Q

BMW X3 จะใช้งานได้นานเท่าไหร่

ในประเทศไทย BMW X3 สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 150,000-200,000 กิโลเมตรหรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับการบำรุงรักษาประจำวัน นิสัยการขับขี่ และปัจจัยสภาพแวดล้อมในท้องถิ่น สภาพอากาศร้อนชื้นของไทยมีผลกระทบต่อชิ้นส่วนยางและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แนะนำให้ตรวจสอบระบบระบายความร้อนและระบบแอร์เป็นประจำ ส่วนสภาพการจราจรติดขัดในเมืองอย่างกรุงเทพฯจะเพิ่มภาระให้เครื่องยนต์และเกียร์ ดังนั้นการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 6 เดือนจะช่วยยืดอายุการใช้งานของรถยนต์ เครื่องยนต์รุ่น B48/B58 ของ BMW X3 มีชื่อเรื่องความทนทาน แต่ควรเติมน้ำมันเชื้อเพลิงมาตรฐานไทยเกรด 95 ขึ้นไปและเปลี่ยนหัวเทียนตามกำหนด สำหรับช่วงล่าง สภาพอากาศที่มีฝนชุกในไทยอาจทำให้เกิดสนิมได้ง่าย แนะนำให้ทำการป้องกันสนิมทุก 2 ปี ที่สำคัญ อะไหล่แท้จากศูนย์บริการอย่างเป็นทางการและการอัปเดตซอฟต์แวร์จะช่วยรักษาประสิทธิภาพของรถได้ดีที่สุด หากดูแลรักษาอย่างเหมาะสม BMW X3 สามารถใช้งานในไทยได้เกิน 10 ปีแน่นอน สำหรับผู้ที่สนใจซื้อ X3 มือสอง แนะนำให้ตรวจสอบสภาพคอมเพรสเซอร์แอร์ ระบบระบายน้ำของหลังคากระจก และสภาพเทอร์โบชาร์จเจอร์เป็นพิเศษ เพราะชิ้นส่วนเหล่านี้เสื่อมสภาพได้ง่ายในภูมิอากาศร้อนชื้น
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
ค่าเบี้ยประกันสำหรับ BMW X3 ปี 2021 อยู่ที่เท่าไหร่?
ราคาประกันภัยสำหรับ BMW X3 รุ่นปี 2021 ในประเทศไทยจะมีความแตกต่างกันไปตามหลายปัจจัย โดยทั่วไปแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 30,000 ถึง 80,000 บาทต่อปี ราคาที่แท้จริงขึ้นอยู่กับรุ่นรถ (เช่น sDrive20i xDrive30e เป็นต้น) ประเภทการประกัน (ประกันชั้น 1 ชั้น 2 หรือชั้น 3) อายุของเจ้าของรถ ประวัติการขับขี่ และนโยบายส่วนลดจากบริษัทประกัน เช่น รุ่นที่มีระบบความปลอดภัยขั้นสูงอาจได้รับส่วนลดเบี้ยประกัน บริษัทประกันที่นิยมในตลาดไทยอย่างวิริยะ หรือ ธรรมภักดี มักมีแผนประกันเฉพาะสำหรับรถนำเข้า แนะนำให้เลือกแพ็กเกจที่รวมประกันภัยรถหายและประกันภัยจากภัยธรรมชาติโดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมอย่างกรุงเทพฯ ที่สำคัญ กฎหมายไทยบังคับให้รถทุกคันต้องมีประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) แต่ความคุ้มครองมีจำกัด ดังนั้นควรซื้อประกันเชิงพาณิชย์เพิ่มเติมเพื่อครอบคลุมความเสี่ยงจากการชนหรือความรับผิดต่อบุคคลที่สาม นอกจากนี้ตัวแทนจำหน่าย BMW มักมีบริการประกันปีแรกในแพ็กเกจ แต่การเปรียบเทียบราคากับบริษัทประกันอิสระอาจช่วยประหยัดได้มากกว่า การเข้าใจวิธีคำนวณเบี้ยประกันจะช่วยลดค่าใช้จ่าย เช่น การติดตั้งอุปกรณ์ติดตาม GPS หรือเลือกความรับผิดส่วนแรก (Excess) สูงขึ้น อาจลดเบี้ยประกันได้ประมาณ 10%-15%
Q
รถ BMW X3 ปี 2021 จะลดมูลค่าไปเท่าไร?
