Q

Neta X มีประสิทธิภาพด้านพลังงานอย่างไร?

NETA X ในฐานะรถ SUV ไฟฟ้า 100% มีประสิทธิภาพด้านพลังงานที่ยอดเยี่ยม ข้อมูลทางการระบุว่าการใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 14.5kWh ต่อ 100 กิโลเมตร แม้ในสภาพอากาศร้อนของไทยที่ต้องใช้แอร์บ่อยอาจทำให้การบริโภคพลังงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่โดยรวมแล้วยังมีประสิทธิภาพดีกว่ารถยนต์เชื้อเพลิงในระดับเดียวกัน สำหรับผู้ใช้ในไทย NETA X ช่วยลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นอย่างกรุงเทพฯ ที่ต้องเร่งและหยุดบ่อย จุดเด่นอีกอย่างของรถไฟฟ้าคือระบบกักเก็บพลังงานที่ชาญฉลาดของ NETA X ซึ่งทำงานได้ดีในพื้นที่ที่มีทางลาดชันเช่นเชียงใหม่ ช่วยกักเก็บพลังงานขณะลงเขา รัฐบาลไทยกำลังส่งเสริมรถไฟฟ้าอย่างเต็มที่ รุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงเช่น NETA X ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี และโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จในไทยก็พัฒนาอย่างต่อเนื่อง สะดวกสบายมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับรถยนต์เชื้อเพลิงทั่วไป ข้อได้เปรียบด้านประสิทธิภาพพลังงานของรถไฟฟ้าจะเห็นชัดยิ่งขึ้นเมื่อใช้งานระยะยาว ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าในระยะยาว
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
ข้อเสียของ Neta X มีอะไรบ้าง?
Neta X ในฐานะรถ SUV ไฟฟ้า อาจมีจุดอ่อนหลักในตลาดประเทศไทยอยู่ที่ความเข้ากันได้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จ และประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ในสภาพอากาศร้อน โดยอุณหภูมิที่สูงของไทยอาจทำให้ระบบระบายความร้อนของแบตเตอรี่ต้องทำงานหนักขึ้น ขณะเดียวกัน เครือข่ายสถานีชาร์จในบางพื้นที่ห่างไกลยังไม่ครอบคลุม อาจกระทบต่อความสะดวกในการเดินทางระยะไกล ระบบขับขี่อัจฉริยะของรถรุ่นนี้ยังต้องพิสูจน์ความสามารถในการปรับตัวให้เหมาะกับสภาพการจราจรที่ซับซ้อนของไทย เช่น การตรวจจับมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งอยู่บนถนนอย่างหนาแน่น นอกจากนี้ เมื่อเทียบกับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปแบบดั้งเดิม รถยนต์ไฟฟ้ายังมีอัตราการคงมูลค่าในตลาดมือสองที่ต่ำกว่า ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ควรพิจารณา ในมุมการใช้งานจริง ผู้บริโภคชาวไทยควรพิจารณาด้วยว่ารถรุ่นดังกล่าวมีศูนย์บริการหลังการขายกระจายตัวเพียงพอหรือไม่ รวมถึงมีเทคโนโลยีป้องกันน้ำในแบตเตอรี่ที่เหมาะสมกับฤดูฝนของไทยหรือเปล่า เนื่องจากสิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อประสบการณ์ในการใช้งานโดยตรง
Q
Neta X จัดอยู่ในรถกลุ่มเซกเมนต์ไหน?
