Q

Zeekr X จะเชื่อมต่อบลูทูธอย่างไร?

การเชื่อมต่อบลูทูธระหว่างรถ Zeekr X กับมือถือ ทำได้ง่ายๆ แค่ทำตามขั้นตอนนี้ ก่อนอื่นต้องมั่นใจว่ารถอยู่ในสถานะพร้อมใช้งาน (เปิดเครื่องหรือโหมด ACC) จากนั้นที่หน้าจอหลักของระบบรถ ให้แตะ "การตั้งค่า" เพื่อเข้าเมนูบลูทูธ เปิดการมองเห็นบลูทูธของรถให้พร้อมใช้งาน พร้อมกับเปิดฟังก์ชั่นบลูทูธบนมือถือของคุณ ในรายการอุปกรณ์ที่ใช้ได้ ให้เลือก "Zeekr X" เพื่อทำการจับคู่ บางรุ่นอาจต้องใส่รหัสผ่านเริ่มต้นเช่น "0000" หรือ "1234" เมื่อจับคู่สำเร็จ ก็สามารถใช้งานฟังก์ชั่นเล่นเพลงและโทรศัพท์ได้แล้ว สำหรับสภาพอากาศร้อนในไทย แนะนำให้ตรวจสอบระบบระบายความร้อนของโมดูลบลูทูธเป็นประจำ เพื่อป้องกันปัญหาการเชื่อมต่อที่ไม่เสถียรจากความร้อนสูง ส่วนในบางพื้นที่ภูเขาของไทยที่สัญญาณอาจไม่แรง แนะนำให้ดาวน์โหลดแผนที่แบบออฟไลน์เก็บไว้ในมือถือล่วงหน้า หากเจอปัญหาการเชื่อมต่อ ลองรีสตาร์ทระบบรถหรือลบประวัติการจับคู่เก่าแล้วลองใหม่ได้ รถ Zeekr X รุ่นนี้ใช้บลูทูธเวอร์ชัน 5.2 ที่มีความเสถียรและเข้ากันได้ดีกับอุปกรณ์ต่างๆ พร้อมรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์พร้อมกันได้ 2 เครื่อง ทำให้สะดวกสำหรับครอบครัวที่ต้องการสลับการใช้งานระหว่างอุปกรณ์
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
ข้อเสียของ Zeekr X คืออะไร
Zeekr X ในฐานะรถ SUV ไฟฟ้าที่เจาะกลุ่มตลาดวัยรุ่น อาจมีข้อจำกัดบางประการเมื่อใช้งานในประเทศไทย เช่น พื้นที่เบาะหลังที่ค่อนข้างกะทัดรัดอาจไม่เหมาะกับการเดินทางของครอบครัวใหญ่ โดยเฉพาะการเดินทางไกลที่อาจลดทอนความสบายลง อีกทั้งการใช้เครื่องปรับอากาศบ่อยครั้งในสภาพอากาศร้อนของไทยอาจส่งผลต่อระยะทางวิ่งของรถ อย่างไรก็ตาม ระบบอัจฉริยะและการควบคุมที่คล่องตัวของ Zeekr X ถือเป็นข้อได้เปรียบเมื่อใช้งานในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นอย่างกรุงเทพฯ สำหรับผู้บริโภคในไทย การเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้ายังควรคำนึงถึงความครอบคลุมของสถานีชาร์จ แม้ Zeekr X จะรองรับการชาร์จเร็ว แต่เครือข่ายสถานีชาร์จในไทยยังคงกระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ พื้นที่ห่างไกลยังมีข้อจำกัดด้านความสะดวก อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยกำลังส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง ผ่านมาตรการลดภาษีนำเข้าและสนับสนุนเงินอุดหนุนการซื้อรถ ซึ่งช่วยให้รถ EV รวมถึง Zeekr X มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ผู้ที่สนใจสามารถพิจารณาจากลักษณะการใช้งานประจำวันและความสะดวกในการชาร์จไฟเพื่อประกอบการตัดสินใจ
Q
Zeekr X อยู่ในกลุ่ม Segment ใด