อัตราการเสื่อมราคาของ BMW X3 รุ่นปี 2021 ในประเทศไทยจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพรถ ระยะทางที่ใช้งาน ประวัติการบำรุงรักษา และความต้องการในตลาด โดยทั่วไปแล้วรถใหม่ในช่วง 3 ปีแรกจะเสื่อมราคาค่อนข้างเร็ว โดยเฉพาะปีแรกอาจลดลงถึง 20% จากนั้นจะค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ เมื่อถึงปีที่ 5 อาจเสื่อมราคารวม 40-50% สำหรับตลาดไทย เนื่องจากรถนำเข้าต้องเสียภาษีสูง และแบรนด์ BMW มีความนิยมค่อนข้างคงที่ในท้องตลาด ทำให้รถมือสอง X3 คงมูลค่าได้ดีกว่ารถทั่วไป แต่ก็ต้องคำนึงถึงผลกระทบจากสภาพอากาศที่ชื้นของไทยต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนโลหะในรถด้วย แนะนำให้บำรุงรักษาเป็นประจำเพื่อรักษาสภาพรถ ส่วนคนไทยเวลาซื้อรถมือสองมักให้ความสำคัญกับประวัติการซ่อมบำรุงที่ศูนย์บริการและประวัติอุบัติเหตุ ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลต่อมูลค่าซากโดยตรง ถ้าคิดถึงการขายต่อในอนาคต แนะนำให้เลือกรุ่นที่นิยมในไทย เช่น xDrive20d หรือ xDrive30e รุ่นไฮบริด ซึ่งเป็นรุ่นที่ขายดีในตลาดไทย อีกทั้งรัฐบาลไทยยังมีมาตรการลดภาษีสำหรับรถพลังงานสะอาดในปีหลังๆ มานี้ ทำให้รถกลุ่มนี้อาจคงมูลค่าได้ดีกว่าในระยะยาว นอกจากนี้การตรวจสอบราคารถรุ่นเดียวกันในเว็บขายรถมือสองอย่าง One2Car หรือตลาดรถก็ช่วยให้ประเมินอัตราการเสื่อมราคาได้แม่นยำขึ้น
Q
รถ BMW X3 รุ่นปี 2021 สามารถวิ่งได้กี่กิโลเมตร?
รถ BMW X3 รุ่นปี 2021 ที่ได้รับการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอสามารถใช้งานได้ถึง 200,000-300,000 กิโลเมตรหรือมากกว่านั้น โดยอายุการใช้งานจริงจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่ สภาพถนน และความถี่ในการดูแลรักษา สำหรับในประเทศไทยที่อากาศร้อนและมีการจราจรหนาแน่นในบางเมือง ขอแนะนำให้เจ้าของรถใส่ใจเป็นพิเศษกับการตรวจสอบระบบระบายความร้อนและเกียร์เป็นประจำ เพื่อให้เครื่องยนต์และระบบส่งกำลังทำงานได้ดีแม้ในสภาพอากาศร้อน นอกจากนี้ ด้วยสภาพอากาศที่ชื้นและฝนบ่อย ควรตรวจสอบระบบช่วงล่างและระบบไฟฟ้าเพื่อป้องกันสนิมและความชื้นอย่างสม่ำเสมอ เครื่องยนต์รุ่น B48/B58 ของ BMW X3 ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน เมื่อทำงานคู่กับเกียร์ ZF 8 สปีด ทำให้ระบบขับเคลื่อนมีประสิทธิภาพยาวนาน ถ้าทำตามคู่มือการบำรุงรักษาอย่างเคร่งครัด ใช้อะไหล่แท้และน้ำมันเครื่องที่ได้มาตรฐาน จะช่วยยืดอายุการใช้งานของรถได้อีก สำหรับคนไทย การเลือกศูนย์บริการที่ได้รับการรับรองจาก BMW เป็นเรื่องสำคัญ เพราะศูนย์เหล่านี้เข้าใจสภาพอากาศของไทยและสามารถให้บริการที่เหมาะสมได้ แม้ว่าปัจจุบันรถไฮบริดและรถไฟฟ้ากำลังเป็นที่นิยมทั่วโลก แต่รถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอย่าง X3 ยังคงเหมาะกับประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่สถานีชาร์จไฟยังไม่ทั่วถึง และที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเปลี่ยนไส้กรองอากาศบ่อยๆ ในไทยเพราะอากาศร้อนมักมีฝุ่นและมลภาวะมาก ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพของเครื่องยนต์
Q
รถ BMW X3 รุ่นปี 2021 จำเป็นต้องใช้น้ำมันเบนซินเกรดพรีเมียมหรือไม่?
