Q

ราคา Hyundai Kona Electric อยู่ที่เท่าไหร่

ปัจจุบันในตลาดไทย Hyundai Kona Electric ราคาอยู่ที่ประมาณ 1.29 - 1.69 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับรุ่นและโปรโมชั่นจากตัวแทนจำหน่าย รุ่น SUV ไฟฟ้าล้วนนี้มีให้เลือก 2 แบบแบตเตอรี่ แบบมาตรฐานวิ่งได้ประมาณ 305 กม. (ตามมาตรฐาน NEDC) ส่วนรุ่นระยะไกลวิ่งได้ถึง 484 กม. เหมาะมากสำหรับการเดินทางในเมืองและการท่องเที่ยวระยะสั้นในไทย โคนา อิเล็กทริกมาพร้อมระบบช่วยขับอัจฉริยะ จอสัมผัส 10.25 นิ้ว และรองรับการชาร์จเร็ว DC ที่ชาร์จถึง 80% ในเวลาเพียง 54 นาที สำหรับเรื่องค่าใช้จ่ายที่คนไทยสนใจ รถคันนี้ใช้ค่าไฟเพียงประมาณ 0.5 บาทต่อกม. ช่วยประหยัดได้มากเมื่อเทียบกับรถน้ำมัน นอกจากนี้รัฐบาลไทยยังมีนโยบายลดภาษีสำหรับรถ EV ทำให้ซื้อได้ในราคาที่ดีขึ้น แนะนำให้ผู้ที่สนใจไปทดลองขับที่โชว์รูมฮุนไดเพื่อสัมผัสประสบการณ์ความเงียบและแรงเร่งทันทีของรถไฟฟ้า พร้อมสอบถามโปรโมชั่นและสิทธิ์ลดภาษีล่าสุดจากพนักงานขาย
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
วิธีการชาร์จไฮอุนได้คอนาไฟฟ้า
การชาร์จรถไฟฟ้า Hyundai IONIQ ในประเทศไทยนั้นมีวิธีหลักๆ แบ่งเป็น 2 แบบครับ แบบแรกคือชาร์จที่บ้าน โดยใช้สายชาร์จที่มากับรถต่อกับเต้ารับ 220V ทั่วไป แต่แนะนำให้ติดตั้งกล่องชาร์จแบบติดผนังโดยเฉพาะจะปลอดภัยและชาร์จเร็วขึ้น ส่วนแบบที่สองคือชาร์จตามสถานีสาธารณะ ซึ่งในกรุงเทพฯ เชียงใหม่และเมืองใหญ่ๆ ก็มีสถานีชาร์จเร็วให้บริการค่อนข้างเยอะแล้วนะครับ เช่น สถานี EA Anywhere และ EV Station หาไม่ยากแค่ใช้ GPS นำทาง รุ่น IONIQ นี้รองรับมาตรฐาน CCS2 สำหรับชาร์จเร็ว แค่ 30 นาทีก็เติมแบตได้ถึง 80% แล้วครับ สำหรับการใช้งานประจำวัน แนะนำให้รักษาระดับแบตเตอรี่อยู่ที่ 20%-80% จะช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ได้ ที่สำคัญคือสภาพอากาศเมืองไทยร้อนมาก ควรหลีกเลี่ยงการชาร์จรถตอนกลางวันที่แดดจัดๆ และหมั่นตรวจสอบพอร์ตชาร์จให้สะอาด แห้งอยู่เสมอ อีกเรื่องที่น่าสนใจคือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) มีนโยบายค่าไฟแบบแบ่งเวลาสำหรับการชาร์จที่บ้าน ถ้าชาร์จตอนกลางคืนจะประหยัดค่าไฟกว่าเดิม นอกจากนี้ระบบในรถ IONIQ ยังสามารถตั้งเวลาชาร์จล่วงหน้าและแสดงข้อมูลสถานีชาร์จใกล้ๆ ได้อีกด้วย สะดวกสบายไปเลยครับ
Q
ใช้เวลานานเท่าไหร่ในการชาร์จ Hyundai Kona
การชาร์จ Hyundai Kona Electric ในประเทศไทยขึ้นอยู่กับความจุแบตเตอรี่และประเภทอุปกรณ์ชาร์จ Kona Electric มีแบตเตอรี่ 39.2 kWh และ 64 kWh เมื่่อใช้ชาร์จเร็ว DC 50 kW รุ่น 39.2 kWh จาก 10 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ใช้เวลาประมาณ 47 นาที รุ่น 64 kWh ใช้เวลาประมาณ 64 นาที หากใช้แท่นชาร์จบ้าน 7.2 kW รุ่น 39.2 kWh ใช้เวลาชาร์จเต็มประมาณ 6 ชั่วโมง รุ่น 64 kWh ใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมง 30 นาที ปัจจุบันประเทศไทยกำลังขยายโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯที่มีสถานีชาร์จเร็วพอสมควร