Q

จะมี Audi A5 Coupe ปี 2025 ไหม?

จากข้อมูลล่าสุด Audi มีแผนจะเปิดตัว Audi A5 Coupe รุ่นใหม่ในปี 2025 โดยรุ่นนี้คาดว่าจะพัฒนาบนแพลตฟอร์ม MLB Evo ที่อัปเดตแล้ว ดีไซน์ภายนอกจะดูสปอร์ตยิ่งขึ้น พร้อมอัปเกรดเทคโนโลยีภายในห้องโดยสาร เช่น ระบบมัลติมีเดีย MMI ล่าสุด สำหรับตลาดไทย Audi A5 Coupe ได้รับความนิยมจากดีไซน์ที่หรูหราและสมรรถนะการขับขี่มาโดยตลอด การเปิดตัวรุ่นใหม่นี้น่าจะดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่มองหาความลงตัวระหว่างความหรูหราและสมรรถนะได้มากขึ้น ตลาดรถหรูในไทยมีการแข่งขันสูง การเปิดตัว A5 Coupe รุ่นใหม่จะช่วยเสริมตำแหน่งทางการตลาดของ Audi โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชื่นชอบงานฝีมือเยอรมันและดีไซน์โดดเด่น แม้ราคาสุดท้ายอาจได้รับผลกระทบจากภาษีนำเข้า แต่ออดี้มักมีโปรแกรมจัดไฟแนนซ์ผ่านตัวแทนจำหน่ายในประเทศเพื่อช่วยลดปัญหานี้ หากสนใจรถรุ่นนี้ แนะนำให้ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสเปคและราคาผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Audi ประเทศไทยหรือตัวแทนจำหน่ายท้องถิ่น
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
“รถ Audi A5 Convertible ปี 2025 ราคาเท่าไหร่?”
ราคาของ Audi A5 Cabriolet รุ่นปี 2025 ในประเทศไทยคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 3.5 - 4.5 ล้านบาท โดยราคาสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับอุปกรณ์เสริมที่เลือก สเปคเครื่อง และโปรโมชั่นจากตัวแทนจำหน่าย รุ่นนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.0 TFSI เทอร์โบชาร์จ ที่มีให้เลือกสองแบบคือแบบ 190 แรงม้าและ 245 แรงม้า ทำงานคู่กับเกียร์ 7 จังหวะ S tronic และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ quattro ที่ช่วยให้การขับขี่สมรรถนะสูงและการควบคุมที่น่าประทับใจ ส่วนหลังคาสามารถเปิด-ปิดได้ภายใน 15 วินาทีที่ความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. ซึ่งเหมาะกับการใช้งานในสภาพอากาศร้อนของไทยเป็นอย่างดี ด้านในตกแต่งด้วยระบบ Virtual Cockpit แบบใหม่ของ Audi พร้อมหน้าจอแสดงผลดิจิตอล 12.3 นิ้วและหน้าจอสัมผัส 10.1 นิ้ว ที่รองรับทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย อย่างไรก็ตาม สำหรับเจ้าของรถคันนี้ในช่วงฤดูฝนควรระวังเรื่องการอุดตันของท่อระบายน้ำ และควรบำรุงรักษาระบบหลังคาเป็นประจำเพื่อความทนทาน ส่วนคู่แข่งในตลาดได้แก่ BMW 4 Series Cabriolet และ Mercedes-Benz C-Class Cabriolet แต่ Audi A5 ยังคงมีความได้เปรียบในเรื่องเทคโนโลยีและราคาที่คุ้มค่ากว่า
Q
กระโปรงหลังของ Audi A5 2025 มีขนาดเท่าไหร่?
จากข้อมูลที่มีอยู่ในตอนนี้ คาดว่าปริมาณความจุท้ายรถของ Audi A5 รุ่นปี 2025 จะใกล้เคียงกับรุ่นปัจจุบันที่ประมาณ 465 ลิตร ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น การใส่กระเป๋าเดินทางหรือของช้อปปิ้ง สำหรับผู้ใช้ในไทย พื้นที่แบบนี้เหมาะมากกับการขับขี่ในเมืองหรือทริปสั้นๆ ในวันหยุด โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ที่ความสะดวกของการใช้ท้ายรถเป็นเรื่องสำคัญ การออกแบบท้ายรถของ Audi A5 ค่อนข้างเป็นระเบียบและมีปากบากที่กว้าง ทำให้สะดวกต่อการวางหรือยกของออก หากต้องการพื้นที่มากขึ้นยังสามารถพับเบาะหลังแบบแบ่งส่วนเพื่อเพิ่มความจุได้อีก ในสภาพอากาศของไทยที่ทั้งร้อนและฝนบ่อย ความแน่นหนาและความทนทานของ Audi A5 ก็ช่วยปกป้องของในท้ายรถได้ดี แถมด้วยความเป็นรถคูเป้หรูที่ให้ทั้งสมรรถนะการขับขี่และความใช้งานได้จริง เหมาะกับคนไทยที่ชอบทั้งสไตล์และความ практиคัล ถ้าคุณมักจะต้องขนของจำนวนมาก แนะนำให้ลองไปทดลองจัดวางของในท้ายรถดูให้แน่ใจว่าเหมาะกับความต้องการของคุณ
Q
อัตราการประหยัดน้ำมันของ A5 ปี 2025 เป็นเท่าไหร่?
คาดว่าประสิทธิภาพด้านการประหยัดน้ำมันของ Audi A5 รุ่นปี 2025 จะยังคงอยู่ในระดับดีเยี่ยม โดยข้อมูลตัวเลขอาจแตกต่างกันไปตามรุ่นย่อย (เช่น Coupe Sportback หรือ Cabriolet) และระบบขับเคลื่อน (เช่น เครื่องยนต์เบนซิน 2.0TFSI หรือดีเซล TDI) หากอ้างอิงจากรุ่นปัจจุบัน ค่าบริโภคเชื้อเพลิงรวมจะอยู่ที่ประมาณ 5.5-6.5 ลิตร/100 กม. และการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก็เป็นไปตามมาตรฐาน Euro 6 สำหรับตลาดไทย ที่มีการจราจรติดขัดและอากาศร้อน แนะนำให้เจ้าของรถสังเกตการทำงานของระบบ Start-Stop และการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน นอกจากนี้รัฐบาลไทยยังมีนโยบายลดภาษีสำหรับรถที่ปล่อยมลพิษต่ำ ทำให้รุ่นอย่าง A5 ที่มีประสิทธิภาพสูงอาจได้รับสิทธิประโยชน์ด้านนี้ ส่วนรุ่นปลั๊ก-อินไฮบริดนั้นสามารถวิ่งในโหมดไฟฟ้าได้ประมาณ 50 กม. เหมาะสำหรับการเดินทางระยะสั้นเพื่อลดค่าใช้จ่าย และควรดูแลรักษารถอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเปลี่ยนไส้กรองอากาศ การใช้น้ำมันเครื่องที่มีความหนืดเหมาะสม รวมถึงการขับขี่อย่างนุ่มนวลก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันได้อย่างเห็นชัด สำหรับผู้ใช้ในไทยสามารถขอคำแนะนำจากตัวแทนจำหน่าย Audi ในท้องถิ่นเกี่ยวกับโหมดการขับขี่ เช่น การใช้โหมดประหยัดพลังงานเมื่อขับในกรุงเทพเพื่อช่วยลดการบริโภคเชื้อเพลิง
Q
การเช่า Audi A5 ปี 2025 มีค่าใช้จ่ายเท่าไร?