เนตา เอ็กซ์ เป็นรถ SUV ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด ตำแหน่งทางการตลาดอยู่ในเซ็กเมนต์ C-SUV ที่มีการแข่งขันสูงในตลาดรถไฟฟ้าโลก สำหรับตลาดไทยแล้ว รุ่นนี้ได้รับความสนใจไม่น้อยเพราะตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในเมืองที่คล่องตัว และความประหยัดพื้นที่เหมาะกับครอบครัว ตัวถังมีความยาวประมาณ 4.6 เมตร ระยะฐานล้อ 2.77 เมตร จุผู้โดยสารได้ 5 ที่นั่ง ซึ่งขนาดนี้เหมาะกับการขับขี่ในซอยแคบๆ แบบกรุงเทพฯ พร้อมกันนั้นยังช่วยให้รองรับสภาพถนนช่วงฤดูฝนได้ดีด้วย สเปคการขับขี่แบบ CLTC วิ่งได้ไกล 501-660 กิโลเมตร เมื่อรวมกับนโยบาย EV 3.5 ของรัฐบาลไทย เช่น การลดภาษีนำเข้าและสนับสนุนสถานีชาร์จ ก็ช่วยลดความกังวลเรื่องระยะทางได้มาก ในส่วนระบบอัจฉริยะ มาพร้อมหน้าจอกลาง 15.6 นิ้ว และระบบช่วยขับขี่ระดับ L2+ ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยบนถนนไทยที่การจราจรค่อนข้างซับซ้อน คู่แข่งในระดับเดียวกันอย่าง BYD Atto 3 และ MG ZS EV อาจสู้ไม่ได้ในจุดเด่นอย่างขนาดตัวถังที่ใหญ่กว่าและแบตเตอรี่จาก CATL ที่เนตา เอ็กซ์ นำมาใช้ ตอนนี้ตลาดรถไฟฟ้าไทยโตเกิน 300% ต่อปี โดยเฉพาะ SUV ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดในราคา 1-1.5 ล้านบาทกำลังมาแรง เมื่อมีแบรนด์จีนเข้ามาเพิ่มขึ้น ผู้บริโภคก็จะมีทางเลือกเพื่อสิ่งแวดล้อมที่หลากหลายขึ้นในอนาคต
Q
มูลค่าขายต่อของ Neta X คือเท่าไหร่?
เนต้า เอ็กซ์ ในฐานะรถอีวีเอสยูวีรุ่นใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดไทย มูลค่าซื้อขายต่อในตลาดมือสองจะถูกกำหนดโดยหลายปัจจัย ทั้งการรับรู้ของคนไทยต่อแบรนด์ อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ ความต้องการในตลาด รวมถึงนโยบายสนับสนุนรถไฟฟ้าจากรัฐบาลไทย ปัจจุบันตลาดอีวีในไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว รัฐบาลออกมาตรการลดภาษีและให้เงินสนับสนุนเพื่อส่งเสริมให้คนหันมาใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าคงเหลือของเนต้า เอ็กซ์ ได้ระดับหนึ่ง นอกจากนี้ ระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้งและความสะดวกในการหาสถานีชาร์จก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อมูลค่าซื้อขายต่อ ถ้าแบตเตอรี่มีประสิทธิภาพคงที่และมีบริการหลังการขายที่ครบวงจร มูลค่าก็จะสูงกว่าปกติ โดยทั่วไปแล้วรถไฟฟ้าในไทยมักมีมูลค่าซื้อขายต่อต่ำกว่ารถน้ำมันเล็กน้อย แต่เมื่อโครงสร้างพื้นฐานพัฒนาไปและคนเริ่มนิยมมากขึ้น ช่องว่างนี้ก็กำลังลดลง สำหรับคนที่กำลังคิดจะซื้อ แนะนำให้ศึกษานโยบายการรับประกันจากบริษัทและค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแบตเตอรี่ เพราะสองเรื่องนี้ส่งผลโดยตรงต่อมูลค่ารถในระยะยาว รวมถึงสภาพอากาศร้อนของไทยก็อาจกระทบต่ออายุแบตเตอรี่ได้ การดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอและการใช้งานอย่างเหมาะสมจะช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ และรักษามูลค่าของรถไว้ได้ในระดับที่ดี
Q
ขุมพลังใน Neta X คืออะไร?
Neta X มาพร้อมระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง โดยมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 120 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร รองรับการใช้งานทั้งในเมืองและการเดินทางระยะสั้นได้อย่างเหมาะสม แบตเตอรี่มีให้เลือกหลายขนาดตามแต่ละรุ่น โดยสามารถวิ่งได้ระยะทางประมาณ 500 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันและทริปท่องเที่ยวช่วงสุดสัปดาห์ ในสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย Neta X ยังมีระบบจัดการอุณหภูมิแบตเตอรี่ (BMS) ที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยให้แบตเตอรี่ทำงานได้เสถียรแม้ในอุณหภูมิสูง และช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่อีกด้วย อีกทั้งยังรองรับระบบชาร์จเร็ว โดยสามารถชาร์จไฟจาก 0–80% ได้ภายใน 30 นาที ซึ่งตอบโจทย์กับโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จที่กำลังขยายตัวในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
Q
ขนาด PCD ของ Neta X คือเท่าไหร่?
