Q
ขนาดถังน้ำมันของรถ Hyundai Palisade ปี 2024 คือเท่าไหร่?
รถ Hyundai Palisade รุ่นปี 2024 มีความจุถังน้ำมัน 71 ลิตร ซึ่งถือว่าเป็นขนาดที่ค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับรถ SUV ในระดับเดียวกัน ทำให้เหมาะสำหรับการเดินทางไกล เช่น การขับจากกรุงเทพไปเชียงใหม่แบบไม่ต้องแวะเติมน้ำมันระหว่างทาง รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.8 ลิตร ที่กินน้ำมันประมาณ 9-10 ลิตร/100 กม. ในเมือง และลดลงเหลือ 7-8 ลิตร/100 กม. เมื่อขับทางไกลบนทางหลวง ดังนั้นระยะทางรวมต่อการเติมน้ำมันเต็มถังจะอยู่ที่ประมาณ 700-900 กม. ขึ้นอยู่กับสไตล์การขับและสภาพถนน พิเศษกว่านั้น Hyundai Palisade ยังมีระบบจัดการน้ำมันอัจฉริยะที่ช่วยปรับประสิทธิภาพการใช้น้ำมันตามสภาพการขับขี่ ซึ่งเป็นประโยชน์มากสำหรับคนที่มักจะต้องเจอรถติด แนะนำให้ใช้เบนซิน 95 เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด และควรตรวจสอบความหนาแน่นของถังน้ำมันและระบบเชื้อเพลิงเป็นประจำเพื่อรักษาประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน ส่วนรุ่นแข่งอย่าง Toyota Fortuner มีถังน้ำมัน 80 ลิตร แต่ตัวรถหนักกว่า ทำให้ระยะทางจริงที่วิ่งได้ใกล้เคียงกัน ผู้ซื้อควรเปรียบเทียบตามความต้องการส่วนตัวก่อนตัดสินใจเลือก
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
รุ่นไหนของ Hyundai ที่ถูกเรียกคืนในปี 2024?
ในปี 2024 Hyundai ได้เรียกคืนรถบางรุ่นในบางตลาดเนื่องจากปัญหาเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ระบบควบคุมความมั่นคงของรถหรือ ESC ซึ่งรวมถึงรถรุ่น Tucson รุ่นใหม่และ Kona Electric สาเหตุหลักเพราะซอฟต์แวร์อาจส่งผลต่อการทำงานของระบบควบคุมความมั่นคง Hyundai ได้จัดบริการอัปเกรดซอฟต์แวร์ฟรีผ่านตัวแทนจำหน่ายสำหรับรถที่ได้รับผลกระทบแล้ว เรื่องที่น่าสนใจคือการเรียกคืนรถไฟฟ้าในท้องถิ่นนั้นค่อนข้างหายาก ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มของอุตสาหกรรมรถยนต์ทั่วโลกที่เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมความปลอดภัยของรถไฟฟ้า แนะนำให้เจ้าของรถตรวจสอบสถานะรถอย่างสม่ำเสมอผ่านเว็บไซต์ทางการของฮุนไดหรือแอป MyHyundai หากหมายเลข VIN อยู่ในรายการเรียกคืน ควรนัดหมายเพื่อดำเนินการทันที สำหรับเจ้าของรถไฮบริดแม้ว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับการเรียกคืนครั้งนี้ แต่ก็ควรดูแลแบตเตอรี่ 12V เสริมเป็นพิเศษ เพราะสภาพอากาศร้อนชื้นอาจเร่งให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วขึ้น Hyundai ในท้องถิ่นมีเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครบวงจร โดยตัวแทนจำหน่ายส่วนใหญ่มีอุปกรณ์วินิจฉัยที่ได้มาตรฐาน UNECE R155 สามารถทำงานเรียกคืนซอฟต์แวร์ดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 30 นาทีเท่านั้น ผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกินไป การเรียกคืนซอฟต์แวร์ดังกล่าวเป็นมาตรการป้องกันล่วงหน้า Hyundai ในระยะหลังนี้ให้ความสำคัญกับการเรียกคืนเชิงรุกเป็นอย่างดี ในปี 2023 ความเร็วในการตอบสนองการเรียกคืนทั่วโลกของฮุนไดถูกจัดโดย J.D. Power ให้อยู่ในอันดับ Top 5 ของอุตสาหกรรม สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในเรื่องความปลอดภัยของแบรนด์นี้
Q
ฉันควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องในรถ Hyundai Palisade รุ่นปี 2024 บ่อยแค่ไหน?
