Q
Brio Global NCAP คะแนนคืออะไร
จากผลการทดสอบของโครงการประเมินรถยนต์ใหม่ระดับโลกหรือ Global NCAP ในปี 2019 Honda Brio ได้รับคะแนนศูนย์ดาวในด้านการปกป้องผู้โดยสารที่เป็นผู้ใหญ่และได้สองดาวในด้านการปกป้องผู้โดยสารที่เป็นเด็กซึ่งเป็นผลมาจากมาตรฐานการทดสอบที่เข้มงวดโดยเน้นการประเมินความสามารถในการปกป้องผู้โดยสารจากการชนด้านหน้าจึงยังมีพื้นที่ให้พัฒนาเพิ่มเติมในด้านความปลอดภัยในฐานะที่เป็นรถอีโคคาร์ที่ได้รับความนิยมในตลาดประเทศไทยผู้ขับขี่ Brio ควรให้ความสำคัญกับการขับขี่อย่างปลอดภัยและแนะนำให้ใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารที่เป็นเด็กแม้คะแนนนี้จะไม่สะท้อนถึงประสิทธิภาพของรถในสถานการณ์ใช้งานจริงทั้งหมดแต่ก็เน้นย้ำให้ผู้บริโภคพิจารณาเรื่องความปลอดภัยเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเลือกซื้อรถและควรปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัดไม่ว่าจะใช้รถรุ่นใดก็ตามเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
Brio เป็นรถยนต์ที่มี 3 กระบอกสูบหรือไม่
Brio ไม่ใช่รถยนต์แบบ 3 สูบ รุ่น Honda Brio 1.2 V CVT ปี 2020 ติดตั้งเครื่องยนต์ 4 สูบ จำนวนสูบเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อสมรรถนะของรถยนต์ เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ 3 สูบ เครื่องยนต์ 4 สูบทำงานได้ราบรื่นกว่า เครื่องยนต์ 3 สูบมีลักษณะการทำงานเฉพาะที่อาจก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนมากกว่าและมีช่วงเวลาหยุดนิ่งในรอบทำงาน ขณะที่เครื่องยนต์ 4 สูบใน Brio ให้กำลังสม่ำเสมอและมีความเสถียรมากกว่า ขนาดความจุ 1198 มิลลิลิตรของเครื่องยนต์ 4 สูบช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การจัดวางเช่นนี้ช่วยสร้างสมดุลระหว่างกำลังและความประหยัดน้ำมัน ซึ่งเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน เครื่องยนต์ 4 สูบของ Brio ยังช่วยลดแรงสั่นสะเทือนที่ไม่จำเป็น ทำให้การขับขี่สะดวกสบายยิ่งขึ้น
Q
Honda Brio มีความแข็งแรงอย่างไร
Honda Brio ใช้เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร 4 สูบ แบบดูดอากาศธรรมชาติ ให้กำลังสูงสุด 91 แรงม้า ระบบส่งกำลังจับคู่กับเกียร์ CVT การจัดสรรกำลังเช่นนี้ตอบโจทย์การใช้งานในเมืองได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในสภาพจราจรติดขัดหรือเดินทางบนทางหลวง ก็สามารถให้กำลังที่นุ่มนวลต่อเนื่อง เกียร์ CVT ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ราบรื่น ลดอาการสะดุด เพิ่มความสบายในการขับขี่ แม้กำลังเครื่องยนต์จะไม่สูงเมื่อเทียบกับรถสมรรถนะสูง แต่เพียงพอสำหรับการเดินทางประจำวัน ช็อปปิ้ง หรือทริปสั้นๆ ตัวรถยาว 3640 มม กว้าง 1680 มม สูง 1485 มม และมีฐานล้อ 2345 มม ขนาดกะทัดรัดช่วยให้ขับขี่คล่องตัวในเมือง พร้อมระบบขับเคลื่อนที่รองรับสภาพจราจรได้ดี
Q
วิธีเพิ่มระยะทางที่ Honda Brio สามารถวิ่งได้