ขนาด PCD (ระยะวงกลมรูสกรู) ของ Neta X ที่ 5×114.3 มิลลิเมตร เป็นหนึ่งในขนาดยอดนิยมสำหรับการติดตั้งล้อในตลาดไทย ซึ่งเหมาะกับการอัพเกรดรถ SUV และรถเก๋งส่วนใหญ่ในท้องตลาด โดยในประเทศไทย รุ่นยอดฮิตอย่าง Toyota Fortuner หรือ Honda CR-V ก็ใช้ขนาด PCD เดียวกัน ทำให้เจ้าของ Neta X สามารถหาล้อที่เข้ากันได้ง่ายหรืออัพเกรดล้อได้สะดวกกว่า PCD นับเป็นพารามิเตอร์สำคัญในการเลือกซื้อล้อ เพราะถ้าเลือกขนาดถูกต้องจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและป้องกันปัญหาการสั่นสะเทือนหรือการสึกหรอจากขนาดที่ไม่พอดี สำหรับคนไทยที่อยากเปลี่ยนล้อ นอกจาก PCD แล้ว ควรเช็กค่ากลางล้อ (CB) และค่าโอฟเซ็ต (ET) ด้วย แนะนำให้ซื้อจากร้านมืออาชีพหรือช่องทางตัวแทนจำหน่ายแท้เพื่อความมั่นใจในความเข้ากันได้ อีกปัจจัยที่ต้องคำนึงคือสภาพอากาศเมืองไทยที่ฝนชุก ควรเลือกวัสดุล้อที่ป้องกันการกัดกร่อนได้ดี เช่น อลูมิเนียมอัลลอยด์ และเลือกลายดอกยางที่รีดน้ำได้มีประสิทธิภาพ เพื่อความปลอดภัยและอายุการใช้งานที่ยาวขึ้น
Q
Neta X รับรอง Apple CarPlay หรือไม่?
ตอนนี้รถรุ่น Neta X ที่วางขายในตลาดไทยมีการรองรับฟังก์ชัน Apple CarPlay ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ iPhone ในไทยได้สัมผัสประสบการณ์การเชื่อมต่อในรถที่สะดวกสบายมากขึ้น โดยสามารถใช้งานแอปพลิเคชันพื้นฐานอย่างแผนที่หรือเพลงผ่านหน้าจอกลางรถได้เลย สำหรับสภาพอากาศในไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุก ฟังก์ชันการเชื่อมต่อแบบไร้สายของ Apple CarPlay จะช่วยลดปัญหาสายชาร์จเสื่อมสภาพจากความร้อน ส่วนระบบควบคุมด้วยเสียงก็เหมาะกับการใช้งานในสภาพการจราจรติดขัดอย่างในกรุงเทพฯ เพราะช่วยให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น ที่น่าสนใจคือรถบางรุ่นจากแบรนด์ญี่ปุ่นในตลาดไทยยังใช้ระบบ CarPlay แบบมีสาย ทำให้จุดเด่นของ Neta X ที่รองรับการเชื่อมต่อไร้สายดูน่าสนใจกว่า แถมยังรองรับ Android Auto สำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนระบบ Android อีกด้วย ก่อนตัดสินใจซื้อ แนะนำให้ลองทดสอบระบบมัลติมีเดียในรถด้วยตัวเอง เพื่อเช็คความลื่นไหลและการทำงานร่วมกับบริการแผนที่ในไทย โดยเฉพาะการแสดงชื่อสถานที่แบบไทยและระบบแจ้งเตือนการจราจร เพราะปัจจุบันฟังก์ชันเชื่อมต่ออัจฉริยะแบบนี้กำลังเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับคนรุ่นใหม่ที่สนใจรถ EV ในไทยซึ่งกำลังมาแรง
Q
Neta X ใช้ยางยี่ห้ออะไร?
