Q
รถ Rolls-Royce Phantom สังกัดแบรนด์ใด
ปัจจุบันรถยนต์หรูหราระดับตำนานอย่าง Rolls-Royce Phantom นั้นอยู่ภายใต้การถือหุ้นเต็มรูปแบบโดยกลุ่มบริษัท BMW หลังจากที่ BMW เข้าซื้อกิจการแบรนด์ Rolls-Royce เสร็จสิ้นในปี 2003 รถยนต์สุดพิเศษคันนี้ก็กลายเป็นเรือธงของผู้ผลิตรถยนต์หรูจากเยอรมนี ที่น่าสนใจคือแม้ Rolls-Royce จะเป็นแบรนด์หรูคลาสสิกของอังกฤษ แต่เทคโนโลยีหลักอย่างเครื่องยนต์ได้ผสานความสุดยอดของฝีมือจาก BMW แล้ว ในตลาดไทย Phantom เป็นที่นิยมในหมู่ราชวงศ์และเศรษฐีระดับสูง เราอาจเห็นดีไซน์ประตูเปิดแบบสวนทางและตุ๊กตาสัญลักษณ์สปิริตออฟเอ็กซ์แตลันซ์บนถนนกรุงเทพฯ บ้างเป็นครั้งคราว รถระดับซุปเปอร์ลักซ์ชัวรีแบบนี้เมื่อนำเข้าไทยจะต้องเสียภาษีรวมสูงถึง 328% ทำให้ราคาจริงอาจเกิน 500 ล้านบาท ส่งผลให้การเป็นเจ้าของ Phantom กลายเป็นสัญลักษณ์สถานะสำคัญของสังคมชั้นสูงไทย สำหรับผู้บริโภคไทยนอกจาก Phantom แล้ว ยังมีคู่แข่งที่น่าสนใจในตลาดซุปเปอร์ลักซ์ชัวรีอย่าง Bentley Muchamp และ Mercedes-Maybach S-Class ซึ่งแต่ละรุ่นก็มีเสน่ห์ของแบรนด์และจุดเด่นทางเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
รถ Rolls-Royce Phantom จะใช้งานได้นานแค่ไหน?
Rolls-Royce Phantom ถือเป็นรถยนต์หรูระดับท็อปที่แม้ในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทยก็ยังคงแสดงประสิทธิภาพได้อย่างยอดเยี่ยม ถ้าดูแลรักษาอย่างมืออาชีพตามกำหนด รถมักจะวิ่งได้เกิน 300,000 กิโลเมตรหรือมากกว่านั้น สิ่งสำคัญคือต้องทำตามช่วงเวลาบำรุงรักษาที่ผู้ผลิตแนะนำอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ทั้งร้อนและชื้นแบบประเทศไทย ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษกับการตรวจสอบระบบแอร์ อิเล็กทรอนิกส์ และการป้องกันสนิมของตัวรถ ในเมืองใหญ่ๆอย่างกรุงเทพฯ มีศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาตจาก Rolls-Royce โดยตรง ซึ่งสามารถให้บริการบำรุงรักษาที่ได้มาตรฐานของโรงงาน แนะนำให้ทำการบำรุงรักษาอย่างเต็มรูปแบบทุก 12 เดือนหรือทุก 10,000 กิโลเมตร ข้อควรระวังคือรถหรูนำเข้าในประเทศไทยต้องใส่ใจเป็นพิเศษเกี่ยวกับคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง แนะนำให้ใช้เบนซิน 98 เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้ดีที่สุด แม้ว่าค่าซ่อมแซมฟานทอมจะค่อนข้างสูง แต่ด้วยฝีมือการผลิตชั้นเยี่ยมและวัสดุคุณภาพสูงทำให้ความทนทานเหนือกว่ารถทั่วไปมาก ในเมืองไทยมักจะเห็น Phantom อายุเกิน 15 ปีที่ยังคงสภาพสมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นการพิสูจน์ถึงคุณภาพที่ยอดเยี่ยม สำหรับเจ้าของรถในประเทศไทย การเลือกซื้ออะไหล่แท้จากช่องทางทางการและหลีกเลี่ยงอะไหล่เทียมคือกุญแจสำคัญที่จะยืดอายุรถคู่ใจให้ยาวนานขึ้น
Q
รถยนต์ Rolls-Royce Phantom มีความเร็วเท่าไหร่?
