Q
MG Cyberster มีสเปคอะไรบ้าง
MG Cyberster ในฐานะรถสปอร์ตไฟฟ้าแบบเปิดประทุนกำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในตลาดไทย ด้วยสมรรถนะระดับสูงจากระบบขับเคลื่อนสี่ล้อด้วยมอเตอร์คู่ ที่ให้กำลังผลลัพธ์สูงสุดถึง 544 แรงม้า เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.2 วินาที และระยะขับขี่ประมาณ 580 กิโลเมตรตามมาตรฐานการทดสอบ พร้อมระบบชาร์จเร็วที่ตอบโจทย์การเดินทางระยะไกลในไทย ภายในห้องโดยสารติดตั้งหน้าจอดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้วและหน้าจอกลางแบบลอยตัว มาพร้อมระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะที่รองรับการสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย ดีไซน์หลังคาแบบผ้าใบเปิดปิดได้ซึ่งทั้งใช้งานในชีวิตประจำวันและให้ความสนุกในการขับขี่ สำหรับสภาพอากาศร้อนของไทย ระบบระบายอากาศที่นั่งและควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะถือเป็นจุดเด่น ที่น่าสนใจคือรัฐบาลไทยมีมาตรการลดภาษีสำหรับรถไฟฟ้า ทำให้อาจมีการลดอัตราภาษีนำเข้าสำหรับ Cyberster ซึ่งจะเพิ่มความคุ้มค่าให้กับรถรุ่นนี้ ในตลาดไทยยังมีรถสปอร์ตไฟฟ้าในระดับใกล้เคียงไม่มากนัก ทำให้ Cyberster โดดเด่นด้วยดีไซน์สไตล์อังกฤษและภาพลักษณ์แบรนด์ MG ที่กำลังเติบโตในอาเซียน เป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนรักเทคโนโลยีและประสบการณ์ขับขี่ โดยมีการปรับตั้งช่วงล่างให้เหมาะสมกับสภาพถนนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งเส้นทางเลียบชายฝั่งและในเมืองของไทย
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
ข้อเสียของ MG Cyberster มีอะไรบ้าง?
MG Cyberster อาจไม่ถึงกับมี “ข้อเสีย” แบบชัดเจน แต่จากเสียงของผู้ใช้และปัจจัยโดยรวม พบว่ามีบางประเด็นที่ควรพิจารณา เช่น บางคนรู้สึกว่าชั้นสีของตัวถังค่อนข้างบาง ขูดขีดได้ง่าย จึงต้องระมัดระวังในการใช้งานประจำวัน นอกจากนี้เรื่องบริการหลังการขาย อะไหล่บางชิ้นอาจใช้เวลาสั่งนาน ทำให้การซ่อมแซมล่าช้า อีกทั้งศูนย์บริการบางแห่งอาจยังมีประสบการณ์ไม่มากกับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่แบบนี้ จึงอาจจัดการปัญหาได้ไม่คล่องตัวนัก อีกจุดที่หลายคนมองคือเรื่องราคา ที่อาจสูงกว่าคู่แข่งบางรุ่น ซึ่งอาจไม่ตอบโจทย์สำหรับคนที่มีงบจำกัด อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตเหล่านี้ไม่ได้ถือว่าเป็นจุดอ่อนที่ร้ายแรง และในด้านดีไซน์กับสมรรถนะ MG Cyberster ก็มีจุดเด่นชัดเจน ขึ้นอยู่กับความชอบและความต้องการของผู้ซื้อแต่ละคนในการตัดสินใจ.
Q
MG Cyberster อยู่ใน Segment ไหน?
