Q

Honda Accord G9 ออกปีไหน

รถยนต์ Honda Accord G9 (รุ่นที่ 9) เปิดตัวครั้งแรกในตลาดโลกเมื่อปี 2012 ส่วนตลาดไทยเริ่มจำหน่ายอย่างเป็นทางการในปี 2013 รุ่นนี้ยังคงความโดดเด่นในเรื่องคุณภาพและความน่าเชื่อถือของแอคคอร์ดซีรีส์ โดยได้รับการปรับปรุงระบบแอร์และประสิทธิภาพการระบายความร้อนให้เหมาะกับสภาพอากาศร้อนในไทย พร้อมเครื่องยนต์ 2.0L และ 2.4L แบบดูดธรรมชาติตอบโจทย์ทั้งการประหยัดน้ำมันในเมืองและพลังบนทางหลวง แอคคอร์ดรุ่นที่ 9 ในไทยได้รับความนิยมจากระบบช่วงล่างนุ่มสบายและโครงสร้างตัวถังทนทาน เหมาะสำหรับการเดินทางไกลและสภาพการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ปรับแต่งสำหรับตลาดไทย เช่น กระจกกันยูวีและสารเคลือบป้องกันสนิม พิเศษกว่ารุ่นก่อนด้วยระบบ Honda LaneWatch สำหรับตรวจสอบจุดบอด ช่วยเพิ่มความปลอดภัย และยังเพิ่มพอร์ตเชื่อมต่อความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารแถวหลังเพื่อตอบสนองความต้องการของครอบครัวชาวไทย แอคคอร์ดครองความนิยมในตลาดรถยนต์ระดับกลางถึงสูงของไทยมาอย่างยาวนาน โดยรุ่น G9 ยังคงมีมูลค่าซื้อขายต่อสูงแม้จะผ่านมาแล้วหลายปี ส่วนรุ่นที่ 10 (2017) ได้พัฒนาในส่วนของระบบไฮบริดมากขึ้น แต่แอคคอร์ด G9 ยังคงเป็นรุ่นคลาสสิกที่พบเห็นได้ทั่วไปบนท้องถนนไทย
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
Honda Accord ปี 2020 มีระบบสตาร์ทรถจากระยะไกลหรือไม่?
รุ่น Honda Accord ปี 2020 บางรุ่นจะมีฟังก์ชันสตาร์ทรถจากระยะไกลให้ด้วยนะ แต่ว่าจะมีหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับรุ่นและอุปกรณ์เสริมของรถด้วย ส่วนใหญ่แล้วรุ่นท็อปๆจะมาพร้อมฟังก์ชันนี้แบบมาตรฐาน ส่วนรุ่นพื้นฐานอาจต้องเสียเงินเพิ่มหน่อยถึงจะได้ ฟังก์ชันนี้ใช้ได้ทั้งจากรีโมทกุญแจหรือแอปบนมือถือเลย ช่วยให้เราสตาร์ทรถเปิดแอร์ล่วงหน้าเวลาอากาศร้อนๆ หรืออุ่นเครื่องตอนอากาศหนาวได้ สะดวกมากๆ ตอนนี้รถรุ่นกลางถึงสูงของหลายแบรนด์ก็เริ่มมีฟังก์ชันนี้กันแล้วนะ ถือเป็นเทรนด์เทคโนโลยีของรถยุคใหม่เลยล่ะ ถ้าสนใจฟังก์ชันนี้ แนะนำให้ลองตรวจสอบรายละเอียดอุปกรณ์ของรถหรือถามพนักงานขายดูนะ พวกเขาจะให้ข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดได้ ส่วนฟังก์ชันแบบนี้ในแบรนด์อื่นอาจเรียกชื่อต่างกันไปบ้าง เช่น สตาร์ทอัจฉริยะ หรือควบคุมระยะไกล แต่หลักการทำงานก็คล้ายๆกันคือใช้สัญญาณไร้สายควบคุมรถนั่นแหละ เมื่อเทคโนโลยีรถยนต์พัฒนาขึ้น ฟังก์ชันสะดวกสบายแบบนี้ก็จะยิ่งเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จนอาจกลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานไปเลยในอนาคต
Q
วิธีเปิดกุญแจรีโมทของ Honda Accord รุ่นปี 2020
หากต้องการเปิดฝากุญแจรีโมต Honda Accord รุ่นปี 2020 ให้เริ่มจากหาร่องเล็กๆ ที่ด้านข้างกุญแจใกล้กับส่วนฐาน แล้วใช้นิ้วหรือแผ่นพลาสติกบางๆ สอดเข้าไปแล้วค่อยๆงัดเบาๆ ระวังอย่าใช้แรงมากเพราะอาจทำให้เดือยฝาพังได้ พอแยกฝาบนกับฝาล่างออกก็จะเห็นแบตเตอรี่กับแผงวงจร โดยทั่วไปแบตเตอรี่จะเป็นแบบ CR2032 เวลาเปลี่ยนต้องใส่ให้ถูกขั้ว กุญแจรุ่นนี้ออกแบบมาทนน้ำได้แต่เวลาประกอบก็ต้องระวังอย่าให้ซีลกันน้ำเคลื่อน ถ้าปิดฝาไม่ลงให้ลองตรวจสอบว่าเดือยฝาเข้าล็อกกันดีหรือเปล่า แนะนำให้ทำความสะอาดจุดสัมผัสของกุญแจเป็นประจำเพื่อป้องกันคราบเหงื่อที่อาจทำให้ส่งสัญญาณไม่ดี ถ้าใช้ในที่อากาศชื้นอาจหาซิลิโคนกันความชื้นมาครอบกุญแจด้วย หากรีโมตไม่ทำงานให้ลองรีเซ็ตระบบโดยกดปุ่มล็อครถ 4 ครั้งเร็วๆ แล้วกดครั้งที่ 5 ค้างไว้ 10 วินาที สำหรับรุ่นสมาร์ทคีย์หลังเปลี่ยนแบตเตอรี่อาจต้องทำการซิงค์ใหม่ วิธีทำตามขั้นตอนการตั้งค่าเริ่มต้นกุญแจในคู่มือได้เลย
Q
รถยนต์ Honda Accord ปี 2021 ใช้เครื่องยนต์ประเภทใด?
รถยนต์ Honda Accord รุ่นปี 2021 ที่วางขายในตลาดประเทศไทยมีตัวเลือกเครื่องยนต์ให้เลือก 2 แบบ คือ เครื่องยนต์ 1.5 ลิตรเทอร์โบชาร์จ 4 สูบ และเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรเทอร์โบชาร์จ 4 สูบ โดยรุ่น 1.5T ให้กำลังสูงสุดที่ 192 แรงม้า คู่กับเกียร์ CVT ที่เน้นประหยัดน้ำมัน เหมาะกับสภาพการจราจรติดขัดในเมืองไทย ส่วนรุ่น 2.0T ให้กำลังสูงถึง 252 แรงม้า พร้อมเกียร์ออโต้ 10 สปีด ที่ตอบโจทย์คนรักความสปอร์ต ทั้งสองรุ่นใช้เทคโนโลยี VTEC ของ Honda ที่ช่วยให้ได้ทั้งกำลังและความประหยัดน้ำมันในเวลาเดียวกัน สิ่งที่น่าสนใจคือสภาพอากาศร้อนของไทยที่ต้องการระบบระบายความร้อนที่ดี ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้มาพร้อมระบบทำความเย็นประสิทธิภาพสูง แม้ขับนานหรืออากาศร้อนแค่ไหนก็ยังคงเสถียร นอกจากนี้ Accord ในฐานะรถซีดานขนาดกลางตัวสำคัญของ Honda ในไทย ยังถูกปรับแต่งเครื่องยนต์ให้เข้ากับคุณภาพน้ำมันทั่วไปอย่างน้ำมันเบนซิน 91 และ 95 ในประเทศ ทำให้ค่าซ่อมบำรุงไม่สูง สำหรับคนไทยที่เน้นประหยัด รุ่น 1.5T คือคำตอบ ส่วนใครที่ต้องการความแรงเป็นหลัก ก็ต้องรุ่น 2.0T แน่นอน
Q
ค่าแลกเปลี่ยนของ Honda Accord ปี 2021 คือเท่าไร?