Rolls-Royce Phantom ถือเป็นสุดยอดรถยนต์หรูระดับตำนาน ที่มาพร้อมสมรรถนะอันน่าประทับใจ ด้วยเครื่องยนต์ V12 6.75 ลิตร เทอร์โบชาร์จคู่ ให้กำลังสูงสุดถึง 571 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 900 นิวตัน-เมตร เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 5.3 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ 250 กม./ชม. (จำกัดด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์) ซึ่งถือเป็นความสำเร็จทางวิศวกรรมที่น่าทึ่งสำหรับรถหรูที่มีน้ำหนักกว่า 2.7 ตัน ไม่ว่าจะบนทางด่วนกรุงเทพฯ หรือถนนเลียบชายทะเลที่ชลบุรี Phantom ก็พร้อมมอบพลังขับเคลื่อนอันราบรื่นเสมอ
สิ่งที่ควรสังเกตคือสภาพอากาศร้อนของไทยที่ท้าทายระบบระบายความร้อนของรถประสิทธิภาพสูง แต่ระบบระบายความร้อนอัจฉริยะของ Phantom สามารถรักษาอุณหภูมิเครื่องยนต์ให้อยู่ในระดับเหมาะสมตลอดเวลา นอกจากนี้ระบบช่วงล่าง "แมจิค คาร์เพท" ยังเหมาะเป็นพิเศษกับถนนบางสายในไทยที่ขรุขระ ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แม้การจราจรติดขัดในเมืองไทยจะจำกัดโอกาสในการใช้ความเร็วสูง แต่จุดขายที่แท้จริงของ Phantom อยู่ที่ความเงียบสงบภายในห้องโดยสาร ห้องโดยสารประดิษฐ์มือหรูหรา และประสบการณ์การขับขี่แบบ "ฟลายติ้ง สเปอร์" ที่ไม่เหมือนใคร ล้วนทำให้มันเป็นรถยนต์ในฝันของชนชั้นสูงไทย
Q
Rolls-Royce Phantoms สามารถผลิตได้กี่คันต่อปี?
รถยนต์หรูหราระดับสูงอย่าง Rolls-Royce Phantom ถือเป็นรถที่การผลิตต่อปีถูกควบคุมอย่างเข้มงวด ตามกลยุทธ์ของแบรนด์ที่ยึดถือมาโดยตลอด โดยปกติแล้วทั่วโลกจะผลิตเพียงไม่กี่ร้อยคันต่อปีเท่านั้น ตัวเลขที่แน่นอนจะปรับเปลี่ยนไปตามความต้องการของตลาดและระยะเวลาการผลิตแบบสั่งทำมือเฉพาะตัว สำหรับตลาดไทย ด้วยเหตุที่ภาษีนำเข้ารถหรูค่อนข้างสูงและกลุ่มลูกค้าเป็นคนกลุ่มเล็ก จึงมีการนำเข้า Phantom ผ่านช่องทางทางการประมาณ 10-20 คันต่อปี ส่วนใหญ่จะให้บริการลูกค้าระดับไฮเอนด์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ข้อที่น่าสนใจคือ Phantom ทุกคันผลิตด้วยมือทั้งหมด ใช้เวลากว่า 800 ชั่วโมงต่อคัน โดยลูกค้าสามารถปรับแต่งตามความต้องการได้อย่างเต็มได้ที่บูติก Rolls-Royce ในกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นผ้าซิ่นไหมไทยตกแต่งภายใน หรือแม้แต่ตราสัญลักษณ์พระราชวงศ์แบบเฉพาะตัว เทียบกับรุ่นมาตรฐานแล้ว ลูกค้าชาวไทยมักนิยมรุ่นเวอร์ชั่นยาว (long wheelbase) เพื่อตอบโจทย์การใช้งานด้านธุรกิจ นอกจากนี้ แบรนด์ยังมีบริการปรับตั้งเฉพาะสำหรับสภาพอากาศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อให้รถแสดงประสิทธิภาพได้ดีแม้อยู่ในสภาพอากาศแบบร้อนชื้น แม้ว่าตลาดรถหรูในไทยจะเติบโตขึ้นทุกปี ทำให้เห็นรถเรือธงอย่าง Phantom บนท้องถนนบ่อยขึ้น แต่ Rolls-Royce ยังคงยึดมั่นในแนวคิด "ผลิตน้อยแต่ต้องดีที่สุด" อย่างเคร่งครัด
Q
เจ้าของของ Rolls-Royce เป็น BMW หรือไม่?
