Q

ตรวจสอบงวดของรถที่เหลือกี่งวดไหนจากการเช่าซื้อ

หากต้องการตรวจสอบจำนวนงวดที่เหลือในการผ่อนชำระรถยนต์ ในประเทศไทยสามารถทำได้หลายวิธี วิธีที่ตรงที่สุดคือติดต่อธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ให้กูยืม โดยแจ้งหมายเลขสัญญาหรือบัตรประชาชน เจ้าหน้าที่จะแจ้งจำนวนงวดและยอดที่เหลือให้ทราบ ธนาคารใหญ่ๆอย่างเช่นธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ก็มีบริการสายด่วน 24 ชั่วโมงและแอปมือถือให้ตรวจสอบได้สะดวก หรืออีกวิธีคือดูจากใบแจ้งหนี้หรือข้อความแจ้งเตือนที่ส่งมาทุกเดือน ซึ่งมักจะระบุจำนวนงวดที่เหลือไว้ชัดเจน ถ้าผ่อนผ่านโชว์รูมรถยนต์ก็สามารถติดต่อฝ่ายการเงินของทางร้านให้ช่วยตรวจสอบได้ ที่น่าสนใจคือธนาคารหลายแห่งในประเทศไทยมีบริการชำระล่วงหน้า แต่บางแห่งอาจมีค่าธรรมเนียมเล็กน้อย ควรสอบถามรายละเอียดก่อน นอกจากนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดให้ระยะเวลากู้รถส่วนใหญ่ไม่เกิน 7 ปี อัตราดอกเบี้ยจะแตกต่างกันไปตามระยะเวลากู้และเงินดาวน์ การผ่อนชำระตรงเวลาสม่ำเสมอยังช่วยให้ได้เงื่อนไขการเงินที่ดีขึ้นในอนาคต ส่วนกรณีผ่อนผ่านโชว์รูมรถมือสอง ควรตรวจสอบประวัติการผ่อนกับสถาบันการเงินเป็นระยะเพื่อป้องกันข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้น
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

Q&A ล่าสุด

Q
รถยนต์สำหรับครอบครัวแบบ 7 ที่นั่ง ยี่ห้อไหนดี?
ในตลาดไทย มีแบรนด์คุณภาพสูงหลายแบรนด์ที่นำเสนอรถยนต์ 7 ที่นั่งที่เหมาะสำหรับครอบครัว นิสสัน เอ็กซ์เทรล อี-พาวเวอร์ เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ e-4ORCE ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์คู่ (204 แรงม้า/330 นิวตันเมตรที่เพลาหน้า และ [ไม่แน่ชัด - น่าจะเป็นมอเตอร์] ที่เพลาหลัง) ด้วยกำลัง 136 แรงม้า/แรงบิด 195 นิวตันเมตร มาพร้อมไฟหน้า LED สองชั้น จอแสดงผลคู่ขนาด 12.3 นิ้ว และระบบเสียง Bose ราคา 1,699,000 บาท จึงเป็นการผสมผสานระหว่างพละกำลังและประสบการณ์ทางเทคโนโลยีที่ลงตัว Kia EV9 ก็เป็นอีกตัวเลือกยอดนิยม ด้วยภายในคุณภาพสูง เทคโนโลยีการชาร์จเร็ว 800V (เพิ่มระยะทาง 148 ไมล์ใน 15 นาที) และประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ได้รับรางวัลรถยนต์ 7 ที่นั่งที่ดีที่สุด นอกจากนี้ BYD ยังทำผลงานได้ดีเยี่ยมในตลาดไทย รถ SUV ที่ล้ำสมัยและกว้างขวางอย่าง Titanium 7 ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเนื่องจากข้อได้เปรียบในการผลิตในประเทศ (การผลิตจำนวนมากอย่างรวดเร็วและการผลิตหลายรุ่นในโรงงานของไทย) และการกำหนดค่าที่หลากหลาย เมื่อเลือกซื้อ ควรพิจารณาความต้องการของคุณ: Nissan เป็นตัวเลือกที่ดีหากคุณให้ความสำคัญกับสมรรถนะการขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้าและคุณภาพนำเข้า Kia เป็นตัวเลือกที่ดีหากคุณให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการชาร์จและคุณภาพภายใน และ BYD ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าพิจารณาหากคุณต้องการบริการในพื้นที่และผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย สำหรับรถยนต์ครอบครัว ควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่น ความใช้งานได้จริง คุณสมบัติอัจฉริยะ และระยะทางที่วิ่งได้ เพื่อให้เหมาะสมกับการเดินทางในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกล
Q
รถยนต์รุ่นไหนที่ควรค่าแก่การซื้อในปี 2025?
