Q

รถยนต์ Jaguar XJ สามารถเดินทางได้กี่กิโลเมตร

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น Jaguar XJ นี้ ข้อมูลทางการระบุว่าในมาตรฐาน NEDC จะมีระยะทางสูงสุดประมาณ 400-500 กิโลเมตร แต่จริงๆ แล้วระยะทางอาจจะแตกต่างออกไปขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของประเทศไทย นิสัยการขับขี่ และสภาพถนน เช่น ถนนในกรุงเทพฯที่ติดขัดบ่อยๆ ทำให้ต้องเร่งและหยุดบ่อย หรือทางขึ้นเขาลงเขาในเชียงใหม่ ก็จะทำให้ระยะทางลดลง แนะนำให้ผู้ขับขี่ใช้ระบบกักเก็บพลังงานเมื่อเบรก คาดการณ์สภาพถนนล่วงหน้า และรักษาระดับแบตเตอรี่ไว้ที่ 30%-80% เพื่อให้ได้ระยะทางที่ดีที่สุด ส่วนผู้ใช้ในไทยต้องระวังเรื่องความร้อนที่มีผลต่อแบตเตอรี่ลิเธียมด้วย ควรจอดรถในที่ร่มเมื่อต้องทิ้งไว้นานๆ ตอนนี้รถ EV ยอดนิยมในไทยอย่าง MG EP หรือ Ora Good Cat จะมีระยะทางประมาณ 300-400 กิโลเมตร ส่วนรุ่นพรีเมียมบางรุ่นอาจถึง 600 กิโลเมตรขึ้นไป เรื่องสถานีชาร์จในไทยก็พัฒนาขึ้นมากในเมืองใหญ่ รวมถึงมีจุดชาร์จเร็วตามปั๊มบนทางด่วน แต่ในพื้นที่ห่างไกลยังต้องปรับปรุงอีก เมื่อคิดจะซื้อรถ EV นอกจากระยะทางแล้ว ควรดูประกันแบตเตอรี่ (ส่วนใหญ่จะให้ 8 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร) และศูนย์บริการในพื้นที่ด้วยนะ
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
เมื่อ Jaguar XJ รุ่นใหม่จะเปิดตัว
ขณะนี้ทาง Jaguar XJ ยังไม่ได้ประกาศแผนการเปิดตัวรุ่นใหม่ของ Jaguar XJ อย่างเป็นทางการ แต่จากกระแสในอุตสาหกรรมคาดว่าเรือธงรุ่นนี้น่าจะกลับมาในรูปแบบรถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัว ด้วยนโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งการลดภาษีนำเข้าและมาตรการสนับสนุนการซื้อรถ EV หากในอนาคต Jaguar XJ รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดไทยก็จะมีศักยภาพในการแข่งขันที่ดี ผู้บริโภคไทยสามารถติดตามข่าวสารล่าสุดได้ทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Jaguar Thailand หรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศ ที่น่าสนใจคือ ตลาดรถหรูไฟฟ้าในไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว นอกเหนือจากแบรนด์ดั้งเดิมแล้ว แบรนด์ EV จากจีนก็กำลังขยายตัวเช่นกัน ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกรถหรูเพิ่มขึ้น สำหรับผู้ที่สนใจรถ EV ระดับพรีเมียม แนะนำให้เปรียบเทียบจุดเด่นทางเทคโนโลยี ความครอบคลุมของเครือข่ายสถานีชาร์จ และนโยบายบริการหลังการขายของแต่ละแบรนด์ เพื่อเลือกรถที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ดีที่สุด
Q
ความยาวของ Jaguar XJ คือเท่าใด