Rolls-Royce คือแบรนด์รถหรูภายใต้กลุ่ม BMW ตั้งแต่ปี 1998 ที่ BMW เข้าซื้อกิจการและดูแลการผลิตและการตลาดทั่วโลก สำหรับตลาดไทย Rolls-Royce ถูกนำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการโดย BMW ประเทศไทย เช่น โชว์รูมในกรุงเทพฯ ที่มีรถทุกรุ่นทั้ง Phantom Ghost ฯลฯ แม้จะเป็นส่วนหนึ่งของ BMW แต่ Rolls-Royce ยังคงความเป็นแบรนด์อิสระ ด้วยการผลิตแบบแฮนด์เมดที่โรงงานกู๊ดวูดในอังกฤษ ใช้เทคโนโลยีเฉพาะตัวเช่นโครงสร้างอลูมิเนียมของ Rolls-Royce เอง ไม่เหมือนกับแพลตฟอร์มของ BMW สำหรับคนไทย Rolls-Royce คือสัญลักษณ์ความหรูหราสุดยอด มักเห็นได้ตามโรงแรมระดับห้าดาวและย่านธุรกิจในกรุงเทพฯ การดูแลจาก BMW ช่วยให้ Rolls-Royce มีการลงทุนด้านเทคโนโลยีและบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง ทำให้รักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดรถหรูระดับสูงได้อย่างมั่นคง
Q
ราคาของรถ Rolls-Royce Phantom อยู่ที่เท่าไหร่?
Rolls-Royce Phantom คือตัวแทนของรถหรูระดับไฮเอนด์โดยแท้ สำหรับรุ่นปี 2020 ในไทยนั้น ตัวถังมาตรฐานความยาวฐานล้อ 6.7 เมตร ราคาอยู่ที่ 53.5 ล้านบาท ส่วนรุ่นพิเศษที่ยาวกว่าก็มาในราคา 59.5 ล้านบาท ทั้งสองรุ่นมาพร้อมเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.7 ลิตร คู่กับเกียร์ออโต้สมรรถนะสูง ที่ให้ทั้งความแรงและความนุ่มนวลในการขับขี่ เหมาะสมทั้งการใช้งานในเมืองหรือท่องเที่ยวทางไกลในไทย Phantom โดดเด่นด้วยห้องโดยสารกว้างขวางจุผู้โดยสารได้ 5 คน พร้อมถังน้ำมันความจุสูงและระบบความปลอดภัยครบครัน ภายในตกแต่งด้วยวัสดุหายากที่ผ่านการทำมืออย่างประณีต สร้างประสบการณ์การเดินทางสุดพิเศษไม่ว่าจะเป็นทริปธุรกิจในกรุงเทพฯ หรือพักผ่อนที่ภูเก็ต
สิ่งที่ควรกล่าวถึงเป็นพิเศษคือระบบปรับอากาศอัจฉริยะและเทคโนโลยีกันเสียงที่ออกแบบมาเพื่อสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย ทำให้ภายในรถเย็นสบายและเงียบสงบตลอดการเดินทาง นอกจากนี้ตัวแทนจำหน่ายในไทยยังมีบริการแบบกำหนดเองพิเศษให้เลือกสีนอก-ในและวัสดุตกแต่งตามความชอบส่วนตัว ทำให้ Phantom เป็นที่นิยมในกลุ่มลูกค้าระดับสูงของไทย เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของสถานะและรสนิยมอันเลอค่า
Q
รถ Rolls-Royce Phantom เป็นรถที่หายากไหม?
