Q
Acura MDX มีที่นั่งกี่ที่
Acura MDX คือ SUV หรูขนาด 7 ที่นั่ง มาพร้อมกับเบาะ 3 แถวมาตรฐาน จุผู้โดยสารได้ถึง 7 คน เหมาะมากสำหรับครอบครัวไทยหรือกลุ่มคนที่ต้องการเดินทางร่วมกัน แถวสองอาจเป็นเบาะแบบยาวหรือเบาะคัปเทน (ขึ้นอยู่กับปีและรุ่นที่เลือก) ส่วนแถวสามเหมาะสำหรับเด็กหรือผู้ใหญ่ในระยะทางสั้นๆ ในตลาดไทย MDX ได้รับความนิยมจากกลุ่มลูกค้าที่มองหาความหรูคู่กับประโยชน์ใช้สอย ด้วยพื้นที่ภายในกว้างขวาง เครื่องยนต์วี 6 3.5 ลิตร (หรือระบบไฮบริดเทอร์โบ 3.0 ลิตรในรุ่นใหม่) ที่ให้กำลังลื่นไหล และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ SH-AWD ที่ตอบโจทย์สภาพถนนหน้าฝนของไทย พิเศษสำหรับคนไทยที่สนใจซื้อ แนะนำให้เช็คว่ารถในท้องตลาดมีระบบเป่าลมเย็นที่เบาะ (เหมาะกับอากาศร้อน) หรือระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง (เพิ่มความสบายในระยะยาว) รวมถึงควรทดลองขึ้นลงแถวสามให้คล่องตัว ใช้ความระมัดระวังเล็กน้อยเมื่อจอดรถในซอยแคบๆ ของกรุงเทพฯ เพราะขนาดตัวถัง (ยาวประมาณ 5 เมตร) ส่วนคู่แข่งในระดับเดียวกันอย่าง เล็กซัส อาร์เอ็กซ์-แอล หรือ BMW เอ็กซ์7 ก็มีตัวเลือก 7 ที่นั่ง แต่ MDX มักได้เปรียบในเรื่องราคาค่าตอบแทนและแพ็กเกจหลังการขาย
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
แพ็คเกจขั้นสูงของ Acura MDX คืออะไร
Acura MDX แพ็คเกจขั้นสูงนี่แหละคือชุดออปชั่นและเทคโนโลยีที่ทางแบรนด์เพิ่มมาให้รุ่นนี้เพื่ออัพเกรดประสบการณ์การขับขี่และความสะดวกสบายของผู้โดยสารแบบเต็มๆ โดยทั่วไปแล้วแพ็คเกจนี้จะมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยไฮเอนด์อย่าง AcuraWatch ที่รวมฟีเจอร์เด็ดๆ เช่น Adaptive Cruise Control ควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Lane Keeping Assist ช่วยควบคุมเลน และ Collision Mitigation Braking System ระบบเบรกป้องกันการชน ส่วนเรื่องความบันเทิงและความสะดวกก็จัดเต็มไม่น้อย ทั้งระบบเสียงคุณภาพสูง เก้าอี้หุ้มหนังแท้ และระบบควบคุมอุณหภูมิแบบแบ่งโซน สำหรับเมืองไทยแล้วแพ็คเกจนี้ถือว่าเพิ่มมูลค่าให้รถได้ดีเลยทีเดียว โดยเฉพาะกับสภาพการจราจรที่ติดขัดและอากาศร้อนชื้น แถมยังช่วยให้การเดินทางทั้งสบายและปลอดภัยขึ้นอีกด้วย อีกเรื่องที่ควรคำนึงถึงคือการเลือกรุ่นที่มีแพ็คเกจเสริมแบบนี้จะทำให้รถมีโอกาสขายต่อได้ง่ายขึ้นในอนาคต เพราะคนซื้อรถมือสองส่วนใหญ่มักมองหารุ่นที่ออปชั่นครบครัน ฉะนั้นการลงทุนกับแพ็คเกจขั้นสูงอาจเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าในระยะยาวสำหรับใครที่อยากได้ประสบการณ์การขับขี่ระดับพรีเมียมใน Acura MDX แบบเต็มสูบ
Q
เมื่อ Acura MDX 2021 จะเปิดตัว