MG Cyberster เป็นรถยนต์สปอร์ตพลังงานไฟฟ้าที่เน้นสมรรถนะสูง เจาะกลุ่มผู้บริโภควัยรุ่นที่ชื่นชอบความสนุกในการขับขี่และความล้ำสมัยของเทคโนโลยี ในตลาดประเทศไทย รถรุ่นนี้สามารถดึงดูดผู้ใช้ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและชอบความทันสมัย โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ ที่โครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จไฟฟ้ากำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้รถประเภทนี้ใช้งานได้จริงมากขึ้นในชีวิตประจำวัน
MG Cyberster มาพร้อมเทคโนโลยีขับเคลื่อนไฟฟ้าขั้นสูง มีจุดเด่นด้านอัตราเร่งและระยะทางขับขี่ที่เหมาะกับการใช้งานในเมืองและทริปสั้น ๆ ดีไซน์ที่เป็นรถสปอร์ตผสานกับฟีเจอร์อัจฉริยะ ทำให้กลายเป็นจุดสนใจบนท้องถนน ตอบโจทย์คนไทยที่ต้องการความโดดเด่นและทันสมัย รถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตยังถือว่าเป็นตลาดใหม่ในไทย แต่ด้วยแรงสนับสนุนจากภาครัฐและการรับรู้ของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น ทำให้ MG Cyberster มีศักยภาพสูงในการเติบโต และเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้ชาวไทย.
Q
มูลค่ามือสองของ MG Cyberster คือเท่าไหร่?
มูลค่ามือสองของ MG Cyberster ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย จึงไม่สามารถระบุราคาแน่นอนได้อย่างชัดเจน โดยราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 2,499,000 บาท ซึ่งถือเป็นรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าที่มีสมรรถนะโดดเด่น มีกำลังสูงสุด 400kW (544 แรงม้า) อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียง 3.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 200 กม./ชม. และวิ่งได้ระยะทางถึง 503 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง พร้อมด้วยอุปกรณ์ความปลอดภัยและความสะดวกสบายแบบครบครัน
ถ้ารถยังใหม่ ใช้งานน้อย สภาพดี และตลาดยังมีความต้องการสูง ราคามือสองก็จะอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่หากรถมีสภาพสึกหรอหรือความต้องการในตลาดลดลง ก็อาจส่งผลให้ราคาตกลงได้ นอกจากนี้ การเปิดตัวรุ่นใหม่ ๆ หรือเทคโนโลยีที่พัฒนาเร็วก็มีผลต่อมูลค่ามือสองเช่นกัน แนะนำให้เช็กข้อมูลผ่านแพลตฟอร์มซื้อขายรถมือสอง หรือสอบถามจากตัวแทนจำหน่ายเพื่อประเมินราคาคร่าว ๆ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น.
Q
MG Cyberster มีขนาดรูน็อตล้อ (PCD) เท่าไหร่?
MG Cyberster มีขนาดรูน็อตล้อ (PCD) อยู่ที่ 5x112 หมายถึง ล้อของรถรุ่นนี้มีรูน็อต 5 รู และรูน็อตทั้งหมดกระจายตัวอยู่บนวงกลมที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 112 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นขนาดที่พบได้บ่อยในรถยุโรปหลายรุ่น เช่น Volkswagen หรือ Mercedes-Benz จึงทำให้การหาอะไหล่หรือเปลี่ยนล้อแม็กในตลาดไทยทำได้ง่ายขึ้น เพราะมีของที่ใช้ร่วมกันได้มาก
อย่างไรก็ตาม เวลาจะเปลี่ยนล้อหรืออัปเกรดระบบเบรก ยังต้องคำนึงถึงขนาดของรูดุมกลาง (CB) และค่า Offset หรือ ET ให้ตรงกับสเปกรถด้วย ไม่เช่นนั้นอาจทำให้ล้อไม่แน่นพอ หรือมีผลต่อความปลอดภัยในการขับขี่ สำหรับประเทศไทยที่อากาศร้อนและฝนตกบ่อย แนะนำให้เลือกแม็กที่น้ำหนักเบาและระบายความร้อนได้ดี เพื่อช่วยให้รถขับนิ่งและปลอดภัยมากขึ้นในสภาพอากาศแบบนี้ ถ้าไม่แน่ใจว่าจะเลือกแบบไหนดี สามารถปรึกษาศูนย์บริการ MG หรือร้านแม็กมืออาชีพในไทยได้เลย พวกเขาจะช่วยแนะนำรุ่นที่เหมาะกับถนนและอากาศบ้านเราได้ตรงจุดที่สุดค่ะ.
