Q
ยาง Goodyear ดีไหม
ยางกูดเยียร์เป็นที่นิยมในไทยเนื่องจากคุณภาพคงที่ เน้นความทนทานและยึดเกาะถนนเปียก เหมาะกับสภาพถนนและอากาศฝนชุกของไทย อย่างซีรีส์เอฟฟิเชียนท์กริปแสดงผลดีบนถนนลื่น ส่วนดูร่าพลัสได้รับความนิยมจากรถแท็กซี่และผู้ขับทางไกลเนื่องจากอายุการใช้งานยาว ผู้บริโภคควรเลือกยางเกรด A สำหรับการระบายความร้อนในภูมิอากาศร้อน สำหรับรถ SUV ซีรีส์แรงเกอร์เหมาะกับถนนภูเขา ขณะที่แอชัวแรนซ์เหมาะกับรถเมืองให้ความเงียบสบาย นอกเหนือจากกูดเยียร์ ยางมิชลินและบริจสโตนก็เป็นตัวเลือกอื่นที่ควรพิจารณา เลือกตามความต้องการและงบประมาณ เปลี่ยนยางตามคำแนะนำกรมการขนส่งทุก 4-5 ปีหรือ 5-6 หมื่นกิโลเมตร และเลือกยางที่มีมาตรฐาน TISI เพื่อความปลอดภัย
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
ประเภทรถยอดนิยม
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
EBD system หรือระบบการกระจายแรงเบรกไฟฟ้า มีหน้าที่ช่วยปรับแรงเบรกให้เหมาะสมกับแต่ละล้อขึ้นอยู่กับน้ำหนักและสภาพการขับขี่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการหยุดรถ
ระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) จะปรับการกระจายแรงเบรกไปยังล้อแต่ละล้อแบบไดนามิก โดยตรวจสอบน้ำหนักบรรทุกของล้อและสถานะการขับขี่แบบเรียลไทม์ ช่วยเพิ่มเสถียรภาพและความปลอดภัยในการเบรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบนี้เป็นส่วนขยายของระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) และมีความสำคัญอย่างยิ่งในตลาดไทย เนื่องจากอุบัติเหตุบนท้องถนนประมาณ 90% เกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์ รถยนต์ที่ติดตั้ง EBD สามารถลดอุบัติเหตุจากการลื่นไถลที่เกิดจากความไม่สมดุลของแรงเบรกได้อย่างมาก ตัวอย่างเช่น ระบบความปลอดภัยเชิงรุกที่ผลิตในประเทศโดย Bosch ที่โรงงานระยอง ใช้ไมโครโปรเซสเซอร์ 32 บิตในการควบคุมแรงเบรกอย่างแม่นยำ ทำงานได้ดีเป็นพิเศษในรถยนต์ที่มีจุดศูนย์ถ่วงสูง เช่น รถกระบะและรถ SUV ป้องกันการล็อกล้อหลังก่อนกำหนดเมื่อบรรทุกเต็มที่ สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่า EBD ต้องทำงานร่วมกับโปรแกรมควบคุมเสถียรภาพอิเล็กทรอนิกส์ (ESP) เมื่อไฟเตือนรูปสามเหลี่ยมสีเหลืองปรากฏขึ้นบนหน้าปัด ขอแนะนำให้ตรวจสอบระบบที่เกี่ยวข้องโดยเร็วเพื่อให้แน่ใจว่า TCS และ EBD ทำงานได้อย่างถูกต้อง ปัจจุบัน รถยนต์รุ่นหลักๆ ในตลาดไทย เช่น โตโยต้า อาวาลอน ติดตั้งเทคโนโลยีนี้เป็นมาตรฐาน ในรุ่นเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร ขณะเบรกฉุกเฉิน ระบบ EBD สามารถปรับอัตราส่วนแรงเบรกของเพลาหน้าและเพลาหลังให้เหมาะสมตามลักษณะการกระจายน้ำหนักที่เกิดจากระยะฐานล้อ 2870 มม. ทำให้กำลังสูงสุด 209 แรงม้า ควบคุมได้ง่ายยิ่งขึ้น
Q
จุดประสงค์ของระบบเบรกของรถจักรยานยนต์คืออะไร?
ระบบเบรกของรถจักรยานยนต์เป็นส่วนประกอบหลักที่ช่วยให้การขับขี่ปลอดภัย หน้าที่หลักคือการลดความเร็วหรือหยุดรถจักรยานยนต์โดยการใช้แรงเสียดทานกับล้อหน้าและล้อหลัง โดยทั่วไประบบนี้จะใช้การออกแบบเบรกแบบอิสระสองล้อ เบรกที่ล้อหน้าจะรับหน้าที่หลักในการลดความเร็วที่ความเร็วสูง (คิดเป็นประมาณ 70% ของแรงเบรก) ซึ่งต้องควบคุมแรงเบรกอย่างระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะล้ม เบรกที่ล้อหลังเหมาะสมกว่าสำหรับความเร็วต่ำหรือพื้นผิวที่ลื่น