Q

ขนาดยาง 60/90-17 หมายถึงอะไร

ขนาดยาง 60/90-17 นี่ตัวเลข 60 หมายถึงความกว้างหน้ายางที่ 60 มิลลิเมตร ส่วน 90 คืออัตราส่วนความสูงต่อความกว้าง (เรียกว่าแอสเพกต์เรโช) ที่ 90% ส่วน 17 นั่นคือขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของล้อที่เป็น 17 นิ้ว เลยครับ ขนาดยางแบบนี้เป็นที่นิยมใช้ในตลาดมอเตอร์ไซค์ไทย โดยเฉพาะพวกรถสกูตเตอร์หรือรถกะป้อที่เครื่องไม่ใหญ่มาก ยางประเภทนี้ต้องทนทานและรีดน้ำได้ดีเพราะสภาพอากาศไทยทั้งร้อนทั้งฝน เวลาเลือกซื้อยางนอกจากดูขนาดให้ตรงแล้ว คนไทยควรคำนึงถึงสภาพถนนด้วยนะครับ เช่นในกรุงเทพฯ ที่ต้องสตาร์ท-หยุดบ่อยๆ ควรใช้ยางที่ทนการสึกหรอ ส่วนทางเหนือที่เป็นภูเขาก็เน้นดอกยางที่เกาะถนนดี สำคัญมากว่ายางต้องได้มาตรฐานความปลอดภัยของกรมการขนส่งทางบก (TISI) ควรเลือกยางที่ผ่านการรับรองและตรวจสอบลมยางกับดอกยางเป็นประจำ โดยเฉพาะก่อนเข้าหน้าฝนต้องเช็คว่าร่องน้ำยางยังลึกพอหรือเปล่า เพื่อความปลอดภัยเวลาขับขี่ครับ
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

Q&A ล่าสุด

Q
"ยาง Bridgestone มีคุณสมบัติอะไรบ้าง?"
ยางรถยนต์ Bridgestone แต่ละรุ่นมีคุณสมบัติเฉพาะตัว ซีรีส์ Turanza ซึ่งเป็นยางระดับเรือธงที่เน้นความสบายสูงสุด โดดเด่นเรื่องความปลอดภัยบนถนนเปียก การออกแบบร่องดอกยางป้องกันการเสียดสีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ลดระยะเบรกบนถนนเปียกได้ถึง 15% ขณะเดียวกัน ลวดลายดอกยางที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ร่องรูปตัว S และตัวลดเสียง ช่วยให้ขับขี่เงียบสบาย ระดับเสียงต่ำเพียง 58 เดซิเบล มีดัชนีความต้านทานดอกยาง 500 และอายุการใช้งานยาวนานกว่ายางทั่วไปถึง 30% ยิ่งไปกว่านั้น ยังใช้วัสดุรีไซเคิลได้ด้วยเทคโนโลยี ENLITEN ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและความยั่งยืน เหมาะสำหรับรถยนต์หรูและรถยนต์พลังงานใหม่ระดับไฮเอนด์ ส่วนซีรีส์ Netchak เน้นความประหยัดและใช้งานได้จริง โดยใช้ยางวัลคาไนซ์และโครงสร้างตัวยางหลายชั้น มีดัชนีความต้านทานดอกยาง 600 และอายุการใช้งานเกิน 80,000 กิโลเมตร ร่องดอกยางแบบเอียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพบนถนนเปียก เหมาะสำหรับรถยนต์ประหยัดและรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่วิ่งระยะทางไกล ยางซีรีส์ Green Song เน้นการประหยัดพลังงานและการรักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านการหมุนต่ำกว่ายางทั่วไปถึง 20% ซึ่งสามารถเพิ่มระยะทางการวิ่งของรถยนต์ไฟฟ้าได้ 5%-8% ส่วนประกอบของยางชีวภาพคิดเป็น 30% ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 40% และควบคุมเสียงรบกวนให้อยู่ต่ำกว่า 60 เดซิเบล เหมาะสำหรับรถยนต์ไฮบริด รถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์สำหรับใช้งานในเมือง ผู้ใช้สามารถเลือกซีรีส์ที่เหมาะสมกับความต้องการด้านความสะดวกสบาย ประหยัด หรือการรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างยืดหยุ่น
Q
ประเภทของโช้คอัพมีกี่ประเภท?
