Q
ยาง kinto ผลิตในประเทศอะไร
Kinto ผลิตจากยางธรรมชาติที่มีแหล่งกำเนิดหลักในประเทศไทย ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตยางธรรมชาติสำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยสภาพภูมิอากาศเหมาะสมและเทคนิคการเพาะปลูกที่มีความเชี่ยวชาญ ทำให้กลายเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมยางระดับโลก ยางคุณภาพสูงอย่าง Kinto ถูกนำมาใช้ในกระบวนการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์อย่างแพร่หลาย ประเทศไทยไม่เพียงเป็นแหล่งวัตถุดิบเท่านั้น แต่ยังมีห่วงโซ่อุตสาหกรรมการแปรรูปยางที่ครบวงจร แบรนด์ยางระดับโลกหลายรายเช่น Dunlop และ Michelin เลือกตั้งโรงงานในไทยเพื่อใช้ประโยชน์จากยางคุณภาพสูงในการผลิตยางสมรรถนะสูง สำหรับผู้ใช้รถในไทย การเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างแหล่งผลิตยางกับคุณภาพช่วยให้เลือกใช้ยางหรือชิ้นส่วนยางที่มีความทนทานและปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่มีฝนตกชุกซึ่งต้องการยางที่มีประสิทธิภาพในการรีดน้ำและยึดเกาะถนนได้ดีกว่า ผลิตภัณฑ์ยางที่ผลิตในประเทศจึงตอบโจทย์ได้ดีกว่า นอกจากนี้รัฐบาลไทยยังได้ผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมยางสู่ระดับสูงขึ้น ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ซึ่งช่วยให้ตลาดยานยนต์หลังการขายมีโซลูชันยางรูปแบบใหม่ที่หลากหลาย
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
ประเภทรถยอดนิยม
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
คุณสามารถขับรถได้กี่กิโลเมตรด้วยน้ำมัน 2 ขีด?
ในประเทศไทย น้ำมันเชื้อเพลิงมักวัดเป็นลิตร และระยะทางที่รถยนต์สามารถวิ่งได้ด้วยน้ำมัน 2 ลิตรนั้นแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับรุ่นรถ รถยนต์ขนาดเล็กทั่วไป เช่น โตโยต้า วิออส และฮอนด้า ซิตี้ มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยประมาณ 18-22 กิโลเมตรต่อลิตร ทำให้สามารถวิ่งได้ 36-44 กิโลเมตรด้วยน้ำมัน 2 ลิตร รถ SUV เช่น โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ดีเซล และฮอนด้า ซีอาร์-วี มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยประมาณ 14-16 กิโลเมตรต่อลิตร ทำให้สามารถวิ่งได้ 28-32 กิโลเมตรด้วยน้ำมัน 2 ลิตร รถกระบะ เช่น โตโยต้า ไฮลักซ์ ดีเซล และอีซูซุ ดี-แม็กซ์ มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยประมาณ 12-14 กิโลเมตรต่อลิตร ทำให้สามารถวิ่งได้ 24-28 กิโลเมตรด้วยน้ำมัน 2 ลิตร นอกจากนี้ ระยะทางที่วิ่งได้ยังได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมการขับขี่ สภาพถนน และการบำรุงรักษารถยนต์ ตัวอย่างเช่น การสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงในสภาพการจราจรติดขัดในเมืองอาจสูงกว่าบนทางหลวง 10%-20% การขับขี่อย่างนุ่มนวลและการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรองอากาศอย่างสม่ำเสมอจะช่วยรักษาอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงให้ประหยัดและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้สูงสุด
Q
“ค่าเชื้อเพลิงต่อกิโลเมตรในปี 2024 เป็นกี่บาท?”
ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต่อกิโลเมตรในประเทศไทยปี 2024 จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับรุ่นรถ อัตราการใช้น้ำมัน และการผันผวนของราคาน้ำมัน
