Q

ราคาของ Fortuner กับ Pajero Sport ต่างกันเท่าไหร่?

ในตลาดไทย Toyota Fortuner และ Mitsubishi Pajero Sport เป็น SUV ระดับกลางที่ได้รับความนิยมสูงทั้งคู่ ราคาของทั้งสองรุ่นใกล้เคียงกันขึ้นอยู่กับระดับเครื่องและโปรโมชั่น โดย Fortuner เริ่มต้นที่ประมาณ 1.4 ล้านบาท ส่วน Pajero Sport เริ่มต้นที่ 1.3 ล้านบาท รุ่นท็อปอาจสูงถึง 1.7-1.8 ล้านบาท แต่แนะนำให้สอบถามตัวแทนจำหน่ายท้องถิ่นเพื่อขอราคาล่าสุด ทั้งสองรุ่นมีความสามารถออฟโรดโดดเด่นและพื้นที่ภายในกว้างขวาง เหมาะกับสภาพถนนไทยและความต้องการของครอบครัว Fortuner ได้ชื่อเรื่องระบบขับเคลื่อนที่เชื่อถือได้และอัตราคงมูลค่าสูง ขณะที่ Pajero Sport โดดเด่นด้วยระบบ Super Select 4WD และระบบช่วงล่างที่ปรับแต่งมาเพื่อความนุ่มสบาย การเลือกซื้อในไทยยังต้องคำนึงถึงบริการหลังการขายและค่าบำรุงรักษาด้วย ซึ่งทั้งโตโยต้าและมิตซูบิชีมีเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศพร้อมให้บริการอย่างครบครัน นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังมีนโยบายลดภาษีสำหรับรถรุ่น Eco หากเลือกรุ่นไฮบริดหรือดีเซลจะช่วยลดต้นทุนได้ แนะนำให้ทดลองขับและเลือกตามความชอบส่วนตัวกับความต้องการจริงๆ จะดีที่สุด
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
รถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ปี 2020 มีซันรูฟหรือไม่?
Toyota Fortuner 2020 ในตลาดไทยมีออปชั่นต่างกันตามรุ่น รุ่นสูงเช่น 28 ลิตร VRZ และ Legender ติดตั้งหลังคาซันรูฟไฟฟ้า ส่วนรุ่นเริ่มต้นเช่น 24 ลิตร และ 28 ลิตรมาตรฐานไม่มีฟังก์ชันนี้ ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบรายการอุปกรณ์กับดีลเลอร์ได้ หลังคาซันรูฟช่วยเพิ่มแสงสว่างและการระบายอากาศภายในรถในสภาพอากาศร้อนของไทย แต่ควรระวังการโดนแดดจัดอาจเพิ่มภาระแอร์ แนะนำใช้ร่วมกับผ้าม่านกันแดด Fortuner เป็น SUV 7 ที่นั่งขายดีในไทย ออกแบบให้เหมาะกับความต้องการท้องถิ่น เช่น ช่วงล่างสูงรองรับถนนหลายประเภท เครื่องดีเซลให้ทั้งกำลังและความประหยัดน้ำมัน ทำให้เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับครอบครัวและการเดินทางระยะไกล
Q
รถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ปี 2020 มีระบบควบคุมความเร็ว巡航หรือไม่
Toyota Fortuner 2020 ในตลาดไทยมาพร้อมระบบควบคุมความเร็วคงที่ Cruise Control รุ่นสูงเช่น 28 ลิตรเทอร์โบดีเซล Legender และรุ่น 4WD จะติดตั้งเป็นมาตรฐาน ช่วยให้ผู้ขับรักษาความเร็วคงที่บนทางหลวงหรือเดินทางไกล ลดความเมื่อยล้าขณะขับ การใช้งานเหมาะกับภูมิประเทศภูเขาและถนนระหว่างเมืองที่พลุกพล่าน เช่น การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ รุ่นเริ่มต้นเช่น 24 ลิตรดีเซลอาจไม่มีฟังก์ชันนี้ แนะนำตรวจสอบตารางอุปกรณ์ในเว็บไซต์ Toyota Thailand หรือติดต่อดีลเลอร์ ระบบ Cruise Control ของ Toyota ใช้งานง่าย ตั้งค่าความเร็วได้จากปุ่มด้านขวาพวงมาลัยและปรับความเร็วอัตโนมัติเมื่อขึ้นลงทางลาด หากรถมีฟังก์ชันแต่ไม่ทราบวิธีใช้ สามารถดูคู่มือหรือสอบถามศูนย์บริการ Toyota ในไทยซึ่งมีบริการเป็นภาษาไทยเพื่อแนะนำการใช้งาน