มูลค่าการแลกเปลี่ยนรถ Honda Accord รุ่นปี 2021 ในตลาดประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากสภาพรถ ระยะทางที่ใช้งาน รุ่นและอุปกรณ์ รวมถึงความต้องการในตลาดท้องถิ่น โดยทั่วไปแล้วรถที่สภาพดีและระยะทางใช้งานน้อยมักจะได้รับความนิยมในตลาดรถมือสองและมีอัตราการรักษามูลค่าสูงกว่า Honda Accord มีชื่อเรื่องความน่าเชื่อถือและค่าบำรุงรักษาต่ำ ทำให้ยังคงเป็นที่ต้องการในตลาดรถมือสองของประเทศไทย แนะนำให้คุณติดต่อตัวแทนจำหน่าย Honda ที่ได้รับอนุญาตในพื้นที่หรือใช้บริการแพลตฟอร์มประเมินรถมือสองแบบมืออาชีพเพื่อขอราคาแลกเปลี่ยนที่แม่นยำ ซึ่งจะช่วยให้คุณได้รับราคาที่เป็นธรรม นอกจากนี้ การทำความเข้าใจนโยบายเกี่ยวกับรถยนต์ในตลาดประเทศไทย เช่น มาตรฐานการปล่อยมลพิษและภาษีนำเข้า ก็มีผลต่อการประเมินมูลค่ารถสุดท้ายเช่นกัน เพราะปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลต่อราคารถใหม่ ซึ่งจะกระทบต่อสถานการณ์ตลาดรถมือสองทางอ้อม หากคุณกำลังพิจารณาแลกเปลี่ยนรถ การเตรียมพร้อมด้วยการบำรุงรักษารถให้อยู่ในสภาพดีและเก็บรักษาประวัติการบริการอย่างครบถ้วนจะเป็นประโยชน์ เพราะรายละเอียดเล็กน้อยเหล่านี้สามารถช่วยเพิ่มมูลค่าการแลกเปลี่ยนรถของคุณได้ในระดับหนึ่ง
Q
น้ำมันชนิดใดที่ดีที่สุดสำหรับ Honda Accord ปี 2021?
สำหรับรถ Honda Accord รุ่นปี 2021 ทาง Honda แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องชนิดสังเคราะห์เต็มสูตรที่มีความหนืด 0W-20 เพราะน้ำมันเกรดนี้เหมาะกับสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย โดยเฉพาะการขับขี่ในเมืองหรือเดินทางไกลบนทางหลวง เพราะให้การปกป้องเครื่องยนต์ในอุณหภูมิสูงได้ดีและช่วยประหยัดน้ำมันด้วย โดยศูนย์บริการ Honda ในไทยมักจะมีน้ำมันเครื่องเกรด 0W-20 ที่ผ่านการรับรองจากโรงงาน เช่น Honda Ultra SN 0W-20 ซึ่งออกแบบมาเพื่อเทคโนโลยี EarthDream โดยเฉพาะ ช่วยยืดอายุเครื่องยนต์และรักษาประสิทธิภาพสูงสุด แต่ถ้าหาซื้อน้ำมันเครื่องของ Honda ไม่ได้ ก็สามารถเลือกใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์เต็มสูตรยี่ห้ออื่นที่ได้มาตรฐาน API SN หรือ SP แทนได้ เช่น Shell Helix หรือ Mobil 1 แต่ต้องดูให้ชัวร์ว่ามีการรับรอง ILSAC GF-6 ด้วย ข้อสำคัญคือสภาพอากาศร้อนชื้นของไทยทำให้น้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพเร็ว ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 6 เดือน (ดูอย่างไหนถึงก่อน) และควรตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องเป็นประจำ ส่วนใครที่ขับในกรุงเทพฯ หรือต้องเจอรถติดบ่อยๆ อาจต้องเปลี่ยนถี่ขึ้นเป็นทุก 8,000 กิโลเมตร และห้ามผสมน้ำมันเครื่องต่างยี่ห้อหรือต่างเกรดกันเด็ดขาด เพราะอาจทำให้สารเติมแต่งในน้ำมันเครื่องเกิดปฏิกิริยาและลดประสิทธิภาพการหล่อลื่นได้
Q
รถ Honda Accord ปี 2021 ประหยัดน้ำมันไหม?
รถ Honda Accord รุ่นปี 2021 ให้ประสิทธิภาพด้านประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม โดยเฉพาะในสภาพการขับขี่แบบผสมผสานทั้งในเมืองและทางหลวงของประเทศไทย รุ่นเครื่องยนต์ 1.5 เทอร์โบสามารถทำระยะทางได้ประมาณ 15-17 กิโลเมตรต่อลิตร (ขึ้นอยู่กับสไตล์การขับและสภาพถนน) ส่วนรุ่นไฮบริดนั้นประหยัดยิ่งขึ้นไปอีก โดยทำระยะทางได้เกิน 20 กิโลเมตรต่อลิตร ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับสภาพการจราจรของไทยที่ทั้งติดขัดและราคาน้ำมันสูง เทคโนโลยี Earth Dreams และระบบไฮบริดอัจฉริยะ i-MMD ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้และทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างลงตัว ส่งผลให้ลดการสิ้นเปลืองน้ำมันได้อย่างชัดเจน แม้ในสภาพอากาศร้อนของไทยที่ต้องใช้แอร์บ่อยๆ ก็ไม่ส่งผลต่ออัตราสิ้นเปลืองมากนัก หากคำนึงถึงค่าใช้จ่ายระยะยาว Honda Accord ตอบโจทย์ด้วยความประหยัดน้ำมัน พร้อมเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครอบคลุมในประเทศไทย ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาได้อีกด้วย ที่สำคัญตลาดไทยให้การยอมรับรถยนต์ญี่ปุ่นเป็นอย่างดี มีอะไหล่พร้อมและราคาชัดเจน ช่วยเพิ่มจุดเด่นด้านความคุ้มค่า แนะนำให้ผู้สนใจศึกษาข้อมูลป้ายประหยัดน้ำมันจากกรมธุรกิจพลังงานหรือทดลองขับจริง เพื่อเลือกรุ่นที่เหมาะสมกับระยะทางในการเดินทางประจำวันของตัวเอง