แต่ความเร็วในการชาร์จอาจขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและโหลดของระบบไฟฟ้า แนะนำให้วางแผนการเดินทางล่วงหน้า ชาร์จในช่วงกลางคืนหรือเวลาที่ไม่ใช่ชั่วโมงเร่งด่วนเพื่อลดค่าใช้จ่าย และตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอเพื่อยืดอายุการใช้งาน รัฐบาลไทยมีสิทธิประโยชน์ด้านภาษีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า การซื้อ Kona Electric ยังสามารถรับเงินอุดหนุนบางส่วนได้
Q
Hyundai Kona จะวิ่งได้กี่ไมล์
ระยะทางของ Hyundai Kona รุ่นใหม่จะขึ้นอยู่กับรุ่นและระบบขับเคลื่อน โดยในตลาดไทย รุ่น Kona Electric ที่ใช้แบตเตอรี่ 64kWh ตามข้อมูลทางการสามารถวิ่งได้ไกลถึง 484 กิโลเมตร (ประมาณ 300 ไมล์) ตามมาตรฐาน NEDC แต่ในความเป็นจริง ระยะทางอาจลดลงประมาณ 10-15% เนื่องจากสภาพอากาศร้อนในไทย การใช้แอร์บ่อย และการจราจรติดขัดในเมือง ส่วนรุ่นเครื่องยนต์สันดาป 1.6L เทอร์โบคู่กับเกียร์ 7-speed DCT ในสภาพการขับขี่แบบผสมจะสิ้นเปลืองน้ำมันประมาณ 6-7 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร และสามารถวิ่งได้ประมาณ 600-700 กิโลเมตรต่อการเติมเต็มถัง ต้องระวังว่าสภาพพื้นที่เป็นภูเขาและการจราจรที่ต้องหยุดบ่อยในกรุงเทพจะทำให้สิ้นเปลืองพลังงานมากขึ้น แนะนำให้ผู้ใช้รถตรวจสอบลมยางและระบบแอร์อย่างสม่ำเสมอเพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด ขณะนี้รัฐบาลไทยกำลังเร่งติดตั้งสถานีชาร์จ โดยผู้ใช้รถไฟฟ้าสามารถตรวจสอบตำแหน่งสถานีชาร์จในกรุงเทพ เชียงใหม่ และเมืองหลักอื่นๆ ผ่านแอป Bluelink ของ Hyundai ส่วนผู้ใช้รถน้ำมันสามารถติดตามโปรโมชั่นสารเติมแต่งประหยัดน้ำมันจากปั๊มเช่น PTT ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าหรือรถน้ำมัน การขับขี่อย่างนุ่มนวลและการบรรทุกเหมาะสมจะช่วยเพิ่มระยะทางได้อย่างชัดเจน สำหรับคนไทย รถไฟฟ้าจะเหมาะกับการเดินทางในเมืองระยะสัด ส่วนรถน้ำมันจะเหมาะกับการเดินทางข้ามจังหวัด
Q
ฮุนได โคนามีการรับประกันอย่างไร
นโยบายการรับประกันรถยนต์ Hyundai ที่ให้สำหรับรุ่น Kona ในประเทศไทยโดยทั่วไปจะครอบคลุมการรับประกันรถใหม่ 5 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดจะถึงก่อน) และการรับประกันแบตเตอรี่แรงสูง 8 ปีหรือ 160,000 กิโลเมตร (สำหรับรุ่นไฟฟ้า) อย่างไรก็ตามเงื่อนไขอาจแตกต่างกันไปตามตัวแทนจำหน่ายหรือโปรโมชั่น ดังนั้นแนะนำให้ตรวจสอบนโยบายล่าสุดกับตัวแทนจำหน่ายท้องถิ่นก่อนตัดสินใจซื้อ สำหรับการใช้รถไฟฟ้าในประเทศไทยควรระวังผลกระทบจากสภาพอากาศร้อนชื้นที่มีต่อแบตเตอรี่ แนะนำให้ตรวจสอบระบบระบายความร้อนของแบตเตอรี่เป็นประจำและหลีกเลี่ยงการจอดรถตากแดดเป็นเวลานาน นอกจากนี้ตัวแทนจำหน่าย Hyundai ในประเทศไทยยังมีบริการตรวจเช็ครถฟรีซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานของรถได้ รัฐบาลไทยมีนโยบายสนับสนุนการซื้อรถไฟฟ้าทั้งในส่วนของการลดภาษีและเงินอุดหนุน ก่อนซื้อสามารถตรวจสอบสิทธิประโยชน์ล่าสุดได้ ส่วนเครือข่ายบริการหลังการขายของ Hyundai ในเมืองหลักของประเทศไทยค่อนข้างครอบคลุม และบางศูนย์บริการยังมีรถทดแทนให้ใช้ระหว่างส่งรถเข้าซ่อม เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับเจ้าของรถอีกด้วย
