Q
Mitsubishi Xpander มีกี่ที่นั่ง?
รถยนต์ Mitsubishi Xpander เป็นรุ่น MPV 7 ที่นั่งที่ได้รับความนิยมสูงในตลาดไทย ด้วยการจัดเรียงเบาะแบบ 2+3+2 ที่ออกแบบมาอย่างคล่องตัว เบาะแถวกลางสามารถเลื่อนปรับระยะหน้า-หลังได้ ส่วนเบาะแถวหลังพับเก็บแบบ 50:50 เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของให้เหมาะกับทั้งการใช้งานในครอบครัวและธุรกิจ รถคันนี้โดดเด่นด้วยพื้นที่ภายในกว้างขวาง ประสิทธิภาพเครื่องยนต์ 1.5L MIVEC ที่น่าเชื่อถือ รวมถึงระยะความสูงจากพื้นรถ 220 มม. ที่ตอบโจทย์การขับขี่บนสภาพถนนหลากหลายในไทย จนกลายเป็นตัวเลือกยอดฮิตสำหรับครอบครัวไทย เมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกันอย่าง Toyota Avanza และ Honda BR-V ที่ก็มีระบบ 7 ที่นั่งเช่นกัน แต่ Xpander ยังคงได้เปรียบในเรื่องราคาที่เหมาะสมและเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครอบคลุม แนะนำให้ผู้สนใจไปทดลองนั่งและเปรียบเทียบด้วยตัวเองตามความต้องการการใช้งานจริง
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
หมวดหมู่ของ Xpander คืออะไร?
รถ Mitsubishi Xpander ในตลาดไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มรถ MPV 7 ที่นั่ง ซึ่งเน้นกลุ่มลูกค้าครอบครัวและผู้ที่ให้ความสำคัญกับความประหยัดพื้นที่ ข้อเด่นของรุ่นนี้คือการออกแบบภายในที่กว้างขวางและปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย พร้อมกับระยะความสูงจากพื้นรถ 220 มม. และระบบช่วงล่างที่ถูกปรับให้เหมาะกับสภาพถนนในไทย Xpander เป็นที่นิยมมากในไทยเพราะตอบโจทย์การเดินทางของครอบครัวไทยได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเบาะแถวที่สามที่พับเก็บได้ ช่วยให้สามารถใช้งานได้ทั้งขนของหรือนั่งคนเต็มคัน ส่วนระบบขับเคลื่อนใช้เครื่องยนต์ 1.5L MIVEC คู่กับเกียร์ 4AT ที่ให้ทั้งความประหยัดน้ำมันและดูแลรักษาง่าย ที่น่าสนใจคือในไทยยังมีรุ่น Xpander Cross ที่เพิ่มสไตล์ครอสโอเวอร์ด้วยชุดแต่งภายนอกที่สปอร์ตและอุปกรณ์เพิ่มเติม เพื่อตอบโจทย์ครอบครัวรุ่นใหม่ที่ชอบความแตกต่าง ในตลาด MPV ไทยนอกจาก Xpander แล้วยังมีคู่แข่งอย่าง Toyota Avanza และ Suzuki Ertiga ที่เน้นความคุ้มค่าในด้านพื้นที่ใช้สัยเหมือนกัน เวลาจะเลือกซื้อจริงๆ ลูกค้ามักจะดูจากความชอบในแบรนด์ ศูนย์บริการใกล้บ้าน และโปรโมชั่นเป็นหลัก
Q
Xpander เป็น SUV หรือ MPV?