Q
2020 โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ เปรียบเทียบกับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ อย่างไร
รถโฟร์จูนเนอร์ปี 2020 ของโตโยต้าและฟอร์ดเอเวอเรสต์เป็น SUV ขนาดกลางที่ขายดีในตลาดไทย แต่ละคันมีจุดเด่นต่างกัน โฟร์จูนเนอร์ขึ้นชื่อในเรื่องความทนทานและการบำรุงรักษาที่ไม่แพง เหมาะกับสภาพถนนหลากหลายในไทย โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตรที่สมดุลทั้งพลังและประหยัดน้ำมัน แถมเครือข่ายบริการหลังการขายของโตโยต้าในไทยก็ครอบคลุม ทำให้ซ่อมบำรุงสะดวก ส่วนเอเวอเรสต์จะเน้นความสบายและเทคโนโลยีมากกว่า ด้วยเครื่องดีเซลเทอร์โบคู่ 2.0 ลิตรที่แรงกว่า ภายในห้องโดยสารออกแบบโมเดิร์น พร้อมระบบความบันเทิง SYNC 3 เหมาะกับคนชอบเทคโนโลยี ทั้งสองรุ่นมีพื้นที่กว้างขวาง แต่เก้าอี้แถวสามของโฟร์จูนเนอร์เหมาะกับการนั่งระยะสั้นกว่า ในขณะที่ระบบช่วงล่างของเอเวอเรสต์ปรับให้เน้นความสบาย เหมาะสำหรับเดินทางไกล ในไทย โฟร์จูนเนอร์มักจะรักษามูลค่าได้ดีกว่าเพราะความนิยมของโตโยต้า ส่วนเอเวอเรสต์จะดึงจุดแข็งในเรื่องอุปกรณ์และประสบการณ์การขับ ถ้าคุณเน้นความมั่นใจและราคาขายต่อ โฟร์จูนเนอร์คือตัวเลือกที่ดีกว่า แต่ถ้าชอบเทคโนโลยีและการขับขี่สนุก เอเวอเรสต์ก็น่าสนใจ นอกจากนี้สภาพอากาศไทยที่ร้อนชื้นยังต้องการระบบแอร์และป้องกันสนิมที่ดี ซึ่งทั้งสองรุ่นทำได้ดี แต่ควรบำรุงรักษาเป็นประจำเพื่อยืดอายุการใช้งาน
Q
การรับประกันของ Toyota Fortuner ปี 2020 คืออะไร?
นโยบายการรับประกันของ Toyota Fortuner 2020 ในตลาดไทยโดยทั่วไปให้การรับประกันพื้นฐาน 3 ปี หรือ 100000 กม แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน สำหรับระบบขับเคลื่อนอาจมีการรับประกันนานกว่า รายละเอียดขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นหรือแผนพิเศษของดีลเลอร์ แนะนำให้ตรวจสอบกับตัวแทนจำหน่าย Toyota ในพื้นที่ก่อนซื้อ เครือข่ายบริการหลังการขายของ Toyota ครอบคลุมในไทย รวมถึงเมืองใหญ่เช่น กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ มีศูนย์บริการมืออาชีพพร้อมอะไหล่แท้และทีมช่างเฉพาะทาง ควรสังเกตว่าสภาพอากาศร้อนชื้นของไทยทำให้การบำรุงรักษารถมีความสำคัญสูง แนะนำให้ผู้ใช้ปฏิบัติตามคู่มือบำรุงรักษาอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะระบบระบายความร้อน ระบบปรับอากาศ และการเคลือบกันสนิมใต้ท้องรถ แม้จะไม่รวมในการรับประกัน แต่ส่งผลโดยตรงต่อความทนทานระยะยาว หากซื้อรถมือสองรับรองคุณภาพ บางดีลเลอร์อาจมีบริการขยายการรับประกันแบบเสียค่าใช้จ่าย เพิ่มความมั่นใจในการใช้งาน ผู้ใช้ควรติดตามกิจกรรมตรวจเช็คฟรีตามฤดูกาลที่ประกาศในเว็บไซต์ Toyota Thailand ซึ่งครอบคลุมการตรวจแบตเตอรี่ ยาง และชิ้นส่วนสึกหรอง่าย ช่วยให้พบปัญหาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก
Q
มีการเรียกคืนรถ Toyota Fortuner รุ่นปี 2020 หรือไม่?
