Q
วิธีตรวจสอบระดับน้ำมันใน BMW X1
การตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องของ BMW X1 นั้นทำได้ง่าย ขั้นแรกให้จอดรถบนพื้นราบและดับเครื่องยนต์ รอประมาณ 5-10 นาทีให้น้ำมันเครื่องไหลกลับลงไปที่กระปุกน้ำมันเครื่อง จากนั้นเปิดฝากระโปรงหน้ารถ หาไม้วัดระดับน้ำมันเครื่อง ดึงออกมาเช็ดให้สะอาดแล้วเสียบกลับเข้าไปใหม่ ดึงออกมาอีกครั้งก็จะเห็นว่าระดับน้ำมันเครื่องอยู่ระหว่างขีด MIN และ MAX หรือไม่ ถ้าระดับต่ำกว่า MIN ต้องเติมน้ำมันเครื่องที่ได้มาตรฐานของ BMW ทันที แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์เกรด 0W-30 หรือ 5W-30 ตามที่ทางโรงงานแนะนำเพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุดของเครื่องยนต์ ในสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย การตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องเป็นประจำเป็นเรื่องสำคัญ เพราะความร้อนสูงอาจทำให้น้ำมันเครื่องลดลงเร็วหรือเสื่อมสภาพได้ ควรตรวจสอบทุก 5,000 กิโลเมตรหรือทุก 3 เดือน และอย่าลืมว่า BMW X1 มีระบบตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ที่จะแสดงข้อความบนหน้าปัด แต่การตรวจสอบด้วยมือก็ยังจำเป็นอยู่ นอกจากนี้ในช่วงฤดูฝนของไทย ถ้าต้องขับรถผ่านน้ำบ่อยๆ ยังต้องใส่ใจอีกว่าน้ำมันเครื่องมีลักษณะขุ่นหรือมีน้ำปนหรือไม่ เพราะจะส่งผลต่อการหล่อลื่น ถ้าพบความผิดปกติควรรีบไปที่ศูนย์บริการตัวแทนทันที
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
“2021 BMW X1 มีคะแนนความปลอดภัยอย่างไร?”
รุ่น 2021 ของ BMW X1 ทำคะแนนด้านความปลอดภัยได้ดีเยี่ยม จนได้รับรางวัลความปลอดภัย 5 ดาวจาก Euro NCAP ซึ่งมาจากระบบความปลอดภัยครบวงจรทั้งแบบแอคทีฟและพาสซีฟ เริ่มจากถุงลมนิรภัย 6 ใบที่มาสแตนดาร์ด ระบบควบคุมเสถียรภาพรถ ระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน และระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ประจำวันได้จริง โดยเฉพาะในสภาพการจราจรซับซ้อนอย่างกรุงเทพฯ ที่ระบบความปลอดภัยแอคทีฟเหล่านี้จะช่วยผู้ขับรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดคิดได้ดี โครงสร้างตัวถังของ X1 ยังใช้เหล็กความแข็งแรงสูง ทำให้ผลทดสอบชนแสดงให้เห็นถึงการปกป้องผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับคนที่กำลังมองหา SUV คอมแพคต์หรู คะแนนความปลอดภัยถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณา และ X1 ก็ตอบโจทย์ได้อย่างน่ามั่นใจ ถ้าต้องการระบบความปลอดภัยที่มากขึ้น ก็สามารถอัพเกรดเป็นระบบเตือนจุดบอด ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับตามรถคันหน้าได้ ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ก็ผ่านการทดสอบจาก Euro NCAP เช่นกัน ที่สำคัญไม่ว่ารุ่นไหน การดูแลรักษารถอย่างสม่ำเสมอและการใช้งานระบบความปลอดภัยอย่างถูกต้องต่างหากที่จะช่วยให้ขับขี่ได้ปลอดภัยในระยะยาว
Q
ราคา BMW X1 ปี 2021 เท่าไหร่?