Neta X ในฐานะรถ SUV ไฟฟ้าที่ได้รับความสนใจในตลาดไทย ยางติดรถจากโรงงานอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละรุ่นย่อยและความต้องการของตลาด โดยทั่วไปมักเลือกใช้ยางจากแบรนด์ระดับโลกอย่าง Continental หรือ Michelin ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความทนทานและการยึดเกาะบนถนนเปียก เหมาะกับสภาพอากาศร้อนและฝนตกบ่อยของประเทศไทย สำหรับการเลือกยางในประเทศไทย นอกจากเรื่องยี่ห้อแล้ว ยังควรพิจารณาสภาพถนนในพื้นที่ใช้งาน เช่น การจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ หรือถนนที่ซับซ้อนนอกเมือง โดยควรให้ความสำคัญกับคุณสมบัติทนความร้อน การรีดน้ำ และความประหยัดน้ำมัน ยางอย่าง Michelin รุ่น Energy Saver หรือ Continental รุ่น EcoContact เป็นตัวเลือกที่ดีที่เน้นทั้งความสบายและความคุ้มค่า ทั้งนี้ กฎหมายไทยกำหนดความลึกของดอกยางต้องไม่ต่ำกว่า 1.6 มิลลิเมตร จึงควรตรวจสอบสภาพดอกยางและแรงดันลมยางอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในรถไฟฟ้าที่มีแรงบิดสูง ยิ่งต้องดูแลรักษายางอย่างใกล้ชิดเพื่อยืดอายุการใช้งาน หากผู้ใช้งานต้องการประสบการณ์ขับขี่ที่เงียบหรือประหยัดพลังงานมากขึ้น ก็สามารถปรึกษาร้านยางเพื่อเปลี่ยนเป็นยางแบบเงียบหรือแบบแรงต้านต่ำได้ แต่ต้องมั่นใจว่าเป็นรุ่นที่ผ่านการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกของไทยแล้วเท่านั้น
Q
ความกว้างของ Neta X คือเท่าไหร่?
รถ Neta X มีรุ่นย่อยให้เลือกหลายแบบ เช่น Neta X Comfort 2024 และ Neta X Smart 2024 ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้มีความกว้างตัวรถที่ 1,860 มม. เท่ากัน ความกว้างของรถเป็นพารามิเตอร์สำคัญที่ส่งผลต่อความมั่นคงในการขับขี่ การผ่านพ้นสิ่งกีดขวางบนถนน รวมถึงการจัดวางพื้นที่ภายในรถ รถที่มีความกว้างมากกว่าปกติมักจะให้พื้นที่ด้านข้างที่กว้างขวางกว่า ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกสบายตัวมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่นั่งแถวหลังที่จะไม่รู้สึกอึดอัด นอกจากนี้ ความกว้างของตัวรถยังช่วยเพิ่มความมั่นคงในการควบคุมรถขณะขับเคลื่อนอีกด้วย
Q
แรงดันลมยางของ Neta X ควรเติมเท่าไหร่?
ค่าลมยางมาตรฐานของ Neta X อยู่ที่ประมาณ 2.3 ถึง 2.5 บาร์ (ประมาณ 33 ถึง 36 psi) ซึ่งเหมาะสำหรับการขับขี่บนถนนในเมืองและทางหลวงที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยมีอากาศร้อน ลมยางจะเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติเมื่อขับขี่ ดังนั้นควรเติมลมในขณะยางเย็นตามค่ามาตรฐานเพื่อความปลอดภัยและความนุ่มนวลในการขับขี่ หากต้องบรรทุกของหนักบ่อย หรือขับทางไกล แนะนำให้เพิ่มลมยางล้อหลังอีกประมาณ 0.1 ถึง 0.2 บาร์ แต่อย่าลืมตรวจสอบค่าที่แนะนำจากฉลากข้างประตูรถหรือฝาถังน้ำมันเป็นหลัก การตรวจสอบลมยางอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ ควรเช็คลมยางอย่างน้อยเดือนละครั้งด้วยเกจวัดลม เพราะอุณหภูมิที่สูงในไทยอาจทำให้แรงดันลมยางผันผวนได้ หากลมยางต่ำเกินไปจะทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและเสี่ยงต่อการระเบิดของยาง แต่ถ้าลมยางสูงเกินไปจะลดการยึดเกาะถนนและเพิ่มระยะเบรก สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง Neta X ลมยางยังมีผลต่อระยะทางที่สามารถขับได้ในแต่ละการชาร์จอีกด้วย การรักษาค่าลมยางให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมจึงช่วยให้ประหยัดพลังงานและขับขี่ได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
Q
ยางของ Neta X ใช้ขนาดเท่าไหร่?