Q
MG Cyberster มี Apple Carplay หรือไม่
MG Cyberster เป็นรถสปอร์ตไฟฟ้าที่ได้รับความสนใจอย่างมาก และยังมาพร้อมกับฟังก์ชัน Apple CarPlay ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานในไทยได้เป็นอย่างดี เพราะช่วยให้เชื่อมต่อ iPhone ได้สะดวก ทั้งระบบนำทาง เล่นเพลง หรือแม้แต่โทรศัพท์ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ สำหรับตลาดไทยแล้ว ความเข้ากันได้ของ Apple CarPlay ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะผู้ใช้งานที่นี่มักพึ่งพาสมาร์ทโฟนในการวางแผนเดินทาง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ที่การจราจรค่อนข้างติดขัด ระบบนำทางแบบเรียลไทม์และการควบคุมด้วยเสียงจะช่วยลดความเครียดในการขับรถได้มาก นอกจากนี้ MG Cyberster ยังรองรับ Android Auto อีกด้วย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่หลากหลาย เมื่อคนไทยเลือกซื้อรถไฟฟ้า นอกจากจะสนใจเรื่องสมรรถนะและระยะทางแล้ว ความสะดวกของระบบสมาร์ทในรถก็เป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน ซึ่ง MG Cyberster ก็ทำได้ดีในจุดนี้ และเมื่อโครงสร้างพื้นฐานของรถไฟฟ้าในไทยพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ฟังก์ชันอัจฉริยะเหล่านี้จะยิ่งช่วยเสริมประสบการณ์การใช้งานให้ดีขึ้น แนะนำให้ผู้ที่สนใจไปทดลองขับด้วยตัวเองที่โชว์รูม MG ในพื้นที่
Q
ยางที่ติดมากับ MG Cyberster ใช้ยี่ห้ออะไร?
MG Cyberster ในฐานะที่เป็นรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าที่ได้รับความสนใจมาก รุ่นที่วางจำหน่ายในไทยอาจมาพร้อมยางจากแบรนด์ระดับโลกอย่าง Michelin หรือ Pirelli ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและสเปกที่นำเข้า ซึ่งยางทั้งสองแบรนด์นี้มีจำหน่ายและศูนย์บริการครอบคลุมในประเทศไทย เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นและฝนตกบ่อยของไทย
ยางเป็นส่วนสำคัญที่สัมผัสพื้นถนนโดยตรง มีผลต่อการควบคุมรถ ความนุ่มนวล และความปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน ยางที่รีดน้ำดีจะช่วยลดความเสี่ยงในการลื่นไถล สำหรับ MG Cyberster ที่เป็นรถไฟฟ้าสมรรถนะสูง ยางที่เลือกใช้ต้องบาลานซ์ระหว่างแรงต้านทานการหมุนต่ำ เพื่อยืดระยะทางขับขี่ และแรงยึดเกาะที่ดีเพื่อรองรับแรงบิดทันทีจากมอเตอร์ไฟฟ้า
ผู้ใช้ในไทยเวลาจะเปลี่ยนยาง ควรดูไม่แค่ยี่ห้อ แต่รวมถึงขนาด ดัชนีน้ำหนัก และระดับความเร็วที่เหมาะสมกับสเปกจากโรงงาน พร้อมทั้งตรวจสอบสภาพยางและแรงดันลมเป็นประจำ เพื่อให้ขับขี่ได้ปลอดภัยและเต็มประสิทธิภาพ.
Q
MG Cyberster เป็นรถดีไหม? มาดูข้อดีและข้อสังเกตกันที่นี่!
MG Cyberster เป็นรถที่มีจุดเด่นหลายด้านอย่างชัดเจน ด้านดีไซน์ภายนอก มาพร้อมหลังคาผ้าใบเปิดประทุนและประตูปีกนกสุดเท่ ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว พร้อมไฟท้ายทรงลูกศร และสีตัวถังที่มีให้เลือกหลายเฉดสี สะท้อนความทันสมัยและความเป็นเอกลักษณ์อย่างเต็มที่
ภายในตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูง ทั้งเบาะหนัง Nappa และวัสดุ Alcantara แผงคอนโซลแบบ 3 หน้าจอ มาพร้อมไฟสร้างบรรยากาศ 64 สี และลำโพง Bose 8 ตัว ให้ความรู้สึกหรูหราและล้ำสมัย
ด้านสมรรถนะก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ด้วยมอเตอร์คู่แบบขับเคลื่อนสี่ล้อ แบตเตอรี่ลิเธียมขนาด 77kWh ให้กำลังสูงสุด 544 แรงม้า แรงบิด 725 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียง 3.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 200 กม./ชม. วิ่งได้ไกลถึง 503 กม. ต่อการชาร์จ พร้อมรองรับระบบชาร์จเร็วอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม รถรุ่นนี้ก็ยังมีข้อจำกัดบ้าง เช่น เป็นรถแบบ 2 ที่นั่ง ซึ่งอาจไม่เหมาะกับคนที่ต้องการใช้งานแบบครอบครัว และราคาที่ตั้งไว้ประมาณ 2,499,000 บาท อาจสูงสำหรับบางกลุ่มผู้บริโภค
โดยรวมแล้ว ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบความโดดเด่น สมรรถนะแรง และประสบการณ์ขับขี่ที่ไม่เหมือนใคร MG Cyberster ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก.