รถ Zeekr X อยู่ในกลุ่มรถยนต์รุ่น C หรือที่เรียกกันว่า SUV ขนาดกะทัดรัดแบบไฟฟ้า 100% ด้วยขนาดตัวรถที่ยาว 4,432 มม. กว้าง 1,836 มม. และสูง 1,566 มม. ระยะฐานล้อ 2,750 มม. ซึ่งจัดว่าเป็นขนาดมาตรฐานของ SUV Compact ส่วนในเรื่องสมรรถนะ Zeekr X มีทั้งรุ่นมอเตอร์เดียวขับเคลื่อนล้อหลังและรุ่นมอเตอร์คู่แบบขับเคลื่อนสี่ล้อ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ที่แตกต่างกัน เช่น รุ่นมอเตอร์เดียวสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 5.6 วินาที ส่วนรุ่นมอเตอร์คู่ทำได้เร็วเพียง 3.8 วินาทีเท่านั้น ด้านอุปกรณ์ก็ครบครันไม่น้อยหน้า มีถุงลมนิรภัยถึง 7 จุด พร้อมระบบ ABS ควบคุมการล็อกล้อและระบบควบคุมเสถียรภาพของตัวรถ รวมถึงฟังก์ชันความปลอดภัยและความสะดวกสบายอื่นๆ ที่ช่วยให้การขับขี่เป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับผู้ใช้
Q
ขนาด PCD ของ Zeekr X คืออะไร
สำหรับรถ Zeekr X นั้นมีขนาด PCD (ระยะวงกลมของรูยึดล้อ) อยู่ที่ 5×112 มิลลิเมตร ซึ่งหมายความว่ารูสลักทั้ง 5 รูบนล้อจะเรียงตัวเป็นวงกลมที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 112 มิลลิเมตร ขนาดนี้เป็นมาตรฐานเดียวกับรถยุโรปหลายรุ่น เช่น รถโวลค์สวาเก้นหรือออดี้บางแบบ ทำให้เจ้าของรถในไทยสามารถหาล้ออะไหล่หรืออัพเกรดล้อได้ง่ายขึ้น แต่ต้องบอกว่าในไทยเนี่ยะ ถนนบางพื้นที่ก็ขรุขระ แถมฤดูฝนก็ยาว เลยแนะนำให้ใช้ล้อที่ได้มาตรฐานของทางโรงงานหรือล้อที่ผ่านการรับรองเพื่อความปลอดภัยและความมั่นคงเวลาขับขี่ ส่วนใครที่อยากแต่งล้อเพิ่มเติม ในไทยก็มีร้านแต่งรถมืออาชีพหลายร้านที่บริการปรับ PCD ให้ แต่ต้องระวังเรื่องกฎหมายด้วยนะ เช่น ห้ามให้ล้อยื่นออกมานอกตัวถังเกินกำหนด นอกจากนี้ PCD ไม่ใช่แค่ตัวเดียวที่ต้องดูเวลาซื้อล้อ ยังต้องเช็คค่าอื่นๆ เช่น เส้นผ่านศูนย์กลางรูกลางล้อ (CB) หรือค่าโอฟเซ็ต (ET) ด้วย จะได้ไม่เกิดปัญหาล้อไม่พอดีหรือส่งผลต่อการควบคุมรถ ถ้าไม่แน่ใจ แนะนำให้ปรึกษาเซ็นเตอร์ของ Zeekr ในไทยหรือร้านขายล้อมืออาชีพจะดีที่สุดครับ
Q
Does Zeekr X มี Apple Carplay ไหม
ตามข้อมูลในปัจจุบัน Zeekr X ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่า รองรับฟังก์ชัน Apple CarPlay หรือไม่ แต่ในฐานะรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะที่มุ่งทำตลาดระดับโลก ระบบอินโฟเทนเมนต์ภายในรถอาจมีการอัปเดตผ่าน OTA เพื่อเพิ่มการรองรับ CarPlay ได้ในอนาคต แนะนำให้ผู้ใช้งานในประเทศไทยติดตามข่าวสารจาก Zeekr อย่างใกล้ชิด ในประเทศไทย Apple CarPlay ได้รับความนิยมอย่างมากจากความสามารถในการเชื่อมต่อกับ iPhone ได้อย่างราบรื่น ผู้ใช้จำนวนมากคุ้นเคยกับการใช้ CarPlay สำหรับนำทาง ฟังเพลง และสื่อสาร หาก Zeekr X รองรับฟีเจอร์นี้ในอนาคต จะช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของผู้ใช้ในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ระบบเชื่อมต่อภายในรถของแต่ละแบรนด์มีจุดเด่นแตกต่างกัน เช่น Android Auto หรือระบบที่พัฒนาขึ้นเองก็สามารถมอบฟังก์ชันการใช้งานที่ครบถ้วน ผู้บริโภคในไทยควรพิจารณาความต้องการของตนเองประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อรถ เช่น ความเข้ากันได้กับสมาร์ตโฟน ความลื่นไหลของระบบ และบริการที่รองรับในประเทศ เพื่อเลือกรถที่มีระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะที่เหมาะสมที่สุดกับการใช้งาน
Q
ยี่ห้อยางรถยนต์ของ Zeekr X คืออะไร
