Q
Land Rover Defender รุ่นใหม่จะออกเมื่อไหร่
รถ Land Rover Defender รุ่นล่าสุดเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้วในปี 2023 โดยยังคงดีไซน์ออฟโรดแนวฮาร์ดคอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์ Defender แต่เพิ่มเติมด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ระบบความบันเทิง PIVI Pro และระบบ Terrain Response ที่ตอบสนองต่อสภาพพื้นผิวหลากหลายแบบ ทำให้เหมาะกับสภาพเส้นทางทั้งในเมืองและการผจญภัยกลางแจ้งของไทย Defender ในตลาดไทยมีตัวเลือกเครื่องยนต์ทั้งแบบดีเซลประสิทธิภาพสูงและปลั๊ก-อินไฮบริด เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกัน ด้วยโครงสร้างตัวรถที่แข็งแกร่งและสมรรถนะออฟโรดอันยอดเยี่ยม รุ่นใหม่นี้ยังได้รับการอัปเกรดในเรื่องความสะดวกสบายและเทคโนโลยี เช่น หน้าจอแสดงผลดิจิทัลและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ที่ช่วยเสริมประสบการณ์การขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น สำหรับคนไทยแล้ว Defender ไม่ใช่แค่รถออฟโรดประสิทธิภาพสูง แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะสำหรับคนรักการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยและต้องการความเป็นตัวตนที่แตกต่าง
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
“Fortuner ปี 2025 ค่าบำรุงรักษาแพงไหม?”
จากประสิทธิภาพของ Toyota Fortuner ในตลาดไทยและความน่าเชื่อถือของแบรนด์ Toyota ทั้งหมดในปัจจุบัน คาดว่า Fortuner รุ่นปี 2025 จะไม่ใช่รถที่ค่าบำรุงรักษาสูง Toyota มีเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายที่มั่นคงและระบบจัดหาอะไหล่ที่ครบวงจรในประเทศไทย ซึ่งทำให้การบำรุงรักษาและซ่อมแซมตามกำหนดสะดวกสบายและคุ้มค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรถยนต์รุ่นที่ขายมานานอย่างฟอร์จูนเนอร์ ซึ่งมีอะไหล่ให้เลือกซื้อมากมายและราคาคงที่ ความทนทานของ Fortuner ได้รับการพิสูจน์มาอย่างยาวนาน เทคโนโลยีแชสซีส์และเครื่องยนต์ได้รับการพัฒนาอย่างครบถ้วนและเชื่อถือได้ อีกทั้งยังมีอัตราความเสียหายต่ำเมื่อใช้งานตามปกติ อย่างไรก็ตาม ในฐานะรถ SUV ขนาดกลางที่มีสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรด หากต้องขับขี่ในสภาพถนนที่เลวร้ายบ่อยครั้ง ค่าบำรุงรักษาระบบช่วงล่างและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อจะสูงกว่ารถ SUV ทั่วไปในเมืองเล็กน้อย ขอแนะนำให้เจ้าของรถบำรุงรักษาตามคู่มือการบำรุงรักษาอย่างเป็นทางการอย่างสม่ำเสมอ และใช้อะไหล่แท้เพื่อลดต้นทุนการใช้งานในระยะยาว รถ SUV ระดับเดียวกันในตลาดประเทศไทย เช่น Isuzu MU-X และ Mitsubishi Pajero Sport ก็มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาใกล้เคียงกัน ผู้บริโภคสามารถเลือกได้ตามความชอบส่วนบุคคลและความต้องการที่แท้จริง
Q
การจอดรถ Land Rover Defender ปี 2025 ง่ายแค่ไหน?