Xpander เป็นรุ่นรถ 7 ที่นั่งจาก Mitsubishi Motors ที่ได้รับความนิยมสูงในตลาดไทย โดยถูกจัดอยู่ในกลุ่ม MPV (รถยนต์อเนกประสงค์) ไม่ใช่ SUV เพราะเน้นการออกแบบเพื่อความสะดวกสบายของผู้โดยสารและพื้นที่ใช้สัยภายในมากกว่า โครงสร้างรถใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า ระยะความสูงจากพื้นปานกลาง ไม่ได้เน้นความสูงเหมือนรถ SUV ที่เหมาะสำหรับการขับลุย แต่ก็ยังสามารถใช้งานได้ดีบนถนนสภาพซับซ้อนของไทย จุดเด่นของ Xpander อยู่ที่การจัดเรียงเบาะที่นั่งที่ปรับเปลี่ยนได้และพื้นที่เก็บของกว้างขวาง เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนไทยที่ชอบเดินทางพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัว หรือต้องการรถสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันและท่องเที่ยวในวันหยุด ในตลาดไทยบางครั้งเส้นแบ่งระหว่าง MPV กับ SUV ค่อนข้างคลุมเครือ บางรุ่นอาจผสมผสานคุณสมบัติของทั้งสองประเภท แต่ Xpander ยังคงยึดแนวคิดการออกแบบแบบ MPV อย่างชัดเจน ซึ่งสังเกตได้จากประตูสไลด์ข้างและความรู้สึกในการขับที่ใกล้เคียงรถเก๋ง สำหรับคนไทยแล้ว การเลือกระหว่าง MPV กับ SUV ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งานเป็นหลัก ถ้าต้องการพื้นที่และความสะดวกสบาย Xpander ก็เป็นตัวเลือกที่ดี แต่ถ้าต้องการรถสำหรับเส้นทาง off-road หรือชอบท่าทางการขับขี่ที่สูงกว่า ก็อาจจะมองหา SUV ดีกว่า
Q
ข้อดีของ Xpander คืออะไร?
รถยนต์ Mitsubishi Xpander ได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาดประเทศไทย เนื่องมาจากความประหยัดและการใช้งานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนไทยเป็นอย่างดี เริ่มจากห้องโดยสารที่กว้างขวางแบบ 7 ที่นั่ง ซึ่งเหมาะมากสำหรับครอบครัวใหญ่ในไทย โดยเฉพาะเวลาท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวหรือการเดินทางในชีวิตประจำวันที่มีผู้โดยสารหลายคน นอกจากนี้ยังมีระยะความสูงจากพื้นรถที่เหมาะสมและระบบช่วงล่างที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ทำให้สามารถขับเคลื่อนบนถนนสภาพไม่ดีในบางพื้นที่ของไทยได้อย่างสบายๆ ส่วนเครื่องยนต์ 1.5L MIVEC ที่ติดตั้งมานั้นให้สมดุลระหว่างพลังและความประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม เหมาะสมกับสภาพการจราจรในเมืองที่ต้องหยุดและเคลื่อนตัวบ่อยๆ พร้อมยังช่วยประหยัดค่าน้ำมันในระยะยาว อีกทั้งยังมีฟีเจอร์อำนวยความสะดวกอย่างพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันและหน้าจอสัมผัสกลางห้องโดยสาร ที่สำคัญคือขนาดตัวรถที่ออกแบบมาอย่างชาญฉลาด ทำให้มีพื้นที่ภายในกว้างขวางในขณะเดียวกันก็ขับเคลื่อนในซอยแคบๆของไทยได้อย่างคล่องตัว สำหรับการเลือกซื้อรถ MPV นั้น คนไทยไม่เพียงแต่คำนึงถึงความกว้างของห้องโดยสารและอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเท่านั้น แต่ยังควรพิจารณาถึงเครือข่ายบริการหลังการขายซึ่งมีความสำคัญต่อประสบการณ์การใช้รถในระยะยาว ซึ่ง Xpander ก็ทำได้ดีในจุดนี้ด้วยเครือข่ายบริการของ Mitsubishi ที่ครอบคลุมทั่วประเทศไทย
Q
ปัญหาทั่วไปของ Xpander มีอะไรบ้าง?