Q
วิธีการตั้งค่าควบคุมความเร็วบน Hyundai Kona
การตั้งค่าระบบควบคุมความเร็วแบบปรับอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) ใน Hyundai Kona รุ่นใหม่นั้นทำได้ง่ายๆ เริ่มจากต้องมั่นใจว่ารถอยู่ในสถานะพร้อมขับเคลื่อนและมีความเร็วเกิน 30 กม./ชม. กดปุ่ม "CRUISE" ที่อยู่ด้านขวาของพวงมาลัยเพื่อเปิดใช้งานระบบ จากนั้นใช้ปุ่ม "SET+" หรือ "SET-" เพื่อปรับความเร็วตามต้องการ กดเบาๆจะปรับขึ้นลงครั้งละ 1 กม./ชม. แต่ถ้ากดค้างจะปรับครั้งละ 10 กม./ชม. ส่วนการตั้งค่าระยะห่างจากรถคันหน้าสามารถปรับได้ที่ปุ่มควบคุมระยะห่างบนพวงมาลัย (ปกติจะมีให้เลือก 3 ระดับ) ระบบนี้ใช้งานได้ทั้งในสภาพการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯหรือบนทางหลวงโล่งๆ ถ้าต้องการหยุดระบบชั่วคราวก็แค่เหยียบเบรกหรือกดปุ่ม "CANCEL" เมื่อต้องการกลับมาใช้ระบบอีกครั้งก็กด "RES" เพื่อกลับไปใช้ความเร็วที่ตั้งไว้ก่อนหน้า ระบบนี้ยังมีฟังก์ชัน Stop & Go ที่สามารถเคลื่อนตัวตามรถคันหน้าได้อัตโนมัติหลังจากหยุดชั่วคราว เหมาะมากกับสภาพการจราจรทั่วไปของไทย อย่างไรก็ตามระบบนี้เป็นเพียงผู้ช่วยขับขันระดับ L2 ผู้ขับขี่ยังต้องคอยสังเกตการณ์ด้านหน้าตลอดเวลา ชุดความปลอดภัย SmartSense ของ Hyundai ทำงานได้เสถียรแม้ในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย แนะนำให้ตรวจสอบความสะอาดของเรดาร์และกล้องเป็นประจำเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ส่วนรถรุ่นใกล้เคียงอย่าง Toyota Corolla Cross หรือ Honda HR-V ก็มีระบบคล้ายๆกัน แต่รายละเอียดการใช้งานอาจแตกต่างกันเล็กน้อย
Q
ฮุนไดคอนามีที่นั่งกี่ที่
รถ SUV ขนาดเล็ก Hyundai Creta ที่ได้รับความนิยมในตลาดไทย มาพร้อมกับตัวเลือกการจัดวางเก้าอี้ 2 แบบ ทั้งแบบ 5 ที่นั่งและ 7 ที่นั่ง โดยแบบ 5 ที่นั่งเป็นมาตรฐาน ส่วนแบบ 7 ที่นั่งนั้นเพิ่มความสะดวกด้วยเบาะแถวที่สามที่พับเก็บได้ ช่วยให้ปรับพื้นที่ใช้งานได้หลากหลาย เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ครอบครัวไทยที่ใช้งานได้ทุกโอกาส ในสภาพอากาศร้อนของไทย รุ่นนี้ยังติดตั้งระบบปรับอากาศประสิทธิภาพสูงและช่องลมเย็นแถวหลังเป็นมาตรฐานทุกรุ่น พร้อมระยะฐานล้อ 2,710 มม. ที่ช่วยเพิ่มความสบายในการนั่ง และฟังก์ชันปรับเอนนั่งแถวที่สองที่ช่วยให้สบายยิ่งขึ้นในการเดินทางไกล ด้านสมรรถนะ มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.0L แบบดูดธรรมดาคู่กับเกียร์ออโต้ 6 สปีด ที่ให้การขับขี่ลื่นไหลทั้งในเมืองและเส้นทางต่างจังหวัด ที่สำคัญคือความสูงช่วงท้องรถ 185 มม. ทำให้สามารถรับมือกับถนนลูกรังบางพื้นที่ในไทยได้ดี เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นในระดับเดียวกัน