Q

ราคา Mitsubishi Xpander คือเท่าไหร่

รถยนต์ Mitsubishi Xpander ในตลาดไทยมีราคาอยู่ที่ประมาณ 669,000 - 869,000 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่นและอุปกรณ์ที่เลือก โดยราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชั่นของตัวแทนจำหน่ายหรืออุปกรณ์เสริมที่เพิ่มเข้ามา รถ MPV 7 ที่นั่งคันนี้โดดเด่นในเรื่องความกว้างขวางและความประหยัด เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ครอบครัวใหญ่ของคนไทย โดยเฉพาะครอบครัวที่ต้องเดินทางพร้อมกันหลายคน ตัวรถใช้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร MIVEC คู่กับเกียร์ออโต้ 4 สปีดหรือเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ให้สมดุลระหว่างการประหยัดน้ำมันและค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา นอกจากนี้ยังมีระยะความสูงจากพื้นรถ 205 มม. ทำให้ขับเคลื่อนในเส้นทางสภาพถนนไม่ดีบางพื้นที่ของไทยได้อย่างมั่นใจ ในตลาดไทยมีให้เลือกทั้งรุ่นมาตรฐาน รุ่นหรู และรุ่นท็อป ซึ่งแตกต่างกันที่ขนาดล้อ เบาะหนัง และระบบมัลติมีเดีย แนะนำให้ไปทดลองขับและสอบถามโปรโมชั่นล่าสุดที่ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการก่อนตัดสินใจ ซักถามรายละเอียดเปรียบเทียบกับรุ่นอื่นในระดับเดียวกันอย่าง Toyota Avanza หรือ Honda BR-V ก็เป็นทางเลือกที่ดี แต่ควรพิจารณาความแตกต่างในเรื่องการจัดวางพื้นที่ภายในและเครือข่ายบริการหลังการขายด้วย อย่างไรก็ตาม Mitsubishi มีเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายทั่วไทย ทำให้สะดวกในเรื่องการบริการและดูแลรักษานั่นเอง
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
หมวดหมู่ของ Xpander คืออะไร?
รถ Mitsubishi Xpander ในตลาดไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มรถ MPV 7 ที่นั่ง ซึ่งเน้นกลุ่มลูกค้าครอบครัวและผู้ที่ให้ความสำคัญกับความประหยัดพื้นที่ ข้อเด่นของรุ่นนี้คือการออกแบบภายในที่กว้างขวางและปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย พร้อมกับระยะความสูงจากพื้นรถ 220 มม. และระบบช่วงล่างที่ถูกปรับให้เหมาะกับสภาพถนนในไทย Xpander เป็นที่นิยมมากในไทยเพราะตอบโจทย์การเดินทางของครอบครัวไทยได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเบาะแถวที่สามที่พับเก็บได้ ช่วยให้สามารถใช้งานได้ทั้งขนของหรือนั่งคนเต็มคัน ส่วนระบบขับเคลื่อนใช้เครื่องยนต์ 1.5L MIVEC คู่กับเกียร์ 4AT ที่ให้ทั้งความประหยัดน้ำมันและดูแลรักษาง่าย ที่น่าสนใจคือในไทยยังมีรุ่น Xpander Cross ที่เพิ่มสไตล์ครอสโอเวอร์ด้วยชุดแต่งภายนอกที่สปอร์ตและอุปกรณ์เพิ่มเติม เพื่อตอบโจทย์ครอบครัวรุ่นใหม่ที่ชอบความแตกต่าง ในตลาด MPV ไทยนอกจาก Xpander แล้วยังมีคู่แข่งอย่าง Toyota Avanza และ Suzuki Ertiga ที่เน้นความคุ้มค่าในด้านพื้นที่ใช้สัยเหมือนกัน เวลาจะเลือกซื้อจริงๆ ลูกค้ามักจะดูจากความชอบในแบรนด์ ศูนย์บริการใกล้บ้าน และโปรโมชั่นเป็นหลัก
Q
Xpander เป็น SUV หรือ MPV?