รถ Land Rover Defender รุ่นปี 2025 จอดในเมืองไทยค่อนข้างสะดวก เพราะมีระบบกล้องรอบคันและระบบช่วยจอดอัตโนมัติมาตรฐานที่ช่วยจัดการกับซอยแคบในกรุงเทพหรือที่จอดรถในห้างที่คับขันได้ดี รุ่นเวอร์ชันระยะฐานล้อสั้นมีรัศมีวงเลี้ยวแค่ 12 เมตร แม้ในที่จอดรถขนาดเล็กอย่างถนนสุขุมวิทก็ยังขับเคลื่อนได้คล่องตัว แต่อย่าลืมว่าการออกแบบช่วงล่างสูงอาจทำให้จอดในบางลานจอดรถระบบกลไกไม่ได้ เพราะความสูงอาจเกินกำหนด ที่น่าสนใจคือฟังก์ชั่นพื้นรถโปร่งแสงที่เจ้าของรถในไทยชอบเลือกเสริมมา จะช่วยตรวจสอบขอบทางหรือหลุมบ่อได้ดี ส่วนระบบช่วงล่างปรับระดับได้ที่ลดตัวรถลงได้ 45 มม. ก็ช่วยได้มากเวลาจอดในลานจอดทางชันที่พบได้บ่อยในไทย ถ้าใครต้องขับผ่านถนนแคบในเมืองเก่าลำพูนบ่อยๆ แนะนำให้ติดตั้งระบบพวงมาลัยหลังเสริม จะช่วยลดเส้นผ่านศูนย์กลางวงเลี้ยวลงได้ประมาณ 15% และที่สำคัญในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย ควรตรวจสอบความไวของเซ็นเซอร์ระบบช่วยขับเป็นประจำ เพราะความร้อนและความชื้นอาจทำให้กล้องจับภาพไม่แม่นยำ
Q
Defender ปี 2025 จะเป็นรุ่นไฮบริดหรือเปล่า?
ใช่แล้ว รุ่น 2025 ของ Land Rover Defender มีแบบไฮบริดให้เลือกด้วยนะครับ รุ่นนี้มาพร้อมกับระบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่ประหยัดน้ำมันและประสิทธิภาพสูง ผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์สันดาปแบบดั้งเดิมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้ทั้งแรงและประหยัดน้ำมันไปพร้อมๆ กัน แถมยังลดการปล่อยมลพิษได้อีกด้วย เหมาะสำหรับตลาดไทยที่ตอนนี้กำลังเน้นเรื่องมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการประหยัดน้ำมันมากขึ้น ในประเทศไทย รถยนต์ไฮบริดยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งเป็นแรงดึงดูดที่สำคัญสำหรับผู้บริโภค ระบบไฮบริดของ Land Rover Defender ได้รับการปรับแต่งอย่างพิถีพิถันเพื่อรักษาสมรรถนะที่เสถียรแม้ในสภาพอากาศที่ร้อนจัดและสภาพถนนที่ซับซ้อนของประเทศไทย ยิ่งไปกว่านั้น การเพิ่มเทคโนโลยีไฮบริดเข้าไปไม่ได้ลดทอนสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดอันเป็นเอกลักษณ์ของ Defender แต่อย่างใด รถยนต์รุ่นนี้ยังคงมาพร้อมเทคโนโลยี Terrain Response และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อขั้นสูง ทำให้สามารถขับขี่บนถนนชนบทและพื้นผิวที่ลื่นในฤดูฝนของประเทศไทยได้อย่างง่ายดาย สำหรับผู้บริโภคชาวไทย การเลือก Defender ไฮบริดไม่เพียงแต่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังช่วยประหยัดเชื้อเพลิงในการใช้งานประจำวัน พร้อมกับสัมผัสประสบการณ์คุณภาพสูงและความหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Land Rover
Q
หน้าจอของ Defender ปี 2025 จะมีขนาดใหญ่แค่ไหน?