เพื่อป้องกันการลื่นไถล เทคโนโลยีเบรกหลักๆ ได้แก่ ดรัมเบรกและดิสก์เบรก: ดรัมเบรกมีโครงสร้างที่เรียบง่ายและต้นทุนต่ำ (พบได้ทั่วไปในรุ่นต่ำกว่า 150 ซีซี ค่าบำรุงรักษาประมาณ 500-1500 บาท) แต่ระบายความร้อนได้ไม่ดี ดิสก์เบรก (โดยเฉพาะรุ่นที่มี ABS) ให้แรงเบรกที่แข็งแรงกว่าและตอบสนองได้ดีกว่า (ABS เป็นอุปกรณ์เสริมในรุ่นระดับกลางถึงระดับสูง ราคาเพิ่มอีก 15,000-30,000 บาท) ช่วยป้องกันล้อล็อกได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้งานที่ถูกต้องควรยึดหลัก "เบรกหน้าก่อน แล้วค่อยเบรกหลัง" และในกรณีเบรกฉุกเฉิน แนะนำให้ปิดคันเร่งและค่อยๆ เหยียบเบรกทีละน้อย ซึ่งจะช่วยลดระยะเบรกของรถจักรยานยนต์ 125 ซีซี ได้ 20%-30% การตรวจสอบระดับน้ำมันเบรกเป็นประจำ (ทุก 6 เดือน) และความหนาของผ้าเบรก (เปลี่ยนผ้าเบรกหากเหลือความหนาน้อยกว่า 2 มม.) เป็นการบำรุงรักษาที่จำเป็น ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนระบบดิสก์เบรกทั้งหมดประมาณ 3,000-8,000 บาท ที่สำคัญคือ ตั้งแต่ปี 2025 กระทรวงคมนาคมของไทยจะกำหนดให้รถจักรยานยนต์ใหม่ทุกคันที่มีเครื่องยนต์ขนาดเกิน 150 ซีซี ต้องติดตั้งระบบ ABS ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาเทคโนโลยีความปลอดภัยในการเบรกอย่างต่อเนื่อง
Q
คำว่า "EBS" ย่อมาจากอะไร?
EBS เป็นชื่อย่อของ Electronic Brake System (ระบบเบรกอิเล็กทรอนิกส์) ซึ่งเป็นเวอร์ชันอัปเกรดของระบบ ABS โดยใช้เทคโนโลยีควบคุมอิเล็กทรอนิกส์เพื่อจัดการเบรกได้แม่นยำมากขึ้น ระบบนี้สามารถปรับการกระจายแรงเบรกของเพลาหน้าและหลังได้แบบไดนามิกตามพารามิเตอร์ต่างๆ เช่น น้ำหนักของยานพาหนะ สัมประสิทธิ์การยึดเกาะของผิวถนน เป็นต้น ลดเวลาในการตอบสนองของเบรกลงประมาณ 15% พร้อมทั้งบูรณาการฟังก์ชันหลัก เช่น ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) และระบบช่วยแรงเบรก (BA) เป็นต้น
ในการเบรกฉุกเฉิน EBS สามารถเพิ่มความเสถียรในแนวนอนและกระตุ้นแรงเบรกสูงสุดอัตโนมัติ นอกจากนี้การออกแบบโครงสร้างหลายช่องสัญญาณยังสามารถแก้ปัญหาการเบรกไม่สัมพันธ์กันระหว่างรถพ่วงและรถหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในด้านเทคโนโลยี ระบบจะส่งสัญญาณเบรกผ่าน CAN Bus และควบคุมลมอัดโดยใช้โซลินอยด์วาล์ว เมื่อวงจรควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ขัดข้อง ยังสามารถสลับไปใช้วงจรสำรองที่ใช้ระบบลมได้
ฟังก์ชันเสริม ได้แก่ ระบบควบคุมความเสถียรของรถ (ESC) ระบบช่วยเหลือบนทางลาด (HSA) และระบบความปลอดภัยเชิงรุกอื่นๆ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและความปลอดภัยของยานพาหนะเชิงพาณิชย์อย่างเห็นได้ชัด
ในปัจจุบันเทคโนโลยีนี้ได้กลายเป็นมาตรฐานการติดตั้งสำคัญสำหรับรถยนต์ระดับกลางและระดับสูงในตลาดไทย
Q
EPB system ย่อมาจาก "Electric Parking Brake system" หรือระบบเบรกจอดไฟฟ้า เป็นระบบที่ใช้ไฟฟ้าในการควบคุมการทำงานของเบรกจอดที่รถยนต์ โดยจะช่วยให้การจอดรถสะดวกมากยิ่งขึ้น เนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้แรงดึงหรือโยกคันเบรกแบบแมนนวล ระบบนี้สามารถใช้งานได้เพียงแค่กดปุ่มหรือควบคุมการทำงานอัตโนมัติในบางรุ่นของรถยนต์
หากคุณมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบนี้ แจ้งมาได้เลยครับ!