ปัญหาของความยาวจาก Jaguar XJ นั้น ตัวรุ่นนี้เป็นรถหรูระดับซีดาน โดยเวอร์ชั่นมาตรฐานมีความยาวตัวรถประมาณ 5,252 มิลลิเมตร ส่วนเวอร์ชั่นระยะฐานล้อยาวจะมีความยาวถึง 5,655 มิลลิเมตร ซึ่งขนาดตัวรถแบบนี้ทั้งในเมืองไทยและในงานธุรกิจระดับไฮเอนด์นั้นให้ความรู้สึกถึงพื้นที่กว้างขวางและความสบายในการนั่งอย่างดี ในตลาดไทย รถหรูระดับนี้ต้องตอบโจทย์ทั้งเรื่องธุรกิจและการปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศร้อนชื้น โครงสร้างตัวถังอลูมิเนียมของ Jaguar XJ นั้นไม่เพียงช่วยลดน้ำหนักและประหยัดน้ำมัน แต่ยังทนทานต่อสภาพอากาศร้อนและความชื้นสูงได้ดีเป็นพิเศษ ที่น่าสนใจคือเวลาคนไทยเลือกซื้อรถหรู มักจะให้ความสำคัญกับพื้นที่เบาะหลังและประสิทธิภาพระบบแอร์ ซึ่ง XJ เวอร์ชั่นระยะฐานล้อยาวนั้นมีพื้นที่ขาเบาะหลังกว่า 1 เมตร พร้อมระบบแอร์ 4 โซนและระบบระบายอากาศเบาะที่นั่ง เหมาะสมกับสภาพอากาศไทยมาก นอกจากนี้ ประเทศไทยมีการเก็บภาษีรถหรูนำเข้าสูง ผู้ซื้อจึงมักให้ความสำคัญกับแบรนด์ การออกแบบเฉพาะ และประสบการณ์การใช้ระยะยาว ซึ่งสไตล์อังกฤษและความหรูหราภายในของ Jaguar XJ นั้นเป็นที่จดจำได้ดีในตลาดรถหรูไทย
Q
วิธีรีเซ็ตระบบกันสะเทือนอากาศจาก Jaguar XJ
หากต้องการรีเซ็ตระบบแอร์ซัสเพนชันของรถ Jaguar XJ สามารถทำตามขั้นตอนดังนี้ ก่อนอื่นให้จอดรถบนพื้นระดับและดับเครื่องยนต์ จากนั้นเปิดกระโปรงท้ายรถ หาโมดูลควบคุมระบบช่วงล่างที่อยู่ด้านขวา กดปุ่มรีเซ็ตค้างไว้ประมาณ 10 วินาทีจนไฟแสดงสถานะกระพริบ ระบบจะเริ่มทำการปรับค่าโดยอัตโนมัติ เมื่อเสร็จแล้วให้สตาร์ทเครื่องยนต์และปล่อยให้ทำงานในเกียร์ว่างสักครู่เพื่อให้ระบบตั้งค่าสิ้นสุด ในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย แนะนำให้ตรวจสอบปั๊มลมและความแน่นของท่อระบบแอร์ซัสเพนชันเป็นประจำ เพราะความร้อนอาจทำให้ยางเสื่อมสภาพเร็ว โดยระบบนี้เหมาะกับถนนบางสายในไทยที่ขรุขระ เพราะสามารถปรับตัวได้ดี แต่การตั้งค่าซัสเพนชันที่แข็งอาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัวเวลาขับในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ที่ต้องหยุด-เริ่มบ่อย แนะนำให้ปรับโหมดการขับเป็น Comfort หากหลังจากรีเซ็ตแล้วยังพบปัญหาอยู่ ควรไปที่ศูนย์บริการผู้จำหน่ายในกรุงเทพฯ หรือพัทยาเพื่อตรวจสอบอย่างมืออาชีพโดยเร็ว จะได้ไม่ทำให้ชิ้นส่วนอื่นเสียหายจากการใช้งานระบบช่วงล่างที่มีปัญหาเป็นเวลานาน
Q
ความแตกต่างระหว่าง Jaguar XJ และ XJL
ความแตกต่างหลักระหว่าง Jaguar XJ กับ XJL อยู่ที่ขนาดตัวรถและการออกแบบ XJL เป็นเวอร์ชั่นระยะฐานล้อยาวของ XJ ที่เพิ่มระยะฐานล้ออีก 125 มิลลิเมตร เป็น 3,157 มิลลิเมตร ทำให้พื้นที่ขาผู้โดยสารหลังรถกว้างขึ้นชัดเจน เหมาะกับตลาดไทยที่เน้นความสบายสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียมอย่างนักธุรกิจหรือครอบครัว ทั้งสองรุ่นใช้ระบบขับเคลื่อนเดียวกัน