2025 Land Rover Defender จอแสดงผลขนาด 11.4 นิ้ว จอสัมผัสกลางนี้ใช้เทคโนโลยีแสดงผลความละเอียดสูง ทำงานลื่นไหลและรองรับการเชื่อมต่ออัจฉริยะ เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนไทยทั้งขับขี่ในเมืองและลุยทางออฟโรด แม้ในสภาพอากาศไทยที่ทั้งร้อนและฝนตกบ่อย แต่จอก็ยังมองเห็นชัดเจนด้วยการเคลือบป้องกันแสงสะท้อนและรอยนิ้วมือ แถมดีไซน์แกร่งของดีเฟนเดอร์ยังรับมือกับสภาพถนนหลากหลายในไทยได้ดี นอกจากอัพเกรดจอแล้ว ระบบมัลติมีเดียรุ่น 2025 ยังเพิ่มฟังก์ชันรองรับภาษาไทยทั้งสั่งงานด้วยเสียงและแผนที่นำทาง ทำให้ใช้งานง่ายขึ้น Defender ขึ้นชื่อเรื่องความทนทานและสมรรถนะออฟโรดอยู่แล้ว ส่วนรุ่นใหม่นี้ยังเสริมจุดแข็งด้วยเทคโนโลยีครบครัน ทั้งขับทำงานในเมืองหรือลุยป่าก็ตอบโจทย์ แถมคนไทยยังอัพเกรดเพิ่มได้อีก เช่น ติดตั้งกล้องรอบทิศทาง 360 องศาหรือระบบเสียงระดับพรีเมียม เพื่อประสบการณ์ขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น
Q
Defender ปี 2025 มีเทคโนโลยีอะไรบ้าง?
Defender รุ่นปี 2025 ติดตั้งเทคโนโลยีล้ำสมัยมากมาย ในส่วนของสมรรถนะ มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.4 ลิตร เทอร์โบชาร์จคู่ ให้กำลังสูงสุดถึง 635 แรงม้า กำลังส่งสูงสุด 467 กิโลวัตต์ มอบแรงขับที่ทรงพลัง เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ 250 กม./ชม. ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อขับเคลื่อนสี่ล้อพร้อมระบบช่วงล่างขั้นสูง ทั้งช่วงล่างหน้าและหลังใช้ระบบแขนควบคุมช่วงล่างแบบสปริงลม มอบประสิทธิภาพการทรงตัวและการควบคุมที่ดีเยี่ยม ด้านความปลอดภัยและเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ มาพร้อมระบบอำนวยความสะดวกมากมายเป็นมาตรฐาน เช่น ระบบเบรก ABS ระบบป้องกันล้อล็อก ระบบควบคุมเสถียรภาพตัวถัง ระบบช่วยเปลี่ยนเลน ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน ระบบเบรกอัตโนมัติ ฯลฯ เพื่อรับประกันความปลอดภัยสูงสุดในการขับขี่ ภายในห้องโดยสารมีหน้าจอควบคุมกลางขนาด 11.4 นิ้ว พร้อมระบบเสียง Meridian ครบทุกย่านความถี่ ให้ภาพและเสียงคมชัด พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน เช่น แท่นชาร์จไร้สาย เพื่อความสะดวกในการใช้งาน
Q
ลักษณะการขับขี่แบบออฟโรดของ Defender ปี 2025 มีอะไรบ้าง?
Defender ปี 2025 ยังคงรักษาสมรรถนะการขับขี่ออฟโรดอันสมบุกสมบันแบบคลาสสิกไว้ได้อย่างลงตัว ปรับแต่งให้เหมาะสมกับภูมิประเทศที่เป็นภูเขาและป่าฝนของประเทศไทย ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อมาตรฐาน ระบบกันสะเทือนถุงลมปรับระดับได้ และระบบ Terrain Response 2 สามารถปรับให้เข้ากับภูมิประเทศที่มักท้าทายของประเทศไทยได้อย่างชาญฉลาด ไม่ว่าจะเป็นถนนบนภูเขาที่เต็มไปด้วยโคลนและพื้นโคลนกรวด ความลึกในการลุยน้ำ 900 มม. เพียงพอที่จะรับมือกับน้ำท่วมฉับพลันในช่วงฤดูฝน ขณะที่ระบบล็อกเฟืองท้ายอิเล็กทรอนิกส์และระบบ All-Terrain Progress Control ช่วยให้การขับขี่บนทางลาดชันและพื้นผิวหินเป็นไปอย่างราบรื่น ตัวถังอะลูมิเนียมน้ำหนักเบาของ Defender