สำหรับรถ BMW X3 รุ่นปี 2021 ที่ใช้งานในประเทศไทย แนะนำให้ใช้เชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ชนิดพรีเมียม (Premium Gas) ตามที่ผู้ผลิต BMW แนะนำและออกแบบเครื่องยนต์มาโดยเฉพาะ รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จที่ทำงานในสภาวะอัดสูง จึงต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีค่าออกเทนสูงเพื่อป้องกันการน็อคและรักษาประสิทธิภาพการทำงานที่ดีที่สุด รวมถึงประหยัดน้ำมันด้วย ในตลาดไทยสามารถใช้เบนซิน 95 แบบธรรมดาหรือสูงกว่านี้ได้ แต่ถ้าใช้เชื้อเพลิงที่มีค่าออกเทนต่ำเป็นเวลานาน อาจทำให้ไฟเตือนเครื่องยนต์ขึ้นหรือสมรรถนะลดลง สำหรับคนไทยที่ใช้รถต้องระวังเรื่องสภาพอากาศด้วย เพราะอากาศร้อนอาจทำให้ผลกระทบจากน้ำมันคุณภาพต่ำต่อเครื่องยนต์รุนแรงขึ้น แนะนำให้เติมน้ำมันตามมาตรฐานที่กำหนดในปั๊มน้ำมันทั่วไปอย่างสม่ำเสมอ และบางพื้นที่ห่างไกลในไทยอาจมีน้ำมันไม่ครบทุกเกรด ถ้าจะเดินทางไกลควรวางแผนจุดเติมน้ำมันล่วงหน้า รุ่น SUV หรูอื่นๆ เช่น Mercedes GLC หรือ Audi Q5 ก็ต้องการน้ำมันออกเทนสูงเช่นกัน นี่เป็นลักษณะทั่วไปของเครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูง ไม่ได้มีแค่ BMW เท่านั้น ถ้ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับน้ำมันที่เหมาะสม สามารถดูคู่มือการใช้รถหรือปรึกษาตัวแทนจำหน่าย BMW ในไทยได้ พวกเขารู้จักคุณภาพน้ำมันและความเหมาะสมกับรถในพื้นที่ดีที่สุด
Q
มูลค่าขายต่อของ BMW X3 ปี 2021 คือเท่าไหร่?
รุ่น BMW X3 ปี 2021 ในตลาดมือสองประเทศไทยมีอัตราการรักษามูลค่าค่อนข้างดี เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ โดยทั่วไปหลังจากใช้งาน 3 ปียังสามารถรักษามูลค่าไว้ได้ประมาณ 60%-70% ของราคาเดิม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ระยะทาง และสภาพการดูแลรักษา โดยรุ่น xDrive30i และรุ่นอื่นๆ ที่มีอุปกรณ์ครบครันมักเป็นที่ต้องการของตลาดรถมือสองมากกว่า ส่วนรุ่นที่มีชุดเสริม M Sport ก็จะดึงดูดกลุ่มลูกค้าวัยหนุ่มสาวได้ดีกว่า สภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทยเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ แนะนำให้เปลี่ยนไส้กรองแอร์และตรวจสอบยางส่วนต่างๆ อยู่เสมอเพราะรายละเอียดเหล่านี้ส่งผลต่อราคาขายต่อโดยตรง เมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกันแล้ว BMW X3 ยังคงเป็นที่นิยมในตลาดมือสองไทยด้วยความน่าเชื่อถือของแบรนด์และสมรรถนะการขับขี่ โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์รถ SUV หรู อย่างไรก็ตาม ต้องคำนึงว่าภาษีนำเข้ารถยนต์ในประเทศไทยค่อนข้างสูง ทำให้ราคารถใหม่สูงตามไปด้วย นี่จึงเป็นจุดเด่นของรถมือสองสภาพดีที่ราคาจับต้องได้ง่ายกว่า แต่ผู้ซื้อส่วนใหญ่มักเลือกช่องทางรถมือสองรับประกันจากศูนย์เพื่อบริการเสริมประกันต่อ การมีประวัติการซ่อมบำรุงจากศูนย์ BMW แบบครบถ้วนและการใช้อะไหล่แท้จะช่วยเพิ่มมูลค่าขายต่อได้อีกประมาณ 10%-15% ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของตลาดรถมือสองไทยที่ควรรู้ไว้
Q
BMW X3 มือสอง 2021 ราคาเท่าไหร่
ในตลาดรถมือสองของประเทศไทย รถ BMW X3 รุ่นปี 2021 จะมีราคาอยู่ที่ประมาณ 1.8 - 2.5 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น รุ่นย่อย ระยะทางที่ใช้งาน สภาพรถ และการซื้อจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการหรือไม่ รุ่น M Sport หรือรุ่นที่ติดตั้งระบบช่วยขับขี่ขั้นสูงมักจะมีราคาสูงกว่า ในกรณีที่เป็นรถใหม่ เนื่องจากรุ่น 2021 ถูกยกเลิกแล้ว ขอแนะนำให้ปรึกษาผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูในพื้นที่ว่ามีรถในสต็อกหรือไม่ โดยปกติจะมีส่วนลดให้ ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยมีความต้องการ SUV หรูเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ BMW X3 เป็นที่นิยมมากเนื่องจากสมรรถนะการขับขี่และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ในการซื้อควรตรวจสอบประวัติการบริการและสถานะการรับประกันเพื่อให้มั่นใจว่าสภาพรถยังดี นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังมีการเก็บภาษีนำเข้ารถในอัตราที่ค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อราคา หากมีงบประมาณจำกัด อาจพิจารณาซื้อรถมือสองผ่านช่องทางที่ได้รับการรับรองจากทางบริษัท ซึ่งรถเหล่านี้มักผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดและมีบริการรับประกันขยายเวลา ทำให้มีความคุ้มค่ามากกว่า
Q
ประเภทของระบบขับเคลื่อนของ BMW X3 ปี 2021 คืออะไร?