Acura MDX 2021 ได้เปิดตัวครั้งแรกในตลาดอเมริกาเหนือเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2021 และเริ่มส่งมารถให้ลูกค้าภายในฤดูใบไม้ผลิของปีเดียวกัน แต่สำหรับตลาดไทยยังไม่มีข่าวชัดเจนว่าจะเข้ามาเมื่อไร ลูกค้าชาวไทยสามารถติดตามข้อมูลล่าสุดได้ที่เว็บไซต์แอคิวร่า ประเทศไทยหรือตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่ รถ SUV หรู 3 แถวที่นั่งรุ่นนี้มาพร้อมกับแพลตฟอร์มใหม่ทั้งหมด ใช้เครื่องยนต์ V6 3.5 ลิตรคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ SH-AWD และเทคโนโลยีความปลอดภัย AcuraWatch ที่อัปเกรดทั้งในเรื่องความสะดวกสบายและฟีเจอร์เทคโนโลยี ในตลาดไทยที่ความต้องการรถ SUV หรูกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง MDX จะต้องแข่งขันกับรถอย่าง Lexus RX และ BMW X 5 แต่สิ่งที่คนไทยให้ความสำคัญคือเรื่องประหยัดน้ำมันและบริการหลังการขาย ดังนั้นรุ่นไฮบริดและบริการที่ตอบโจทย์คนไทยน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญ สำหรับใครที่สนใจ MDX แนะนำให้เปรียบเทียบทั้งสเปกและราคากับรถระดับเดียวกัน พร้อมคำนึงถึงสภาพถนนไทยและไลฟ์สไตล์การใช้รถ เช่น ความสะดวกในการขับช่วงน้ำท่วมหรือการจอดในเมือง เพื่อเลือกรถที่เหมาะกับตัวเองที่สุด
Q
รถ SUV รุ่นใดที่เทียบเท่ากับ Acura MDX
ในตลาดประเทศไทย รุ่น SUV ที่อยู่ในระดับเดียวกันกับ Acura MDX ก็จะมี Lexus RX BMW X5 Mercedes-Benz GLE และ Volvo XC90 จากแบรนด์หรูๆ ด้วยกัน รุ่นเหล่านี้มีขนาด เครื่องยนต์ และอุปกรณ์ความสะดวกสบายที่เทียบเท่ากับ MDX เหมาะสำหรับคนที่มองหาความสบายและประสบการณ์การขับขี่ระดับพรีเมียม Acura MDX มีจุดเด่นที่เครื่องยนต์ V6 3.5 ลิตร และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ SH-AWD ที่ให้ความรู้สึกการขับขี่ที่ลื่นไหลและประสิทธิภาพการควบคุมที่ดี ส่วนคู่แข่งอย่าง Lexus RX จะเน้นเทคโนโลยีไฮบริดและความเงียบสงบ BMW X5 ถนัดด้านความสนุกในการขับขี่ Mercedes-Benz GLE โดดเด่นเรื่องความหรูหราของห้องโดยสารและเทคโนโลยี ส่วน Volvo XC90 ขายตรงเรื่องความปลอดภัยและการออกแบบสไตล์สแกนดิเนเวีย ในไทย รุ่นเหล่านี้ต่างก็เป็นที่รู้จักดีในหมู่ผู้บริโภค และมีเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครอบคลุม ผู้ซื้อสามารถเลือกรุ่นที่ตรงกับความชอบส่วนตัวได้ เช่น ถ้าชอบประหยัดน้ำมันก็อาจจะมองเป็น Lexus RX รุ่นไฮบริด หรือถ้าชอบการขับขี่สปอร์ตก็อาจจะเลือก BMW X5 นอกจากนี้ ตลาดไทยยังมีความต้องการ SUV ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะรถกลุ่มนี้ไม่เพียงแต่เหมาะกับการใช้ชีวิตในเมือง แต่ยังเหมาะกับการท่องเที่ยวในวันหยุด โดยเฉพาะเวลาที่ต้องเจอกับสภาพถนนบางพื้นที่ในไทยที่ค่อนข้างซับซ้อน ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อและการออกแบบช่วงล่างสูงก็จะช่วยเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการใช้งานได้ดีขึ้น
Q
ก๊าซทำความเย็นที่ใช้ใน Acura MDX คืออะไร?