Xpander เป็นรุ่นรถ 7 ที่นั่งจาก Mitsubishi Motors ที่ได้รับความนิยมสูงในตลาดไทย โดยถูกจัดอยู่ในกลุ่ม MPV (รถยนต์อเนกประสงค์) ไม่ใช่ SUV เพราะเน้นการออกแบบเพื่อความสะดวกสบายของผู้โดยสารและพื้นที่ใช้สัยภายในมากกว่า โครงสร้างรถใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า ระยะความสูงจากพื้นปานกลาง ไม่ได้เน้นความสูงเหมือนรถ SUV ที่เหมาะสำหรับการขับลุย แต่ก็ยังสามารถใช้งานได้ดีบนถนนสภาพซับซ้อนของไทย จุดเด่นของ Xpander อยู่ที่การจัดเรียงเบาะที่นั่งที่ปรับเปลี่ยนได้และพื้นที่เก็บของกว้างขวาง เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนไทยที่ชอบเดินทางพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัว หรือต้องการรถสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันและท่องเที่ยวในวันหยุด ในตลาดไทยบางครั้งเส้นแบ่งระหว่าง MPV กับ SUV ค่อนข้างคลุมเครือ บางรุ่นอาจผสมผสานคุณสมบัติของทั้งสองประเภท แต่ Xpander ยังคงยึดแนวคิดการออกแบบแบบ MPV อย่างชัดเจน ซึ่งสังเกตได้จากประตูสไลด์ข้างและความรู้สึกในการขับที่ใกล้เคียงรถเก๋ง สำหรับคนไทยแล้ว การเลือกระหว่าง MPV กับ SUV ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งานเป็นหลัก ถ้าต้องการพื้นที่และความสะดวกสบาย Xpander ก็เป็นตัวเลือกที่ดี แต่ถ้าต้องการรถสำหรับเส้นทาง off-road หรือชอบท่าทางการขับขี่ที่สูงกว่า ก็อาจจะมองหา SUV ดีกว่า
Q
ข้อดีของ Xpander คืออะไร?
รถยนต์ Mitsubishi Xpander ได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาดประเทศไทย เนื่องมาจากความประหยัดและการใช้งานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนไทยเป็นอย่างดี เริ่มจากห้องโดยสารที่กว้างขวางแบบ 7 ที่นั่ง ซึ่งเหมาะมากสำหรับครอบครัวใหญ่ในไทย โดยเฉพาะเวลาท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวหรือการเดินทางในชีวิตประจำวันที่มีผู้โดยสารหลายคน นอกจากนี้ยังมีระยะความสูงจากพื้นรถที่เหมาะสมและระบบช่วงล่างที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ทำให้สามารถขับเคลื่อนบนถนนสภาพไม่ดีในบางพื้นที่ของไทยได้อย่างสบายๆ ส่วนเครื่องยนต์ 1.5L MIVEC ที่ติดตั้งมานั้นให้สมดุลระหว่างพลังและความประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม เหมาะสมกับสภาพการจราจรในเมืองที่ต้องหยุดและเคลื่อนตัวบ่อยๆ พร้อมยังช่วยประหยัดค่าน้ำมันในระยะยาว อีกทั้งยังมีฟีเจอร์อำนวยความสะดวกอย่างพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันและหน้าจอสัมผัสกลางห้องโดยสาร ที่สำคัญคือขนาดตัวรถที่ออกแบบมาอย่างชาญฉลาด ทำให้มีพื้นที่ภายในกว้างขวางในขณะเดียวกันก็ขับเคลื่อนในซอยแคบๆของไทยได้อย่างคล่องตัว สำหรับการเลือกซื้อรถ MPV นั้น คนไทยไม่เพียงแต่คำนึงถึงความกว้างของห้องโดยสารและอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเท่านั้น แต่ยังควรพิจารณาถึงเครือข่ายบริการหลังการขายซึ่งมีความสำคัญต่อประสบการณ์การใช้รถในระยะยาว ซึ่ง Xpander ก็ทำได้ดีในจุดนี้ด้วยเครือข่ายบริการของ Mitsubishi ที่ครอบคลุมทั่วประเทศไทย
Q
ปัญหาทั่วไปของ Xpander มีอะไรบ้าง?