Hyundai Creta ยังโดดเด่นด้วยคุณสมบัติคุ้มค่า เช่น ระบบความปลอดภัย 6 เอียร์แบ็ก ระบบควบคุมเสถียรภาพ และกุญแจอัจฉริยะมาตรฐานทุกรุ่น รวมถึงเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครอบคลุมเมืองหลักทั่วไทย โดยกำหนดระยะเวลาบำรุงรักษาที่ 10,000 กม. หรือทุก 6 เดือน ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการใช้งาน ด้วยจุดเด่นเหล่านี้ ทำให้ Hyundai Creta เป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมของคนไทยในตลาด SUV ขนาดเล็ก
Q
นานแค่ไหนในการชาร์จ Hyundai Kona
เวลาชาร์จรถ Hyundai Kona รุ่นไฟฟ้าในประเทศไทยส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับความจุแบตเตอรี่และประเภทเครื่องชาร์จ ตัวอย่างเช่นรุ่น 64kWh แบบระยะทางไกล หากใช้เครื่องชาร์จเร็ว DC 50kW ที่พบทั่วไปในไทย จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที ในการชาร์จจาก 10% ถึง 80% แต่ถ้าใช้เครื่องชาร์จที่บ้าน 7.2kW จะต้องใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมงเพื่อชาร์จเต็ม สภาพอากาศร้อนของไทยอาจทำให้ประสิทธิภาพการชาร์จลดลงประมาณ 5-8% แนะนำให้หลีกเลี่ยงการชาร์จในช่วงเที่ยงวันเพื่อยืดอายุแบตเตอรี่ ในกรุงเทพฯและเมืองใหญ่มีเครื่องชาร์จเร็ว 150kW ที่สามารถลดเวลาชาร์จเหลือเพียง 47 นาที ควรทราบว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) มีข้อกำหนดพิเศษเกี่ยวกับการติดตั้งเครื่องชาร์จที่บ้าน แนะนำให้เลือกใช้เครื่องชาร์จของทางโรงงานจะดีที่สุด สำหรับการใช้ประจำวัน การรักษาระดับแบตเตอรี่ระหว่าง 20%-80% จะช่วยยืดอายุการใช้งานได้ หากต้องเดินทางไกล สามารถวางแผนจุดชาร์จระหว่างทางผ่านแอปเช่น PlugShare ได้ ปัจจุบันสถานีบริการบนทางหลวงหลักของไทยมีสถานีชาร์จเร็วอย่างน้อย 1 แห่งในทุกระยะ 150 กิโลเมตร
Q
วิธีปิดระบบควบคุมความเร็วอัจฉริยะใน Hyundai Kona
วิธีปิดระบบ Smart Cruise Control ใน Hyundai Kona ทำได้ง่าย ขั้นแรกให้แน่ใจว่ารถอยู่ในสภาพหยุดนิ่งหรือความเร็วต่ำ จากนั้นกดปุ่ม CRUISE ที่ด้านขวาของพวงมาลัย ระบบจะปิดการทำงานทันทีและไฟแสดงบนมาตรวัดจะดับ แสดงว่าฟังก์ชันถูกปิดเรียบร้อย ควรสังเกตว่าในสภาพถนนซับซ้อน เช่น เส้นทางภูเขาหรือการจราจรติดขัดรอบกรุงเทพฯ การปิดระบบช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมความเร็วได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้นและเพิ่มความปลอดภัย ระบบ Smart Cruise ของ Hyundai ใช้เทคโนโลยีเรดาร์และกล้องอัจฉริยะเพื่อรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า แต่ในสภาพฝนตกหนักหรือย้อนแสงรุนแรงควรปิดชั่วคราวเพื่อลดความผิดพลาด หากต้องการเปิดใช้งานอีกครั้ง เพียงกดปุ่ม CRUISE และตั้งความเร็วที่ต้องการ ระบบนี้ช่วยลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ในระยะทางไกลหรือทางหลวง
Q
ทำไมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติใน Hyundai Kona ของฉันไม่ทำงาน?