Q
ความกว้างของ MG Cyberster คือเท่าไร?
MG Cyberster มีความกว้าง 1,913 มม. โดยขนาดตัวรถทั้งหมดคือ 4,535 × 1,913 × 1,329 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,690 มม. การที่ตัวรถกว้างกว่าปกติให้ข้อดีหลายอย่าง อย่างแรกเวลาขับรถ รถที่กว้างกว่าจะช่วยให้ทรงตัวได้ดีขึ้น โดยเฉพาะตอนขับเร็วหรือเข้าโค้ง ตัวรถที่กว้างจะช่วยให้รถอยู่ในท่าที่มั่นคง ลดโอกาสเกิดการโคลงด้านข้าง อีกอย่างตัวรถที่กว้างยังส่งผลดีต่อการจัดวางพื้นที่ภายในด้วย แม้ MG Cyberster จะเป็นรถสปอร์ตสองที่นั่ง แต่ความกว้างที่มากขึ้นช่วยให้ทั้งคนขับและผู้โดยสารมีพื้นที่ด้านข้างที่เหลือเฟือ นั่งแล้วสบายไม่รู้สึกอึดอัด
Q
รถสปอร์ตไฟฟ้า MG Cyberster ต้องเสียภาษีถนนเท่าไหร่? แล้วคิดคำนวณยังไง?
MG Cyberster ในฐานะที่เป็นรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า จะมีวิธีการคำนวณภาษีถนนประจำปี (Road Tax) ที่แตกต่างจากรถเครื่องยนต์สันดาปแบบทั่วไป โดยภาษีถนนของรถยนต์ไฟฟ้าจะคิดจากกำลังมอเตอร์ไฟฟ้า (หน่วยเป็นกิโลวัตต์) ตามสูตร: ภาษีถนน = กำลังมอเตอร์ (kW) × 6 บาท
ยกตัวอย่าง MG Cyberster รุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) มีกำลังมอเตอร์ 231 กิโลวัตต์ จะต้องเสียภาษีถนนปีละประมาณ 1,386 บาท ส่วนรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) ซึ่งใช้มอเตอร์คู่มีกำลังรวม 400 กิโลวัตต์ จะเสียภาษีประมาณ 2,400 บาทต่อปี
รัฐบาลไทยมีนโยบายสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า โดยให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีมากกว่ารถใช้น้ำมันแบบดั้งเดิม ซึ่งเก็บภาษีตามขนาดความจุของเครื่องยนต์ (ซีซี) ที่ยิ่งมากก็ยิ่งแพง ดังนั้นรถไฟฟ้าอย่าง MG Cyberster จึงจ่ายภาษีถนนถูกกว่าชัดเจน
นอกจากนี้ ผู้ที่ซื้อ MG Cyberster ยังมีสิทธิได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า และลดภาษีสรรพสามิตตามนโยบายส่งเสริมรถ EV อีกด้วย ทั้งหมดนี้ทำให้ MG Cyberster มีความคุ้มค่ามากขึ้นในตลาดไทย อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับตัวแทนจำหน่าย MG หรือกรมการขนส่งทางบก (DLT) เพราะมาตรการสนับสนุนอาจมีการปรับเปลี่ยนตามนโยบายรัฐบาล.
Q
MG Cyberster ต้องเติมน้ำมันเครื่อง (ถ้ามี) ปริมาณเท่าไหร่?