รุ่น BMW X3 ปี 2021 ที่วางจำหน่ายในตลาดประเทศไทยมีระบบขับเคลื่อนให้เลือก 2 แบบ คือ ขับเคลื่อนล้อหลัง (sDrive) และระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ (xDrive) โดยระบบ xDrive นี้ใช้คลัตช์หลายแผ่นควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์เพื่อกระจายกำลังไปยังเพลาหน้าและหลังแบบไร้ขั้นตอน สามารถปรับการส่งแรงบิดได้อัตโนมัติตามสภาพถนน ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับถนนลื่นหรือสภาพภูมิประเทศที่ซับซ้อนของภูเขาทางภาคเหนือในช่วงฤดูฝนของประเทศไทย ระบบกระจายกำลังขับเคลื่อนของรุ่นนี้ทำงานร่วมกับระบบ DSC เพื่อควมคุมความมั่นคงขณะขับเคลื่อน แม้จะขับบนเส้นทางคดเคี้ยวในเชียงใหม่หรือเจอฝนตกหนักแบบกะทันหันในกรุงเทพก็ยังเกาะถนนได้ดี ที่สำคัญ ภูมิอากาศร้อนของไทยต้องการระบบระบายความร้อนที่ประสิทธิภาพสูงสำหรับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ แต่ระบบ xDrive ของ X3 ได้รับการออกแบบมาเฉพาะสำหรับสภาพอากาศร้อน โดยระบบระบายความร้อนสามารถทำงานต่อเนื่องภายใต้ภาระหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับผู้บริโภคไทยที่มักเดินทางไปพื้นที่ชายทะเลอย่างพัทยาหรือต้องเผชิญกับถนนลูกรัง ตัวเลือก xDrive ถือว่าดูแลทุกสถานการณ์ได้ดีกว่า ในขณะที่ผู้ใช้ที่ขับในเมืองเป็นหลักอาจเลือก sDrive เพื่อประหยัดน้ำมันมากขึ้น เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนของ BMW ผ่านการทดสอบมาอย่างหนักในทุกตลาดรวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความน่าเชื่อถือได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง เจ้าของรถยนต์ชาวไทยสามารถเลือกรูปแบบการขับขี่ที่เหมาะสมกับสถานการณ์การใช้งานจริง
Q
อุปกรณ์ป้องกันการโจรกรรมประเภทใดที่ติดตั้งอยู่ในรถ BMW X3 ปี 2021?