Zeekr X ในฐานะรถ SUV ไฟฟ้าที่เน้นกลุ่มตลาดวัยรุ่น มาพร้อมยางติดรถจากโรงงานซึ่งอาจเลือกใช้แบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่าง Michelin หรือ Continental ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ยางประเภทนี้ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า โดยให้ประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนและความทนทานที่ดีในสภาพอากาศร้อนและฝนตกของไทย พร้อมทั้งปรับปรุงโครงสร้างยางและลดแรงต้านการหมุนเพื่อลดการสิ้นเปลืองพลังงานและเพิ่มระยะทางในการขับขี่ สำหรับผู้ใช้ในไทยที่ต้องการเปลี่ยนยาง นอกจากรุ่นเดียวกับยางติดรถแล้ว ยังสามารถพิจารณาแบรนด์ที่พบเห็นบ่อยในประเทศอย่าง Bridgestone หรือ Dunlop ซึ่งมีไลน์ผลิตภัณฑ์รองรับรถยนต์ไฟฟ้าเช่นกัน และมีจำหน่ายทั่วไปในโชว์รูม 4S และร้านยางต่างๆ สิ่งสำคัญคือยางสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแตกต่างจากยางของรถยนต์เครื่องยนต์ทั่วไปในด้านดัชนีการรับน้ำหนักและเทคโนโลยีลดเสียงรบกวน จึงแนะนำให้เลือกยางที่มีสัญลักษณ์ EV เป็นหลัก พร้อมทั้งตรวจสอบแรงดันลมยางอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากอุณหภูมิสูงในไทยอาจทำให้แรงดันยางเปลี่ยนแปลงเร็ว ซึ่งมีผลต่อการใช้พลังงานและความปลอดภัยในการขับขี่
Q
รถ Zeekr X เป็นรถที่ดีหรือไม่ เรียนรู้ข้อดีและข้อเสียที่นี่
Zeekr X เป็น SUV ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่กำลังมาแรงในตลาดไทย ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยและล้ำยุค พร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ครบครันและสมรรถนะไฟฟ้าที่โดดเด่น เหมาะกับการใช้งานในเมืองอย่างกรุงเทพฯ เพราะขนาดตัวรถที่กะทัดรัดทำให้ขับเคลื่อนในซอยแคบๆ ได้อย่างคล่องตัว แถมยังช่วยประหยัดค่าน้ำมันและลดมลพิษได้อีกด้วย แต่ก็ต้องยอมรับว่า Zeekr X อาจมีจุดอ่อนเรื่องสถานีชาร์จในไทยที่ยังไม่ครอบคลุมนัก ถ้าจะขับทางไกลต้องวางแผนจุดชาร์จล่วงหน้า รวมถึงเครือข่ายบริการหลังการขายที่อาจยังไม่แข็งแรงเท่ายี่ห้อเก่าแก่ สำหรับคนไทยที่กำลังมองหารถไฟฟ้า ซึ่งเป็นเทรนด์แห่งอนาคต ควรประเมินความเหมาะสมกับการใช้งานของตัวเองก่อนซื้อ เช่น มีจุดชาร์จที่บ้านหรือไม่ หรือต้องเดินทางไกลบ่อยแค่ไหน ตอนนี้รัฐบาลไทยมีมาตรการสนับสนุนรถไฟฟ้า ทั้งลดภาษีและให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ซึ่งอาจช่วยลดต้นทุนในการซื้อ Zeekr X ได้ ใครที่สนใจลองไปทดลองขับและสอบถามโปรโมชั่นกับตัวแทนจำหน่ายดูได้นะครับ
Q
ความกว้างของ Zeekr X คือเท่าไร
Zeekr X มีความกว้างตัวถังอยู่ที่ 1836 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่ากว้างเมื่อเทียบกับรถ SUV ขนาดกะทัดรัดทั่วไป ส่งผลให้ห้องโดยสารกว้างขวางและเพิ่มความมั่นคงในการขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพการจราจรของเมืองไทย เช่น ถนนที่แออัดในกรุงเทพฯ หรือซอยแคบๆ ซึ่งตัวถังที่กว้างช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ Zeekr X ในฐานะรถยนต์ไฟฟ้ายังได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์ ซึ่งรูปทรงแบบกว้างช่วยลดแรงต้านลมและเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อน