Q

ควรเปลี่ยนยางที่ใช้งานมาแล้ว 4 ปีหรือไม่

ในสภาพอากาศร้อนชื้นและมีฝนตกบ่อยของประเทศไทย การจะตัดสินใจเปลี่ยนยางที่ใช้งานมาแล้ว 4 ปีหรือไม่ ต้องพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น ระดับการสึกหรอของดอกยาง สภาพการเสื่อมอายุของยาง และระยะทางที่ใช้งาน ยางรถยนต์ในไทยที่ต้องเผชิญกับความร้อนสูงเป็นประจำอาจเสื่อมสภาพเร็วขึ้น แนะนำให้ตรวจสอบความลึกของดอกยางเป็นประจำ (ไม่ควรต่ำกว่า 1.6 มม.) ตรวจสอบรอยแตกหรือรอยโป่งที่แก้มยาง รวมถึงควรดูวันที่ผลิตยาง (ตัวเลข 4 หลักหลังรหัส DOT บอกสัปดาห์และปีที่ผลิต) แม้ดอกยางจะยังใช้งานได้ แต่หากยางมีอายุเกิน 5 ปีก็ควรประเมินสภาพอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนของไทยที่ถนนลื่น ยางต้องมีคุณสมบัติในการรีดน้ำได้ดี หากขับทางไกลบ่อยหรือต้องใช้เส้นทางภูเขา แนะนำให้เปลี่ยนยางล่วงหน้าเพื่อความปลอดภัย ยางแต่ละยี่ห้อมีจุดเด่นเรื่องความทนทานต่อการสึกหรอและทนความร้อนแตกต่างกัน ควรเลือกยางที่เหมาะกับการใช้งานในไทย พร้อมทั้งตรวจสอบศูนย์ล้อและความดันลมยางสม่ำเสมอ จะช่วยยืดอายุการใช้งานยางได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

Q&A ล่าสุด

Q
ระบบขับเคลื่อน FWD คืออะไร?
FWD หรือขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า เป็นรูปแบบการขับเคลื่อนที่พบบ่อยในรถยนต์ หมายถึงพลังงานจากเครื่องยนต์จะถูกส่งต่อโดยตรงไปยังล้อหน้าผ่านเกียร์ โดยล้อหน้าจะรับหน้าที่ทั้งขับเคลื่อนและเปลี่ยนทิศทาง ในขณะที่ล้อหลังเป็นล้อที่เคลื่อนตาม ระบบนี้เนื่องจากโครงสร้างไม่ซับซ้อนและต้นทุนการผลิตต่ำ จึงกลายเป็นตัวเลือกสำหรับรถประหยัดและรถขนาดกลางประมาณ 70% โครงสร้างการส่งกำลังที่กะทัดรัดสามารถเพิ่มพื้นที่ภายในรถ พื้นในแถวหลังเรียบมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีน้ำหนักเบา เส้นทางส่งกำลังสั้น ทำให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น นอกจากนี้ น้ำหนักที่กระจุกตัวที่หัวรถยังสามารถเพิ่มแรงยึดเกาะของล้อหน้าในพื้นผิวที่ลื่น เพื่อเพิ่มความมั่นคงในการขับขี่ อย่างไรก็ตาม ล้อหน้าต้องรับหน้าที่ทั้งขับเคลื่อนและเปลี่ยนทิศทาง ทำให้รับภาระหนัก อาจเกิดแรงบิดที่พวงมาลัย (torque steer) เมื่อเร่งเครื่องอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มที่จะเกิดอาการหมุนไม่พอ (understeer) เมื่อเข้าโค้งความเร็วสูง ความสามารถในการขับผ่านสภาพถนนที่ยากลำบาก (เช่น โคลนหรือทางลาดชัน) ไม่ดีเท่ารถที่ขับเคลื่อนด้วยสี่ล้อ (4WD) เมื่อเปรียบเทียบกับรูปแบบการขับเคลื่อนอื่น FWD จะเน้นความประหยัดและประโยชน์ใช้สอยมากกว่า เหมาะสำหรับการเดินทางประจำวันและรถครอบครัว ในขณะที่รถขับเคลื่อนล้อหลังมีสมรรถนะการควบคุมที่ดีกว่า แต่ต้นทุนสูงกว่า ส่วนรถขับเคลื่อนสี่ล้อ/ทุกล้อ (4WD/AWD) นั้นเหมาะกับภูมิประเทศซับซ้อน แต่มีโครงสร้างที่ซับซ้อนกว่าและต้นทุนที่สูงกว่า
Q
ขับเคลื่อนล้อหลังความเร็วสูง
เมื่อขับรถขับเคลื่อนล้อหลังด้วยความเร็วสูง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจลักษณะการส่งกำลังของรถอย่างถ่องแท้ เพื่อความปลอดภัยและเสถียรภาพ ประการแรก ควรเร่งความเร็วอย่างนุ่มนวลขณะขับตรง หลีกเลี่ยงการเร่งความเร็วอย่างกะทันหันที่อาจทำให้ล้อหลังลื่นไถลเนื่องจากแรงบิดมากเกินไป โดยเฉพาะบนถนนเปียกหรือถนนลูกรัง ประการที่สอง ควรลดความเร็วล่วงหน้าเมื่อเข้าโค้ง หลีกเลี่ยงการเบรกหรือเร่งความเร็วอย่างกะทันหันในโค้งความเร็วสูง เนื่องจากล้อหลังเป็นล้อขับเคลื่อน และการเปลี่ยนแปลงกำลังส่งอย่างกะทันหันอาจทำให้รถลื่นไถลได้ง่าย