Q
2021 Honda Accord เป็นรถที่มีความน่าเชื่อถือหรือไม่?
Honda Accord รุ่นปี 2021 ในตลาดไทยเป็นรถที่ไว้ใจได้จริงๆ ได้รับการยอมรับจากหลายด้านเรื่องความทนทาน รุ่นนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.5 เทอร์โบหรือระบบไฮบริด 2.0 ลิตรที่ทำงานสมบูแบบ ให้กำลังส่งที่เนียนๆ และประหยัดน้ำมันสุดๆ เหมาะทั้งขับในเมืองไทยที่รถติดหนักและขับทางไกล แม้ในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย ระบบแอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก็ยังทำงานเสถียรไม่ทำให้เซ็ง ค่าบำรุงรักษาก็ไม่แรงเกินไป แถม Honda มีศูนย์บริการกระจายทั่วไทย อะไหล่ก็หาง่าย ซ่อมก็สะดวก ที่เด็ดกว่ารุ่นนี้ติดตั้ง Honda SENSING ระบบเซฟตี้ช่วยเตือนและป้องกันอุบัติเหตุ มีทั้งระบบเบรกอัตโนมัติเมื่อเจอวัตถุข้างหน้า ช่วยควบคุมเลน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่บนถนนไทยที่ค่อนข้างโหด สำหรับคนไทยแล้ว Honda Accord 2021 เป็นรถซีดานขนาดกลางที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ทั้งขับไปทำงานประจำหรือพาครอบครัวเที่ยวยาวๆ ค่าซื้อขายต่อก็ยังอยู่ตัวในตลาดรอง ทำให้ค่าใช้จ่ายระยะยาวค่อนข้างประหยัดทีเดียว
Q
รถ Honda Accord ปี 2021 ราคาเท่าไหร่?
ราคาขาย Honda Accord 2021 ในตลาดไทยจะแตกต่างกันไปตามรุ่นและอุปกรณ์ โดยมีช่วงราคาอยู่ที่ประมาณ 1.4 - 1.8 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับระบบขับเคลื่อนที่เลือก (เช่น 1.5T เทอร์โบชาร์จ หรือ 2.0L ไฮบริด) อุปกรณ์ภายในห้องโดยสาร และฟังก์ชั่นเสริม (เช่น ระบบความปลอดภัย Honda SENSING หรือหลังคาพาโนรามา) นอกจากราคารถแล้ว ผู้ซื้อในไทยยังต้องคำนึงถึงค่าจดทะเบียนและประกันภัยซึ่งมักจะคิดเป็น 5%-10% ของราคารถ Honda Accord ได้รับความนิยมในไทยจากความน่าเชื่อถือ ประหยัดน้ำมัน และพื้นที่กว้างขวาง โดยเฉพาะรุ่นไฮบริดที่ช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ที่มีการจราจรหนาแน่น ข้อดีเพิ่มเติมคือรัฐบาลไทยมีนโยบายลดภาษีสำหรับรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำให้รุ่นไฮบริดอาจได้รับสิทธิประโยชน์บางส่วน แนะนำให้สอบถามตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่เพื่อรับข้อมูลโปรโมชั่นล่าสุดก่อนตัดสินใจซื้อ ราคารถใหม่ในตลาดไทยมักจะสูงกว่ารถมือสองประมาณ 30%-50% แต่ Honda เป็นแบรนด์ที่มูลค่าตกต่ำน้อยเมื่อขายต่อ ทำให้เสียเงินน้อยกว่ายี่ห้ออื่นเมื่อต้องการเปลี่ยนรถในอนาคต
Q
“Honda Accord เป็นรถที่ทรงพลังหรือไม่?”