ตอนนี้ราคาเช่ารถ Audi A5 รุ่นปี 2025 ในประเทศไทยยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการจากทางแบรนด์ แต่คุณสามารถใช้ราคาเช่ารถรุ่นปัจจุบันอย่าง A4 หรือ A6 เป็นเกณฑ์คร่าวๆ ได้ โดยทั่วไปแล้วราคาเช่ารถหรูในตลาดไทยจะอยู่ที่ประมาณ 25,000-50,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น รุ่นและระดับอุปกรณ์ของรถ ระยะเวลาเช่า (ปกติจะอยู่ที่ 24-48 เดือน) เงินดาวน์ (มักจะอยู่ที่ 20%-30% ของราคารถ) และบริการเสริมอย่างประกันหรือการดูแลรักษาที่รวมอยู่ในแพ็กเกจ สิ่งที่ควรรู้คือตลาดรถเช่าในไทยมีความต้องการรถหรูค่อนข้างคงที่ โดยเฉพาะแบรนด์เยอรมันอย่าง Audi มักจะมีโปรแกรมการชำระเงินแบบยืดหยุ่น (Balloon Payment) ที่ให้คุณเลือกได้ว่าจะจ่ายเงินก้อนสุดท้ายเพื่อเป็นเจ้าของรถเมื่อสิ้นสุดสัญญา หรือจะคืนรถแทนก็ได้ แนะนำให้ติดต่อตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Audi ในไทย เช่น Audi Siam หรือ Audi Ladprao เพื่อขอใบเสนอราคาที่ตรงกับความต้องการของคุณที่สุด เพราะราคาอาจแตกต่างกันไปตามโปรโมชั่นในแต่ละช่วง อัตราแลกเปลี่ยน และนโยบายของรัฐบาลไทยที่ลดภาษีนำเข้ารถยนต์พลังงานสะอาด ซึ่งถ้า A5 ออกเวอร์ชั่น Plug-in Hybrid ก็อาจได้รับสิทธิ์นี้ด้วย ก่อนเซ็นสัญญาเช่า อย่าลืมตรวจสอบเงื่อนไขต่างๆ ให้ดี โดยเฉพาะเรื่องระยะทางที่อนุญาตต่อปี (ปกติจะอยู่ที่ 15,000 กม./ปี) และค่าปรับหากขับเกิน (ประมาณ 5-10 บาทต่อกม.) รวมถึงข้อกำหนดอื่นๆ ในสัญญาที่อาจมีผลต่อการใช้งานรถของคุณ
Q
ราคา A5 2025 เท่าไหร่?
ตอนนี้ราคาอย่างเป็นทางการของ Audi A5 รุ่นปี 2025 ในประเทศไทยยังไม่มีการประกาศออกมา แต่คุณสามารถอ้างอิงราคาของรุ่นปัจจุบันที่อยู่ในช่วงประมาณ 2.5-3.5 ล้านบาท คาดว่ารุ่นใหม่น่าจะมีราคาสูงขึ้นเล็กน้อย A5 เป็นคูเป้คลาสสิคของ Audi ที่ได้รับความนิยมในหมู่คนไทยโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ด้วยดีไซน์ที่ดูหรูหราและสมรรถนะสปอร์ต เครื่องยนต์ของรุ่นปี 2025 น่าจะมาพร้อมกับระบบ MMI ที่อัพเดทใหม่และเทคโนโลยี mild hybrid ซึ่งจะช่วยประหยัดน้ำมันมากขึ้นในสภาพอากาศร้อนและการจราจรติดขัดของไทย อย่างไรก็ตาม ตลาดไทยมีการเก็บภาษีนำเข้ารถที่ค่อนข้างสูง ซึ่งจะส่งผลต่อราคาสุดท้าย แนะนำให้ติดตามข้อมูลอย่างเป็นทางการจากตัวแทนจำหน่ายในท้องถิ่น ส่วนคู่แข่งอย่าง BMW 4 Series และ Mercedes-Benz C-Class Coupe ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่ A5 ยังคงมีความโดดเด่นในเรื่องเทคโนโลยีและประสบการณ์การขับขี่ที่เป็นเอกลักษณ์
Q
A5 ปี 2025 จะใช้เครื่องยนต์อะไร?
