบสภาพของเหลวเบรก จากมุมมองด้านความปลอดภัย รถจักรยานยนต์ที่ติดตั้งระบบ ABS สามารถลดโอกาสการเสียการควบคุมทิศทางขณะเบรกกะทันหันได้ถึง 83% ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
Q
ABS ในรถหมายถึงอะไร? ABS หรือ Anti-lock Braking System (ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก) เป็นระบบความปลอดภัยที่ช่วยป้องกันไม่ให้ล้อล็อกและเกิดการลื่นไถลขณะเบรกกะทันหัน หรือในสถานการณ์ที่ถนนลื่น โดยระบบนี้จะควบคุมแรงดันของเบรกในแต่ละล้อ เพื่อให้รถสามารถควบคุมทิศทางได้ดียิ่งขึ้นและเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
ระบบเบรกป้องกันล็อกวงล้อ (ABS) เป็นเทคโนโลยีความปลอดภัยที่สำคัญของรถยนต์สมัยใหม่ โดยใช้เซ็นเซอร์ความเร็ววงล้อตรวจจับความเร็วของแต่ละวงล้อแบบเรียลไทม์ เมื่อหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (ECU) ตรวจพบว่าวงล้อกำลังจะล็อกขึ้น จะปรับความดันเบรกด้วยความถี่สูง 60-120 ครั้งต่อวินาที เพื่อให้วงล้ออยู่ในสภาพอุดมคติที่มีอัตราการไถล 15%-20% ซึ่งไม่เพียงแต่หลีกเลี่ยงการล็อกทั้งหมด แต่ยังรักษาความยึดเกาะสูงสุดได้อีกด้วย ระบบนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถรักษาความสามารถในการควบคุมทิศทางได้เมื่อเบรกฉุกเฉิน ลดความเสี่ยงของการลื่นด้านมากกว่า 40% บนถนนที่ชื้นลื่น และป้องกันการไถลของยางเพื่อปกป้องผิวยางได้ในเวลาเดียวกัน ส่วนประกอบหลักของระบบ ได้แก่เซ็นเซอร์อิสระทั้งสี่วงล้อ หน่วยประมวลผล ECU 32 บิต และโมดูลปรับไฮดรอลิก การสั่นของปุ่มเบรกและเสียงมอเตอร์ในขณะทำงานเป็นการตอบสนองปกติ สิ่งที่ต้องระวังคือ บนถนนที่มีความยึดเกาะต่ำ เช่น ทะเลทรายหรือหิมะ อาจทำให้ระยะทางเบรกยาวขึ้น ถ้าไฟแจ้งข้อผิดพลาด ABS ติดต่อเนื่องก็ต้องตรวจซ่อมทันที ปัจจุบันระบบนี้ได้กลายเป็นสิ่งที่มาพร้อมมาตรฐานในรถยนต์ผู้โดยสาร การใช้งานอย่างถูกต้องสามารถเพิ่มความสามารถในการหลีกเลี่ยงอันตรายในสภาพถนนซับซ้อนได้อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะขับขี่ประจำวันควรหลีกเลี่ยงการเบรกแบบจุดจุ่มด้วยมือที่จะรบกวนการปรับอัตโนมัติของระบบ
ดูเพิ่มเติม