Q

Neta X มีสีอะไรบ้าง?

สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับการเปิดตัวสีพิเศษของรุ่น Neta X ในตลาดไทย ตอนนี้ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับวันวางจำหน่ายที่ชัดเจน แต่ถ้าดูจากแนวทางของแบรนด์นี้ในตลาดต่างประเทศ โดยปกติแล้วตัวเลือกสีแบบคัสตอมมักจะทยอยออกมาภายใน 3-6 เดือนหลังจากการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ เช่น ในตลาดจีนเคยมีสีพิเศษอย่างสีขาวมุกและสีฟ้าดาราศาสตร์ให้เลือก สำหรับผู้บริโภคไทยสามารถติดตามข่าวสารล่าสุดผ่านทางตัวแทนจำหน่ายท้องถิ่นหรือเว็บไซต์ทางการของแบรนด์ได้ เพราะในประเทศเขตร้อนอย่างไทยมักจะมีสีแบบเมทัลลิกหรือเทคโนโลยีเซรามิกโค้ทที่ทนต่อแสงแดดจัดเป็นพิเศษ ที่น่าสนใจคือรสนิยมสีรถของตลาดไทยค่อนข้างแตกต่างจากที่อื่น สีสันสดใสอย่างสีส้มปะการังหรือสีทองแชมเปญมักได้รับความนิยมมากกว่า บางแบรนด์ยังจะพัฒนาสีพิเศษเฉพาะประเทศไทยด้วย ซึ่งเกี่ยวข้องกับสภาพอากาศร้อนที่ผู้บริโภคต้องการความรู้สึกสดชื่นทางสายตา สำหรับคนไทยที่สนใจ Neta X แนะนำให้จองทดลองขับล่วงหน้าเพื่อสัมผัสคุณภาพของสีรถภายใต้แสงต่าง ๆ นอกจากนี้งานแสดงรถใหญ่ๆ อย่างงานมอเตอร์โชว์กรุงเทพก็เป็นโอกาสดีที่จะได้เห็นสีใหม่ๆ แบบใกล้ชิด
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
ข้อเสียของ Neta X มีอะไรบ้าง?
Neta X ในฐานะรถ SUV ไฟฟ้า อาจมีจุดอ่อนหลักในตลาดประเทศไทยอยู่ที่ความเข้ากันได้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จ และประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ในสภาพอากาศร้อน โดยอุณหภูมิที่สูงของไทยอาจทำให้ระบบระบายความร้อนของแบตเตอรี่ต้องทำงานหนักขึ้น ขณะเดียวกัน เครือข่ายสถานีชาร์จในบางพื้นที่ห่างไกลยังไม่ครอบคลุม อาจกระทบต่อความสะดวกในการเดินทางระยะไกล ระบบขับขี่อัจฉริยะของรถรุ่นนี้ยังต้องพิสูจน์ความสามารถในการปรับตัวให้เหมาะกับสภาพการจราจรที่ซับซ้อนของไทย เช่น การตรวจจับมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งอยู่บนถนนอย่างหนาแน่น นอกจากนี้ เมื่อเทียบกับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปแบบดั้งเดิม รถยนต์ไฟฟ้ายังมีอัตราการคงมูลค่าในตลาดมือสองที่ต่ำกว่า ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ควรพิจารณา ในมุมการใช้งานจริง ผู้บริโภคชาวไทยควรพิจารณาด้วยว่ารถรุ่นดังกล่าวมีศูนย์บริการหลังการขายกระจายตัวเพียงพอหรือไม่ รวมถึงมีเทคโนโลยีป้องกันน้ำในแบตเตอรี่ที่เหมาะสมกับฤดูฝนของไทยหรือเปล่า เนื่องจากสิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อประสบการณ์ในการใช้งานโดยตรง
Q
Neta X จัดอยู่ในรถกลุ่มเซกเมนต์ไหน?