รถช็อคอัพมีหลายประเภท ซึ่งสามารถแบ่งตามมุมมองต่างๆ เช่น โครงสร้างและหลักการดูดซับแรงกระแทก จากด้านโครงสร้าง แบ่งเป็นแบบท่อเดี่ยวและแบบท่อคู่: แบบท่อเดี่ยวมีโครงสร้างเรียบง่าย ประกอบด้วยลูกสูบลอยและไนโตรเจนความดันสูง มีการระบายความร้อนที่ดี และเหมาะสำหรับรถยนต์สมรรถนะสูง; แบบท่อคู่ใช้การออกแบบท่อในและท่อนอก รักษาสมดุลของน้ำมันหล่อลื่นผ่านวาล์วไหลและวาล์วชดเชย มีความทนทานสูง และใช้กันอย่างแพร่หลายในรถยนต์ครอบครัวทั่วไป ตามหลักการดูดซับแรงกระแทก มีช็อคอัพไฮดรอลิก ช็อคอัพแบบอัดก๊าซ ช็อคอัพแม่เหล็กไฟฟ้า ช็อคอัพแมกนีโต-รีโอโลยี และช็อคอัพปรับแรงต้านทานได้: ช็อคอัพไฮดรอลิกอาศัยการไหลของน้ำมันเพื่อสร้างแรงต้านทาน มีต้นทุนต่ำและเป็นที่นิยม; ช็อคอัพแบบอัดก๊าซผสมไนโตรเจนกับน้ำมัน เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซับและความเสถียร; ช็อคอัพแม่เหล็กไฟฟ้าปรับความแข็งผ่านขดลวดแม่เหล็ก มีการตอบสนองเร็ว; ช็อคอัพแมกนีโต-รีโอโลยีใช้ของไหลแม่เหล็กเปลี่ยนความหนืด ปรับแรงต้านทานแบบทันที; ช็อคอัพปรับแรงต้านทานได้ (รวมแบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์) สามารถปรับแรงต้านทานอัตโนมัติตามสภาพถนน เพื่อความสะดวกสบายในการขับขี่ ประเภทต่างๆ เนื่องจากความแตกต่างด้านโครงสร้างและหลักการ สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายตั้งแต่รถยนต์ครอบครัวทั่วไปจนถึงรถยนต์สมรรถนะสูง
Q
"สไปรเบชันรถ" หมายถึงอะไร?
ระบบช่วงล่างรถยนต์ (Suspension system) จริงๆ แล้วหมายถึงระบบการระบายแรงของรถยนต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนหลักของช่วงล่างรถ (Chassis) มีหน้าที่หลัก ได้แก่ รองรับน้ำหนักตัวรถ ดูดซับแรงกระแทกและการสั่นสะเทือนจากพื้นถนนที่ไม่เรียบ รักษาการสัมผัสที่มั่นคงระหว่างล้อกับพื้นถนน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการขับขี่และความสะดวกสบายในการโดยสาร ในตลาดรถยนต์ไทย ระบบช่วงล่างของรถแต่ละรุ่นมีลักษณะเฉพาะตัว เช่น รถยนต์ขนาดกะทัดรัด (Compact car) และ SUV ระดับเริ่มต้นมักใช้ระบบช่วงล่างอิสระแบบแมคเฟอร์สัน (MacPherson strut) ซึ่งมีโครงสร้างเรียบง่ายและต้นทุนเหมาะสม สามารถทำงานได้ดีบนถนนในเมืองและถนนทั่วไป รถยนต์ครอบครัวมักใช้ระบบช่วงล่างหลังแบบคานบิด (Torsion beam) ที่ช่วยรักษาพื้นที่ใช้สอยภายในรถในขณะที่ยังให้ความสะดวกสบายในการใช้งานประจำวัน ส่วนรถยนต์ระดับกลางถึงสูงมักติดตั้งระบบช่วงล่างอิสระแบบมัลติลิงค์ (Multi-link) ที่สามารถให้การดูดซับแรงสั่นสะเทือนที่ละเอียดอ่อนและความมั่นคงในการควบคุมรถได้ดีกว่า เมื่อพิจารณาจากสภาพถนนที่หลากหลายในประเทศไทย ทั้งทางหลวงเรียบและถนนในชนบทที่มีหลุมบ่อ ผู้ผลิตรถยนต์มักปรับแต่งระบบช่วงล่างให้เหมาะสมกับสภาพท้องถิ่น เช่น เพิ่มระยะยืดหยุ่นของระบบช่วงล่างเพื่อรับมือกับถนนขรุขระได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ผู้ใช้รถในประเทศไทยควรตรวจสอบชิ้นส่วนระบบช่วงล่างเป็นประจำ (เช่น โช้คอัพ สปริง บุชยาง ฯลฯ) ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันปัญหาการเสื่อมสภาพของชิ้นส่วนจากสภาพถนน ยืดอายุการใช้งานของรถยนต์และรักษาสภาพการขับขี่ให้ดีอยู่เสมอ
Q
ประเภทของระบบช่วงล่างของรถยนต์มีสองแบบ คืออะไร