ระบบเบรกป้องกันการเคลื่อนที่อิเล็กทรอนิกส์ (EPB) เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่ใช้มอเตอร์ขับเคลื่อนเพื่อทำการล็อกเบรก แทนที่การใช้คันโยกเบรกมือแบบดั้งเดิม สามารถเปิดหรือปิดการทำงานได้เพียงกดปุ่มเท่านั้น บางรุ่นยังรองรับการทำงานอัตโนมัติ (เช่น ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน)
ระบบนี้ได้รับการวิจัยและพัฒนาโดยผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ระดับนานาชาติอย่างเซฟ (ZF) เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทในประเทศไทยของเซฟได้จัดส่งระบบ EPB ให้กับผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน โดยรถรุ่นดังกล่าวจะเริ่มผลิตจำนวนมากในปี 2025 และวางจำหน่ายในตลาดอาเซียน
จุดเด่นของ EPB คือการออกแบบแบบบูรณาการ ช่วยลดพื้นที่ใช้สอยของระบบเบรกในห้องโดยสาร และสามารถทำงานร่วมกับระบบควบคุมความเสถียรอิเล็กทรอนิกส์ (ESP) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยเมื่อต้องเบรกกะทันหัน
ข้อควรระวังคือ การบำรุงรักษา EPB ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทางเพื่อตรวจสอบสภาพมอเตอร์และสายไฟ แนะนำให้ตรวจสอบการสึกหรอของผ้าเบรกทุก 2 ปีหรือทุก 50,000 กิโลเมตร การผสมน้ำมันเบรกต่างยี่ห้ออาจทำให้ระบบทำงานช้าลง
ปัจจุบันรถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีนี้ เช่น BYD Han EV ได้เริ่มผลิตในประเทศไทยแล้ว โดยรุ่นอัพเกรดปี 2025 มีราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 165,800 บาท สะท้อนถึงแนวโน้มการขยายตัวของระบบ EPB ในยานยนต์พลังงานใหม่
Q
Auto Brake Hold เปิดตลอดเวลาหรือไม่?
ฟังก์ชัน Auto Brake Hold (AUTO HOLD) โดยปกติแล้วจะไม่เปิดใช้งานโดยอัตโนมัติเสมอไป รถยนต์ส่วนใหญ่ต้องเปิดใช้งานด้วยตนเองโดยผู้ขับขี่ ฟังก์ชันนี้จะเปิดใช้งานผ่านปุ่มเฉพาะบนคอนโซลกลางหรือใกล้กับคันเกียร์ (ซึ่งอาจมีป้ายกำกับว่า "AUTO HOLD" หรือมีไอคอน "A") และแผงหน้าปัดจะแสดงไฟแสดงสถานะ "ON" การทำงานของฟังก์ชันนี้อาศัยระบบ ESP โดยใช้เซ็นเซอร์วัดความเอียงและข้อมูลแรงบิดของล้อเพื่อใช้แรงเบรกโดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันไม่ให้รถไหลเมื่อจอด สามารถปลดล็อคได้โดยการเหยียบคันเร่งเบาๆ สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ ฟังก์ชันนี้ต้องสตาร์ทรถ ปิดประตู และคาดเข็มขัดนิรภัย และตรรกะการทำงานอาจแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละยี่ห้อ (เช่น บางรุ่นเชื่อมโยงกับเบรกมือไฟฟ้า) แม้ว่าฟังก์ชันนี้จะช่วยลดภาระในการขับขี่ในสภาพการจราจรติดขัดในเมืองได้อย่างมาก แต่ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบคู่มือการใช้งานสำหรับวิธีการเปิดใช้งานเฉพาะสำหรับรถของตน และใช้งานอย่างระมัดระวังในสถานการณ์พิเศษ เช่น บนทางลาดชัน เพื่อความปลอดภัย
ดูเพิ่มเติมข้อมูลล่าสุด

Alfa Romeo Giulia Quadrifoglio ผ่อนเริ่มต้น 29,xxx บาทต่อเดือน
AshleyFeb 6, 2026

XPeng X9 BEV รุ่นปี 2026 MPV ไฟฟ้าที่วิ่งได้ระยะไกลที่สุดในโลก วิ่งได้ไกลสุด 750 กม.
วิรุฬห์Feb 6, 2026

ตารางผ่อนล่าสุด Toyota Innova Zenix งวดละ 15,xxx บาท
พงศธรFeb 6, 2026

BYD เปิดตัว God’s Eye 5.0 ระบบช่วยขับอัจฉริยะ ใช้ AI เรียนรู้จากรถกว่า 2.3 ล้านคัน
สุรเดชFeb 6, 2026

เจาะลึก Mercedes-Benz S-Class 2027
Kevin WongFeb 6, 2026
ดูเพิ่มเติม


รุ่นรถ