ราคาของ BMW X1 ปี 2021 อยู่ระหว่างประมาณ 1.8 ล้านถึง 2.5 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับรุ่นและการกำหนดค่า ราคาที่แน่นอนขึ้นอยู่กับรุ่นเครื่องยนต์ที่เลือก (เช่น sDrive18i, xDrive20i หรือ xDrive25e ปลั๊กอินไฮบริด) อุปกรณ์เสริม และโปรโมชั่นของตัวแทนจำหน่าย ราคารถมือสองจะผันผวนขึ้นอยู่กับสภาพ ระยะทาง และสถานะการรับประกัน โดยทั่วไปแล้วจะต่ำกว่ารถใหม่ประมาณ 15%-30% รถรุ่นนี้มีชื่อเสียงในกลุ่มรถ SUV หรูหรา ด้วยรูปลักษณ์สปอร์ต เบาะหลังกว้างขวาง และการออกแบบพื้นที่เก็บของที่ยืดหยุ่น ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการขับขี่ในเมือง รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive ยังสามารถรับมือกับสภาพถนนขรุขระเล็กน้อยได้อีกด้วย ควรทราบว่าค่าบำรุงรักษาของ BMW X1 สูงกว่าแบรนด์รถหรูจากญี่ปุ่นเล็กน้อย แต่แพ็คเกจการบำรุงรักษาจากโรงงานสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากกำลังพิจารณารถยนต์พลังงานใหม่ รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด xDrive25e อาจได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีบางประการ และโหมดไฟฟ้าล้วนก็สามารถตอบสนองความต้องการในการเดินทางระยะสั้นในชีวิตประจำวันได้ แนะนำให้ตรวจสอบราคาล่าสุดจากช่องทางอย่างเป็นทางการก่อนซื้อ และเปรียบเทียบนโยบายส่งเสริมการขายจากตัวแทนจำหน่ายต่างๆ เนื่องจากแผนสินเชื่อบางครั้งอาจมีอัตราดอกเบี้ยต่ำหรือบริการบำรุงรักษาฟรี
Q
ราคาของ BMW X1 ในปี 2021 คือเท่าไหร่?
รถยนต์ BMW X1 รุ่นปี 2021 มีราคาจำหน่ายในตลาดไทยอยู่ที่ประมาณ 1.79 ล้านถึง 2.29 ล้านบาท โดยราคาอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย รุ่นเริ่มต้น sDrive18i มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.5T สามสูบ ในขณะที่รุ่นท็อป xDrive25i มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.0T สี่สูบ และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ รถ SUV ขนาดกะทัดรัดคันนี้โดดเด่นในเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูสปอร์ตและภายในที่หรูหราในระดับเดียวกัน มาพร้อมหน้าจอควบคุมส่วนกลางขนาด 10.25 นิ้ว และระบบ iDrive รวมถึงพื้นที่วางขาด้านหลังที่กว้างขวางกว่าคู่แข่งส่วนใหญ่ ควรพิจารณาตัวเลือกทางการเงินที่ตัวแทนจำหน่ายเสนอ ซึ่งโดยทั่วไปจะมีเงินดาวน์ต่ำหรืออัตราดอกเบี้ยต่ำ สำหรับค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา BMW มีแผนการรับประกัน 5 ปี หรือ 80,000 กิโลเมตร โดยมีระยะเวลาการบำรุงรักษาขั้นพื้นฐานประมาณ 10,000 กิโลเมตร เมื่อพิจารณาจากตลาดรถยนต์มือสอง BMW X1 ปี 2021 จะเสื่อมราคาประมาณ 20% ในปีแรก แต่สภาพของรถจริงนั้นส่งผลกระทบอย่างมากต่อมูลค่าคงเหลือ จึงแนะนำให้ตรวจสอบสภาพรถผ่านช่องทางรถยนต์มือสองที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ คู่แข่งในระดับเดียวกัน เช่น Mercedes-Benz GLA และ Audi Q3 ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากแต่ละรุ่นมีคุณสมบัติเฉพาะตัว
Q
รถ BMW X1 ปี 2021 มีซันรูฟหรือไม่?