ก่อนเข้าโค้ง ควรปรับความเร็วให้เหมาะสมกับความโค้งของโค้ง และควบคุมคันเร่งและพวงมาลัยอย่างนุ่มนวลขณะอยู่ในโค้ง สำหรับการเบรก ควรใช้การเบรกอย่างค่อยเป็นค่อยไป หลีกเลี่ยงการเหยียบเบรกอย่างแรงเพื่อป้องกันล้อหลังล็อกและสูญเสียการควบคุม นอกจากนี้ ควรเว้นระยะห่างที่ปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการเบรกอย่างกะทันหัน เนื่องจากพฤติกรรมการขับขี่ในท้องถิ่นมักเกี่ยวข้องกับระยะห่างที่ใกล้กัน และการเบรกอย่างกะทันหันอาจทำให้เกิดการชนท้ายได้ง่าย โดยรถคันหน้าจะต้องรับผิดชอบทั้งหมด รถยนต์ขับเคลื่อนล้อหลังมีข้อดีบางประการในระหว่างการเร่งความเร็วทางตรงด้วยความเร็วสูง แต่ต้องให้ความสำคัญกับความราบรื่นของการส่งกำลังแรงบิด ควรใช้ระบบควบคุมเสถียรภาพอิเล็กทรอนิกส์อย่างเหมาะสม แต่ไม่ควรพึ่งพาระบบเหล่านี้ทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับโค้งเปียกและกำลังเครื่องยนต์สูง ยังคงต้องใช้ความระมัดระวังอยู่เสมอ
Q
"รถกระบะ 4WD ยี่ห้อไหนที่ดีบ้าง?"
ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยมีรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อคุณภาพสูงให้เลือกมากมาย ในบรรดาแบรนด์ญี่ปุ่นนั้น Toyota Hilux เป็นตัวเลือกหลัก โดยรุ่นใหม่ล่าสุด เจเนอเรชั่นที่ 9 วางจำหน่ายแล้ว รุ่นดีเซลเริ่มต้นที่ 774,000 บาท ประหยัดน้ำมันได้ดีขึ้น 8% และผ่านมาตรฐาน Euro 5 ส่วนรุ่นไฟฟ้าจะเริ่มผลิตภายในสิ้นปีนี้ เริ่มต้นที่ 1.49 ล้านบาท วิ่งได้ไกลกว่า 300 กิโลเมตร คาดการณ์ว่าฐานการผลิตของโตโยต้าในประเทศไทยจะผลิตรถยนต์ได้มากกว่า 300,000 คันภายในปี 2024 โดยส่งออก 71% Isuzu D-MAX และ Toyota สลับกันเป็นผู้นำตลาด โดยมีชื่อเสียงในด้านเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลที่ทรงพลัง D-MAX V-CROSS มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 3.0T และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบคู่ เหมาะสำหรับสภาพถนนที่หลากหลาย Nissan Navara และ Mitsubishi ก็เป็นรถกระบะญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมเช่นกัน ในขณะที่แบรนด์อเมริกันอย่าง Ford Ranger มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันสูงกว่าเล็กน้อย แต่ก็ยังครองส่วนแบ่งการตลาดไม่มากนัก แบรนด์รถยนต์จีนแสดงให้เห็นถึงผลงานที่โดดเด่นในกลุ่มรถกระบะพลังงานใหม่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา MG Extender นำเสนอรถกระบะดีเซลขับเคลื่อนสี่ล้อขนาด 2.0 ตัน ราคาตั้งแต่ 549,000 ถึง 759,000 บาท มาพร้อมไฟวิ่งกลางวัน LED ภายในตกแต่งด้วยหนัง และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ Geely RIDDARA RD6 เป็นรถกระบะไฟฟ้าล้วนที่ผสานฟังก์ชั่นการชาร์จ การเก็บพลังงาน และการปล่อยพลังงาน BYD Shark 6 P เป็นรถกระบะไฮบริดแบบสองโหมดที่มีกำลังรวม 321 กิโลวัตต์ แรงบิด 650 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.7 วินาที และระยะทางวิ่งรวม 800 กม. ส่วน Great Wall Poer Sahar นำเสนอระบบ HEV เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย วัฒนธรรมรถกระบะของไทยเน้นความอเนกประสงค์และการใช้งานจริง โดยแบรนด์เหล่านี้ครอบคลุมทั้งรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงแบบดั้งเดิม ไฮบริด และไฟฟ้า ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายทั้งสำหรับการขนส่งเชิงพาณิชย์และการใช้งานในชีวิตประจำวัน
Q
คุณจำเป็นต้องเหยียบเบรกเมื่อเปลี่ยนเกียร์จาก D เป็น S หรือไม่?