รถ BMW X3 รุ่นปี 2021 ที่วางขายในตลาดประเทศไทยมาพร้อมกับระบบป้องกันขโมยมาตรฐานโรงงานที่ทันสมัย โดยหลักๆแล้วจะมีระบบ Immobilizer (ระบบล็อคเครื่องยนต์อีเล็กทรอนิกส์) และระบบเตือนภัย ระบบป้องกันการขโมยเครื่องยนต์ทำงานผ่านการยืนยันรหัสระหว่างชิปในกุญแจกับ ECU ของรถเพื่อป้องกันการสตาร์ทรถโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนระบบเตือนภัยด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงจะทำงานเมื่อตรวจจับการเคลื่อนไหวผิดปกติหรือมีการทุบกระจกรถ พร้อมส่งสัญญาณเสียงและแสงเตือน ยิ่งไปกว่านั้นในรุ่นท็อปบางรุ่นอาจติดตั้งระบบติดตาม GPS (เช่นบริการ BMW ConnectedDrive) ที่ช่วยติดตามตำแหน่งรถในกรณีถูกขโมย สำหรับสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย แนะนำให้เจ้าของรถติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันขโมยเพิ่มเติม เช่น ล็อกพวงมาลัยแบบกลหรือล็อกล้อยาง เพราะความร้อนสูงอาจส่งผลต่อความไวของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และในบางพื้นที่ของไทยยังมีการโจรกรรมโดยการทุบกระจกรถเป็นหลัก การใช้ระบบป้องกันขโมยสองชั้นจึงเป็นสิ่งจำเป็น ที่น่าสนใจคือกฎหมายไทยกำหนดให้รถใหม่ทุกคันต้องผ่านมาตรฐานระบบป้องกันขโมยตามที่ TIS รับรอง แต่สำหรับรถนำเข้าอย่าง BMW มักจะเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เจ้าของรถสามารถตรวจสอบสถานะรถผ่านแอป My BMW ได้ตลอดเวลา ทั้งการล็อกประตูและประวัติการทำงานของระบบเตือนภัย ซึ่งฟังก์ชันสมาร์ทแบบนี้มีประโยชน์มากโดยเฉพาะในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ที่การจราจรหนาแน่น ช่วยให้คุณตรวจสอบความปลอดภัยของรถที่จอดไว้ได้แบบเรียลไทม์
Q
วิธีเพิ่มระบบสตาร์ทระยะไกลให้กับ BMW X3 ปี 2021
สำหรับรถ BMW X3 รุ่นปี 2021 ที่ต้องการติดตั้งระบบ Remote Start ในประเทศไทย สามารถทำได้ที่ศูนย์บริการตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ BMW หรือร้านแต่งรถมืออาชีพ แนะนำให้เลือกใช้อะไหล่แท้จากโรงงานเพื่อความเข้ากันได้และเสถียรภาพของระบบ โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนของไทย การใช้รีโมตสตาร์ทเพื่อเปิดแอร์ล่วงหน้าจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายมาก การติดตั้งระบบนี้ปกติต้องเพิ่มโมดูลควบคุมและทำการโปรแกรม บางรุ่นอาจต้องเปลี่ยนกุญแจรถหรือใช้แอปพลิเคชันบนมือถือในการควบคุม ค่าใช้จ่ายประมาณ 20,000-50,000 บาท ขึ้นอยู่กับค่าประกอบที่เลือก อย่างไรก็ตาม กฎหมายไทยมีการควบคุมเกี่ยวกับการแต่งรถ จึงควรเก็บเอกสารการติดตั้งไว้แสดงเวลาตรวจสภาพรถประจำปี และการแต่งอาจส่งผลต่อการรับประกันจากศูนย์ ควรปรึกษาตัวแทนจำหน่ายก่อนตัดสินใจ ปัจจุบันระบบแบบนี้กำลังได้รับความนิยมในตลาดไทย ยี่ห้ออื่นอย่าง Toyota หรือ Mercedes-Benz ก็มีระบบรีโมตสตาร์ทให้เลือกติดตั้งเช่นกัน ส่วนรถรุ่นใหม่ๆของ Hyundai สามารถสตาร์ทรถผ่านบลูทูธในระยะใกล้ได้ เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้การใช้รถสะดวกขึ้นมาก
Q
2021 BMW X3 มี Digital Key ไหม?
