Q
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันของ Ford Ranger
ประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันของ Ford Ranger ในประเทศไทยนั้นขึ้นอยู่กับรุ่นและสภาพการขับขี่ โดยตัวอย่างเช่นรุ่น 2.0L เทอร์โบดีเซล ข้อมูลทางการระบุว่าอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8.5-9.2 ลิตร/100 กม. แต่ถ้าขับบ่อยๆ แบบบรรทุกหนักหรือเจอรถติดในกรุงเทพฯ ค่าน้ำมันอาจพุ่งไปถึง 10-12 ลิตร/100 กม. เจ้าของรถไทยควรรู้ว่าอากาศร้อนและการเปิดแอร์บ่อยๆ จะทำให้น้ำมันสิ้นเปลืองเพิ่มขึ้นนิดหน่อย แนะนำให้เช็คอากาศกรองและลมยางสม่ำเสมอ (ให้อยู่ที่ 32-35 psi ตามที่ผู้ผลิตแนะนำ) เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด รถบรรทุกปิกอัพในระดับเดียวกัน เช่น Toyota Hilux หรือ Isuzu D-MAX ก็มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่ใกล้เคียงกัน โดยความแตกต่างหลักๆ มาจากพฤติกรรมการขับขี่และสภาพการบรรทุก ถ้าอยากประหยัดกว่านี้ลองดูรุ่นที่ใช้เทคโนโลยี EcoBlue ระบบดีเซลของฟอร์ดที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ เวลาไปเที่ยวภูเขาลองใช้โหมด Manual ตรึงเกียร์เพื่อหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนเกียร์บ่อยๆ ที่ทำให้น้ำมันพุ่ง แถมการใช้น้ำมันดีเซลมาตรฐาน B7 ยังช่วยดูแลเครื่องยนต์ได้ดีอีกด้วย แต่อย่าลืมว่ารถกระบะในไทยถูกจัดเป็นยานพาหนะเชิงพาณิชย์ การใช้งานหนักๆ เป็นเรื่องปกติที่น้ำมันจะค่อนข้างสูงอยู่แล้วนั่นแหละ
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
รถ Ford Ranger ปี 2021 ใช้ระบบเกียร์แบบไหน?
รุ่น Ford Ranger ปี 2021 แต่ละรุ่นใช้เกียร์คนละแบบครับ บางรุ่นอย่าง Ranger XL Ranger XL Street Ranger XL+ Sport Ranger XL+ Ranger XLT และ Ranger Wildtrak จะใช้เกียร์ธรรมดา (MT) ส่วนรุ่นพิเศษอย่าง Ranger FX4 MAX จะใช้เกียร์ออโต้ (AT) แบบอัตโนมัติ จริงๆ แล้วเกียร์ธรรมดานี่ให้อารมณ์ขับขี่สุดๆ เพราะคนขับสามารถควบคุมแรงม้าได้ตรงๆ เลย ออกแนวสปอร์ตๆหน่อย แต่ถ้าเป็นเกียร์ออโต้ก็สบายๆ กว่า เหมาะกับคนที่ขี่ในเมืองที่ต้องเจอรถติดบ่อย แค่เหยียบเบรกกับคันเร่งก็พอ ไม่ต้องเมื่อยมือเปลี่ยนเกียร์ให้วุ่นวาย แบบนี้ขับนานๆก็ไม่เหนื่อย
Q
ปัญหาของ DPF (Diesel Particulate Filter) ใน Ford Ranger ปี 2021 คืออะไร?
