Q

รถ Ford Ranger ปี 2023 มีระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถหรือไม่?

Ford Ranger รุ่นปี 2023 ที่วางขายในตลาดไทย นั้นมาพร้อมกับระบบ Lane Keeping Assist หรือระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถ ซึ่งระบบนี้จะใช้กล้องในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องทาง เมื่อรถเริ่มเบี่ยงออกจากช่องทางโดยไม่ได้ตั้งใจ ระบบจะปรับพวงมาลัยเบาๆ หรือส่งสัญญาณเตือนให้ผู้ขับรู้ตัว ถือเป็นฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การขับทางไกลหรือบนทางหลวงที่คับคั่งในไทย ช่วยลดความเหนื่อยล้าได้ดีเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ระบบนี้มักจะทำงานเมื่อความเร็วอยู่ที่ระดับหนึ่ง (ประมาณ 60-70 กม./ชม. ขึ้นไป) และเป็นเพียงแค่ระบบช่วยเท่านั้น ผู้ขับยังต้องควบคุมรถอยู่เสมอ สำหรับสภาพอากาศไทยที่ฝนตกบ่อย แนะนำให้ทำความสะอาดบริเวณกล้องบนกระจกหน้ารถเป็นประจำเพื่อให้ระบบทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ส่วนคู่แข่งอย่าง Toyota Hilux และ Isuzu D-MAX ก็มีเทคโนโลยีคล้ายกัน แต่รายละเอียดการทำงานอาจต่างกันนิดหน่อย ควรลองทดสอบขับดูก่อนตัดสินใจซื้อ นอกจากนี้ บางเส้นทางในไทยอาจมีเส้นแบ่งช่องทางไม่ชัดเจน ซึ่งจะส่งผลต่อการทำงานของระบบ ดังนั้นผู้ขับไม่ควรพึ่งพาระบบช่วยเหล่านี้มากเกินไป
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
รถ Ford Ranger ปี 2021 ใช้ระบบเกียร์แบบไหน?
รุ่น Ford Ranger ปี 2021 แต่ละรุ่นใช้เกียร์คนละแบบครับ บางรุ่นอย่าง Ranger XL Ranger XL Street Ranger XL+ Sport Ranger XL+ Ranger XLT และ Ranger Wildtrak จะใช้เกียร์ธรรมดา (MT) ส่วนรุ่นพิเศษอย่าง Ranger FX4 MAX จะใช้เกียร์ออโต้ (AT) แบบอัตโนมัติ จริงๆ แล้วเกียร์ธรรมดานี่ให้อารมณ์ขับขี่สุดๆ เพราะคนขับสามารถควบคุมแรงม้าได้ตรงๆ เลย ออกแนวสปอร์ตๆหน่อย แต่ถ้าเป็นเกียร์ออโต้ก็สบายๆ กว่า เหมาะกับคนที่ขี่ในเมืองที่ต้องเจอรถติดบ่อย แค่เหยียบเบรกกับคันเร่งก็พอ ไม่ต้องเมื่อยมือเปลี่ยนเกียร์ให้วุ่นวาย แบบนี้ขับนานๆก็ไม่เหนื่อย
Q
ปัญหาของ DPF (Diesel Particulate Filter) ใน Ford Ranger ปี 2021 คืออะไร?
