Q
ยางขนาด 60/100-17 แบบไหน
ขนาดยาง "60/100-17" ที่คุณถามถึงเป็นขนาดมาตรฐานของยางรถมอเตอร์ไซค์ โดย "60" หมายถึงความกว้างของหน้ายาง 60 มิลลิเมตร "100" คืออัตราส่วนความสูงต่อความกว้างของยาง (100%) ส่วน "17" คือขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของล้อ 17 นิ้ว ขนาดยางแบบนี้ในตลาดไทยมักใช้กับรถมอเตอร์ไซค์ซีซีเล็กถึงกลาง เช่น ฮอนด้าเวฟหรือยามาฮ่าฟีโน่ ในสภาพอากาศเมืองไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุก แนะนำให้เลือกยางที่มีดอกลึกสักหน่อยจะได้ยึดเกาะถนนเวลาถนนลื่น โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่ถนนมักมีน้ำขัง ยางที่รีดน้ำได้ดีจะปลอดภัยกว่า ยางขนาดนี้มีผลิตในไทยโดยแบรนด์ท้องถิ่นอย่างไมแทสหรือไออาร์ซี ราคาอยู่ช่วง 800-1,500 บาท เวลาซื้อให้ดูเครื่องหมาย TISI ด้วยว่าได้มาตรฐานความปลอดภัยของไทยนะ ส่วนเรื่องกฎหมายต้องรู้ไว้ว่าตามกฎหมายไทยดอกยางมอเตอร์ไซค์ต้องเหลือความลึกไม่ต่ำกว่า 1.6 มิลลิเมตร ควรตรวจสอบสภาพยางบ่อยๆ โดยเฉพาะก่อนเข้าหน้าฝนควรเปลี่ยนยางใหม่จะได้ขับขี่ปลอดภัยครับ
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
ประเภทรถยอดนิยม
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
ควรเปลี่ยนผ้าเบรกเมื่อครบกี่กิโลเมตร?
ระยะเวลาการเปลี่ยนผ้าเบรกขึ้นอยู่กับรุ่นรถ พฤติกรรมการขับขี่ และสภาพถนน สำหรับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน โดยทั่วไปแล้วผ้าเบรกหน้าจะต้องเปลี่ยนทุกๆ 30,000-50,000 กิโลเมตร ในสภาพการจราจรติดขัดในเมือง อาจลดลงเหลือ 20,000-30,000 กิโลเมตร ในขณะที่การขับขี่บนทางหลวงอาจยืดระยะเวลาได้ถึง 50,000-60,000 กิโลเมตร ผ้าเบรกหลังโดยทั่วไปมีอายุการใช้งาน 60,000-100,000 กิโลเมตร เนื่องจากรับแรงกดน้อยกว่า แต่สำหรับรถยนต์ที่มีระบบเบรกมือไฟฟ้า แนะนำให้ลดระยะเวลาการเปลี่ยนผ้าเบรกเหลือ 50,000-60,000 กิโลเมตร รถยนต์พลังงานใหม่ที่ใช้ระบบการกู้คืนพลังงานจลน์ สามารถยืดอายุการใช้งานของผ้าเบรกหน้าได้ถึง 80,000-120,000 กิโลเมตร ในขณะที่ผ้าเบรกหลังมีอายุการใช้งานใกล้เคียงกับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน ควรเปลี่ยนผ้าเบรกทันทีเมื่อความหนา ≤3 มม. (ประมาณความหนาของขอบเหรียญ) เมื่อมีเสียงเสียดสีโลหะ ระยะเบรกยาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หรือเมื่อไฟเตือนบนแผงหน้าปัดสว่างขึ้น การขับขี่ในพื้นที่ภูเขา การเบรกอย่างแรงบ่อยครั้ง หรือการบรรทุกหนักจะทำให้ผ้าเบรกสึกหรอเร็วขึ้น จึงควรตรวจสอบก่อนกำหนดที่ 20,000-30,000 กิโลเมตร การตรวจสอบความหนาอย่างสม่ำเสมอ การเลือกใช้วัสดุเซรามิกหรือกึ่งโลหะ และการหลีกเลี่ยงการเบรกอย่างแรงจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้ หลังจากเปลี่ยนแล้ว จำเป็นต้องใช้งานให้ครบ 200 กิโลเมตรเพื่อให้ประสิทธิภาพการเบรกคงที่
Q
ทำไมต้องเจียรจานเบรก?