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติของ Kona รุ่นใหม่อาจทำงานไม่ได้จากหลายสาเหตุ อย่างแรกต้องตรวจสอบว่าเงื่อนไขการทำงานครบถ้วนหรือไม่ เช่น ความเร็วต้องถึง 30 กม./ชม. ขึ้นไป ปุ่มควบคุมบนพวงมาลัยทำงานปกติไหม หรือระบบถูกปิดโดยไม่ได้ตั้งใจ อากาศร้อนของไทยอาจทำให้เซ็นเซอร์ทำงานผิดพลาดชั่วคราว แนะนำให้จอดพักให้ระบบเย็นลงแล้วลองใหม่ นอกจากนี้หากบริเวณกล้องบนกระจกหน้ามีคราบสกปรก ฝน หรือแสงสะท้อนมากก็ส่งผลต่อการทำงาน โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนของไทยที่เจอบ่อย ควรทำความสะอาดกระจกหน้าและตรวจสอบกล้องเป็นประจำ หากตรวจสอบเบื้องต้นแล้วยังไม่แก้ไข อาจเกิดจากการปรับเทียบเรดาร์ผิดพลาดหรือต้องการอัปเดตซอฟต์แวร์ แนะนำให้ติดต่อศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาตของ Hyundai ในไทยเพื่อตรวจสอบอย่างมืออาชีพ ศูนย์บริการใช้เครื่องมือที่สามารถหาปัญหาได้อย่างแม่นยำ โดย Hyundai มีเครือข่ายศูนย์บริการครอบคลุมเมืองใหญ่เช่น กรุงเทพ เชียงใหม่ ภูเก็ต ข้อสำคัญคือระบบช่วยขับขี่แบบนี้เมื่อใช้ในสภาพการจราจรซับซ้อนของไทยต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อติดขัดในกรุงเทพหรือเจอเหตุการณ์ไม่คาดคิดบนถนนชนบท ผู้ขับขี่ควรพร้อมควบคุมรถตลอดเวลาเพื่อความปลอดภัย
Q
ฉันต้องทำอย่างไรเพื่อใช้งานควบคุมความเร็วอัตโนมัติ?
เมื่อต้องการใช้ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (ACC) ในรถยนต์ขณะขับขี่ในประเทศไทย สิ่งแรกที่ต้องทำคือตรวจสอบว่ารถของคุณมีระบบนี้และพร้อมใช้งาน ซึ่งปกติจะมีปุ่มเฉพาะที่พวงมาลัยหรือคันบังคับ หลังจากเปิดระบบแล้ว ให้ใช้ปุ่ม "+/-" เพื่อตั้งความเร็วที่ต้องการ ระบบจะปรับความเร็วอัตโนมัติตามระยะห่างจากรถคันหน้า ในสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย แนะนำให้ตรวจสอบความสะอาดของเซ็นเซอร์เรดาร์เป็นประจำ เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นหรือแมลงมาบดบังการทำงานของระบบ ในเขตเมืองกรุงเทพฯ ที่การจราจรหนาแน่น อาจปรับระดับการรักษาระยะห่างให้สั้นลง ส่วนในการขับขี่ทางไกลบนทางด่วนสามารถปรับระดับให้สูงขึ้นเพื่อความสบายยิ่งขึ้น รุ่นรถบางคันมีฟังก์ชัน Stop&Go ที่สามารถหยุดรถและเคลื่อนตัวต่อได้อัตโนมัติในสภาพการจราจรแออัด แต่ผู้ขับขี่ยังต้องมีสมาธิอยู่เสมอ ในช่วงฤดูฝนของประเทศไทย ควรระวังข้อจำกัดของระบบเมื่อต้องเผชิญกับสภาพฝนตกหนัก แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้การขับขี่แบบมือจะปลอดภัยกว่า รถแต่ละยี่ห้ออาจมีรายละเอียดการใช้งานที่แตกต่างกันเล็กน้อย สามารถศึกษาเพิ่มเติมจากคู่มือเจ้าของรถหรือสอบถามตัวแทนจำหน่ายเพื่อคำแนะนำเฉพาะรุ่น ระบบนี้ช่วยลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่ได้ดี แต่ไม่ใช่ระบบขับขี่อัตโนมัติสมบูรณ์แบบ การใช้งานอย่างเหมาะสมจะช่วยเพิ่มประสบการณ์การขับขี่ในสภาพถนนที่หลากหลายของประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