ตามคำแนะนำอย่างเป็นทางการจาก Hyundai สำหรับรุ่น Palisade 2024 ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุก 12 เดือนหรือทุก 10,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างไหนถึงก่อน) ในกรณีที่ขับขี่ภายใต้สภาวะปกติ แต่ถ้าต้องขับบ่อยๆ ในสภาพแวดล้อมที่ร้อนและมีฝุ่นมาก ขับระยะสั้นบ่อยๆ หรือลากของหนัก แนะนำให้เปลี่ยนถี่ขึ้นเป็นทุก 6 เดือนหรือทุก 5,000 กิโลเมตร ส่วนรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ เนื่องจากทำงานภายใต้ความร้อนและความดันสูง อาจต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเร็วกว่าปกติเล็กน้อย
เวลาเลือกน้ำมันเครื่อง แนะนำให้ใช้น้ำมันสังเคราะห์เต็มสูตรที่ได้มาตรฐาน API SP/GF-6 หรือ ACEA C5 เพราะน้ำมันประเภทนี้จะช่วยป้องกันเครื่องยนต์ในสภาพอากาศร้อนและทำความสะอาดได้ดีกว่า โดยเฉพาะในเมืองไทยที่อากาศร้อนชื้น ช่วงหน้าฝนความชื้นอาจทำให้น้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ควรตรวจสอบระดับและสภาพน้ำมันเครื่องเป็นประจำ
ถ้ารถคุณมีระบบเตือนการบำรุงรักษาอัจฉริยะ ก็สามารถปรับเวลาการบำรุงรักษาตามการแจ้งเตือนบนหน้าปัดรถได้ และเพื่อยืดอายุการใช้งานของน้ำมันเครื่อง ควรหลีกเลี่ยงการขับรถรอบสูงเป็นเวลานาน รวมถึงวอร์มเครื่องเล็กน้อยหลังสตาร์ทรถในตอนเช้าก็ช่วยได้เหมือนกัน
Q
การเรียกคืนเครื่องยนต์ของ Hyundai Palisade 2024 คืออะไร?
ทาง Hyundai ได้ออกประกาศเรียกคืนรถรุ่น Palisade ปี 2024 บางรุ่นที่ติดตั้งเครื่องยนต์ V6 3.8 ลิตร เนื่องจากพบปัญหาความเสี่ยงในระบบเครื่องยนต์ โดยพบว่าชุดสายไฟในห้องเครื่องอาจได้รับความเสียหายจากความร้อนสูง ซึ่งในกรณีร้ายแรงอาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้ ทางบริษัทจะให้บริการตรวจสอบและเปลี่ยนชุดสายไฟที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้ฟรี สำหรับเจ้าของรถ หากสังเกตเห็นสัญญาณไฟเตือนเครื่องยนต์ติดหรือได้กลิ่นไหม้ ควรติดต่อตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่ทันที โดยศูนย์บริการ Hyundai ทุกแห่งมีอุปกรณ์วินิจฉัยปัญหาพร้อมให้บริการ ปัญหาชุดสายไฟในเครื่องยนต์แบบนี้ต้องระวังเป็นพิเศษในสภาพอากาศร้อนชื้น แนะนำให้ตรวจสอบสภาพฉนวนหุ้มสายไฟเพิ่มเติมในช่วงบริการประจำปี ที่น่าสนใจคือ Hyundai ได้ติดตั้งระบบจัดการสายไฟอัจฉริยะที่สามารถตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแบบเรียลไทม์ และในรุ่นใหม่ๆ ได้รับการอัปเกรดการออกแบบเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าวแล้ว เจ้าของรถสามารถตรวจสอบว่ารถของตนอยู่ในข่ายเรียกคืนหรือไม่ โดยป้อนเลข VIN ผ่านเว็บไซต์ทางการของ Hyundai บริการทั้งหมดไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่ส่งผลต่อสิทธิ์การรับประกันของรถ
Q
รถยนต์ 2024 Palisade ต้องใช้น้ำมันเครื่องเท่าไหร่?
