Q

Ram 2500 เป็น Hemi หรือ Cummins?

Ram 2500 บางรุ่นมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 6.4 ลิตร Hemi V8 ที่ให้พลังแรง ขับสนุก เร่งดี เหมาะกับการใช้งานที่ต้องการสมรรถนะ เช่น รุ่น Power Wagon ก็ใช้เครื่องยนต์ตัวนี้ ส่วนบางรุ่นจะใช้เครื่องยนต์ดีเซล 6.7 ลิตร คัมมินส์แบบเทอร์โบชาร์จ อินไลน์ 6 สูบ ซึ่งโดดเด่นเรื่องแรงบิดสูง ประหยัดน้ำมัน เหมาะกับการลากจูงหรือขับทางไกลที่ต้องใช้งานหนัก ถ้าคุณต้องการขับขี่สนุก มีแรงเร่งตอบสนองดี เครื่องยนต์ Hemi V8 จะเหมาะกว่า แต่ถ้าต้องการพลังในการลากจูงหรือเดินทางระยะไกล เครื่องยนต์ดีเซลคัมมินส์จะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าค่ะ
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
Ram 2500 6.4 Hemi เป็นเครื่องยนต์ที่ดีหรือไม่
เครื่องยนต์ 6.4 HEMI ของ Ram 2500 เป็นอีกหนึ่งขุมพลังที่น่าสนใจ ด้วยขนาดความจุ 6,392 ซีซี ให้กำลังสูงสุดที่รอบเครื่องยนต์ 5,600 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุดที่รอบ 4,000 รอบ/นาที พร้อมจำนวนกระบอกสูบทั้งหมด 8 สูบ จึงสามารถมอบพละกำลังที่แข็งแกร่ง รองรับทั้งงานบรรทุกหนักและการใช้งานในสภาพถนนที่สมบุกสมบันได้อย่างมั่นใจ ในด้านการใช้งานจริง เครื่องยนต์นี้ให้การตอบสนองดีเยี่ยมไม่ว่าจะเป็นการลากจูงหรือวิ่งบนเส้นทางทุรกันดาร อีกทั้งยังเป็นเครื่องยนต์ที่มีเทคโนโลยีผ่านการพัฒนาและใช้งานมายาวนาน ให้ความเชื่อมั่นในเรื่องของความทนทานและลดโอกาสในการซ่อมบำรุง ภายในรถยังมาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยที่ครบครัน เช่น ถุงลมนิรภัยและระบบเบรก ABS เพื่อปกป้องผู้โดยสารในทุกการเดินทาง ขณะที่อุปกรณ์ด้านความสะดวกสบาย เช่น ระบบปรับอากาศและระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ก็ช่วยเพิ่มความผ่อนคลายและความสะดวกในการขับขี่อีกด้วย
Q
ความแตกต่างระหว่าง 2500 HD และ 3500HD ล้อหลังเดียวคืออะไร?
Ram 2500 HD และ Ram 3500 HD มีความแตกต่างหลักในด้านความสามารถในการบรรทุก น้ำหนักลากจูง และความแข็งแรงของแชสซี Ram 3500 HD มีความสามารถในการรองรับน้ำหนักบรรทุก (Payload) และน้ำหนักลากจูง (Towing) ที่สูงกว่า เหมาะสำหรับการใช้งานหนัก เช่น การลากรถบ้านขนาดใหญ่หรือเทรลเลอร์หนัก โดยรุ่นนี้มักมาพร้อมระบบกันสะเทือนด้านหลังที่แข็งแรงกว่า เช่น การใช้ล้อหลังคู่ (Dually) หรือแหนบเหล็กแบบเสริมพิเศษ เพื่อรองรับน้ำหนักที่มากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบแล้ว Ram 2500 HD เหมาะกับงานที่มีภาระกลาง ๆ เช่น การใช้งานเชิงพาณิชย์ทั่วไปหรือใช้ในกิจกรรมพักผ่อน โดยยังคงให้ความรู้สึกในการขับขี่ที่ใกล้เคียงกับรถกระบะเพื่อการใช้งานทั่วไป และมักจะให้ความนุ่มนวลมากกว่าในสถานการณ์ที่ไม่ได้บรรทุกเต็มพิกัด นอกจากนี้ Ram 3500 HD ยังมักจะติดตั้งเกียร์และระบบเบรกที่มีความแข็งแรงมากขึ้น เพื่อรองรับน้ำหนักลากจูงที่เพิ่มขึ้น แม้ว่า Ram 2500 HD และ 3500 HD จะใช้เครื่องยนต์ตัวเดียวกัน เช่น เครื่องยนต์ดีเซล 6.7 ลิตร Cummins หรือเบนซิน 6.4 ลิตร HEMI V8 แต่ในรุ่น 3500 HD จะมีการปรับจูนแชสซีและระบบรองรับให้เหมาะกับการใช้งานที่ต้องรับภาระต่อเนื่องในสภาพงานหนักเป็นหลัก
Q
ความถี่ในการเปลี่ยนช็อคบน RAM 2500 คือกี่ครั้ง?