จากข้อมูลสาธารณะในตลาดไทย รุ่น Toyota Fortuner ปี 2020 ไม่เคยมีการประกาศเรียกคืนครั้งใหญ่ในประเทศไทย อย่างไรก็ตามแนะนำให้เจ้าของรถตรวจสอบหมายเลข VIN ผ่านเว็บไซต์ทางการของโตโยต้าไทยหรือตัวแทนจำหน่ายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อยืนยันว่ามีการอัปเกรดเทคนิคหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนเฉพาะรายรถหรือไม่ ในฐานะหนึ่งใน SUV ยอดนิยมของไทย Fortuner มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.8L และสมรรถนะออฟโรดที่โดดเด่น เหมาะกับสภาพพื้นที่หลากหลายของไทย เจ้าของรถควรปฏิบัติตามคู่มือการบำรุงรักษาที่กำหนดไว้ทุก 20,000 กิโลเมตร โดยเฉพาะการทำความสะอาด Diesel Particulate Filter (DPF) ซึ่งสำคัญมากในสภาพอากาศร้อนและมีฝุ่นของประเทศไทย หากพบว่าไฟเตือนบนแผงหน้าปัดแสดงขึ้นหรือมีอาการผิดปกติใดๆ ควรติดต่อศูนย์บริการโตโยต้าทั้ง 89 แห่งทั่วไทยเพื่อตรวจสอบอย่างมืออาชีพ โตโยต้าไทยยังมีบริการตรวจสุขภาพรถฟรี โดยสามารถจองผ่านแอป Toyota Connect ที่สำคัญ กรมการขนส่งทางบกไทยกำหนดให้ข้อมูลการเรียกคืนทั้งหมดต้องประกาศบนเว็บไซต์ทางการ ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบข้อมูลล่าสุดได้ตลอดเวลาเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่
Q
ระบบเบรกของ Toyota Fortuner รุ่นปี 2020 คืออะไร
Toyota Fortuner 2020 ในตลาดไทยมาพร้อมระบบเบรกที่ทันสมัยและเชื่อถือได้ ใช้เบรกหน้าแบบดิสก์มีระบายความร้อนและเบรกหลังแบบดิสก์ตัน การออกแบบนี้ช่วยลดความร้อนสะสมขณะเบรกบนถนนร้อนและภูเขาในไทย เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ มาตรฐานมาพร้อมระบบ ABS EBD และ BA ช่วยให้แรงเบรกคงที่แม้ในสภาพบรรทุกต่างกัน นอกจากนี้ยังมีระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชันและควบคุมความเร็วลงทางลาดชัน เหมาะกับพื้นที่ภูเขาภาคเหนือและถนนลื่นในฤดูฝน แนะนำให้ผู้ใช้ตรวจสอบความหนาผ้าเบรกและสภาพน้ำมันเบรกอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการขับในเมืองจราจรติดขัดหรือเดินทางไกล เนื่องจากสภาพอากาศชื้นอาจเร่งการสึกหรอ ควรเปลี่ยนน้ำมันเบรกทุก 2 ปีหรือทุก 40000 กม สำหรับผู้ขับบนพื้นที่ภูเขาเช่น เชียงใหม่ หรือโคราช อาจพิจารณาอัพเกรดผ้าเบรกสมรรถนะสูงเพื่อรองรับการลงเขาติดต่อกัน แต่ควรใช้ชิ้นส่วนแท้หรือผ่านการรับรองเพื่อให้เข้ากันได้กับระบบเดิม
Q
รถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ปี 2020 มีตัวเลือกเครื่องยนต์ดีเซลหรือไม่?