ใช่แล้ว รุ่น BMW X3 ปี 2021 มาพร้อมกับฟีเจอร์ Digital Key ที่ช่วยให้เจ้าของรถสามารถเปิดประตูและสตาร์ทรถผ่านแอป BMW บนสมาร์ทโฟนได้โดยไม่ต้องใช้กุญแจแบบเดิมๆ ซึ่งเหมาะมากกับสภาพอากาศร้อนและฝนตกบ่อยของไทย เพราะไม่ต้องคอยก้มลงหกุญแจในกระเป๋าหรือกระเป๋าสะพายให้เสียเวลา แถม Digital Key ยังสามารถแชร์สิทธิ์ให้ครอบครัวหรือเพื่อนๆ ใช้ชั่วคราวได้อีกด้วย สะดวกสุดๆ แต่ต้องระวังนิดนึงว่า ฟีเจอร์นี้ต้องใช้สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่หน่อยและระบบปฏิบัติการที่อัพเดท แนะนำให้ใช้ iOS หรือ Android เวอร์ชันล่าสุดเพื่อความเข้ากันได้ ในไทยนี้ ผู้จำหน่าย BMW ก็มีเจ้าคอยสอนวิธีใช้แบบละเอียดอยู่แล้ว ช่วยให้ใช้งานได้คล่องภายในเวลาอันสั้น ด้วยเทรนด์รถอัจฉริยะแบบนี้ ฟีเจอร์ Digital Key กำลังกลายเป็นมาตรฐานของรถหรูหลายรุ่น และในอนาคตอาจจะเห็นฟีเจอร์นี้ในรถรุ่นอื่นๆ เพิ่มขึ้นอีก เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้รถมากยิ่งขึ้น
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

รถมีระบบขับเคลื่อนที่ทันสมัย ประหยัดพลังงานและสนุกในการขับขี่
ประทับใจด้วยประสิทธิภาพในการใช้น้ำมัน
มาพร้อมกับระบบช่วยขับขี่ที่สมบูรณ์ เช่น การเตือนหากรถไปอยู่ทางอื่น การเตือนการตรวจสอบจุดบอด การเตือนเมื่อมีรถวิ่งข้ามระหว่างถอยรถ
อุปกรณ์ภายในครบครัน ได้รับการอัปเกรดสมุดรายวัน BMW Live Cockpit Professional ขนาดเต็ม มีระบบแสดงผล BMW Head-Up Display กับระบบช่วยจอดรถ และเมื่อขับอยู่ในโหมดไฟฟ้าจะมีการจำลองเสียงเพื่อเตือนคนที่อยู่แถว ๆ

ข้อเสีย

ค่าบำรุงรักษาสูงกว่ารถจากญี่ปุ่น ในการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง รถจากญี่ปุ่นจะเสียค่าใช้จ่ายเพียงหลายพันบาทในครั้งเดียว ขณะที่รถนี้จะเสียค่าใช้จ่ายหลายหมื่นบาทหรือใกล้หมื่นบาททุกครั้ง
ขับรถไม่ค่อยสะดวกสบาย ที่นั่งที่นั่งด้านหลังส่วนที่นั่งสั้นไปจึงกลายเป็นไปอย่างง่ายที่จะทำให้รู้สึกเหนื่อยผ่อนคลาย
ชานวามอาจจะแข็งเกินไปสำหรับบางคน ไม่เท่ากับความนุ่มนวลของผู้แข่งขัน

Q&A ล่าสุด

Q
การขับขี่ด้วยระบบ 4H สามารถเร่งความเร็วของรถได้ไม่เกินกี่กิโลเมตรต่อชั่วโมง?
เมื่อขับรถโดยใช้ระบบ 4H แนะนำให้ควบคุมความเร็วรถไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โหมด 4H เหมาะสมที่สุดสำหรับการใช้งานบนพื้นถนนที่ไม่ได้ลาดยางหรือสภาพถนนที่ขรุขระ เช่น ถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ หรือถนนลื่นในช่วงฝนตก ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นคง แรงยึดเกาะของยาง และการควบคุมรถได้ดีขึ้น แต่หากใช้โหมด 4H เป็นเวลานานบนถนนลาดยางที่มีแรงยึดเกาะดี อาจทำให้เกิดการสึกหรอของยางอย่างรวดเร็ว ระบบส่งกำลังรับแรงเครียดเพิ่มขึ้นจนเสียหายก่อนกำหนด และยังเพิ่มการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอีกด้วย ดังนั้นเมื่อขับบนถนนลาดยางที่มีสภาพดี เช่น ถนนทางด่วน ควรใช้โหมดขับเคลื่อนสองล้อจะดีกว่า เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ ยืดอายุการใช้งานของชิ้นส่วนรถ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง
Q
AWD (All-Wheel Drive) transmission หมายถึง ระบบส่งกำลังที่สามารถส่งพลังงานไปยังล้อทั้งสี่ของรถในเวลาเดียวกัน โดยทั่วไปแล้ว ระบบ AWD จะเป็นแบบอัตโนมัติและสามารถปรับระดับการส่งพลังงานไปที่ล้อแต่ละล้อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะพื้นถนน ซึ่งมักเป็นประโยชน์ในสภาพถนนลื่น เช่น ถนนฝนตก ถนนที่มีหิมะ หรือถนนที่เต็มไปด้วยโคลน