ความถี่ในการเปลี่ยนโช้คอัพของ RAM 2500 ไม่มีระยะเวลาที่ตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพถนน ลักษณะการขับขี่ และการบรรทุกน้ำหนัก โดยทั่วไป แนะนำให้ตรวจสอบหรือเปลี่ยนโช้คอัพทุกระยะประมาณ 80,000–100,000 กิโลเมตร หรือราว 6 ปี หากขับรถปีละประมาณ 20,000 กิโลเมตร ก็อาจต้องเปลี่ยนโช้คอัพทุก 4 ปี แต่หากใช้งานในสภาพถนนขรุขระ หรือมีพฤติกรรมการขับขี่แบบรุนแรง เช่น เบรกหนักหรือเข้าโค้งเร็ว อาจต้องเปลี่ยนเร็วขึ้นก่อนถึงระยะนั้น ส่วนในกรณีที่ขับขี่แบบนุ่มนวลและใช้งานบนถนนที่เรียบ โช้คอัพก็อาจมีอายุการใช้งานที่นานกว่า โดยปกติควรตรวจเช็กโช้คอัพอย่างน้อยทุก 2 ปี หากไม่พบอาการรั่วซึม ความเสียหายภายนอก หรือเสียงผิดปกติขณะขับขี่ ก็สามารถใช้งานต่อได้ แต่หากมีอาการดังกล่าวเกิดขึ้น ควรเปลี่ยนทันทีเพื่อความปลอดภัย สรุปแล้ว ระยะเวลาในการเปลี่ยนโช้คอัพควรพิจารณาตามสภาพจริงของตัวอุปกรณ์
Q
เครื่องยนต์ของ Ram 2500 ปี 2025 จะเป็นอย่างไร?
เครื่องยนต์ของ Ram 2500 รุ่นปี 2025 มีการเปลี่ยนแปลงใหม่ โดยเครื่องยนต์ดีเซล I6 เทอร์โบชาร์จในตำนานจาก Cummins ได้รับการอัปเดต แม้รายละเอียดทางเทคนิคยังไม่ได้เปิดเผยทั้งหมด แต่มีการยืนยันแล้วว่าจะเพิ่มระบบหัวเผา (Glow Plug) ซึ่งช่วยให้สตาร์ทเครื่องยนต์ได้ง่ายขึ้นในสภาพอากาศหนาวเย็น และเพิ่มความน่าเชื่อถือในการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่สมบุกสมบัน นอกจากนี้ Ram ยังส่งสัญญาณว่าเครื่องยนต์ Cummins อาจมีการปรับปรุงด้านสมรรถนะ เช่น การเพิ่มแรงม้าและแรงบิด เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของ Ram 2500 ในการใช้งานด้านลากจูงและบรรทุกหนัก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปลักษณ์ของเครื่องยนต์หรือรายละเอียดเชิงเทคนิคอื่น ๆ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารจากทางผู้ผลิตอย่างเป็นทางการเพื่อข้อมูลที่แม่นยำยิ่งขึ้น
Q
RAM 2500 มีโครงรถกี่แบบ แบบไหนบ้าง?
