รีวิว 2024 Toyota Hilux Revo Smart Cab Prerunner 2x4 2.4 Rocco AT





ตลาดรถกระบะในประเทศไทยในช่วงราคา 200,000 บาท ถึง 1,000,000 บาทมีการแข่งขันที่ดุเดือดเสมอมา ผู้บริโภคต้องการทั้งความสะดวกสบายสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน และความสามารถในการบรรทุกของและการลุยในระดับเบา รุ่นปี 2024 Toyota Hilux Revo Smart Cab Prerunner 2x4 2.4 Rocco AT (ต่อไปนี้จะเรียกว่า Hilux Rocco 2x4) ซึ่งเป็นรุ่นระดับกลางในซีรีส์ Hilux ชูจุดเด่น "ความปลอดภัยอัจฉริยะ + เพิ่มความสบาย" โดยตั้งเป้าหมายดึงดูดผู้ที่ต้องการรถที่เหมาะทั้งการทำงานและการใช้งานในครอบครัว การทดลองขับในครั้งนี้ เราเน้นทดสอบการตอบสนองของพลังงาน, ความสามารถในการใช้งานของพื้นที่ และการตั้งค่าความปลอดภัยที่สามารถเพิ่มประสบการณ์การขับขี่ในชีวิตประจำวันหรือไม่
รูปลักษณ์ภายนอกของ Hilux Rocco 2x4 ยังคงเป็นสไตล์ที่แข็งแกร่งของซีรีส์ Hilux แต่มีความประณีตในรายละเอียดมากขึ้น ด้านหน้ามีชุดกระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมูขนาดใหญ่ ใช้การออกแบบแบบรังผึ้งสีดำ พร้อมตราสัญลักษณ์ Toyota ติดตั้งอยู่ตรงกลาง โดยทั้งสองด้านเชื่อมกับไฟหน้า LED อัตโนมัติ ทำให้มีความโดดเด่นและจดจำได้ง่าย ด้านข้างของตัวรถมีเส้นสายที่ตรง การออกแบบตัวถัง Smart Cab พร้อมกระบะท้ายสั้นทำให้รถมีสัดส่วนที่กระชับมากขึ้น เหมาะกับการขับในเมือง ด้านท้ายมีไฟท้ายแนวตั้งพร้อมกันชนท้ายด้านล่างติดตั้งแผ่นกันกระแทกสีดำ และมีระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถที่ 216 มม. ซึ่งยังคงสะท้อนความรู้สึกถึงความสามารถในการลุยเส้นทางลูกทุ่งอย่างรถกระบะ ไฟตัดหมอกหน้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ทำให้ให้มองเห็นได้ดีในตอนกลางคืนหรือในสภาพอากาศฝนหรือหมอก
เมื่อนั่งในรถ ภายในใช้โทนสีดำเป็นหลัก แผงคอนโซลกลางหุ้มด้วยวัสดุอ่อน เพื่อเพิ่มความรู้สึกหรูหรา พร้อมเสริมด้วยแถบตกแต่งสีเงิน จอแสดงผลกลางขนาด 8 นิ้วถูกติดตั้งในตำแหน่งที่อยู่สูงขึ้น ซึ่งทำให้ไม่ต้องก้มมองลงมามากขณะใช้งาน ระบบรองรับการเชื่อมต่อบลูทูธและฟังก์ชันพื้นฐานสำหรับการเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือ และระบบตอบสนองอย่างรวดเร็ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันผลิตจากวัสดุหนังแท้ ให้สัมผัสที่นุ่มนวล ปุ่มควบคุมเสียงและโทรศัพท์อยู่ที่ฝั่งซ้าย ส่วนฝั่งขวาเป็นระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ พร้อมพายชิฟเตอร์สำหรับเปลี่ยนเกียร์แบบแมนนวลที่เพิ่มความสะดวกขึ้น เบาะนั่งใช้วัสดุผ้า โดยเบาะหน้ามีการรองรับที่ดี ทำให้ขับขี่ระยะไกลไม่เหนื่อยง่าย ด้านพื้นที่เก็บของ มีช่องเก็บของแบบเปิดด้านล่างของแผงคอนโซลกลาง เหมาะสำหรับวางโทรศัพท์หรือกระเป๋าสตางค์ และกล่องเก็บของตรงกลางมีขนาดใหญ่พอที่จะใส่สิ่งของขนาดเล็กได้