ปัญหาของ DPF ใน Ford Ranger รุ่นปี 2021 ส่วนใหญ่จะแสดงอาการเป็นไฟเตือนขึ้นหรือเครื่องยนต์เร่งไม่ขึ้น เนื่องมาจากการอุดตันของตัวกรอง ซึ่งมักเกิดจากการขับขี่ระยะสั้นด้วยความเร็วต่ำเป็นเวลานาน ทำให้ DPF ไม่สามารถร้อนถึงอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับกระบวนการเผาไหม้สะสม (Regeneration) โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้น รถดีเซลจะมีแนวโน้มสะสมเขม่าคาร์บอนได้ง่ายกว่า แนะนำให้เจ้าของรถวิ่งด้วยความเร็วสูงเป็นประจำหรือใช้โปรแกรมฟื้นฟูที่แนะนำโดยผู้ผลิตเพื่อล้างคาร์บอน สำหรับคนที่ขับในเมืองที่รถติดบ่อยๆ อาจเลือกใช้เชื้อเพลิงดีเซลกำมะถันต่ำตามมาตรฐานและเข้าศูนย์บริการตามกำหนดเวลาเพื่อลดความเสี่ยงการอุดตันของ DPF ต้องเข้าใจว่ารถดีเซลทุกคันที่ติดตั้ง DPF อาจเจอปัญหาแบบนี้ได้ ไม่ใช่ข้อบกพร่องเฉพาะของ Ranger เท่านั้น ตัวแทนจำหน่ายท้องถิ่นสามารถให้บริการล้าง DPF แบบมืออาชีพได้ และในกรณีที่อุดตันหนักมากอาจต้องเปลี่ยนตัวกรองใหม่ การขับขี่อย่างถูกวิธีและการบำรุงรักษาสม่ำเสมอคือหัวใจสำคัญที่จะป้องกันปัญหาเหล่านี้ หากเห็นไฟเตือน DPF ขึ้นบนแผงหน้าปัดควรรีบแก้ไขทันที อย่าปล่อยไว้นานเพราะอาจทำให้เกิดปัญหาหนักหน่วงกับเครื่องยนต์ตามมาได้
Q
เครื่องยนต์ของ Ford Ranger 2021 คืออะไร?
รถ Ford Ranger รุ่นปี 2021 มีเครื่องยนต์หลายแบบให้เลือก ส่วนใหญ่เป็นเครื่องดีเซล บางรุ่นติดตั้งเครื่องยนต์ขนาด 2,198 ซีซี (ย่อว่า 2.2L) 4 สูบ ในขณะที่บางรุ่นใช้เครื่องยนต์ขนาด 1,998 ซีซี (ย่อว่า 2.0L) ก็เป็น 4 สูบเหมือนกัน เครื่องยนต์เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นแบบเทอร์โบชาร์จ ให้กำลังขับเคลื่อนที่แตกต่างกันไป เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือการขับขี่บนถนนสภาพซับซ้อนก็ตาม พวกมันสามารถตอบสนองความต้องการเรื่องกำลังได้ในระดับหนึ่ง
Q
Ford Ranger รุ่นปี 2021 อยู่ในเจเนอเรชันไหน?
Ford Ranger รุ่นปี 2021 นั้นเป็นรถยุคที่ 3 แพลตฟอร์ม T6 ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2011 และผ่านการอัพเกรดหลายครั้ง ล่าสุดในปี 2021 นี้ได้ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 4 สูบแบบอัพเกรด (ทั้งแบบเทอร์โบเดี่ยวและเทอร์โบคู่) ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 213 แรงม้า คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะและฟีเจอร์ช่วยขับขี่ เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติและระบบรักษาเลน ในตลาดไทย Ranger ได้ใจคนทำงานด้วยความสามารถในการขนส่งและสมรรถนะออฟโรดที่โดดเด่น โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมและก่อสร้าง ที่สำคัญยังแต่งเพิ่มได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโครงกันกระแทกหลังกระบะหรือชุดโช้คอัพออฟโรด ส่วนคู่แข่งอย่าง ISUZU D-MAX และ Toyota Hilux นั้น Ranger มีจุดแข็งที่ความนุ่มนวลบนถนนและห้องโดยสารที่ทันสมัยกว่า พร้อมหน้าจอระบบ SYNC 4 ที่ใช้งานง่าย อย่างไรก็ตาม ในสภาพอากาศร้อนชื้น แนะนำให้ตรวจสอบฟิลเตอร์น้ำมันดีเซลและระบบระบายความร้อนเป็นประจำ ส่วนช่วงฝนถ้าจะลุยออฟโรดควรติดตั้งท่อไอดีแบบมาตรฐานเพื่อยืดอายุเครื่องยนต์
Q
รถ Ford Ranger ปี 2021 มีระบบสตาร์ทระยะไกลหรือไม่?