รถรุ่น Hyundai Palisade ปี 2024 นี้ต้องการน้ำมันเครื่องประมาณ 6.3 ลิตร แนะนำให้ใช้แบบสังเคราะห์เต็มสูตรที่ได้มาตรฐาน API SP หรือ ACEA C2 โดยความหนืดที่เหมาะคือ 5W-30 ซึ่งสูตรนี้จะช่วยป้องกันเครื่องยนต์ได้ดีในสภาพอากาศร้อนแบบเมืองไทย แต่ต้องระวังหน่อยนะว่าปริมาณน้ำมันเครื่องที่เติมจริงอาจต่างออกไปบ้างขึ้นอยู่กับรุ่นเครื่องยนต์หรือการเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่อง แนะนำให้ตรวจสอบระดับน้ำมันด้วยก้านวัดทุกครั้งหลังเปลี่ยนน้ำมัน เพื่อให้มั่นใจว่าไม่เติมน้อยหรือมากเกินไป
สำหรับเครื่องยนต์เทอร์โบแล้ว การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องสม่ำเสมอสำคัญมาก เพราะการทำงานที่อุณหภูมิสูงและรับภาระหนักทำให้น้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพเร็ว ควรเปลี่ยนทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 6 เดือน แต่ถ้าขับบ่อยๆในเมืองที่รถติดหรือขับระยะสั้นเป็นประจำ อาจต้องเปลี่ยนถี่กว่านั้นหน่อย เพราะสภาพการขับแบบนี้ทำให้เครื่องยนต์เกิดคราบเขม้าง่าย
เวลาเลือกซื้อน้ำมันเครื่อง นอกจากดูเลขความหนืดแล้ว ควรเช็คด้วยว่าผ่านการรับรองจาก Hyundai หรือเปล่า น้ำมันเครื่องที่ได้มาตรฐาน Hyundai Genuine จะเข้ากับเครื่องยนต์ได้ดีที่สุด เพราะออกแบบมาเฉพาะสำหรับรถ Hyundai โดยตรง
Q
ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ Hyundai Palisade ปี 2024
สำหรับรุ่นปี 2024 ของ Hyundai Palisade ที่กำลังได้รับความสนใจในตลาดโลกตอนนี้ ข้อติงเล็กน้อยที่เจอบ่อยคือระบบอินโฟเทนเมนต์อาจตอบสนองช้าบ้างในบางครั้ง รวมถึงบางเจ้าของรถที่รู้สึกว่าเบาะแถวสามสำหรับการเดินทางไกลอาจจะไม่สะดวกสบายเท่าที่ควร แต่อย่างไรก็ตามในสภาพอากาศร้อนแบบเมืองไทย ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลเพราะรถรุ่นนี้มาพร้อมกับเบาะระบายอากาศและระบบแอร์ที่เย็นฉ่ำช่วยคลายร้อนได้ดี ส่วนเครื่องยนต์ V6 3.8 ลิตรนั้นอาจจะกินน้ำมันปานกลางแต่ให้กำลังงานที่เรียบเสถียร แถมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ HTRAC ยังช่วยให้การขับขี่บนถนนลื่นๆช่วงหน้าฝนปลอดภัยขึ้น อีกจุดขายที่ดึงดูดผู้ใช้ครอบครัวคือรางวัล Top Safety Pick+ จาก IIHS ที่การันตีความปลอดภัย ถ้าคุณกำลังมองหา SUV 7 ที่นั่ง แนะนำให้ลองนั่งทดสอบแถวสามให้แน่ใจว่ากว้างขวางเพียงพอ และควรเปรียบเทียบกับรุ่นไฮบริดในระดับเดียวกันด้วยเพราะเรื่องราคาน้ำมันในไทยก็เป็นปัจจัยสำคัญ ส่วนเครือข่ายศูนย์บริการ Hyundai ที่กระจายทั่วประเทศและค่าใช้จ่ายดูแลรักษาที่อยู่ในระดับกลางเมื่อเทียบกับรถนำเข้า ก็เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์เวลาตัดสินใจเลือกซื้อรถคันนี้
Q
ปัญหาเบรคสำหรับ Hyundai Palisade 2024
ปัญหาเกี่ยวกับการเบรกของ Hyundai Palisade รุ่นปี 2024 ตอนนี้ทางบริษัทยังไม่ได้ออกประกาศเรียกคืนหรือแจ้งเตือนทางเทคนิคอย่างเป็นทางการ แต่มีเจ้าของรถบางส่วนในต่างประเทศรายงานว่าอาจรู้สึกถึงการกระตุกเบาๆ เมื่อเบรกที่ความเร็วต่ำ ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับการตั้งค่าลอจิกของระบบช่วยเบรกอิเล็กทรอนิกส์หรือช่วงการปรับตัวของแผ่นเบรก ในสภาพอากาศร้อนชื้น แนะนำให้ตรวจสอบดิสก์เบรกเป็นประจำเพื่อดูว่ามีสนิมเกิดขึ้นจากความชื้นสูงหรือไม่ โดยเฉพาะหลังจากใช้งานในเขตพื้นที่ชายฝั่งควรล้างช่วงล่างรถทันที ระบบเบรกอิเล็กทรอนิกส์ (เช่น HBA Hydraulic Brake Assist) สามารถช่วยลดระยะทางเบรกในกรณีฉุกเฉินได้ แต่ต้องมั่นใจว่าน้ำในน้ำมันเบรกมีปริมาณความชื้นต่ำกว่า 3% และเปลี่ยนทุก 2 ปี สำหรับรถ SUV 7 ที่นั่งที่มีน้ำหนักมาก ควรหลีกเลี่ยงการเบรกต่อเนื่องบนทางลาดชันเป็นเวลานานเพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพจากความร้อน หากสังเกตว่าคันเบรกนิ่มลงหรือระยะการเหยียบยาวขึ้น ควรรีบไปที่ศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาตเพื่อตรวจสอบระบบทันที ระบบเบรกอัจฉริยะ (SBS) ที่ Hyundai ใช้นั้นสามารถอัปเดตผ่าน OTA เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพได้ แนะนำให้อัปเกรดซอฟต์แวร์รถเป็นประจำเพื่อให้ระบบทำงานได้ดีที่สุด
Q
“ปัญหาเกี่ยวกับเครื่องยนต์ของ Hyundai Palisade ปี 2024 คืออะไร?”