ยกตัวอย่างรุ่นรถ SUV ทั่วไป อัตราการใช้น้ำมันประมาณ 9 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ราคาน้ำมันเบนซินปี 2024 ยังคงอยู่ในช่วง 35-42 บาท/ลิตร ดังนั้นต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต่อกิโลเมตรประมาณ 3.15-3.78 บาท
ถ้าใช้รถเก๋งประหยัดน้ำมัน (อัตราการใช้น้ำมัน 6 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร) ต้นทุนต่อกิโลเมตรจะประมาณ 2.1-2.52 บาท
นอกจากนี้นิสัยขับขี่และสภาพถนนยังส่งผลต่อต้นทุนด้วย เช่น การขับขี่อย่างนุ่มนวล ใช้โหมด eco สามารถลดการใช้น้ำมันได้ สภาพถนนทางหลวง (ความเร็วเฉลี่ย 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง) มักใช้น้ำมันน้อยกว่าสภาพถนนในเมืองที่ติดขัด (ความเร็วเฉลี่ย 30-40 กิโลเมตร/ชั่วโมง)
ควรระวังว่าพารามิเตอร์ฮาร์ดแวร์ของรถแต่ละรุ่น (เช่น น้ำหนักรถ ปริมาตรเครื่องยนต์) ยังส่งผลต่อการใช้น้ำมันได้อีกด้วย ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต่อกิโลเมตรเปลี่ยนแปลงไป
Q
เครื่องยนต์ขนาด 3000cc ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงกี่ลิตร?
อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ 3000 ซีซี ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น รุ่นรถ พฤติกรรมการขับขี่ และสภาพถนน โดยทั่วไปแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 10-15 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตรในเขตเมือง และอาจลดลงเหลือประมาณ 8-12 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตรบนทางหลวง สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ ขนาดเครื่องยนต์เป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่ออัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเท่านั้น น้ำหนักรถ ประเภทเกียร์ คุณสมบัติของยาง และการใช้เครื่องปรับอากาศก็มีผลต่ออัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงจริงเช่นกัน ในสภาพอากาศเขตร้อน เนื่องจากมีการใช้เครื่องปรับอากาศบ่อยขึ้น อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอาจเพิ่มขึ้น 10-15% เมื่อเทียบกับเขตภูมิอากาศอบอุ่น เทคโนโลยีไฮบริดหรือเทอร์โบชาร์จสามารถช่วยประหยัดน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น เครื่องยนต์ 3000 ซีซี เทอร์โบชาร์จบางรุ่นอาจมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงใกล้เคียงกับเครื่องยนต์ 2500 ซีซี แบบดูดอากาศปกติ การบำรุงรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ การรักษาระดับแรงดันลมยางให้เหมาะสม และการหลีกเลี่ยงการเร่งและเบรกอย่างรวดเร็ว ล้วนเป็นพฤติกรรมการขับขี่ที่ดีที่ช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงได้ ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า ผู้บริโภคจำนวนมากจึงเริ่มพิจารณารถยนต์ไฮบริดแบบเสียบปลั๊กหรือรถยนต์ไฟฟ้าล้วนเป็นทางเลือกแทนรถยนต์เบนซินขนาดใหญ่
Q
“คุณสามารถขับรถได้กี่กิโลเมตรด้วยน้ำมัน 1 ลิตร?”
ระยะทางที่รถแต่ละรุ่นสามารถวิ่งได้ต่อลิตรน้ำมันมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทรถ ระบบขับเคลื่อน และสภาพการขับขี่
ตัวอย่างเช่น รถยนต์ไฮบริดอย่าง Toyota Yaris Ativ HEV (Vios HEV) มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันตามข้อมูลทางการสูงถึง 29.4 กิโลเมตรต่อลิตร ส่วนรุ่น Yaris Hybrid ภายใต้สภาพการทดสอบ WLTP มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 26.3 กิโลเมตรต่อลิตร