รถยนต์ BMW X1 ปี 2021 มาพร้อมกับหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามาในบางรุ่นย่อย ซึ่งเป็นจุดเด่นของรุ่นนี้ที่ให้แสงสว่างและการระบายอากาศที่ดีขึ้น ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสภาพอากาศเขตร้อน และช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่และผู้โดยสาร หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามาโดยทั่วไปมีให้เลือกทั้งแบบเปิดได้และแบบปิด โดยการกำหนดค่าเฉพาะจะแตกต่างกันไปตามรุ่น แนะนำให้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากตัวแทนจำหน่ายก่อนซื้อ ในฐานะรถ SUV ขนาดกะทัดรัดระดับหรู BMW X1 ได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดท้องถิ่น ไม่เพียงเพราะอิทธิพลของแบรนด์ แต่ยังรวมถึงการออกแบบพื้นที่ที่ยืดหยุ่นและสมรรถนะการขับขี่อีกด้วย นอกจากซันรูฟแล้ว รถคันนี้ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติที่ใช้งานได้จริงมากมาย เช่น ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติและระบบเสียงระดับพรีเมียม ตอบสนองความต้องการในการเดินทางประจำวันและการเดินทางไกล หากคุณมีความต้องการซันรูฟเป็นพิเศษ คุณสามารถมองหาตัวเลือกที่เกี่ยวข้องเมื่อเลือกรุ่นย่อย หรือพิจารณารุ่นที่มีสเปคสูงกว่า ซึ่งโดยทั่วไปจะมีคุณสมบัติหรูหรามากกว่า การบำรุงรักษาและการบริการของ BMW X1 ก็สะดวกในท้องถิ่นเช่นกัน ด้วยเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการยอมรับอย่างดีซึ่งให้การสนับสนุนด้านบริการอย่าง
Q
"เครื่องยนต์ของ BMW X1 จะใช้งานได้นานแค่ไหน?"
อายุการใช้งานของเครื่องยนต์ BMW X1 โดยทั่วไปอยู่ระหว่าง 150,000 ถึง 200,000 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับการบำรุงรักษาตามปกติและพฤติกรรมการใช้งาน การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรองอย่างสม่ำเสมอ และการปฏิบัติตามตารางการบำรุงรักษาอย่างเป็นทางการ สามารถยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ได้อย่างมาก ในสภาพอากาศเขตร้อน แนะนำให้ลดระยะเวลาการเปลี่ยนถ่ายน้ำหล่อเย็นและน้ำมันเกียร์ เพื่อรับมือกับอุณหภูมิและความชื้นสูง เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ B-series ในรุ่นนี้ขึ้นชื่อเรื่องการออกแบบแบบโมดูลาร์และระดับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่สูง แต่สิ่งสำคัญคือต้องทำความสะอาดคราบคาร์บอนอย่างสม่ำเสมอเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการสั่นสะเทือนที่ความเร็วต่ำ ซึ่งเป็นเรื่องปกติในเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จขนาดเล็ก เมื่อใช้งานในพื้นที่ที่มีฝนตกชุก ควรตรวจสอบระบบไอดีเป็นพิเศษหลังจากขับรถผ่านน้ำในช่วงฤดูฝน สำหรับการใช้งานระยะยาว แนะนำให้ใช้น้ำมันเบนซินที่มีค่าออกเทน 95 ขึ้นไป เพื่อให้มั่นใจว่าระบบฉีดเชื้อเพลิงทำงานได้อย่างถูกต้อง ด้วยการบำรุงรักษาที่เหมาะสม เจ้าของบางรายรายงานว่ารถของพวกเขายังคงอยู่ในสภาพดีแม้หลังจากใช้งานเกิน 250,000 กิโลเมตรแล้ว ความเสถียรของระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการใช้งานในระยะยาวเช่นกัน จึงแนะนำให้ทำการตรวจสอบสภาพรถยนต์อย่างละเอียดที่ศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาตเป็น
Q
“BMW X1 ปี 2021 เป็นรถที่เชื่อถือได้หรือไม่?”