รถ Ford Ranger รุ่นปี 2021 บางรุ่นแบบท็อปๆ นั้นมีฟีเจอร์ Remote Start หรือระบบสตาร์ทรถจากระยะไกลให้ด้วย ฟังก์ชันนี้ส่วนใหญ่จะต้องมีระบบ Ford SYNC และใช้แอป FordPass ในการควบคุม ทำให้เราสามารถเปิดเครื่องรถล่วงหน้าเพื่อใช้งานแอร์ในวันที่อากาศร้อนจัด หรือวอร์มเครื่องในหน้าหนาวได้สะดวกมาก โดยเฉพาะเหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทยที่ร้อนตลอดปี แต่อย่าลืมว่าระยะทำงานของระบบนี้จะอยู่ที่ประมาณ 60 เมตร และเครื่องยนต์จะดับอัตโนมัติหลังจากทำงานครบ 10 นาทีเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ระบบ SYNC ยังมีฟีเจอร์เช็คสถานะรถ ตำแหน่งรถ และอื่นๆ อีกด้วย ตอนนี้ฟีเจอร์แบบนี้เริ่มเป็นมาตรฐานในรถปิคอัพแล้ว รุ่นคู่แข่งอย่างโตโยต้าและญี่ปุ่นอื่นๆ ก็มีบริการคล้ายๆ กัน สำหรับใครที่กำลังมองหารถ Ranger มือสอง แนะนำให้เช็คที่ปุ่มด้านซ้ายของพวงมาลัยหรือในเมนูหน้าจอว่ามีฟังก์ชันนี้หรือไม่ เพราะรุ่นระดับล่างอาจต้องติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมครับ ทุกวันนี้แบรนด์รถแข่งกันพัฒนาแอปควบคุมรถผ่านมือถือ แถมในอนาคตอาจใช้สมาร์ทวอทช์หรือสั่งงานผ่านเสียงก็ได้เหมือนกัน
Q
วิธีเปลี่ยน Ford Ranger ปี 2021 เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD)
หากต้องการเปลี่ยนโหมดขับเคลื่อนของ Ford Ranger รุ่นปี 2021 เป็นระบบสี่ล้อ ขั้นแรกต้องมั่นใจว่ารถอยู่ในสภาพหยุดนิ่งหรือเคลื่อนที่ด้วยความเร็วต่ำ (แนะนำไม่เกิน 5 กม./ชม.) จากนั้นเลือกโหมด 4H (สี่ล้อความเร็วสูง) หรือ 4L (สี่ล้อความเร็วต่ำ) ตามความต้องการ หากขับบนถนนลื่นหรือเส้นทางออฟโรดแบบเบาๆ ให้ใช้ปุ่มหมุนหรือกดเปลี่ยนจากโหมด 2H เป็น 4H ระบบจะกระจายแรงบิดอัตโนมัติ แต่หากเจอทางชัน โคลน หรือภูมิประเทศที่ซับซ้อน ต้องจอดรถเข้าเกียร์ว่าง (รถเกียร์ธรรมดาต้องเหยียบคลัทช์) แล้วหมุนปุ่มไปที่ 4L รอจนไฟแสดงบนแผงคอนโซลติดสม่ำเสมอจึงจะใช้แรงบิดสูงได้ ข้อควรระวังคือโหมด 4H ใช้บนถนนปกติได้ชั่วคราว แต่ 4L สำหรับสภาพรุนแรงเท่านั้นและไม่ควรเกิน 40 กม./ชม. การใช้ระบบสี่ล้อบนถนนแห้งนานๆ อาจทำให้ระบบส่งกำลังเสียหาย นอกจากนี้รถยังมีระบบ Terrain Management ที่ปรับการตอบสนองคันเร่งและจุดเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติในโหมดทรายหรือโคลน ควรเลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพถนน การบำรุงรักษารายวันควรตรวจสอบสภาพของเหลวกรณีการโอนอย่างสม่ำเสมอ ก่อนฤดูฝนควรทดสอบว่าฟังก์ชั่นของไดรฟ์สี่เป็นปกติหรือไม่ การขับขี่บนภูเขาสามารถเปลี่ยนโหมดล่วงหน้าเพื่อเพิ่มความปลอดภัย