MG Cyberster เป็นรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า จึงไม่มีเครื่องยนต์สันดาปแบบรถทั่วไป และไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเหมือนรถใช้น้ำมันที่เราคุ้นเคยในไทย อย่างไรก็ตาม ระบบเกียร์ทดรอบ (Reduction Gearbox) ที่ใช้ในรถไฟฟ้า อาจต้องมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นตามระยะ โดยปริมาณและประเภทน้ำมันควรอ้างอิงจากคู่มือผู้ใช้หรือสอบถามจากศูนย์บริการที่ได้รับการแต่งตั้งโดยตรง
ในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย การดูแลระบบระบายความร้อนและแบตเตอรี่ของรถยนต์ไฟฟ้ายิ่งมีความสำคัญเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อต้องขับทางไกลหรือใช้การชาร์จเร็วบ่อย ๆ เพราะระบบจัดการอุณหภูมิของแบตเตอรี่มีบทบาทสำคัญต่อประสิทธิภาพการใช้งาน
เจ้าของรถในไทยควรใส่ใจการดูแลเพิ่มเติมในช่วงฤดูฝน เช่น หลีกเลี่ยงการขับลุยน้ำลึก แม้ว่าแบตเตอรี่ของ MG Cyberster จะมีมาตรฐานกันน้ำระดับ IP67 ก็ตาม แต่การหลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมจะช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบต่าง ๆ ได้มากขึ้น หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลรถยนต์ไฟฟ้าในสภาพอากาศร้อน เช่น การดูแลแบตเตอรี่หรือการติดตั้งเครื่องชาร์จที่บ้าน แนะนำให้ปรึกษาตัวแทนจำหน่าย MG ในไทย พวกเขาจะให้คำแนะนำที่เหมาะกับสภาพการใช้งานในท้องถิ่นได้ดีที่สุด.
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
“รถ SUV รุ่นไหนประหยัดน้ำมัน?”
ในปัจจุบันรถ SUV ประเภทประหยัดน้ำมันในตลาดครอบคลุมหลายประเภทระบบขับเคลื่อน เช่น ไฮบริด (Hybrid) และ ปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid) ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่แตกต่างกันได้
BYD Song Pro DM-i ในฐานะรถ Plug-in Hybrid มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันในสภาวะไม่มีแบตเตอรี่ประมาณ 4.2 ลิตร/100 กม. ระยะทางการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน 110 กม. และระยะทางรวมเกิน 1,000 กม. เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการใช้งานในเมืองด้วยไฟฟ้าล้วนและขับทางไกลด้วยระบบไฮบริด
Wuling Xingchen Hybrid มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันในเมือง 4.6 ลิตร/100 กม. ระยะทางรวม 900 กม. ที่นั่งแถวหลังสามารถพับราบได้สมบูรณ์ และมีราคาที่คุ้มค่าโดดเด่น
Toyota RAV4 Rongfang Hybrid ติดตั้งระบบ THS-II Hybrid มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันรวม 5.0-5.5 ลิตร/100 กม. เทคโนโลยีที่成熟และอัตราการรักษามูลค่าสูง
Honda CR-V Hybrid ใช้ระบบ i-MMD ที่ได้รับการปรับปรุง มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันรวมประมาณ 5.2 ลิตร/100 กม. การจัดวางพื้นที่ภายในมีความยืดหยุ่น เหมาะสำหรับการใช้งานครอบครัว
ในกลุ่มรถหรู Lexus NX300h บรรลุอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 5.5 ลิตร/100 กม. ผ่านระบบ Hybrid 2.5L
จากมุมมองด้านเทคโนโลยี ระบบ Plug-in Hybrid และ Hybrid เป็นหัวใจหลักในการเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน โดยรถ Plug-in Hybrid ในโหมดไฟฟ้าล้วนไม่สิ้นเปลืองน้ำมัน ในขณะที่โหมดไฮบริดสำหรับการขับทางไกลยังสามารถรักษาอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ประมาณ 5 ลิตร/100 กม.
ส่วนรถ Hybrid ใช้การทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาดระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อลดการสิ้นเปลืองพลังงาน ช่วยให้ผู้ใช้ประหยัดค่าน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพในชีวิตประจำวัน
Q
"ฉันควรซื้อรถ SUV รุ่นไหนดี?"