ส่งผลให้ประหยัดพลังงานมากขึ้นและสามารถวิ่งได้ไกลขึ้นต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง สำหรับผู้บริโภคในไทย นี่หมายถึงต้นทุนการใช้งานที่ลดลงและประสิทธิภาพที่ดีขึ้นในระยะยาว ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง Zeekr X ด้วยขนาดและสมรรถนะที่ลงตัว เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองและการเดินทางระยะสั้น อีกทั้งดีไซน์ภายนอกที่ทันสมัยยังตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและความทันสมัย
Q
ราคาภาษีรถยนต์ของ Zeekr X คือเท่าไร จะคำนวณอย่างไร
เรื่องราคาภาษีรถยนต์ของ Zeekr X ในประเทศไทย ตอนนี้ประเทศไทยยังไม่ได้นำเข้าโมเดลนี้อย่างเป็นทางการ ดังนั้นอัตราภาษีที่แน่นอนยังไม่มีการประกาศออกมา แต่สามารถอ้างอิงจากวิธีคำนวณภาษีรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยได้ โดยปกติแล้วประเทศไทยจะเรียกเก็บภาษีรถยนต์ไฟฟ้าจากกำลังมอเตอร์ (กิโลวัตต์) หรือน้ำหนักรถ โดยมีอัตราภาษีที่ถูกกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันเพื่อส่งเสริมการเดินทางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น รถยนต์ไฟฟ้าบางรุ่นอาจได้สิทธิ์ยกเว้นภาษีในปีแรก ถ้าในอนาคต Zeekr X เข้าสู่ตลาดไทย ภาษีอาจจะคำนวณตามระดับกำลังมอเตอร์ เช่น 15-50 กิโลวัตต์ อาจมีอัตราภาษีประมาณ 400-800 บาทต่อปี แต่สุดท้ายแล้วต้องดูกฎหมายที่กรมการขนส่งทางบก (DLT) ประกาศอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังมีนโยบายส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าอีกหลายอย่าง เช่น ลดภาษีนำเข้า ลดภาษีสรรพสามิต เป็นต้น ก่อนซื้อแนะนำให้ตรวจสอบนโยบายล่าสุดกับตัวแทนจำหน่ายหรือหน่วยงานภาษี และที่สำคัญอย่าลืมว่า ค่าประกันรถยนต์ ค่าตรวจสภาพรถประจำปี ก็มีผลต่อค่าใช้จ่ายในการใช้งานด้วย ควรพิจารณารวมๆกันให้ดี
Q
ความดันลมยางของ Zeekr X คือเท่าไร
ค่าแรงดันลมยางมาตรฐานของ Zeekr X แนะนำให้อยู่ระหว่าง 2.3 ถึง 2.5 บาร์ หรือประมาณ 33 ถึง 36 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว โดยค่าที่แน่นอนอาจแตกต่างเล็กน้อยตามรุ่นรถ ประเภทยาง หรือภาระน้ำหนักที่บรรทุก แนะนำให้ตรวจสอบจากคู่มือผู้ใช้รถหรือติดตามฉลากบนกรอบประตูรถ ในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย อุณหภูมิสูงอาจทำให้แรงดันลมยางเพิ่มขึ้น จึงควรตรวจสอบเป็นประจำ โดยเฉพาะก่อนการขับขี่ยาว ปรับแรงดันลมยางในสภาวะเย็นให้อยู่ในค่าที่แนะนำ เพื่อป้องกันแรงดันยางสูงเกินไปจนส่งผลต่อการยึดเกาะถนน หรือแรงดันต่ำเกินไปที่อาจเพิ่มการสิ้นเปลืองพลังงาน หากใช้ล้อขนาด 18 หรือ 19 นิ้วจากโรงงานพร้อมยางโปรไฟล์ต่ำ ควรใส่ใจความแม่นยำของแรงดันลมยางเพื่อรักษาความสบายและการควบคุมรถ ในช่วงฤดูฝนของไทย แนะนำให้รักษาแรงดันลมยางให้ใกล้เคียงค่าบนสุดเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ พร้อมตรวจสอบแรงดันยางทุกสองเดือน หากรถมีระบบตรวจสอบแรงดันยาง (TPMS) จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับรถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้ออื่นๆ เช่น Tesla หรือ BYD ในรุ่นที่ใกล้เคียงกัน ค่าแรงดันลมยางก็มีแนวโน้มใกล้เคียงกัน แต่ควรอิงข้อมูลจากผู้ผลิตเป็นหลัก