ระบบความปลอดภัยของยานพาหนะดีเยี่ยม พร้อมทั้งระบบป้องกันการชนด้านหน้า (FCA) ระบบรักษาช่องจราจรอัตโนมัติ (LKA) ระบบแจ้งเตือนการขับขี่เมื่อเหนื่อย (DAW) ระบบตรวจสอบจุดบอด (BCW) ฯลฯ
ระบบความบันเทิงและข้อมูลใช้งานสะดวก ด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วที่ออกแบบมาให้สะดวกในการใช้งาน
มีตัวเลือกแบตเตอรีหลายรูปแบบซึ่งไม่ปกติในรถยนต์ไฟฟ้าในลำดับเดียวกัน
ระบบขับเคลื่อนตอบสนองได้รวดเร็ว ควบคุมได้ดี มีโหมดการขับขี่หลายโหมดที่สามารถเลือกได้เช่น ECO, ECO+, Sport
ชิ้นส่วนของรถยนต์มีความแน่น ยานพาหนะมีความสบายเนื่องจากเสถียรภาพระหว่างการขับขี่ในเมือง และผลิตภัณฑ์มีประสิทธิภาพในการเร่งความเร็วที่ดี

ข้อเสีย

ภายในรถกันเสียงไม่ดีพอพบเสียงเสียงลม, เสียงล้อและเสียงพัดลมระบายความร้อนแบตเตอรี่ดัง
ยางไม่มีความยึดเกาะเพียงพอซึ่งสามารถทำให้เกิดอุบัติเหตุในขณะขับขี่
พื้นที่เก็บของที่มีขนาดเล็ก ไม่ว่าจะพับเก้าอี้ก็ยังมีข้อจำกัดในการเก็บของ
เวลาเติมชาร์จนานอาจใช้เวลาถึง 10 ชั่วโมง การชาร์จที่สามารถใช้งานจากที่พักอาศัยอาจใช้เวลา 19 - 31 ชั่วโมง ระยะทางที่สามารถขับได้ถูกจำกัดความจำเป็นต้องวางแผนการเดินทางระยะไกลล่วงหน้า

Q&A ล่าสุด

Q
จุดวาบไฟของน้ำมันดีเซลคืออะไร?
จุดวาบไฟของน้ำมันดีเซลหมายถึงอุณหภูมิต่ำสุดที่ไอระเหยบนพื้นผิวของน้ำมัน เมื่อผสมกับอากาศ จะสามารถติดไฟได้ในระยะเวลาสั้นๆ เมื่อสัมผัสกับแหล่งกำเนิดประกายไฟ เป็นตัวบ่งชี้สำคัญในการวัดความปลอดภัยและความผันผวนของน้ำมันดีเซล ตามมาตรฐานแห่งชาติ จุดวาบไฟแบบปิดของน้ำมันดีเซลสำหรับยานยนต์ไม่ควรต่ำกว่า 55 องศาเซลเซียส น้ำมันดีเซลเกรดต่างๆ มีจุดวาบไฟแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น จุดวาบไฟแบบปิดของน้ำมันดีเซลเบา เช่น เบอร์ 0 และเบอร์ 5 ต้องมากกว่าหรือเท่ากับ 55 องศาเซลเซียส ในขณะที่จุดวาบไฟของน้ำมันดีเซลเบอร์ -35 และเบอร์ -50 อยู่ที่ประมาณ 45 องศาเซลเซียส ช่วงจุดวาบไฟโดยรวมของน้ำมันดีเซลทั้งเบาและหนักโดยทั่วไปอยู่ระหว่าง 45 ถึง 120 องศาเซลเซียส โดยค่าเฉพาะจะขึ้นอยู่กับพารามิเตอร์ของผลิตภัณฑ์ที่ผู้จำหน่ายระบุ จุดวาบไฟที่สูงขึ้นแสดงถึงความผันผวนที่ต่ำกว่าและความปลอดภัยที่ดีกว่าในระหว่างการจัดเก็บและการขนส่ง ในทางกลับกัน จุดวาบไฟที่ต่ำลงแสดงถึงความไวไฟที่สูงขึ้น ซึ่งต้องมีการจัดการด้านความปลอดภัยอย่างระมัดระวัง น้ำมันดีเซลที่มีจุดวาบไฟต่ำกว่า 60 องศาเซลเซียส จัดเป็นสารเคมีอันตราย และต้องผลิต จัดการ และใช้งานอย่างเคร่งครัดตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
Q
ข้อกำหนดของน้ำมันดีเซลมีอะไรบ้าง?