Rolls-Royce Phantom เป็นรถหรูระดับตำนานที่หายากมาก ยอดผลิตทั้งโลกต่อปีมีเพียงไม่กี่ร้อยคัน ตลาดอย่างไทยยิ่งพบเห็นได้ยาก ส่วนใหญ่เป็นเพราะราคาสูงและรูปแบบการผลิตที่กำหนดเอง จึงทำให้เป็นรถคันโปรดของเศรษฐีระดับท็อปเท่านั้น ในไทย เจ้าของ Phantom มักเป็นนักธุรกิจชื่อดังหรือสมาชิกราชวงศ์ อาจจะพอมีโอกาสเห็นตัวเป็นๆ แถวโรงแรมหรูหรือย่านธุรกิจในกรุงเทพฯ รุ่นนี้ขึ้นชื่อเรื่องงานคราฟต์แฮนด์เมดระดับมาสเตอร์พีซ ความเงียบสงบในห้องโดยสารที่เหมือนตัดเสียงจากโลกภายนอก และระบบช่วงล่าง "เมจิกคาร์เปทรายด์" ที่เลื่องชื่อ ภายในตกแต่งด้วยหนังแท้และไม้แกะสลักเกรดพรีเมียม แถมยังสามารถปรับแต่งตามความชอบส่วนตัวได้อีกด้วย ที่น่าสนใจคือ แม้ Phantom จะหายากในไทย แต่รุ่นอื่นๆ อย่าง Ghost หรือ Cullinan จะเห็นบ่อยกว่า เพราะเหมาะกับสภาพถนนในเมืองไทยมากกว่า สำหรับคอรถไทยที่สนใจรถหรูระดับนี้ นอกจาก Rolls-Royce แล้ว อาจจะมองหารถแบรนด์อื่นอย่าง Bentley หรือ Maybach ก็ได้ เพราะในไทยก็มีฐานคนใช้พอสมควร แต่ละรุ่นแต่ละแบรนด์ก็มีเอกลักษณ์และเทคโนโลยีเฉพาะตัวที่น่าสนใจแตกต่างกันไป
Q
Phantom เป็นแบรนด์หรูหรือไม่?
Phantom ไม่ใช่แบรนด์รถหรูที่แยกออกมาต่างหาก แต่คือซีรี่ย์รถสุดหรูภายใต้แบรนด์ Rolls-Royce ที่ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในตัวแทนของรถหรูระดับสูงสุดในตลาดไทย Rolls-Royce Phantom เป็นที่รู้จักจากงานฝีมือระดับมาสเตอร์พีซ การออกแบบประตูเปิดแบบสวนทางที่กลายเป็นสัญลักษณ์ และบริการปรับแต่งเองที่ครบวงจร มักเป็นที่นิยมในกลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์และสมาชิกราชวงศ์ของไทย บางครั้งก็สามารถพบเห็นบนท้องถนนกรุงเทพฯ ได้บ้าง สิ่งที่น่าสนใจคือตลาดรถหรูในไทยนั้นถูกครองโดยแบรนด์เยอรมันเป็นหลัก อย่างเช่น Mercedes-Benz S-Class หรือ BMW 7 Series ที่พบเห็นได้บ่อยกว่า แต่ Phantom ก็ยังคงครองส่วนแบ่งในตลาดสุดหรูด้วยความหายากและมูลค่าของแบรนด์ เวลาชาวไทยเลือกซื้อรถหรูนอกจากจะดูที่ประวัติศาสตร์ของแบรนด์แล้ว ยังคำนึงถึงเครือข่ายบริการหลังการขายและมูลค่าซากด้วย ซึ่งก็คล้ายกับตลาดอื่นๆ ในสภาพอากาศร้อนของไทย รถระดับนี้มักจะติดตั้งระบบแอร์ประสิทธิภาพสูงและกระจกกันความร้อนเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในท้องถิ่น
Q
"รถ Phantom และ Bentley เป็นรุ่นที่จากแบรนด์ต่างกันไหม"
ใช่แล้ว รถ Rolls-Royce Phantom กับ Bentley เป็นรุ่นรถหรูจากสองแบรนด์ที่แตกต่างกัน โดย Phantom เป็นรถของแบรนด์ Rolls-Royce ส่วน Bentley ก็มีรุ่นเรือธงของตัวเองเช่น Mulsanne และ Flying Spur แม้ว่า Rolls-Royce และ Bentley จะมีต้นกำเนิดจากอังกฤษและต่างก็โดดเด่นในเรื่องความหรูหราระดับสูงและงานฝีมือชั้นเลิศ แต่ทั้งสองแบรนด์เป็นอิสระจากกัน ปัจจุบันอยู่ภายใต้กลุ่ม BMW และ Volkswagen Group ตามลำดับ ในตลาดไทย แบรนด์ทั้งสองได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ซื้อรถหรูในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ มักจะเห็นรถ Rolls-Royce Phantom และ Bentley Flying Spur ถูกใช้งานเป็นรถระดับไฮเอนด์สำหรับธุรกิจหรือรถต้อนรับแขกประจำ