การเปลี่ยนเกียร์จาก D ไป S ในกรณีปกติไม่จำเป็นต้องกดเบรก เพราะทั้งสองเกียร์เป็นเกียร์หน้า กระบวนการเปลี่ยนเกียร์จะเปลี่ยนเพียงตรรกะการเปลี่ยนเกียร์ของเกียร์อัตโนมัติ (เช่น ทำให้การเปลี่ยนเกียร์ขึ้นช้าลง รักษาความเร็วรอบเครื่องยนต์ให้สูงเพื่อส่งกำลังที่มากขึ้น) ซึ่งจะไม่สร้างแรงกระแทกมากเกินไปต่อระบบส่งกำลังของรถยนต์ หากต้องการกำลังเพิ่มขึ้นขณะขับขี่ (เช่น แซงรถหรือขึ้นเนิน) สามารถเปลี่ยนเกียร์จาก D ไป S ได้โดยตรง แต่เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง (เช่น ความเร็วเกิน 80-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ควรปล่อยคันเร่งเพื่อให้ความเร็วรอบเครื่องยนต์ลดลงก่อน หากจำเป็นให้แตะเบรกเบาๆเพื่อลดความเร็วเล็กน้อยก่อนเปลี่ยนเกียร์ เพื่อลดความรู้สึกกระชากจากการเร่งอย่างกะทันหันและเพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่ เกียร์ S เหมาะสำหรับสถานการณ์ที่ต้องการกำลังมาก แต่การใช้เป็นเวลานานจะเพิ่มการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง ส่วนเกียร์ D เหมาะสำหรับการขับขี่ทั่วไปหรือการขับขี่แบบประหยัดน้ำมันเพื่อประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงที่ดีกว่า
Q
"2WD" ย่อมาจาก "Two-Wheel Drive" หมายถึงระบบขับเคลื่อนล้อที่ใช้พลังงานจากเครื่องยนต์ไปยังล้อเพียงสองล้อเท่านั้น โดยทั่วไปจะมีสองลักษณะคือ ขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) และขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ระบบ 2WD มักจะใช้ในรถยนต์ทั่วไปที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการขับในสภาพพื้นที่ขรุขระหรือท้าทาย เช่น รถในเมืองหรือรถยนต์นั่งทั่วไป เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาต่ำและประหยัดพลังงานมากกว่าระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) หรือขับเคลื่อนทุกล้อ (AWD)
ระบบขับเคลื่อนสองล้อ (2WD) หมายถึงระบบส่งกำลังที่ส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังล้อเพียงสองล้อเท่านั้น โดยมีสองประเภทคือ ขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) และขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ระบบขับเคลื่อนล้อหน้ามีโครงสร้างที่เรียบง่าย ใช้พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประหยัดน้ำมัน จึงเหมาะสำหรับรถยนต์ขนาดเล็กและรถยนต์ขนาดกะทัดรัด ส่วนระบบขับเคลื่อนล้อหลังมีความสามารถในการรับน้ำหนักสูงและควบคุมได้ดีเยี่ยม มักใช้ในรถยนต์สมรรถนะสูงหรือรถบรรทุกขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ รถยนต์ 2WD มีค่าบำรุงรักษาต่ำกว่าและเพียงพอสำหรับถนนลาดยางในเมือง ทำให้เป็นระบบขับเคลื่อนที่พบได้ทั่วไปและใช้งานได้จริง ในตลาดไทย รถยนต์ 2WD เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ตัวอย่างเช่น ในมาสด้า บีที-50 รุ่นปรับโฉมใหม่ เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 3.0 ลิตร ถูกนำมาใช้ในรุ่น 2WD โดยทุกรุ่นยกเว้นรุ่นท็อปสุดที่เป็นแบบดับเบิ้ลแค็บจะเป็น 2WD นอกจากนี้ รถยนต์มิตซูบิชิ สตราด้า ส่วนใหญ่ก็ใช้ระบบ 2WD เช่น รุ่น GLS 2WD A/T ซึ่งตอบสนองความต้องการในการเดินทางประจำวันและการใช้งานบนทางหลวงทั่วไป แม้ว่ากระแสจะมุ่งไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า แต่รถยนต์ขับเคลื่อนสองล้อ (2WD) ยังคงมีบทบาทสำคัญในรถยนต์เบนซินและรถยนต์ไฮบริดแบบดั้งเดิม ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยในด้านความประหยัดและการใช้งานจริง
ดูเพิ่มเติม