รถ Mitsubishi Xpander เป็นรถ MPV 7 ที่นั่งยอดนิยมในตลาดไทย ปัญหาที่มักพบส่วนใหญ่เป็นรายละเอียดเล็กน้อยในการใช้งานประจำวัน เช่น บางเจ้าของรถรายงานว่าการทำความเย็นของแอร์อาจลดลงเล็กน้อยในสภาพอากาศร้อน แนะนำให้ล้างคอนเดนเซอร์และตรวจสอบความดันน้ำยาแอร์เป็นประจำ เพราะอากาศร้อนๆของไทยถือเป็นการทดสอบระบบแอร์อย่างดี นอกจากนี้ระบบช่วงล่างอาจมีเสียงดังเล็กน้อยหลังจากขับบนถนนขรุขระมานาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับสภาพถนนบางพื้นที่ของไทย แค่ตรวจสอบบูชช่วงล่างและช็อคอัพเป็นครั้งคราวก็แก้ไขได้ ส่วนเกียร์ CVT อาจมีการกระตุกเบาๆบ้างในสภาพการจราจรติดขัด นี่เป็นลักษณะทั่วไปของเกียร์ประเภทนี้ แค่เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ตามกำหนดก็พอ สำหรับชิ้นส่วนพลาสติกภายในรถอาจมีเสียงดังจาการขยายตัวเนื่องจากความร้อน ซึ่งเป็นเรื่องปกติในประเทศเขตร้อน ส่วนระบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น หน้าจอควบคุมกลางอาจตอบสนองช้าเป็นครั้งคราว แต่การรีสตาร์ทระบบก็สามารถแก้ไขได้ ปัญหาเล็กน้อยเหล่านี้ไม่ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือโดยรวม จุดเด่นของ Xpander ยังคงเป็นพื้นที่ใช้งานสะดวกและประหยัดน้ำมัน ซึ่งเหมาะสำหรับครอบครัวไทย แค่ดูแลรักษารถตามกำหนดก็สามารถรักษาสภาพรถให้ดีได้ นอกจากนี้เจ้าของรถในไทยยังสามารถติดตามโปรโมชั่นดูแลรักษารถตามฤดูกาลจากตัวแทนจำหน่ายท้องถิ่น ซึ่งช่วยบำรุงรักษาสภาพรถได้ดีเลยทีเดียว
Q
Xpander เหมาะกับการขับทางไกลหรือไม่?
รถยนต์ Mitsubishi Xpander ในฐานะรถ MPV 7 ที่นั่งที่เน้นการใช้งานสำหรับครอบครัว ได้รับความนิยมในตลาดไทยเป็นอย่างมาก ด้วยความกว้างขวางของพื้นที่ภายในและความประหยัดที่ใช้งานได้จริง สำหรับการขับขี่ระยะไกลแล้ว Xpander ทำได้ดีมาก ระบบขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร MIVEC ร่วมกับเกียร์ CVT ให้ความรู้สึกการขับขี่ที่ลื่นไหลทั้งบนถนนเรียบและทางลาดชันเล็กน้อยในประเทศไทย อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันก็อยู่ในระดับประหยัด เหมาะกับงบประมาณของครอบครัวที่ชอบท่องเที่ยว ระบบช่วงล่างถูกปรับมาเพื่อความนุ่มสบายเป็นหลัก ช่วยลดแรงกระแทกจากถนนบางส่วนในชนบทของไทยได้ดี ที่นั่งแถวที่ 2 สามารถปรับเอนได้และแถวที่ 3 พับเก็บได้ ทำให้มีความยืดหยุ่นในการจัดเก็บสัมภาระ แต่ควรระวังว่าถ้ามีผู้โดยสารครบ 7 คน พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังจะเหลือน้อย แนะนำให้จัดสรรสัมภาระให้เหมาะสม นอกจากนี้ Xpander ยังมีระยะความสูงจากพื้นรถที่ค่อนข้างดี ช่วยให้ขับผ่านเส้นทางในชนบทช่วงฤดูฝนของไทยได้สะดวก แต่ควรลดความเร็วเมื่อเข้าโค้งเพื่อความมั่นคง เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ แล้ว Xpander มีจุดเด่นในเรื่องค่าบำรุงรักษาและอะไหล่ที่หาง่ายในตลาดไทย อู่ซ่อมรถทั่วไปก็คุ้นเคยกับรุ่นนี้ดี ก่อนออกเดินทางไกลแนะนำให้ตรวจสอบสภาพยางและระบบระบายความร้อน เพราะอากาศร้อนของไทยต้องการการระบายความร้อนที่ประสิทธิภาพ สรุปแล้ว Xpander เป็นรถที่ปรับตัวเข้ากับสภาพการใช้รถในไทยได้ดี และเป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อถือสำหรับการเดินทางไกลของครอบครัวทั่วไป
Q
Innova หรือ Xpander อันไหนใหญ่กว่ากัน ?