รถ Rolls-Royce Phantom โดดเด่นด้วยกริลล์ทรงแพนธีนอนที่เป็นเอกลักษณ์และการขับขี่ที่เน้นความนุ่มนวลราวกับพรมวิเศษ ส่วน Bentley จะเน้นไปที่การผสมผสานระหว่างสปอร์ตกับความหรูหรา อย่างรุ่น Continental GT ที่ทั้งแรงและยังคงความสบายไว้ได้อย่างลงตัว ตลาดรถหรูระดับสูงในไทยมีความต้องการรถซุปเปอร์ลักซ์ชัวรีแบรนด์เหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ แถมดีลเลอร์หลายเจ้ายังมีบริการปรับแต่งพิเศษเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มคนระดับสูงที่ต้องการความพิเศษและประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครอีกด้วย
Q
2025 Phantom ราคาเท่าไหร่?
ปัจจุบันราคาอย่างเป็นทางการของ Rolls-Royce Phantom รุ่นปี 2025 ในประเทศไทยยังไม่มีการประกาศ อย่างไรก็ตามหากอ้างอิงราคาปัจจุบันของ Phantom ในตลาดไทยซึ่งเริ่มต้นที่ประมาณ 45 ล้านบาท พร้อมกับธรรมเนียมการอัปเดตรุ่นของรถหรู คาดว่ารุ่นปี 2025 จะมีราคาอยู่ในเกณฑ์ใกล้เคียง โดยอาจมีความผันผวนจากปัจจัยต่างๆ เช่น ออปชั่นเสริมที่เลือก ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และอากรขาเข้าของไทย (ประมาณ 80%-200%) ประเทศไทยถือเป็นตลาดรถหรูสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับรถซุปเปอร์ลักชัวรี่ระดับแฟนท่อมส่วนใหญ่นำเข้าแบบเต็มรูปแบบ และเมื่อซื้อยังต้องจ่ายภาษีสรรพสามิตเพิ่มอีก 7% พร้อม VAT 10% แนะนำให้ผู้สนใจติดต่อตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในกรุงเทพฯ หรือพัทยาเพื่อขอใบเสนอราคาแบบเฉพาะตัว สิ่งที่น่าสนใจคือความต้องการรถระดับ Phantom ในกลุ่มผู้บริโภคไฮเอนด์ของไทยยังคงทรงตัว โดยจุดขายสำคัญอย่างห้องโดยสารที่ตกแต่งด้วยมือและเครื่องยนต์ 6.75 ลิตร V12 ยังเป็นที่ดึงดูดใจในตลาดท้องถิ่น นอกจากนี้นโยบายลดภาษีสำหรับรถไฮบริด/ไฟฟ้าของรัฐบาลไทยอาจส่งผลต่อการเลือกใช้เทคโนโลยีของรถซุปเปอร์ลักชัวรี่ในอนาคตด้วย
Q
2020 Phantom ราคาเท่าไหร่?
รถยนต์หรูหราระดับตำนานอย่าง Rolls-Royce Phantom รุ่นปี 2020 ในประเทศไทยมีให้เลือก 2 รุ่นด้วยกัน คือรุ่นมาตรฐานราคา 53.5 ล้านบาท และรุ่น Extended ราคา 59.5 ล้านบาท ทั้งสองรุ่นใช้เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.7 ลิตร ที่สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 240 กม./ชม. โดยรุ่นมาตรฐานเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 5.9 วินาที ส่วนรุ่น Extended ใช้เวลา 6.1 วินาที ระบบเชื้อเพลิงเป็นแบบเบนซิน ด้วยอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงรวม 14.6 ลิตร/100 กม.