ใช่ Toyota Fortuner 2020 ในตลาดไทยมีรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล ใช้เครื่องยนต์ 28 ลิตร 1GD FTV เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 224 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 550 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด เครื่องยนต์นี้มีความประหยัดน้ำมันและแรงบิดสูงที่รอบต่ำ เหมาะกับภูมิประเทศภูเขาและการขับระยะไกลในไทย นอกจากนี้รุ่นดีเซลยังติดตั้งเทคโนโลยี Toyota Clean Diesel ปฏิบัติตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมของไทย รถดีเซลได้รับความนิยมเพราะน้ำมันราคาถูกและกำลังเครื่องยนต์สูง เหมาะกับผู้ที่ขนสัมภาระหรือขับบนถนนซับซ้อน Fortuner เป็น SUV ขนาดกลางที่โดดเด่นด้วยสมรรถนะเชื่อถือได้ พื้นที่โดยสารกว้าง และความทนทานต่อสภาพอากาศไทย เป็นตัวเลือกยอดนิยมของครอบครัวและผู้ใช้ธุรกิจ แนะนำให้ทดลองขับที่ตัวแทนจำหน่ายเพื่อสัมผัสสมรรถนะและความสะดวกสบายจริง
Q
2020 Toyota Fortuner เปรียบเทียบกับ Toyota Hilux อย่างไร
รถโฟร์จูนเนอร์ 2020 และฮีลักซ์ของโตโยต้าถูกพัฒนาบนแพลตฟอร์ม IMV เดียวกัน แบ่งปันเครื่องยนต์ดีเซล 2.4L และ 2.8L พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด แต่จุดเด่นและการใช้งานต่างกันชัดเจน โฟร์จูนเนอร์เป็น SUV 7 ที่นั่งที่เน้นความสบายสำหรับครอบครัว ติดตั้งแอร์โซนคู่ เก้าอี้หนัง และระบบช่วงล่างที่ปรับแต่งมาอย่างดี เหมาะกับการเดินทางไกลในไทย ส่วนฮีลักซ์เป็นรถปิคอัพใช้งานจริง โครงหลังใช้สปริงใบเหล็ก ขนส่งน้ำหนักได้ถึง 1 ตัน เหมาะกับเกษตรกรหรือผู้รับเหมาก่อสร้าง ในสภาพอากาศเมืองไทยที่ฝนชุก ทั้งคู่มาพร้อมระบบ ESC และระบบช่วยบนทางลาดชัน แต่โฟร์จูนเนอร์มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเต็มเวลาที่ให้ความมั่นคงกว่าในพื้นที่ภูเขา ต้องบอกว่าในตลาดไทยมีฮีลักซ์ Prerunner รุ่นพิเศษที่ขับเคลื่อนล้อหลัง ประหยัดน้ำมันกว่าโฟร์จูนเนอร์ประมาณ 10% ส่วนโฟร์จูนเนอร์สามารถพับเบาะแถวสามให้เรียบเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของ เหมาะกับทริปวันหยุดยาวของครอบครัวคนไทย ทั้งสองรุ่นผ่านมาตรฐานสิ่งแวดล้อมของไทย แต่โฟร์จูนเนอร์มีการกันเสียงที่ดีกว่า เหมาะกับสภาพการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ
Q
ระบบช่วงล่างของ Toyota Fortuner ปี 2020 คืออะไร
รถโฟร์จูนเนอร์รุ่นปี 2020 ที่วางขายในตลาดไทยมาพร้อมกับระบบช่วงล่างหน้าแบบ Double Wishbone อิสระและหลังแบบ Solid Axle คู่กับระบบสปริงใบ 4 ลิงก์ ซึ่งเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความนุ่มสบายบนถนนลาดยางกับความทนทานบนเส้นทางออฟโรด เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศแบบไทยๆ ที่มีความหลากหลาย ทั้งการใช้งานในเมืองหรือแม้แต่เส้นทางลูกรังแถบภาคเหนือก็ขับเคลื่อนได้อย่างมั่นใจ รุ่นท็อปบางรุ่นยังมีระบบช่วงล่างอัจฉริยะ KDSS ที่สามารถปรับแรงดึงหน่วงแบบเรียลไทม์ผ่านเซ็นเซอร์ ช่วยเพิ่มความมั่นคงเมื่อเข้าโค้งความเร็วสูงและเพิ่มการยึดเกาะของยางบนถนนขรุขระ สิ่งที่ควรระวังสำหรับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทยคือความเสื่อมสภาพของยางบูชและโช้ค ซึ่งโฟร์จูนเนอร์ออกแบบมาเพื่อรับมือโดยเฉพาะ ด้วยการป้องกันสนิมและเพิ่มความทนทานต่อสภาพแวดล้อมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับคนที่ต้องขับทั้งในกรุงเทพฯ ที่รถติดหนักและเส้นทางชนบท ระบบช่วงล่างของโฟร์จูนเนอร์ให้ความสมดุลระหว่างการลดแรงสั่นสะเทือนและความสามารถในการรับน้ำหนักได้ดี แถมยังมีความสูงช่วงท้องรถ 220 มม. ที่เหนือกว่ารถ SUV ในระดับเดียวกัน พร้อมด้วยล้อขนาด 17 นิ้วและยางหนาแบบมาตรฐานที่ติดตั้งมาให้เฉพาะรุ่นไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่บนทุกสภาพถนนได้อย่างเต็มที่
Q
ความจุถังน้ำมันของ Toyota Fortuner ปี 2020 คือเท่าไร
Toyota Fortuner 2020 ในตลาดไทยมีความจุถังน้ำมัน 80 ลิตร ออกแบบมาเพื่อรองรับการขับขี่ระยะไกลและสภาพถนนหลากหลาย เช่น การเดินทางข้ามจังหวัดจากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ หรือการขับบนถนนภูเขาภาคอีสาน ถังน้ำมันขนาดใหญ่ช่วยลดความถี่ในการเติมน้ำมัน รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 28 ลิตร ทำงานร่วมกับถังน้ำมัน 80 ลิตร ทำให้ระยะทางวิ่งต่อถังได้ประมาณ 800 1000 กิโลเมตร เหมาะกับการขับเที่ยวแบบครอบครัวหรือเดินทางธุรกิจในไทย ควรสังเกตว่าปั๊มน้ำมันในไทยส่วนใหญ่มีน้ำมันไบโอดีเซล B7 และ B20 ซึ่ง Fortuner รองรับได้เต็มรูปแบบ ผู้ใช้สามารถเลือกตามความต้องการและราคาน้ำมัน ในการใช้งานประจำวันควรเติมน้ำมันให้มากกว่า ¼ ของถังเพื่อป้องกันปั๊มร้อนในสภาพอากาศร้อน และวางแผนการเติมน้ำมันล่วงหน้าในพื้นที่ห่างไกล SUV ในกลุ่มเดียวกันเช่น Isuzu MU X มีถังน้ำมัน 65 ลิตร ทำให้ Fortuner ได้เปรียบด้านระยะทางวิ่งต่อถัง แต่การใช้งานจริงยังขึ้นกับการใช้แอร์และสภาพจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ แนะนำให้ผู้ขับขี่ตรวจสอบอัตราสิ้นเปลืองจากคอมพิวเตอร์ในรถแบบเรียลไทม์
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

ดีไซน์ภายนอกและภายในที่สง่างาม ภายนอกมีรูปลักษณ์ใหม่ พร้อมกับไฟ LED Bi-beam, ไฟ LED สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน, กระจังหน้าใหม่ ภายในคันขับสามารถปรับได้ด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง
ระบบความปลอดภัยที่หลากหลาย ครอบคลุมระบบความปลอดภัยพื้นฐาน, ระบบป้องกันการชนก่อนเกิด, ระบบควบคุมอัตโนมัติและลดความเร็ว, ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน
อุปกรณ์ภายในรถสามารถทำให้คุณตัวสบาย รวมถึงแผงควบคุม New Optitron ขนาด 4.2 นิ้ว, หน้าจอแสดงผลข้อมูล MID, ไฟอารมณ์

ข้อเสีย

ราคาสูง ราคารถรุ่นที่มีสเปคสูงถึง 1,839,000 บาท ใกล้กับ 2 ล้านบาท ทั้งนี้เมื่อเทียบกับ Mazda CX-8 2.2 XDL (1,899,000 บาท) ความสะดวกสบายในการขับขี่อาจจะไม่ดีเท่า
แม้จะมีการพัฒนาในด้านพลังงาน แต่ยังไม่เท่ากับคู่แข่ง แถมยังเลยอยู่เบื้องหลัง Ford Everest 2.0 Bi-Turbo (213 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร)

Q&A ล่าสุด

Q
มีรุ่นรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ (4-wheel drive) อะไรบ้าง?