ความจำเป็นในการขัดล้างแผ่นเบรกขึ้นอยู่กับสภาพการสึกหรอของแผ่นเบรกและประสิทธิภาพการเบรกของรถ เมื่อแผ่นเบรกมีพื้นผิวไม่เรียบ มีรอยขีดข่วนหรือรอยร่องเนื่องจากการใช้งานเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดการสั่นสะเทือนขณะเบรก มีเสียงผิดปกติหรือประสิทธิภาพการเบรกลดลง ในกรณีนี้การขัดล้างโดยผู้เชี่ยวชาญสามารถฟื้นฟูความเรียบของพื้นผิวสัมผัส เพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างผ้าเบรกกับแผ่นเบรก เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการเบรกและความสบายในการขับขี่
แต่ต้องระวังว่าการขัดล้างต้องดำเนินการโดยช่างเทคนิคอย่างแม่นยำ เพื่อหลีกเลี่ยงการขัดมากเกินไปจนทำให้ความหนาของแผ่นเบรกต่ำกว่ามาตรฐานความปลอดภัย (โดยทั่วไปความหนาที่เหลือของแผ่นเบรกรถยนต์ไม่ควรต่ำกว่า 22 มิลลิเมตร) มิฉะนั้นจะทำให้ความสามารถในการระบายความร้อนลดลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการสูญเสียประสิทธิภาพจากความร้อนหรือการแตกหัก
หากแผ่นเบรกมีการบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง มีรอยร้าวหรือความหนาไม่เพียงพอ การเปลี่ยนแผ่นเบรกใหม่จะเหมาะสมกว่า อุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงานสามารถรับประกันความสามารถในการระบายความร้อนและความแข็งแรงตามมาตรฐานการออกแบบ
ในการบำรุงรักษาประจำวัน ควรหลีกเลี่ยงการเบรกกระทันหัน ตรวจสอบสภาพระบบเบรกเป็นประจำ และใช้เครื่องวัดความหนาประเมินระดับการสึกหรอที่ศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมมืออาชีพ เพื่อเลือกวิธีการขัดล้างหรือเปลี่ยนแผ่นเบรกอย่างเหมาะสม
ตัวอย่างเช่น ค่าใช้จ่ายในการขัดล้างแผ่นเบรกของรถกระบะที่นิยมใช้ในท้องถิ่น เช่น โตโยต้า ฮิลักซ์ อยู่ที่ประมาณ 500-1,500 บาท ส่วนการเปลี่ยนแผ่นเบรกใหม่แท้จากโรงงานจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 4,000-8,000 บาท โดยราคาจริงจะขึ้นอยู่กับรุ่นรถและนโยบายราคาของศูนย์บริการ
Q
"อายุการใช้งานของผ้าเบรกสามารถใช้งานได้นานกี่ปี?"