หากต้องการเพิ่มระยะทางขับขี่ของ Honda Brio สามารถทำได้หลายด้าน ด้านนิสัยการขับขี่ ควรเร่งและเบรกอย่างนุ่มนวล หลีกเลี่ยงการเหยียบคันเร่งหรือเบรกกระทันหัน คาดการณ์สภาพถนนล่วงหน้า และปล่อยคันเร่งก่อนถึงสัญญาณไฟแดงเพื่อใช้แรงเฉื่อยช่วยประหยัดน้ำมัน ด้านการวางแผนเส้นทาง เลือกใช้ถนนที่สภาพดีและรถไม่หนาแน่น ใช้แอปนำทางหลีกเลี่ยงถนนที่มีงานก่อสร้างหรือชั่วโมงเร่งด่วน เพื่อลดการจราจรติดขัดและการหยุด-สตาร์ทบ่อยๆ ด้านการบำรุงรักษารถยนต์ ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง กรองอากาศ และหัวเทียนตามกำหนด เพื่อรักษาสภาพเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพดี เพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง รักษาความดันลมยางให้อยู่ในเกณฑ์ปกติเพื่อลดแรงเสียดทาน นอกจากนี้ ควรเก็บสิ่งของหนักที่ไม่จำเป็นออกจากรถเพื่อลดน้ำหนักบรรทุก ลดการใช้พลังงาน ช่วยเพิ่มระยะทางขับขี่ของ Honda Brio ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Q
Eco mode ใน Honda Brio คืออะไร
โหมด Eco ของ Honda Brio คือโหมดขับขี่ประหยัดพลังงาน ชื่อเต็มมาจาก Ecology การอนุรักษ์ และ Optimization การเพิ่มประสิทธิภาพ โหมดนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยผู้ขับขี่ประหยัดน้ำมันและลดการปล่อยไอเสีย แบ่งเป็นแบบแอคทีฟและแบบพาสซีฟ แบบแอคทีฟมีปุ่มแยกกดเปิด เมื่อกดแล้วไฟแจ้งเตือนบนหน้าปัดจะสว่าง รถจะปรับการเปิดคันเร่ง ระบบเกียร์ และกำลังแอร์ให้เหมาะสมเพื่อประหยัดน้ำมัน ส่วนแบบพาสซีฟไม่มีปุ่มแยก ไฟแจ้งเตือนบนหน้าปัดจะแสดงขึ้นเพื่อเตือนว่าพฤติกรรมการขับขี่ในขณะนั้นเป็นไปตามการใช้เชื้อเพลิงที่เหมาะสม ในการขับขี่ทั่วไปของ Brio เมื่อเงื่อนไขเหมาะสมจะเปิดใช้งานโหมด Eco ได้ แต่เมื่อขึ้นทางลาด ความเร็วเกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะรถจอดเดินเบา เกียร์อยู่ในตำแหน่ง N หรือ P หรือในโหมดเกียร์มือ โหมดนี้อาจไม่ทำงานหรือไม่ช่วยประหยัดน้ำมัน และอาจลดสมรรถนะเครื่องยนต์ได้
Q
Brio ใช้เครื่องยนต์อะไร
Brio ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร แบบ 4 กระบอกสูบ ระบบ i-VTEC มีกำลังสูงสุด 66 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 110 นิวตันเมตร กำลังเครื่องยนต์เพียงพอต่อการใช้งานในเมือง ทั้งการขับขี่ปกติและการเร่งแซง รถติดตั้งเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างนุ่มนวล มอบความสบายในการขับขี่และประหยัดน้ำมัน ช่วยลดต้นทุนการใช้งาน นอกจากนี้บางรุ่นยังมีเครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตร เป็นทางเลือกเพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานและสมรรถนะที่แตกต่างกันของผู้บริโภค
Q
Honda Brio สามารถหามน้ำหนักได้ประมาณเท่าไหร่