Phantom ได้รับการยกย่องในเรื่องความสบายระดับสุดยอด ด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวาง พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานอย่างระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยและถุงลมนิรภัยด้านหน้า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักธุรกิจระดับสูงหรือผู้ที่ชื่นชอบประสบการณ์ความหรูหราในประเทศไทย ด้วยระบบปรับอากาศและระบบกันเสียงที่ทำงานได้ดีเยี่ยมแม้ในสภาพอากาศร้อนของไทย แม้จะกินน้ำมันบ้างแต่สำหรับผู้ซื้อระดับนี้มักไม่ใช่ประเด็นหลักที่ต้องกังวล
สิ่งที่ควรทราบคือรถยนต์ซุปเปอร์ลักชัวรีประเภทนี้ในไทยต้องเสียภาษีนำเข้าที่ค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ราคาสูงลิ่ว อย่างไรก็ตาม Rolls-Royce มีเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายและบริการหลังการขายที่ครบครันในประเทศไทย พร้อมให้การดูแลรักษาอย่างดีเยี่ยมแก่เจ้าของรถทุกท่าน
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
มีการเรียกคืนรถ Mazda CX-30 ปี 2020 หรือไม่?
มีการเรียกคืนรถยนต์ Mazda CX-30 รุ่นปี 2020 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รถบางคันที่ผลิตระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม 2020 ถึง 26 กันยายน 2020 อาจพบปัญหาน้ำหล่อเย็นรั่วหรือหม้อน้ำหลุดเนื่องจากการติดตั้งข้อต่อท่อน้ำหล่อเย็นเครื่องยนต์ที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจทำให้น้ำควบแน่นบนชิ้นส่วนที่ร้อนจัด บดบังทัศนวิสัย การเรียกคืนได้ดำเนินการโดยการเปลี่ยนข้อต่อท่อน้ำหล่อเย็นด้วยรุ่นที่ได้รับการปรับปรุงแล้วโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ รถ CX-30 รุ่นปี 2020 และ 2021 บางคันที่ติดตั้งประตูท้ายไฟฟ้าในตลาดสหรัฐฯ ก็ถูกเรียกคืนเช่นกัน เนื่องจากประตูท้ายไฟฟ้าอาจปิดเองโดยไม่คาดคิดเมื่อจอดบนทางลาดชันในอุณหภูมิแวดล้อมสูง ปัญหานี้ได้รับการแก้ไขแล้วโดยการอัปเดตซอฟต์แวร์ควบคุมประตูท้ายหรือเปลี่ยนชุดขับเคลื่อนไฟฟ้า เจ้าของรถที่ได้รับผลกระทบสามารถติดต่อช่องทางการบริการอย่างเป็นทางการของแบรนด์เพื่อตรวจสอบว่ารถของตนอยู่ในขอบเขตการเรียกคืนหรือไม่ และควรนำรถไปตรวจสอบโดยเร็วที่สุดเพื่อขจัดอันตรายด้านความปลอดภัย
Q
Mazda CX-30 2020 เป็นรถที่ดีหรือไม่?