อายุการใช้งานของแผ่นเบรกมักจะอยู่ในช่วง 30,000 ถึง 100,000 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับประเภทของรถยนต์ พฤติกรรมการขับขี่ และสภาพถนน สำหรับรถยนต์เชื้อเพลิง แผ่นเบรกด้านหน้าต้องเปลี่ยนในช่วง 30,000-50,000 กิโลเมตรเมื่อขับรถในเมืองที่ติดขัด และสามารถยืดอายุการใช้งานไปถึง 50,000-60,000 กิโลเมตรเมื่อขับรถบนทางหลวง ในขณะที่แผ่นเบรกด้านหลังเนื่องจากมีน้ำหนักบรรทุกที่เบากว่า จึงมีอายุการใช้งานทั่วไปอยู่ในช่วง 60,000-100,000 กิโลเมตร แต่สำหรับรถยนต์ที่ติดตั้งเบรกมืออิเล็กทรอนิกส์ ต้องเปลี่ยนบ่อยขึ้นที่ 50,000-60,000 กิโลเมตร รถยนต์พลังงานใหม่เนื่องจากมีระบบกักเก็บพลังงานจลน์ช่วย จึงทำให้อายุการใช้งานของแผ่นเบรกด้านหน้าสามารถยืดไปถึง 80,000-120,000 กิโลเมตร ในขณะที่แผ่นเบรกด้านหลังมีอายุการใช้งานใกล้เคียงกับรถยนต์เชื้อเพลิง สัญญาณสำคัญที่ต้องเปลี่ยนแผ่นเบรก ได้แก่ ความหนา ≤ 3 มิลลิเมตร (สามารถเปรียบเทียบกับเหรียญ) เสียงเบรกผิดปกติ (เสียงเสียดสีโลหะ) ระยะเบรกยาวขึ้น หรือไฟเตือนบนแผงหน้าปัดติด ในสถานการณ์พิเศษ เช่น ขับรถในพื้นที่ภูเขา หรือเบรกกะทันหันบ่อยครั้ง ต้องเปลี่ยนแผ่นเบรกด้านหน้าบ่อยขึ้นที่ 20,000-30,000 กิโลเมตร สำหรับรถบรรทุกหนักต้องตรวจสอบการสึกหรอของแผ่นเบรกด้านหลังล่วงหน้า แนะนำให้ตรวจสอบความหนาทุก 5,000 กิโลเมตร เลือกใช้แผ่นเบรกเซรามิกหรือกึ่งโลหะเพื่อยืดอายุการใช้งาน ควบคู่กับการใช้งานแผ่นเบรกใหม่อย่างถูกต้องและตรวจสอบสภาพจานเบรก การเปลี่ยนแผ่นเบรกควรพิจารณาจากระดับการสึกหรอเป็นหลัก หลีกเลี่ยงการยึดติดกับระยะทางเพียงอย่างเดียว เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่
Q
ประเทศใดเป็นต้นกำเนิดของผ้าเบรก Bendix?
ประเทศกำเนิดของเบรกเบนดิกซ์ (Bendix) คือสหรัฐอเมริกา แบรนด์นี้เป็นส่วนหนึ่งของกรุ๊ปฮอนีย์เวลล์อินเทอร์เนชันอล (Honeywell International) ก่อตั้งโดยวินเซนต์ เบนดิกซ์ (Vincent Bendix) ในปี 1924 โดยมีชื่อเสียงเริ่มแรกจากการคิดค้นระบบเบรกสี่ล้อ
ในฐานะผู้บุกเบิกด้านเทคโนโลยีเบรกระดับโลก เบนดิกซ์เป็นบริษัทแรกในทศวรรษ 1960 ที่นำเบรกดิสก์ (เบรกรูปแผ่น) มาใช้กับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ (Mercedes-Benz) และคิดค้นระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS: ระบบเบรกวิเคราะห์การลื่น) ผลงานเทคโนโลยีของบริษัทถูกนำไปใช้อย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรมการบิน ยานพาณิชย์ และยานยนต์ส่วนบุคคล