ขณะนี้ยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับปัญหาเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ใน Hyundai Palisade รุ่นปี 2024 ในตลาดโลก แต่จากเสียงสะท้อนของเจ้าของรถบางส่วนในต่างประเทศ พบว่าอาจมีรถบางคันที่ประสบปัญหาการสั่นสะเทือนสั้นๆ ของเครื่องยนต์เมื่อสตาร์ทเครื่องในขณะที่อากาศเย็น หรือรอบเดินเบาไม่เสถียร ซึ่งกรณีเหล่านี้มักเกี่ยวข้องกับคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงในท้องถิ่นหรือการปรับตัวของโปรแกรม ECU หากพบปัญหาดังกล่าว แนะนำให้ตรวจสอบสภาพของหัวเทียนและความสะอาดของระบบเชื้อเพลิงเป็นอันดับแรก และหากจำเป็นสามารถอัปเกรดซอฟต์แวร์ควบคุมเครื่องยนต์ผ่านตัวแทนจำหน่ายได้
เครื่องยนต์ Theta III Series 3.8 ลิตร V6 ของฮุนไดมอเตอร์ใช้เทคโนโลยีการฉีดคู่และระบบวาล์วแปรผันแบบต่อเนื่องซึ่งสามารถปรับตัวได้ดีกับสภาพอากาศเขตร้อน แต่ต้องให้ความสนใจกับการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ตามมาตรฐาน API SP เป็นประจำเนื่องจากอุณหภูมิสูงและความชื้นสูงจะช่วยเร่งการลดทอนประสิทธิภาพของน้ำมัน
ในด้านการบำรุงรักษา แนะนำให้ปฏิบัติตามระยะเวลาบำรุงรักษาทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 6 เดือน (ตามเงื่อนไขใดถึงก่อน) โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดระบบไอดีและระบบระบายอากาศของกระบอกสูบ ซึ่งมาตรการป้องกันเหล่านี้จะช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาการสูญเสียกำลังเนื่องจากคาร์บอนสะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากรู้สึกถึงพลังงานที่ผิดปกติหลังจากการขับขี่ในระยะยาวในฤดูฝน สามารถมุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบว่าไส้กรองอากาศมีความชื้นและสภาพการปิดผนึกของขดลวดจุดระเบิดหรือไม่ การจัดการรายละเอียดเหล่านี้สามารถปรับปรุงความน่าเชื่อถือของเครื่องยนต์ในสภาพแวดล้อมที่เปียกชื้นได้อย่างมาก
Q
รถ Hyundai Palisade ปี 2024 จะมีอายุการใช้งานนานแค่ไหน?
รถยนต์ Hyundai Palisade รุ่นปี 2024 ในฐานะ SUV ขนาดกลางใหญ่ ถ้าใช้งานปกติและดูแลรักษาตามกำหนด คาดว่าจะวิ่งได้มากกว่า 250,000-300,000 กิโลเมตร หรือใช้งานได้นานถึง 15 ปีขึ้นไป ขึ้นอยู่กับนิสัยการขับขี่ สภาพถนน และความถี่ในการดูแลรักษา รุ่นนี้ใช้เทคโนโลยีกลุ่มเพลาขับเคลื่อนที่พัฒนามาอย่างดีจาก Hyundai รวมถึงเครื่องยนต์ V6 3.8 ลิตรและเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ซึ่งมีความน่าเชื่อถือสูง เหมาะกับสภาพการขับขี่ทั้งในเมืองที่รถติดและเดินทางไกลในบ้านเรา แนะนำให้ทำการตรวจเช็คระยะทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 6 เดือน โดยเฉพาะการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ และน้ำมันดิฟเฟอเรนเชียลเป็นประจำ ซึ่งสำคัญมากต่อการยืดอายุการใช้งานรถ ในส่วนของสภาพอากาศ ควรให้ความสำคัญกับการดูแลระบบแอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พร้อมทั้งตรวจสอบยางขอบประตูและป้องกันสนิมใต้ท้องรถเป็นประจำ รุ่นใกล้เคียงอย่าง Toyota Highlander หรือ Honda Pilot ก็มีความทนทานใกล้เคียงกัน แต่ Palisade มีจุดเด่นในเรื่องความคุ้มค่าและอุปกรณ์ที่ให้มากกว่า ถ้าอยากให้รถใช้งานได้นานๆ นอกจากดูแลรักษาตามกำหนดแล้ว การเลือกศูนย์บริการมาตรฐานและใช้อะไหล่แท้จากผู้ผลิตก็สำคัญมาก รวมถึงหลีกเลี่ยงการบรรทุกหนักหรือขับแบบหักโหมเกินไป เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลต่ออายุการใช้งานรถอย่างชัดเจน
Q
เครื่องยนต์ใน Palisade 2024 เป็นแบบไหน?