BMW X1 ปี 2021 มีความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ B48 2.0T นั้นล้ำหน้าทางเทคโนโลยี และระบบระบายความร้อนที่ได้รับการปรับให้เหมาะสมกับสภาพอากาศเขตร้อน สามารถทนต่ออุณหภูมิสูงได้ตลอดทั้งปี อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องเปลี่ยนน้ำหล่อเย็นเป็นประจำเพื่อรักษาประสิทธิภาพ ระบบเกียร์อัตโนมัติ ZF 8 สปีดทำงานได้อย่างราบรื่น แต่แนะนำให้ตรวจสอบน้ำมันเกียร์ทุกๆ 60,000 กิโลเมตร ในการใช้งานในท้องถิ่น ระบบช่วงล่างปรับตัวได้ดีกับสภาพถนนต่างๆ แต่จำเป็นต้องบำรุงรักษาจานเบรกเพื่อป้องกันสนิมในช่วงฤดูฝน พื้นที่ภายในเป็นจุดเด่นของ X1 โดยเฉพาะพื้นที่วางขาด้านหลังที่กว้างกว่ารุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกัน ทำให้เหมาะสำหรับครอบครัว ที่สำคัญ ระบบ ConnectedDrive ของ BMW รองรับการนำทางในพื้นที่และการควบคุมด้วยเสียง แต่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อนอาจเพิ่มโอกาสในการทำงานผิดพลาดหลังจากการใช้งานในระยะยาว ในด้านบริการหลังการขาย ตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตให้รับประกัน 5 ปี/100,000 กิโลเมตร และอะไหล่มีค่อนข้างพร้อมจำหน่าย แต่ค่าซ่อมสูงกว่าแบรนด์ญี่ปุ่น เมื่อพิจารณามูลค่าการขายต่อ มูลค่าคงเหลือ 3 ปีของรุ่นนี้อยู่ที่ประมาณ 65% ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มรถ SUV ระดับกลาง สำหรับการบำรุงรักษาตามปกติ แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 5W-30 ตามที่ผู้ผลิตแนะนำ และให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการเปลี่ยนไส้กรองแอร์เป็นประจำ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาคุณภาพอากาศภายในรถ
Q
รถ BMW รุ่นปี 2021 มีมูลค่าเท่าไหร่?
ราคาขายต่อของรถ BMW ปี 2021 ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น รุ่น ระยะทาง สภาพ และอุปกรณ์ตกแต่ง ตัวอย่างเช่น รุ่น 320i ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันมีราคาขายต่อในตลาดรถมือสองอยู่ที่ประมาณ 1.5-1.8 ล้านบาท ในขณะที่รุ่น 530e ปลั๊กอินไฮบริดที่มีสเปคสูงกว่า อาจมีราคาสูงถึง 2.5-3 ล้านบาท ราคาที่แน่นอนจะต้องได้รับการตรวจสอบโดยผู้ประเมินมืออาชีพ ซึ่งจะตรวจสอบตัวถัง สภาพเครื่องยนต์ และประวัติการบำรุงรักษา สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ ราคาขายต่อของรถยนต์หรูได้รับอิทธิพลอย่างมากจากเครือข่ายบริการหลังการขายของแบรนด์ รถยนต์มือสองที่ได้รับการรับรองจากตัวแทนจำหน่าย BMW ในท้องถิ่นมักมีราคาสูงกว่าการซื้อขายส่วนตัว 10-15% แต่รวมถึงการรับประกันเพิ่มเติมและการบำรุงรักษาฟรี สำหรับผู้บริโภคที่กำลังพิจารณาซื้อรถ BMW มือสอง ขอแนะนำให้เน้นที่เวอร์ชันของระบบ iDrive และสภาพแบตเตอรี่ (สำหรับรุ่นไฮบริด) เนื่องจากส่วนประกอบที่สำคัญเหล่านี้มีราคาแพงในการเปลี่ยน นอกจากนี้ สภาพอากาศชื้นของกรุงเทพฯ อาจทำให้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เกิดความชื้นได้ง่าย ดังนั้นควรตรวจสอบอย่างละเอียดว่าขั้วต่อสายไฟมีคราบออกซิเดชันหรือไม่ หากงบประมาณจำกัด ลองพิจารณาการประมูลรถยนต์ทดลองขับที่ปลดระวางแล้วจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ รถยนต์เหล่านี้มักมีระยะทางวิ่งน้อยและมีประวัติการบำรุงรักษาครบถ้วน
Q
“2021 BMW X1 มีมูลค่าขายต่อดีหรือไม่?”