Audi A5 รุ่นปี 2025 ที่จะเข้าตลาดไทยคาดว่าจะมาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์หลากหลาย ทั้งเครื่องยนต์เบนซิน Turbocharged 2.0 ลิตร TFSI และเครื่องยนต์ดีเซล Turbocharged 2.0 ลิตร TDI โดยรุ่นเบนซินจะให้กำลังสูงสุดถึง 245 แรงม้า ส่วนรุ่นดีเซลอยู่ที่ 190 แรงม้า ทั้งคู่ใช้เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ S tronic แบบคลัทช์คู่ บางรุ่นอาจติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ quattro เพื่อตอบโจทย์การขับขี่ในสภาพฝนตกชุกของไทย ที่น่าสนใจคือ Audi ในช่วงนี้กำลังเน้นเรื่องเทคโนโลยีไฟฟ้าในตลาดไทย เพราะงั้น A5 อาจจะมาพร้อมระบบ Hybrid แบบ 48V เพื่อช่วยประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสำหรับคนที่ขับในเมืองกรุงเทพฯ ที่รถติดบ่อย ส่วนเรื่องราคา รุ่นดีเซลมักจะถูกกว่านิดหน่อยเพราะเรื่องภาษี แต่ควรคำนวณดูว่าในหนึ่งปีขับประมาณกี่กิโลเมตรถึงจะคุ้ม สำหรับความมั่นใจ แอดู่นี่จัดเต็มให้กับประกัน 5 ปีหรือ 10 หมื่นกิโลเมตร ทำให้เจ้าของรถมั่นใจได้เลยว่ารถคูเป้สปอร์ตหรูคันนี้จะให้ทั้งความสนุกและความอุ่นใจ
Q
Audi A5 ปี 2025 มีความน่าเชื่อถือหรือไม่?
Audi A5 2025 เป็นคูเป้หรูที่โดดเด่นในเรื่องความน่าเชื่อถือ ด้วยระบบขับเคลื่อนที่มาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบ 2.0L และเกียร์ 7 สปีด DSI ที่ผ่านการทดสอบมาแล้วอย่างดี พิเศษด้วยการตั้งค่าเฉพาะสำหรับสภาพอากาศร้อนในไทย ที่ช่วยให้การระบายความร้อนและการทำงานเสถียรยิ่งขึ้น แพลตฟอร์มล่าสุดอย่าง MLB Evo ยังเสริมความแข็งแรงให้โครงสร้างรถในขณะที่น้ำหนักเบาลง เหมาะสมกับการขับขี่บนเส้นทางคดเคี้ยวแถบภูเขา ส่วนฟีเจอร์ก็ตอบโจทย์สภาพอากาศร้อนด้วยระบบแอร์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษและกระจกป้องกันรังสียูวี สำหรับลูกค้าไทย แนะนำให้เลือกบริการรับประกันระยะยาว 10 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร เพื่อลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว นอกจากนี้ยังสะดวกในเรื่องการซ่อมบำรุง เพราะมีศูนย์บริการ Audi กระจายทั่วเมืองใหญ่ในไทย พร้อมอะไหล่ที่จัดเตรียมไว้อย่างเพียงพอ ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบความรู้สึกในการขับขี่แต่ก็ต้องการความประหยัดในชีวิตประจำวัน รุ่นนี้นับเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ต้องไม่ลืมว่าการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามกำหนดและการใช้เชื้อเพลิง octane 95 ขึ้นไปคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานของรถคันนี้ให้ยาวนานยิ่งขึ้น
Q
รถยนต์ Audi A5 ปี 2025 เงียบไหม