Acura MDX ในฐานะรถ SUV ระดับหรูที่วางจำหน่ายในตลาดประเทศไทย ใช้สารทำความเย็นประเภท R134a ซึ่งเป็นสารทำความเย็นแบบรักษ์สิ่งแวดล้อมที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในระบบแอร์รถยนต์ปัจจุบัน ด้วยคุณสมบัติทางเคมีที่เสถียรและประสิทธิภาพการทำความเย็นสูง เหมาะสมกับสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ควรระวังว่ารถยนต์นำเข้าที่จำหน่ายในประเทศไทยหลังปี 2017 อาจเริ่มเปลี่ยนไปใช้สารทำความเย็น R1234yf ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่า แต่สำหรับรุ่น MDX นั้นควรตรวจสอบจากแผ่นป้ายข้อมูลรถหรือคู่มือผู้ใช้เพื่อความแน่ชัด เมื่อต้องบำรุงรักษาระบบแอร์ในประเทศไทย แนะนำให้เลือกใช้บริการจากศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาตจากผู้ผลิตโดยตรง เพราะมีอุปกรณ์มืออาชีพสำหรับรีไซเคิลสารทำความเย็นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ป้องกันการปล่อยสารทำความเย็นสู่สิ่งแวดล้อมซึ่งขัดกับพระราชบัญญัติควบคุมวัตถุอันตรายของประเทศไทย ข้อมูลเพิ่มเติมคือ R134a ไม่สามารถใช้แทนที่สารทำความเย็นแบบเก่าอย่าง R12 ได้ เพราะอาจทำให้คอมเพรสเซอร์เสียหาย ส่วน R1234yf แม้จะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแต่มีต้นทุนสูงกว่า และการออกแบบช่องเติมสารทำความเย็นทั้งสองประเภทก็แตกต่างกันเพื่อป้องกันการเติมผิดประเภท ไม่ว่าจะใช้สารทำความเย็นแบบไหน การตรวจสอบความสมบูรณ์ของระบบและทำความสะอาดคอนเดนเซอร์เป็นประจำเป็นสิ่งสำคัญเพื่อรักษาประสิทธิภาพการทำความเย็น โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้งานบนถนนที่มีฝุ่นมากแบบประเทศไทย
Q
การกำหนดค่าทางเทคนิคที่ติดตั้ง Acura MDX ส่วนใหญ่ประกอบด้วยข้างต้น
Acura MDX มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ครบครัน โดยเฉพาะ AcuraWatch ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะที่รวมฟังก์ชันช่วยขับขี่มากมาย เช่น ระบบเตือนการชนด้านหน้า ระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถ และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานในเมืองไทยทั้งในสภาพการจราจรที่คับคั่งและการเดินทางไกล แถมยังมีหน้าจอแสดงผลดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้วและระบบโปรเจคเตอร์แสดงข้อมูลบนกระจกหน้ารถ (HUD) ขนาด 10.5 นิ้ว ที่ช่วยให้ผู้ขับเห็นข้อมูลสำคัญได้อย่างชัดเจน ลดการเสียสมาธิขณะขับขี่ สำหรับอากาศร้อนๆ แบบไทยๆ MDX ก็ตอบทุกความต้องการด้วยระบบระบายอากาศบนเบาะและระบบปรับอากาศ 4 โซนอิสระ ที่เพิ่มความสบายให้ทุกที่นั่ง ส่วนคอเพลงต้องถูกใจกับระบบเสียง ELS Studio