รถ Mitsubishi Xpander เป็นรถ MPV 7 ที่นั่งยอดนิยมในตลาดไทย ปัญหาที่มักพบส่วนใหญ่เป็นรายละเอียดเล็กน้อยในการใช้งานประจำวัน เช่น บางเจ้าของรถรายงานว่าการทำความเย็นของแอร์อาจลดลงเล็กน้อยในสภาพอากาศร้อน แนะนำให้ล้างคอนเดนเซอร์และตรวจสอบความดันน้ำยาแอร์เป็นประจำ เพราะอากาศร้อนๆของไทยถือเป็นการทดสอบระบบแอร์อย่างดี นอกจากนี้ระบบช่วงล่างอาจมีเสียงดังเล็กน้อยหลังจากขับบนถนนขรุขระมานาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับสภาพถนนบางพื้นที่ของไทย แค่ตรวจสอบบูชช่วงล่างและช็อคอัพเป็นครั้งคราวก็แก้ไขได้ ส่วนเกียร์ CVT อาจมีการกระตุกเบาๆบ้างในสภาพการจราจรติดขัด นี่เป็นลักษณะทั่วไปของเกียร์ประเภทนี้ แค่เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ตามกำหนดก็พอ สำหรับชิ้นส่วนพลาสติกภายในรถอาจมีเสียงดังจาการขยายตัวเนื่องจากความร้อน ซึ่งเป็นเรื่องปกติในประเทศเขตร้อน ส่วนระบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น หน้าจอควบคุมกลางอาจตอบสนองช้าเป็นครั้งคราว แต่การรีสตาร์ทระบบก็สามารถแก้ไขได้ ปัญหาเล็กน้อยเหล่านี้ไม่ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือโดยรวม จุดเด่นของ Xpander ยังคงเป็นพื้นที่ใช้งานสะดวกและประหยัดน้ำมัน ซึ่งเหมาะสำหรับครอบครัวไทย แค่ดูแลรักษารถตามกำหนดก็สามารถรักษาสภาพรถให้ดีได้ นอกจากนี้เจ้าของรถในไทยยังสามารถติดตามโปรโมชั่นดูแลรักษารถตามฤดูกาลจากตัวแทนจำหน่ายท้องถิ่น ซึ่งช่วยบำรุงรักษาสภาพรถได้ดีเลยทีเดียว
Q
Xpander เหมาะกับการขับทางไกลหรือไม่?
รถยนต์ Mitsubishi Xpander ในฐานะรถ MPV 7 ที่นั่งที่เน้นการใช้งานสำหรับครอบครัว ได้รับความนิยมในตลาดไทยเป็นอย่างมาก ด้วยความกว้างขวางของพื้นที่ภายในและความประหยัดที่ใช้งานได้จริง สำหรับการขับขี่ระยะไกลแล้ว Xpander ทำได้ดีมาก ระบบขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร MIVEC ร่วมกับเกียร์ CVT ให้ความรู้สึกการขับขี่ที่ลื่นไหลทั้งบนถนนเรียบและทางลาดชันเล็กน้อยในประเทศไทย อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันก็อยู่ในระดับประหยัด เหมาะกับงบประมาณของครอบครัวที่ชอบท่องเที่ยว ระบบช่วงล่างถูกปรับมาเพื่อความนุ่มสบายเป็นหลัก ช่วยลดแรงกระแทกจากถนนบางส่วนในชนบทของไทยได้ดี ที่นั่งแถวที่ 2 สามารถปรับเอนได้และแถวที่ 3 พับเก็บได้ ทำให้มีความยืดหยุ่นในการจัดเก็บสัมภาระ แต่ควรระวังว่าถ้ามีผู้โดยสารครบ 7 คน พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังจะเหลือน้อย แนะนำให้จัดสรรสัมภาระให้เหมาะสม นอกจากนี้ Xpander ยังมีระยะความสูงจากพื้นรถที่ค่อนข้างดี ช่วยให้ขับผ่านเส้นทางในชนบทช่วงฤดูฝนของไทยได้สะดวก แต่ควรลดความเร็วเมื่อเข้าโค้งเพื่อความมั่นคง เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ แล้ว Xpander มีจุดเด่นในเรื่องค่าบำรุงรักษาและอะไหล่ที่หาง่ายในตลาดไทย อู่ซ่อมรถทั่วไปก็คุ้นเคยกับรุ่นนี้ดี ก่อนออกเดินทางไกลแนะนำให้ตรวจสอบสภาพยางและระบบระบายความร้อน เพราะอากาศร้อนของไทยต้องการการระบายความร้อนที่ประสิทธิภาพ สรุปแล้ว Xpander เป็นรถที่ปรับตัวเข้ากับสภาพการใช้รถในไทยได้ดี และเป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อถือสำหรับการเดินทางไกลของครอบครัวทั่วไป
Q
Innova หรือ Xpander อันไหนใหญ่กว่ากัน ?