การเลือกซื้อ SUV ต้องพิจารณารวมกันจากงบประมาณ ความต้องการหลัก (สำหรับครอบครัว/บุคลิกภาพ/หรูหรา ฯลฯ) ประเภทพลังงาน และสถานการณ์การใช้งาน
หากงบประมาณอยู่ในช่วง 500,000 - 800,000 บาท และต้องการคุ้มค่ากับงบประมาณสำหรับใช้งานครอบครัว สามารถพิจารณา BYD Seal 06 (เริ่มต้นประมาณ 699,000 บาท) ที่มีพื้นที่กว้างขวาง (ระยะฐานล้อ 2,820 มม. พื้นที่ขาเบาะหลัง 920 มม.) รุ่น DM-i มีระยะทางการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน 121/170 กม. อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเมื่อแบตเตอรี่หมด 3.5 ลิตร/100 กม. และระยะทางการขับเคลื่อนรวม 1,670 กม. รุ่น EV มีระยะทางการขับเคลื่อน 605 กม. และมีระบบความปลอดภัยครบครัน (โครงสร้างเหล็กความแข็งแรงสูง 78.7% พร้อมถุงลมนิรภัย 7 จุด) หรือ Geely Binyue L (เริ่มต้นประมาณ 599,000 บาท) ที่มีระบบขับเคลื่อน 1.5T+7DCT อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 6.2 ลิตร/100 กม. พื้นที่ใช้งานได้จริงและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก
สำหรับงบประมาณ 800,000 - 1,000,000 บาท แนะนำ Fang Cheng Bao Tie 7 (ประมาณ 899,000 - 1,099,000 บาท) ที่มีรูปลักษณ์ทรงกล่องที่ดูโดดเด่น ระยะฐานล้อ 2,920 มม. พื้นที่ภายในกว้างขวาง ระบบขับเคลื่อนแบบปลั๊กอินไฮบริดร่วมกับระบบปรับตั้งช่วงล่าง CDC และรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อมีโหมดคลาน หรือ Galaxy M9 (ประมาณ 850,000 - 1,200,000 บาท) ซึ่งเป็น SUV ขนาดกลาง-ใหญ่ 6 ที่นั่ง อัตราส่วนพื้นที่ใช้สอยดีกว่าคู่แข่ง เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีลูกหลายคน
สำหรับงบประมาณ 1,000,000 - 1,500,000 บาท Li Xiang L7 (เริ่มต้นประมาณ 1,509,000 บาท) เป็นตัวเลือกที่ดี ระบบขับเคลื่อนแบบ Extended Range มีระยะทางการขับเคลื่อนรวม 1,421 กม. พื้นที่ขาเบาะแถวที่สอง 1,160 มม. มาตรฐานพร้อมระบบ LiDAR และระบบเบรกฉุกเฉิน BYD Seal 07 DM-i (เริ่มต้นประมาณ 1,250,000 บาท) มีระยะทางการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนเกิน 100 กม. ในเมืองเครื่องยนต์ทำงานน้อย การลดเสียงรบกวนใกล้เคียงรถไฟฟ้าล้วน Lexus NX รุ่นใหม่ (เริ่มต้นประมาณ 1,250,000 บาท) มีการออกแบบทันสมัย การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมและค่าบำรุงรักษาต่ำ
สำหรับงบประมาณ 1,500,000 - 2,000,000 บาท BMW X3 แบบระยะฐานล้อยาว (เริ่มต้นประมาณ 1,749,500 บาท) มีสมรรถนะสูง (2.0T+8AT) การกระจายน้ำหนัก 50:50 ทำให้การขับขี่มั่นคง พื้นที่ขาเบาะหลังเกิน 1 เมตร และระบบความปลอดภัยครบครัน Mercedes-Benz GLC (เริ่มต้นประมาณ 2,139,000 บาท) ให้ความรู้สึกหรูหรา งานตกแต่งภายในประณีต และรองรับระบบช่วยขับขี่ระดับ L2+
สำหรับงบประมาณมากกว่า 2,000,000 บาท AITO M8 (เริ่มต้นประมาณ 2,000,000 บาท) ติดตั้งระบบ HarmonyOS Intelligent Cabin และระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง เก้าอี้ Zero Gravity เพิ่มความสบาย Tesla Model Y รุ่น Performance (เริ่มต้นประมาณ 2,350,000 บาท) มีระบบชาร์จเร็ว 800V ที่มีประสิทธิภาพ ระบบขับขี่อัตโนมัติ FSD ที่สมบูรณ์แบบ BMW X5 xDrive40i (ประมาณ 3,900,000 - 4,000,000 บาท) มีสมรรถนะสูงจากเครื่องยนต์ 3.0T ระบบช่วงล่างอากาศปรับได้ทั้งการขับขี่และสมรรถนะออฟโรด
เมื่อเลือก SUV แนะนำให้กำหนดงบประมาณและความต้องการหลักก่อน จากนั้นเลือกประเภทพลังงานตามความพร้อมของสถานีชาร์จ เน้นพื้นที่ใช้สอยและระบบความปลอดภัย และสุดท้ายพิจารณาเทคโนโลยีอัจฉริยะและการบริการหลังการขาย เพื่อหารถที่เหมาะสมที่สุด
Q
"แบรนด์รถยนต์ 7 ที่นั่งสำหรับครอบครัวที่ดีในปี 2025 คืออะไร?"