ในปี 2025 การซื้อรถยนต์ที่คุ้มค่าครอบคลุมหลากหลายประเภท รวมถึงรถยนต์พลังงานใหม่ รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ในบรรดารถยนต์ไฟฟ้าล้วน Changan Deepal S05 รุ่นไฟฟ้าล้วนมีราคาตั้งแต่ 799,000 ถึง 999,000 บาท มาพร้อมแบตเตอรี่ 68.82 kWh ฐานล้อ 2880 มม. ให้พื้นที่ภายในกว้างขวาง ภายในสีดำที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ล้อขนาด 20 นิ้ว หน้าจอควบคุมส่วนกลางขนาด 15.4 นิ้ว ตู้เย็นควบคุมอุณหภูมิ และระบบช่วยขับขี่ Deep Blue ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในครอบครัวทุกวัน ส่วน Zhiji IM5 โดดเด่นด้วยระบบช่วงล่างดิจิทัล Lingxi และเทคโนโลยีพวงมาลัยสี่ล้ออัจฉริยะ สามารถรับมือกับสภาพถนนที่ติดขัดได้อย่างคล่องตัว รองรับ Apple CarPlay/Android Auto และได้รับคะแนนความปลอดภัยระดับห้าดาวจาก Euro NCAP และ ANCAP รุ่น IM6 มียอดขายมากกว่า 1,500 คัน มอบประสบการณ์ห้องโดยสารอัจฉริยะที่ยอดเยี่ยม ในกลุ่มรถยนต์ไฮบริด Chery TIGGO 8 CSH ใช้ระบบขับเคลื่อน PHEV ที่มีระยะการวิ่งรวม 1200 กิโลเมตร ตอบโจทย์การเดินทางระยะไกล ส่วน WEY G9 มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฮบริดไฟฟ้าอัจฉริยะ Hi4 ให้กำลัง 487 แรงม้า และวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกล 140 กิโลเมตร เหมาะสำหรับทั้งการใช้งานเพื่อธุรกิจและครอบครัว ในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) Denza D9 เคยครองอันดับหนึ่งในยอดขายรายเดือน ขณะที่ Kia Carnival HEV ราคา 2.499-2.699 ล้านบาท มาพร้อมระบบไฮบริด 1.6T ให้กำลังรวม 245 แรงม้า และฐานล้อ 3090 มม. ให้พื้นที่ภายในกว้างขวาง สำหรับรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ มี SAIC Maxus eDeliver series ให้เลือกใช้งาน ครอบคลุมการขนส่งในเมืองและการขนส่งระยะกลางถึงระยะไกล นอกจากนี้ รถยนต์รุ่นต่างๆ เช่น Chery V23 (699,900-889,900 บาท), Great Wall Haval H6 รุ่นใหม่ (929,000-1,149,000 บาท พร้อมระบบในรถยนต์ Huawei) และ BYD Yuan PLUS และ Dolphin ก็มีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่โดดเด่น และสามารถเลือกได้ตามความต้องการที่แตกต่างกัน
Q
ยี่ห้อของรถยนต์มือสองสำหรับครอบครัวที่ดีคืออะไร?