ประเทศไทยมีน้ำมันดีเซลหลายเกรด โดยแบ่งตามอัตราส่วนการผสมไบโอดีเซล การใช้งาน และระบบการตั้งชื่อ กระทรวงพลังงานของไทยได้ปรับระบบการตั้งชื่อน้ำมันดีเซลใหม่ โดยน้ำมันดีเซลความเร็วสูงทั่วไปที่มีไบโอดีเซล 10% เรียกว่า ดีเซลมาตรฐาน (Standard Diesel) น้ำมันดีเซลความเร็วสูงที่มีไบโอดีเซล 7% เรียกว่า ดีเซล B7 และดีเซล B20 ที่มีไบโอดีเซล 20% ออกแบบมาสำหรับรถบรรทุกและยานพาหนะขนาดใหญ่โดยเฉพาะ แต่ละเกรดมีคุณสมบัติแตกต่างกัน: ดีเซล B7 เหมาะสำหรับรถยนต์ดีเซลรุ่นเก่าและรถยนต์มาตรฐานยุโรป ดีเซลมาตรฐาน (เดิมคือ B10) มีปริมาณกำมะถันต่ำกว่า ให้ประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่า และเหมาะสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ และรถยนต์เพื่อการพาณิชย์บางประเภท ดีเซล B20 ตอบสนองความต้องการด้านกำลังของอุปกรณ์ขนส่งขนาดใหญ่ ส่วนราคานั้น ณ เดือนมีนาคม 2568 ราคาน้ำมันดีเซล B7 และ B20 ในตลาดอยู่ที่ประมาณ 31.94 บาทต่อลิตร (ราคาอาจผันผวนตามสภาวะตลาด) เชื้อเพลิงดีเซลเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในท้องถิ่น เนื่องจากมีข้อได้เปรียบด้านราคาประหยัดและแรงบิดสูงในอุณหภูมิสูงและสภาพถนนที่ซับซ้อน ทำให้เป็นที่นิยมในหมู่นักขับขี่ออฟโรดและผู้ขับขี่ทางไกล ตัวอย่างเช่น รถยนต์ออฟโรดสมรรถนะสูงอย่าง Tank 300 และ 500 รุ่นดีเซลได้วางจำหน่ายในประเทศไทย โดยติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ตัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเครื่องยนต์ดีเซลในตลาดรถยนต์ท้องถิ่น
Q
ความหนาแน่นของน้ำมันพืชคือเท่าไหร่?
ความหนาแน่นของน้ำมันพืชแตกต่างกันไปตามชนิด โดยช่วงความหนาแน่นของชนิดทั่วไปมีดังนี้:น้ำมันถั่วลิสงมีค่าความหนาแน่นระหว่าง 0.914 กิโลกรัมต่อลิตร ถึง 0.917 กิโลกรัมต่อลิตร น้ำมันถั่วเหลืองมีค่าความหนาแน่นระหว่าง 0.915 กิโลกรัมต่อลิตร ถึง 0.9375 กิโลกรัมต่อลิตร น้ำมันข้าวโพดมีค่าความหนาแน่นระหว่าง 0.917 กิโลกรัมต่อลิตร ถึง 0.925 กิโลกรัมต่อลิตร ส่วนความหนาแน่นของน้ำมันงาค่อนข้างสูง ประมาณ 0.94 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร โดยรวมแล้ว น้ำมันพืชส่วนใหญ่มีความหนาแน่นอยู่ในช่วง 0.91 ถึง 0.93 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร นอกจากนี้ ความหนาแน่นของน้ำมันพืชยังได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิ เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น ปริมาตรของน้ำมันจะขยายตัว และความหนาแน่นจะลดลงเล็กน้อย ดังนั้นในการวัดที่แม่นยำควรระบุอุณหภูมิขณะทดสอบ น้ำมันพืชจากแบรนด์หรือแหล่งผลิตที่ต่างกันอาจมีความหนาแน่นแตกต่างกันเล็กน้อยเนื่องจากวัตถุดิบและกระบวนการผลิตที่ต่างกัน หากต้องการข้อมูลที่แม่นยำสามารถอ้างอิงจากเอกสารทางเทคนิคของผลิตภัณฑ์นั้นๆ หรือวัดด้วยเครื่องมือเฉพาะทาง
Q
ASTM แบ่งประเภทน้ำมันดีเซลออกเป็นกี่ประเภท?