แบรนด์รถยนต์สำหรับครอบครัว 7 ที่นั่งคุณภาพสูงปี 2025 ได้แก่ โตโยต้า ซึ่งเปิดตัวรถรุ่น Alphard HEV Luxury E-Four ปี 2025 ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก
รถรุ่นนี้เป็นรถนำเข้าจากญี่ปุ่นแบบทั้งคัน ราคาขาย 4,639,000 บาท มาพร้อมอุปกรณ์หรูหราระดับฟลากชิป เช่น ล้ออัลลอยด์ 19 นิ้ว, ระบบไฟ LED, ระบบควบคุมไฟหน้าอัจฉริยะ, ประตูสไลด์ไฟฟ้าคู่, ประตูท้ายไฟฟ้า, กระจกกันเสียง และซันรูฟคู่ เพื่อสร้างความรู้สึกพิเศษระดับพรีเมียม
ในด้านสมรรถนะ ใช้เครื่องยนต์ Hybrid 4 สูบ 2.5 ลิตร ร่วมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ E-Four ที่มีมอเตอร์ไฟฟ้าทั้งหน้าและหลัง ให้กำลังรวม 250 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ E-CVT พร้อมโหมดขับขี่มาตรฐาน Normal, โหมดประหยัด ECO และโหมด EV ที่สามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวในระยะสั้น ช่วยให้มีสมรรถนะการยึดเกาะถนนที่มั่นคงและประหยัดน้ำมัน
ตัวรถมีความยาวกว่า 5 เมตร ระยะฐานล้อ 3,000 มิลลิเมตร ให้พื้นที่ภายในกว้างขวางสำหรับ 7 ที่นั่ง เพื่อตอบสนองความต้องการการเดินทางของครอบครัว
นอกจากนี้ ยังมีบริการดูแลรักษาและรับประกันจากทางแบรนด์อย่างครบวงจร เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น
รถรุ่นนี้โดดเด่นในด้านความสะดวกสบาย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และประโยชน์ใช้สอย เหมาะสำหรับผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความต้องการของครอบครัว
Q
แบรนด์รถยนต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทยคืออะไรบ้าง?