เมื่อมองจากมิติตัวถัง Toyota Innova มักจะนำเสนอรุ่นที่ใหญ่กว่า Mitsubishi Xpander ในตลาดประเทศไทย โดย Innova มักมีความยาวตัวรถเกิน 4.7 เมตร ระยะฐานล้อประมาณ 2.75 เมตร และมาพร้อมกับแบบที่นั่ง 3 แถว เหมาะสำหรับครอบครัวหรือการใช้งานเชิงธุรกิจที่ต้องการพื้นที่กว้างขวาง ในขณะที่ Xpander มีความยาวตัวรถประมาณ 4.4 เมตร ระยะฐานล้อประมาณ 2.7 เมตร แม้จะมีที่นั่ง 3 แถวเช่นกัน แต่แถวที่ 3 จะเหมาะสำหรับเด็กหรือการเดินทางระยะสั้นกว่า ในถนนเมืองไทยอย่างกรุงเทพฯ ขนาดตัวรถที่เล็กกว่าของ Xpander ทำให้จอดและขับเคลื่อนได้สะดวกกว่า แต่หากต้องเดินทางไกลหรือรับส่งผู้โดยสารบ่อยๆ ความสบายของอินโนวาจะเหนือกว่า ทั้งสองรุ่นเป็นรถ MPV ที่นิยมในตลาดไทย การเลือกควรพิจารณาจากการใช้งานจริง นอกจากนี้คนไทยยังให้ความสำคัญกับความประหยัดน้ำมัน โดยเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรของ Xpander จะประหยัดน้ำมันกว่าในเมือง ในขณะที่เครื่องยนต์ 2.0 หรือ 2.4 ลิตรของ Innova ให้พลังที่แข็งแกร่งขึ้น
Q
Xpander รุ่นปี 2020 มีแรงม้าเท่าไหร่?
รถยนต์ Mitsubishi Xpander รุ่นปี 2020 ที่วางขายในตลาดประเทศไทย ใช้เครื่องยนต์เบนซิน MIVEC 1.5 ลิตร แบบประหยัดน้ำมัน ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า (77 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 141 นิวตันเมตร มาพร้อมเกียร์ธรรมดา 5 สปีดหรือเกียร์ออโต้ 4 สปีด เครื่องยนต์ตัวนี้ถูกออกแบบมาให้เน้นความประหยัดน้ำมันและความทนทาน เหมาะกับการใช้งานในเมืองและครอบครัวชาวไทยเป็นอย่างดี
Xpander ในฐานะรถ MPV 7 ที่นั่ง เป็นที่นิยมในหมู่ครอบครัวไทย เพราะมีระยะยกตัวสูงถึง 205 มิลลิเมตร ที่สามารถขับผ่านเส้นทางต่างจังหวัดได้บ้าง แถมยังมีพื้นที่ภายในที่ปรับแต่งได้หลากหลาย พร้อมฟังก์ชันใช้งานได้จริง เช่นช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารแถวหลัง ทำให้การใช้งานสะดวกขึ้นมาก
สำหรับคนไทยแล้ว กำลังเครื่องขนาดนี้เพียงพอต่อการขับขี่ในชีวิตประจำวันและพาครอบครัวไปเที่ยววันหยุด แม้ว่ากำลัง 105 แรงม้าอาจจะไม่แรงมากเวลาจะแซงบนทางหลวง แต่เมื่อพิจารณาจากปัญหารถติดและราคาน้ำมันในประเทศไทยแล้ว การตั้งค่าเครื่องยนต์แบบนี้กลับเหมาะสมกับสภาพการใช้งานจริงมากกว่า รถ MPV สำหรับครอบครัวระดับเดียวกันอย่าง Toyota Avanza หรือ Honda BR-V ก็ใช้แนวทางเดียวกันในการออกแบบเครื่องยนต์ นี่แสดงให้เห็นว่า MPV ประเภทนี้เน้นความสมดุลในทุกด้านมากกว่าการเน้นประสิทธิภาพสูงสุดเพียงอย่างเดียว
Q
จุดอ่อนของ Xpander คืออะไร?