ในตลาดท้องถิ่น รถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) มีให้เลือกหลากหลายแบรนด์และกลุ่มการใช้งาน Toyota Fortuner เป็นรถ SUV สมรรถนะสูงที่ใช้แชสซีของรถกระบะ มาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ Dual-Drive ที่สามารถสลับระหว่างขับเคลื่อนสองล้อ ขับเคลื่อนสี่ล้อ และขับเคลื่อนสี่ล้อเกียร์ต่ำ เหมาะสำหรับการรับมือกับสภาพถนนที่ซับซ้อน Toyota C-HR รุ่นไฮบริด 2.5 ลิตร มีตัวเลือกขับเคลื่อนสี่ล้อ ตอบโจทย์ทั้งการขับขี่ในเมืองและการขับขี่แบบออฟโรดเบาๆ Ford Everest ก็เป็นรถ SUV ขับเคลื่อนสี่ล้อสมรรถนะสูงเช่นกัน สร้างบนแชสซีของรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ นอกจากนี้ Denza D9 ยังมีรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อที่คงไว้ซึ่งความสะดวกสบายของรถ MPV ในขณะที่เพิ่มความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรดในสภาพที่ซับซ้อน WEY G9 Hi4 ใช้ระบบปลั๊กอินไฮบริดขับเคลื่อนสี่ล้อ ให้กำลังขับสูงและระยะทางที่ยอดเยี่ยม และ Tank 300 ซึ่งเป็นรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อสมรรถนะสูงอีกรุ่นหนึ่ง ก็ได้รับความสนใจในตลาดท้องถิ่นเช่นกัน รถยนต์รุ่นต่างๆ เหล่านี้ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์ออฟโรดสมรรถนะสูง รถ SUV สำหรับใช้งานในเมือง ไปจนถึงรถ MPV ระดับไฮเอนด์ เพื่อตอบสนองความต้องการด้านระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่หลากหลายของผู้บริโภค
Q
รุ่นของรถยนต์ 4WD มีอะไรบ้าง?
ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยมีรถขับเคลื่อนสี่ล้อให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่รถออฟโรดสมรรถนะสูง รถไฮบริด และรถพลังงานใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน ในกลุ่มรถออฟโรดสมรรถนะสูงนั้น Toyota Fortuner 3.0T ดีเซล 4WD, Isuzu MU-X 3.0 ดีเซล 4WD, Chevrolet Blazer 2.8 ดีเซล 4WD และ Mitsubishi Pajero 2.5GT ดีเซล 4WD เป็นรุ่น 7 ที่นั่งที่ได้รับความนิยมและบำรุงรักษาง่าย Suzuki Jimny รุ่นออฟโรดมาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบพาร์ทไทม์และโครงสร้างตัวถังแบบเฟรม ทำให้เหมาะสำหรับการผจญภัยกลางแจ้ง Nissan Terra ใช้โครงสร้างตัวถังแบบเฟรมและโหมดขับเคลื่อนสี่ล้อความเร็วต่ำ ให้ความสามารถในการขยายแรงบิดที่ดีเยี่ยม ส่วน Nissan Patrol มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบฟูลไทม์และระบบล็อกเฟืองท้าย ทำให้มีสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดที่แข็งแกร่งในสภาวะสุดขั้ว สำหรับรถยนต์ไฮบริดและขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้า Nissan X-Trail e-POWER e-4ORCE โดดเด่นด้วยระบบไฮบริดแบบอนุกรมและเทคโนโลยีขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้า ทำให้สามารถกระจายแรงบิดระหว่างเพลาหน้าและเพลาหลังได้อย่างยืดหยุ่น และรองรับโหมดการขับขี่หลายโหมด ส่วน Denza D9 รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อนั้น ให้ความสมดุลระหว่างการขับขี่ในเมืองและการรับมือกับสภาพถนนที่ซับซ้อน นอกจากนี้ รถ SUV ขนาดเล็กอย่าง MINI Countryman และ Paceman ก็มีตัวเลือกขับเคลื่อนสี่ล้อให้เลือกเช่นกัน ครอบคลุมความต้องการที่หลากหลาย ตั้งแต่การใช้งานในเมืองสำหรับครอบครัวไปจนถึงการขับขี่แบบออฟโรดสุดขีด ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกรุ่นที่เหมาะสมกับสถานการณ์การใช้งานและความชอบของตนเองได้
Q
มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ กี่ประเภท?
ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อหลักๆ มี 3 ประเภท ได้แก่ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบพาร์ทไทม์ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบออนดีมานด์ และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบฟูลไทม์ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบพาร์ทไทม์ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถสลับระหว่างโหมดขับเคลื่อนสองล้อและสี่ล้อได้ด้วยตนเอง มีโครงสร้างที่เรียบง่ายและทนทาน และสามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้เองตามสภาพถนน การใช้ระบบขับเคลื่อนสองล้อในเขตเมืองช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง ในขณะที่การเปลี่ยนไปใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อช่วยเพิ่มความสามารถในการขับขี่บนทางวิบาก ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบออนดีมานด์จะตรวจสอบสภาพถนนโดยอัตโนมัติผ่านคอมพิวเตอร์ของรถยนต์และสลับระหว่างระบบขับเคลื่อนสองล้อและสี่ล้อได้อย่างราบรื่น ในการขับขี่ประจำวัน ระบบขับเคลื่อนสองล้อช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ในขณะที่การเปลี่ยนไปใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อโดยอัตโนมัติบนพื้นผิวที่ลื่นหรือขรุขระช่วยเพิ่มเสถียรภาพ ทำให้เหมาะสำหรับรถ SUV ในเมือง ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบฟูลไทม์จะรักษาระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไว้ตลอดเวลาและสามารถปรับการกระจายแรงบิดระหว่างเพลาหน้าและเพลาหลังได้โดยอัตโนมัติ ให้การยึดเกาะและการควบคุมที่ดีเยี่ยมในสภาพถนนต่างๆ อย่างไรก็ตาม การสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงค่อนข้างสูง และมักพบในรถยนต์ที่มีความต้องการสมรรถนะสูง ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแต่ละประเภทมีข้อดีและสามารถตอบสนองความต้องการในการขับขี่และสถานการณ์การใช้งานที่แตกต่างกันได้
Q
แบรนด์ไหนของรถ SUV ขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ดี?