Neta X มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ซึ่งถือเป็นขนาดมาตรฐานในกลุ่มรถ SUV ไฟฟ้าขนาดกลางในตลาดประเทศไทย ขนาดนี้สามารถให้ความสมดุลระหว่างความนุ่มนวลในการขับขี่และสมรรถนะการควบคุม เหมาะกับสภาพถนนที่หลากหลายในไทย ทั้งในเมืองและนอกเมือง ล้อขนาด 19 นิ้วยังช่วยเพิ่มความสปอร์ตให้กับรูปลักษณ์ของรถ และยังส่งผลดีต่อเสถียรภาพของตัวรถ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนของไทยที่ถนนเปียกบ่อย การใช้ล้อขนาดใหญ่ร่วมกับยางที่เหมาะสมสามารถช่วยเพิ่มการยึดเกาะบนพื้นผิวเปียกได้ดียิ่งขึ้น สำหรับผู้บริโภคชาวไทย การเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้านอกจากจะดูเรื่องขนาดล้อแล้ว ยังควรพิจารณาประเภทของยาง เช่น ยางที่มีแรงต้านการหมุนต่ำ (Low Rolling Resistance) เพื่อช่วยให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น หรือยางที่มีร่องรีดน้ำดีเพื่อความปลอดภัยในฤดูฝน นอกจากนี้ วัสดุของล้อก็มีความสำคัญ ล้ออัลลอยที่ทำจากอะลูมิเนียมจะทนต่อการกัดกร่อนได้ดีในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย และยังมีน้ำหนักเบา ช่วยลดการใช้พลังงาน หากผู้ใช้งานต้องการความโดดเด่นเฉพาะตัว ก็สามารถพิจารณาเปลี่ยนล้อจากศูนย์หรือชุดแต่งที่ถูกกฎหมายได้ แต่อย่าลืมตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายจราจรในประเทศไทย
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

ราคาประกอบด้วยคุณสมบัติที่ดีและได้รับรางวัลสองรางวัลในประเทศไทย
กำลังขับเคลื่อนที่แข็งแกร่งและประสิทธิภาพการควบคุมที่แม่นยำ
ประสบการณ์ขับรถที่สบายสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทาง

ข้อเสีย

บริษัท NETA Auto ประเทศไทยประสบความสูญเสียและยอดขายลดลง
ความกังวลที่อาจเกิดขึ้นในด้านความยั่งยืนของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย
การถอนออกจากตลาดบางแห่งทำให้ความกังวลเพิ่มขึ้น

Q&A ล่าสุด

Q
มีกี่ประเภทของเชื้อเพลิงก๊าซ? มีอะไรบ้าง?
เชื้อเพลิงก๊าซทั่วไปมี 4 ประเภทหลัก ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ ก๊าซสังเคราะห์ ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) และก๊าซชีวภาพ ก๊าซธรรมชาติประกอบด้วยมีเทนเป็นหลัก และมาจากแหล่งต่างๆ เช่น ก๊าซจากแหล่งก๊าซธรรมชาติ ก๊าซปิโตรเลียมที่ได้จากการผลิตน้ำมัน ก๊าซคอนเดนเซต และมีเทนจากชั้นถ่านหิน ก๊าซสังเคราะห์เป็นก๊าซที่ติดไฟได้ซึ่งผลิตจากวัตถุดิบของแข็งหรือของเหลวผ่านกระบวนการแปรรูป เช่น ก๊าซถ่านหินกลั่นและก๊าซถ่านหินแปรสภาพ ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ส่วนใหญ่ประกอบด้วยไฮโดรคาร์บอน เช่น โพรเพนและบิวเทน เป็นก๊าซที่อุณหภูมิและความดันห้อง แต่จะกลายเป็นของเหลวได้ง่ายเมื่อได้รับความดันหรือทำให้เย็นลง ก๊าซชีวภาพเป็นก๊าซที่ติดไฟได้ซึ่งผลิตจากการหมักสารอินทรีย์โดยจุลินทรีย์ภายใต้สภาวะไร้ออกซิเจน เชื้อเพลิงก๊าซมีความสะอาด มีประสิทธิภาพ และมีกระบวนการเผาไหม้ที่ควบคุมได้ง่าย ทำให้มีการใช้งานอย่างแพร่หลายในการผลิตทางอุตสาหกรรมและชีวิตประจำวัน ตัวอย่างเช่น ก๊าซธรรมชาติมักใช้สำหรับการปรุงอาหารในครัวเรือนและการผลิตไฟฟ้า ในขณะที่ LPG เหมาะสำหรับเตาแก๊สในครัวเรือนและเชื้อเพลิงสำหรับยานยนต์
Q
กระดาษที่ทิ้งเป็นเชื้อเพลิงประเภทไหน?
ขยะกระดาษเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ และยังเป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญสำหรับผลิตเชื้อเพลิงที่ได้จากขยะ (RDF) ด้วย ขยะกระดาษมีค่าความร้อนที่สามารถใช้ได้บางส่วน สามารถนำมาใช้ในการผลิตไฟฟ้า การให้ความร้อนในกระบวนการผลิตอุตสาหกรรม และสถานการณ์อื่นๆ โดยวิธีการเผาโดยตรงหรือแปลงเป็น RDF ในฐานะเชื้อเพลิงชีวภาพ ค่าความร้อนของขยะกระดาษมักอยู่ในช่วงประมาณ 15.9-16.5 MJ/kg แม้จะต่ำกว่าเม็ดไม้แบบดั้งเดิมเล็กน้อย แต่สามารถแทนที่เชื้อเพลิงฟอสซิลบางส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านการประมวลผลอย่างเหมาะสม ในการผลิต RDF ขยะกระดาษจำเป็นต้องผ่านกระบวนการเรียงคัดและกำจัดสิ่งเจือปน บด การทำให้แห้ง (ลดปริมาณน้ำลงถึง 8%-15%) การบีบอัดให้เป็นรูปทรง และกระบวนการอื่นๆ RDF ที่ผลิตออกมา มีความเสถียรภาพที่ดี สามารถนำไปใช้ในโรงไฟฟ้า โรงงานปูน และเตาเผาอุตสาหกรรมอื่นๆ นอกจากนี้ การใช้ขยะกระดาษเป็นเชื้อเพลิงสามารถลดปริมาณขยะที่ฝังกลบ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงไปสู่การทำงานแบบสีเขียวและต่ำคาร์บอน ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางสำคัญของการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้
Q
มีกี่ประเภทของระบบเชื้อเพลิง?
ระบบเชื้อเพลิงรถยนต์ที่พบบ่อยในประเทศไทยมีหลักๆ 4 ประเภท คือ ระบบเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ ระบบเชื้อเพลิงดีเซล ระบบเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (CNG) และระบบเชื้อเพลิงก๊าซเหลว (LPG) โดยภายใต้ระบบเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์มีรูปแบบผสมเอทานอลหลายรูปแบบ เช่น Gasohol 91 (ผสมจากแก๊สโซฮอล์เกรด 91 จำนวน 90% และเอทานอล 10%) Gasohol 95 (แก๊สโซฮอล์เกรด 95 จำนวน 90% และเอทานอล 10%) E20 (แก๊สโซฮอล์เกรด 95 จำนวน 80% และเอทานอล 20%) และ E85 (แก๊สโซฮอล์เกรด 95 จำนวน 15% และเอทานอล 85%) รูปแบบเหล่านี้มีความแตกต่างในด้านเศรษฐกิจและรถยนต์ที่เข้ากันได้ เพื่อตอบสนองความต้องการของเจ้าของรถที่แตกต่างกัน ระบบเชื้อเพลิงดีเซลใช้กันอย่างแพร่หลายในรถเชิงพาณิชย์และรถยนต์สำหรับครัวเรือนบางรุ่น โดยอาศัยคุณสมบัติแรงบิดสูงเพื่อเข้ากับสถานการณ์ขนส่งทางไกลหรือขนของหนัก ระบบเชื้อเพลิงCNGและLPGได้รับความนิยมจากเจ้าของรถบางกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงต่ำกว่า นอกจากนี้ ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแท้ในฐานะประเภทพลังงานใหม่ที่ไม่ใช่เชื้อเพลิงได้ทำการแทรกซึมในตลาดอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เช่น รถยนต์ไฟฟ้าแท้ MG 4 และ BYD Dolphin ได้เข้าสู่อันดับยอดขาย กลายเป็นเส้นทางการแข่งขันที่แตกต่างในตลาดที่รถเชื้อเพลิงญี่ปุ่นเป็นผู้นำ
Q
พาราฟินเบสครูดออย (Paraffin Base Crude Oil) คืออะไร?