รุ่น BMW X1 ปี 2021 ในตลาดรถมือสองถือว่าคงมูลค่าได้ในระดับกลางค่อนไปทางดี สาเหตุหลักมาจากความน่าเชื่อถือของแบรนด์ โครงสร้างภายในที่ใช้งานได้จริง และคุณภาพที่ค่อนข้างมั่นคง รถรุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ 1.5T 3 สูบและ 2.0T 4 สูบที่มีค่าบำรุงรักษาในประเทศไม่สูงเกินไป แถมยังมีเครือข่ายศูนย์บริการ BMW ที่ครอบคลุม ช่วยพยุงมูลค่าเมื่อขายต่อได้ดี เมื่อเทียบกับรถญี่ปุ่นในระดับเดียวกัน BMW X1 จะมีอัตราค่าเสื่อมในช่วง 3 ปีแรกสูงกว่าประมาณ 5-8% แต่ด้วยภาพลักษณ์รถหรูของ BMW ทำให้แม้หลัง 5 ปียังคงมูลค่าได้ถึง 45-50% อย่างไรก็ตาม มูลค่าขายต่อจะแตกต่างกันไปตามรุ่นย่อย โดยรุ่น xDrive ขับเคลื่อนสี่ล้อมักเป็นที่นิยมกว่ารุ่น sDrive แบบขับเคลื่อนล้อหน้า หากคิดจะขายต่อในอนาคต แนะนำให้เก็บประวัติการซ่อมบำรุงจากศูนย์บริการ 4S ไว้ให้ครบ เพราะเป็นปัจจัยสำคัญที่影響มูลค่ารถเยอรมัน ในสภาวะตลาดปัจจุบัน ความต้องการรถ SUV หระขนาดกะทัดรัดยังคงที่ แต่ควรตรวจสอบราคาประเมินจากแพลตฟอร์มมืออาชีพก่อนซื้อ และควรเลือกสีที่ขายดีในท้องตลาดเช่น สีขาวหรือสีเงินซึ่งเป็นที่นิยมเวลาขายต่อ
Q
ค่าบำรุงรักษาสำหรับ BMW X1 ปี 2021 เท่าไหร่?
ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา BMW X1 รุ่นปี 2021 นั้นขึ้นอยู่กับระยะทางที่ขับขี่และบริการที่เลือกทำตามที่ศูนย์แนะนำ โดยตามคำแนะนำอย่างเป็นทางการแล้วควรเข้าศูนย์ทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 12 เดือนสำหรับบริการพื้นฐาน ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองน้ำมันเครื่อง ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 5,000-7,000 บาท ส่วนบริการใหญ่เช่นการเปลี่ยนน้ำมันเบรกหรือไส้กรองอากาศจะอยู่ที่ 12,000-18,000 บาท ราคาอาจแตกต่างกันบ้างขึ้นอยู่กับศูนย์บริการและพื้นที่ที่คุณอยู่ ควรระวังว่า X1 ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบ ดังนั้นควรเลือกใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ที่ได้มาตรฐาน BMW LL-01 เพื่อยืดอายุเครื่องยนต์ แถมการตรวจสอบยางและระบบเบรกเป็นประจำก็ช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้ สำหรับ SUV ระดับหรูแล้ว X1 มีค่าใช้จ่ายดูแลรักษาที่พอๆ กับรุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกัน คุณเจ้าของสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ด้วยการซื้อแพ็กเกจบริการจากศูนย์หรือใช้บริการอู่ที่ได้การรับรอง นอกจากนี้การบันทึกประวัติการบริการอย่างครบถ้วนไม่เพียงช่วยรักษาสภาพรถแต่ยังเพิ่มมูลค่ารถเมื่อต้องการขายอีกด้วย
Q
มูลค่าของ BMW X1 ปี 2021 คือเท่าไร?