เนตา เอ็กซ์ เป็นรถ SUV ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด ตำแหน่งทางการตลาดอยู่ในเซ็กเมนต์ C-SUV ที่มีการแข่งขันสูงในตลาดรถไฟฟ้าโลก สำหรับตลาดไทยแล้ว รุ่นนี้ได้รับความสนใจไม่น้อยเพราะตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในเมืองที่คล่องตัว และความประหยัดพื้นที่เหมาะกับครอบครัว ตัวถังมีความยาวประมาณ 4.6 เมตร ระยะฐานล้อ 2.77 เมตร จุผู้โดยสารได้ 5 ที่นั่ง ซึ่งขนาดนี้เหมาะกับการขับขี่ในซอยแคบๆ แบบกรุงเทพฯ พร้อมกันนั้นยังช่วยให้รองรับสภาพถนนช่วงฤดูฝนได้ดีด้วย สเปคการขับขี่แบบ CLTC วิ่งได้ไกล 501-660 กิโลเมตร เมื่อรวมกับนโยบาย EV 3.5 ของรัฐบาลไทย เช่น การลดภาษีนำเข้าและสนับสนุนสถานีชาร์จ ก็ช่วยลดความกังวลเรื่องระยะทางได้มาก ในส่วนระบบอัจฉริยะ มาพร้อมหน้าจอกลาง 15.6 นิ้ว และระบบช่วยขับขี่ระดับ L2+ ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยบนถนนไทยที่การจราจรค่อนข้างซับซ้อน คู่แข่งในระดับเดียวกันอย่าง BYD Atto 3 และ MG ZS EV อาจสู้ไม่ได้ในจุดเด่นอย่างขนาดตัวถังที่ใหญ่กว่าและแบตเตอรี่จาก CATL ที่เนตา เอ็กซ์ นำมาใช้ ตอนนี้ตลาดรถไฟฟ้าไทยโตเกิน 300% ต่อปี โดยเฉพาะ SUV ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดในราคา 1-1.5 ล้านบาทกำลังมาแรง เมื่อมีแบรนด์จีนเข้ามาเพิ่มขึ้น ผู้บริโภคก็จะมีทางเลือกเพื่อสิ่งแวดล้อมที่หลากหลายขึ้นในอนาคต
Q
มูลค่าขายต่อของ Neta X คือเท่าไหร่?
เนต้า เอ็กซ์ ในฐานะรถอีวีเอสยูวีรุ่นใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดไทย มูลค่าซื้อขายต่อในตลาดมือสองจะถูกกำหนดโดยหลายปัจจัย ทั้งการรับรู้ของคนไทยต่อแบรนด์ อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ ความต้องการในตลาด รวมถึงนโยบายสนับสนุนรถไฟฟ้าจากรัฐบาลไทย ปัจจุบันตลาดอีวีในไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว รัฐบาลออกมาตรการลดภาษีและให้เงินสนับสนุนเพื่อส่งเสริมให้คนหันมาใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าคงเหลือของเนต้า เอ็กซ์ ได้ระดับหนึ่ง นอกจากนี้ ระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้งและความสะดวกในการหาสถานีชาร์จก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อมูลค่าซื้อขายต่อ ถ้าแบตเตอรี่มีประสิทธิภาพคงที่และมีบริการหลังการขายที่ครบวงจร มูลค่าก็จะสูงกว่าปกติ โดยทั่วไปแล้วรถไฟฟ้าในไทยมักมีมูลค่าซื้อขายต่อต่ำกว่ารถน้ำมันเล็กน้อย แต่เมื่อโครงสร้างพื้นฐานพัฒนาไปและคนเริ่มนิยมมากขึ้น ช่องว่างนี้ก็กำลังลดลง สำหรับคนที่กำลังคิดจะซื้อ แนะนำให้ศึกษานโยบายการรับประกันจากบริษัทและค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแบตเตอรี่ เพราะสองเรื่องนี้ส่งผลโดยตรงต่อมูลค่ารถในระยะยาว รวมถึงสภาพอากาศร้อนของไทยก็อาจกระทบต่ออายุแบตเตอรี่ได้ การดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอและการใช้งานอย่างเหมาะสมจะช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ และรักษามูลค่าของรถไว้ได้ในระดับที่ดี
Q
ขุมพลังใน Neta X คืออะไร?