รถยนต์ Mitsubishi Xpander เป็นรถ MPV 7 ที่นั่งที่ได้รับความนิยมในตลาดไทย ด้วยความประหยัดและความทนทานที่เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่อย่างไรก็ตาม รถรุ่นนี้ก็มีข้อด้อยบางประการที่ควรรู้ไว้ เช่น พื้นที่เบาะหลังแถวที่สามอาจจะคับเกินไปสำหรับผู้โดยสารที่ตัวสูง อาจรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย ส่วนพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังเมื่อมีผู้โดยสารครบทุกที่นั่งก็จะเหลือน้อย ไม่เหมาะกับการเดินทางไกลที่ต้องแบกสัมภาระจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีเสียงลมที่ค่อนข้างดังเวลาขับความเร็วสูง ซึ่งส่งผลต่อความสบายในการนั่ง ส่วนด้านกำลังเครื่องยนต์ 1.5L แบบธรรมชาติแม้จะประหยัดน้ำมันและเชื่อถือได้ แต่เมื่อมีผู้โดยสารเต็มคันหรือเวลาขึ้นเนินอาจรู้สึกว่ากำลังไม่ค่อยพอ ส่วนวัสดุภายในห้องโดยสารเป็นพลาสติกแข็งเป็นหลัก ทำให้ความรู้สึกโดยรวมดูธรรมดาไปหน่อย อย่างไรก็ดี Xpander ก็มีจุดแข็งที่เหมาะกับสภาพถนนและอากาศร้อนชื้นของไทย เช่น รอบระยะล้อจากพื้นสูงและมีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารแถวหลัง ดังนั้นสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถครอบครัวในเมือง Xpander ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดีในด้านความประหยัดและความคล่องตัว แต่ถ้าต้องการใช้งานหนักแบบเดินทางไกลบ่อยๆ หรือมีผู้โดยสารเต็มคันเป็นประจำ อาจต้องพิจารณารถยนต์ที่มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่กว่านี้หรือระบบกันเสียงที่ดีกว่านี้จะเหมาะสมกว่า
Q
ข้อเสียของ Mitsubishi Xpander คืออะไร
Mitsubishi Xpander ในฐานะรถ MPV 7 ที่นั่งที่ได้รับความนิยมในตลาดไทย ได้รับการยอมรับในด้านความกว้างขวางและความคุ้มค่าในการใช้งาน แต่ก็มีข้อจำกัดบางประการ เช่น เบาะแถวสามมีพื้นที่วางขาแคบ ทำให้ผู้ใหญ่โดยสารได้ไม่สะดวกและไม่เหมาะกับการเดินทางไกล เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร แบบดูดอากาศธรรมชาติเมื่อบรรทุกเต็มที่หรือขึ้นเขาจะรู้สึกแรงไม่เพียงพอ เหมาะกับการใช้งานในเมืองเป็นหลัก แต่เวลาต้องเร่งแซงบนทางด่วนควรวางแผนล่วงหน้า ส่วนวัสดุภายในเน้นพลาสติกแข็งทำให้สัมผัสและการเก็บเสียงอยู่ในระดับกลาง ระบบกันสะเทือนมีความแข็งพอสมควร จึงให้ความรู้สึกกระด้างเมื่อขับผ่านถนนชนบทที่ไม่เรียบในบางพื้นที่ อย่างไรก็ตาม Xpander มีความประหยัดน้ำมันและค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาต่ำ เหมาะกับครอบครัวที่เน้นประโยชน์ใช้สอย หากต้องใช้งานบรรทุกผู้โดยสารเต็มที่และเดินทางไกลบ่อย ควรทดลองขับเพื่อประเมินสมรรถนะและพื้นที่ใช้สอยให้เหมาะสม ในตลาดไทยยังมีตัวเลือกอื่นอย่าง Toyota Avanza หรือ Honda BR-V ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องเครื่องยนต์และวัสดุภายในที่แตกต่างกัน ผู้บริโภคควรพิจารณางบประมาณและความต้องการส่วนตัวประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อ.