ยังคงความแข็งแกร่งสูง พร้อมลดความเสี่ยงในการติดหล่ม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งบนถนนเปียกและถนนที่นุ่มนวลของประเทศไทย สำหรับการผจญภัยบนภูเขาในเชียงใหม่ทางตอนเหนือของประเทศไทย หรือป่าชายเลนในกระบี่ทางภาคใต้ของประเทศไทย ขอแนะนำให้ใช้ยางออลเทอร์เรนอัตโนมัติเสริม เพื่อเพิ่มการยึดเกาะ กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา ยังมีประโยชน์อย่างมากสำหรับการขับขี่บนเส้นทางแคบๆ ในป่า มุมเข้า (38 องศา) และมุมออก (40 องศา) ของ Defender โดดเด่นกว่ารถรุ่นอื่นๆ ด้วยส่วนยื่นด้านหน้าที่สั้น ทำให้สามารถขับบนทางลาดชันและหุบเหวที่มักพบเห็นได้ทั่วไปในชนบทของประเทศไทยได้อย่างง่ายดาย จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบออฟโรดในตัวรถจะตรวจสอบพารามิเตอร์ต่างๆ เช่น ความเอียงของรถและสถานะช่วงล่างแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ผู้ขับขี่สำรวจภูมิประเทศธรรมชาติอันหลากหลายของประเทศไทยได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น
Q
ความสูงจากพื้นถึงท้องรถของ Defender รุ่นปี 2025 คือเท่าไหร่
รถยนต์ Land Rover Defender รุ่นปี 2025 มีระยะความสูงจากพื้นรถที่แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น โดยรุ่นมาตรฐานจะอยู่ที่ประมาณ 291 มิลลิเมตร ส่วนรุ่นที่ติดตั้งระบบกันสะเทือนแบบอากาศ (Air Suspension) เมื่ออยู่ในโหมดขับขี่ออฟโรดจะสามารถเพิ่มความสูงได้ถึง 330 มิลลิเมตร ซึ่งดีไซน์นี้ช่วยให้รถสามารถรับมือกับสภาพถนนที่หลากหลายในประเทศไทยได้อย่างสบาย ไม่ว่าจะเป็นถนนลื่นในช่วงฤดูฝนหรือเส้นทางออฟโรดในเขตภูเขาทางภาคเหนือ ระยะความสูงจากพื้นรถถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดความสามารถออฟโรดที่สำคัญ โดย Defender ที่มีระยะความสูงจากพื้นรถมาก พร้อมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบเต็มเวลา (All-Wheel Drive) และระบบ Terrain Response ที่สามารถปรับเปลี่ยนการทำงานตามสภาพถนน ทำให้รถคันนี้มีสมรรถนะในการขับขี่ผ่านเส้นทางต่างๆ ได้ดีเยี่ยม เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศที่หลากหลายของประเทศไทยเป็นอย่างมาก สำหรับผู้บริโภคไทยที่กำลังมองหา SUV นอกเหนือจากระยะความสูงจากพื้นรถแล้ว ยังควรให้ความสนใจกับมุมเข้า (Approach Angle) มุมออก (Departure Angle) และความสามารถในการขับผ่านน้ำ (Wading Depth) ด้วย เพราะปัจจัยเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อสมรรถนะออฟโรดในทางปฏิบัติ ซึ่ง Defender ก็ทำได้ดีในทุกด้าน เช่น ความสามารถในการขับผ่านน้ำที่สูงถึง 900 มิลลิเมตร เพียงพอสำหรับการรับมือกับน้ำท่วมฉับพลันหรือทางน้ำตื้นในประเทศไทย นอกจากนี้ โครงสร้างช่วงล่างที่แข็งแรงและความทนทานของ Defender ยังทำให้รถคันนี้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับการเดินทางไกลหรือการผจญภัยกลางแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองหรือการลุยป่าลุยเขาก็ทำได้อย่างคล่องแคล่ว
Q
ความสามารถในการลากจูงของ Defender ปี 2025 คือเท่าไหร่?