ที่ใช้เทคโนโลยีระดับมืออาชีพ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่คอนเสิร์ตจริงๆ และที่ขาดไม่ได้คือระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ SH-AWD ที่ช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะและความมั่นคงบนถนนลื่นๆ ในช่วงฤดูฝนของไทย เทคโนโลยีทั้งหมดนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มความปลอดภัย แต่ยังทำให้การขับขี่สนุกและราบรื่นขึ้น สำหรับคนไทยที่มองหารถหรูแต่ใช้งานได้จริง MDX ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในระดับเดียวกัน เพราะตอบทั้งความต้องการความหรูหราและประโยชน์ใช้สอยครบจบในคันเดียว
Q
ความแตกต่างระหว่าง Acura MDX และ RDX คืออะไร
ความแตกต่างหลักระหว่าง Acura MDX และ RDX อยู่ที่ตำแหน่งการใช้งานและขนาดตัวรถ โดย MDX เป็น SUV ขนาดใหญ่ที่มีสามแถวที่นั่งจุได้ 7 ที่นั่ง เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการพื้นที่กว้างขวาง ส่วน RDX เป็น SUV ขนาดกลางแบบ 5 ที่นั่ง ที่ตอบโจทย์ครอบครัวเล็กหรือการเดินทางในชีวิตประจำวันมากกว่า ในส่วนของสมรรถนะ MDX มักติดตั้งเครื่องยนต์ V6 ที่ให้กำลังมากกว่า ในขณะที่ RDX ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 4 สูบ ซึ่งทั้งคู่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม แต่ MDX จะเหนือกว่าในเรื่องการบรรทุกและการลากจูง สำหรับภายในห้องโดยสารและเทคโนโลยี MDX ในฐานะรุ่นท็อปไลน์ใช้วัสดุที่หรูหรากว่าและมีระบบช่วยขับขี่ที่ทันสมัยกว่า ส่วน RDX ดึงดูดผู้บริโภครุ่นใหม่ด้วยขนาดตัวรถที่กะทัดรัดและความคล่องตัวในการควบคุม ในตลาดไทยที่ถนนหนทางค่อนข้างแออัด RDX อาจเหมาะกับการใช้งานประจำวันมากกว่าเพราะขนาดเล็กกว่า ในขณะที่ MDX เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไกลบ่อยๆ หรือต้องการบรรทุกผู้โดยสารจำนวนมาก ทั้งสองรุ่นต่างติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยและระบบความบันเทิงล่าสุดจาก Acura เพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการขับขี่
Q
Acura MDX ระยะทางที่สุดท้ายคือเท่าไหร่
Acura MDX ในฐานะรถ SUV ระดับหรู ถังน้ำมันมีความจุประมาณ 72 ลิตร การบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อมูลอย่างเป็นทางการในสภาพถนนที่ครอบคลุมประมาณ 9,4 ลิตร / 100 กิโลเมตร ดังนั้นระยะทางที่วิ่งได้เมื่อเติมเต็มถังจะอยู่ที่ประมาณ 750-800 กิโลเมตร (ประมาณ 466-497 ไมล์) แต่ตัวเลขจริงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่ สภาพถนน และการดูแลรักษารถ ในประเทศไทยเนื่องจากการจราจรในเมืองมักติดขัด และมีเส้นทางหลวงค่อนข้างน้อย ระยะทางจริงอาจต่ำกว่าตัวเลขทางการเล็กน้อย