ในตลาดไทย Honda Accord เป็นรถเก๋งขนาดกลางที่รวมความแรงและความประหยัดไว้ด้วยกัน ตัวเลือกระบบขับเคลื่อนมีทั้งเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.5T และระบบไฮบริด 2.0L ที่ให้กำลังขับเคลื่อนได้อย่างเต็มเปี่ยม โดยเฉพาะเหมาะกับสภาพถนนในเมืองและทางด่วนของไทย รุ่น 1.5T ให้กำลังสูงสุดถึง 193 แรงม้า แรงบิด 260 นิวตัน-เมตร เร่งเครื่องได้ลื่นไหล ส่วนรุ่นไฮบริดจะเน้นความนุ่มนวลและประหยัดน้ำมัน โดยกินน้ำมันเพียง 4-5L/100km ซึ่งตอบโจทย์ค่าก๊าซที่ค่อนข้างแพงในไทย นอกจากนี้ระบบช่วงล่างของ Honda Accord ยังถูกปรับมาเพื่อความสบายเป็นพิเศษ ช่วยลดปัญหาถนนบางเส้นในไทยได้ดี แถมยังแข็งแรงได้มาตรฐานความปลอดภัยสำหรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถ้าอยากได้ความแรงระดับสปอร์ตก็มีรุ่นต่างประเทศให้เลือก แต่ต้องระวังว่าตลาดไทยมักเน้นรุ่นประหยัดเป็นหลัก เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Toyota Camry และ Mazda 6 ที่มีระบบขับเคลื่อนคล้ายๆ กัน ลูกค้าสามารถทดลองขับและเปรียบเทียบตามงบประมาณและสไตล์การขับได้เลย
Q
รถ Honda Accord ปี 2021 จำเป็นต้องใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์หรือไม่?
สำหรับรถ Honda Accord รุ่นปี 2021 ที่จำหน่ายในประเทศไทย แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องประเภทสังเคราะห์เท่านั้น โดยเฉพาะเกรด 0W-20 หรือ 5W-20 แบบเต็มสังเคราะห์ ซึ่งน้ำมันเครื่องเกรดนี้จะทำงานได้ดีกว่าในสภาพอากาศร้อนของไทย เพราะให้การปกป้องเครื่องยนต์ในอุณหภูมิสูงได้ดีเยี่ยม ช่วยประหยัดน้ำมัน และยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ พร้อมทั้งตอบโจทย์มาตรฐานการดูแลรักษาของ Honda อย่างเคร่งครัด สำหรับคนไทยแล้วต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะสภาพอากาศที่ทั้งร้อนและชื้นแบบนี้ น้ำมันเครื่องสังเคราะห์จะมีความเสถียรและต้านทานการเกิดออกซิเดชั่นได้ดีกว่าน้ำมันแร่ ช่วยลดปัญหาคาร์บอนสะสมและอาการสึกหรอของเครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะที่คู่มือระบุไว้ คือทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 6 เดือน แต่ถ้าต้องขับในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ที่รถติดบ่อยๆ อาจต้องเปลี่ยนถี่กว่านั้นหน่อย ถ้าเลือกใช้ยี่ห้ออื่นนอกจากของทาง Honda ต้องดูให้มั่นใจว่าได้มาตรฐาน API SN ขึ้นไป ข้อควรระวังคือรถแต่ละรุ่นหรือปีผลิตอาจต้องการน้ำมันเครื่องต่างกัน เช่นรุ่นไฮบริดอาจกำหนดเกรดน้ำมันเครื่องที่เข้มงวดกว่า ดังนั้นก่อนเข้าศูนย์ควรปรึกษาอู่ฮอนด้าที่ได้รับการรับหมายในไทยก่อน การเลือกน้ำมันเครื่องที่เหมาะสมนอกจากจะช่วยปกป้องเครื่องยนต์แล้ว ยังช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้ดี โดยเฉพาะกับการขับทางไกลหรือขับในเมืองแบบที่คนไทยนิยมทำกัน
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

เครื่องยนต์ที่หลากหลาย 1.5 ลิตร เครื่องยนต์มีกำลังสูงสุด 190 แรงม้า ในขณะที่ 2.0 ลิตร ระบบไฮบริดจะร่วมมือกับเครื่องยนต์ไฟฟ้า มีกำลังสูงสุด 215 แรงม้า
ฉนวนเสียงในประตูดี การฉีดฟองเสียงที่หลายแห่งครั้งแรก และติดตั้งระบบลดเสียงที่ใช้งาน
การออกแบบภายในสบาย ความรู้สึกในการจับเวลเป็นเลิศ การออกแบบเบาะดีและสบาย ที่นั่งด้านหลังกว้างขวาง