มาชด้า CX-30 รุ่นปี 2020 เป็นรถ SUV ขนาดกะทัดรัดที่มีสมรรถนะโดยรวมสมดุล จุดเด่นหลักอยู่ที่สมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมและความประณีตในการออกแบบ รถคันนี้ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.0L แบบสูบตรงร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ (6AT) ให้กำลังส่งที่ราบเรียบเป็นเส้นตรง เมื่อทำงานร่วมกับระบบ GVC Plus ที่ควบคุมเวกเตอร์ความเร่ง ทำให้การบังคับเลี้ยวแม่นยำ ระบบช่วงล่างได้รับการปรับตั้งอย่างมั่นคง มีความเสถียรสูงในการเข้าโค้ง สร้างประสบการณ์ขับขี่ที่รู้สึกถึง "ความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนกับรถ" ด้านการออกแบบใช้ภาษาแบบ KODO ที่มีโครงสร้างตัวถังโค้งเว้าให้เอฟเฟกต์การเล่นแสงเงา ทันสมัยและมีชีวิตชีวา ระบบความปลอดภัยครบครัน ทุกรุ่นมาตรฐานติดตั้งถุงลมนิรภัย 7 จุด โครงสร้างตัวถังแข็งแกร่ง ประหยัดน้ำมันดี โดยมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงรวมประมาณ 6.7 ลิตร/100 กิโลเมตร เหมาะสำหรับการใช้งานในเมือง ภายในห้องโดยสารใช้วัสดุอ่อนนุ่มครอบคลุมพื้นที่กว้าง พร้อมหน้าจอแสดงผลกลางขนาด 8.8 นิ้ว ให้ความรู้สึกคุณภาพดีกว่ารถคู่แข่งบางรุ่นในระดับราคาเดียวกัน อย่างไรก็ตาม รถคันนี้มีข้อจำกัดบางประการ เช่น พื้นที่เบาะหลังค่อนข้างจำกัด ทั้งส่วนขาและศีรษะ ระบบมัลติมีเดียมีความฉลาดปานกลาง การใช้งานยังเป็นแบบดั้งเดิม ระบบช่วงล่างหลังเป็นแบบคานบิดเกลียว (Torsion Beam) ทำให้การกรองแรงสั่นสะเทือนบนถนนขรุขระได้ไม่ดีนัก ปริมาตรกระเป๋าหลังมีขนาดเล็ก การใช้งานจริงอาจไม่สะดวกนัก โดยรวมแล้วรถคันนี้เหมาะสำหรับผู้ใช้รุ่นใหม่หรือครอบครัวขนาดเล็กที่ให้ความสำคัญกับสมรรถนะการขับขี่และการออกแบบ แต่ผู้ที่ต้องการพื้นที่กว้างขวางควรพิจารณาอย่างรอบคอบ
Q
อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันของ Mazda CX-30 2020 คือเท่าไร?
อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงของ Mazda CX-30 ปี 2020 จะแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ดังนี้: รุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรแบบไม่มีระบบอัดอากาศส่วนใหญ่ (เช่น รุ่น Comfort, Quality และ Premium เกียร์อัตโนมัติ) มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 6.1 ลิตร/100 กม. ตามข้อมูลจากกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ (MIIT) ในขณะที่รุ่น Premium เครื่องยนต์ 2.0 ลิตรแบบอัดอากาศมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ต่ำกว่า คือ 5.5 ลิตร/100 กม. ตามข้อมูลจาก MIIT ในแง่ของการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงในสภาพการใช้งานจริงที่ทดสอบโดยเจ้าของรถภายใต้สภาวะการขับขี่แบบผสมผสาน รุ่นเครื่องยนต์แบบไม่มีระบบอัดอากาศโดยทั่วไปจะมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 7.0-10.0 ลิตร/100 กม. โดยรุ่น Automatic Comfort มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงแบบผสมผสานอยู่ที่ 7.79 ลิตร/100 กม. รุ่น Automatic Quality อยู่ที่ 7.63 ลิตร/100 กม. และรุ่น Automatic Premium... อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยอยู่ที่ 7.87 ลิตร/100 กม. สำหรับรุ่น Automatic Lingyue, 7.2 ลิตร/100 กม. สำหรับรุ่น Automatic Yaoyue และ 10.0 ลิตร/100 กม. สำหรับรุ่น Automatic Jiayue ส่วนรุ่น Premium เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยอยู่ที่ 7.0 ลิตร/100 กม. เจ้าของรถรุ่นเครื่องยนต์แบบไม่มีระบบอัดอากาศบางรายรายงานอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำสุดที่ 6.6-6.9 ลิตร/100 กม. และสูงสุดที่ 8.6-8.9 ลิตร/100 กม. ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงภายใต้สถานการณ์และพฤติกรรมการขับขี่ที่แตกต่างกัน และสามารถใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้
Q
รถ Mazda CX-30 ปี 2020 มีมูลค่าเท่าไร?