RAM 2500 ใช้โครงสร้างตัวถังแบบแชสซีแยก (non-load-bearing chassis) ซึ่งมีความแข็งแรงสูง ทนต่อแรงกระแทกและน้ำหนักบรรทุกได้ดี เหมาะสำหรับรถกระบะที่ต้องใช้งานหนักหรือขับผ่านเส้นทางที่สมบุกสมบันอยู่บ่อยครั้ง ช่วงล่างด้านหน้าเป็นระบบสามลิงก์ (3-link suspension) ที่ออกแบบให้ชิ้นส่วนมีขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมกับเหล็กกันโคลงที่แข็งแรงขึ้น ใช้สปริงที่ยื่นออกด้านนอกมากขึ้นและโช้กอัพที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ช่วยลดแรงกระแทกและเพิ่มความสบายขณะขับขี่แม้ในสภาพบรรทุกหนัก ส่วนช่วงล่างด้านหลังเป็นแบบห้าลิงก์ (5-link coil suspension) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีจดสิทธิบัตรเฉพาะของ RAM ระบบนี้นอกจากจะรองรับน้ำหนักในการลากจูงได้ดีแล้ว ยังช่วยลดแรงเสียดทานระหว่างชิ้นส่วนต่าง ๆ และเพิ่มความมั่นคงในขณะเข้าโค้ง ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้ง่ายขึ้นแม้เจอสภาพถนนที่ท้าทาย
Q
RAM 2500 ทั้งหมดมีสปริงคอยล์หลังหรือไม่?
RAM 2500 บางรุ่นเลือกใช้ช่วงล่างด้านหลังแบบคอยล์สปริง (โช้กอัพสปริงขด) ซึ่งระบบช่วงล่างถือเป็นส่วนสำคัญของรถ เพราะช่วยซับแรงกระแทกจากพื้นถนน ทำให้การขับขี่นุ่มนวลขึ้น และยังส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคงในการควบคุมรถอีกด้วย ช่วงล่างแบบคอยล์สปริงมีข้อดีหลายอย่าง เช่น ให้ความรู้สึกขับขี่ที่นุ่มนวลกว่าระบบช่วงล่างแบบอื่น ๆ โดยเฉพาะเวลาขับผ่านถนนขรุขระหรือหลุมบ่อ ระบบจะช่วยดูดซับแรงสั่นสะเทือน ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกสบายมากขึ้น อีกทั้งการออกแบบของสปริงขดนี้ยังช่วยเพิ่มความสามารถในการควบคุมรถ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถบังคับรถได้ง่ายและมั่นใจยิ่งขึ้น ดังนั้น เวลาจะซื้อรถ การดูระบบช่วงล่างก็เป็นอีกจุดที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมันส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์การขับขี่ในระยะยาว
Q
รถกระบะ Ram 2500 ผลิตที่ไหน?
Ram 2500 HD รุ่นมาตรฐานจะไม่ได้ใช้ช่วงล่างด้านหลังแบบคอยล์สปริง (สปริงขด) แต่จะใช้ช่วงล่างแบบแหนบ (leaf spring) ซึ่งเป็นดีไซน์ที่พบได้ทั่วไปในรถกระบะ เพราะให้ความแข็งแรง รองรับน้ำหนักบรรทุกและลากจูงได้ดี เหมาะกับงานใช้งานหนัก อย่างไรก็ตาม RAM ก็มีรุ่นย่อยบางรุ่นของ 2500 HD ที่เลือกใช้ช่วงล่างด้านหลังแบบคอยล์สปริง โดยเฉพาะรุ่นที่เน้นความหรูหราและการขับขี่บนถนนเรียบ เช่น รุ่น Laramie หรือ Limited ซึ่งต้องการให้การโดยสารนุ่มนวลและสบายยิ่งขึ้น คอยล์สปริงจะให้ความรู้สึกขับขี่ที่ดีขึ้น เหมาะกับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน แต่ถ้าเป็นการใช้งานหนัก ๆ เช่น บรรทุกของหนักหรือใช้งานในสภาพแวดล้อมที่โหด ช่วงล่างแบบแหนบยังคงเป็นตัวเลือกที่ทนทานกว่า ดังนั้น ถ้าคุณต้องการทั้งความสบายและยังมีความสามารถใช้งานบ้างในระดับหนึ่ง รุ่นคอยล์สปริงก็เป็นทางเลือกที่ดี แต่ถ้าเน้นงานหนักล้วน ๆ รุ่นมาตรฐานที่ใช้แหนบก็ยังเหมาะสมที่สุด ทั้งนี้ RAM อาจมีการปรับอุปกรณ์ตามตลาดแต่ละประเทศ ควรสอบถามกับตัวแทนจำหน่ายก่อนตัดสินใจซื้อเพื่อให้ได้สเปกที่ตรงกับความต้องการที่สุดครับ
Q
Ram 2500 อยู่ในระดับไหน?