ASTM จำแนกเชื้อเพลิงดีเซลออกเป็นเจ็ดประเภทตามมาตรฐานเชื้อเพลิงดีเซล ประเภทเหล่านี้แตกต่างกันโดยหลักๆ ตามตัวชี้วัด เช่น ปริมาณกำมะถันและความผันผวน เพื่อให้ตรงตามข้อกำหนดการใช้งานของเครื่องยนต์ดีเซลที่แตกต่างกัน ได้แก่ เชื้อเพลิงกลั่นกลางเบาสำหรับใช้งานพิเศษ เช่น 1-DS15, 1-DS500 และ 1-DS5000 ซึ่งมีความผันผวนสูงและตรงตามข้อกำหนดปริมาณกำมะถันสูงสุดที่ 15 ppm, 500 ppm และ 5000 ppm ตามลำดับ และเชื้อเพลิงกลั่นกลางสำหรับใช้งานทั่วไป เช่น 2-DS15, 2-DS500 และ 2-DS5000 เหมาะสำหรับใช้งานที่มีความเร็วและภาระการทำงานที่แตกต่างกัน โดยมีขีดจำกัดปริมาณกำมะถันที่สอดคล้องกับประเภท 1-D ที่เกี่ยวข้อง สามารถเลือกใช้เชื้อเพลิงดีเซลประเภทต่างๆ ได้ตามความต้องการเฉพาะของเครื่องยนต์และสภาพแวดล้อมการทำงาน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเครื่องยนต์ทำงานและมีประสิทธิภาพตามปกติ
Q
"คุณสมบัติของน้ำมันดีเซลมีอะไรบ้าง?"
ดีเซลเป็นผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเบา ที่ประกอบด้วยไฮโดรคาร์บอนเชิงซ้อน (จำนวนอะตอมคาร์บอนประมาณ 10~22) ผลิตหลักผ่านกระบวนการกลั่นน้ำมันดิบและแครกกิงด้วยตัวเร่งปฏิกิริยา และยังสามารถผลิตได้จากน้ำมันหินดินดานหรือกระบวนการทำให้ถ่านหินเป็นของเหลว แบ่งเป็นดีเซลเบา (จุดเดือด 180~370°C) และดีเซลหนัก (จุดเดือด 350~410°C) สองประเภทหลัก มีลักษณะความหนาแน่นพลังงานสูง ในปริมาตรเท่ากันให้พลังงานมากกว่าน้ำมันเบนซิน ทำให้เครื่องยนต์ดีเซลมีประสิทธิภาพและประหยัดยิ่งขึ้นในงานขนส่งระยะไกลและบรรทุกหนัก จุดวาบไฟสูง (ประมาณ 257°C) ลดความเสี่ยงการลุกไหม้โดยไม่ตั้งใจระหว่างการเก็บรักษาและการใช้งาน มีความหนืดสูงซึ่งให้คุณสมบัติการหล่อลื่นที่ดี แต่การไหลที่อุณหภูมิต่ำไม่ดีและมีแนวโน้มแข็งตัวเมื่ออุณหภูมิลดลง จึงต้องเลือกดีเซลที่มีเกรดจุดแข็งตัวเหมาะสมกับอุณหภูมิแวดล้อม (เช่น ใช้ดีเซล 0# เมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 4°C) คุณสมบัติการจุดติดไฟเป็นลักษณะสำคัญอย่างหนึ่ง วัดด้วยค่าเซตเทน (ซีเอ็น) ยิ่งค่าสูงยิ่งจุดติดไฟดี ช่วยลดช่วงเวลาหน่วงการจุดติดไฟและเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ นอกจากนี้ดีเซลติดไฟง่าย ละอองของมันสามารถรวมกับอากาศเกิดเป็นสารผสมระเบิดได้ เมื่อเจอเปลวไฟหรือความร้อนสูงอาจก่อให้เกิดอันตราย และการสัมผัสเป็นเวลานานมีผลเป็นพิษต่อร่างกาย จึงต้องระมัดระวังด้านความปลอดภัย เครื่องยนต์ดีเซลที่ใช้ดีเซลมีประสิทธิภาพความร้อนสูง อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำ ประหยัดและทนทาน นิยมใช้อย่างกว้างขวางในยานพาหนะขนาดใหญ่ รถจักรดีเซล และเรือต่างๆ
ดูเพิ่มเติม