Q
ขนาดยางของ Zeekr X คืออะไร
รถยนต์ Zeekr X มีสเปกรถแต่ละรุ่นที่แตกต่างกัน โดยรุ่นขับเคลื่อนล้อหลังมาตรฐานจะมีขนาดยางทั้งคู่ที่ 18 นิ้ว ส่วนรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อระดับ Flagship จะใช้ยางขนาด 245/45R20 ทั้งคู่ ซึ่งขนาดยางแต่ละแบบก็ให้ความรู้สึกในการขับขี่ที่ต่างกันออกไป ยางขนาดเล็กอย่าง 18 นิ้วจะให้ความนุ่มสบายเป็นหลัก ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนจากพื้นถนนและลดเสียงยางได้ดี เหมาะมากสำหรับการขับขี่ในเมืองทั่วไปหรือคนที่เน้นความสบายเป็นหลัก ส่วนยางขนาดใหญ่แบบ 245/45R20 จะให้ความแม่นยำในการควบคุมรถและความมั่นคงสูงกว่า แถมยังดูสปอร์ตเท่ๆ อีกด้วย เหมาะกับคนที่ชอบการขับขี่แบบสปอร์ตหรือต้องการสัมผัสถึงประสิทธิภาพการควบคุมรถอย่างเต็มที่
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

หน้าตาสวยงาม
หน้าตาสดใส

ข้อเสีย

ความไม่แน่นอนในความน่าเชื่อถือระยะยาว
ซอฟต์แวร์ไม่สมบูรณ์
การกระทำของยานพาหนะที่มากเกินไป

Q&A ล่าสุด

Q
ราคา​น้ำมัน​ขึ้นอยู่​กับ​อะไรบ้าง?
ราคาน้ำมันถูกกำหนดโดยปัจจัยหลายประการ โดยปัจจัยหลักคือพื้นฐานด้านอุปสงค์และอุปทาน เสริมด้วยปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ พลวัตทางการเงิน นโยบายของประเทศผู้ผลิตน้ำมัน และแนวโน้มทรัพยากรในระยะยาว ในด้านอุปสงค์และอุปทาน อุปทานได้รับผลกระทบจากการควบคุมการผลิตของกลุ่ม OPEC+ (เช่น การเพิ่มการผลิตอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2025) และการเติบโตของประเทศผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่ม OPEC (เช่น น้ำมันจากหินดินดานของสหรัฐฯ) ในด้านอุปสงค์ อุปสงค์อ่อนตัวลงเนื่องจากการชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก และความไม่สมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานนี้มักนำไปสู่ความผันผวนของราคา ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ความขัดแย้งในภูมิภาคที่ผลิตน้ำมันและการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ สามารถรบกวนเสถียรภาพของอุปทาน ผลักดันให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นในระยะสั้น แต่ผลกระทบส่วนใหญ่เป็นเพียงชั่วคราว ในภาคการเงิน ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมันดิบ (ดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นจะกดดันราคาน้ำมัน) และพฤติกรรมการเก็งกำไรในตลาดซื้อขายล่วงหน้าจะเพิ่มความผันผวนของราคา ในขณะที่การปรับเพิ่มการผลิตของกลุ่ม OPEC+ ส่งผลต่อความคาดหวังของตลาด แต่ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ภายในอาจลดทอนผลกระทบดังกล่าวได้ ในระยะยาว การหดตัวของการสำรวจและผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติแบบดั้งเดิมทั่วโลก การลดลงของปริมาณสำรองใหม่ และต้นทุนการพัฒนาที่เพิ่มสูงขึ้น อาจจำกัดการเติบโตของอุปทานในอนาคต ซึ่งอาจช่วยหนุนราคาน้ำมันได้ ปัจจัยเหล่านี้เกี่ยวพันกันและส่งผลต่อความผันผวนในระยะสั้นและแนวโน้มระยะยาวของราคาน้ำมัน
Q
"1 ลิตรของดีเซลราคาเท่าไหร่ในหน่วยบาท?"