Neta X มาพร้อมระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง โดยมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 120 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร รองรับการใช้งานทั้งในเมืองและการเดินทางระยะสั้นได้อย่างเหมาะสม แบตเตอรี่มีให้เลือกหลายขนาดตามแต่ละรุ่น โดยสามารถวิ่งได้ระยะทางประมาณ 500 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันและทริปท่องเที่ยวช่วงสุดสัปดาห์ ในสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย Neta X ยังมีระบบจัดการอุณหภูมิแบตเตอรี่ (BMS) ที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยให้แบตเตอรี่ทำงานได้เสถียรแม้ในอุณหภูมิสูง และช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่อีกด้วย อีกทั้งยังรองรับระบบชาร์จเร็ว โดยสามารถชาร์จไฟจาก 0–80% ได้ภายใน 30 นาที ซึ่งตอบโจทย์กับโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จที่กำลังขยายตัวในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
Q
ขนาด PCD ของ Neta X คือเท่าไหร่?
ขนาด PCD (ระยะวงกลมรูสกรู) ของ Neta X ที่ 5×114.3 มิลลิเมตร เป็นหนึ่งในขนาดยอดนิยมสำหรับการติดตั้งล้อในตลาดไทย ซึ่งเหมาะกับการอัพเกรดรถ SUV และรถเก๋งส่วนใหญ่ในท้องตลาด โดยในประเทศไทย รุ่นยอดฮิตอย่าง Toyota Fortuner หรือ Honda CR-V ก็ใช้ขนาด PCD เดียวกัน ทำให้เจ้าของ Neta X สามารถหาล้อที่เข้ากันได้ง่ายหรืออัพเกรดล้อได้สะดวกกว่า PCD นับเป็นพารามิเตอร์สำคัญในการเลือกซื้อล้อ เพราะถ้าเลือกขนาดถูกต้องจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและป้องกันปัญหาการสั่นสะเทือนหรือการสึกหรอจากขนาดที่ไม่พอดี สำหรับคนไทยที่อยากเปลี่ยนล้อ นอกจาก PCD แล้ว ควรเช็กค่ากลางล้อ (CB) และค่าโอฟเซ็ต (ET) ด้วย แนะนำให้ซื้อจากร้านมืออาชีพหรือช่องทางตัวแทนจำหน่ายแท้เพื่อความมั่นใจในความเข้ากันได้ อีกปัจจัยที่ต้องคำนึงคือสภาพอากาศเมืองไทยที่ฝนชุก ควรเลือกวัสดุล้อที่ป้องกันการกัดกร่อนได้ดี เช่น อลูมิเนียมอัลลอยด์ และเลือกลายดอกยางที่รีดน้ำได้มีประสิทธิภาพ เพื่อความปลอดภัยและอายุการใช้งานที่ยาวขึ้น
Q
Neta X รับรอง Apple CarPlay หรือไม่?
ตอนนี้รถรุ่น Neta X ที่วางขายในตลาดไทยมีการรองรับฟังก์ชัน Apple CarPlay ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ iPhone ในไทยได้สัมผัสประสบการณ์การเชื่อมต่อในรถที่สะดวกสบายมากขึ้น โดยสามารถใช้งานแอปพลิเคชันพื้นฐานอย่างแผนที่หรือเพลงผ่านหน้าจอกลางรถได้เลย สำหรับสภาพอากาศในไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุก ฟังก์ชันการเชื่อมต่อแบบไร้สายของ Apple CarPlay จะช่วยลดปัญหาสายชาร์จเสื่อมสภาพจากความร้อน ส่วนระบบควบคุมด้วยเสียงก็เหมาะกับการใช้งานในสภาพการจราจรติดขัดอย่างในกรุงเทพฯ เพราะช่วยให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น ที่น่าสนใจคือรถบางรุ่นจากแบรนด์ญี่ปุ่นในตลาดไทยยังใช้ระบบ CarPlay แบบมีสาย ทำให้จุดเด่นของ Neta X ที่รองรับการเชื่อมต่อไร้สายดูน่าสนใจกว่า แถมยังรองรับ Android Auto สำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนระบบ Android อีกด้วย ก่อนตัดสินใจซื้อ แนะนำให้ลองทดสอบระบบมัลติมีเดียในรถด้วยตัวเอง เพื่อเช็คความลื่นไหลและการทำงานร่วมกับบริการแผนที่ในไทย โดยเฉพาะการแสดงชื่อสถานที่แบบไทยและระบบแจ้งเตือนการจราจร เพราะปัจจุบันฟังก์ชันเชื่อมต่ออัจฉริยะแบบนี้กำลังเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับคนรุ่นใหม่ที่สนใจรถ EV ในไทยซึ่งกำลังมาแรง
Q
Neta X ใช้ยางยี่ห้ออะไร?