สำหรับรุ่น Defender 2025 ความสามารถในการลากจูงจะแตกต่างกันไปตามรุ่นและแบบเครื่องยนต์ โดยรุ่น Defender 110 แบบดีเซลสามารถลากจูงได้สูงสุดถึง 3,720 กิโลกรัม ส่วนรุ่นเบนซินลากจูงได้ 3,500 กิโลกรัม ซึ่งข้อมูลนี้ใช้ได้ในตลาดไทยเหมือนกัน เหมาะกับการใช้งานลากจูงทั่วไป เช่น เรือยอร์ช รถบ้าน หรืออุปกรณ์หนักต่างๆ ในไทยด้วยสภาพพื้นที่ที่หลากหลาย ทั้งในเมือง ภูเขา หรือแม้แต่ชายหาด การลากจูงเป็นฟีเจอร์ที่สำคัญและ Defender ก็ตอบโจทย์นี้ได้ดี แต่ต้องระวังเรื่องการกระจายน้ำหนักของสิ่งของที่ลากจูง ระบบเบรกที่ต้องใช้งานร่วมกัน รวมถึงกฎหมายไทยที่กำหนดให้น้ำหนักรถพ่วงรวมต้องไม่เกิน 1.5 เท่าของน้ำหนักรถที่ลงทะเบียน และต้องมีระบบเบรกแยกต่างหาก นอกจากนี้การลากจูงหนักเป็นประจำอาจส่งผลต่ออัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันและอายุการใช้งานของชิ้นส่วนต่างๆ แนะนำให้ตรวจสอบระดับน้ำมันเกียร์และระบบหล่อเย็นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้รถอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ สำหรับใครที่ต้องลากจูงบ่อยๆ สามารถเลือกติดตั้งชุดอุปกรณ์ลากจูงจากศูนย์ ซึ่งรวมถึงระบบช่วงล่างเสริมและระบบควบคุมความมั่นคง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการขับขี่
Q
Fortuner 2025 จะใช้งานได้นานแค่ไหน
รถ Fortuner 2025 ของ Toyota เป็น SUV ที่เน้นความทนทานเป็นหลัก ในสภาพอากาศร้อนชื้นและถนนซับซ้อนของประเทศไทย แค่ดูแลรักษาตามกำหนดและขับขี่อย่างเหมาะสม ก็สามารถใช้งานได้มั่นคงเกิน 2 แสนกิโลเมตร หรือประมาณ 15 ปี เครื่องยนต์และเกียร์ซึ่งเป็นส่วนสำคัญถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ยาวนาน แพ็คเกจบริการจากโชว์รูม Toyota ในประเทศไทยช่วยยืดอายุรถได้ดี แนะนำให้ทำบริการพื้นฐานทุก 1 หมื่นกิโลเมตรหรือทุก 6 เดือน ต้องใส่ใจเป็นพิเศษเรื่องระบบแอร์และการป้องกันสนิมใต้ท้องรถ ส่วนถนนที่มีน้ำขังบ่อยในไทย แนะนำให้ติดตั้งแผ่นป้องกันใต้เครื่อง หากใช้ไบโอดีเซล B20 ที่ได้มาตรฐานต้องเปลี่ยนฟิลเตอร์น้ำมันเชื้อเพลิงตามกำหนด กรณีจอดรถนานๆควรถอดขั้วแบตเตอรี่ด้านลบออก SUV โครงสร้างแบบแบ็คบอนนี้ในตลาดมือสองของไทยยังคงมูลค่าสูง แม้ใช้งานมา 10 ปี หากสภาพดีก็ยังคงมูลค่าได้ประมาณ 50% และสิ่งสำคัญคือต้องตรวจสอบข้อมูลการเรียกคืนสินค้าเป็นประจำบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของโตโยต้าประเทศไทย
Q
“Toyota Prado 2025 มีขนาดเท่าไหร่?”
รถยนต์ Toyota ปราโด รุ่นปี 2025 มีขนาดความยาว 4,925 มม. กว้าง 1,980 มม. และสูง 1,920 มม. ระยะฐานล้ออยู่ที่ 2,850 มม. ขนาดตัวรถที่ใหญ่แบบนี้ทำให้ ปราโด มีพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง นั่งสบายทั้งคนขับและผู้โดยสาร ไม่ว่าจะเป็นแถวหน้าหรือแถวหลัง ก็มีพื้นที่สำหรับศีรษะและขาที่เพียงพอ แถมตัวรถใหญ่และระยะฐานล้อที่ยาวยังช่วยให้รถวิ่งได้มั่นคงมากขึ้น โดยรวมแล้ว Land Rover Defender รุ่นนี้ตอบโจทย์ทั้งเรื่องพื้นที่และการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ เหมาะกับทุกการใช้งานไม่ว่าจะเป็นในเมืองหรือทางวิบาก
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
รถกระบะ 4x4 แบบตอนเดียว ยี่ห้อไหนดี?