เช่น เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร V6 ซูเปอร์ชาร์จ หรือ 5.0 ลิตร V8 คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด แต่ XJL ที่ตัวรถยาวกว่าจะตอบสนองการขับขี่ได้คล่องตัวน้อยกว่า XJ แบบมาตรฐานเล็กน้อย ส่วนภายในห้องโดยสาร XJL จะเน้นความหรูหรามากกว่า มีออปชั่นเสริมเช่น ระบบความบันเทิงแถวหลัง ม่านบังแดดไฟฟ้า ในขณะที่ XJ ออกแนวสปอร์ตมากกว่า สำหรับสภาพอากาศร้อนของไทย ทั้งสองรุ่นติดตั้งระบบแอร์ประสิทธิภาพสูงและกระจกกันความร้อน แต่ XJL ที่มีพื้นที่กว้างกว่าก็ต้องใช้ระบบทำความเย็นทำงานหนักขึ้นเล็กน้อย ข้อควรระวังคือ รุ่นพวงมาลัยขวาสำหรับตลาดไทยจะมีการปรับระบบช่วงล่างให้เหมาะสมกับสภาพถนนในประเทศ และศูนย์บริการจะมีโปรแกรมดูแลแบตเตอรี่เป็นพิเศษเพื่อรับมือกับอุณหภูมิสูง
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

การออกแบบภายในที่สง่างามและหรูหรา
เครื่องยนต์ที่ทรงพลังให้การทำงานที่แข็งแรง
คุณสมบัติเทคโนโลยีล้ำหน้าทำให้การขับขี่มีประสิทธิภาพ
การควบคุมรถที่ยอดเยี่ยมและคุณภาพการขับที่ราบรื่น
ลักษณะภายนอกที่โดดเด่นพร้อมสไตล์คลาสสิกของยากวาร์

ข้อเสีย

ต้นทุนการบำรุงรักษาสูงกว่าคู่แข่งบางยี่ห้อ
พื้นที่ขาเบื้องหลัง จำกัด ในรถบางรุ่น
ผู้ใช้บางรายบáoการเกิดความผิดพลาดของระบบสื่อสารต่างๆ
การใช้เชื้อเพลิงอาจค่อนข้างสูง
มูลค่าการขายคืนอาจไม่สูงตามที่คาดหวัง

Q&A ล่าสุด

Q
ราคา Land Rover Defender ปี 2022 มีมูลค่าเท่าไร?
รถ Land Rover Defender ปี 2022 รุ่น P400e ในประเทศไทยมีราคาที่ 6,999,000 บาท รุ่นนี้ใช้ระบบพลังงานไฮบริดปลั๊กอิน (Plug-in Hybrid) ติดตั้งเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า เวลาเร่งความเร็ว 0-100 กม./ชม. จากทางโรงงานคือ 5.6 วินาที การใช้น้ำมันรวมทั้งระบบ 3.3 ลิตร/100 กม. ระยะฐานล้อ 2794 มิลลิเมตร มีที่นั่ง 5 ที่นั่ง มาพร้อมระบบความปลอดภัยมาตรฐาน เช่น ABS (ระบบป้องกันล้อล็อก), ESP (ระบบควบคุมเสถียรภาพรถ), AEB (ระบบเบรกอัตโนมัติ) และอื่นๆ รวมถึงอุปกรณ์เพิ่มความสะดวก เช่น พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน, ระบบแอร์ในแถวหลัง ในปัจจุบันรุ่นนี้ได้หยุดขายแล้ว รุ่นนี้ในฐานะรุ่นไฮบริดปลั๊กอิน สามารถรักษาทั้งสมรรถนะด้านกำลังขับเคลื่อนและประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน ระยะทางการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนสามารถตอบสนองความต้องการในการเดินทางระยะสั้นประจำวันได้ ในขณะเดียวกันยังคงรักษาลักษณะเฉพาะด้านสมรรถนะออฟโรดและอุปกรณ์อเนกประสงค์ของ Land Rover Defender เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการทั้งความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและสมรรถนะการขับขี่
Q
2022 Defender เปรียบเทียบกับ Jeep Wrangler อย่างไร?
Defender รุ่น 2022 เมื่อเปรียบเทียบกับ Jeep Wrangler ในด้านสมรรถนะการขับเคลื่อน Defender ติดตั้งเครื่องยนต์ 3.0L L6 หรือ 2.0L Turbo ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 395 แรงม้า หรือ 296 แรงม้า ซึ่งสูงกว่า Wrangler ที่ใช้เครื่องยนต์ 3.6L V6 (285 แรงม้า) หรือ 2.0L Turbo (270 แรงม้า) ในด้านความสามารถในการขับขี่ผ่านพื้นที่ยากลำบาก Defender มีระยะห่างจากพื้นรถ 291 มิลลิเมตร มีความสามารถในการปรับตัวกับสภาพภูมิประเทศได้อย่างยอดเยี่ยม เหมาะสำหรับการใช้งานในเส้นทางทุกรูปแบบที่ซับซ้อน ขณะที่ Wrangler มีระยะห่างจากพื้นรถ 230 มิลลิเมตร เหมาะสำหรับการใช้งานในเมืองและการขับลุยเบาๆ ในด้านความสะดวกสบาย Defender ให้ความรู้สึกเงียบและนุ่มนวลกว่าเมื่อขับบนถนนเรียบหรือด้วยความเร็วสูง ระบบช่วงล่างสามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ประสบการณ์ในการเดินทางไกลดีกว่า ในด้านอุปกรณ์เทคโนโลยี Defender มีระบบอินเทอร์เฟซดิจิทัล Pivi Pro ระบบตอบสนองสภาพภูมิประเทศอัตโนมัติ และเทคโนโลยีขั้นสูงอื่นๆ ที่ช่วยให้สามารถใช้โหมดการขับขี่แบบออฟโรดระดับมืออาชีพ เช่น ระบบช่วยออกตัวบนพื้นลื่น ระบบช่วยผู้ขับขี่ ADAS และระบบเสียง Meridian ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งาน ในด้านการออกแบบพื้นที่ Defender ใช้แนวคิดการออกแบบพื้นที่อเนกประสงค์ พื้นที่เก็บสัมภาระกว้างขวางและมีรางสำหรับยึดอุปกรณ์ เพื่อความสะดวกในการบรรทุกอุปกรณ์สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง ทั้งสองรุ่นเป็นรถออฟโรดคลาสสิก โดย Defender ให้ความสำคัญกับสมรรถนะการขับขี่ทุกรูปแบบระดับสูงที่ผสมผสานกับความสะดวกสบายและเทคโนโลยี ขณะที่ Wrangler มีจุดเด่นในสไตล์ออฟโรดคลาสสิกที่ทรหด เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ใช้ในประสบการณ์การขับออฟโรด
Q
Defender 2022 ราคาเท่าไหร่?
ราคาอ้างอิงอย่างเป็นทางการของ Land Rover Defender P400e รุ่นปี 2022 อยู่ที่ 6,999,000 บาท โดยรุ่นนี้ได้ยุติการจำหน่ายแล้ว สำหรับข้อมูลเปรียบเทียบ ราคาของรถ Land Rover Defender รุ่นปี 2025 อยู่ในช่วง 21,000,000 ถึง 22,000,000 บาท ซึ่งรวมถึงรุ่น Defender 110 OCTA 2025 และ Defender 110 OCTA Edition One 2025 โดยรถเหล่านี้ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 4.4 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 467 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 750 นิวตัน-เมตร พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบถาวร ระบบกันสะเทือนแบบปรับระดับได้ด้วยลม และระบบความปลอดภัยอันทันสมัยต่างๆ เช่น ระบบช่วยเปลี่ยนเลน ระบบแจ้งเตือนเมื่อออกนอกเลน ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีระบบเสียงรอบทิศทาง Meridian และหน้าจอควบคุมกลางขนาด 11.4 นิ้ว ซึ่งผสมผสานสมรรถนะการขับขี่ออฟโรดเข้ากับประสบการณ์ความหรูหราได้อย่างลงตัว
Q
รถ Defender ปี 2022 มีความน่าเชื่อถือมากแค่ไหน?