Neta X ในฐานะรถ SUV ไฟฟ้าที่ได้รับความสนใจในตลาดไทย ยางติดรถจากโรงงานอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละรุ่นย่อยและความต้องการของตลาด โดยทั่วไปมักเลือกใช้ยางจากแบรนด์ระดับโลกอย่าง Continental หรือ Michelin ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความทนทานและการยึดเกาะบนถนนเปียก เหมาะกับสภาพอากาศร้อนและฝนตกบ่อยของประเทศไทย สำหรับการเลือกยางในประเทศไทย นอกจากเรื่องยี่ห้อแล้ว ยังควรพิจารณาสภาพถนนในพื้นที่ใช้งาน เช่น การจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ หรือถนนที่ซับซ้อนนอกเมือง โดยควรให้ความสำคัญกับคุณสมบัติทนความร้อน การรีดน้ำ และความประหยัดน้ำมัน ยางอย่าง Michelin รุ่น Energy Saver หรือ Continental รุ่น EcoContact เป็นตัวเลือกที่ดีที่เน้นทั้งความสบายและความคุ้มค่า ทั้งนี้ กฎหมายไทยกำหนดความลึกของดอกยางต้องไม่ต่ำกว่า 1.6 มิลลิเมตร จึงควรตรวจสอบสภาพดอกยางและแรงดันลมยางอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในรถไฟฟ้าที่มีแรงบิดสูง ยิ่งต้องดูแลรักษายางอย่างใกล้ชิดเพื่อยืดอายุการใช้งาน หากผู้ใช้งานต้องการประสบการณ์ขับขี่ที่เงียบหรือประหยัดพลังงานมากขึ้น ก็สามารถปรึกษาร้านยางเพื่อเปลี่ยนเป็นยางแบบเงียบหรือแบบแรงต้านต่ำได้ แต่ต้องมั่นใจว่าเป็นรุ่นที่ผ่านการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกของไทยแล้วเท่านั้น
Q
ความกว้างของ Neta X คือเท่าไหร่?
รถ Neta X มีรุ่นย่อยให้เลือกหลายแบบ เช่น Neta X Comfort 2024 และ Neta X Smart 2024 ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้มีความกว้างตัวรถที่ 1,860 มม. เท่ากัน ความกว้างของรถเป็นพารามิเตอร์สำคัญที่ส่งผลต่อความมั่นคงในการขับขี่ การผ่านพ้นสิ่งกีดขวางบนถนน รวมถึงการจัดวางพื้นที่ภายในรถ รถที่มีความกว้างมากกว่าปกติมักจะให้พื้นที่ด้านข้างที่กว้างขวางกว่า ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกสบายตัวมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่นั่งแถวหลังที่จะไม่รู้สึกอึดอัด นอกจากนี้ ความกว้างของตัวรถยังช่วยเพิ่มความมั่นคงในการควบคุมรถขณะขับเคลื่อนอีกด้วย
Q
แรงดันลมยางของ Neta X ควรเติมเท่าไหร่?