Audi A5 รุ่นปี 2025 คาดว่าจะยังคงรักษามาตรฐานการเก็บเสียงระดับสูงของแบรนด์ Audi โดยใช้กระจกหลายชั้น เทคโนโลยีซีลตัวถังที่ปรับปรุงแล้ว และระบบลดเสียงรบกวนแบบแอกทีฟ (อาจมีในรุ่นสูงบางรุ่น) ซึ่งสามารถลดเสียงรบกวนความถี่สูงที่พบทั่วไปในเมืองไทย เช่น เสียงเครื่องจักรของมอเตอร์ไซค์ หรือเสียงลมขณะขับความเร็วสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ชุดขับเคลื่อนโดยเฉพาะเครื่องยนต์ 2.0 TFSI คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด S tronic ยังผ่านการปรับจูนด้านเสียงทำให้การสั่นสะเทือนขณะเดินเบาอยู่ในระดับต่ำ ตอบสนองความคาดหวังด้านความเงียบของผู้บริโภคไทยสำหรับรถคูเป้หรู ควรสังเกตว่าอากาศร้อนชื้นของไทยเป็นปัจจัยทดสอบความทนทานของวัสดุเก็บเสียง Audi จึงมักเสริมความทนทานของยางซีลในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในขณะที่ดีไซน์ประตูแบบไม่มีกรอบแม้ดูทันสมัย แต่ในช่วงฝนตกหนักที่กรุงเทพฯ อาจเก็บเสียงได้น้อยกว่าประตูแบบดั้งเดิม แนะนำให้ทดลองขับเพื่อประเมินเสียงฝน หากผู้ขับต้องการความเงียบเป็นพิเศษ สามารถเลือกติดตั้งระบบเสียง Bang & Olufsen ที่มีเทคโนโลยีชดเชยเสียงแบบแอกทีฟเพื่อเพิ่มความสุนทรีย์ภายในห้องโดยสารได้
Q
ความเร็วสูงสุดของ Audi A5 ปี 2025 คือเท่าไร
Audi A5 รุ่นปี 2025 คาดว่าจะมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 250 กม./ชม. (จำกัดด้วยอิเล็กทรอนิกส์) สมรรถนะนี้สอดคล้องกับชุดขุมกำลังเครื่องยนต์เทอร์โบ 2.0 ลิตร 252 แรงม้า พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดแบบคลัตช์คู่ ในสภาพอากาศร้อนของไทย ระบบระบายความร้อนและการปรับจูนกำลังของ Audi สามารถรักษาความเสถียรในการขับขี่ด้วยความเร็วสูงได้อย่างมั่นใจ ทั้งนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติตามกฎจราจรบนทางหลวงของไทยที่จำกัดความเร็วที่ 120 กม./ชม. แต่สมรรถนะของ A5 ยังเพียงพอสำหรับการเร่งแซงหรือขับขี่บนทางด่วนอย่างมั่นใจ รุ่นนี้ยังมาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ quattro ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝนของไทย ส่วนช่วงล่างสปอร์ตและระบบเลี้ยวแบบไดนามิกช่วยเพิ่มความคล่องตัวในโค้ง สำหรับผู้บริโภคไทย การออกแบบรถคูเป้และห้องโดยสารดิจิทัล (รวมหน้าจอ Virtual Cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว) ตอบโจทย์ทั้งความสวยงามและเทคโนโลยีการใช้งาน โดยรุ่นไฮบริดในอนาคตก็มีโอกาสเข้ามาในตลาดไทยเพื่อรองรับแนวทางการรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน
Q
เครื่องยนต์ใน Audi A5 ปี 2025 คืออะไร
Audi A5 รุ่นปี 2025 ในตลาดไทยคาดว่าจะมีตัวเลือกขุมกำลังหลากหลาย ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบ 4 สูบ (TFSI) และเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ (TDI) รุ่นเบนซินมีกำลังสูงสุดประมาณ 245 แรงม้า ส่วนรุ่นดีเซลประมาณ 190 แรงม้า ทั้งสองรุ่นจับคู่กับเกียร์ 7 สปีด S tronic แบบคลัตช์คู่ บางรุ่นอาจมาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ quattro เพื่อรองรับสภาพถนนลื่นในช่วงฤดูฝนของไทย