Land Rover Defender รุ่นปี 2022 มีความน่าเชื่อถือเป็นเลิศ จากข้อมูลการสำรวจ พบว่าอยู่ในกลุ่มรถยนต์ Land Rover ที่มีความน่าเชื่อถือสูงที่สุด โดยมีเจ้าของรถเพียง 14% เท่านั้นที่รายงานปัญหา ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์และระบบความบันเทิง การซ่อมแซมทั้งหมดไม่มีค่าใช้จ่าย และบางปัญหาสามารถแก้ไขได้ภายในหนึ่งวัน ตัวรถมีโครงสร้างตัวถังที่แข็งแรงทนทาน สร้างจากวัสดุที่มีความแข็งแรงสูง สามารถรับมือกับสภาพถนนที่ซับซ้อนและสถานการณ์การชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบส่งกำลังได้รับการปรับแต่งและเพิ่มประสิทธิภาพอย่างพิถีพิถัน โดยมีการจับคู่เครื่องยนต์และเกียร์ในระดับสูงเพื่อความเสถียรอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติความปลอดภัยเชิงรุกและเชิงรับที่ครบครัน รวมถึงระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้ ระบบช่วยรักษาเลน ระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน และระบบถุงลมนิรภัยหลายตำแหน่ง ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือในการขับขี่ ในการใช้งานประจำวัน ความผิดปกติที่พบบ่อยของรถยนต์มักเกิดขึ้นกับชิ้นส่วนที่สึกหรอง่าย เช่น ยางและผ้าเบรก การปฏิบัติตามการบำรุงรักษาตามปกติที่ผู้ผลิตแนะนำ จะช่วยให้เจ้าของรถได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่เสถียรและมีคุณภาพสูง ระบบควบคุมคุณภาพที่เข้มงวดของแบรนด์และเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครอบคลุมยังเป็นหลักประกันที่แข็งแกร่งสำหรับความน่าเชื่อถือของรถยนต์อีกด้วย นอกจากนี้ ตัวถังและระบบช่วงล่างของรถคันนี้ยังมีความยืดหยุ่นสูง สามารถรักษาสมดุลการขับขี่ที่ดีทั้งบนถนนในเมืองและบนเส้นทางออฟโรด ลดการสึกหรอของชิ้นส่วน และแสดงให้เห็นถึงความทนทานและความน่าเชื่อถือโดยรวมในระดับสูง
Q
2022 Land Rover Defender มีราคาเท่าไหร่?
รถ Land Rover Defender P400e รุ่นปี 2022 มีราคาแนะนำจากผู้ผลิตที่ 6,999,000 บาท แต่ปัจจุบันเลิกจำหน่ายแล้ว รถรุ่นนี้เป็นปลั๊กอินไฮบริด ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 5.6 วินาที อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 3.3 ลิตร/100 กม. และวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลสูงสุด 43 กม. อุปกรณ์มาตรฐานประกอบด้วย ABS, ระบบควบคุมเสถียรภาพรถยนต์, ระบบเตือนการออกนอกเลน, ระบบช่วยรักษาเลน และระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ รวมถึงจุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และระบบปรับอากาศด้านหลัง หน้าจอคอนโซลกลางมีขนาด 10 นิ้ว เมื่อเทียบกับ Defender 110 OCTA ซีรีส์ที่เปิดตัวในปี 2025 (ราคาประมาณ 21 ล้านถึง 22 ล้านบาท) รุ่นปี 2022 นี้มีราคาที่ย่อมเยากว่าและเหมาะสมกับผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความสมดุลระหว่างความประหยัดน้ำมันและสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรด โครงสร้างตัวถังแบบแยกส่วนและระบบขับเคลื่อนแบบออฟโรด ยังคงสืบทอดคุณสมบัติการขับขี่แบบออฟโรดสุดแกร่งของรถยนต์ซีรีส์ Defender ต่อไป
ดูเพิ่มเติม