ในช่วงไม่นานมานี้ ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศไทยมีแนวโน้มขึ้นลงประมาณ 32 ถึง 35 บาทต่อลิตร ราคาที่แน่นอนอาจมีความแตกต่างเล็กน้อยขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่สถานีบริการน้ำมันตั้งอยู่ แนวโน้มของตลาดน้ำมันดิบระหว่างประเทศ และนโยบายเงินอุดหนุนพลังงานของรัฐบาล ตัวอย่างเช่น เมื่อราคาน้ำมันดิบระหว่างประเทศสูงขึ้น รัฐบาลมักจะปรับวงเงินอุดหนุนเพื่อควบคุมอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดีเซลในประเทศ เพื่อลดภาระให้กับอุตสาหกรรมขนส่ง การใช้เครื่องจักรกลการเกษตร และผู้บริโภคทั่วไป ในขณะที่เมื่อราคาน้ำมันโลกลดลง ราคาน้ำมันดีเซลในประเทศก็จะลดลงตามไปด้วย นอกจากนี้ ความแตกต่างของราคาระหว่างสถานีบริการน้ำมันแบรนด์ต่างๆ (เช่น PTT, Bangchak ฯลฯ) นั้นน้อยมาก ในกรณีส่วนใหญ่แตกต่างเพียง 0.1 ถึง 0.3 บาทต่อลิตร ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบราคาสถานีบริการใกล้เคียงเพื่อเลือกตัวเลือกที่ประหยัดกว่าเมื่อเติมน้ำมันในชีวิตประจำวัน สิ่งที่ต้องระมัดระวังคือ ความผันผวนของราคาน้ำมันดีเซลจะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนโลจิสติกส์ ค่าใช้จ่ายในการขนส่งผลิตภัณฑ์เกษตร เป็นต้น ดังนั้นรัฐบาลจะติดตามสถานการณ์ตลาดอย่างต่อเนื่อง และปรับนโยบายที่เกี่ยวข้องให้เหมาะสมเพื่อรักษาเสถียรภาพของราคา
Q
"1 กิโลเมตรใช้น้ำมันกี่ลิตร?"
อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันต่อกิโลเมตรแตกต่างกันไปตามรุ่นรถยนต์ในประเทศไทย ตัวอย่างเช่น รถยนต์รุ่น Tank 300 ดีเซลที่กำลังจะวางจำหน่าย มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 7.8 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือประมาณ 0.078 ลิตรต่อกิโลเมตร ในขณะที่รถยนต์รุ่น Ford Everest 2.0T มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันจริงอยู่ที่ประมาณ 9.2 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือประมาณ 0.092 ลิตรต่อกิโลเมตร และรถยนต์รุ่น Toyota Fortuner ดีเซล มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันจริงอยู่ที่ 8.5 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือประมาณ 0.085 ลิตรต่อกิโลเมตร สำหรับรถยนต์ไฮบริด รถยนต์รุ่น Toyota Yaris ATIV HEV Premium มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 29.4 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือประมาณ 0.034 ลิตรต่อกิโลเมตร และสำหรับรถกระบะอย่าง Toyota Hilux ข้อมูลจากผู้ใช้งานจริงระบุว่ามีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันต่ำถึง 7.0 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือประมาณ 0.07 ลิตรต่อกิโลเมตร ตัวเลขการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเหล่านี้ได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ เช่น ประเภทของเครื่องยนต์ (ดีเซล ไฮบริด) และสถานการณ์การใช้งาน (ในเมือง บนทางหลวง นอกถนน) ลักษณะเฉพาะของรถยนต์ดีเซลที่มีความเร็วต่ำและแรงบิดสูงนั้นเหมาะสมกับภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงชัน ในขณะที่รถยนต์ไฮบริดมีข้อได้เปรียบด้านการประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่าในการขับขี่ในเมือง ส่วนรถกระบะนั้นมีความสมดุลระหว่างความใช้งานได้จริงกับการประหยัดเชื้อเพลิงที่ค่อนข้างดี ประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิงของรถยนต์แต่ละรุ่นสามารถตอบสนองความต้องการในการขับขี่ที่หลากหลายของผู้บริโภคชาวไทยได้
Q
มีประเภทเชื้อเพลิงกี่ประเภท?