ปัญหาของ DPF ใน Ford Ranger รุ่นปี 2021 ส่วนใหญ่จะแสดงอาการเป็นไฟเตือนขึ้นหรือเครื่องยนต์เร่งไม่ขึ้น เนื่องมาจากการอุดตันของตัวกรอง ซึ่งมักเกิดจากการขับขี่ระยะสั้นด้วยความเร็วต่ำเป็นเวลานาน ทำให้ DPF ไม่สามารถร้อนถึงอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับกระบวนการเผาไหม้สะสม (Regeneration) โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้น รถดีเซลจะมีแนวโน้มสะสมเขม่าคาร์บอนได้ง่ายกว่า แนะนำให้เจ้าของรถวิ่งด้วยความเร็วสูงเป็นประจำหรือใช้โปรแกรมฟื้นฟูที่แนะนำโดยผู้ผลิตเพื่อล้างคาร์บอน สำหรับคนที่ขับในเมืองที่รถติดบ่อยๆ อาจเลือกใช้เชื้อเพลิงดีเซลกำมะถันต่ำตามมาตรฐานและเข้าศูนย์บริการตามกำหนดเวลาเพื่อลดความเสี่ยงการอุดตันของ DPF ต้องเข้าใจว่ารถดีเซลทุกคันที่ติดตั้ง DPF อาจเจอปัญหาแบบนี้ได้ ไม่ใช่ข้อบกพร่องเฉพาะของ Ranger เท่านั้น ตัวแทนจำหน่ายท้องถิ่นสามารถให้บริการล้าง DPF แบบมืออาชีพได้ และในกรณีที่อุดตันหนักมากอาจต้องเปลี่ยนตัวกรองใหม่ การขับขี่อย่างถูกวิธีและการบำรุงรักษาสม่ำเสมอคือหัวใจสำคัญที่จะป้องกันปัญหาเหล่านี้ หากเห็นไฟเตือน DPF ขึ้นบนแผงหน้าปัดควรรีบแก้ไขทันที อย่าปล่อยไว้นานเพราะอาจทำให้เกิดปัญหาหนักหน่วงกับเครื่องยนต์ตามมาได้
Q
เครื่องยนต์ของ Ford Ranger 2021 คืออะไร?
รถ Ford Ranger รุ่นปี 2021 มีเครื่องยนต์หลายแบบให้เลือก ส่วนใหญ่เป็นเครื่องดีเซล บางรุ่นติดตั้งเครื่องยนต์ขนาด 2,198 ซีซี (ย่อว่า 2.2L) 4 สูบ ในขณะที่บางรุ่นใช้เครื่องยนต์ขนาด 1,998 ซีซี (ย่อว่า 2.0L) ก็เป็น 4 สูบเหมือนกัน เครื่องยนต์เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นแบบเทอร์โบชาร์จ ให้กำลังขับเคลื่อนที่แตกต่างกันไป เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือการขับขี่บนถนนสภาพซับซ้อนก็ตาม พวกมันสามารถตอบสนองความต้องการเรื่องกำลังได้ในระดับหนึ่ง
Q
Ford Ranger รุ่นปี 2021 อยู่ในเจเนอเรชันไหน?
Ford Ranger รุ่นปี 2021 นั้นเป็นรถยุคที่ 3 แพลตฟอร์ม T6 ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2011 และผ่านการอัพเกรดหลายครั้ง ล่าสุดในปี 2021 นี้ได้ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 4 สูบแบบอัพเกรด (ทั้งแบบเทอร์โบเดี่ยวและเทอร์โบคู่) ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 213 แรงม้า คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะและฟีเจอร์ช่วยขับขี่ เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติและระบบรักษาเลน ในตลาดไทย Ranger ได้ใจคนทำงานด้วยความสามารถในการขนส่งและสมรรถนะออฟโรดที่โดดเด่น โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมและก่อสร้าง ที่สำคัญยังแต่งเพิ่มได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโครงกันกระแทกหลังกระบะหรือชุดโช้คอัพออฟโรด ส่วนคู่แข่งอย่าง ISUZU D-MAX และ Toyota Hilux นั้น Ranger มีจุดแข็งที่ความนุ่มนวลบนถนนและห้องโดยสารที่ทันสมัยกว่า พร้อมหน้าจอระบบ SYNC 4 ที่ใช้งานง่าย อย่างไรก็ตาม ในสภาพอากาศร้อนชื้น แนะนำให้ตรวจสอบฟิลเตอร์น้ำมันดีเซลและระบบระบายความร้อนเป็นประจำ ส่วนช่วงฝนถ้าจะลุยออฟโรดควรติดตั้งท่อไอดีแบบมาตรฐานเพื่อยืดอายุเครื่องยนต์
Q
รถ Ford Ranger ปี 2021 มีระบบสตาร์ทระยะไกลหรือไม่?