Ram 2500 อยู่ในประเภทกระบะขนาดใหญ่แบบ Heavy Duty ค่ะ จากระดับรุ่นรถ มีรูปแบบการขับเคลื่อนที่แตกต่างกัน เช่น 4x2 และ 4x4 เป็นต้น มันมีขนาดตัวรถใหญ่ โดยมีความยาวได้ถึง 5892 มม. หรือ 6065 มม. ความกว้างประมาณ 2009 มม. ถึง 2016 มม. ความสูงอยู่ระหว่าง 1981 มม. ถึง 2054 มม. และระยะฐานล้อที่ยาว เป็น 3568 มม. หรือ 3784 มม. สามารถให้พื้นที่ภายในรถที่กว้างขวางได้ น้ำหนักรถก็มาก โดยมีตั้งแต่ 2722 กก. ถึง 4052 กก. ในด้านกำลังขับเคลื่อน มีเครื่องยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงต่างชนิดกันให้เลือก เช่น น้ำมันเบนซินและดีเซล เป็นต้น เช่น เครื่องยนต์ 6.4L V8, 6.7L I-6 เป็นต้น สามารถตอบสนองความต้องการด้านกำลังของผู้บริโภคที่แตกต่างกันได้ รถปิคอัพหนักมักใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการความสามารถในการบรรทุกและลากจูงสูง เช่น การขนส่งสินค้า การลากรถพ่วง เป็นต้น
Q
อันไหนดีกว่า, Ram 2500 หรือ 3500?
Ram 2500 และ 3500 มีข้อดีของตัวเองอย่างละประการ จึงไม่สามารถบอกได้ง่ายๆ ว่าแบบไหนดีกว่า Ram 2500 มีหลายคอนฟิก เช่น มีขนาดยาง จำนวนเบาะ และน้ำหนักรถแตกต่างกันในแต่ละเวอร์ชัน ราคาอยู่ระหว่าง THB 1,610,368 ถึง THB 2,451,397 มันมีพลังมากเพียงพอที่จะตอบสนองความต้องการในชีวิตประจำวันและงานหนักบางประเภท พื้นที่ภายในสะดวกสบาย และมีคอนฟิกความปลอดภัยและความสะดวกหลายอย่าง ในขณะที่ Ram 3500 แม้ว่าจะไม่มีข้อมูลรถแบบเฉพาะเพื่อเปรียบเทียบ แต่โดยทั่วไปจะเป็นรุ่นขนาดใหญ่กว่า และอาจมีความสามารถในการบรรทุกน้ำหนักและลากจูงที่ดีกว่า เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความสามารถในการรับน้ำหนักและลากจูงสูงกว่า และราคาก็มักจะสูงกว่าเช่นกัน ถ้าคุณใช้ในชีวิตประจำวันและมีความต้องการบรรทุกน้ำหนักเป็นครั้งคราว Ram 2500 จะเป็นทางเลือกที่ดี แต่ถ้าคุณมีความต้องการที่ต้องจัดการกับน้ำหนักมากเป็นประจำและงานลากจูงที่เข้มข้น Ram 3500 อาจจะเหมาะสมมากกว่า
Q
Ram 2500 มีเกียร์กี่จังหวะ?
RAM 2500 รุ่นปี 2025 มาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ TorqueFlite HD แบบ 8 สปีด ซึ่งช่วยให้รอบเครื่องยนต์ขณะขับขี่ทางไกลต่ำลง และเพิ่มประสิทธิภาพในการขับบนทางลาดชัน ระบบเกียร์นี้สามารถปรับรอบเครื่องยนต์ให้เหมาะสมกับความเร็วล้อในแต่ละสถานการณ์ ช่วยให้การส่งกำลังเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ เช่น เวลาขับในเมือง เกียร์จะเลือกจังหวะที่ทำให้เครื่องยนต์ทำงานในรอบที่ประหยัดน้ำมัน ช่วยลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง แต่หากต้องขับขึ้นทางชันหรือบรรทุกของหนัก ระบบก็จะเลือกจังหวะเกียร์ที่ส่งแรงบิดได้มากขึ้น ทำให้รถยังมีกำลังเหลือเฟือ การเข้าใจจำนวนเกียร์และลักษณะการทำงานของระบบเกียร์ จะช่วยให้ผู้ขับขี่ใช้งานรถได้เต็มประสิทธิภาพ เลือกโหมดการขับขี่ได้เหมาะสมกับสภาพถนนและความต้องการ ช่วยให้การเดินทางทั้งนุ่มนวล ประหยัด และมั่นใจมากยิ่งขึ้น
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

เครื่องยนต์ที่แข็งแรงให้พลังงานอย่างเพียงพอ
ช่องภายในรถกว้างขวางทำให้ทุกคนสบาย
ความสามารถในการลากของหนักสูง

ข้อเสีย

ประสิทธิภาพเชื้อเพลิงที่ต่ำทำให้ต้นทุนสูง
ขนาดรถใหญ่ทำให้การจอดรถเป็นเรื่องรำคาญ
เทคโนโลยีภายในรถมีความจำเป็นต้องอัพเกรด

Q&A ล่าสุด

Q
ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสำหรับ Honda Civic รุ่นปี 2020 เท่าไหร่?