ราคาปัจจุบันของ BMW X1 ปี 2021 ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น สภาพรถ ระยะทางการใช้งาน รุ่นย่อย และความต้องการของตลาด โดยทั่วไปแล้ว รถใหม่จะมีราคาอยู่ระหว่าง 2 ล้านถึง 2.5 ล้านบาท ในขณะที่ราคารถมือสองจะอยู่ที่ประมาณ 1.5 ล้านถึง 1.8 ล้านบาท โดยราคาอาจผันผวนได้ตามประวัติการบำรุงรักษาและอุปกรณ์เสริมต่างๆ รถคันนี้ติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 1.5T หรือ 2.0T จับคู่กับเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีด หรือเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ให้การส่งกำลังที่ราบรื่นและประหยัดน้ำมัน เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมือง ข้อดีของ X1 อยู่ที่เบาะหลังที่กว้างขวางและการออกแบบพื้นที่เก็บของที่ยืดหยุ่น ประกอบกับชื่อเสียงของแบรนด์ BMW ทำให้เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าในกลุ่มรถ SUV ขนาดกะทัดรัดระดับหรู หากพิจารณาซื้อ X1 มือสอง ขอแนะนำให้ตรวจสอบประวัติการบำรุงรักษาและสภาพตัวถัง โดยเฉพาะปัญหาเรื่องสนิมที่เกิดจากสภาพอากาศชื้น ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาของ BMW ค่อนข้างสูง ดังนั้นควรจัดสรรงบประมาณไว้ให้เหมาะสม คู่แข่งในระดับเดียวกัน เช่น Mercedes-Benz GLA และ Audi Q3 ก็เป็นรถที่น่าเปรียบเทียบเช่นกัน แต่ X1 เน้นความสะดวกสบายในแง่ของพื้นที่ใช้สอยและประสบการณ์การขับขี่ ทำให้เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่เป็นครอบครัว
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
2023 CR-V ใหญ่กว่าขนาดเท่าไหร่?
CR-V รุ่นปี 2023 มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยมีความยาวเพิ่มขึ้นประมาณ 82 มม. และฐานล้อขยายขึ้นประมาณ 40 มม. ส่งผลให้ภายในห้องโดยสารกว้างขวางขึ้น โดยเฉพาะด้านหลัง ทำให้ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้นสำหรับครอบครัว ในตลาดท้องถิ่น การเปลี่ยนแปลงขนาดนี้ตอบโจทย์ความต้องการพื้นที่ใช้สอยของรถ SUV ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เดินทางบ่อยและมีผู้โดยสารหลายคน หรือบรรทุกสัมภาระจำนวนมาก นอกจากขนาดที่ใหญ่ขึ้นแล้ว CR-V รุ่นปี 2023 ยังได้รับการอัพเกรดวัสดุภายในและคุณสมบัติทางเทคโนโลยี เช่น หน้าจอควบคุมส่วนกลางขนาดใหญ่ขึ้นที่รองรับฟังก์ชั่นเฉพาะจุดได้มากขึ้น และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น ยังคงมีเครื่องยนต์ให้เลือกทั้งแบบเบนซินและไฮบริด ระบบไฮบริดช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างมากในสภาพการจราจรติดขัดในเมือง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ใช้งานได้จริงมากสำหรับผู้ขับขี่ในเมืองที่มักเจอปัญหารถติด ที่สำคัญคือ แม้จะมีขนาดใหญ่ขึ้น แต่การออกแบบที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความคล่องตัวในการควบคุมรถอย่างมีนัยสำคัญ รัศมีวงเลี้ยวอยู่ในช่วงที่เหมาะสม ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในถนนแคบๆ หรือลานจอดรถ
Q
ประสิทธิภาพการใช้น้ำมันของ Honda CR-V 2023 เป็นอย่างไร?