ค่าลมยางมาตรฐานของ Neta X อยู่ที่ประมาณ 2.3 ถึง 2.5 บาร์ (ประมาณ 33 ถึง 36 psi) ซึ่งเหมาะสำหรับการขับขี่บนถนนในเมืองและทางหลวงที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยมีอากาศร้อน ลมยางจะเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติเมื่อขับขี่ ดังนั้นควรเติมลมในขณะยางเย็นตามค่ามาตรฐานเพื่อความปลอดภัยและความนุ่มนวลในการขับขี่ หากต้องบรรทุกของหนักบ่อย หรือขับทางไกล แนะนำให้เพิ่มลมยางล้อหลังอีกประมาณ 0.1 ถึง 0.2 บาร์ แต่อย่าลืมตรวจสอบค่าที่แนะนำจากฉลากข้างประตูรถหรือฝาถังน้ำมันเป็นหลัก การตรวจสอบลมยางอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ ควรเช็คลมยางอย่างน้อยเดือนละครั้งด้วยเกจวัดลม เพราะอุณหภูมิที่สูงในไทยอาจทำให้แรงดันลมยางผันผวนได้ หากลมยางต่ำเกินไปจะทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและเสี่ยงต่อการระเบิดของยาง แต่ถ้าลมยางสูงเกินไปจะลดการยึดเกาะถนนและเพิ่มระยะเบรก สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง Neta X ลมยางยังมีผลต่อระยะทางที่สามารถขับได้ในแต่ละการชาร์จอีกด้วย การรักษาค่าลมยางให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมจึงช่วยให้ประหยัดพลังงานและขับขี่ได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
Q
ยางของ Neta X ใช้ขนาดเท่าไหร่?
Neta X มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ซึ่งถือเป็นขนาดมาตรฐานในกลุ่มรถ SUV ไฟฟ้าขนาดกลางในตลาดประเทศไทย ขนาดนี้สามารถให้ความสมดุลระหว่างความนุ่มนวลในการขับขี่และสมรรถนะการควบคุม เหมาะกับสภาพถนนที่หลากหลายในไทย ทั้งในเมืองและนอกเมือง ล้อขนาด 19 นิ้วยังช่วยเพิ่มความสปอร์ตให้กับรูปลักษณ์ของรถ และยังส่งผลดีต่อเสถียรภาพของตัวรถ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนของไทยที่ถนนเปียกบ่อย การใช้ล้อขนาดใหญ่ร่วมกับยางที่เหมาะสมสามารถช่วยเพิ่มการยึดเกาะบนพื้นผิวเปียกได้ดียิ่งขึ้น สำหรับผู้บริโภคชาวไทย การเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้านอกจากจะดูเรื่องขนาดล้อแล้ว ยังควรพิจารณาประเภทของยาง เช่น ยางที่มีแรงต้านการหมุนต่ำ (Low Rolling Resistance) เพื่อช่วยให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น หรือยางที่มีร่องรีดน้ำดีเพื่อความปลอดภัยในฤดูฝน นอกจากนี้ วัสดุของล้อก็มีความสำคัญ ล้ออัลลอยที่ทำจากอะลูมิเนียมจะทนต่อการกัดกร่อนได้ดีในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย และยังมีน้ำหนักเบา ช่วยลดการใช้พลังงาน หากผู้ใช้งานต้องการความโดดเด่นเฉพาะตัว ก็สามารถพิจารณาเปลี่ยนล้อจากศูนย์หรือชุดแต่งที่ถูกกฎหมายได้ แต่อย่าลืมตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายจราจรในประเทศไทย
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

ราคาประกอบด้วยคุณสมบัติที่ดีและได้รับรางวัลสองรางวัลในประเทศไทย
กำลังขับเคลื่อนที่แข็งแกร่งและประสิทธิภาพการควบคุมที่แม่นยำ
ประสบการณ์ขับรถที่สบายสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทาง

ข้อเสีย

บริษัท NETA Auto ประเทศไทยประสบความสูญเสียและยอดขายลดลง
ความกังวลที่อาจเกิดขึ้นในด้านความยั่งยืนของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย
การถอนออกจากตลาดบางแห่งทำให้ความกังวลเพิ่มขึ้น

Q&A ล่าสุด

Q
สมรรถนะของ Audi A4 2020 เป็นอย่างไร?