รถ Hyundai Palisade รุ่นปี 2024 มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน V6 3.8 ลิตร แบบดูดธรรมดา ให้กำลังสูงสุด 295 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 355 นิวตัน-เมตร คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหน้าและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ HTRAC เครื่องยนต์นี้ใช้เทคโนโลยีฉีดน้ำมันแบบ MPI ที่เน้นความนุ่มนวลและความทนทาน เหมาะมากสำหรับการเดินทางครอบครัวหรือขับทางไกล ในสภาพอากาศร้อนแบบไทย แนะนำให้ตรวจสอบระบบระบายความร้อนและระดับน้ำมันเครื่องเป็นประจำเพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ถ้าเปรียบเทียบกับรุ่นเทอร์โบแล้ว เครื่องดูดธรรมดาอาจประหยัดน้ำมันน้อยกว่าเล็กน้อยแต่ดูแลรักษาถูกกว่าและทนความร้อนได้ดีกว่า นอกจากนี้ยังมีระบบเลือกโหมดขับขี่อัจฉริยะที่ปรับการทำงานของเครื่องยนต์ตามสภาพถนนได้อย่างอัตโนมัติ ทั้งในเมืองที่รถติดหรือบนถนนขึ้นเขาก็ขับสบาย ถ้าอยากประหยัดน้ำมันแนะนำเลือกรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า แต่ถ้าช่วงฝนถนนลื่นๆ รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อจะปลอดภัยกว่า Hyundai ให้ประกันเครื่องยนต์ 5 ปีหรือ 100,000 กิโลเมตร และถ้าใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ตามที่บริษัทแนะนำก็สามารถเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องทุก 10,000 กิโลเมตรได้เลย
Q
รถยนต์ Hyundai Palisade 2024 เป็นรถที่ดีหรือไม่?
รถยนต์ Hyundai Palisade รุ่นปี 2024 เป็น SUV ขนาดใหญ่ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในครอบครัวและการขับขี่บนเส้นทางหลากหลายประเภท ด้วยการออกแบบห้องโดยสารแบบ 3 แถวที่นั่งกว้างขวางและพื้นที่เก็บของที่ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ ทำให้เหมาะสำหรับการเดินทางเป็นกลุ่มใหญ่ มีตัวเลือกเครื่องยนต์ทั้งแบบ 2.2 ลิตร เทอร์โบดีเซล และ 3.5 ลิตร V6 เบนซิน ที่ให้ทั้งความประหยัดน้ำมันและสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางไกลและการใช้งานในเมือง ระบบขับเคลื่อนสี่ลอัจฉริยะสามารถรับมือกับถนนลื่นในช่วงฤดูฝนและเส้นทางออฟโรดระดับเบาได้เป็นอย่างดี ภายในห้องโดยสารมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้วและหน้าจอกลางขนาด 10.25 นิ้ว ที่ทำงานร่วมกับระบบมัลติมีเดียล่าสุด มอบประสบการณ์เทคโนโลยีที่ทันสมัย ในด้านความปลอดภัย มาพร้อมระบบ Hyundai SmartSense มาตรฐาน ซึ่งรวมถึงฟังก์ชั่นช่วยขับขี่อย่างระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ระบบรักษาช่องทางเดินรถ และระบบเตือนจุดบอด ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ สำหรับตลาดไทย ทางผู้ผลิตให้บริการรับประกัน 7 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร พร้อมเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้สะดวกสบายในเรื่องการซ่อมบำรุง ถือเป็นรุ่นที่คุ้มค่าเงินเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน ข้อแนะนำคือควรทดลองขับทั้งสองรุ่นก่อนตัดสินใจ โดยรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเหมาะสำหรับผู้ที่ขับทางไกลบ่อยๆ ส่วนรุ่นเบนซินจะตอบโจทย์ผู้ใช้งานในเมืองมากกว่า
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
"จานเบรก (Brake Disc) คืออะไร?"