AWD เป็นชื่อย่อของ All-Wheel Drive หรือระบบขับเคลื่อนทุกล้อ ซึ่งสามารถส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังล้อทั้งสี่พร้อมกัน และปรับสัดส่วนการกระจายกำลังไปยังแต่ละล้อได้อัตโนมัติตามสภาพถนน เพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะของยางและเสถียรภาพในการขับขี่ของรถยนต์ เมื่อเทียบกับระบบขับเคลื่อนล้อหน้าหรือล้อหลังแบบดั้งเดิม ระบบ AWD มีประสิทธิภาพดีกว่าในสภาพถนนที่ยากลำบาก เช่น ถนนลื่น หิมะ โคลน เป็นต้น ช่วยเพิ่มความสามารถในการขับผ่านและความปลอดภัยในการควบคุมรถยนต์ ลักษณะหลักของระบบนี้ ได้แก่ การกระจายกำลังแบบอัตโนมัติ ความสามารถในการปรับตัวกับสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายหลายแบบ และการเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโครงสร้างที่ซับซ้อนกว่า จึงทำให้มีการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่ารถยนต์ขับเคลื่อนสองล้อเล็กน้อย แตกต่างจากระบบ 4WD (Four-Wheel Drive) ระบบ AWD ไม่จำเป็นต้องให้ผู้ขับเปลี่ยนโหมดขับเคลื่อนด้วยตนเอง และเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันมากกว่า ในขณะที่ระบบ 4WD มักติดตั้งเกียร์ทดรอบต่ำ ซึ่งเหมาะสมสำหรับการขับออฟโรดระดับหนัก ปัจจุบันรถยนต์หลายประเภท เช่น SUV และรถยนต์สมรรถนะสูง ต่างติดตั้งระบบ AWD เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่ต้องการขับขี่ในสภาพถนนที่หลากหลาย แม้ว่าระบบนี้จะมีต้นทุนการผลิตและค่าบำรุงรักษาที่สูงกว่า แต่ก็สามารถมอบความปลอดภัยและประสบการณ์การขับขี่ที่ดีกว่าให้กับผู้ขับขี่ได้
Q
"วิธีใช้ 4H 4L"
4H และ 4L เป็นโหมดหลักสองประเภทของรถขับเคลื่อนสี่ล้อ ซึ่งจำเป็นต้องใช้ให้เหมาะสมกับสภาพถนนเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่และประสิทธิภาพสูงสุด 4H เป็นโหมดขับเคลื่อนสี่ล้อความเร็วสูง เหมาะสำหรับสภาพถนนต่างๆ เช่น ถนนหิมะ โคลน ทางขึ้นเขา ถนนฝนหรือหิมะที่ต้องขับด้วยความเร็วสูง และพื้นผิวที่มีแรงยึดเกาะต่ำ เช่น ทราย หญ้า ช่วยเพิ่มความมั่นคงของรถและแรงยึดเกาะ แต่จะสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่าโหมด 2H การเปลี่ยนจาก 2H เป็น 4H สามารถทำได้ขณะขับขี่ (ความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม.) แต่ต้องระวังไม่ให้ล้อหน้าเลี้ยวมากเกินไป และไม่ใช้โหมดขับเคลื่อนสี่ล้อเมื่อเลี้ยวหักศอก เพื่อป้องกันความเสียหายต่อระบบขับเคลื่อนหรือปัญหาด้านความปลอดภัย 4L เป็นโหมดขับเคลื่อนสี่ล้อความเร็วต่ำ เหมาะสำหรับสภาพวิบากเช่น การปีนเขาชัน การหลุดจากหล่มโคลน หรือทางดินนุ่ม โดยใช้เกียร์ต่ำเพื่อเพิ่มแรงบิด และบางรุ่นจะล็อกดิฟเฟอเรนเชียลกลางและระบบช่วยเหลืออิเล็กทรอนิกส์โดยอัตโนมัติ การเปลี่ยนระหว่าง 4H และ 4L ต้องหยุดรถก่อน สำหรับรถเกียร์ธรรมดาต้องเหยียบคลัตช์ ส่วนรถเกียร์อัตโนมัติต้องเข้าเกียร์ N จากนั้นกดปุ่ม 4L ค้างไว้เกิน 2 วินาทีเพื่อเริ่มเปลี่ยน รอประมาณ 5 วินาทีจนกว่าแผงหน้าปัดจะแสดงว่าสำเร็จก่อนขับต่อ ในโหมด 4L ต้องควบคุมความเร็วไม่เกิน 30 กม./ชม. และระบบควบคุมเสถียรภาพอิเล็กทรอนิกส์ (ESC) จะปิดโดยอัตโนมัติ ห้ามใช้โหมด 4H/4L บนถนนปกติที่แห้งและเรียบ (เช่น ทางหลวงหรือถนนในเมือง) เพื่อป้องกันการสึกหรอของยางและความเสียหายต่อระบบขับเคลื่อน หากไฟแสดงโหมดขับเคลื่อนสี่ล้อทำงานผิดปกติหรือมีไฟเตือนผิดปกติ ควรไปตรวจสอบที่ศูนย์บริการโดยเร็ว สำหรับรายละเอียดการใช้งานและข้อจำกัดความเร็วของแต่ละรุ่น ควรศึกษาจากคู่มือรถยนต์เพื่อให้ใช้งานถูกต้องและปลอดภัย
Q
“Isuzu D-Max ใช้ล้อแบบไหน?”