ค่าบำรุงรักษาของ Honda Civic ปี 2020 นั้นสมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกัน โดยค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันไปตามผู้ให้บริการบำรุงรักษาและรุ่นรถ การบริการครั้งแรกฟรี และระยะเวลาการบำรุงรักษาคือทุกๆ 5,000 กิโลเมตร หรือทุกๆ 6 เดือน การบริการทั่วไป (เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรอง) ที่ศูนย์บริการ 4S มีค่าใช้จ่ายประมาณ 2,625-2,685 บาท ค่าบำรุงรักษารวมที่ 60,000 กิโลเมตร อยู่ที่ประมาณ 42,670 บาท ที่ศูนย์บริการ 4S และประมาณ 28,320 บาท ที่ศูนย์บริการทั่วไป ค่าบำรุงรักษารวมที่ 100,000 กิโลเมตร อยู่ที่ประมาณ 74,660 บาท ที่ศูนย์บริการ 4S และประมาณ 49,690 บาท ที่ศูนย์บริการทั่วไป ค่าบำรุงรักษาสำหรับรุ่นเกียร์อัตโนมัติ CVT จะสูงกว่ารุ่นเกียร์ธรรมดาเล็กน้อย นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนไส้กรองอากาศประมาณ 750 บาท ไส้กรองอากาศในห้องโดยสารประมาณ 500 บาท น้ำมันเบรกประมาณ 1,000 บาท และน้ำมันเกียร์ประมาณ 2,500 บาท ค่าประกันภัยปีแรกประมาณ 32,335 บาท และค่าประกันภัยรวมสามปีประมาณ 80,835 บาท หากวิ่งปีละ 20,000 กิโลเมตร ค่าน้ำมันประมาณ 52,115 บาท โดยรวมแล้ว ค่าบำรุงรักษาของฮอนด้า ซีวิค จะไม่เป็นภาระมากเกินไปสำหรับเจ้าของรถ ทำให้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป
Q
รถ Civic ปี 2020 มีมูลค่าขายต่อดีหรือไม่?
รถยนต์ Honda Civic ปี 2020 มีมูลค่าขายต่อที่โดดเด่น มูลค่าขายต่อหลังจาก 3 ปีสูงถึง 87% ทำให้ครองตำแหน่งรถซีดานขนาดกะทัดรัดที่ขายดีที่สุด และมูลค่าขายต่อหลังจาก 5 ปีอยู่ที่ประมาณ 46.3% ซึ่งติดอันดับต้นๆ ในกลุ่มเดียวกัน มูลค่าขายต่อที่สูงนี้เกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่ เครื่องยนต์ VTEC ที่มีประสิทธิภาพสูงและประหยัดน้ำมัน การควบคุมที่ยอดเยี่ยมและศักยภาพในการปรับแต่งที่สูงตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อรุ่นใหม่ ชื่อเสียงของแบรนด์ที่น่าเชื่อถือและการยอมรับในตลาดสูง ส่งผลให้มีความต้องการสูงในตลาดรถมือสอง และคุณภาพรถที่คงที่ อัตราการเสียต่ำ ค่าบำรุงรักษาที่สมเหตุสมผล และบริการหลังการขายที่สะดวกสบาย ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดรถมือสอง ข้อดีเหล่านี้ทำให้ซีวิค ปี 2020 ยังคงได้รับความนิยมและปริมาณการซื้อขายสูงในตลาดรถมือสอง ทำให้เป็นรุ่นที่ควรพิจารณาจากมุมมองด้านมูลค่าขายต่อ
Q
ประเภทขับเคลื่อนของรถ Honda Civic EX ปี 2020 คือแบบไหน?