ขันธ์ที่ดี ยังมีความสนุกในการขับขี่ในเมืองและชานเมือง การขับขี่ช้าๆเป็นความสบาย แข็งแรงเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง
เทคโนโลยีความปลอดภัยที่ทันสมัย มีระบบช่วยขับขี่และความปลอดภัยที่หลากหลาย เช่น พวงมาลัยหลายฟังก์ชัน จอสัมผัสหรูหรา

ข้อเสีย

ส่วนภายในของรถบางส่วนไม่มีคุณภาพสูงพอ การใช้พลาสติกบางส่วนทำให้รู้สึกถึงคุณภาพ
รถรุ่นพื้นฐานไม่มีพอร์ท USB ที่ด้านหลัง หากต้องการ 4 พอร์ทคุณต้องซื้อรุ่น Hybrid
การปรับหมอนรองคอที่นั่งด้านหลังยาก ไม่มีการล็อคปรับภายในรถ
รถไม่กันแดด ราคาเกินหนึ่งล้านแต่มีกระจกข้างที่ปรับด้วยมือและไม่มีกระจกกันแดด ราคาคุ้มค่าน้อย

Q&A ล่าสุด

Q
สินค้านำเข้าแบบคู่ขนาน (Parallel Imported Goods) หมายถึง สินค้าที่ถูกนำเข้ามาจากต่างประเทศโดยไม่ผ่านตัวแทนจำหน่ายหรือผู้จำหน่ายที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากเจ้าของแบรนด์หรือผู้ผลิตสินค้า โดยสินค้านำเข้าแบบคู่ขนานมักมีต้นทุนต่ำกว่าและจำหน่ายในราคาที่ถูกกว่าผ่านช่องทางที่ไม่ใช่ช่องทางหลักที่ได้รับการอนุมัติ
สินค้านำเข้าแบบคู่ขนาน หมายถึงสินค้าที่นำเข้าจากตลาดต่างประเทศผ่านช่องทางที่ไม่ได้รับอนุญาตจากแบรนด์อย่างเป็นทางการ ในภาคยานยนต์นั้น หมายถึงรถยนต์นำเข้าแบบคู่ขนาน ข้อได้เปรียบหลักคือราคาที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับช่องทางตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต และความสามารถในการนำเสนอรุ่นหรือการกำหนดค่าพิเศษที่ไม่มีจำหน่ายในตลาดภายในประเทศ ยกตัวอย่างเช่น ตลาดไทย รถยนต์นำเข้าแบบคู่ขนานต้องผ่านการรับรอง 3C และปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยแห่งชาติ เช่น "เงื่อนไขทางเทคนิคสำหรับการใช้งานยานยนต์อย่างปลอดภัย" นอกจากนี้ยังต้องดำเนินการปรับปรุงแก้ไข 16 รายการ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงป้ายและไฟส่องสว่าง ณ จุดแก้ไขที่กำหนด นโยบายภาษีใหม่ของไทยที่เริ่มใช้ในปี 2026 จะเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรศุลกากรสำหรับชิ้นส่วนนำเข้าที่มีมูลค่าต่ำ (เช่น เซ็นเซอร์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์) ซึ่งอาจเพิ่มต้นทุนการบำรุงรักษาหลังการขายสำหรับรถยนต์นำเข้าแบบคู่ขนาน อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อระบบราคานำเข้ารถยนต์โดยรวมนั้นมีจำกัด เนื่องจากชิ้นส่วนหลักได้รับการเก็บภาษีในอัตราปกติอยู่แล้ว ที่สำคัญคือ ผู้จำหน่ายรถยนต์นำเข้าแบบคู่ขนานมีภาระผูกพันตามกฎหมายที่จะต้องปฏิบัติตามข้อผูกพันด้านการรับประกัน รัฐบาลไทยได้ปรับปรุงประสิทธิภาพการจดทะเบียนให้ดียิ่งขึ้นผ่านการตรวจสอบแบบ "แยกช่องทาง" และกระบวนการจดทะเบียนแบบ "ครบวงจร" แต่ผู้บริโภคยังคงต้องให้ความสำคัญกับความเข้ากันได้ของรถยนต์และการครอบคลุมของเครือข่ายบริการหลังการขาย ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเร่งพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า โดยแบรนด์จีนอย่าง Great Wall และ BYD ได้เข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อสภาพการแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้าแบบคู่ขนาน
Q
อะไรที่ถือว่าเป็นรถนำเข้า?