จานเบรก (หรือที่รู้จักกันในชื่อผ้าเบรกหรือจานเบรก) เป็นส่วนประกอบหลักของระบบเบรกในรถยนต์ โดยทั่วไปแล้วจะเป็นโครงสร้างโลหะรูปทรงกลมที่หมุนไปพร้อมกับล้อ หน้าที่หลักของมันคือการแปลงพลังงานจลน์ของรถให้เป็นพลังงานความร้อนผ่านแรงเสียดทานกับผ้าเบรกที่ยึดไว้ด้วยคาลิเปอร์เบรก ทำให้เกิดการลดความเร็วหรือหยุดรถ โครงสร้างของจานเบรกแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ได้แก่ จานเบรกแบบทึบและจานเบรกแบบระบายอากาศ จานเบรกแบบทึบมีราคาถูกกว่าและเหมาะสำหรับการขับขี่ทั่วไป จานเบรกแบบระบายอากาศช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนด้วยครีบระบายความร้อนภายในหรือรูพรุนบนพื้นผิว ทำให้เหมาะสำหรับรถยนต์สมรรถนะสูงหรือสถานการณ์ที่ต้องเบรกบ่อยๆ ในแง่ของวัสดุ เหล็กหล่อสีเทาหรือเหล็กหล่ออัลลอยด์เป็นตัวเลือกหลักที่ให้ความสมดุลระหว่างความทนทานต่อการสึกหรอและความทนทานต่อความร้อน รถยนต์ระดับสูงอาจติดตั้งจานเบรกเซรามิก ซึ่งมีข้อดีในด้านการออกแบบที่เบาและทนทานต่อความร้อน แต่มีราคาแพงกว่า จานเบรกต้องทนต่อแรงเสียดทานมหาศาลที่เกิดขึ้นระหว่างการเบรก (แรงบิดในการเบรกในรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอาจสูงถึง 2000-3500 นิวตันเมตร) และอุณหภูมิสูง (อุณหภูมิพื้นผิวอาจสูงถึง 600 องศาเซลเซียส) ดังนั้น ประสิทธิภาพของจานเบรกจึงส่งผลโดยตรงต่อเสถียรภาพและความปลอดภัยในการเบรก ตัวอย่างเช่น จานเบรกแบบระบายอากาศสามารถลดอุณหภูมิจาก 600 องศาเซลเซียสเหลือ 200 องศาเซลเซียสได้ในเวลาอันสั้น ช่วยลดความเสี่ยงของอาการเบรกเฟดจากความร้อนได้อย่างมาก นอกจากนี้ ระบบความปลอดภัยอิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ เช่น ABS และ EBD อาศัยการหมุนของจานเบรกเพื่อการควบคุมที่แม่นยำ จึงแนะนำให้เลือกใช้จานเบรกแบบระบายอากาศ (เส้นผ่านศูนย์กลางล้อหน้าไม่ควรน้อยกว่า 280 มิลลิเมตร) และระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมาะสมเมื่อเลือกซื้อรถยนต์ และควรตรวจสอบสภาพการสึกหรออย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มั่นใจในประสิทธิภาพการเบรก
Q
ฉันเหยียบเบรกแล้วมีเสียงดังครูดๆ มันอันตรายไหม?
เสียงผิดปกติขณะเบรกจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบตามสถานการณ์เฉพาะ สาเหตุทั่วไป ได้แก่: เสียงดังแหลมสั้นๆ ในช่วงแรกของการใช้งานรถใหม่หรือการเปลี่ยนจานเบรกและผ้าเบรกใหม่เป็นเรื่องปกติและจะค่อยๆ หายไปหลังจากใช้งานไป 500-1000 กิโลเมตร; หากจานเบรกเป็นสนิมหลังจากสภาพอากาศชื้นหรือจอดรถเป็นเวลานาน การเบรกครั้งแรกอาจมีเสียงเสียดสีโลหะ ซึ่งจะหายไปหลังจากเบรกซ้ำๆ; เสียง "ปัง" และการเด้งของแป้นเบรกเมื่อระบบ ABS เริ่มทำงานเป็นลักษณะปกติของระบบเบรกป้องกันล้อล็อก อย่างไรก็ตาม หากเสียงดังต่อเนื่องและแรงเบรกลดลง อาจบ่งชี้ว่าผ้าเบรกสึกหรอจนถึงขีดจำกัด (ความหนาน้อยกว่า 3 มม.) ทำให้ไฟเตือนติดขึ้น และต้องเปลี่ยนจานเบรกทันที มิฉะนั้นอาจทำให้ระยะเบรกเพิ่มขึ้นหรือเบรกเสียได้ นอกจากนี้ การหล่อลื่นคาลิเปอร์ไม่เพียงพอ การเสียรูปของจานเบรก หรือสิ่งแปลกปลอม เช่น ทรายและกรวด ก็อาจทำให้เกิดเสียงผิดปกติได้เช่นกัน แนะนำให้ตรวจสอบระบบเบรกทุกๆ 20,000 กิโลเมตร และเมื่อเปลี่ยนผ้าเบรก ควรเลือกใช้ชิ้นส่วนจากผู้ผลิตอุปกรณ์ดั้งเดิม (OEM) เป็นหลัก ผ้าเบรกคุณภาพต่ำ (ราคาต่ำกว่า 800 บาท/คู่) อาจทำให้จานเบรกเสียหายได้เนื่องจากมีปริมาณโลหะมากเกินไป การหลีกเลี่ยงการเบรกและหยุดรถกะทันหันในระหว่างการขับขี่ประจำวันจะช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบเบรกได้ หากมีเสียงผิดปกติร่วมกับแป้นเบรกนิ่ม หรือรถดึงไปด้านใดด้านหนึ่ง ควรนำรถไปที่อู่ซ่อมรถมืออาชีพเพื่อตรวจสอบระบบไฮดรอลิกทันที
Q
แบรนด์ไหนของผ้าเบรกหน้าถึงจะดี?
