Q

ยาง Goodyear ดีไหม

ยางกูดเยียร์เป็นที่นิยมในไทยเนื่องจากคุณภาพคงที่ เน้นความทนทานและยึดเกาะถนนเปียก เหมาะกับสภาพถนนและอากาศฝนชุกของไทย อย่างซีรีส์เอฟฟิเชียนท์กริปแสดงผลดีบนถนนลื่น ส่วนดูร่าพลัสได้รับความนิยมจากรถแท็กซี่และผู้ขับทางไกลเนื่องจากอายุการใช้งานยาว ผู้บริโภคควรเลือกยางเกรด A สำหรับการระบายความร้อนในภูมิอากาศร้อน สำหรับรถ SUV ซีรีส์แรงเกอร์เหมาะกับถนนภูเขา ขณะที่แอชัวแรนซ์เหมาะกับรถเมืองให้ความเงียบสบาย นอกเหนือจากกูดเยียร์ ยางมิชลินและบริจสโตนก็เป็นตัวเลือกอื่นที่ควรพิจารณา เลือกตามความต้องการและงบประมาณ เปลี่ยนยางตามคำแนะนำกรมการขนส่งทุก 4-5 ปีหรือ 5-6 หมื่นกิโลเมตร และเลือกยางที่มีมาตรฐาน TISI เพื่อความปลอดภัย
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