Honda Brio มีน้ำหนักรถเปล่า 937 กิโลกรัม อย่างไรก็ตาม ไม่มีข้อมูลระบุอย่างชัดเจนถึงน้ำหนักบรรทุกสูงสุดของรถ โดยทั่วไปน้ำหนักบรรทุกจะคำนวณจากน้ำหนักรวมรถที่กำหนดไว้ (GVWR) ลบด้วยน้ำหนักรถเปล่า แม้ว่าจะไม่มีข้อมูลน้ำหนักรวมของรถรุ่นนี้ แต่สามารถตรวจสอบได้จากคู่มือผู้ใช้หรือป้ายข้อมูลบนขอบประตูฝั่งคนขับ การทราบน้ำหนักบรรทุกสูงสุดมีความสำคัญอย่างมากเพราะการบรรทุกเกินจะส่งผลต่อการควบคุมรถ ประสิทธิภาพการเบรก และการสึกหรอของยาง รวมถึงเพิ่มความเครียดทางกลต่อระบบช่วงล่างและชิ้นส่วนต่างๆ เมื่อใช้งานบรรทุกผู้โดยสารหรือสินค้า ควรระวังไม่ให้เกินน้ำหนักที่แนะนำเพื่อความปลอดภัยและสมรรถนะสูงสุดของรถ
Q
Honda Brio มีระบบเกียร์อัตโนมัติหรือไม่
Honda Brio มีระบบเกียร์อัตโนมัติ รุ่น 2020 Honda Brio 1.2 V CVT ติดตั้งเกียร์ CVT ซึ่งเป็นระบบเกียร์อัตโนมัติที่เปลี่ยนเกียร์อย่างไร้รอยต่อ มอบประสบการณ์ขับขี่ที่นุ่มนวล ระบบนี้สามารถปรับอัตราทดเกียร์ได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้เครื่องยนต์ทำงานในรอบที่เหมาะสมที่สุด เพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงและสมรรถนะการขับขี่ ด้วยเกียร์ CVT ผู้ขับขี่ไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์ด้วยตนเองเหมือนเกียร์ธรรมดา ทำให้การขับขี่สะดวกขึ้นโดยเฉพาะในสภาพจราจรติดขัด นอกจากความนุ่มนวลแล้ว ระบบ CVT ของ Honda Brio ยังช่วยให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ประกาศอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 4.1 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการความสะดวกและประหยัดน้ำมัน
Q
Honda Brio ถูกผลิตที่ไหน
Honda Brio ผลิตในประเทศไทย ประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ครบวงจร ระบบซัพพลายเชนที่มีประสิทธิภาพ และแรงงานฝีมือจำนวนมาก ซึ่งดึงดูดแบรนด์รถยนต์ระดับโลกให้มาตั้งโรงงาน เช่น Honda จังหวัดระยองได้รับสมญานามว่าเป็นดีทรอยต์แห่งตะวันออก มีบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำอย่าง Ford Toyota และ Honda ตั้งฐานการผลิตอยู่ที่นี่ การผลิตในประเทศไทยช่วยลดต้นทุนการผลิตด้วยการใช้ทรัพยากรและเงื่อนไขท้องถิ่น รวมถึงเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงตลาดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Honda Brio ซึ่งเป็นรถยนต์สำหรับตลาดในประเทศและประเทศใกล้เคียง การผลิตในไทยช่วยให้ตอบสนองความต้องการของตลาดได้รวดเร็วและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของสินค้า
Q
Honda Brio มีระบบส่งกำลัง CVT หรือไม่
Honda Brio ติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT รุ่น 2020 Honda Brio 1.2 V CVT ใช้เกียร์ CVT ที่มีชื่อเสียงด้านการเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวลและต่อเนื่อง มอบประสบการณ์ขับขี่ที่สบาย ระบบนี้สามารถปรับอัตราทดเกียร์อย่างต่อเนื่องตามสภาพการขับขี่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์ ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดน้ำมันตามข้อมูลทางการที่ 4.1 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร แต่ยังเพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่ ในการใช้งานจริงเกียร์ CVT ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานในช่วงประสิทธิภาพสูงบ่อยขึ้น ลดการทำงานเกินความจำเป็นและการสึกหรอ ทำให้ระบบเกียร์ CVT ของ Honda Brio เป็นจุดเด่นที่ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าและความน่าสนใจแก่ผู้ขับขี่