Q
วิธีปิดโหมด Eco บน Mitsubishi Xpander
การปิดโหมด Eco ของรถ Mitsubishi Xpander นั้น โดยปกติใช้งานผ่านปุ่มโหมด Eco ใกล้แผงหน้าปัดเครื่องมือ ซึ่งปุ่มนี้อาจจะอยู่ด้านซ้ายของพวงมาลัยหรือแถบกลางคอนโซลหน้า กดสลับโหมดได้เลย แต่ถ้าหาปุ่มไม่เจอแนะนำให้เปิดคู่มือผู้ใช้ดูตำแหน่งให้ชัดเจนอีกที ในสภาพอากาศร้อนของไทย การปิดโหมด Eco จะช่วยให้แอร์เย็นขึ้นแต่จะทำให้กินน้ำมันเพิ่มนิดหน่อย แนะนำว่าเวลาเจอรถติดในกรุงเทพฯ ให้เปิดโหมด Eco ไว้จะช่วยประหยัดน้ำมัน ส่วนเวลาเดินทางไกลหรือขับบนทางด่วนปิดโหมดนี้จะทำให้รถตอบสนองดีขึ้น โปรดทราบว่าวิธีการใช้งานของ Xpander แต่ละรุ่นในแต่ละปีอาจแตกต่างกันเล็กน้อย รถยนต์รุ่นใหม่บางรุ่นยังสามารถปรับโหมดการขับขี่ผ่านเมนูการตั้งค่ารถบนหน้าจอควบคุมส่วนกลางได้อีกด้วย การใช้โหมด Eco ให้เหมาะสมไม่เพียงช่วยให้ขับขี่ในหลากหลายสภาพถนนของไทยได้ดี แต่ยังช่วยบาลานซ์ระหว่างประหยัดน้ำมันกับความรู้สึกในการขับได้ แนะนำให้เจ้าของรถเลือกใช้ตามความต้องการจริงจะดีที่สุด
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
มีประเภทของเชื้อเพลิงฟอสซิลอยู่กี่ประเภท?
เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นพลังงานที่ไม่สามารถสร้างใหม่ได้ซึ่งเกิดขึ้นจากซากสิ่งมีชีวิตโบราณผ่านกระบวนการทางธรณีวิทยาในระยะเวลาหลายสิบล้านถึงหลายร้อยล้านปี โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ สถานะแข็ง สถานะเหลว และสถานะก๊าซ
เชื้อเพลิงฟอสซิลในสถานะแข็ง ได้แก่ ถ่านหิน (เช่น ถ่านหินแอนทราไซต์ ถ่านหินบิทูมินัส ถ่านหินลิกไนต์) หินน้ำมันและทรายน้ำมัน โดยถ่านหินเกิดจากซากพืชผ่านกระบวนการคาร์บอนไนเซชัน และปริมาณคาร์บอนจะเพิ่มขึ้นเมื่อระดับการแปรสภาพสูงขึ้น
เชื้อเพลิงฟอสซิลในสถานะเหลว ได้แก่ น้ำมันดิบ เป็นหลัก ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์จากการกลั่น เช่น น้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซล เป็นต้น ซึ่งเกิดจากซากสิ่งมีชีวิตลอยน้ำในทะเลที่ถูกเปลี่ยนแปลงภายใต้ความร้อนและความดันเฉพาะ
เชื้อเพลิงฟอสซิลในสถานะก๊าซ ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ (ส่วนประกอบหลักคือ มีเทน) และน้ำแข็งเชื้อเพลิง (มีเทนไฮเดรต) โดยก๊าซธรรมชาติมีประสิทธิภาพการเผาไหม้สูงและปล่อยมลพิษน้อยกว่าเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงอื่น
เชื้อเพลิงฟอสซิลเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญของการใช้พลังงานทั่วโลก และถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในด้านการผลิตไฟฟ้า การผลิตทางอุตสาหกรรม และการขนส่ง
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นพลังงานที่ไม่สามารถสร้างใหม่ได้และก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการเผาไหม้ ปัจจุบันจึงกำลังค่อยๆ เปลี่ยนผ่านไปใช้พลังงานสะอาด
Q
มีประเภทของเชื้อเพลิงทางเลือกกี่ประเภท?