แนะนำให้เจ้าของรถดูแลรักษารถอย่างสม่ำเสมอและขับขี่อย่างเหมาะสมเพื่อประหยัดน้ำมันให้ดีที่สุด นอกจากนี้รุ่น Hybrid ของ MDX จะมีประสิทธิภาพด้านการประหยัดน้ำมันที่ดีกว่า เหมาะกับสภาพถนนในประเทศไทยที่ต้องหยุดและเริ่มบ่อย สำหรับการเดินทางไกล แนะนำให้วางแผนจุดเติมน้ำมันล่วงหน้า โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลทางภาคเหนือหรือภาคใต้ของประเทศไทย ที่สถานีน้ำมันอาจไม่หนาแน่นเท่ากับในกรุงเทพฯ การเข้าใจระยะทางที่รถสามารถวิ่งได้จะช่วยให้วางแผนการเดินทางได้ดีขึ้น และลดความไม่สะดวกจากการน้ำมันหมด
Q
Acura MDX วิ่งได้กี่กิโลเมตร
Acura MDX ในประเทศไทย ถือเป็น SUV ระดับพรีเมียมที่ความทนทานอยู่ในเกณฑ์ดีมาก โดยเฉพาะระบบเครื่องยนต์และเกียร์ที่สามารถใช้งานได้เกิน 300,000 กิโลเมตร หรือประมาณ 186,000 ไมล์ หากได้รับการบำรุงรักษาตามมาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ระยะทางจริงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพอากาศแบบร้อนชื้นของไทย การจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ และพฤติกรรมการดูแลรถของเจ้าของ แนะนำให้เปลี่ยนไส้กรองอากาศบ่อยขึ้นเพื่อป้องกันฝุ่นละออง และใช้น้ำมันเครื่องความหนืดสูงเพื่อรองรับการใช้งานในอุณหภูมิร้อนจัด
จุดที่ควรสังเกตคือ ตลาดรถมือสองในไทยให้ความสำคัญกับเลขไมล์เป็นพิเศษ การมีประวัติการซ่อมบำรุงจากศูนย์บริการอย่างครบถ้วนจะช่วยรักษามูลค่ารถได้ดีมาก เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นในระดับเดียวกัน ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ SH-AWD ของ MDX ถือเป็นจุดเด่นที่เหมาะกับสภาพถนนลื่นในช่วงฤดูฝนของไทย นอกจากนี้ นโยบายบริการฟรี 5 ปีจากตัวแทนจำหน่ายท้องถิ่นยังช่วยยืดอายุการใช้งานรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับผู้ที่วางแผนใช้รถระยะยาว แนะนำให้ตรวจสอบระบบส่งกำลังทุก 80,000 กิโลเมตร และให้ความสำคัญกับการบำรุงระบบแอร์เป็นพิเศษ เพราะรายละเอียดเหล่านี้สำคัญมากสำหรับการใช้งานในภูมิอากาศร้อนชื้นแบบไทย
Q
Acura MDX และ RDX อันไหนใหญ่กว่า
ในตลาดไทย Acura MDX มีขนาดใหญ่กว่า RDX โดย MDX เป็น SUV หรูขนาดกลาง ความยาวตัวรถเกิน 5 เมตร มาในแบบ 3 แถวที่นั่ง เหมาะกับครอบครัวหรือการเดินทางไกลที่ต้องการพื้นที่กว้าง ส่วน RDX เป็น SUV ขนาดกะทัดรัด ความยาวตัวรถประมาณ 4.7 เมตร เน้นความคล่องตัวและประสบการณ์การขับขี่ในเมือง ทั้งสองรุ่นได้รับความนิยมในไทย MDX เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางพร้อมผู้โดยสารหลายคนบ่อยๆ ส่วน RDX ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากกว่า ผู้บริโภคไทยสามารถเลือกได้ตามความต้องการ ด้านบริการหลังการขายของ Acura ในไทยมีความพร้อมสูง ทำให้สะดวกในการดูแลรักษา ทั้งสองรุ่นมาพร้อมระบบช่วยขับขี่อันทันสมัย ให้ความปลอดภัยระดับสูง และระบบแอร์ที่ทำงานได้ดีแม้ในสภาพอากาศร้อนของไทย เครื่องยนต์ 3.5L V6 ของ MDX และ 2.0T ของ RDX ให้สมรรถนะที่เหมาะสมกับทุกสภาพถนนในไทย โดยยังคงความประหยัดน้ำมันในระดับที่คาดหวังจาก SUV หรู