Q
2021 Ford Ranger พร้อมฟังก์ชันที่นั่งอุ่นหรือไม่?
สำหรับ Ford Ranger รุ่นปี 2021 ในบางรุ่นระดับสูงจะมีฟังก์ชันอุ่นเบาะหน้า โดยรายละเอียดการติดตั้งจะขึ้นอยู่กับรุ่นและแพ็คเกจเสริม เช่น รุ่น Wildtrak หรือ Raptor มักจะมีฟีเจอร์นี้ให้ ส่วนรุ่นพื้นฐานอย่าง XL โดยทั่วไปจะไม่ติดตั้งมาให้ ฟังก์ชันอุ่นเบาะนี้มีประโยชน์มากโดยเฉพาะเมื่อขับขี่ในพื้นที่ภูเขาที่มีอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงบ่อย หรือในช่วงหน้าหนาว เพราะจะช่วยเพิ่มความสบายได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเบาะหนังที่มักจะเย็นจัดเมื่ออุณหภูมิต่ำ ถ้าสนใจฟังก์ชันนี้ แนะนำให้ตรวจสอบรายการอุปกรณ์กับตัวแทนจำหน่ายก่อนซื้อ หรืออาจพิจารณาติดตั้งอุปกรณ์เสริมของทางหลังการขาย ปัจจุบันรถปิคอัพรุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกันอย่าง Toyota Hilux หรือ Isuzu D-MAX รุ่นสูงก็เริ่มนำฟังก์ชันอุ่นเบาะและยังมีระบบระบายอากาศมาใช้ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม การติดตั้งอุปกรณ์เสริมเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าเหล่านี้ควรเลือกผู้ให้บริการที่ได้มาตรฐาน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจส่งผลต่อการรับประกันหรือความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าในรถ
Q
รถ Ford Ranger ปี 2021 มีระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ระยะไกลหรือไม่?
รุ่น Ford Ranger ปี 2021 ในบางรุ่นระดับสูงมีระบบสตาร์ทรถจากระยะไกลจริงๆ ฟีเจอร์นี้มักจะมาพร้อมกับระบบกุญแจอัจฉริยะ ที่ให้เจ้าของรถกดสตาร์ทเครื่องยนต์จากระยะประมาณ 30 เมตรได้ ช่วยให้เปิดแอร์อุ่นหรือเย็นล่วงหน้าได้ ซึ่งสะดวกมากในอากาศร้อนๆ แต่ต้องระวังนิดนึงว่าระบบสตาร์ทรถระยะไกลอาจจะไม่เหมือนกันในแต่ละรุ่น แนะนำให้ถามพนักงานขายให้แน่ใจก่อนซื้อว่ามีอะไรบ้าง ตอนนี้เทคโนโลยีรถพัฒนาขึ้น ระบบสตาร์ทรถระยะไกลกลายเป็นฟีเจอร์พื้นฐานในรถปิคอัพแล้วนะ นอกจาก Ford Ranger รุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกันก็อาจมีฟีเจอร์แบบนี้เหมือนกัน บางแบรนด์ยังมีแอปในมือถือให้ควบคุมจากที่ไกลๆได้อีกด้วย เวลาใช้ฟีเจอร์นี้ควรระวังอย่าให้เครื่องยนต์เดินเบานานเกินไปนะ เดี๋ยวเครื่องจะสะสมคราบสกปรก และต้องจอดรถในที่ที่มีอากาศถ่ายเทด้วย ถ้ามีระบบนี้แต่ใช้ไม่ได้ ลองเช็คดูนะว่าอาจจะเป็นเพราะแบตเตอรี่กุญแจใกล้หมดหรือมีสัญญาณรบกวน แนะนำให้ลองเปลี่ยนแบตเตอรี่หรือเดินเข้าไปใกล้รถดูอีกที
Q
เครื่องยนต์ที่อยู่ใน Ford Ranger ปี 2021 คืออะไร?