ในการเลือกรถพิคอัป 4x4 แบบแถวเดียว โตโยต้า นิสสัน และอิซซุซุคือแบรนด์ที่มีประสิทธิภาพโดดเด่นในตลาดท้องถิ่น ซีรีส์โตโยต้า Hilux มีรุ่น 4x4 แบบแถวเดียว ซึ่งติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T หรือ 2.8T และได้รับความนิยมจากความน่าเชื่อถือและศักยภาพในการปรับแต่งที่หลากหลาย ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้งานหลากหลายสถานการณ์ทั้งการขนส่งและการขับออฟโรด;รถนิสสัน Navara รุ่น 4x4 แบบแถวเดียว มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.3T กำลังสูงและกำลังต่ำ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานการปล่อยไอเสีย Euro 5 พร้อมระบบกรองอนุภาคไอเสีย (DPF) ภายในรถได้รับการอัปเกรด ราคาเริ่มต้นที่ 605,000 บาท โดยผสานความใช้งานได้จริงและประสบการณ์การขับขี่เข้าด้วยกัน;ส่วนอิซซุซุ D-MAX รุ่น 4x4 แบบแถวเดียว เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการปรับแต่งรถออฟโรด ระบบขับเคลื่อนมีความเสถียรและเหมาะกับสภาพถนนที่ท้าทาย แบรนด์เหล่านี้มีเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครอบคลุมและมีอะไหล่ครบครันในท้องถิ่น สามารถตอบสนองความต้องการทั้งการใช้งานเชิงพาณิชย์และการขับออฟโรดของรถพิคอัป 4x4 แบบแถวเดียวได้
Q
รถกระบะประเภทไหนที่ดี?
เมื่อเลือกซื้อรถกระบะ สามารถพิจารณารุ่นยอดนิยมหลายรุ่นได้ตามความต้องการใช้งานจริง รถกระบะ Toyota Hilux เป็นตัวเลือกชั้นนำในตลาด มีให้เลือกหลายรุ่นย่อย: รุ่น Revo มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T และ 2.8T ประหยัดน้ำมันได้ดีขึ้น 8% และผ่านมาตรฐาน Euro 5; รุ่นไฟฟ้าเริ่มต้นที่ 1.49 ล้านบาท และวิ่งได้ไกลกว่า 300 กิโลเมตร ส่วน Hilux Champ นั้นราคาประหยัดกว่า ปรับแต่งได้หลากหลาย และเหมาะกับสถานการณ์ต่างๆ สำหรับ Isuzu D-MAX ด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลที่ล้ำสมัย สมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดที่ยอดเยี่ยม และความสามารถในการบรรทุก จึงเป็นที่ชื่นชอบของผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์และผู้ชื่นชอบการขับขี่แบบออฟโรด แข่งขันอย่างดุเดือดกับรุ่นของ Toyota ในด้านยอดขาย ในกลุ่มรถกระบะพลังงานใหม่ RIDDARA RD6 ECON ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์ เริ่มต้นที่ 739,000 บาท และมาพร้อมแพลตฟอร์มพลังงานอัจฉริยะ OmniPower Stack ที่ผสานรวมการชาร์จ การจัดเก็บพลังงาน และการจ่ายพลังงาน รถกระบะ BYD Shark6 แบบสองโหมดใช้ระบบไฮบริด ให้กำลังสูงสุด 321 กิโลวัตต์ แรงบิด 650 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.7 วินาที และระยะทางวิ่งรวม 800 กิโลเมตร ส่วนรถกระบะ MG Extender มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร ไฟวิ่งกลางวัน LED ภายในตกแต่งด้วยหนัง และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่หลายอย่าง ราคาอยู่ระหว่าง 549,000 ถึง 759,000 บาท ถือว่าคุ้มค่ามาก รถยนต์รุ่นเหล่านี้ครอบคลุมทั้งตัวเลือกยานยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงแบบดั้งเดิมและยานยนต์พลังงานใหม่ ตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นด้านการใช้งาน ประสิทธิภาพ หรือนวัตกรรม
Q
รถกระบะยี่ห้อไหนที่ดี?