รถ Ford Ranger รุ่นปี 2021 บางรุ่นแบบท็อปๆ นั้นมีฟีเจอร์ Remote Start หรือระบบสตาร์ทรถจากระยะไกลให้ด้วย ฟังก์ชันนี้ส่วนใหญ่จะต้องมีระบบ Ford SYNC และใช้แอป FordPass ในการควบคุม ทำให้เราสามารถเปิดเครื่องรถล่วงหน้าเพื่อใช้งานแอร์ในวันที่อากาศร้อนจัด หรือวอร์มเครื่องในหน้าหนาวได้สะดวกมาก โดยเฉพาะเหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทยที่ร้อนตลอดปี แต่อย่าลืมว่าระยะทำงานของระบบนี้จะอยู่ที่ประมาณ 60 เมตร และเครื่องยนต์จะดับอัตโนมัติหลังจากทำงานครบ 10 นาทีเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ระบบ SYNC ยังมีฟีเจอร์เช็คสถานะรถ ตำแหน่งรถ และอื่นๆ อีกด้วย ตอนนี้ฟีเจอร์แบบนี้เริ่มเป็นมาตรฐานในรถปิคอัพแล้ว รุ่นคู่แข่งอย่างโตโยต้าและญี่ปุ่นอื่นๆ ก็มีบริการคล้ายๆ กัน สำหรับใครที่กำลังมองหารถ Ranger มือสอง แนะนำให้เช็คที่ปุ่มด้านซ้ายของพวงมาลัยหรือในเมนูหน้าจอว่ามีฟังก์ชันนี้หรือไม่ เพราะรุ่นระดับล่างอาจต้องติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมครับ ทุกวันนี้แบรนด์รถแข่งกันพัฒนาแอปควบคุมรถผ่านมือถือ แถมในอนาคตอาจใช้สมาร์ทวอทช์หรือสั่งงานผ่านเสียงก็ได้เหมือนกัน
Q
วิธีเปลี่ยน Ford Ranger ปี 2021 เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD)
หากต้องการเปลี่ยนโหมดขับเคลื่อนของ Ford Ranger รุ่นปี 2021 เป็นระบบสี่ล้อ ขั้นแรกต้องมั่นใจว่ารถอยู่ในสภาพหยุดนิ่งหรือเคลื่อนที่ด้วยความเร็วต่ำ (แนะนำไม่เกิน 5 กม./ชม.) จากนั้นเลือกโหมด 4H (สี่ล้อความเร็วสูง) หรือ 4L (สี่ล้อความเร็วต่ำ) ตามความต้องการ หากขับบนถนนลื่นหรือเส้นทางออฟโรดแบบเบาๆ ให้ใช้ปุ่มหมุนหรือกดเปลี่ยนจากโหมด 2H เป็น 4H ระบบจะกระจายแรงบิดอัตโนมัติ แต่หากเจอทางชัน โคลน หรือภูมิประเทศที่ซับซ้อน ต้องจอดรถเข้าเกียร์ว่าง (รถเกียร์ธรรมดาต้องเหยียบคลัทช์) แล้วหมุนปุ่มไปที่ 4L รอจนไฟแสดงบนแผงคอนโซลติดสม่ำเสมอจึงจะใช้แรงบิดสูงได้ ข้อควรระวังคือโหมด 4H ใช้บนถนนปกติได้ชั่วคราว แต่ 4L สำหรับสภาพรุนแรงเท่านั้นและไม่ควรเกิน 40 กม./ชม. การใช้ระบบสี่ล้อบนถนนแห้งนานๆ อาจทำให้ระบบส่งกำลังเสียหาย นอกจากนี้รถยังมีระบบ Terrain Management ที่ปรับการตอบสนองคันเร่งและจุดเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติในโหมดทรายหรือโคลน ควรเลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพถนน การบำรุงรักษารายวันควรตรวจสอบสภาพของเหลวกรณีการโอนอย่างสม่ำเสมอ ก่อนฤดูฝนควรทดสอบว่าฟังก์ชั่นของไดรฟ์สี่เป็นปกติหรือไม่ การขับขี่บนภูเขาสามารถเปลี่ยนโหมดล่วงหน้าเพื่อเพิ่มความปลอดภัย