Ford Ranger รุ่นปี 2021 มีเครื่องยนต์ดีเซลให้เลือก 2 รุ่นสำหรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ เทอร์โบ 2.0 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซล 5 สูบ เทอร์โบ 3.2 ลิตร ซึ่งทั้งสองรุ่นมีความน่าเชื่อถือและสมรรถนะแรงบิด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสภาพการจราจรในเขตร้อนที่มีการสตาร์ท-ดับเครื่องบ่อยครั้ง และความต้องการในการบรรทุกสินค้า สำหรับเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรใช้เทคโนโลยีไบ-เทอร์โบที่ทันสมัย ให้กำลังสูงสุด 213 แรงม้าและแรงบิด 500 นิวตัน-เมตร ส่วนเครื่อง 3.2 ลิตรให้กำลัง 200 แรงม้าและแรงบิด 470 นิวตัน-เมตร โดยทั้งคู่สามารถเลือกได้ทั้งเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดหรือเกียร์ธรรมดาตามความชอบของผู้ขับขี่ จุดที่ควรสังเกตคือระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์ดีเซลในสภาพอากาศร้อนจัดเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้ติดตั้งโมดูลระบายความร้อนแบบพิเศษเพื่อรับประกันความเสถียรแม้ต้องใช้งานหนักต่อเนื่องเป็นเวลานาน สำหรับลูกค้าที่ต้องขับขึ้นภูเขาหรือลากของหนักบ่อยอาจเหมาะกับรุ่น 3.2 ลิตรมากกว่า ในขณะที่ผู้ที่เน้นประหยัดน้ำมันอาจชอบรุ่น 2.0 ลิตรมากขึ้น แถมศูนย์บริการในท้องถิ่นก็มักมีอะไหล่เฉพาะของเครื่องยนต์ทั้งสองแบบนี้ให้พร้อม ทำให้การซ่อมบำรุงทำได้ง่ายกว่า
Q
รถ Ford Ranger ปี 2021 เป็นรุ่นอะไร?
รถกระบะ Ford Ranger รุ่นปี 2021 เป็นหนึ่งในรุ่นยอดฮิตของค่ายฟอร์ด ที่มาพร้อมกับหลายเวอร์ชันให้เลือกอย่าง XL XLT Wildtrak และ Raptor ซึ่งตอบโจทย์ผู้ใช้ได้หลากหลายสไตล์ เครื่องยนต์ให้เลือกทั้งแบบ 2.0L เทอร์โบดีเซล 4 สูบและ 2.3L เทอร์โบเบนซิน 4 สูบ คู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีดหรือออโต้ 10 สปีด ที่ทั้งแรงและประหยัดน้ำมันในตัว รุ่นนี้ขายดีในบ้านเราเพราะขับทั้งในเมืองและทางต่างจังหวัดได้คล่อง แถมระยะยกตัวสูงพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ทนทานทุกสภาพถนน ส่วนกระบะหลังก็จุของได้เยอะ พร้อมเทคโนโลยีเพียบทั้งระบบ SYNC 3 แครุ๋กเพลงสบายๆ, ควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และช่วยรักษาระยะในเลน ทำให้ขับขี่ทั้งปลอดภัยและสะดวกขึ้นอีกขั้น ถ้าเปรียบกับคู่แข่งอย่าง Toyota Hilux หรือ Isuzu D-MAX แล้ว Ranger ได้ใจใครหลายคนด้วยความทนทานและฟีเจอร์จัดเต็ม ถ้าสนใจจะซื้อทั้งมือหนึ่งหรือมือสอง แนะนำให้ลองนึกถึงความต้องการจริงๆ ของตัวเองแล้วไปทดลองขับที่ศูนย์ดูนะครับ จะได้รู้สึกว่าตรงสเปกไหม
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
ระบบขับเคลื่อนมีอะไรบ้าง?
ระบบขับเคลื่อนรถยนต์คือวิธีการส่งกำลังไปยังล้อขับเคลื่อน โดยแบ่งหลักเป็นสองประเภทคือระบบขับเคลื่อนสองล้อและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ โดยรูปแบบและลักษณะเฉพาะมีดังนี้:
- ระบบขับเคลื่อนล้อหน้าตัวเครื่องอยู่หน้า (FF) – เครื่องยนต์ติดตั้งด้านหน้าและขับเคลื่อนล้อหน้า โครงสร้างเรียบง่าย ต้นทุนต่ำ ประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ภายในรถสูง เหมาะสำหรับการเดินทางประจำวัน แต่เมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงอาจเกิดอาการหมุนหลุด
- ระบบขับเคลื่อนล้อหลังตัวเครื่องอยู่หน้า (FR) – เครื่องยนต์ติดตั้งด้านหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง การกระจายน้ำหนักระหว่างเพลาหน้าและเพลาหลังสมดุล ควบคุมได้แม่นยำและมีสมรรถนะการเร่งดี มักใช้กับรถสปอร์ตหรือรถหรู แต่บนถนนลื่นอาจทำให้เกิดอาการเหินและมีแท่นยกบริเวณพื้นรถแถวหลัง
- ระบบขับเคลื่อนล้อหลังตัวเครื่องอยู่กลาง (MR) – เครื่องยนต์ติดตั้งกลางตัวถัง ขับเคลื่อนล้อหลัง มีความเสถียรในการควบคุมและประสิทธิภาพการส่งกำลังดีเยี่ยม พบทั่วไปในรถสปอร์ต แต่พื้นที่ใช้สอยและความสะดวกสบายมีจำกัด