รถฮอนด้า CR-V รุ่นปี 2023 นี่ประหยัดน้ำมันสุดๆ แบบเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรเทอร์โบคู่กับเกียร์ CVT นี่ในเมืองจะกินน้ำมันประมาณ 7.8 ลิตรต่อ 100 กิโล ส่วนขับทางไกลจะลดลงเหลือ 6.5 ลิตรต่อ 100 กิโล ถ้าเฉลี่ยรวมๆก็อยู่ที่ 7.0 ลิตรต่อ 100 กิโล แต่ตัวเลขอาจจะแตกต่างกันนิดหน่อยขึ้นอยู่กับการขับและสภาพถนนนะ รถคันนี้ใช้เทคโนโลยี Earth Dreams ของฮอนด้าที่ช่วยให้การเผาไหม้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดการปล่อยมลพิษ เหมาะมากทั้งขับในเมืองและเดินทางไกล โดยเฉพาะในไทยที่รถติดบ่อย แนะนำให้เลือกรุ่นที่มีโหมด Eco จะช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกหน่อย ถ้าอยากประหยัดกว่านี้ก็มีรุ่นไฮบริดที่น้ำมันเฉลี่ยต่ำถึง 4.7 ลิตรต่อ 100 กิโล ใช้ไปนานๆช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ชัดเจนเลย อย่าลืมว่าการดูแลรักษาและลมยางที่เหมาะสมก็สำคัญมากๆสำหรับการประหยัดน้ำมัน ส่วนอากาศร้อนๆแบบไทยๆ แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องเกรดบางจะช่วยให้เครื่องทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในระดับเดียวกัน CR-V นี่ถือว่าประหยัดน้ำมันเป็นอันดับต้นๆ ทั้งแรงและประหยัด เลือกเป็นรถครอบครัวได้สบายใจ
Q
ในปี 2023 มีจำนวน Honda CR-V ขายไปทั้งหมดกี่คัน?
รถฮอนด้า CR-V ปี 2023 ทำผลงานได้ดีในตลาดโลก แม้ว่าตัวเลขยอดขายที่แน่นอนต้องอ้างอิงจากรายงานประจำปีของฮอนด้าเท่านั้น แต่รุ่นนี้ก็ยังคงเป็นที่นิยมในหมู่ครอบครัวด้วยความน่าเชื่อถือและประโยชน์ใช้สอยครบครัน CR-V ในฐานะรถ SUV เมืองที่ถือเป็นมาตรฐาน มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 2 แบบ คือ 1.5T เทอร์โบชาร์จและ 2.0L ไฮบริด ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องประหยัดน้ำมันและการขับขี่ลื่นไหล โดยเฉพาะในสภาพการขับขี่ในเมืองและการเดินทางไกล สำหรับตลาดในไทย CR-V โดดเด่นด้วยพื้นที่เบาะหลังกว้างขวางและการออกแบบช่องเก็บของที่ใช้งานได้หลากหลาย ทำให้เป็นตัวเลือกยอดฮิตสำหรับครอบครัวใหญ่ นอกจากนี้ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ Honda SENSING ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่อีกด้วย ที่น่าสนใจคือรุ่นปี 2023 ได้รับการปรับปรุงเรื่องการกันเสียงและอัพเกรดขนาดหน้าจอกลางถังรถ ทำให้การขับขี่สะดวกสบายยิ่งขึ้น ถ้าพูดถึงเรื่องมูลค่าขายต่อ CR-V มักจะอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งก็เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ผู้บริโภคหลายคนเลือกมัน
Q
“Swift 2021 ได้รับรีวิวดีๆ ไหม?”