ระบบช่วงล่างรถยนต์มีหลักๆ แบ่งเป็นสองประเภทคือ ช่วงล่างแบบไม่แยก (Non-independent suspension) และ ช่วงล่างแบบแยก (Independent suspension) ลักษณะโครงสร้างของช่วงล่างแบบไม่แยกคือ ล้อทั้งสองด้านเชื่อมต่อกันด้วยเพลาล้อที่เป็นชิ้นเดียว (solid axle) ล้อพร้อมเพลาล้อเชื่อมต่อกับโครงรถหรือตัวรถผ่านระบบช่วงล่างที่ยืดหยุ่น เมื่อล้อด้านหนึ่งกระเด้งเนื่องจากพื้นผิวถนนไม่เรียบ จะทำให้ล้ออีกด้านหนึ่งแกว่งในระนาบขวาง โครงสร้างเรียบง่าย มีความสามารถในการรับน้ำหนักสูง มักใช้กับรถบรรทุกและรถโดยสารที่ต้องการความสามารถในการรับน้ำหนักสูง ช่วงล่างแบบแยกมีเพลาล้อที่ออกแบบเป็นแบบแยกส่วน (split axle) ล้อแต่ละด้านสามารถเชื่อมต่อกับโครงรถหรือตัวรถผ่านระบบช่วงล่างที่ยืดหยุ่นได้อย่างอิสระ การเคลื่อนตัวของล้อทั้งสองด้านไม่ส่งผลกระทบต่อกัน ช่วยเพิ่มความสบายและความมั่นคงในการควบคุมรถยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รถยนต์สมัยใหม่ส่วนมากใช้ระบบช่วงล่างประเภทนี้ รูปแบบที่พบบ่อยได้แก่ แบบแมคเฟอร์สัน (MacPherson strut) แบบดับเบิลวิชโบน (Double wishbone) และแบบมัลติลิงค์ (Multi-link) เป็นต้น รูปแบบต่างๆ ของช่วงล่างแบบแยกมีความแตกต่างกันในด้านความซับซ้อนของโครงสร้าง การใช้พื้นที่ และประสิทธิภาพการทำงาน สามารถตอบสนองความต้องการในการออกแบบรถยนต์รุ่นต่างๆ ได้
Q
ระบบกันสะเทือนอิสระ (Independent Suspension System) ระบบกันสะเทือนอิสระคือระบบที่ล้อแต่ละล้อของรถยนต์สามารถเคลื่อนไหวขึ้นและลงได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของล้ออื่นๆ ในแกนเดียวกัน ระบบนี้ช่วยเพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่และการยึดเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพถนนที่ไม่เรียบได้ในแบบที่ล้อแต่ละล้อสามารถทำงานได้อิสระจากกัน
ระบบช่วงล่างอิสระช่วยให้ล้อแต่ละล้อของรถสามารถเคลื่อนที่ในแนวดิ่งได้อย่างอิสระ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนที่ของล้ออื่นๆ บนเพลาเดียวกัน การออกแบบนี้ช่วยให้รถปรับตัวเข้ากับพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบได้ดีขึ้น ปรับปรุงเสถียรภาพในการขับขี่และการยึดเกาะของยาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อขับผ่านหลุมบ่อหรือถนนขรุขระ ล้อแต่ละล้อสามารถปรับตัวได้อย่างอิสระ ลดการเอียงตัวของรถและรักษาการควบคุมที่ดี ในทางปฏิบัติ สภาพถนนในประเทศไทยมีความหลากหลาย โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทมักมีถนนลูกรังหรือหลุมบ่อที่เกิดจากการสะสมของน้ำฝน รถยนต์ที่ติดตั้งระบบช่วงล่างอิสระจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบายยิ่งขึ้นและเพิ่มการสัมผัสระหว่างล้อกับถนนบนพื้นผิวที่ลื่น ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ ปัจจุบัน แบรนด์หลักๆ หลายแบรนด์ เช่น โตโยต้าและฮอนด้า ใช้ระบบช่วงล่างอิสระในรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถ SUV ระบบช่วงล่างอิสระแบบ MacPherson strut พบได้ทั่วไปในรถยนต์ขนาดเล็ก ในขณะที่ระบบช่วงล่างแบบมัลติลิงค์พบได้บ่อยในรถยนต์ระดับกลางถึงระดับสูง เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคทั้งด้านความสะดวกสบายและการควบคุม
ดูเพิ่มเติม