Q
Brio เครื่องยนต์มีกำลังอยู่ที่เท่าไหร่
เครื่องยนต์ของ Brio มีความจุ 1198 มิลลิลิตร หรือเรียกสั้นว่า 1.2 ลิตร มีจำนวน 4 กระบอกสูบ แต่กำลังเครื่องยนต์ทั้งในหน่วยแรงม้าและกิโลวัตต์ไม่ได้ระบุอย่างชัดเจน โดยทั่วไปกำลังเครื่องยนต์ของรุ่นต่างๆ จะมีความแตกต่างกัน เครื่องยนต์แบบธรรมชาติขนาด 1.2 ลิตร มักมีแรงม้าในช่วงประมาณ 80 ถึง 120 แรงม้า หรือประมาณ 60 ถึง 90 กิโลวัตต์ กำลังเครื่องยนต์ส่งผลต่อสมรรถนะของรถ ยิ่งมีกำลังมาก รถจะมีประสิทธิภาพในการเร่งและขึ้นทางลาดชันที่ดีกว่า ส่งผลให้ประสบการณ์ขับขี่แตกต่างกัน การเข้าใจเรื่องกำลังเครื่องยนต์จึงสำคัญต่อการเลือกซื้อรถให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละคน
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
ฉันยังสามารถวิ่งได้อีกกี่กิโลเมตรเมื่อไม่มีน้ำมันเหลืออยู่?
เมื่อไฟเตือนปริมาณน้ำมันรถสว่างขึ้น โดยปกติจะเหลือน้ำมันประมาณ 5 ถึง 10 ลิตรในถัง ระยะทางที่ขับต่อได้ขึ้นอยู่กับรุ่นรถ สภาพถนน ขนาดเครื่องยนต์ และพฤติกรรมการขับขี่ รถแต่ละรุ่นจะมีปริมาณน้ำมันที่เหลือต่างกัน โดยทั่วไปรถขับเคลื่อนล้อหน้าจะเหลือน้ำมันประมาณ 7 ลิตร ส่วนรถขับเคลื่อนสี่ล้อจะเหลือประมาณ 5 ลิตร ในด้านสภาพถนน การขับบนทางหลวงจะสามารถขับต่อได้ประมาณ 120 ถึง 160 กิโลเมตร ในสภาพถนนทั่วไปจะอยู่ที่ 80 ถึง 120 กิโลเมตร ส่วนในสภาพการจราจรติดขัดจะลดลงเหลือเพียง 30 ถึง 60 กิโลเมตร ขนาดเครื่องยนต์ก็ส่งผลต่อประสิทธิภาพการใช้น้ำมัน โดยรถที่มีขนาดเครื่องยนต์ 1.3 ถึง 1.8 ลิตร จะมีอัตราเร็วที่ประหยัดน้ำมันที่สุดที่ 45 ถึง 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนรถเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร (แรงม้าสูง) จะประหยัดน้ำมันที่สุดที่ความเร็ว 55 ถึง 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การรักษาความเร็วที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มระยะทางขับขี่ได้ หากมาตรวัดน้ำมันแสดงค่า 0 ทางทฤษฎียังสามารถขับต่อไปได้อีก 20 ถึง 50 กิโลเมตร แต่ไม่แนะนำให้ทำเช่นนั้น เนื่องจากการขับขี่ด้วยปริมาณน้ำมันน้อยเป็นเวลานานอาจทำให้ปั๊มน้ำมันและเซ็นเซอร์วัดปริมาณน้ำมันเสียหายได้ จึงแนะนำให้เจ้าของรถไม่ควรรอจนกว่าไฟเตือนจะสว่างจึงเติมน้ำมัน แต่ควรศึกษาปริมาณน้ำมันที่เหลือของรถจากคู่มือการใช้รถ และควรวางแผนการเติมน้ำมันล่วงหน้าในการขับขี่ประจำวัน เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่และรักษาสภาพรถให้ดีอยู่เสมอ
Q
"น้ำมันที่เหลืออยู่ใน 1 ไลน์มีอยู่กี่ลิตร?"
การคำนวณปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่เหลือในสายการผลิตต้องพิจารณาจากความจุถังน้ำมัน ค่าที่แสดงบนมาตรวัด และข้อมูลการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงล่าสุด ตัวอย่างเช่นรถที่มีความจุถังน้ำมัน 50 ลิตร หากมาตรวัดแสดงว่ามีน้ำมันเหลือ 1/4 และอัตราการใช้น้ำมันล่าสุดอยู่ที่ 8 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ปริมาณน้ำมันที่เหลือจะอยู่ที่ประมาณ 12.5 ลิตร แต่ค่าจริงอาจแตกต่างไปบ้างขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่ การใช้เครื่องปรับอากาศ หรือสภาพการจราจรที่ติดขัดในกรุงเทพฯ แนะนำให้ตรวจสอบมาตรวัดน้ำมันเป็นประจำ ก่อนเดินทางไกลสามารถใช้คอมพิวเตอร์ในรถเพื่อประเมินระยะทางที่เหลือได้ รถบางรุ่น尤其是แบบไฮบริดอาจแสดงข้อมูลการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงรวมเมื่อมีการใช้พลังงานไฟฟ้าร่วมด้วย ปั๊มน้ำมันในไทยมีให้บริการอย่างหนาแน่น ยี่ห้อที่พบเห็นบ่อยเช่น PTT หรือบางจาก ซึ่งเปิดบริการ 24 ชั่วโมง ชำระเงินได้ทั้งแบบสดและผ่านแอปพลิเคชัน QR Code ควรสังเกตว่าการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเลขออกเทนต่างกัน (เช่น 91/95/E20) อาจส่งผลต่อสมรรถนะของเครื่องยนต์ หากไฟเตือนระดับน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้น ควรเติมน้ำมันทันทีเพื่อป้องกันความเสียหายจากความร้อนสูงต่อปั๊มน้ำมัน
Q
คุณสามารถขับรถได้กี่กิโลเมตรด้วยน้ำมันเบนซิน 95%?
การที่รถจะวิ่งได้กี่กิโลเมตรเมื่อใช้แก๊สโซฮอล์ 95 นั้นขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันและความจุถังน้ำมันของรถ โดยทั่วไปรถเก๋งทั่วไปจะมีถังน้ำมันขนาด 40-60 ลิตร และสิ้นเปลืองน้ำมันประมาณ 6-8 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ดังนั้นเมื่อเติมแก๊สโซฮอล์ 95 เต็มถังก็จะวิ่งได้ประมาณ 500-800 กิโลเมตร แต่ว่าระยะทางจริงจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่ สภาพถนน และการดูแลรักษารถด้วย เช่น การขับในกรุงเทพฯ ที่ต้องเร่งและหยุดบ่อยๆ จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น ในขณะที่การขับด้วยความเร็วคงที่บนทางด่วนจะช่วยประหยัดน้ำมันได้มากกว่า ข้อสำคัญคือแก๊สโซฮอล์ 95 มีค่าออกเทนสูงกว่า 91 จึงช่วยป้องกันการน็อคของเครื่องยนต์ได้ดีกว่า โดยเฉพาะกับรถที่ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบหรือเครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูง การใช้น้ำมันที่มีค่าออกเทนเหมาะสมเป็นประจำจะช่วยรักษาความสะอาดและสมรรถนะของเครื่องยนต์ แนะนำให้เจ้าของรถศึกษาคู่มือรถเพื่อดูค่าออกเทนที่ผู้ผลิตแนะนำ และควรบำรุงรักษาระบบน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันและทำความสะอาดหัวฉีด เพื่อให้รถมีประสิทธิภาพการใช้น้ำมันที่ดีที่สุดและวิ่งได้ไกลที่สุด
Q
"รถวีโก้สามารถวิ่งได้กี่กิโลเมตรต่อ 1 ลิตรของน้ำมันเบนซิน?"
ประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงของรถยนต์รุ่น Vigo นั้นจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับขนาดเครื่องยนต์ ระบบขับเคลื่อน (เช่น ขับเคลื่อนสองล้อหรือสี่ล้อ) และสภาพการขับขี่จริง โดยทั่วไปแล้วรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.4L หรือ 2.8L จะสามารถวิ่งได้ประมาณ 10-12 กิโลเมตรต่อลิตรเมื่อขับในเมือง และอาจสูงถึง 13-15 กิโลเมตรต่อลิตรเมื่อขับบนทางหลวง แต่ตัวเลขจริงอาจเปลี่ยนแปลงได้จากปัจจัยต่างๆ เช่น น้ำหนักบรรทุก การใช้เครื่องปรับอากาศ และพฤติกรรมการขับขี่ เพื่อให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น แนะนำให้บริการรักษารถอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเปลี่ยนไส้กรองอากาศและน้ำมันเครื่อง รักษาความดันลมยางให้ได้มาตรฐาน รวมถึงหลีกเลี่ยงการเร่งหรือเบรกกระทันหัน นอกจากนี้การเลือกใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเสริมที่เหมาะสมก็สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ได้ ปัจจุบันรถปิคอัพหลายรุ่นรวมถึง Vigo ได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีประหยัดพลังงานอัจฉริยะ เช่น ระบบ Start-Stop อัตโนมัติและยางแบบลดแรงต้านทาน ซึ่งช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบข้อมูลการใช้น้ำมันแบบเรียลไทม์ผ่านคอมพิวเตอร์ในรถ และปรับเปลี่ยนสไตล์การขับขี่เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงที่ดีที่สุด
Q
“รถยนต์ Yaris ATIV สามารถวิ่งได้กี่กิโลเมตรต่อการใช้น้ำมันเบนซิน 1 ลิตร?”
รุ่นยาริส เอทีอีวี (Yaris ATIV) มีประสิทธิภาพการสิ้นเปลืองน้ำมันแตกต่างกันไปตามรุ่นระบบขับเคลื่อน โดยในรุ่นไฮบริด สำหรับรุ่นไฮบริดปกติจะมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ 26.3 กิโลเมตร/ลิตร ภายใต้เงื่อนไขการทดสอบ WLTP ส่วนรุ่นพรีเมียมสามารถทำได้ดีกว่าที่ 29.4 กิโลเมตร/ลิตร สำหรับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยประมาณ 23.3 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ข้อมูลการสิ้นเปลืองน้ำมันทั้งหมดนี้มาจากเงื่อนไขการทดสอบของทางโรงงาน ในทางปฏิบัติอาจมีความแตกต่างบ้างเนื่องจากปัจจัยต่างๆ เช่น พฤติกรรมการขับขี่ สภาพถนน เป็นต้น รุ่นไฮบริดมาพร้อมกับระบบไฮบริดเต็มรูปแบบขนาด 1.5 ลิตร ที่ให้กำลังรวม 111 แรงม้า ซึ่งนอกจากจะรักษาประสิทธิภาพการขับเคลื่อนแล้ว ยังมีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น การเดินทางในเมือง
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

Honda Brio ราคาถูก แต่คนไทยคิดว่าไม่น่าซื้อ?
LienJun 21, 2024

Honda ในประเทศจีนมีโรงงานสามแห่งที่ยังคงหยุดการผลิตเป็นเวลาสองสัปดาห์เนื่องจากการขาดแคลนชิป
LienJan 6, 2026

2026 Honda Jazz มีการเปิดตัวรุ่นปรับโฉมเล็กน้อยในตลาดจีน โดยใช้การออกแบบด้านหน้ารูปแบบใหม่
ณัฐวุฒิDec 25, 2025

ตารางผ่อน Honda Accord ดาวน์ 15% ขั้นต่ำ 15,xxx บาทต่องวด
Kevin WongDec 1, 2025

เมื่อเปรียบเทียบ Honda City Hatchback กับ BYD Dolphin ควรเลือกอะไรสำหรับการเดินทางระยะสั้น?
ณัฐวุฒิNov 24, 2025
ดูเพิ่มเติม


รุ่นรถ
ข้อดี
ข้อเสีย