สำหรับรถกระบะดีเซล อย่าง Hilux อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันจริงอยู่ที่ประมาณ 7.0-7.5 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร (หรือประมาณ 13.3-14.3 กิโลเมตรต่อลิตร) เหมาะสำหรับการเดินทางไกลบนทางหลวงและการบรรทุก
ในส่วนของรถจักรยานยนต์ Honda CM500 มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันประหยัดที่ 3.44 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร (ประมาณ 29.1 กิโลเมตรต่อลิตร)
นอกจากนี้ รถไฮบริดมักมีประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงที่ดีกว่าในสภาพการจราจรติดขัดในเมือง ขณะที่รถดีเซลมีประสิทธิภาพคงที่ในการขับขี่ด้วยความเร็วสูงบนทางหลวงและเมื่อมีการบรรทุก
ผู้บริโภคจึงสามารถเลือกรถที่เหมาะสมตามความต้องการการใช้งานของตนเอง
Q
รถ Honda City ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเท่าไร?
ประสิทธิภาพการใช้น้ำมันของ Honda City ขึ้นอยู่กับรุ่นและเวอร์ชันของรถ รุ่น City Hatchback ที่ปรับโฉมใหม่สำหรับตลาดไทย รุ่นเชื้อเพลิงด้วยเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร VTEC ทอร์โบ มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 23.3 กม./ลิตร ส่วนรุ่น e:HEV ไฮบริดน้ำมัน-ไฟฟ้า 1.5 ลิตร มีประสิทธิภาพดีกว่า ที่ 27.8 กม./ลิตร นอกจากนี้ รุ่นเบนซินเกียร์อัตโนมัติปี 2018 มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันตามมาตรฐานประมาณ 5.4-5.8 ลิตร/100 กม. ส่วนรุ่นเกียร์ธรรมดามีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันต่ำกว่า ประมาณ 4-5 ลิตร/100 กม. รุ่นไฮบริดด้วยการช่วยเหลือจากมอเตอร์ไฟฟ้า สามารถลดการสิ้นเปลืองน้ำมันได้มากขึ้นในสภาพการจราจรที่ติดขัด ในบางการทดสอบ อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันของรุ่นไฮบริดต่ำกว่า 3 ลิตร/100 กม. ปัจจัยที่ส่งผลต่อการสิ้นเปลืองน้ำมัน ได้แก่ นิสัยการขับขี่ สภาพถนน และการบำรุงรักษารถ การขับขี่อย่างนุ่มนวล หลีกเลี่ยงการเร่งหรือเบรกกระทันหัน การบำรุงรักษารถอย่างสม่ำเสมอ การใช้เครื่องปรับอากาศและโหมด ECON อย่างเหมาะสม ล้วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันได้ ความแตกต่างของอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันระหว่างรุ่นที่ใช้พลังงานต่างกัน แสดงถึงการพัฒนาประสิทธิภาพจากเทคโนโลยีที่ทันสมัย ผู้บริโภคสามารถเลือกรุ่นที่เหมาะสมตามการใช้งานประจำวัน โดยรุ่นเชื้อเพลิงเหมาะสำหรับผู้ที่เน้นการตอบสนองของกำลังขับ ส่วนรุ่นไฮบริดเหมาะสำหรับผู้ที่สัญจรในเมืองบ่อยครั้ง ช่วยรักษากำลังขับในขณะที่ประหยัดน้ำมันมากขึ้น
ดูเพิ่มเติมข้อมูลล่าสุด

ชุดแอโรไดนามิก (aerodynamic kit) + ปรับแต่งเครื่องยนต์ V8! Tom's Racing ปรับแต่ง Lexus LC ได้ออกมาอย่างน่าทึ่งขนาดนี้?
ณัฐวุฒิJan 14, 2026

Zeekr 7GTจะเปิดตัวในยุโรปในเดือนกรกฎาคม ท้าทายPorsche Taycan Sport Turismo
ธนวัฒน์Jan 14, 2026

Audi TT รถสปอร์ตระดับตำนาน พร้อมตารางผ่อนชำระอย่างเป็นทางการ
สุรเดชJan 13, 2026

Audi Q5 สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถ SUV ขนาดกลางระดับหรู ด้วยเงินดาวน์เริ่มต้นเพียง 25%
AshleyJan 13, 2026

iCAR/iCAUR V27ผลิตออกมาแล้ว ความยาวตัวรถใกล้เคียงกับ 5 เมตร รูปลักษณ์ภายนอกคล้ายกับ Land Rover Defender
ณัฐวุฒิJan 13, 2026
ดูเพิ่มเติม


รุ่นรถ