Audi A4 40 TFSI Quattro S Line มีสมรรถนะที่สมดุลและยอดเยี่ยม สามารถตอบสนองความต้องการในการขับขี่ที่หลากหลาย ในด้านกำลังขับเคลื่อน ติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 2.0T ที่ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร คู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบ双离合 7 จังหวะชนิดเปียก ซึ่งมีประสิทธิภาพการส่งกำลังสูง เปลี่ยนเกียร์ได้ราบรื่นและรวดเร็ว ตามข้อมูลทางการ เร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 5.8 วินาที และมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงรวม 6.3 ลิตร/100 กิโลเมตร ถือว่าทั้งทรงพลังและประหยัดน้ำมัน ในด้านการควบคุม ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อควอตโตรสามารถกระจายกำลังได้อย่างรวดเร็วบนพื้นถนนลื่นหรือสภาพถนนซับซ้อน เพื่อเพิ่มการยึดเกาะและความมั่นคง การตั้งค่าซัสเพนชันให้ทั้งความนุ่มนวลและการรองรับที่ดี มีการหมุนพวงมาลัยที่แม่นยำ และการเอียงตัวรถเมื่อเข้าโค้งน้อย สร้างความมั่นใจให้ผู้ขับขี่ ในส่วนของพื้นที่ภายใน มีระยะฐานล้อ 2,820 มิลลิเมตร ให้พื้นที่กว้างขวางสำหรับผู้โดยสาร 5 ที่นั่ง และมีปริมาตรกระโปรงหลัง 480 ลิตร เหมาะสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันของครอบครัวหรือการเดินทางไกล ในฐานะรถยนต์ระดับ D-Segment ยังมีอุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐาน เช่น ระบบเตือนเมื่อไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ถุงลมนิรภัยทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร โดยรวมแล้วเป็นรถที่เชื่อถือได้ และเป็นตัวเลือกคุณภาพในกลุ่มรถยนต์หรูระดับกลาง
Q
รถ Audi A4 ปี 2020 ใช้น้ำมันประเภทอะไร?
รถยนต์ Audi A4 ปี 2020 ใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง โดยแนะนำให้ใช้เบนซิน 95 ออกเทน เครื่องยนต์ในรุ่นนี้มีอัตราส่วนการอัดระหว่าง 8.5 ถึง 9.5 และค่าออกเทนของเบนซิน 95 ออกเทนตรงตามข้อกำหนดการป้องกันการน็อค ช่วยป้องกันการเกิดเสียงดังผิดปกติและทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ยังช่วยลดการสะสมของคาร์บอนและยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ ในกรณีฉุกเฉินสามารถใช้เบนซิน 91 ออกเทนได้ในระยะสั้น แต่ควรใช้ที่ความเร็วปานกลางเท่านั้น ไม่แนะนำให้ใช้เป็นเวลานาน ควรหลีกเลี่ยงการใช้เบนซิน 92 ออกเทนหรือเชื้อเพลิงที่มีเอทานอลสูง เนื่องจากอาจส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ รุ่นนี้มีราคาขายในตลาด 2.7 ล้านบาท จัดอยู่ในกลุ่มรถยนต์ D-segment มาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 2.0T ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และคุณสมบัติอื่นๆ ที่ให้กำลังและประโยชน์ใช้สอยที่ยอดเยี่ยม ตอบโจทย์ทั้งการขับขี่ในชีวิตประจำวันและความต้องการด้านสมรรถนะ