ปัจจุบันฮอนีย์เวลล์มีฐานการผลิตหลักในออสเตรเลีย แต่การวิจัยและพัฒนาหลักและการจัดการแบรนด์ยังคงตั้งอยู่ที่สหรัฐอเมริกา
เบรกเบนดิกซ์ในตลาดไทยส่วนใหญ่ใช้สูตรเซรามิกและเทคโนโลยี NAO (Non-Asbestos Organic) ซึ่งเหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย สินค้าบางส่วนผลิตจากโรงงานฮอนีย์เวลล์ในกว่างโจวเพื่อส่งไปยังตลาดเอเชีย
ควรระวังว่าสินค้ารุ่นต่างๆ ที่จำหน่ายในไทยอาจมีแหล่งผลิตที่แตกต่างกันตามความเหมาะสมกับรถแต่ละรุ่น แนะนำให้ตรวจสอบรหัส E (เช่น E1 หมายถึงผลิตในเยอรมนี) บนบรรจุภัณฑ์สินค้าผ่านช่องทางทางการ หรือติดต่อตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตเพื่อยืนยัน
Q
เมื่อไรควรเปลี่ยนจานเบรก
การเปลี่ยนจานเบรกต้องพิจารณาจากความลึกของการสึกหรอ สภาพผิดปกติ และระยะทางที่ขับขี่ร่วมกัน เมื่อการสึกหรอด้านใดด้านหนึ่งเกิน 1.5 มิลลิเมตร หรือความหนารวมลดลง 3 มิลลิเมตร ต้องทำการเปลี่ยนทันที นี่เป็นเกณฑ์ความปลอดภัยสากล
ในชีวิตประจำวันสามารถสังเกตความผิดปกติช่วยตัดสินใจได้ เช่น ร่องลึกบนผิวจาน (ลึกเกิน 1.5 มิลลิเมตร) รอยแตกเป็นรัศมี หรือการสึกหรอเป็นขั้นที่ขอบจาน (ความสูงต่าง>1 มิลลิเมตร) หากเหยียบเบรกเบาๆ แล้วมีเสียงโลหะเสียดสีต่อเนื่อง หรือไฟเตือนบนแผง приборติดสว่าง ก็ต้องตรวจสอบโดยด่วน
จานเบรกหน้าของรถยนต์ทั่วไปมีความหนาเริ่มต้น 28-32 มิลลิเมตร จานหลังประมาณ 24-28 มิลลิเมตร ควรตรวจสอบทุก 60,000 กิโลเมตร แต่รถที่ขับในเขตภูเขาหรือเบรกกะทันหันบ่อยๆ อาจต้องเปลี่ยนเร็วขึ้นที่ 50,000 กิโลเมตร
ข้อควรระวังคือเมื่อเปลี่ยนผ้าเบรก (ทุก 30,000-40,000 กิโลเมตร) ควรตรวจสอบจานเบรกไปพร้อมกัน หากทั้งสองส่วนสึกหรอถึงขีดจำกัดพร้อมกัน ควรเปลี่ยนทั้งคู่เพื่อรักษาประสิทธิภาพระบบเบรก
การขับขี่ปลอดภัยต้องไม่ประมาท การเปลี่ยนจานเบรกที่สึกหรอเกินกำหนดทันเวลาจะช่วยป้องกันความเสี่ยงเช่น ระยะเบรกยาวขึ้น พวงมาลัยสั่น ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดูเพิ่มเติมข้อมูลล่าสุด

Toyota Highlander BEVเปิดตัวในสหรัฐอเมริกา อนาคตจะยกเลิกการผลิตรุ่นHighlander HEVและรุ่นใช้น้ำมัน?
Kevin WongFeb 14, 2026

Suzukiแพงที่สุด: รุ่นพี่น้องของ RAV 4, Suzuki Across Plug-in Hybrid เปิดตัวในยุโรป
Kevin WongFeb 14, 2026

Honda EV ธุรกิจขาดทุนกว่า 44 พันล้านดอลลาร์ ประกาศเร่งความร่วมมือกับ Nissan
วิรุฬห์Feb 14, 2026

Ferrari F8 Tributo ซื้อ Ferrari F8 Tributo กับงวดสบายๆ!
AshleyFeb 13, 2026

ขับรถหรู Ferrari GTC4Lusso ด้วยยอดผ่อนสนุกๆ เพียงเเค่เดือนละ 258,xxx บาท!
พงศธรFeb 13, 2026
ดูเพิ่มเติม


รุ่นรถ