นอกจากนี้ การลงทุนในเทคโนโลยีไฮบริดของ Audi ในช่วงหลังยังเปิดโอกาสให้ A5 มีเวอร์ชันปลั๊กอินไฮบริด ซึ่งเมื่อรวมกับนโยบายภาษีสนับสนุนรถยนต์พลังงานใหม่ของรัฐบาลไทย จะทำให้รุ่นนี้มีความน่าสนใจมากขึ้น สำหรับผู้บริโภคไทย เครื่องยนต์ของ A5 ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์สมรรถนะและความประหยัดน้ำมัน แต่การออกแบบน้ำหนักเบาและเทคโนโลยีฉีดตรงในกระบอกสูบยังเหมาะกับสภาพการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องคุณภาพสูงที่เหมาะกับสภาพอากาศไทยเพื่อยืดอายุเครื่องยนต์ สำหรับผู้ที่ต้องการสมรรถนะสูงขึ้น สามารถพิจารณารุ่น S5 ที่ใช้เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร V6 เทอร์โบ แต่ต้องระวังภาษีสำหรับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ในไทยที่สูงกว่า
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

การออกแบบภายนอกเรียบง่ายแต่ทันสมัย มีความเป็นรถแข่ง
ภายในแสดงความทันสมัยด้วยเทคโนโลยี โดยทำให้เทคโนโลยีและการใช้งานในรถเข้ากันอย่างเหมาะสม
ความสามารถในการเร่งความเร็วดี พลังงานที่ล้ำหน้า
ชั้นล่างมั่นคง มีสภาพยึดเกาะที่ดี ร่วมกับเครื่องยนต์และเทคโนโลยีความปลอดภัยเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่
ระบบความปลอดภัยทำงานอย่างยอดเยี่ยม

ข้อเสีย

ขับในพื้นผิวทางที่ไม่ราบรื่นอาจมีการสั่นสะเทือน
วัสดุที่ใช้ในการตกแต่งภายในทั่วไป ผู้ใช้บางรายคิดว่ามันไม่คุ้มค่า
ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ดีเท่า TT Coupé และ TTS สำหรับคนที่รักการทำกีฬา
การเปลี่ยนเกียร์ไม่ได้ราบรื่น มีการค้าง
ในฐานะรถยุโรป การบำรุงรักษาและซ่อมแซมสูง เสื้อผ้าต้องสั่งจากต่างประเทศทำให้ต้นทุนสูง

Q&A ล่าสุด

Q
รถคันไหนมีกำลังแรงม้าที่สูงที่สุด?
ยานพาหนะที่มีแรงม้าสูงสุดในตลาดในปัจจุบันคือ Zeekr 009 AWD ซึ่งติดตั้งมอเตอร์คู่และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา โดยมีการส่งกำลังสูงสุดถึง 612 ps และแรงบิดสูงสุด 693 Nm เร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.5 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 230 กม./ชม. รถคันนี้ใช้แบตเตอรี่ NMC ความจุ 116 kWh ให้ระยะทางวิ่ง 582 กม. ตามมาตรฐาน WLTP และรองรับระบบชาร์จเร็ว DC 310 kW ที่มีประสิทธิภาพสูง ในฐานะรถ MPV ระดับหรู Zeekr 009 ยังโดดเด่นในเรื่องพื้นที่และการตกแต่ง เช่น มีหน้าจอแสดงผลขนาด 10.25 นิ้ว หน้าจอกลางขนาด 15.05 นิ้ว ระบบเสียง Yamaha 30 ลำโพง และเบาะหนัง Nappa พร้อมให้เลือก 3 สีตัวถัง เมื่อเทียบกับรถสมรรถนะสูงอื่นๆ เช่น Toyota GR Yaris (304 ps) หรือ WEY G9 (487 ps) แล้ว พารามิเตอร์ด้านกำลังของ Zeekr 009 ยังคงเหนือกว่า ควรระวังว่าข้อมูลแรงม้าอาจเปลี่ยนแปลงตามการอัปเดตรุ่น ดังนั้นก่อนซื้อควรตรวจสอบข้อมูลประสิทธิภาพล่าสุดจากผู้ผลิต
Q
แบรนด์รถสปอร์ตที่น่าเชื่อถือที่สุดคืออะไร?