ในประเทศไทย การแนะนำรถยนต์ครอบครัวมือสองมักเน้นยี่ห้อญี่ปุ่น โดย โตโยต้า ฮอนด้า และ อิซูซุ เป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อถือ โตโยต้า โครอลล่ามีประสิทธิภาพการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ยอดเยี่ยม ประสิทธิภาพที่เสถียร และอุปกรณ์ครบครัน จึงเป็นตัวเลือกแรกของหลายครอบครัว ฮอนด้า ฟรีด์ รถ MPV ขนาดเล็ก ใช้โครงสร้างที่นั่งแบบ 2+3+2 มีระยะฐานล้อ 2740 มม. พื้นที่ใช้สอยคุ้มค่าและเหมาะสำหรับถนนแคบ ติดตั้งเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร และเกียร์ CVT ตอบสนองความต้องการประจำวันของครอบครัว โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สร้างจากแพลตฟอร์มรถกระบะ มีโครงสร้างแบบแชสซีแยกและตัวเลือกเครื่องยนต์หลากหลาย ทนทานสูง เหมาะสำหรับครอบครัวที่ชอบท่องเที่ยว รถมือสองยี่ห้อเหล่านี้ครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 90% เนื่องจากผลิตในประเทศได้รับสิทธิยกเว้นภาษี บำรุงรักษาง่ายและราคาไม่ผันผวน รถระดับประหยัด เช่น ฮอนด้า ฟิต และโตโยต้า ยาริส ราคา 50,000-150,000 บาท รถระดับกลาง เช่น ฮอนด้า ซีวิค และโตโยต้า โครอลล่า ราคา 150,000-300,000 บาท ควรซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายทางการหรือแพลตฟอร์มรับรอง ตรวจสอบประวัติรถ (เช่น ตรวจสอบเลขตัวถัง) พร้อมพิจารณาค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง เช่น ภาษีทะเบียน (800-10,000 บาท/ปี) และพรบ. (ประมาณ 1,000 บาท/ปี) เพื่อให้ได้รถสภาพดีและเหมาะสมกับครอบครัว
Q
รถยนต์ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง ยี่ห้อไหนดี?
เมื่อเลือกยานยนต์ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง สามารถพิจารณาแบรนด์และรุ่นยานที่มีประสิทธิภาพโดดเด่นในตลาดท้องถิ่นและมีศักยภาพผลิตภัณฑ์ตรงกับความต้องการก่อน ตัวอย่างเช่น BYD D9 ซึ่งเป็น MPV ระดับหรูของแบรนด์ BYD ใช้ประโยชน์จากความสามารถในการผลิตในท้องถิ่นและตำแหน่งนำในตลาดของแบรนด์ เพื่อตอบสนองความต้องการในการเดินทางระดับสูงสำหรับธุรกิจและครอบครัว Dongfeng Fengxing Lingzhi New Energy รุ่น City Operation ระยะทาง 420km ด้วยประวัติแบรนด์ 25 ปีและเสียงตอบรับจากผู้ใช้กว่า 1.16 ล้านคน มีระยะทางวิ่ง 420 กิโลเมตร ระบบชาร์จเร็ว 35 นาที และความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนรูปแบบที่นั่ง 5/7 ที่นั่ง เหมาะสำหรับการใช้งานทั้งการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าในหลากหลายสถานการณ์ Ruishang Ace E-M7 ออกแบบด้วยแนวคิด "ศูนย์พลังงานเคลื่อนที่" มีระยะทางวิ่ง 505 กิโลเมตร พร้อมฟังก์ชันจ่ายไฟภายนอก 6.6 กิโลวัตต์ ที่นั่งแถวที่สองสามารถหมุน 180 องศาเพื่อจัดเป็นพื้นที่ประชุม เหมาะสำหรับการใช้งานกลางแจ้งหรือการประชุมธุรกิจ Wuling Starlight 730EV มาพร้อมรูปแบบที่นั่ง 2+2+3 จำนวน 7 ที่นั่ง ประตูเลื่อนทั้งสองด้าน และระยะทางวิ่งสูงสุด 500 กิโลเมตร ซึ่งโดดเด่นในด้านความสะดวกใช้งานและความประหยัด นอกจากนี้ ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในท้องถิ่นปัจจุบัน แบรนด์จีนครองตำแหน่งผู้นำ รุ่นรถทั้งหมดที่กล่าวมานี้มาจากแบรนด์ที่มียอดขายสูงในท้องถิ่น ซึ่งสามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่เชื่อถือได้และการสนับสนุนหลังการขายที่ครบถ้วน
Q
"รถยนต์ 5 ประตูยี่ห้อไหนถึงจะดีในปี 2025?"