เมื่อมองจากมิติตัวถัง Toyota Innova มักจะนำเสนอรุ่นที่ใหญ่กว่า Mitsubishi Xpander ในตลาดประเทศไทย โดย Innova มักมีความยาวตัวรถเกิน 4.7 เมตร ระยะฐานล้อประมาณ 2.75 เมตร และมาพร้อมกับแบบที่นั่ง 3 แถว เหมาะสำหรับครอบครัวหรือการใช้งานเชิงธุรกิจที่ต้องการพื้นที่กว้างขวาง ในขณะที่ Xpander มีความยาวตัวรถประมาณ 4.4 เมตร ระยะฐานล้อประมาณ 2.7 เมตร แม้จะมีที่นั่ง 3 แถวเช่นกัน แต่แถวที่ 3 จะเหมาะสำหรับเด็กหรือการเดินทางระยะสั้นกว่า ในถนนเมืองไทยอย่างกรุงเทพฯ ขนาดตัวรถที่เล็กกว่าของ Xpander ทำให้จอดและขับเคลื่อนได้สะดวกกว่า แต่หากต้องเดินทางไกลหรือรับส่งผู้โดยสารบ่อยๆ ความสบายของอินโนวาจะเหนือกว่า ทั้งสองรุ่นเป็นรถ MPV ที่นิยมในตลาดไทย การเลือกควรพิจารณาจากการใช้งานจริง นอกจากนี้คนไทยยังให้ความสำคัญกับความประหยัดน้ำมัน โดยเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรของ Xpander จะประหยัดน้ำมันกว่าในเมือง ในขณะที่เครื่องยนต์ 2.0 หรือ 2.4 ลิตรของ Innova ให้พลังที่แข็งแกร่งขึ้น
Q
Xpander รุ่นปี 2020 มีแรงม้าเท่าไหร่?
รถยนต์ Mitsubishi Xpander รุ่นปี 2020 ที่วางขายในตลาดประเทศไทย ใช้เครื่องยนต์เบนซิน MIVEC 1.5 ลิตร แบบประหยัดน้ำมัน ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า (77 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 141 นิวตันเมตร มาพร้อมเกียร์ธรรมดา 5 สปีดหรือเกียร์ออโต้ 4 สปีด เครื่องยนต์ตัวนี้ถูกออกแบบมาให้เน้นความประหยัดน้ำมันและความทนทาน เหมาะกับการใช้งานในเมืองและครอบครัวชาวไทยเป็นอย่างดี Xpander ในฐานะรถ MPV 7 ที่นั่ง เป็นที่นิยมในหมู่ครอบครัวไทย เพราะมีระยะยกตัวสูงถึง 205 มิลลิเมตร ที่สามารถขับผ่านเส้นทางต่างจังหวัดได้บ้าง แถมยังมีพื้นที่ภายในที่ปรับแต่งได้หลากหลาย พร้อมฟังก์ชันใช้งานได้จริง เช่นช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารแถวหลัง ทำให้การใช้งานสะดวกขึ้นมาก สำหรับคนไทยแล้ว กำลังเครื่องขนาดนี้เพียงพอต่อการขับขี่ในชีวิตประจำวันและพาครอบครัวไปเที่ยววันหยุด แม้ว่ากำลัง 105 แรงม้าอาจจะไม่แรงมากเวลาจะแซงบนทางหลวง แต่เมื่อพิจารณาจากปัญหารถติดและราคาน้ำมันในประเทศไทยแล้ว การตั้งค่าเครื่องยนต์แบบนี้กลับเหมาะสมกับสภาพการใช้งานจริงมากกว่า รถ MPV สำหรับครอบครัวระดับเดียวกันอย่าง Toyota Avanza หรือ Honda BR-V ก็ใช้แนวทางเดียวกันในการออกแบบเครื่องยนต์ นี่แสดงให้เห็นว่า MPV ประเภทนี้เน้นความสมดุลในทุกด้านมากกว่าการเน้นประสิทธิภาพสูงสุดเพียงอย่างเดียว
Q
จุดอ่อนของ Xpander คืออะไร?