รถยนต์นำเข้า หมายถึง รถยนต์ที่ผลิตในต่างประเทศและนำเข้าสู่ตลาดไทยอย่างถูกกฎหมายเพื่อจำหน่าย โดยหลักๆ แล้วแบ่งออกเป็นสองประเภท ประเภทแรกคือ รถยนต์นำเข้าอย่างเป็นทางการที่จำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่าย 4S ที่ได้รับอนุญาต รถยนต์เหล่านี้จะได้รับการดัดแปลงจากโรงงานเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการปล่อยมลพิษและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของไทย และได้รับบริการหลังการขายอย่างเป็นทางการ แต่จะมีราคาสูงกว่า ตัวอย่างเช่น โตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ ที่นำเข้าอย่างเป็นทางการมีราคาเริ่มต้นประมาณ 4,500,000 บาท ประเภทที่สองคือ รถยนต์นำเข้าแบบคู่ขนาน ซึ่งซื้อโดยตรงจากตลาดต่างๆ เช่น ยุโรป สหรัฐอเมริกา และตะวันออกกลาง โดยผู้จำหน่ายอิสระ ตัวอย่างเช่น ฟอร์ด แรปเตอร์ สเปคสหรัฐฯ มักจะมีราคาถูกกว่ารุ่นที่นำเข้าอย่างเป็นทางการประมาณ 15%-20% อยู่ที่ประมาณ 3,200,000 บาท อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ รถยนต์เหล่านี้ต้องผ่านการรับรอง TISI ของกระทรวงคมนาคมของไทย (รวมถึงการทดสอบการปล่อยมลพิษและการแปลงเป็นพวงมาลัยขวา) และบริการหลังการขายจะขึ้นอยู่กับอู่ซ่อมรถของบุคคลที่สาม ควรทราบว่าประเทศไทยเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ตั้งแต่ 80% ถึง 200% โดยรถยนต์ไฮบริดได้รับการยกเว้นบางส่วน ตัวอย่างเช่น ภาษีนำเข้าของ Lexus NX350h อยู่ที่ประมาณ 120% ผู้บริโภคจำเป็นต้องพิจารณาราคา ความแตกต่างของรุ่น และความสะดวกสบายหลังการขายเมื่อตัดสินใจเลือกซื้อ รถยนต์นำเข้าแบบคู่ขนานเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรุ่นเฉพาะหรือต้องการทดลองใช้รุ่นใหม่ก่อนใคร ในขณะที่รถยนต์ที่จำหน่ายผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการจะให้ประสบการณ์การใช้งานระยะยาวที่ไร้กังวลมากกว่า
Q
“การนำเข้าสินค้าขนานในญี่ปุ่นถูกกฎหมายหรือไม่?”
รถยนต์นำเข้าแบบขนาน (Parallel Import Car) ในประเทศไทยเป็นการค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยรถยนต์ประเภทนี้ถูกนำเข้าจากตลาดต้นทาง (เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา หรือยุโรป) โดยผู้ค้าที่ไม่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากผู้ผลิต และต้องผ่านการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยและมลพิษ (Safety and Emission Standards) ที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก (Department of Land Transport) ของไทยก่อนจึงจะสามารถจำหน่ายได้ เมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์นำเข้าทางการ รถยนต์นำเข้าแบบขนานมักมีข้อได้เปรียบด้านราคาเนื่องจากลดขั้นตอนการกระจายสินค้า และสามารถนำเสนอรุ่นรถที่ยังไม่มีการนำเข้าในตลาดไทยหรือรุ่นที่มีอุปกรณ์ครบครันกว่า เช่น รถยนต์แบบพวงมาลัยขวา (Right-Hand Drive) บางรุ่นอาจยังคงการติดตั้งอุปกรณ์จากโรงงานผู้ผลิตโดยไม่มีการลดทอนคุณสมบัติเพื่อปรับให้เข้ากับท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติรถยนต์และระเบียบศุลกากรของไทย การนำเข้าแบบขนานที่ถูกกฎหมายต้องมีเอกสาร เช่น ใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin) หลักฐานการชำระภาษี (Tax Payment Receipt) ใบรับรองความสอดคล้องของรถยนต์ (Vehicle Conformity Certificate) เป็นต้น ผู้ซื้อควรตรวจสอบเอกสารเหล่านี้อย่างละเอียดเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาในการจดทะเบียนรถ ข้อควรระวังคือรถยนต์นำเข้าแบบขนานมักไม่ได้รับประกันจากผู้ผลิตอย่างเป็นทางการ แต่ผู้ค้าบางรายอาจให้บริการรับประกันจากบริษัทอื่น ควรเลือกผู้ค้าที่มีชื่อเสียงและทำความเข้าใจเงื่อนไขการบริการหลังการขาย (After-sales Service Terms) ให้ชัดเจน การค้าแบบนี้ไม่เพียงตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค แต่ยังส่งเสริมการแข่งขันในตลาด อย่างไรก็ตาม ก่อนการซื้อควรศึกษาความเหมาะสมของรถ (เช่น ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง ระบบนำทาง) และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาต่อไปอย่างละเอียด
Q
“การนำเข้าขนานมีผลต่อการรับประกันหรือไม่?”