- ระบบขับเคลื่อนล้อหลังตัวเครื่องอยู่หลัง (RR) – เครื่องยนต์ติดตั้งด้านหลัง ขับเคลื่อนล้อหลัง เส้นทางการส่งกำลังสั้น มีแรงบิดเริ่มต้นและแรงปีนเขาดี แต่ไวต่อลมข้างและพื้นที่กระโปรงหลังลดลง
- ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD/AWD) – แบ่งเป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตโนมัติ และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเลือกได้ โดยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลาจะส่งกำลังไปที่ล้อทั้งสี่ตลอดเวลา มีความสามารถในการขับขี่บนถนนลุยสูง ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตโนมัติจะสลับระหว่างสองล้อและสี่ล้อโดยอัตโนมัติ เพื่อประหยัดน้ำมันและเหมาะสำหรับการขับลุยเบา ส่วนระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเลือกได้ต้องเปลี่ยนโหมดด้วยมือ เหมาะสำหรับการขับลุยแบบหนัก มีความเสถียรสูงแต่ต้นทุนและการสิ้นเปลืองน้ำมันค่อนข้างสูง
ระบบขับเคลื่อนรถยนต์พลังงานใหม่มีความหลากหลายมากขึ้น โดยรถยนต์ไฟฟ้าล้วนมีทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหน้า/ล้อหลังด้วยมอเตอร์เดียวและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อด้วยมอเตอร์คู่ ส่วนรถยนต์ไฮบริดใช้การทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ เพื่อให้ได้ทั้งสมรรถนะและการประหยัดพลังงาน
การเลือกระบบขับเคลื่อนควรพิจารณาตามสถานการณ์การใช้งาน: สำหรับการขับขี่ทั่วไปควรเลือกระบบขับเคลื่อนล้อหน้าตัวเครื่องอยู่หน้าเนื่องจากประหยัดและใช้งานง่าย หากต้องการสมรรถนะการขับขี่อาจเลือกระบบขับเคลื่อนล้อหลังตัวเครื่องอยู่หน้าหรือระบบขับเคลื่อนล้อหลังตัวเครื่องอยู่กลาง สำหรับถนนสภาพยากหรือการขับลุยควรเลือกระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเป็นหลัก
Q
รถ 2WD คืออะไร?
รถยนต์ 2WD (Two-Wheel Drive) หรือรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยล้อสองล้อ คือรถที่กำลังขับเคลื่อนถูกส่งไปยังล้อเพียงสองล้อเท่านั้น เพื่อขับเคลื่อนรถ โดยแบ่งหลักๆ ออกเป็นสองประเภท คือขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า (FWD) และขับเคลื่อนด้วยล้อหลัง (RWD)
ในรถประเภทขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า ล้อหน้าจะรับผิดชอบหน้าที่ขับเคลื่อน โดยภายใต้เงื่อนไขความจุเครื่องเดียวกัน มีคุณสมบัติ เช่น ความสามารถส่งกำลังงานที่มีประสิทธิภาพสูง การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงต่ำ ความสามารถขับเคลื่อนที่ดี โครงสร้างกะทัดรัด การใช้ประโยชน์พื้นที่ภายในรถสูง น้ำหนักรถทั้งหมดเบา อัตราการเสียหายต่ำ และความเร็วในการขับเคลื่อนสูง เป็นต้น โดยปกติใช้สำหรับรถยนต์ขนาดเล็กที่ต้องการพื้นที่และประสิทธิภาพการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่สูง
ในขณะที่รถประเภทขับเคลื่อนด้วยล้อหลังจะมีล้อหลังรับผิดชอบการขับเคลื่อน ซึ่งมีข้อได้เปรียบ เช่น ความสามารถรับน้ำหนักสูง โครงสร้างเรียบง่าย ง่ายต่อการซ่อมบำรุง และความสามารถในการควบคุมที่ยอดเยี่ยม เป็นต้น โดยใช้เป็นส่วนใหญ่สำหรับรถขนส่งและรถโดยสารขนาดกลางและขนาดใหญ่
เมื่อเปรียบเทียบกับรถขับเคลื่อนด้วยล้อสี่ล้อ (4WD) รถ 2WD มีจำนวนล้อขับเคลื่อนน้อยกว่า โดยภายใต้การติดตั้งยางเดียวกัน ความยึดเกาะของยางจะค่อนข้างอ่อนกว่า และความเสถียรในการขับเคลื่อนมักไม่เทียบเท่ากับรถ 4WD แต่มีประสิทธิภาพการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีกว่า และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาต่ำกว่า
หากใช้รถขับเคลื่อนบนถนนเมืองเป็นหลัก และให้ความสำคัญกับพื้นที่และการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง รถ 2WD จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม แต่หากมักเผชิญกับถนนเส้นทางที่ซับซ้อนหรือมีความต้องการในการขับรถพิเศษ รถ 4WD อาจเหมาะสมมากกว่า
Q
"รถขับเคลื่อนสองล้อสามารถขึ้นเนินได้ไหม?"