น้ำมันดิบประเภทพาราฟินเป็นหนึ่งในสามประเภทหลักของน้ำมันดิบที่แบ่งตามส่วนประกอบไฮโดรคาร์บอน ซึ่งมีปริมาณแอลเคนสูง และปริมาณไซโคลแอลเคนกับอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอนต่ำ น้ำมันดิบประเภทนี้มักมีลักษณะเฉพาะคือปริมาณขี้ผึ้งสูงและจุดแข็งตัวสูง บางชนิดของน้ำมันดิบประเภทพาราฟินมีปริมาณกำมะถันต่ำ สามารถนำไปผลิตผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง เช่น น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซล น้ำมันทำละลาย น้ำมันหล่อลื่น และพาราฟินเชิงพาณิชย์ ตัวอย่างเช่น น้ำมันดิบประเภทพาราฟินในบางพื้นที่สามารถใช้ผลิตยางมะตอยสำหรับงานก่อสร้างเกรดเฉพาะ ส่วนประกอบน้ำมันดีเซลของมันก็แสดงลักษณะเฉพาะของพาราฟินอย่างชัดเจน น้ำมันดิบประเภทพาราฟินมีคุณค่าทางการใช้งานสูงในอุตสาหกรรมแปรรูปปิโตรเลียม และเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมหลายชนิด
Q
ประเภทของเชื้อเพลิงเหลวมีอะไรบ้าง? ยกตัวอย่างมา 5 ชนิด
เชื้อเพลิงเหลวเป็นสารเหลวไวไฟที่สามารถสร้างความร้อนหรือพลังงานจลน์ได้ โดยส่วนใหญ่เป็นไฮโดรคาร์บอนหรือส่วนผสมของไฮโดรคาร์บอน และแบ่งออกเป็นสองประเภท ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากกระบวนการทางธรรมชาติและเชื้อเพลิงสังเคราะห์/หมุนเวียน เชื้อเพลิงเหลวที่ใช้กันทั่วไป ได้แก่ 5 ประเภทดังต่อไปนี้: 1. น้ำมันเบนซิน กลั่นจากปิโตรเลียม เป็นเชื้อเพลิงหลักสำหรับยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบจุดระเบิดด้วยประกายไฟ มีลักษณะเด่นคือระเหยง่ายและมีค่าความร้อนปานกลาง 2. น้ำมันดีเซล ผลิตภัณฑ์กลั่นจากปิโตรเลียม เหมาะสำหรับเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบจุดระเบิดด้วยการอัด และใช้กันอย่างแพร่หลายในรถบรรทุก รถโดยสาร และเครื่องจักรกลก่อสร้าง 3. น้ำมันก๊าด ผลิตภัณฑ์กลั่นขั้นกลางจากปิโตรเลียม มักใช้ในกังหันก๊าซของเครื่องบินหรือการใช้งานด้านความร้อนในอุตสาหกรรม 4. เอทานอลเชื้อเพลิง เชื้อเพลิงหมุนเวียนที่ผลิตโดยการหมักชีวมวล (เช่น อ้อยและข้าวโพด) สามารถผสมกับน้ำมันเบนซินเพื่อปรับปรุงคุณสมบัติป้องกันการน็อคและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 5. ไบโอดีเซล ซึ่งผลิตจากน้ำมันพืช น้ำมันจากสัตว์ หรือน้ำมันปรุงอาหารที่ใช้แล้ว ผ่านกระบวนการทรานส์เอสเตอริฟิเคชัน เป็นเชื้อเพลิงสะอาดและหมุนเวียนได้ที่มีการปล่อยมลพิษต่ำในระหว่างการเผาไหม้ เชื้อเพลิงเหลวเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการขนส่ง การผลิตทางอุตสาหกรรม และสาขาอื่นๆ โดยเชื้อเพลิงเหลวหมุนเวียนได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากคุณสมบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ดูเพิ่มเติม