ในตลาดไทย Toyota Hilux เป็นยี่ห้อรถกระบะที่มีความเป็นตัวแทนอย่างมาก รุ่นที่ 9 ได้รับการเปิดตัวเมื่อเร็วๆ นี้ รุ่นดีเซลได้เข้าสู่ตลาดแล้ว ราคาขั้นต่ำ 774,000 บาท มีประสิทธิภาพการใช้น้ำมันดีขึ้น 8% และเป็นไปตามมาตรฐาน Euro 5 รุ่นไฟฟ้าจะเริ่มผลิตในปลายปี ราคาขั้นต่ำ 1,490,000 บาท วิ่งได้ระยะทางกว่า 300 กิโลเมตรต่อการชาร์จ นอกจากนี้ยังมีรุ่นพื้นฐาน Hilux Champ ที่เน้นความคุ้มค่าและพื้นที่สำหรับการปรับแต่ง DIY เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย
Isuzu D-MAX ก็เป็นอีกตัวเลือกยอดนิยม ด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลที่แข็งแกร่งและสมรรถนะออฟโรดที่โดดเด่น ผลัดกันครองตำแหน่งผู้นำตลาดกับ Toyota โดยมีประสิทธิภาพโดดเด่นทั้งในการใช้งานเชิงพาณิชย์และการขับขี่ออฟโรด
สำหรับผู้สนใจรถพลังงานใหม่ MG Extender ราคา 549,000 ถึง 759,000 บาท ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตรและระบบช่วยขับขี่หลายระบบ Geely RIDDARA RD6 ECON รถกระบะไฟฟ้า ราคาเริ่มต้น 739,000 บาท มีฟังก์ชันชาร์จ เก็บพลังงาน และจ่ายไฟฟ้า ส่วน BYD Shark6P รถกระบะแบบทวิพลัง มีกำลังรวม 321 kW แรงบิด 650 Nm และวิ่งได้ไกลถึง 800 กิโลเมตร
วัฒนธรรมรถกระบะไทยเน้นประโยชน์ใช้สอยหลากหลาย ยี่ห้อต่างๆ มีตัวเลือกมากมายตามความต้องการ ผู้บริโภคสามารถเลือกได้ตามงบประมาณ ความชอบระบบขับเคลื่อน (น้ำมัน/ไฟฟ้า/ไฮบริด) และลักษณะการใช้งาน (เชิงพาณิชย์/ครอบครัว/ออฟโรด)
Q
รถกระบะที่ถูกที่สุดในประเทศไทยคือรุ่นอะไร?
ปิคอัปที่ราคาถูกที่สุดในตลาดในปัจจุบันคือ โตโยต้า Hilux Champ ซึ่งราคาขายเริ่มต้นที่ 495,000 บาท
รุ่นนี้มีตัวเลือกระบบขับเคลื่อนหลายแบบ ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เครื่องยนต์เบนซิน 2.7 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.4 ลิตร ที่จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 สปีดหรือเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด สามารถตอบสนองความต้องการใช้งานในสถานการณ์ต่างๆได้
ในด้านขนาด มีตัวเลือก 2 แบบ ได้แก่ ระยะฐานล้อสั้น (4,705 มม., 4,970 มม.) และระยะฐานล้อยาว (5,040 มม., 5,300 มม.) โดยการออกแบบเน้นการควบคุมต้นทุน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความประหยัดและประโยชน์ใช้สอย
นอกจากนี้ รุ่นนี้ยังรองรับการปรับแต่งตามความต้องการ ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนการตั้งค่าตามวัตถุประสงค์ใช้งาน เช่น การขนส่งเชิงพาณิชย์ การตั้งแคมป์ หรือการขายของตามแผงลอย เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย
ราคาปิคอัปของแบรนด์อื่นค่อนข้างสูงกว่า เช่น อีซูซุ D-MAX รุ่นพาณิชย์แถวเดียว ราคาเริ่มต้น 562,000 บาท นิสสัน นวารา รุ่นพาณิชย์แถวเดียวราคาต่ำสุด เริ่มต้นที่ 595,000 บาท และฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น XL แถวเดียวราคาต่ำสุด เริ่มต้นที่ 707,000 บาท
Q
รถกระบะ 4 ประตู 4x4 ยี่ห้อไหนดีในปี 2025?