Q
2021 Ford Ranger พร้อมฟังก์ชันที่นั่งอุ่นหรือไม่?
สำหรับ Ford Ranger รุ่นปี 2021 ในบางรุ่นระดับสูงจะมีฟังก์ชันอุ่นเบาะหน้า โดยรายละเอียดการติดตั้งจะขึ้นอยู่กับรุ่นและแพ็คเกจเสริม เช่น รุ่น Wildtrak หรือ Raptor มักจะมีฟีเจอร์นี้ให้ ส่วนรุ่นพื้นฐานอย่าง XL โดยทั่วไปจะไม่ติดตั้งมาให้ ฟังก์ชันอุ่นเบาะนี้มีประโยชน์มากโดยเฉพาะเมื่อขับขี่ในพื้นที่ภูเขาที่มีอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงบ่อย หรือในช่วงหน้าหนาว เพราะจะช่วยเพิ่มความสบายได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเบาะหนังที่มักจะเย็นจัดเมื่ออุณหภูมิต่ำ ถ้าสนใจฟังก์ชันนี้ แนะนำให้ตรวจสอบรายการอุปกรณ์กับตัวแทนจำหน่ายก่อนซื้อ หรืออาจพิจารณาติดตั้งอุปกรณ์เสริมของทางหลังการขาย ปัจจุบันรถปิคอัพรุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกันอย่าง Toyota Hilux หรือ Isuzu D-MAX รุ่นสูงก็เริ่มนำฟังก์ชันอุ่นเบาะและยังมีระบบระบายอากาศมาใช้ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม การติดตั้งอุปกรณ์เสริมเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าเหล่านี้ควรเลือกผู้ให้บริการที่ได้มาตรฐาน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจส่งผลต่อการรับประกันหรือความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าในรถ
Q
รถ Ford Ranger ปี 2021 มีระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ระยะไกลหรือไม่?
รุ่น Ford Ranger ปี 2021 ในบางรุ่นระดับสูงมีระบบสตาร์ทรถจากระยะไกลจริงๆ ฟีเจอร์นี้มักจะมาพร้อมกับระบบกุญแจอัจฉริยะ ที่ให้เจ้าของรถกดสตาร์ทเครื่องยนต์จากระยะประมาณ 30 เมตรได้ ช่วยให้เปิดแอร์อุ่นหรือเย็นล่วงหน้าได้ ซึ่งสะดวกมากในอากาศร้อนๆ แต่ต้องระวังนิดนึงว่าระบบสตาร์ทรถระยะไกลอาจจะไม่เหมือนกันในแต่ละรุ่น แนะนำให้ถามพนักงานขายให้แน่ใจก่อนซื้อว่ามีอะไรบ้าง ตอนนี้เทคโนโลยีรถพัฒนาขึ้น ระบบสตาร์ทรถระยะไกลกลายเป็นฟีเจอร์พื้นฐานในรถปิคอัพแล้วนะ นอกจาก Ford Ranger รุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกันก็อาจมีฟีเจอร์แบบนี้เหมือนกัน บางแบรนด์ยังมีแอปในมือถือให้ควบคุมจากที่ไกลๆได้อีกด้วย เวลาใช้ฟีเจอร์นี้ควรระวังอย่าให้เครื่องยนต์เดินเบานานเกินไปนะ เดี๋ยวเครื่องจะสะสมคราบสกปรก และต้องจอดรถในที่ที่มีอากาศถ่ายเทด้วย ถ้ามีระบบนี้แต่ใช้ไม่ได้ ลองเช็คดูนะว่าอาจจะเป็นเพราะแบตเตอรี่กุญแจใกล้หมดหรือมีสัญญาณรบกวน แนะนำให้ลองเปลี่ยนแบตเตอรี่หรือเดินเข้าไปใกล้รถดูอีกที
Q
เครื่องยนต์ที่อยู่ใน Ford Ranger ปี 2021 คืออะไร?