ในตลาดไทย MG และ BMW เป็นแบรนด์รถสปอร์ตที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุด MG คว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2024 อีกครั้ง ด้วยเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง MG3 HYBRID+ และ MG4 EV แสดงให้เห็นถึงจุดแข็งของแบรนด์ทั้งในด้านรถยนต์แบบดั้งเดิมและรถยนต์ไฟฟ้า และนโยบาย "การรับประกันตลอดอายุการใช้งานสำหรับชิ้นส่วนไฟฟ้าหลัก 3 ชิ้น" ยิ่งเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ในขณะเดียวกัน BMW ครองตลาดระดับไฮเอนด์ด้วยสมรรถนะที่เหนือกว่าและประสบการณ์ที่หรูหรา ผลิตภัณฑ์ของ BMW ครอบคลุมทั้งรถสปอร์ตและ SUV ทำให้เป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโภคที่แสวงหาความสุขในการขับขี่ นอกจากนี้ รถซูเปอร์คาร์ T63 ของแบรนด์ท้องถิ่นที่กำลังเติบโตอย่าง Tera S Motor ซึ่งติดตั้งเครื่องยนต์ Civic Type R แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของการผลิตของไทยด้วยการออกแบบที่น้ำหนักเบาและดีเอ็นเอแห่งการแข่งขัน การลงทุนอย่างต่อเนื่องของแบรนด์เหล่านี้ในด้านสมรรถนะ เทคโนโลยี และบริการ ทำให้พวกเขากลายเป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อถือในกลุ่มรถสปอร์ต
Q
"กีฬาแบบหรูหรา คือกีฬาอะไร?"
รถสปอร์ตหรูในประเทศไทยมักหมายถึงรถยนต์ที่ผสมผสานระหว่างสมรรถนะสูงและประสบการณ์ความหรูหรา โดยมีลักษณะหลักประกอบด้วยพลังขับเคลื่อนอันทรงพลัง งานฝีมืออันประณีต และเทคโนโลยีล้ำสมัย ตัวอย่างเช่น Bizzarrini 5300 GT Strada ที่ใช้เครื่องยนต์ V12 ขนาด 5.3 ลิตร ด้วยการออกแบบสไตล์อิตาเลียนและสมรรถนะทางกลอันยอดเยี่ยม ได้กลายเป็นรถสปอร์ตคลาสสิกที่ชนชั้นสูงชาวไทยนิยมชมชอบ โดยมีเส้นสายตัวรถที่ดูทรงพลัง และห้องโดยสารที่ใช้วัสดุหนังคุณภาพสูงร่วมกับแผงหน้าปัดที่ผสมผสานระหว่างสไตล์คลาสสิกและโมเดิร์น ราคามักสูงกว่า 3 ล้านบาท นอกจากนี้ รถสปอร์ตประสิทธิภาพสูงจากเยอรมนี เช่น BMW M Series และ Mercedes-AMG ก็ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง โดยใช้เทคโนโลยีเช่นระบบช่วงล่างปรับได้และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างสมรรถนะบนสนามแข่งและความสะดวกสบายในการใช้งานประจำวัน สิ่งสำคัญคือ ความหมายของรถสปอร์ตหรูในตลาดไทยให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์ของแบรนด์และการยอมรับในสังคม เช่น เสียงเครื่องยนต์ V10 ของ Lamborghini หรือดีเอ็นเอแห่งสนามแข่งของ Porsche 911 ที่ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์แสดงสถานะ ในปีที่ผ่านมา แนวโน้มการใช้พลังงานไฟฟ้าเริ่มมีผลต่อกลุ่มรถประเภทนี้ โดยมีรถ SUV สมรรถนะสูงบางรุ่นเริ่มนำเสนอรุ่นไฮบริด แต่อย่างไรก็ตาม รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในขนาดใหญ่ยังคงเป็นที่นิยมหลัก สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญทั้งสมรรถนะทางกลและความหรูหรา
Q
รถสปอร์ตที่เสียงดีที่สุดคืออะไร?