Q
ราคาที่จะเปลี่ยนของเกียร์รถ Acura MDX คือเท่าไหร่
เรื่องค่าเปลี่ยนเกียร์ Acura MDX ในตลาดไทยเนี่ย ค่าบริการจะขึ้นอยู่กับปีรถ ประเภทเกียร์ (เช่นเกียร์ออโต้ 9 สปีด หรือ 10 สปีด) รวมถึงช่องทางบริการที่เลือกด้วย โดยทั่วไปอยู่ที่ 1.5 แสนถึง 3 แสนบาท ถ้าใช้บริการศูนย์บริการของทางโรงงานจะราคาสูงกว่าแต่ได้อะไหล่แท้และมีประกันให้ ส่วนอู่ทั่วไปอาจประหยัดกว่าแต่ต้องดูคุณภาพอะไหล่ให้ดี แนะนำให้เจ้าของรถตรวจสอบสภาพน้ำมันเกียร์และเปลี่ยนตามกำหนด (ปกติทุก 6 หมื่นกม. หรือตามที่คู่มือระบุ) จะช่วยยืดอายุการใช้งานเกียร์ได้ ที่ไทยอากาศร้อนจัดอาจทำให้น้ำมันเกียร์เสื่อมสภาพเร็วขึ้น ก็ควรเปลี่ยนบ่อยกว่าปกติหน่อย ในกรณีที่มีปัญหาเช่นการเปลี่ยนเกียร์ผิดพลาดความล่าช้าหรือเสียงผิดปกติควรได้รับการตรวจสอบอย่างทันท่วงทีเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะพัฒนาไปสู่การยกเครื่องในขณะที่ศูนย์ซ่อมขนาดใหญ่บางแห่งในประเทศไทยมีบริการทดสอบฟรีซึ่งสามารถใช้ทรัพยากรดังกล่าวเพื่อประเมินสภาพก่อนตัดสินใจเกี่ยวกับแผนการซ่อมแซม
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย เร็วไหม?
เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย คือสุดยอดรถสปอร์ตสมรรถนะสูง ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 4.3 ลิตร แบบธรรมชาติ ใจดีสุดๆ ให้แรงม้าได้ถึง 454 แรงม้า เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้เกิน 310 กม./ชม. ซึ่งเรียกได้ว่าเติมเต็มความต้องการของคนรักความเร็วได้แบบจุใจ แม้ในสภาพอากาศร้อนๆ แบบประเทศไทย ระบบระบายความร้อนและเบรกสมรรถนะสูงของแคลิฟอร์เนียก็พร้อมรับมือกับการขับขี่แบบดุเดือดได้อย่างมั่นใจ แถมยังมีระบบหลังคาแบบพับเก็บได้ที่เหมาะมากสำหรับการขับรถตากลมชมวิวตามเส้นทางชายทะเลไทย ไม่ว่าจะเป็นหัวหินหรือภูเก็ต ให้คุณได้ทั้งแสงแดดและความสนุกไปพร้อมกัน สำหรับคนไทยที่ชอบทั้งความหรูและความแรง แคลิฟอร์เนียไม่เพียงแต่เร็วสุดๆ แต่ยังใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริง โปรแกรม行李后备จุพอดีสำหรับกระเป๋ากอล์ฟหรือสัมภาระทริปสั้นๆ เรียกได้ว่าเป็นรถ GT ที่ตอบโจทย์ทั้งถนนไทยและไลฟ์สไตล์คนไทยได้อย่างลงตัว
Q
เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย เป็นซุปเปอร์คาร์หรือไม่?
เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย เป็นรถสปอร์ตสมรรถนะสูง แต่ถ้าพูดกันตรงๆ มันไม่เข้าข่ายซูเปอร์คาร์แบบเต็มตัวหรอกครับ เพราะซูเปอร์คาร์จริงๆ จะต้องมีสมรรถนะสุดขีด ความหายาก และการออกแบบที่ดุดันกว่า เช่น รุ่น LaFerrari หรือ 488 Pista ของเฟอร์รารี่ด้วยกันเอง ส่วนแคลิฟอร์เนียจะออกแนว GT คาร์หรูมากกว่า เน้นความสบายและการใช้งานในชีวิตประจำวัน ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 4.3 ลิตร เร่ง 0-100 กม./ชม. ในประมาณ 3.8 วินาที แม้จะแรงแต่ยังสู้ซูเปอร์คาร์แท้ๆ ไม่ค่อยได้ครับ
สำหรับในไทยแล้ว แคลิฟอร์เนียอาจจะเหมาะกว่าเพราะถนนติดขัดและมีเขตจำกัดความเร็วเยอะ ความสบายและความประหยัดพื้นที่ของแคลิฟอร์เนียเลยตอบโจทย์กว่า แถมระบบหลังคาแบบพับได้ยังเหมาะกับอากาศร้อนๆ แบบบ้านเราอีกด้วย ถ้าอยากรู้จักซูเปอร์คาร์จริงๆ ลองดูรุ่น F8 Tributo ของเฟอร์รารี่หรือ Lamborghini Huracán ก็ได้ครับ พวกนี้เหมาะกับสนามแข่งหรือการขับแบบสุดแรงกว่า แต่ในชีวิตประจำวันที่ไทยอาจจะไม่สะดวกเท่าแคลิฟอร์เนียครับ
Q
ความแตกต่างระหว่าง Ferrari California และ California T คืออะไร
ความแตกต่างหลักระหว่าง Ferrari California กับ California T อยู่ที่ระบบขับเคลื่อนและสมรรถนะ โดย California T เป็นเวอร์ชันอัพเกรดจาก California ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ V8 3.9 ลิตร เทอร์โบคู่ ให้กำลังสูงสุดถึง 560 แรงม้า แรงกว่าตัว California ที่ใช้เครื่องยนต์ V8 4.3 ลิตร แบบดูดอากาศธรรมชาติ (460 แรงม้า) แถมยังประหยัดน้ำมันมากขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ California T ยังปรับแต่งเสียงไอเสียให้ดุดันขึ้น พร้อมตั้งค่าตัวถังแบบใหม่ที่ทำให้การควบคุมรถดีกว่าเดิม ส่วนในสภาพอากาศร้อนๆ แบบไทยๆ ระบบเทอร์โบของ California T จะทำงานได้ดีกว่า ลดปัญหากำลังตกเวลาอากาศร้อนจัด ในขณะที่ตัว California แบบดูดอากาศธรรมชาติอาจจะฝืดๆ เวลาขับหนักๆ สองรุ่นนี้ยังคงดีไซน์แบบฮาร์ดท็อปคอนเวอร์เทเบิลที่เหมาะกับการขับริมทะเลเมืองไทย แต่ California T มีเทคโนโลยีภายในห้องโดยสารที่ทันสมัยกว่า เช่น ระบบอินโฟเทนเมนต์ที่อัพเกรดมาใหม่ สำหรับคนไทยที่Budget หนาๆ และอยากได้สมรรถนะจัดเต็ม California T คือตัวเลือกที่ดีกว่า แต่ถ้าคุณเป็นคนชอบเสียงเครื่องแบบดูดอากาศธรรมชาติคลาสสิก ก็อาจจะถูกใจ California มากกว่า ไม่ว่าจะเลือกรุ่นไหนในไทย แนะนำให้ดูแลรักษาเป็นประจำ โดยเฉพาะระบบระบายความร้อนและแอร์ เพื่อให้รถทนกับสภาพอากาศร้อนชื้นของเรา
Q
เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย มีที่นั่งกี่ที่
เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย คือรถสปอร์ต GT แบบ 2+2 ที่มาพร้อมกับการจัดวางห้องโดยสารมาตรฐาน 4 ที่นั่ง ด้านหน้ามีเบาะสปอร์ตแยก 2 ที่นั่ง ส่วนด้านหลังเป็นเบาะขนาดเล็กกว่า 2 ที่นั่ง เหมาะสำหรับการนั่งระยะสั้นหรือใช้กับเด็ก แต่พื้นที่ด้านหลังค่อนข้างจำกัด ผู้ใหญ่ที่ต้องนั่งนานๆ ในสภาพอากาศร้อนของไทยอาจรู้สึกไม่สะดวกสบายเท่าไร รุ่นนี้ได้รับความนิยมในตลาดรถสปอร์ตหรูของไทย โดยเฉพาะเหมาะสำหรับการขับบนถนนเลียบชายทะเลจากกรุงเทพฯ ไปหัวหินหรือพัทยา ระบบหลังคาแบบหดได้ช่วยให้ปรับตัวได้ดีกับทั้งฤดูฝนและฤดูแล้งของไทย ที่น่าสนใจคือเฟอร์รารี่ได้มีรุ่นใหม่อย่างพอร์โตฟิโนเข้ามาแทนที่แคลิฟอร์เนียแล้ว ด้วยการออกแบบพื้นที่ภายในที่ดีขึ้น แต่รูปแบบ 2+2 ยังคงเป็นเอกลักษณ์ของซีรี่ส์ GT ของเฟอร์รารี่ การออกแบบนี้เหมาะกับภูมิประเทศเป็นภูเขาของไทย ที่ยังคงความสมรรถนะของรถสปอร์ตไว้ ขณะเดียวกันก็ตอบโจทย์การใช้งานกับครอบครัวในบางโอกาส ซึ่งสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนไทยที่ชอบท่องเที่ยวแบบขับรถเองในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
Q
เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย ถูกแทนที่ด้วยอะไร
เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย รุ่นที่มาทดแทนคือ พอร์โตฟิโน่ ซึ่งเปิดตัวในปี 2017 เป็นรถสปอร์ตฮาร์ดท็อปคอนเวอร์ทิเบิลที่สืบทอด DNA การขับเคลื่อนสปอร์ตจากแคลิฟอร์เนียและได้รับการอัปเกรดอย่างเต็มรูปแบบ มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 3.9 ลิตร เทอร์โบชาร์จคู่ ให้กำลังสูงสุด 600 แรงม้า เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.5 วินาที โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนของไทยยังมีการติดตั้งระบบปรับอากาศประสิทธิภาพสูงและระบบช่วงล่างปรับได้เพื่อให้เหมาะกับสภาพถนนท้องถิ่น ชื่อพอร์โตฟิโน่นั้นได้แรงบันดาลใจจากเมืองตากอากาศริมทะเลของอิตาลี การออกแบบผสมผสานระหว่างความสบายของรถ GT และสมรรถนะรถสปอร์ต เมื่อเทียบกับแคลิฟอร์เนียแล้วมีพื้นที่เบาะหลังและกระโปรงหลังที่เพิ่มขึ้น เหมาะกับความต้องการท่องเที่ยวแบบครอบครัวในวันหยุดของคนไทย พอร์โตฟิโน่ยังมีรุ่นโรม่ามาเสริมในไลน์อัพผลิตภัณฑ์ สร้างเมทริกซ์ผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์ขึ้น โดยทั้งสองรุ่นนี้สามารถพบได้ที่โชว์รูมเฟอร์รารี่ในกรุงเทพฯ พาร์ทเนอร์ในไทยยังมีบริการเฉพาะอย่างเช่น แพ็กเกจดูแลรถช่วงฤดูฝนอีกด้วย สำหรับผู้บริโภคไทยแล้ว เฟอร์รารี่รุ่นเครื่องหน้ายังเหมาะกับการใช้งานในเมืองที่การจราจรหนาแน่นมากกว่ารุ่นเครื่องกลาง พร้อมยังคงรักษาความสนุกในการขับขี่สไตล์ซูเปอร์คาร์อิตาเลียนแท้ๆไว้อย่างครบถ้วน
ดูเพิ่มเติม





ข้อดี
ข้อเสีย