รถยนต์ Mitsubishi Xpander เป็นรถ MPV 7 ที่นั่งที่ได้รับความนิยมในตลาดไทย ด้วยความประหยัดและความทนทานที่เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่อย่างไรก็ตาม รถรุ่นนี้ก็มีข้อด้อยบางประการที่ควรรู้ไว้ เช่น พื้นที่เบาะหลังแถวที่สามอาจจะคับเกินไปสำหรับผู้โดยสารที่ตัวสูง อาจรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย ส่วนพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังเมื่อมีผู้โดยสารครบทุกที่นั่งก็จะเหลือน้อย ไม่เหมาะกับการเดินทางไกลที่ต้องแบกสัมภาระจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีเสียงลมที่ค่อนข้างดังเวลาขับความเร็วสูง ซึ่งส่งผลต่อความสบายในการนั่ง ส่วนด้านกำลังเครื่องยนต์ 1.5L แบบธรรมชาติแม้จะประหยัดน้ำมันและเชื่อถือได้ แต่เมื่อมีผู้โดยสารเต็มคันหรือเวลาขึ้นเนินอาจรู้สึกว่ากำลังไม่ค่อยพอ ส่วนวัสดุภายในห้องโดยสารเป็นพลาสติกแข็งเป็นหลัก ทำให้ความรู้สึกโดยรวมดูธรรมดาไปหน่อย อย่างไรก็ดี Xpander ก็มีจุดแข็งที่เหมาะกับสภาพถนนและอากาศร้อนชื้นของไทย เช่น รอบระยะล้อจากพื้นสูงและมีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารแถวหลัง ดังนั้นสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถครอบครัวในเมือง Xpander ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดีในด้านความประหยัดและความคล่องตัว แต่ถ้าต้องการใช้งานหนักแบบเดินทางไกลบ่อยๆ หรือมีผู้โดยสารเต็มคันเป็นประจำ อาจต้องพิจารณารถยนต์ที่มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่กว่านี้หรือระบบกันเสียงที่ดีกว่านี้จะเหมาะสมกว่า
Q
ข้อเสียของ Mitsubishi Xpander คืออะไร
Mitsubishi Xpander ในฐานะรถ MPV 7 ที่นั่งที่ได้รับความนิยมในตลาดไทย ได้รับการยอมรับในด้านความกว้างขวางและความคุ้มค่าในการใช้งาน แต่ก็มีข้อจำกัดบางประการ เช่น เบาะแถวสามมีพื้นที่วางขาแคบ ทำให้ผู้ใหญ่โดยสารได้ไม่สะดวกและไม่เหมาะกับการเดินทางไกล เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร แบบดูดอากาศธรรมชาติเมื่อบรรทุกเต็มที่หรือขึ้นเขาจะรู้สึกแรงไม่เพียงพอ เหมาะกับการใช้งานในเมืองเป็นหลัก แต่เวลาต้องเร่งแซงบนทางด่วนควรวางแผนล่วงหน้า ส่วนวัสดุภายในเน้นพลาสติกแข็งทำให้สัมผัสและการเก็บเสียงอยู่ในระดับกลาง ระบบกันสะเทือนมีความแข็งพอสมควร จึงให้ความรู้สึกกระด้างเมื่อขับผ่านถนนชนบทที่ไม่เรียบในบางพื้นที่ อย่างไรก็ตาม Xpander มีความประหยัดน้ำมันและค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาต่ำ เหมาะกับครอบครัวที่เน้นประโยชน์ใช้สอย หากต้องใช้งานบรรทุกผู้โดยสารเต็มที่และเดินทางไกลบ่อย ควรทดลองขับเพื่อประเมินสมรรถนะและพื้นที่ใช้สอยให้เหมาะสม ในตลาดไทยยังมีตัวเลือกอื่นอย่าง Toyota Avanza หรือ Honda BR-V ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องเครื่องยนต์และวัสดุภายในที่แตกต่างกัน ผู้บริโภคควรพิจารณางบประมาณและความต้องการส่วนตัวประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อ.