Ford Ranger รุ่นปี 2021 มีเครื่องยนต์ดีเซลให้เลือก 2 รุ่นสำหรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ เทอร์โบ 2.0 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซล 5 สูบ เทอร์โบ 3.2 ลิตร ซึ่งทั้งสองรุ่นมีความน่าเชื่อถือและสมรรถนะแรงบิด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสภาพการจราจรในเขตร้อนที่มีการสตาร์ท-ดับเครื่องบ่อยครั้ง และความต้องการในการบรรทุกสินค้า สำหรับเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรใช้เทคโนโลยีไบ-เทอร์โบที่ทันสมัย ให้กำลังสูงสุด 213 แรงม้าและแรงบิด 500 นิวตัน-เมตร ส่วนเครื่อง 3.2 ลิตรให้กำลัง 200 แรงม้าและแรงบิด 470 นิวตัน-เมตร โดยทั้งคู่สามารถเลือกได้ทั้งเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดหรือเกียร์ธรรมดาตามความชอบของผู้ขับขี่ จุดที่ควรสังเกตคือระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์ดีเซลในสภาพอากาศร้อนจัดเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้ติดตั้งโมดูลระบายความร้อนแบบพิเศษเพื่อรับประกันความเสถียรแม้ต้องใช้งานหนักต่อเนื่องเป็นเวลานาน สำหรับลูกค้าที่ต้องขับขึ้นภูเขาหรือลากของหนักบ่อยอาจเหมาะกับรุ่น 3.2 ลิตรมากกว่า ในขณะที่ผู้ที่เน้นประหยัดน้ำมันอาจชอบรุ่น 2.0 ลิตรมากขึ้น แถมศูนย์บริการในท้องถิ่นก็มักมีอะไหล่เฉพาะของเครื่องยนต์ทั้งสองแบบนี้ให้พร้อม ทำให้การซ่อมบำรุงทำได้ง่ายกว่า
Q
รถ Ford Ranger ปี 2021 เป็นรุ่นอะไร?
รถกระบะ Ford Ranger รุ่นปี 2021 เป็นหนึ่งในรุ่นยอดฮิตของค่ายฟอร์ด ที่มาพร้อมกับหลายเวอร์ชันให้เลือกอย่าง XL XLT Wildtrak และ Raptor ซึ่งตอบโจทย์ผู้ใช้ได้หลากหลายสไตล์ เครื่องยนต์ให้เลือกทั้งแบบ 2.0L เทอร์โบดีเซล 4 สูบและ 2.3L เทอร์โบเบนซิน 4 สูบ คู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีดหรือออโต้ 10 สปีด ที่ทั้งแรงและประหยัดน้ำมันในตัว รุ่นนี้ขายดีในบ้านเราเพราะขับทั้งในเมืองและทางต่างจังหวัดได้คล่อง แถมระยะยกตัวสูงพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ทนทานทุกสภาพถนน ส่วนกระบะหลังก็จุของได้เยอะ พร้อมเทคโนโลยีเพียบทั้งระบบ SYNC 3 แครุ๋กเพลงสบายๆ, ควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และช่วยรักษาระยะในเลน ทำให้ขับขี่ทั้งปลอดภัยและสะดวกขึ้นอีกขั้น ถ้าเปรียบกับคู่แข่งอย่าง Toyota Hilux หรือ Isuzu D-MAX แล้ว Ranger ได้ใจใครหลายคนด้วยความทนทานและฟีเจอร์จัดเต็ม ถ้าสนใจจะซื้อทั้งมือหนึ่งหรือมือสอง แนะนำให้ลองนึกถึงความต้องการจริงๆ ของตัวเองแล้วไปทดลองขับที่ศูนย์ดูนะครับ จะได้รู้สึกว่าตรงสเปกไหม
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

ลักษณะที่ดึงดูดใจ หรูหราและคงทน
เครื่องยนต์ที่เลือกมาอย่างดี พลังที่แ robust
การตั้งค่าความปลอดภัยระดับสูงสุด

ข้อเสีย

ความรู้สึกในการขับขี่แข็งแรงและเต้น
รู้สึกพื้นฐานของรุ่นต่ำ
ร่างกายใหญ่ การขับขี่ในเมืองอาจไม่สะดวก
คุณภาพศูนย์บริการไม่ดี
ราคารถมือสองสูงเมื่อเทียบกับ

Q&A ล่าสุด

Q