รถขับเคลื่อนสองล้อสามารถขึ้นทางชันได้หรือไม่ ต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยรวมกัน ได้แก่ ระดับความชัน สภาพผิวถนน สมรรถนะรถ และทักษะการขับขี่ โดยทั่วไปรถขับเคลื่อนสองล้อสามารถรับมือกับทางลาดชันเล็กน้อยในเมือง (เช่น ทางเข้าอาคารจอดรถใต้ดิน ทางลาดชันในเขตชานเมืองทั่วไป) ได้อย่างง่ายดาย รถส่วนใหญ่ที่มีแรงบิด 200 นิวตันเมตรสามารถขึ้นทางชันไม่เกิน 20 องศาได้ ขณะที่รถขับเคลื่อนสองล้อแบบออฟโรดขนาดเล็กบางรุ่นสามารถขึ้นทางชันได้มากถึง 25 องศาหรือมากกว่า แต่เมื่อเจอทางชันที่ลาดชันมาก (เกิน 25 องศา) พื้นถนนลื่นหรือเป็นโคลน รถขับเคลื่อนสองล้ออาจประสบปัญหา โดยเฉพาะรถขับเคลื่อนล้อหน้าที่เมื่อขึ้นทางชันแล้วจุดศูนย์ถ่วงจะเคลื่อนไปด้านหลัง ทำให้แรงยึดเกาะของล้อหน้าลดลงและเกิดการลื่นไถลได้ง่าย นอกจากนี้ แรงบิดเครื่องยนต์ ประสิทธิภาพระบบส่งกำลัง และแรงยึดเกาะของยาง ยังส่งผลต่อสมรรถนะการขึ้นทางชันด้วย ในสถานการณ์ปกติ การใช้เกียร์ต่ำและการควบคุมความเร็วเครื่องยนต์ให้คงที่สามารถช่วยให้รถขับเคลื่อนสองล้อขึ้นทางชันได้ดีขึ้น แต่ในกรณีที่ทางชันมากหรือสภาพถนน越野 รถขับเคลื่อนสี่ล้อจะมีประสิทธิภาพในการผ่านทางที่ดีกว่า
Q
"ยานพาหนะ 4x4 หมายถึงยานพาหนะที่มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ซึ่งช่วยให้ทั้งล้อหน้าและล้อหลังได้รับกำลังจากเครื่องยนต์พร้อมกัน ทำให้รถมีความสามารถในการขับบนสภาพถนนที่ยากลำบากหรือในพื้นที่ที่มีการเกาะถนนต่ำ เช่น พื้นทราย หรือพื้นดินโคลน ยานประเภทนี้มักถูกใช้งานในพื้นที่นอกเมือง หรือในการขับขี่แบบออฟโรด"
รถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ หรือ 4x4 นั้น ตัวเลขหน้า "x" จะแสดงจำนวนล้อทั้งหมด และตัวเลขหลัง "x" จะแสดงจำนวนล้อขับเคลื่อน ดังนั้น 4x4 หมายความว่ารถยนต์มีล้อสี่ล้อ ซึ่งทั้งหมดเป็นล้อขับเคลื่อน ทำให้กำลังเครื่องยนต์ส่งไปยังล้อทั้งสี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะและสมรรถนะในการขับขี่บนสภาพถนนที่ซับซ้อน เช่น โคลน ทราย และเนินเขา ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่พบได้ทั่วไป ได้แก่ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา (รักษาการกระจายกำลังระหว่างล้อหน้าและล้อหลังตลอดเวลา บางรุ่นกระจายแรงบิดตามอัตราส่วนที่กำหนดบนถนนปกติ และปรับอัตโนมัติเมื่อเกิดการลื่นไถล) และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตามความต้องการ (ตรวจจับสภาพถนนผ่านหน่วยควบคุมและเปลี่ยนเป็นโหมดขับเคลื่อนสี่ล้อโดยอัตโนมัติเมื่อล้อขับเคลื่อนลื่นไถล) ในประเทศไทย