เมื่อเลือก SUV ขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) สามารถพิจารณารุ่นรถจากหลายแบรนด์ตามความต้องการ Toyota Fortuner Leader G+ เป็น SUV ออฟโรดที่พัฒนามาจาก Hilux มีสมรรถนะการขับขี่บนเส้นทางวิบากชั้นเยี่ยม พร้อมพื้นที่ภายใน 3 แถว 7 ที่นั่งกว้างขวาง ราคา 1,439,000 บาท เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสมรรถนะออฟโรดและการรองรับผู้โดยสารจำนวนมาก Honda CR-V รุ่นปรับโฉมใหม่ ใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฮบริด 2.0L e:HEV ทุกรุ่นย่อย กำลังสูงสุด 207 แรงม้า ประหยัดน้ำมัน (19.6 กิโลเมตรต่อลิตร) อุปกรณ์อัปเกรดรวมถึงหน้าจอ LCD 10.2 นิ้ว ที่นั่งระบายอากาศ ฯลฯ ราคา 1,399,000-1,729,000 บาท เหมาะสำหรับการใช้ในเมืองและการเดินทางไกล Nissan X-Trail e-POWER e-4ORCE รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ ใช้ระบบมอเตอร์คู่ e-4ORCE แกนหน้ามีกำลัง 204 แรงม้า/แรงบิด 330 นิวตันเมตร แกนหลัง 136 แรงม้า/195 นิวตันเมตร พร้อมหน้าจอคู่ 12.3 นิ้ว ระบบเสียง Bose ฯลฯ ราคา 1,699,000 บาท เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเทคโนโลยีและสมรรถนะการขับขี่ Changan Deepal S05 รุ่นไฟฟ้าบริสุทธิ์แบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ราคา 799,000-999,000 บาท ความจุแบตเตอรี่ 68.82 kWh กำลังมอเตอร์ 272 แรงม้า พื้นที่กว้างขวางและอุปกรณ์ครบครัน เหมาะสำหรับผู้มีงบประมาณจำกัดที่ชื่นชอบรถไฟฟ้า Haval H6 รุ่นพวงมาลัยขวา HEV/PHEV แบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ตัวเลือกไฮบริด HEV กำลังสูงสุด 179 กิโลวัตต์ PHEV กำลังรวม 240 กิโลวัตต์ พร้อมหน้าจอกลาง 14.6 นิ้ว และระบบ Coffee OS 3.0 เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นความคุ้มค่าและเทคโนโลยีไฮบริด ปัจจุบัน SUV ขับเคลื่อนสี่ล้อแบบไฮบริดและไฟฟ้ากำลังเป็นที่นิยม แต่ละแบรนด์ได้ออกแบบรถสำหรับการใช้งานที่หลากหลายทั้งออฟโรด เมือง และครอบครัว ผู้บริโภคสามารถเลือกได้ตามงบประมาณ สถานการณ์การใช้งาน และความชอบด้านสมรรถนะ
Q
รถกระบะ 4 ประตูมือสองรุ่นไหนที่ดี?
ในบรรดารถกระบะสี่ประตูมือสอง โตโยต้า ไฮลักซ์ REVO ซีรีส์ ถือเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ความทนทานและความน่าเชื่อถือทำให้มีมูลค่าขายต่อสูงในตลาดรถมือสอง โดยมีราคาประมาณ 75%-85% ของราคารถใหม่หลังจากใช้งานไปประมาณหนึ่งปี รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ D4D ขับเคลื่อนสี่ล้อได้รับความนิยมเป็นพิเศษ อีซูซุ ดี-แม็กซ์ ก็ครองส่วนแบ่งการตลาดที่สำคัญเช่นกัน ด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลที่พัฒนาแล้วและค่าบำรุงรักษาที่ไม่สูงมากนัก รถมือสองมีมูลค่าลดลงประมาณ 10% ต่อปี ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับกำลังและประโยชน์ใช้สอย ฟอร์ด เรนเจอร์ อยู่ในกลุ่มรถกระบะสี่ประตูระดับไฮเอนด์ มีฟีเจอร์ที่ค่อนข้างครบครัน เหมาะสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการทั้งการใช้งานในเมืองประจำวันและความสามารถในการขับขี่บนเส้นทางออฟโรดเบาๆ นิสสัน นาวาร่า โดดเด่นในด้านความสะดวกสบายและประหยัด เหมาะสำหรับทั้งครอบครัวและธุรกิจ รุ่นเหล่านี้มีการหมุนเวียนในตลาดรถมือสองอย่างมั่นคง เมื่อเลือกซื้อ คุณสามารถพิจารณาอย่างรอบด้านโดยอิงจากงบประมาณของคุณ (ราคารถมือสองโดยประมาณอยู่ระหว่าง 350,000 ถึง 1,250,000 บาท) การใช้งานเฉพาะ และความชอบในการกำหนดค่า ขอแนะนำให้ตรวจสอบสภาพรถ ประวัติการบำรุงรักษา และเอกสารที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดก่อนซื้อ เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพการซื้อและปกป้องสิทธิ์ของคุณ
ดูเพิ่มเติม