ในท้องถิ่น ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วไปมีประมาณ 11 ประเภท ได้แก่ น้ำมันเบนซินประเภท 91 (มีเอทานอล 10%)、95 (มีเอทานอล 10%)、เบนซิน 95 ชนิดบริสุทธิ์、เบนซิน 97、เบนซิน 98、น้ำมันเบนซินเอทานอล E20 (มีเอทานอล 20%)、น้ำมันเบนซินเอทานอล E85 (มีเอทานอล 85%);น้ำมันดีเซลประเภท ดีเซลธรรมดา、ดีเซลชีวภาพ B5 (มีดีเซลชีวภาพ 5%)、ดีเซลชีวภาพ B7 (มีดีเซลชีวภาพ 7%);และก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์ ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิงที่แตกต่างกันใช้สำหรับรถยนต์ที่แตกต่างกัน:เบนซิน 91 เหมาะสำหรับรถยนต์ขนาดเล็กประเภทเศรษฐกิจ สามารถให้พลังงานที่เสถียรและมีราคาคุ้มค่า;เบนซิน 95 เหมาะสำหรับรถยนต์บ้านทั่วไปส่วนใหญ่ สามารถตอบสนองความต้องการในการเดินทางประจำวัน;เบนซิน 95 ชนิดบริสุทธิ์เหมาะสำหรับรถยนต์ที่ไวต่อเอทานอล;เบนซิน 97 และ 98 เหมาะสำหรับรถยนต์ประสิทธิภาพสูง สามารถทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ;น้ำมันเบนซินเอทานอล E20 และ E85 เหมาะสำหรับรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือรองรับเอทานอล แต่ต้องตรวจสอบว่ารถยนต์รองรับหรือไม่;ประเภทน้ำมันดีเซลเหมาะสำหรับรถบรรทุก、รถขนาดใหญ่และรถยนต์ประเภทเครื่องยนต์ดีเซล โดยดีเซลชีวภาพ B5 และ B7 เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่า;ก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์ใช้สำหรับรถยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติโดยเฉพาะ เมื่อเลือกน้ำมันเชื้อเพลิงควรอ้างอิงตามคำแนะนำในคู่มือรถยนต์ เพื่อให้แน่ใจว่าเหมาะสมกับเครื่องยนต์ของรถยนต์ และเพื่อรักษาประสิทธิภาพและความปลอดภัยของรถยนต์
Q
“Gasohol 95 คือ น้ำมันเบนซินหรือไม่?”
Gasohol 95 เป็นน้ำมันเบนซินชนิดหนึ่งที่ประกอบด้วยน้ำมันเบนซิน 95 จำนวน 90% และเอทานอล 10% ในการจำแนกประเภทน้ำมันเบนซินของไทย Gasohol 95 และ Gasohol 91 จัดอยู่ในกลุ่ม E10 (มีเอทานอล 10%) ประเภทน้ำมันเบนซินที่พบทั่วไปในไทยยังรวมถึง E20 (มีเอทานอล 20%) และ E85 (มีเอทานอล 85%) ซึ่งแต่ละประเภทมีสัดส่วนส่วนผสมต่างกันและเหมาะกับรถยนต์ประเภทต่างกัน เช่น E85 เนื่องจากมีเอทานอลสูงจึงไม่เหมาะสำหรับรถยนต์รุ่นเก่า Gasohol 95 เหมาะสำหรับรถยนต์ที่ต้องการค่าออกเทนสูงซึ่งสามารถให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีกว่า ปั๊มน้ำมัน Gasohol 95 ในสถานีบริการน้ำมันของไทยส่วนใหญ่มีสัญลักษณ์สีส้มเพื่อให้ผู้ใช้รถสามารถจดจำได้ง่าย นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับน้ำมันเบนซินบริสุทธิ์ น้ำมันเบนซินผสมเอทานอลมีลักษณะเฉพาะในด้านต้นทุนและสิ่งแวดล้อม แต่ต้องตรวจสอบว่าเครื่องยนต์ของรถมีความเหมาะสมกับสัดส่วนเอทานอลในน้ำมันเบนซินชนิดนั้นหรือไม่
ดูเพิ่มเติม