ในตลาดไทย TEXTAR (ทาเมนตัน) และ XinYi (ซินอี้) เป็นยี่ห้อแผ่นเบรคหน้าที่น่าแนะนำ
ทาเมนตันในฐานะยี่ห้อเยอรมันมีประวัติศาสตร์กว่า 100 ปี ผลิตภัณฑ์มีชื่อเสียงในด้านความสะดวกสบายและประสิทธิภาพสิ่งแวดล้อม สามารถติดตั้งกับรถยนต์หลายรุ่นหลักได้ เช่น คาเดลลาคที6 (Cadillac CT6) รถหลุยรูเวอร์ (Land Rover Range Rover) ซีรีส์ แม่เบนซีอีคลาส (Mercedes-Benz E-Class) เป็นต้น การเบรคมีลักษณะเชิงเส้นและฝุ่นน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับความเงียบในการขับขี่
ยี่ห้อซินอี้เน้นที่อัตราส่วนคุณภาพต่อราคาที่ดี แผ่นเบรคหลังแบบดรัมเบรค (drum brake) มีการใช้งานที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพกับรถเชิงพาณิชย์หลายรุ่น เช่น นันจิงอีวีโค (Nanjing Iveco) เป็นต้น ความทนทานได้รับการยืนยันจากตลาด
ในการเลือกซื้อควรระมัดระวังว่า แผ่นเบรคทาเมนตันใช้วัสดุเสียดทานระดับสูง ราคาตลาดเริ่มต้นที่ประมาณ 549.9 บาทไทย (รวมส่วนลด) ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ซินอี้เหมาะสำหรับผู้บริโภคที่มีงบประมาณจำกัด
แนะนำให้เลือกตามรุ่นรถ การนิสัยขับขี่ (เช่น ขับขี่ในเมืองบ่อยครั้งหรือขับขี่บนทางหลวง) และงบประมาณอย่างครอบคลุม และควรซื้อผ่านช่องทางที่ถูกต้องเพื่อให้แน่ใจในด้านความเข้ากันได้และความปลอดภัย
Q
“B Quick เจียรจานเบรกหรือไม่?”
B Quick ในฐานะผู้ให้บริการรถยนต์มืออาชีพ มีบริการกลึงจานเบรค (แผ่นเบรค) ด้วยเครื่องกลึง แต่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมและความปลอดภัย
จานเบรคเป็นชิ้นส่วนความปลอดภัยที่สำคัญ การซ่อมแซมต้องปฏิบัติตามมาตรฐานทางเทคนิคอย่างเคร่งครัด โดยปกติจะทำการกลึงเฉพาะในกรณีที่สึกหรอเล็กน้อยหรือมีร่องบนพื้นผิวเพื่อคืนสภาพความเรียบ และความหนาหลังกลึงต้องเป็นไปตามมาตรฐานของโรงงาน (รถส่วนใหญ่กำหนดให้ความหนาที่เหลือไม่น้อยกว่า 22 มิลลิเมตร)
หากจานเบรคมีรอยร้าว บิดตัวจากความร้อนอย่างรุนแรง หรือความหนาต่ำกว่าค่ามาตรฐานความปลอดภัย จำเป็นต้องเปลี่ยนจานใหม่ โดยปริมาณการกลึงในแต่ละด้านโดยทั่วไปไม่ควรเกิน 1.5 มิลลิเมตร
แนะนำให้เจ้าของรถเลือกใช้ชิ้นส่วนทดแทนที่ได้รับการรับรองจากโรงงานก่อน (เช่น แบรนด์ DBA ที่นิยมใช้ในรถยนต์ญี่ปุ่น ราคาประมาณ 1,500-4,000 บาทต่อคู่) เนื่องจากประสิทธิภาพการระบายความร้อนและความทนทานต่อการล้าของจานเบรคหลังซ่อมจะลดลงประมาณ 15-20% ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการเบรคในระยะทางไกล
สำหรับจานเบรคแบบมีร่อง/เจาะรูในรถสมรรถนะสูง เนื่องจากโครงสร้างที่ซับซ้อนกว่า มักไม่สามารถซ่อมแซมได้
ทุกครั้งที่ทำการบำรุงรักษาระบบเบรค ควรตรวจสอบปริมาณความชื้นในน้ำมันเบรค (หากเกิน 3% ต้องเปลี่ยนใหม่) และสภาพของกระบอกเบรคร่วมไปด้วย เพื่อให้มั่นใจในความน่าเชื่อถือของระบบโดยรวม
Q
ควรเปลี่ยนผ้าเบรกเมื่อครบกี่กิโลเมตร?