Q
2020 Audi A4 2.0 TFSI ใช้น้ำมันเครื่องเท่าไหร่?
รถยนต์ Audi A4 2.0 TFSI รุ่นปี 2020 ต้องการน้ำมันเครื่องประมาณ 5 ลิตร รุ่นนี้ติดตั้งเครื่องยนต์ EA888 ซึ่งโดยทั่วไปมีความจุของน้ำมันเครื่องประมาณ 5 ลิตร น้ำมันเครื่องมีบทบาทสำคัญในการทำงานของเครื่องยนต์ รวมถึงการหล่อลื่น การลดแรงเสียดทาน การระบายความร้อน การทำความสะอาด การอุดรอยรั่ว การป้องกันสนิมและการกัดกร่อน และการดูดซับแรงกระแทก จึงจำเป็นอย่างยิ่งต่อการทำงานปกติของเครื่องยนต์ เมื่อเติมน้ำมันเครื่อง ขอแนะนำให้ดูคู่มือเจ้าของรถเพื่อให้แน่ใจว่าเติมอย่างถูกต้อง ควรเลือกใช้น้ำมันเครื่องที่ผู้ผลิตแนะนำเท่านั้น และหลีกเลี่ยงการผสมน้ำมันต่างยี่ห้อหรือความหนืด เพราะอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ เมื่อเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ควรระบายน้ำมันเก่าและสิ่งสกปรกต่างๆ ออกจากถังน้ำมันให้หมด เพื่อให้แน่ใจว่าน้ำมันใหม่มีความบริสุทธิ์และมีประสิทธิภาพ ปรับความหนืดของน้ำมันเครื่องตามฤดูกาล ใช้น้ำมันที่มีความหนืดต่ำในฤดูร้อน และน้ำมันที่มีความหนืดสูงในฤดูหนาว นอกจากนี้ แนะนำให้เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรองน้ำมันเครื่องทุกๆ ประมาณ 10,000 กิโลเมตร เพื่อรักษาประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
Q
2020 Audi A4 มีกำลังเครื่องยนต์กี่แรงม้า?
กำลังเครื่องยนต์ของ Audi A4 ปี 2020 แตกต่างกันไปตามรุ่นย่อย รุ่น 40 TFSI มีกำลังเครื่องยนต์สูงสุด 190 แรงม้า จับคู่กับเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 2.0T ให้กำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร รุ่น 45 TFSI ซึ่งเป็นรุ่นกำลังสูง มีกำลังเครื่องยนต์สูงสุด 252 แรงม้า ให้กำลังสูงสุด 185 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 370 นิวตันเมตร นอกจากนี้ยังมีรุ่น 35 TFSI ที่มีกำลังเครื่องยนต์สูงสุด 150 แรงม้า พารามิเตอร์กำลังที่แตกต่างกันในแต่ละรุ่นตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้ ทั้งความสะดวกสบายในการขับขี่ประจำวัน ความประหยัด และสมรรถนะที่ทรงพลัง
Q
ราคา Audi Q5 2020 เท่าไหร่?
ราคาของ Audi Q5 ปี 2020 ในประเทศไทยแตกต่างกันไปตามรุ่นย่อย โดย Audi Q5 2.0 40 TFSI Quattro ปี 2020 มีราคาอยู่ที่ 3,399,000 บาท และ Audi Q5 2.0 45 TFSI Quattro S Line ปี 2020 มีราคาอยู่ที่ 3,900,000 บาท ทั้งสองรุ่นอยู่ในกลุ่มรถยนต์ D-segment และมีขนาดใกล้เคียงกัน คือ ยาว 4663 มม. กว้าง 1893 มม. สูง 1659 มม. และมีระยะฐานล้อ 2819 มม. ทั้งสองรุ่นเป็นรถยนต์ 5 ประตู 5 ที่นั่ง เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการความสะดวกสบายในการเดินทาง ในด้านพละกำลัง รุ่น 40 TFSI มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 218 กม./ชม. และอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 8.5 ลิตร/100 กม. ส่วนรุ่น 45 TFSI S Line มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 6.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 237 กม./ชม. และอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 8.5 ลิตร/100 กม. เช่นเดียวกัน เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการสมรรถนะที่สูงกว่า ในส่วนของระบบความปลอดภัย ทั้งสองรุ่นมาพร้อมระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัย ถุงลมนิรภัยสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ให้ความปลอดภัยขั้นพื้นฐานแก่ผู้โดยสาร เมื่อซื้อ คุณสามารถเลือกรุ่นที่เหมาะสมตามความต้องการด้านกำลัง สมรรถนะ และงบประมาณของคุณได้
ดูเพิ่มเติม