Mazda CX-30 ปี 2020 มีให้เลือกหลายรุ่นย่อย ราคาดังนี้: รุ่น 2.0C ราคา 989,000 บาท, รุ่น 2.0 S ราคา 1,099,000 บาท และรุ่น 2.0 SP ราคา 1,199,000 บาท รถทั้งสามรุ่นเป็นรถ SUV ขนาดกะทัดรัดในกลุ่ม C-segment ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ ขนาดมาตรฐานยาว 4395 มม. กว้าง 1795 มม. สูง 1540 มม. ระยะฐานล้อ 2655 มม. ระยะห่างจากพื้น 175 มม. ความจุถังน้ำมัน 51 ลิตร และอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 6.7 ลิตร/100 กม. ตอบโจทย์ความต้องการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางระยะสั้นได้อย่างหลากหลาย
Q
2020 CX-30 มีความน่าเชื่อถือหรือไม่?
รุ่น CX-30 ปี 2020 มีประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมในด้านความน่าเชื่อถือ
ในด้านความปลอดภัย ได้รับการจัดอันดับ TOP SAFETY PICK (ระดับดีที่สุดอันดับสอง) จากการทดสอบความปลอดภัยของ IIHS โดยได้รับการประเมิน Good (ดี) ในการทดสอบการชนทั้ง 6 รายการ และระบบป้องกันการชนด้านหน้าระหว่างรถกับรถและรถกับคนเดินเท้าได้รับการประเมิน Superior (ยอดเยี่ยม) ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการป้องกันอันโดดเด่น
ผลการประเมินจากองค์กรที่น่าเชื่อถือแสดงว่า รุ่นนี้ได้คะแนนความน่าเชื่อถือ 84 คะแนนจาก J.D.Power และได้รับคะแนนเต็ม 5 คะแนนจาก Consumer Reports สะท้อนให้เห็นถึงความพึงพอใจสูงของผู้ใช้และมีรายงานปัญหาน้อย
จากความคิดเห็นผู้ใช้งาน พบว่ารถมีความน่าเชื่อถือด้านคุณภาพและเสถียรภาพในการใช้งานประจำวัน มีความประณีตในการผลิตโดยไม่มีปัญหาคุณภาพที่ชัดเจน โดยในรถ 1,000 คันพบมีปัญหาเพียง 1 คันเท่านั้น จึงถือเป็นรุ่นรถญี่ปุ่นที่มีอัตราการชำรุดต่ำ
ในด้านสมรรถนะเชิงกล อัตราการชำรุดของส่วนประกอบหลัก (เครื่องยนต์ เกียร์ แชสซี) ต่ำกว่ารถยนต์ญี่ปุ่นรุ่นเดียวกัน และไม่มีการร้องเรียนเกี่ยวกับคุณภาพของส่วนประกอบหลัก ทำให้โดยรวมแล้วมีความน่าเชื่อถือสูง
นอกจากนี้ รุ่นนี้ยังปฏิบัติตามระบบการจัดการคุณภาพอย่างเคร่งครัดทั้งในด้านการออกแบบและการผลิต โดยทุกคันได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจในคุณภาพที่เชื่อถือได้ของผลิตภัณฑ์
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

รุ่นรถหรูหราที่สุด: Rolls Royce Phantom Tempus เปิดตัวในมหกรรมยานยนต์กรุงเทพฯ
AshleyMar 21, 2024

Rolls-Royce Black Badge Spectre รถยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วน เปิดตัวพร้อมราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 41.5 ล้านบ
ธนวัฒน์Jun 13, 2025

Rolls Royce Spectre Black Badge รุ่นทางการเผยภาพแล้ว มีกำลังสูงสุด 659 แรงม้า
วิรุฬห์Feb 19, 2025

วันที่ 30 มิ.ย. ”เลิฟ ไพรด์ พาเหรด 2024” ในกรุงเทพ นายกฯเปิดงาน! ขบวนรถหรูได้รับความสนใจ!
AshleyJul 1, 2024


ข้อดี
ข้อเสีย