รถพิคอัพรุ่นสี่ประตูสี่ล้อขับเคลื่อนที่ประสิทธิภาพโดดเด่นในตลาดไทยปี 2025 ได้แก่ นิสสัน นวาเระ (Nissan Navara)、เอ็มจี เอ็กสเตนเดอร์ (MG Extender)、อิซูซุ ดี-แม็กซ์ (Isuzu D-MAX) และโตโยต้า ฮิลัคซ์ (Toyota Hilux)
นิสสัน นวาเระ ในฐานะรถยนต์หลัก ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 2.3 ลิตรเทอร์โบชาร์จที่สอดคล้องกับมาตรฐาน Euro 5 พร้อมให้เลือกกำลังขับสองระดับและเกียร์อัตโนมัติ มาพร้อมระบบกรองไอเสีย DPF และห้องโดยสารที่ได้รับการอัปเกรด ราคาอยู่ระหว่าง 605,000 ถึง 1,175,000 บาท ซึ่งตอบสนองความต้องการทั้งการใช้งานเชิงพาณิชย์และครอบครัว
เอ็มจี เอ็กสเตนเดอร์ มีจุดเด่นด้านความคุ้มค่า โดยเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตรเทอร์โบชาร์จให้กำลัง 162 แรงม้าและแรงบิด 375 นิวตัน-เมตร คู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีดหรือเกียร์อัตโนมัติ รุ่นระดับสูงประกอบด้วยไฟกลางวัน LED เก้าอี้หุ้มหนัง และระบบช่วยขับขี่ เช่น เตือนการออกนอกเลนและควบคุมความเร็วขณะลงเขา ราคา 549,000 ถึง 759,000 บาท
อิซูซุ ดี-แม็กซ์ ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลที่สั่งสมมาทำให้สามารถแข่งขันในตลาดได้ ส่วนโตโยต้า ฮิลัคซ์ มียอดขายสูงสุดมาอย่างต่อเนื่องด้วยประสิทธิภาพที่มั่นคง
รถทุกรุ่นสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคไทยที่เน้นประโยชน์ใช้สอยและความหลากหลายของรถกระบะ ผู้ซื้อสามารถเลือกได้ตามงบประมาณและวัตถุประสงค์การใช้งาน: หากเน้นสมรรถนะและอุปกรณ์ครบครันแนะนำนิสสัน นวาเระ หากต้องการความคุ้มค่าพิจารณาเอ็มจี เอ็กสเตนเดอร์ และหากต้องการเทคโนโลยีที่ผ่านการทดสอบและชื่อเสียงในตลาดแนะนำอิซูซุ ดี-แม็กซ์หรือโตโยต้า ฮิลัคซ์
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับมายืนบนจุดสูงสุด! Land Rover Defender D7X-R คว้าแชมป์และรองแชมป์ในกลุ่มรถผลิตจำนวนมากของ Dakar Rally
สุรเดชJan 20, 2026

การเพิ่มขึ้นของแบรนด์ตัวเองในตลาดจีนทําให้ยอดขายรถยนต์นําเข้าลดลงอย่างต่อเนื่อง คุณซื้อรถจีนไหม?
AshleyJul 29, 2024

เริ่มต้นที่ 1,220,000 ริงกิต! SUVหรู: Land Rover Range Rover ความสนุกในการขับขี่ไม่มีที่สิ้นสุด!
AshleyJul 16, 2024


ข้อดี
ข้อเสีย