ABS Rubber คืออะไร? ABS rubber (Acrylonitrile Butadiene Styrene) เป็นวัสดุพลาสติกที่ทนทานและแข็งแรง สามารถทนต่อแรงกระแทกได้ดี มันเป็นการผสมผสานระหว่างวัสดุสังเคราะห์หลายชนิด (อะคริโลไนไทรล์, บิวทาไดอีน และ สไตรีน) ที่ทำให้ ABS มีคุณสมบัติพิเศษ เช่น ความทนต่อการกัดกร่อน ความทนต่อความร้อน และสามารถขึ้นรูปหรือผลิตเป็นรูปร่างต่าง ๆ ได้ง่าย อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบา นิยมใช้งานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น การผลิตอะไหล่รถยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ของเล่น และเครื่องใช้ในครัวเรือน เป็นต้น
พลาสติก ABS เป็นพลาสติกวิศวกรรมเทอร์โมพลาสติกที่เกิดจากการโคพอลิเมอไรเซชันของอะคริโลไนไตรล์ บิวทาไดอีน และสไตรีน มีคุณสมบัติความแข็งแรงสูง ทนการกระแทกได้ดี และสามารถแปรรูปได้ง่าย คุณสมบัติทางกายภาพโดยรวม ได้แก่ ความต้านทานต่อสารเคมี ทนความร้อนได้ (ช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสม -40℃ ถึง 100℃) และพื้นผิวที่เหมาะสำหรับการชุบโลหะหรือทาสี ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ABS นิยมใช้ในชิ้นส่วนต่างๆ เช่น พวงมาลัย แผงหน้าปัด และกันชน เป็นต้น โดยผ่านเทคโนโลยีการปรับปรุงคุณสมบัติ (เช่น การผสมกับวัสดุ PC หรือ PA) สามารถเพิ่มความทนความร้อนและความแข็งแรงทางกลได้ เพื่อตอบสนองความต้องการของชิ้นส่วนต่างๆ วัสดุนี้มีความหนาแน่นประมาณ 1.05 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร ดูดซึมน้ำน้อย แต่ต้องอบแห้งก่อนการแปรรูปเพื่อป้องกันข้อบกพร่อง มีสมบัติเป็นฉนวนไฟฟ้าที่ดีและคุ้มค่าต้นทุน แต่ต้องป้องกันรังสียูวีเพื่อชะลอการเสื่อมสภาพเมื่อใช้กลางแจ้ง อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการฉีดขึ้นรูป ABS คือ 200-240℃ และอุณหภูมิแม่พิมพ์ 50-80℃ เพื่อให้ได้ผิวสัมผัสที่ดี นอกจากนี้ การปรับปรุงให้ทนไฟและป้องกันไฟฟ้าสถิตยังช่วยขยายการใช้งานในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าได้อีกด้วย
Q
อะไรดีกว่า: ABS หรือ CBS?
ABS และ CBS เป็นระบบเบรกสองระบบที่แตกต่างกัน โดยแต่ละระบบมีสถานการณ์ใช้งานและข้อได้เปรียบที่เหมาะสมด้วยกัน ABS (ระบบเบรกป้องกันล้อจับตาย) ทำงานโดยการตรวจสอบความเร็วล้อแบบเรียลไทม์ เมื่อเบรกฉุกเฉินจะปรับแรงเบรกอัตโนมัติ เพื่อป้องกันล้อจับตาย จึงทำให้รถยึดตัวได้และลดระยะทางเบรกลง โดยเฉพาะเหมาะสำหรับการขับขี่ความเร็วสูงหรือถนนชื้น CBS (ระบบเบรกเชื่อมโยง) ทำงานโดยวิธีกลหรือไฮดรอลิกเพื่อแจกแจงแรงเบรกอย่างเหมาะสมไปยังล้อหน้าและล้อหลัง เพื่อปรับปรุงสมดุลเบรกในขณะความเร็วต่ำ แต่ไม่สามารถป้องกันล้อจับตายได้ มากกว่าเหมาะสำหรับการขับขี่ทางเมืองความเร็วต่ำหรือรถรุ่นงบประมาณจำกัด จากด้านความปลอดภัย ABS มีประสิทธิภาพดีกว่าในถนนซับซ้อน แต่ค่าใช้จ่ายสูง ปกติปรากฏในรถรุ่นกลางและสูงขนาดใหญ่ CBS มีโครงสร้างง่าย ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาต่ำ มักพบในรถจักรยานยนต์ขนาดเครื่องเล็กหรือรถประหยัด ถ้าคุณมักขับรถทางไกลหรือสภาพแวดล้อมการขับขี่แปรผัน แนะนำให้เลือก ABS เป็นอันดับแรก ถ้าต้องการใช้สำหรับขับขี่ทางสั้นและความเร็วต่ำ CBS ก็สามารถตอบสนองความต้องการพื้นฐานได้แล้ว ต้องระวังว่า ทั้งสองระบบไม่ได้ขัดแย้งกัน บางรุ่นรถจะติดตั้งทั้งสองระบบเพื่อครอบคลุมสถานการณ์ต่างๆ เมื่อซื้อรถควรพิจารณาจากความต้องการใช้รถจริงและงบประมาณอย่างครอบคลุม
Q
วัสดุ ABS ดีหรือไม่?