ในประเทศไทย มีประเภทเชื้อเพลิงทางเลือกที่พบได้บ่อย 5 ประเภท ได้แก่ แก๊สโซฮอล์, ไบโอดีเซล, ก๊าซธรรมชาติอัด (CNG), ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) และเชื้อเพลิงไฮโดรเจน แก๊สโซฮอล์ผลิตจากการผสมเอทานอลที่ได้จากวัตถุดิบทางการเกษตรเช่นอ้อยและมันสำปะหลังกับน้ำมันเบนซิน มีสูตรผสมที่นิยมใช้คือ E10, E20 และ E85 ซึ่งเหมาะกับเครื่องยนต์ประเภทต่าง ๆ และได้รับการส่งเสริมอย่างมีประสิทธิภาพในภาคเหนือเนื่องจากนโยบายลดภาษีของรัฐบาล ไบโอดีเซลผลิตจากน้ำมันพืชใช้แล้ว ไขมันสัตว์ หรือน้ำมันละหุ่ง มีสัดส่วนผสมคือ B5, B7, B10 และ B20 โดย B7 เป็นเชื้อเพลิงมาตรฐานสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลทั่วไป ส่วน B20 ออกแบบมาสำหรับยานพาหนะขนาดใหญ่เช่นรถบรรทุก รัฐบาลบังคับใช้มาตรการผสมไบโอดีเซลเพื่อลดการนำเข้าน้ำมันดิบและส่งเสริมการใช้ปาล์มน้ำมัน CNG และ LPG ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงสะอาด มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดสถานีบริการน้ำมันและเป็นทางเลือกเสริมแทนน้ำมันเบนซินและดีเซลแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ เชื้อเพลิงไฮโดรเจนกำลังอยู่ในขั้นตอนทดลอง โดยมีการทดสอบที่บางสถานีในกรุงเทพฯ ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้ใช้เกินความคาดหมาย สะท้อนถึงแนวโน้มการพัฒนาในอนาคต การส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงทางเลือกเหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล แต่ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืน
Q
"ใช้วัสดุ เชื้อเพลิง และสารหล่อลื่นอะไรบ้าง?"
ในการบำรุงรักษารถยนต์ น้ำมันหล่อลื่นเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สำคัญ ยกตัวอย่างเช่น น้ำมันเครื่องเบนซิน PTT Platinum Energy 3000 จากประเทศไทย เป็นน้ำมันเครื่องเบนซินแบบมัลติเกรด มีให้เลือกหลายระดับความหนืดตามมาตรฐาน SAE เช่น 5W-30 และ 10W-40 ผลิตจากน้ำมันพื้นฐานคุณภาพสูงและสารเติมแต่งที่คัดสรรมาอย่างดี ผ่านมาตรฐานคุณภาพ API SL ผลิตภัณฑ์นี้มีคุณสมบัติเด่นด้านความเสถียรต่อการออกซิเดชัน ทนต่ออุณหภูมิสูง และกระจายตะกอนได้ดีในอุณหภูมิต่ำ ช่วยรักษาประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์และยืดอายุการใช้งาน สูตรเฉพาะช่วยลดการสึกหรอและการกัดกร่อนของชิ้นส่วนเครื่องยนต์ ลดการสิ้นเปลืองพลังงาน ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง และลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิง นอกจากนี้ สูตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยังช่วยปกป้องตัวแปลงไอเสียแบบสามทาง ลดการปล่อยมลพิษ ยิ่งไปกว่านั้น PTT ยังมีน้ำมันหล่อลื่นสังเคราะห์แท้สำหรับเครื่องยนต์ 4 จังหวะสำหรับรถจักรยานยนต์ และน้ำมันเครื่อง Titanium Energy CH-4 SAE 15W-40 สำหรับเครื่องยนต์ดีเซลอีกด้วย ในการเลือกใช้น้ำมันหล่อลื่น ควรเลือกเกรดความหนืดและระดับ API ที่เหมาะสม โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น ประเภทเครื่องยนต์ของรถยนต์ (เช่น เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ เครื่องยนต์ดูดอากาศปกติ หรือเครื่องยนต์ฉีดตรง) และสภาพภูมิอากาศในท้องถิ่น เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเครื่องยนต์ได้รับการปกป้องและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
Q
ก๊าซเชื้อเพลิงมีอะไรบ้าง?