การตั้งค่าล้อแม็กและยางของอิซซุซุ D-MAX มีความแตกต่างกันไปตามรุ่นต่างๆ ในรุ่นปกติที่ขายในตลาดไทย (เช่น รุ่น Hi-lander และ V-CROSS) มาพร้อมล้อแม็กอลูมิเนียมขนาด 18 นิ้ว ด้วยยางขนาด 265/60 R18 ส่วนรุ่นดัดแปลงพิเศษบางรุ่นมีการตั้งค่าที่แตกต่างกัน เช่น รุ่น Mudmaster ที่ดัดแปลงโดยทางการ ใช้ล้อแม็กขนาด 20 นิ้ว ร่วมกับยางทุกสภาพพื้นผิวของโทยะ (Toyo) ส่วนรุ่น Blade ที่พัฒนาร่วมกับ Walkinshaw มาพร้อมล้อแม็กสีดำขนาด 17 นิ้ว และยางทุกสภาพพื้นผิวของกูดเยียร์ (Goodyear) ล้อแม็กอลูมิเนียมเป็นวัสดุหลักที่ใช้ในการตั้งค่า แต่ละรุ่นมีการปรับขนาด ลวดลายของล้อแม็ก และประเภทของยาง เพื่อตอบสนองความต้องการในการใช้งานประจำวันหรือการขับออฟโรด
Q
“4x4 vehicle” หมายถึง ยานพาหนะที่มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ โดยทั้งสี่ล้อของรถสามารถรับกำลังขับจากเครื่องยนต์ได้พร้อมกัน ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการขับเคลื่อนบนพื้นที่ที่มีความทุรกันดารหรือเส้นทางที่มีสภาพพื้นผิวไม่เรียบ เช่น ทางดิน ทางหิน หรือบริเวณที่มีหิมะและโคลน
รถ 4x4 หมายถึงรถขับเคลื่อนสี่ล้อที่มีล้อทั้งสี่ล้อเป็นล้อขับเคลื่อน จำนวนหน้าเครื่องหมาย x คือจำนวนล้อทั้งหมด ส่วนจำนวนหลังคือจำนวนล้อขับเคลื่อน รถประเภทนี้มีประสิทธิภาพการขับเคลื่อนนอกถนนที่ยอดเยี่ยม สามารถ应对สภาพทางที่ซับซ้อนได้อย่างง่ายดาย เช่น เนินเขา ชายทะเล ที่โคลน ทะเลทราย เป็นต้น ตามวัตถุประสงค์สามารถแบ่งออกเป็นรถออฟโรดแท้ รถออฟโรด-ถนนสองแบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และรถขับเคลื่อนสี่ล้อสำหรับเมือง ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อมีหลักๆ สามประเภท ได้แก่ ขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา (Full-time 4WD) ขับเคลื่อนสี่ล้อตามความเหมาะสม (On-demand 4WD) และขับเคลื่อนสี่ล้อตามเวลา (Part-time 4WD) ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลาจะรักษาโหมดขับเคลื่อนสี่ล้อให้ล้อหน้าและล้อหลังตลอดเวลา โดยปกติจะแจกแจงแรงบิดของเครื่องยนต์ให้กับล้อหน้าและล้อหลังในอัตราส่วน 50:50 ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตามความเหมาะสมจะตรวจจับอัตโนมัติผ่านหน่วยควบคุมสภาพทางที่ไม่ดีหรือล้อขับเคลื่อนลื่น โดยทันทีแจกแจงแรงบิดให้กับล้ออีกสองล้อและเปลี่ยนเป็นโหมดขับเคลื่อนสี่ล้อ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตามเวลาจะต้องให้ผู้ขับขี่ควบคุมตัวแจกแจงแรงบิดด้วยตนเองเพื่อเปลี่ยนโหมดขับเคลื่อนสองล้อและสี่ล้อได้อย่างยืดหยุ่น นอกจากนี้ยังมีรุ่นรถที่มีเครื่องหมายคล้ายๆ กัน เช่น 4x2 (สี่ล้อขับเคลื่อนสองล้อ) 6x4 (หกล้อขับเคลื่อนสี่ล้อ) เป็นต้น ส่วนยาง 4x4 เป็นยางพิเศษที่ออกแบบมาสำหรับรถประเภทนี้ โดยลายยางลึกและกว้างมากขึ้น สามารถให้แรงดึง แรงยึดเกาะ และความเสถียรที่ดีกว่า เหมาะสำหรับสภาพทางที่ยากลำบาก เช่น ที่โคลน ทรายหิน เป็นต้น
ดูเพิ่มเติม