Honda Civic EX ปี 2020 เป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้า ในตลาดประเทศไทย รุ่นนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูงจับคู่กับเกียร์ CVT ซึ่งให้สมดุลระหว่างกำลังขับและประหยัดน้ำมัน ในฐานะรถซีดานขนาดกะทัดรัด ระบบขับเคลื่อนนี้ตอบโจทย์ความต้องการด้านความเสถียรในการขับขี่ในเมืองประจำวันและการใช้งานในครอบครัว นอกจากนี้ รุ่นนี้ยังได้รับความนิยมในตลาดไทยด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย ภายในที่สะดวกสบาย และฟีเจอร์ทางเทคโนโลยีที่ครบครัน และรุ่นต่อๆ มาก็ยังคงใช้ระบบขับเคลื่อนนี้เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด
Q
เครื่องยนต์ใน Honda Civic Hatchback 2020 คืออะไร?
เครื่องยนต์หลักของ Honda Civic Hatchback ปี 2020 คือเครื่องยนต์ VTEC Turbo เทอร์โบชาร์จ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร เครื่องยนต์นี้มีปริมาตรกระบอกสูบ 1498 มิลลิลิตร เป็นแบบ 4 สูบเรียง มีระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบ วาล์ว 4 ตัวต่อสูบ ระบบวาล์วแบบ DOHC (Double Overhead Camshaft) อัตราส่วนกำลังอัด 10.6 ให้กำลังสูงสุด 130 กิโลวัตต์ (177 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร โดยแรงบิดสูงสุดจะอยู่ในช่วง 1700 ถึง 5500 รอบต่อนาที ใช้ระบบฉีดเชื้อเพลิงตรง และทั้งฝาสูบและเสื้อสูบทำจากอลูมิเนียมอัลลอยด์ ผ่านมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมระดับสูง ระบบส่งกำลังมีให้เลือกทั้งเกียร์ CVT (Continuously Variable Transmission) สำหรับรุ่นส่วนใหญ่ และเกียร์ธรรมดา 6 สปีดเป็นตัวเลือกในบางรุ่นที่มีสเปคสูงกว่า เกียร์ CVT ให้ความสมดุลระหว่างการส่งกำลังที่ราบรื่นและการประหยัดน้ำมัน ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันได้ดีเยี่ยมโดยรวม นอกจากนี้ รุ่นสมรรถนะสูง (เช่น Type R) ยังติดตั้งเครื่องยนต์สี่สูบเทอร์โบชาร์จ 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 306 แรงม้า จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่แสวงหาสมรรถนะการขับขี่แบบสปอร์ตขั้นสุดยอดด้วยกำลังที่สูงกว่า
Q
“รถยนต์ฮอนด้าซีวิคแฮทช์แบ็กปี 2020 เป็นรถที่ดีหรือไม่?”
Honda Civic Hatchback ปี 2020 เป็นรถคอมแพกต์ที่มีประสิทธิภาพรอบด้านโดดเด่น ผสมผสานการออกแบบที่ทันสมัย ประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้ และระบบอำนวยความสะดวกอันทันสมัยครบครัน ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในด้านความน่าเชื่อถือและประโยชน์ใช้สอยที่ยอดเยี่ยม สามารถตอบสนองความต้องการและความชอบในการขับขี่ที่แตกต่างกันของผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี ในตลาดไทย แบรนด์ฮอนด้าเป็นที่ยอมรับในระดับสูง Civic ในฐานะรุ่นคลาสสิก ไม่เพียงมีราคาที่สามารถแข่งขันได้เท่านั้น แต่ยังได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครบวงจร ซึ่งช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้รถให้ดียิ่งขึ้น มีผู้ใช้บางส่วนรายงานว่า เครื่องยนต์เทอร์โบ 1.5 ลิตร อาจเกิดปรากฏการณ์การเจือจางของน้ำมันเชื้อเพลิงในสภาพการขับขี่ระยะสั้นที่อุณหภูมิต่ำ และบางครั้งอาจพบปัญหาข้อผิดพลาดเล็กน้อยในระบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ระบบอินโฟเทนเมนต์หรือการเชื่อมต่อบลูทูธ อย่างไรก็ตาม ปัญหาเฉพาะบางส่วนเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของรุ่นนี้ Civic Hatchback ปี 2020 ยังคงเป็นรถที่ควรค่าแก่การพิจารณา
ดูเพิ่มเติม