Q
วิธีปิดโหมด Eco บน Mitsubishi Xpander
การปิดโหมด Eco ของรถ Mitsubishi Xpander นั้น โดยปกติใช้งานผ่านปุ่มโหมด Eco ใกล้แผงหน้าปัดเครื่องมือ ซึ่งปุ่มนี้อาจจะอยู่ด้านซ้ายของพวงมาลัยหรือแถบกลางคอนโซลหน้า กดสลับโหมดได้เลย แต่ถ้าหาปุ่มไม่เจอแนะนำให้เปิดคู่มือผู้ใช้ดูตำแหน่งให้ชัดเจนอีกที ในสภาพอากาศร้อนของไทย การปิดโหมด Eco จะช่วยให้แอร์เย็นขึ้นแต่จะทำให้กินน้ำมันเพิ่มนิดหน่อย แนะนำว่าเวลาเจอรถติดในกรุงเทพฯ ให้เปิดโหมด Eco ไว้จะช่วยประหยัดน้ำมัน ส่วนเวลาเดินทางไกลหรือขับบนทางด่วนปิดโหมดนี้จะทำให้รถตอบสนองดีขึ้น โปรดทราบว่าวิธีการใช้งานของ Xpander แต่ละรุ่นในแต่ละปีอาจแตกต่างกันเล็กน้อย รถยนต์รุ่นใหม่บางรุ่นยังสามารถปรับโหมดการขับขี่ผ่านเมนูการตั้งค่ารถบนหน้าจอควบคุมส่วนกลางได้อีกด้วย การใช้โหมด Eco ให้เหมาะสมไม่เพียงช่วยให้ขับขี่ในหลากหลายสภาพถนนของไทยได้ดี แต่ยังช่วยบาลานซ์ระหว่างประหยัดน้ำมันกับความรู้สึกในการขับได้ แนะนำให้เจ้าของรถเลือกใช้ตามความต้องการจริงจะดีที่สุด
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

การออกแบบภายนอกสวยงาม
ภายในกว้างขวางและสบาย
หลอดไฟหน้าแบ่งเป็นสองส่วนและมีลิ้นประดับโครเมียม ทำให้ดูสวยงาม
แผงควบคุมแสดงข้อมูลอย่างครบถ้วน
การออกแบบปุ่มมีประสิทธิภาพและสะดวกในการใช้งาน
ที่นั่งนุ่มนวล

ข้อเสีย

ภายในมีพื้นที่ค่อนข้างแคบ รูปแบบดูเก่า
เครื่องยนต์ไม่มีพลังเพียงพอในการปีนเนิน การขับขี่บนเส้นทางภูเขาไม่ราบรื่น
เกียร์ไม่เพียงพอ เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูงเครื่องยนต์มีสปินสูง
พื้นที่ในช่องสัมภาระไม่ใหญ่ ความจุการบรรทุกต่ำ

Q&A ล่าสุด

Q
“รถมอเตอร์ไซค์ขนาด 300cc รุ่นไหนดี?”