ABS เป็นพลาสติกวิศวกรรมประสิทธิภาพสูงที่เกิดจากการพอลิเมอไรเซชันร่วมของอะคริโลไนไตรล์ บิวทาไดอีน และสไตรีน มีคุณสมบัติเด่นคือมีความแข็งแรงเชิงกลสูง ทนต่อสารเคมีได้ดี และขึ้นรูปได้ง่าย มีความทนทานต่อแรงกระแทกสูง สามารถคงความเหนียวได้แม้ที่อุณหภูมิ -40°C ทำให้เหมาะสำหรับการผลิตแผงหน้าปัดรถยนต์ กันชน และชิ้นส่วนอื่นๆ ที่ต้องทนต่อแรงภายนอก ABS มีความมันเงาสูง ทำให้สามารถตกแต่งพื้นผิวได้หลากหลายด้วยการชุบด้วยไฟฟ้าและการพ่นสี นอกจากนี้ยังมีความคงตัวของขนาดที่ดีและดูดซับน้ำได้น้อย ทำให้เหมาะสำหรับการฉีดขึ้นรูปที่มีความแม่นยำสูง อย่างไรก็ตาม ABS มีความทนทานต่อสภาพอากาศต่ำ การสัมผัสกับรังสีอัลตราไวโอเลตเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดการเหลืองและเปราะแตกได้ จึงต้องเติมสารป้องกันรังสียูวี ความทนทานต่อความร้อนก็มีจำกัด อุณหภูมิสูงอาจทำให้เกิดการเสียรูป ซึ่งโดยทั่วไปจะแก้ไขได้โดยการเติมสารทนความร้อนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพให้ทนได้ถึงประมาณ 100°C ยิ่งไปกว่านั้น ABS ยังไวต่อตัวทำละลายอินทรีย์ เช่น คีโตนและไฮโดรคาร์บอนคลอริเนต ทำให้เกิดการแตกร้าวจากความเค้นได้ง่าย ในแง่ของต้นทุน ABS มีราคาแพงกว่าโพลีโพรพีลีน แต่ถูกกว่าพลาสติกประสิทธิภาพสูงส่วนใหญ่ จึงถือว่าคุ้มค่า เทคนิคการดัดแปลงในปัจจุบันสามารถปรับปรุงคุณสมบัติการหน่วงไฟ (เช่น การได้ระดับ V-0) และการนำไฟฟ้า (โดยการเติมเส้นใยกราไฟต์) ได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะช่วยขยายการใช้งานในชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์และสาขาอื่นๆ โดยรวมแล้ว ABS ยังคงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เนื่องจากคุณสมบัติทางกายภาพที่สมดุลและข้อได้เปรียบในการแปรรูป แต่จำเป็นต้องมีการปรับปรุงสูตรให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมการใช้งานเฉพาะ
Q
ระบบเบรก ABS จำเป็นสำหรับรถจักรยานยนต์หรือไม่?
ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) เป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับรถจักรยานยนต์ ความสามารถหลักของมันคือการตรวจสอบความเร็วของล้อแบบเรียลไทม์ผ่านหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ และเมื่อเบรกกะทันหันจะปรับแรงเบรกแบบไดนามิกด้วยความถี่หลายสิบครั้งต่อวินาที เพื่อป้องกันไม่ให้ล้อล็อกสนิท กลไกนี้สามารถทำให้รถจักรยานยนต์รักษาอัตราการลื่นไถล (slip rate) ประมาณ 20% บนพื้นถนนลื่นหรือในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ ไม่เพียงช่วยลดระยะเบรก (บนถนนแห้งประมาณ 10%-15% และบนถนนที่มีน้ำแข็งหรือหิมะสามารถลดได้ถึง 30%) แต่ยังรักษาความสามารถในการบังคับเลี้ยวได้ประมาณ 85% และลดความเสี่ยงของการลื่นไถลด้านข้างหรือการหมุนเสียหลัก (tailspin) ได้อย่างมีนัยสำคัญ ระบบ ABS ในยุคปัจจุบันมักรวมฟังก์ชันการกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) เข้าไว้ด้วย และปรับปรุงการกระจายแรงเบรกผ่านการควบคุมแบบสี่ช่องทางอิสระ ตัวอย่างเช่น รุ่นระดับกลางและสูงของฮอนด้าและยี่ห้ออื่นๆ ได้ติดตั้งระบบนี้เป็นมาตรฐาน ควรทราบว่าแม้ระบบ ABS อาจทำให้ระยะเบรกยาวขึ้นในสภาพถนนที่ยากลำบาก เช่น ถนนโคลนหรือน้ำแข็ง แต่จะยังคงรักษาความสามารถในการควบคุมทิศทางได้เสมอ ในการบำรุงรักษาปกติ ต้องทำความสะอาดเซนเซอร์วัดความเร็วล้อเป็นประจำและตรวจสอบสภาพของเหลวเบรก จากมุมมองด้านความปลอดภัย รถจักรยานยนต์ที่ติดตั้งระบบ ABS สามารถลดโอกาสการเสียการควบคุมทิศทางขณะเบรกกะทันหันได้ถึง 83% ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
Q
ABS ในรถหมายถึงอะไร? ABS หรือ Anti-lock Braking System (ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก) เป็นระบบความปลอดภัยที่ช่วยป้องกันไม่ให้ล้อล็อกและเกิดการลื่นไถลขณะเบรกกะทันหัน หรือในสถานการณ์ที่ถนนลื่น โดยระบบนี้จะควบคุมแรงดันของเบรกในแต่ละล้อ เพื่อให้รถสามารถควบคุมทิศทางได้ดียิ่งขึ้นและเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
ระบบเบรกป้องกันล็อกวงล้อ (ABS) เป็นเทคโนโลยีความปลอดภัยที่สำคัญของรถยนต์สมัยใหม่ โดยใช้เซ็นเซอร์ความเร็ววงล้อตรวจจับความเร็วของแต่ละวงล้อแบบเรียลไทม์ เมื่อหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (ECU) ตรวจพบว่าวงล้อกำลังจะล็อกขึ้น จะปรับความดันเบรกด้วยความถี่สูง 60-120 ครั้งต่อวินาที เพื่อให้วงล้ออยู่ในสภาพอุดมคติที่มีอัตราการไถล 15%-20% ซึ่งไม่เพียงแต่หลีกเลี่ยงการล็อกทั้งหมด แต่ยังรักษาความยึดเกาะสูงสุดได้อีกด้วย ระบบนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถรักษาความสามารถในการควบคุมทิศทางได้เมื่อเบรกฉุกเฉิน ลดความเสี่ยงของการลื่นด้านมากกว่า 40% บนถนนที่ชื้นลื่น และป้องกันการไถลของยางเพื่อปกป้องผิวยางได้ในเวลาเดียวกัน ส่วนประกอบหลักของระบบ ได้แก่เซ็นเซอร์อิสระทั้งสี่วงล้อ หน่วยประมวลผล ECU 32 บิต และโมดูลปรับไฮดรอลิก การสั่นของปุ่มเบรกและเสียงมอเตอร์ในขณะทำงานเป็นการตอบสนองปกติ สิ่งที่ต้องระวังคือ บนถนนที่มีความยึดเกาะต่ำ เช่น ทะเลทรายหรือหิมะ อาจทำให้ระยะทางเบรกยาวขึ้น ถ้าไฟแจ้งข้อผิดพลาด ABS ติดต่อเนื่องก็ต้องตรวจซ่อมทันที ปัจจุบันระบบนี้ได้กลายเป็นสิ่งที่มาพร้อมมาตรฐานในรถยนต์ผู้โดยสาร การใช้งานอย่างถูกต้องสามารถเพิ่มความสามารถในการหลีกเลี่ยงอันตรายในสภาพถนนซับซ้อนได้อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะขับขี่ประจำวันควรหลีกเลี่ยงการเบรกแบบจุดจุ่มด้วยมือที่จะรบกวนการปรับอัตโนมัติของระบบ
ดูเพิ่มเติม