รถยนต์นำเข้าแบบคู่ขนานโดยทั่วไปจะไม่ได้รับการรับประกันจากผู้ผลิตดั้งเดิม แต่เจ้าของรถสามารถขอรับบริการรับประกันได้โดยการซื้อประกันภัยจากบริษัทภายนอก กรมธรรม์ประกันภัยทั่วไปมักรวมถึงการรับประกันส่วนประกอบหลักสามส่วน (เครื่องยนต์ เกียร์ และตัวถัง) และการรับประกันตัวรถทั้งคัน โดยมีระยะเวลาคุ้มครองปกติอยู่ที่ 3 ปีถึง 60,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ว่าอย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และเบี้ยประกันประมาณ 3%-5% ของราคารถยนต์ ตัวแทนจำหน่ายอาจเสนอการรับประกันส่วนประกอบหลัก 1-3 ปี แต่ชิ้นส่วนที่สึกหรอง่าย เช่น ผ้าเบรกและยาง มักจะไม่รวมอยู่ด้วย ช่องทางการซ่อมบำรุง ได้แก่ ศูนย์บริการในเขตการค้าเสรี ร้านค้าพันธมิตรของบริษัทประกันภัย หรือร้าน 4S ที่ได้รับการรับรอง ศูนย์บริการในเขตการค้าเสรีมีประสิทธิภาพในการจัดสรรชิ้นส่วนสูงกว่าและเหมาะสมสำหรับรุ่นพิเศษ เช่น รถยนต์สเปคตะวันออกกลางและสหรัฐอเมริกา เจ้าของรถควรเก็บสัญญาซื้อขาย ใบรับประกัน และบันทึกการซ่อมไว้ใช้ในกรณีที่มีข้อพิพาท ขอแนะนำให้เลือกบริษัทประกันภัยและช่องทางการซ่อมที่น่าเชื่อถือเพื่อให้มั่นใจได้ถึงบริการหลังการขายที่เชื่อถือได้ นโยบายการรับประกันสำหรับรถยนต์นำเข้าแบบคู่ขนานได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และผู้บริโภคเพียงแค่ตรวจสอบข้อกำหนดและเงื่อนไขอย่างละเอียดเมื่อซื้อรถยนต์ก็จะได้รับความคุ้มครองที่คล้ายคลึงกับรถยนต์ที่จำหน่ายผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ
Q
การนำเข้าขนานเป็นของแท้หรือไม่?
รถนำเข้าข้ามมาตรฐาน (Parallel Import Cars) เป็นรถยนต์ต้นฉบับที่ผลิตโดยโรงงานผู้ผลิต แต่ต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายและการรับรองที่ถูกต้องเพื่อยืนยันความแท้จริง รถเหล่านี้ถูกนำเข้าโดยผู้ค้าจากประเทศต้นทางโดยตรง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ผลิตแบรนด์อย่างเป็นทางการ แต่ยังต้องเป็นไปตามกฎระเบียบท้องถิ่น เช่น มาตรฐานความปลอดภัยและการรับรอง 3C ของประเทศไทย ปัจจัยสำคัญในการตรวจสอบรถนำเข้าข้ามมาตรฐานที่ถูกต้องคือการตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ได้แก่ ใบรับรองการนำเข้า (Customs Clearance) ใบรับรองความสอดคล้องของรถยนต์ (Certificate of Conformity) และต้องตรวจสอบหมายเลขตัวถัง (VIN) ให้ตรงกับสภาพจริงของรถ รายละเอียดภายนอก เช่น สภาพสีและสกรู สามารถบ่งชี้ว่ารถผ่านการดัดแปลงที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ ข้อดีของรถนำเข้าข้ามมาตรฐานคือราคามักจะถูกกว่าช่องทางทางการ 10%-20% และระยะเวลารอรับรถสั้นกว่า แต่ต้องคำนึงว่าบริการหลังการขายอาจไม่สมบูรณ์แบบเท่าช่องทางทางการ ผู้บริโภคควรเลือกซื้อจากผู้จำหน่ายที่มีความน่าเชื่อถือ และตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีเอกสารครบถ้วน เพื่อหลีกเลี่ยงการซื้อรถที่ถูกดัดแปลงผิดกฎหมายหรือมีแหล่งที่มาไม่ชัดเจน
ดูเพิ่มเติม