ในหมอเตอร์ไซด์ 300cc ฮอนด้า CB300R เป็นตัวเลือกที่ดี โดยเป็นรถสตรีตเรทโรที่ผลิตในประเทศไทย ออกแบบภายนอกที่ประณีตและมีเสน่ห์แบบเรทโร พร้อมเครื่องยนต์เดี่ยวกระบอกน้ำเย็นที่ส่งกำลังได้อย่างราบรื่น สามารถตอบสนองความต้องการทั้งการเดินทางประจำวันและการขับขี่เพื่อพักผ่อน นอกจากนี้ รุ่น 300cc ในท้องถิ่นมักมีช่วงราคาระหว่าง 150,000 ถึง 250,000 บาท ซึ่งขนาดความจุนี้ได้สมดุลระหว่างกำลังและประสิทธิภาพการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เหมาะทั้งสำหรับการขับเคลื่อนในเมืองอย่างคล่องตัว และการเดินทางระยะสั้นในเขตชานเมือง หากชอบสไตล์ครูเซอร์ ยังสามารถพิจารณารุ่นอื่นในระดับเดียวกันที่เน้นความมั่นคงและความประณีตของรายละเอียด ซึ่งทั้งในด้านอุปกรณ์และความน่าเชื่อถือต่างมอบประสบการณ์ขับขี่ที่ดีเยี่ยม
Q
ยาง 265 60R18 คืออะไร?
ข้อมูลจำเพาะของยาง 265 ใน 60R18 หมายถึงความกว้างของส่วนยาง 265 มม. 60 หมายถึงอัตราส่วนแบนของยาง (อัตราส่วนของความสูงของผนังยางต่อความกว้างของส่วน) 60% R หมายถึงยางเป็นยางเรเดียล และ 18 หมายถึงเส้นผ่านศูนย์กลางของดุมล้อที่เหมาะสมคือ 18 นิ้ว ยางขนาดนี้สามารถให้ประสิทธิภาพการควบคุมและความมั่นคงที่ดีขึ้น และเหมาะสำหรับรุ่นระดับกลางถึงระดับสูงที่หลากหลาย เช่น Audi A4, A6, Q5, BMW 3 Series, 5 Series, X3, X5, Mercedes-Benz C-Class, E-Class, GLC, GLE เป็นต้น เมื่อเลือกยาง จำเป็นต้องพิจารณายี่ห้อรถ รุ่น และสภาพถนนอย่างครอบคลุม และให้ความสนใจกับความต้านทานการสึกหรอ การยึดเกาะ และประสิทธิภาพอื่นๆ ของยางเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยในการขับขี่และประสบการณ์การขับขี่ ยางเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของยานพาหนะ ส่งผลโดยตรงต่อความสะดวกสบายในการขับขี่และการยึดเกาะ และข้อกำหนดที่เหมาะสมสามารถปรับปรุงการลาก การเบรก และการผ่านของยานพาหนะได้
Q
การคำนวณรอบต่อนาที (RPM) ทำได้อย่างไร?
RPM หรือรอบต่อนาที เป็นหน่วยวัดอัตราการหมุนของวัตถุที่หมุน ซึ่งวิธีการคำนวณแตกต่างกันไปตามสถานการณ์การใช้งาน ในการคำนวณพื้นฐาน ถ้ารู้จำนวนรอบการหมุนในช่วงเวลาที่กำหนด สูตรคือ RPM = จำนวนรอบ ÷ เวลา (นาที) เช่น หมุน 5 รอบใน 10 วินาที 10 วินาทีเท่ากับ 1/6 นาที RPM = 5 ÷ (1/6) = 30 สำหรับชิ้นส่วนที่มีความเร็วเส้นเช่นล้อ สูตรคือ RPM = (ความเร็วเส้น V ÷ เส้นรอบวง C) × 60 โดยที่เส้นรอบวง C = π × เส้นผ่านศูนย์กลาง D เช่น ล้อที่รัศมี 0.5 เมตร เส้นรอบวงเป็น π × 1 เมตร เมื่อความเร็วเส้น 10 m/s RPM ≈ (10 ÷ π) × 60 ≈ 191 การคำนวณอัตราการหมุนของเครื่องยนต์มักใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับพัลส์ สูตรคือ RPM = (จำนวนพัลส์ P ในช่วงเวลาการวัด ÷ จำนวนพัลส์ต่อ 1 รอบ N) × 60 ÷ เวลาการวัด T (วินาที) เช่น วงล้อเป้าหมายมี 60 ฟัน (60 พัลส์ต่อ 1 รอบ) ตรวจจับได้ 1200 พัลส์ใน 1 วินาที RPM = (1200 ÷ 60) × 60 ÷ 1 = 1200 สำหรับมอเตอร์ อัตราการหมุนของมอเตอร์ AC สามารถคำนวณด้วยสูตร n = 60f/p โดย f คือความถี่ของแหล่งจ่ายไฟ p คือจำนวนคู่ขั้ว RPM มีการใช้งานอย่างกว้างขวางในวงการยานยนต์ อัตราการหมุนของเครื่องยนต์สูงเกินไปอาจทำให้เกิดการหมุนเกินขีดจำกัด (over-rev) ซึ่งส่งผลต่ออายุการใช้งานของชิ้นส่วน ในขณะที่อัตราการหมุนของล้อเกี่ยวข้องโดยตรงกับความเร็วของรถ การเข้าใจการคำนวณ RPM มีประโยชน์ต่อการบำรุงรักษารถและปรับปรุงประสิทธิภาพ
Q
สูตรในการแปลงจากเฮิรตซ์ (Hz) ไปยังรอบต่อนาที (RPM) คือ:\( \text{RPM} = \text{Hz} \times 60 \)
Hz (เฮิรตซ์) คือจำนวนเหตุการณ์แบบรอบต่อวินาที และ RPM (รอบต่อนาที) หมายถึงจำนวนรอบของการหมุนต่อนาที ในความสัมพันธ์การแปลงพื้นฐาน RPM = Hz × 60 เนื่องจาก 1 นาทีประกอบด้วย 60 วินาที ดังนั้นการคูณจำนวนรอบต่อวินาทีด้วย 60 ก็จะได้จำนวนรอบการหมุนต่อนาที แต่ในสถานการณ์การใช้งานมอเตอร์ โดยเฉพาะมอเตอร์ซิงโครนัส ความเร็วรอบยังต้องเชื่อมโยงกับจำนวนขั้วของมอเตอร์ในการคำนวณ สูตรคือ RPM = (Hz × 60 × 2) / จำนวนขั้ว (หรือเทียบเท่ากับ RPM = (60 × Hz) / จำนวนคู่ขั้ว โดยจำนวนคู่ขั้วคือครึ่งหนึ่งของจำนวนขั้ว) ตัวอย่างเช่น มอเตอร์ซิงโครนัส 50 Hz 4 ขั้ว ความเร็วรอบคำนวณได้ดังนี้ (50 × 60 × 2) / 4 = 1500 RPM การแปลงแบบนี้มีความสำคัญในด้านการออกแบบเลือกซื้อและการบำรุงรักษามอเตอร์ ซึ่งสามารถช่วยยืนยันความเข้ากันได้ระหว่างมอเตอร์และความถี่ของแหล่งจ่ายไฟ หรือตรวจสอบว่าความสามารถในการทำงานของมอเตอร์ตรงตามที่คาดหวังหรือไม่
Q
หน่วยของความเร็วสายพานคืออะไร?
หน่วยความเร็วสายพานที่ใช้กันทั่วไป ได้แก่ เมตรต่อวินาที (m / s), กิโลเมตรต่อชั่วโมง (km / h), เมตรต่อนาที (m / min) และฟุตต่อนาที (ft / min) เป็นต้น โดยเมตรต่อวินาทีเป็นหน่วยมาตรฐานในระบบหน่วยสากล อุตสาหกรรมต่างๆ จะเลือกหน่วยที่เหมาะสมตามสถานการณ์การใช้งานจริง ตัวอย่างเช่น ในด้านเครื่องจักรอุตสาหกรรม เพื่อให้มั่นใจในการทำงานที่ปลอดภัยของรอก ความเร็วเชิงเส้นของรอกเหล็กมักจะไม่เกิน 40 เมตร/วินาที และเหล็กหล่อไม่เกิน 35 เมตร/วินาที ในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และการขนส่ง ความเร็วเชิงเส้นของสายพานลำเลียงมักวัดเป็นเมตรต่อนาทีเพื่อประเมินประสิทธิภาพการขนส่งวัสดุและกำลังการผลิต บางสถานการณ์ยังใช้หน่วยเช่นกิโลเมตรต่อชั่วโมงหรือฟุตต่อนาที ขึ้นอยู่กับความต้องการและนิสัยของแอปพลิเคชัน
ดูเพิ่มเติม