รถยนต์ 4x4 ไม่เพียงแต่ใช้ในสถานการณ์ออฟโรดของพลเรือนเท่านั้น แต่ยังมีการใช้งานที่สำคัญในภาคการป้องกันประเทศด้วย ตัวอย่างเช่น สถาบันวิจัยเทคโนโลยีการป้องกันประเทศได้ทำการทดสอบการยิงรถหุ้มเกราะ D-Lion 4x4 ที่ติดตั้งสถานีอาวุธควบคุมระยะไกล และยังได้ร่วมมือกับกองทัพบกอังกฤษในการทดสอบต้นแบบรถบรรทุกทหาร 4x4 ที่ใช้แชสซีรถบรรทุก Tatra ของเช็ก เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการขนส่งทางยุทธวิธีและการปฏิบัติการในภูมิประเทศที่ซับซ้อน นอกจากนี้ รถยนต์ 4x4 ยังสามารถจำแนกได้ตามวัตถุประสงค์ เช่น รถยนต์ออฟโรดแบบใช้งานหนัก และรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อแบบใช้งานได้ทั้งบนทางวิบากและในเมือง ซึ่งแต่ละประเภทเหมาะสมกับสถานการณ์การใช้งานที่แตกต่างกัน
Q
การขับขี่ด้วยระบบ 4H สามารถเร่งความเร็วของรถได้ไม่เกินกี่กิโลเมตรต่อชั่วโมง?
เมื่อขับรถโดยใช้ระบบ 4H แนะนำให้ควบคุมความเร็วรถไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โหมด 4H เหมาะสมที่สุดสำหรับการใช้งานบนพื้นถนนที่ไม่ได้ลาดยางหรือสภาพถนนที่ขรุขระ เช่น ถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ หรือถนนลื่นในช่วงฝนตก ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นคง แรงยึดเกาะของยาง และการควบคุมรถได้ดีขึ้น แต่หากใช้โหมด 4H เป็นเวลานานบนถนนลาดยางที่มีแรงยึดเกาะดี อาจทำให้เกิดการสึกหรอของยางอย่างรวดเร็ว ระบบส่งกำลังรับแรงเครียดเพิ่มขึ้นจนเสียหายก่อนกำหนด และยังเพิ่มการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอีกด้วย ดังนั้นเมื่อขับบนถนนลาดยางที่มีสภาพดี เช่น ถนนทางด่วน ควรใช้โหมดขับเคลื่อนสองล้อจะดีกว่า เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ ยืดอายุการใช้งานของชิ้นส่วนรถ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตารางผ่อนชำระล่าสุด Ford Ranger ตัวช่วยอันทรงพลังสำหรับการเกษตรและธุรกิจ
ธนวัฒน์Nov 4, 2025

ฟอร์ดยืนยัน Ranger Super Duty ผลิตในไทย เตรียมเปิดตัวปี 2026 ตำแหน่งเป็นรถกระบะเพื่อการพาณิชย์หนัก
สุรเดชJul 9, 2025

Ford Ranger ราคาเท่าไหร่ รุ่นต่างๆ พร้อมราคาทุกรุ่นเผยแล้ว รถกระบะที่คุ้มค่าที่สุด
AshleyApr 7, 2025

"Ford Ranger MS-RT เปิดตัวในประเทศไทย: จำกัดจำนวน 200 คันเท่านั้น,ราคา 1,749,000 บาท!"
Kevin WongNov 26, 2024

Ford Ranger: รถกระบะที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพค่าใช้จ่ายสูง และใช้งานได้จริง
LienMay 2, 2024
ดูเพิ่มเติม


ข้อดี
ข้อเสีย