ก๊าซเชื้อเพลิงหลัก ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานพาหนะ (CNG) และก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ในประเทศไทย ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานพาหนะเป็นหนึ่งในก๊าซเชื้อเพลิงที่ยานพาหนะใช้กันทั่วไป ซึ่งในอดีตเคยมีปริมาณการขายรายเดือนสูง ส่วนก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ก็เป็นประเภทก๊าซเชื้อเพลิงที่สำคัญ มีการใช้งานอย่างกว้างขวางในยานพาหนะและด้านอื่นๆ ตามข้อมูลสถิติของสำนักงานพลังงานไทย พบว่าการบริโภคก๊าซเชื้อเพลิงมีการผันผวนเนื่องจากปัจจัยต่างๆ เช่น สภาพเศรษฐกิจและความต้องการในตลาด ดังนั้นในช่วงปีที่ผ่านมาปริมาณการบริโภคก๊าซปิโตรเลียมเหลวจึงลดลงเล็กน้อย เมื่อเลือกใช้ก๊าซเชื้อเพลิง จำเป็นต้องเลือกตามความเข้ากันได้ของยานพาหนะและความต้องการในการใช้งาน เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดเชื้อเพลิงของยานพาหนะ
Q
มีประเภทเชื้อเพลิงกี่ประเภท? มีอะไรบ้าง?
ประเภทเชื้อเพลิงที่ใช้กันทั่วไปในรถยนต์ส่วนใหญ่ ได้แก่ น้ำมันเบนซิน、ดีเซล、เชื้อเพลิงก๊าซ (แก๊สธรรมชาติอัด CNG、แก๊สธรรมชาติเหลว LNG、ก๊าซปิโตรเลียมเหลว LPG)、เชื้อเพลิงเมทานอล、ไฟฟ้า、เชื้อเพลิงผสม (เช่น ยานพาหนะไฮบริดที่ผสมระหว่างเบนซินกับไฟฟ้า) และเชื้อเพลิงไฮโดรเจน เป็นต้น
น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิงหลักของเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ที่มีความสามารถในการระเหยและการเผาไหม้ที่ดี
ดีเซลเหมาะสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล มีความหนาแน่นพลังงานสูง และมักใช้กับยานพาหนะขนาดใหญ่
เชื้อเพลิงก๊าซเนื่องจากมีการปล่อยมลพิษต่ำ จึงถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในระบบขนส่งสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคลบางประเภท
เชื้อเพลิงเมทานอลในฐานะเชื้อเพลิงทางเลือก สามารถลดการปล่อยสารมลพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รถยนต์ไฟฟ้าบริสุทธิ์ (BEV) ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ไม่มีการปล่อยมลพิษ และเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เชื้อเพลิงผสมรวมข้อดีของน้ำมันเชื้อเพลิงและไฟฟ้าเข้าด้วยกัน ช่วยให้มีระยะทางวิ่งที่ยาวนานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
เชื้อเพลิงไฮโดรเจนเป็นพลังงานสะอาดรูปแบบใหม่ โดยสารที่ปล่อยออกมาส่วนใหญ่เป็นน้ำ แต่ในปัจจุบันยังต้องพัฒนาในด้านการจัดเก็บและต้นทุน
เชื้อเพลิงแต่ละประเภทมีลักษณะเฉพาะตัว ผู้บริโภคสามารถเลือกยานยนต์ที่เหมาะสมตามสถานการณ์การใช้งานและความต้องการของตนเอง
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

Mitsubishi Xpander ตารางผ่อนชำระล่าสุด
Kevin WongNov 10, 2025

การทดสอบ Mitsubishi Xpander: ความสวยงามและความสบายของพื้นที่ ปรับปรุงประสบการณ์การขับขี่!
AshleyApr 9, 2025

"Mitsubishi Xpander เปรียบเทียบกับ Toyota Veloz, MPV ยอดนิยมคนไหนแรงกว่า?"
ธนวัฒน์Oct 21, 2024

Mitsubishi Xpander ผู้ช่วยที่ดีสำหรับการเดินทางกับครอบครัว มีราคาตั้งแต่ 799,000 บาท
LienMay 20, 2024

Mitsubishi พา Xpander และ Xpander Cross HEV มาร่วมงานที่นิทรรศการรถยนต์นานาชาติกรุงเทพฯ 2024
AshleyMar 18, 2024
ดูเพิ่มเติม


ข้อดี
ข้อเสีย