ระยะเวลาการเปลี่ยนผ้าเบรกขึ้นอยู่กับรุ่นรถ พฤติกรรมการขับขี่ และสภาพถนน สำหรับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน โดยทั่วไปแล้วผ้าเบรกหน้าจะต้องเปลี่ยนทุกๆ 30,000-50,000 กิโลเมตร ในสภาพการจราจรติดขัดในเมือง อาจลดลงเหลือ 20,000-30,000 กิโลเมตร ในขณะที่การขับขี่บนทางหลวงอาจยืดระยะเวลาได้ถึง 50,000-60,000 กิโลเมตร ผ้าเบรกหลังโดยทั่วไปมีอายุการใช้งาน 60,000-100,000 กิโลเมตร เนื่องจากรับแรงกดน้อยกว่า แต่สำหรับรถยนต์ที่มีระบบเบรกมือไฟฟ้า แนะนำให้ลดระยะเวลาการเปลี่ยนผ้าเบรกเหลือ 50,000-60,000 กิโลเมตร รถยนต์พลังงานใหม่ที่ใช้ระบบการกู้คืนพลังงานจลน์ สามารถยืดอายุการใช้งานของผ้าเบรกหน้าได้ถึง 80,000-120,000 กิโลเมตร ในขณะที่ผ้าเบรกหลังมีอายุการใช้งานใกล้เคียงกับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน ควรเปลี่ยนผ้าเบรกทันทีเมื่อความหนา ≤3 มม. (ประมาณความหนาของขอบเหรียญ) เมื่อมีเสียงเสียดสีโลหะ ระยะเบรกยาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หรือเมื่อไฟเตือนบนแผงหน้าปัดสว่างขึ้น การขับขี่ในพื้นที่ภูเขา การเบรกอย่างแรงบ่อยครั้ง หรือการบรรทุกหนักจะทำให้ผ้าเบรกสึกหรอเร็วขึ้น จึงควรตรวจสอบก่อนกำหนดที่ 20,000-30,000 กิโลเมตร การตรวจสอบความหนาอย่างสม่ำเสมอ การเลือกใช้วัสดุเซรามิกหรือกึ่งโลหะ และการหลีกเลี่ยงการเบรกอย่างแรงจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้ หลังจากเปลี่ยนแล้ว จำเป็นต้องใช้งานให้ครบ 200 กิโลเมตรเพื่อให้ประสิทธิภาพการเบรกคงที่
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

Hyundai STARIA รุ่นไฟฟ้าเปิดตัว: MPV พื้นที่กว้างขวาง ครอบครัวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คุ้มค่าที่จะรอคอย!
ธนวัฒน์Jan 12, 2026

Hyundai เปิดตัว SANTA FE XRT Concept ภายใต้ธีม “Sense of SEOUL” ในงาน Motor Expo 2025
พงศธรDec 9, 2025

Hyundai Elexio EO รถ SUV ไฟฟ้ารุ่นใหม่ เปิดตัว 16 ต.ค. วิ่งได้ไกลถึง 722 กม
พงศธรOct 29, 2025

All NEW Hyundai SANTA FEเปิดตัว ราคา 1,599,000-1,749,000 บาท
ธนวัฒน์Jul 16, 2025

Hyundaiประกาศเปิดตัวรถรุ่นใหม่วันที่ 15 กรกฎาคม คาดว่า SANTA FE เตรียมวางขายในไทย
พงศธรJun 17, 2025
ดูเพิ่มเติม


ข้อดี
ข้อเสีย