ในตลาดรถยนต์ไทย แบรนด์ญี่ปุ่นดั้งเดิมและแบรนด์จีนที่กำลังเติบโตได้รวมกันเป็นกลุ่มแบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โตโยต้า ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ครองตลาดมาอย่างยาวนาน ยังคงครองอันดับหนึ่งในงานแสดงรถยนต์นานาชาติไทย 2025 ด้วยยอดสั่งซื้อ 10,872 คัน รักษาตำแหน่งผู้นำส่วนแบ่งการตลาดโดยรวมไว้ได้ BYD ก็ทำผลงานได้ดีเช่นกัน โดยได้รับยอดสั่งซื้อ 10,031 คันในงานแสดงรถยนต์ และยอดขายในช่วงครึ่งแรกของปีก็พุ่งขึ้นมาอยู่อันดับสองของตลาด โรงงานในประเทศของ BYD สามารถผลิตรถยนต์พลังงานใหม่หลายรุ่นได้อย่างรวดเร็ว โดยมีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมหลายกลุ่มตลาด ได้แก่ รถเก๋ง รถ SUV และรถ MPV ส่วน MG ซึ่งได้รับรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีของไทยติดต่อกันสามปีซ้อน ได้รับการยอมรับในตลาดอย่างกว้างขวาง โดยยอดขายเพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับปีต่อปี ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคม 2025 และรถยนต์ไฟฟ้าล้วนรุ่น MG4 ELECTRIC ก็ครองอันดับหนึ่งในการจดทะเบียนรายเดือนในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าล้วนมาหลายเดือนติดต่อกัน นอกจากนี้ แบรนด์จีนอย่าง GAC, Geely, Great Wall และ DeepBlue ก็ติดอันดับท็อปเท็นในการสั่งซื้อรถยนต์ในงานแสดงรถยนต์ แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตโดยรวม ขณะที่แบรนด์ญี่ปุ่นอย่าง Honda และ Mitsubishi ก็ยังคงรักษาส่วนแบ่งการตลาดที่มั่นคง ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกัน แบรนด์จีนครองส่วนแบ่งการตลาดรถยนต์ไฟฟ้าล้วนมากกว่า 80% กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยเพิ่มอัตราการแพร่หลายของรถยนต์พลังงานใหม่ในภูมิภาค ขณะที่แบรนด์ญี่ปุ่นยังคงมีฐานที่มั่นคงในภาคส่วนรถยนต์เชื้อเพลิงแบบดั้งเดิมและรถยนต์ไฮบริด
Q
รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นไหนบ้างที่มีในปี 2025?
ในปี 2025 ตลาดรถยนต์ไทยจะนำเสนอรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) หลากหลายรุ่น BYD จะเปิดตัว SEAL5 DM-i (PHEV ขนาด B-segment รุ่นแรกของประเทศไทย) ซึ่งประกอบในโรงงานในประเทศด้วยกำลังการผลิตปีละ 150,000 คัน นอกจากนี้ BYD ยังวางแผนที่จะเปิดตัว Seal 06 DM-i และ SHARK PHEV เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ ขณะที่ Haval H6 PHEV ของ Great Wall วางจำหน่ายในประเทศไทยแล้วในราคา 929,000 ถึง 1,149,000 บาท มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.5T และระบบส่งกำลังไฮบริด 2DHT ให้กำลังรวม 240 กิโลวัตต์ และแรงบิด 530 นิวตันเมตร ตอบโจทย์ความต้องการด้านกำลังและพื้นที่ใช้สอยของครอบครัว การเปิดตัวรถยนต์รุ่นเหล่านี้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์ไทยไปสู่ระบบไฟฟ้า การปรับลดภาษีของรัฐบาลสำหรับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (เช่น อัตราภาษี 5% สำหรับรถยนต์ที่มีระยะวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน ≥80 กม.) ก็ช่วยสนับสนุนการเติบโตของตลาดเช่นกัน การยอมรับของผู้บริโภคต่อรถยนต์พลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ซึ่งเป็นทางเลือกในช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ กำลังกลายเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นสำหรับเจ้าของรถชาวไทยจำนวนมากขึ้น
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

MG Cyber X เปิดตัวในงานแสดงรถยนต์เซี่ยงไฮ้ โดยชูจุดเด่นว่าเป็น "รถกล่องคันแรกของโลกสำหรับคนรุ่นใหม่
LienApr 24, 2025

MG Cyberster ใหม่ปรากฏตัวใน Motor EXPO 2024, ลักษณะภายนอกที่ไม่ธรรมดายังคงเป็นที่สนใจของผู้คน
สุรเดชDec 2, 2024

MG เข้าสู่งานแสดงรถยนต์กวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊าของจีน เปิดออก Cyberster ในสถานที่ตั้ง!
AshleyJun 6, 2024

บางกอกมอเตอร์โชว์: เปิดตัว MG Cyberster ในงานออโต้โชว์ ราคา 2499000 บาท
Kevin WongMar 25, 2024

2026 MG7เปิดตัวในประเทศจีน,ห้องโดยสารและระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะได้รับการอัปเกรด
สุรเดชJan 7, 2026
ดูเพิ่มเติม


ข้อดี
ข้อเสีย