Q&A ล่าสุด

Q
M/T และ A/T คืออะไร?
MT (เกียร์ธรรมดา) และ AT (เกียร์อัตโนมัติ) เป็นประเภทเกียร์ที่พบบ่อยในวงการยานยนต์ MT ประกอบด้วยเฟืองและเพลา โดยใช้ชุดเฟืองที่แตกต่างกันเพื่อเปลี่ยนอัตราทดและแรงบิด ผู้ขับต้องเหยียบคลัตช์และใช้คันเกียร์เพื่อเปลี่ยนเกียร์ด้วยตนเอง โครงสร้างเรียบง่ายและทนทาน มีประสิทธิภาพการส่งกำลังสูง และค่าบำรุงรักษาต่ำ (ค่าบำรุงรักษาครั้งละประมาณ 1,500-2,500 บาท) ให้ความรู้สึกควบคุมที่ดีกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่หรือมีงบประมาณจำกัด เช่น การขับบนถนนภูเขา หรือสนามแข่งที่ต้องการควบคุมกำลังเครื่องยนต์อย่างแม่นยำ AT ประกอบด้วยทอร์คคอนเวอร์เตอร์ ระบบเกียร์ดาวเคราะห์ และระบบควบคุมไฮดรอลิก ใช้การส่งกำลังผ่านของเหลวและชุดเฟืองเพื่อเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติ ผู้ขับไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์เอง ระบบจะปรับเกียร์อัตโนมัติตามความเร็วและภาระของเครื่องยนต์ การเปลี่ยนเกียร์เรียบเนียน ใช้งานง่าย ช่วยลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น ขับขี่ทั่วไป หรือในสภาพการจราจรติดขัด แต่มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงสูงกว่า และค่าบำรุงรักษาสูงกว่าเล็กน้อย (ค่าบำรุงรักษาครั้งละประมาณ 4,000-7,500 บาท) ทั้งสองประเภทมีจุดเด่นต่างกัน เมื่อเลือกควรพิจารณาจากนิสัยการขับขี่ สภาพการใช้งาน และงบประมาณ
Q
"ยาง MT ใช้น้ำมันหรือไม่?"
ยางรถออฟโรด (ยาง MT) ในกระบวนการผลิตจะใช้สารเติมแต่งประเภทน้ำมันอุตสาหกรรม เช่น น้ำมันหล่อลื่น ซึ่งน้ำมันประเภทนี้ใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการแปรรูปยาง ช่วยให้ยางสามารถผสมและขึ้นรูปได้ดีขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มความยืดหยุ่นและความทนทานต่อการเสื่อมสภาพ แต่ยางรถในระหว่างการใช้งานไม่จำเป็นต้องเติมน้ำมันประเภทใดๆ เพิ่มเติม ในประเทศไทย ยาง MT เนื่องจากเหมาะกับความต้องการในการขับขี่ออฟโรดบนพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบ จึงมักถูกเจ้าของรถกระบะหรือรถ SUV เลือกใช้ในการปรับแต่ง โรงงานผลิตยางในประเทศไทย (เช่น โรงงานของแบรนด์ Goodyear, Michelin ฯลฯ ในไทย) ในการผลิตยาง MT ที่ใช้สารเติมแต่งประเภทน้ำมันจะปฏิบัติตามมาตรฐานอุตสาหกรรม ไม่ก่อให้เกิดการใช้น้ำมันเพิ่มเติมหรือปัญหาที่เกี่ยวข้องระหว่างการใช้ยางรถตามปกติ และกระบวนการผลิตยังเป็นไปตามข้อกำหนดมาตรฐานของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ไทย เพื่อรับประกันประสิทธิภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์
Q
"ยี่ห้อของยาง HT (Highway Terrain) ไหนที่ดี?"
ยาง HT (ยางสำหรับถนนทางเรียบ) เหมาะสำหรับการเดินทางบนถนนทั่วไปและการขับขี่ความเร็วสูง ควรเลือกยี่ห้อที่ได้รับการยอมรับในตลาดและมีสมรรถนะสมดุล ยาง Goodyear Eagle F1 SUV เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะเป็นยางมาตรฐานของรถ SUV หรูเช่น Audi Q5L และ Porsche Macan มีประสิทธิภาพโดดเด่นด้านการยึดเกาะถนนและการควบคุม รวมถึงความเข้ากันได้และสมรรถนะหลักที่ได้รับการยอมรับจากตลาดระดับสูง ยาง Giti F22 และ Hankook Ventus S1 evo3 ก็เป็นตัวเลือกยอดนิยมที่ตอบสนองความต้องการการขับขี่บนถนนของรถส่วนใหญ่ นอกจากนี้ ยาง HT จากแบรนด์ต่างๆ เช่น BFGoodrich, Michelin และ Continental ต่างก็มีสมรรถนะรวมที่ได้รับการยอมรับจากรายการอันดับความน่าเชื่อถือในอุตสาหกรรม เจ้าของรถสามารถเลือกยางได้อย่างเหมาะสมตามรุ่นรถ (เช่น SUV หรือรถเก๋ง) และความต้องการเฉพาะ (เช่น ความเงียบสบาย หรือสมรรถนะการขับขี่แบบสปอร์ต) ควรอ้างอิงข้อมูลทางการจากผู้ผลิตหรือผลทดสอบที่น่าเชื่อถือเป็นหลัก เพื่อให้มั่นใจในความเหมาะสมและสมรรถนะของยาง
Q
ยาง MT ดีไหม?
ยาง MT (ยางลุยโคลน) มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมในสถานการณ์เฉพาะ ออกแบบมาสำหรับการขับขี่แบบออฟโรดสุดขีด มีลักษณะเด่นคือแก้มยางแข็ง ดอกยางกว้างและมีระยะห่างมาก ช่วยให้ระบายโคลนได้อย่างรวดเร็วหรือระบายโคลนด้วยความเร็วสูง ให้การยึดเกาะที่ดีเยี่ยมบนพื้นโคลน หิน และภูมิประเทศที่ท้าทายอื่นๆ ช่วยให้รถสามารถออกจากปัญหาได้ง่าย จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่แบบออฟโรดและผู้ที่ทำงานในพื้นที่พิเศษ อย่างไรก็ตาม ยาง MT มีข้อเสียที่สำคัญบนถนนลาดยาง คือ มีเสียงดังกว่า สั่นสะเทือนมากกว่า และประสิทธิภาพการเบรกและการควบคุมพวงมาลัยบนถนนลาดยางในขณะฝนตกนั้นแย่กว่ายางทั่วไป ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้นและลดความสะดวกสบาย ดังนั้น ความเหมาะสมของยาง MT จึงขึ้นอยู่กับสถานการณ์การใช้งาน หากใช้สำหรับการขับขี่แบบออฟโรดหนักๆ หรือสภาพโคลนที่ซับซ้อนเป็นหลัก ก็สามารถทำงานได้ดีเยี่ยม แต่หากใช้สำหรับการเดินทางบนทางหลวงเป็นหลัก ก็ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด ในกรณีเช่นนี้ ยางรถยนต์แบบออฟโรด (AT) จะเหมาะสมกว่า เนื่องจากยาง AT มีความสมดุลระหว่างความสะดวกสบายบนถนนและสมรรถนะในการขับขี่บนทางออฟโรดเบาๆ สามารถรับมือกับสภาพถนนที่หลากหลายได้
Q
ประเภทของยาง?
ประเภทของยางที่ใช้กันทั่วไป ได้แก่ ยางธรรมชาติ RSS3 ของไทย ยางธรรมชาติผสม (มีปริมาณยาง 100% ความแข็งแรงดึง 22 MPa การยืดตัวเมื่อขาด 750 สเปค 25 KG ผลิตจากยางธรรมชาติเกรดรองและยางใสผ่านกระบวนการคาร์บอนไนเซชันและกระบวนการอื่นๆ) และยางบิวทิลคลอรีน สำหรับประเภทของยางรถยนต์นั้น มียางเฉพาะที่เหมาะสำหรับรถจักรยานยนต์และรถแท็กซี่ ซึ่งใช้โครงสร้างเชือกไนลอน 1680D2 สองชั้น ความลึกของดอกยาง 6-12 มม. พร้อมร่องระบายน้ำ และชั้นเสริมแรง 0.9 มม. และเชือกไนลอนสองเส้น 930 เส้นในโครงยาง นอกจากนี้ยังมียางแบบไม่ใช้ยางใน (มีชั้นกันอากาศภายในโดยใช้ยางบิวทิลคลอรีน หนา 0.9 มม.) ยางธรรมชาติ RSS3 และยางธรรมชาติผสมเป็นยางที่ใช้กันทั่วไปในการผลิตยางรถยนต์ ยางบิวทิลที่ผ่านกระบวนการคลอรีนช่วยให้ยางแบบไม่ใช้ยางในมีความแน่นหนา ป้องกันอากาศรั่วซึม ในขณะที่ยางที่มีเส้นใยเสริมแรงและร่องระบายน้ำเหมาะสำหรับการใช้งานบ่อยครั้ง ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างและประสิทธิภาพบนถนนเปียก
ดูเพิ่มเติม