สวิฟท์รุ่นปี 2021 ได้รับเสียงตอบรับค่อนข้างดีทั้งจากผู้ใช้และนักวิจารณ์มืออาชีพ รถคันเล็กคันนี้โดดเด่นในเรื่องความประหยัด ความคล่องตัว และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำ ระบบขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.2 ลิตรแบบธรรมชาติคู่กับเกียร์ CVT เหมาะกับการใช้งานในเมืองเป็นพิเศษ โดยกินน้ำมันเฉลี่ยประมาณ 18-20 กม./ลิตร ค่าบำรุงรักษาก็ไม่สูงจนเกินไป เหมาะกับการใช้งานประจำวัน ขนาดตัวรถกะทัดรัด จอดในซอยแคบๆ ได้สะดวก ภายในห้องโดยสารออกแบบเรียบง่ายแต่ใช้วัสดุพลาสติกแข็งเป็นหลัก ด้านเทคโนโลยีมีหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วและระบบความปลอดภัยพื้นฐาน แต่มีจุดอ่อนเรื่องเสียงรบกวนเมื่อขับความเร็วสูง และอาจจะคับเกินไปสำหรับครอบครัวใหญ่ คู่แข่งหลักในตลาดได้แก่ ฮอนด้า บริโอ และโตโยต้า ยาริส แอทีวี ซึ่งแต่ละรุ่นมีจุดเด่นแตกต่างกัน แนะนำให้ผู้สนใจลองขับเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ ส่วนในตลาดรถมือสอง สวิฟท์ยังครองอัตราการครองรถอยู่ในระดับปานกลาง แต่ควรตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์และเกียร์ให้ดีก่อนซื้อ จริงอยู่ที่รถขนาดเล็กแบบนี้ใช้งานสะดวกในพื้นที่ติดขัด แต่ถ้าต้องเดินทางไกลบ่อยๆ อาจต้องมองหารถขนาดใหญ่ขึ้นจะเหมาะสมกว่า
Q
“Swift เป็นรถที่ดีสำหรับการซื้อหรือไม่?”
ซูซูกิ สวิฟท์ เป็นรถขนาดเล็กที่เหมาะกับการขับขี่ในเมืองมาก ตัวรถกะทัดรัดและคล่องตัว ทำให้ขับผ่านถนนที่ติดขัดได้สะดวก เครื่องยนต์ 1.2L และ 1.0T ประหยัดน้ำมันได้ดี เหมาะกับคนที่ต้องการลดต้นทุน ส่วนภายในออกแบบเรียบง่ายและใช้งานได้ดี แม้ว่าจะใช้วัสดุพลาสติกแข็งเป็นหลักแต่ก็ทำออกมาได้แน่นหนา ในด้านความปลอดภัยมีถุงลมนิรภัยคู่และระบบ ABS เป็นมาตรฐาน ส่วนรุ่นท็อปยังมีฟังก์ชันความปลอดภัยเพิ่มเติม ในตลาดรถมือสองยังรักษามูลค่าได้อยู่ในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกัน ค่าซ่อมบำรุงไม่แพง และมีอะไหล่ให้เลือกมากมาย รถคันนี้เหมาะกับวัยทำงานหรือครอบครัวขนาดเล็กเป็นพิเศษ คู่แข่งในระดับเดียวกันก็อย่างเช่น ฮอนด้า บริโอ และ โตโยต้า ยาริส แนะนำว่าก่อนซื้อควรลองขับเปรียบเทียบและเลือกรุ่นที่เหมาะกับความต้องการ ส่วนโปรโมชั่นจากตัวแทนจำหน่ายก็มีบ่อยๆ ควรติดตามข้อมูลราคาให้ดีก่อนตัดสินใจ
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตารางผ่อนอย่างเป็นทางการล่าสุด BMW X1 2023 เริ่มต้นเพียง 27,xxx บาทต่องวด
ณัฐวุฒิNov 24, 2025

รุ่นพื้นฐานก็หรูหราด้วย BMW X1 มีราคาตั้งแต่ 2,409,000 บาทในไทย
LienMay 22, 2024

BMW M4 Coupe 2025 ปี ตารางการผ่อนชำระล่าสุดอย่างเป็นทางการ
AshleyDec 31, 2025

MW X4 M อยากได้แต่เงินไม่พอ? เช็คเลย! ผ่อนสบายๆ ดอกเบี้ยดีๆ รอคุณอยู่!
Kevin WongDec 31, 2025

BMW X3 M ผ่อนสบายๆ เพียง 89,xxx บาท/เดือน เริ่มต้นเป็นเจ้าของ Ultimate Driving Machine ทันที!
AshleyDec 30, 2025
ดูเพิ่มเติม


ข้อดี
ข้อเสีย