ตลาดรถยนต์ไทยในปี 2025 จะมีรถยนต์ 5 ประตูให้เลือกมากมายหลายรุ่นหลายยี่ห้อ โดยแต่ละรุ่นมีจุดเด่นที่ตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย หากให้ความสำคัญกับพื้นที่ใช้สอยและฟีเจอร์อัจฉริยะ Deep Blue S05 เป็นตัวเลือกที่ดี โดยมีราคาตั้งแต่ 799,000 ถึง 999,000 บาท รุ่นไฟฟ้าล้วนมีแบตเตอรี่ความจุ 68.82 kWh ฐานล้อ 2880 มม. ให้พื้นที่ภายในกว้างขวาง หน้าจอสัมผัสขนาด 15.4 นิ้ว ตู้เย็นควบคุมอุณหภูมิ และห้องโดยสารอัจฉริยะที่ผสานเข้ากับดีไซน์ขนาดใหญ่ ทั้งรุ่นระยะวิ่งไกลและรุ่นไฟฟ้าล้วนมีตัวเลือกระบบขับเคลื่อนที่ยืดหยุ่น สำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับความประหยัดน้ำมันและความน่าเชื่อถือของแบรนด์ Toyota Yaris Ativ HEV (Vios Hybrid) ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยมีราคาโปรโมชั่นตั้งแต่ 719,000 ถึง 769,000 บาท (จนถึงสิ้นปี 2025) ด้วยระบบไฮบริด 1.5 ลิตร ทำให้ประหยัดน้ำมันได้ถึง 29.4 กม./ลิตร มาพร้อมระบบ Toyota Safety Sense และฟีเจอร์การเชื่อมต่ออัจฉริยะเป็นมาตรฐาน และโตโยต้ามีเครือข่ายศูนย์บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศไทย ทำให้การบำรุงรักษาทำได้สะดวก สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ไฟฟ้าล้วน OMODA C5 EV มีระยะวิ่ง 505 กม. และราคาอยู่ระหว่าง 899,000 ถึง 949,000 บาท มาพร้อมจอแสดงผลคู่ขนาด 24.6 นิ้ว ระบบชาร์จไร้สาย และระบบจ่ายไฟภายนอก V2L ส่วน DFSK E5 PLUS ราคาอยู่ระหว่าง 799,999 ถึง 859,999 บาท มาพร้อมระบบซูเปอร์ไฮบริด Seres ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีประสบการณ์การส่งออกต่างประเทศอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ แม้ว่ารถยนต์ญี่ปุ่นจะยังคงครองตลาดไทยในปี 2025 (เช่น โตโยต้าและฮอนด้า) แต่แบรนด์จีนก็แสดงผลงานที่แข็งแกร่งในด้านรถยนต์พลังงานใหม่ (เช่น MG ที่ก้าวขึ้นมาติดอันดับห้าในด้านยอดขาย) ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกรถยนต์ห้าประตูที่หลากหลายมากขึ้น โดยสามารถเลือกได้ตามงบประมาณ ความต้องการด้านกำลังเครื่องยนต์ และรูปแบบการใช้งานที่ต้องการ
ดูเพิ่มเติม