ในตลาดไทย Dodge Hellcat Redeye ยอดนิยมเป็นอย่างยิ่งด้วยเสียงเครื่องที่ตะลุยหัวใจ โดยติดตั้งเครื่องยนต์ V8 6.2 ลิตร Supercharged ที่ให้กำลังขับ 797 แรงม้า ร่วมกับระบบแคลนเสียงแบบตรงไปตรงมา สามารถสร้างเสียงเครื่องที่แรงและสูงระดับ 96-105 เดซิเบล โดยเสียงกรอกต่ำและเสียงร้องดังสูงเรียงติดกัน ทำให้มีลักษณะที่จำได้ชัดเจน Porsche 718 Boxster ใช้เครื่องยนต์ Turbocharged แกนสี่ตัวแบบ Boxer โดยเสียงเครื่องมีลักษณะเสียงสูงและตื่นเต้นมากขึ้น ระดับเสียงที่วัดจริงถึง 96-105 dB เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการความตื่นเต้น ถ้าคุณชอบเสียงที่สง่างาม BMW Z4 กับเครื่องยนต์ Turbocharged แกนหกตัวแบบ Inline สามารถให้เสียงที่ต่ำและนุ่มนวลระดับ 86-95 เดซิเบล เหมือนเสียง Opera Aria สิ่งที่ควรทราบคือ Lexus LFA แม้จะไม่ได้ขายอย่างเป็นทางการในไทย แต่เสียงเครื่องยนต์ V10 ที่มีลักษณะเหมือนเพลง Rock ถูกยอมรับกันว่าเป็นมาตรฐานในอุตสาหกรรม ในขณะที่เสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ของ Maserati GTS ก็ยอดเยี่ยมและน่าดึงดูดเช่นกัน เมื่อเลือกใช้งานต้องพิจารณาร่วมกันระหว่างความชอบส่วนตัวและกฎหมายในท้องถิ่น บางรุ่นต้องติดตั้งแคลนเสียงแบบกีฬาเพิ่มเติมเพื่อปลดปล่อยลักษณะเสียงเครื่องที่สมบูรณ์ และต้องระมัดระวังการควบคุมเสียงรบกวนเมื่อขับขี่ในเมือง
Q
รถฟอร์มูลาวันราคาสูงที่สุดคือรุ่นใด?
รถแข่ง F1 ที่แพงที่สุดที่รู้จักกันในปัจจุบันคือรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ W 196 R รุ่นปี 1954 ซึ่งขายในงานประมูลที่เมืองสตุตการ์ท ประเทศเยอรมนี ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ด้วยราคา 46.5 ล้านยูโร (ประมาณ 185 ล้านบาท) และเมื่อรวมภาษีแล้วผู้ซื้อจ่ายจริง 51.55 ล้านยูโร (ประมาณ 205 ล้านบาท) รถคันนี้ติดตั้งเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร แบบแถวเรียง 8 สูบ สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยเคยถูกขับโดยนักแข่งตำนาน ฮวน มานูเอล ฟังจิโอ ผู้ชนะการแข่งขันกรังด์ปรีซ์บัวโนสไอเรสปี 1955 การออกแบบแบบสตรีมไลน์และความสำคัญทางประวัติศาสตร์ทำให้มันกลายเป็นสัญลักษณ์ของยุคทองของ F1 ที่น่าสนใจคือ W 196 R "Monza" Streamliner รุ่นเดียวกันอีกคันถูกขายในงานประมูลช่วงเวลาเดียวกันด้วยราคา 51.155 ล้านยูโร (ประมาณ 204 ล้านบาท) การซื้อขายทั้งสองครั้งนี้ทำลายสถิติการประมูลรถแข่ง มูลค่าการสะสมรถ F1 ขึ้นอยู่กับความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ความเป็นตัวแทนของเทคโนโลยี และความเกี่ยวข้องกับนักแข่งชื่อดัง โดยรถรุ่นคลาสสิกเหล่านี้มักเป็นที่ต้องการของนักสะสมเนื่องจากความหายากและสภาพการเก็บรักษาที่สมบูรณ์
ดูเพิ่มเติม