ในส่วนของพื้นที่การใช้งาน รุ่น Smart Cab มีระยะฐานล้อยาว 3,085 มม. การนั่งในเบาะด้านหน้ามีพื้นที่กว้างขวาง ผู้โดยสารที่สูง 180 ซม. ยังคงเหลือพื้นที่เหนือศีรษะประมาณหนึ่งกำปั้นครึ่ง เบาะหลังถึงแม้จะเป็นที่นั่ง 2 ที่ แต่พื้นที่วางขาค่อนข้างจำกัด ใช้สำหรับนั่งชั่วคราวได้แต่ไม่สะดวกสำหรับการเดินทางระยะนาน ขนาดของกระบะท้ายไม่ได้มีข้อมูลที่แน่ชัด แต่การออกแบบกระบะสั้นช่วยให้จอดรถในเมืองสะดวกมากขึ้น และยังเพียงพอต่อการบรรทุกเครื่องมือหรือสิ่งของขนาดเล็กในชีวิตประจำวันได้ เบาะหลังยังมีช่องลมแอร์ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสาร
ในด้านพลังงาน ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.4 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 110 kW (150PS) และแรงบิดสูงสุดที่ 400 N·m พร้อมจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด การตอบสนองพลังงานช่วงออกตัวช้าไปเล็กน้อย แต่เมื่อเทอร์โบเริ่มทำงาน (ประมาณ 1600 รอบต่อนาที) การปล่อยแรงบิดมีความลื่นไหลต่อเนื่อง การเร่งความเร็วอาจไม่มีความรู้สึกกดเบาะที่ชัดเจน แต่เหมาะสมสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันและการลุยเล็กน้อย ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติช่วยได้ดีบนถนนหลวง เพียงตั้งค่าความเร็วแล้วสามารถผ่อนคลายได้ในบางครั้ง ในการทดสอบอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ถนนในเมืองมีค่าเฉลี่ยประมาณ 8.5 ลิตรต่อ 100 กม. และถนนหลวงประมาณ 6.8 ลิตร ถือว่าเป็นตัวเลขที่ปานกลางสำหรับรถดีเซล
ประสบการณ์การขับขี่ในด้านความแม่นยำของพวงมาลัยถือว่าดี ไม่มีระยะฟรีเยอะ ทำให้การขับขี่ในชีวิตประจำวันง่ายขึ้น ระบบช่วงล่างด้านหน้าเป็นช่วงล่างอิสระ ส่วนด้านหลังเป็นแหนบเหล็ก ในการรับมือกับพื้นผิวถนนในเมือง ช่วงล่างด้านหน้าสามารถดูดซับแรงกระแทกเล็กน้อยได้ดี แต่ช่วงล่างด้านหลังเมื่อต้องเจอกับลูกระนาดหรือตรงถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ จะมีการกระเด้งกระดอนอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นลักษณะปกติของแหนบเหล็ก ส่วนความมั่นคงของช่วงล่างโดยรวมถือว่าดี การควบคุมตัวถังในการเข้าโค้งทำได้ดี ไม่มีอาการโคลงอย่างเห็นได้ชัด ด้านการเก็บเสียงที่ความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. เสียงเครื่องยนต์และเสียงยางถูกควบคุมได้ดี แต่พอความเร็วเกิน 80 กม./ชม. เสียงลมจะเริ่มเพิ่มขึ้น แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ ระยะเบรก 100 กิโลเมตร/ชั่วโมงเราไม่ได้ทดสอบด้วยอุปกรณ์มืออาชีพ แต่ในการขับขี่ปกติ การตอบสนองของเบรกทันใจและแรงเบรกเพียงพอ
ในส่วนของระบบความปลอดภัยถือเป็นจุดเด่นของ Hilux Rocco 2x4 โดยมีการติดตั้งระบบ ABS ป้องกันล้อล็อก, ระบบควบคุมเสถียรภาพของตัวรถ, ระบบเตือนการชนด้านหน้า, ระบบเบรกอัตโนมัติ รวมถึงมีถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง (ถุงลมฝั่งคนขับ, ฝั่งผู้โดยสาร, ถุงลมด้านข้างสำหรับที่นั่งด้านหน้า, ม่านถุงลมด้านหน้า, ถุงลมหัวเข่า) ซึ่งจัดว่าเป็นอุปกรณ์ที่ครอบคลุมที่สุดในรถระดับเดียวกัน ช่วยลดความเสี่ยงในการชนได้อย่างมาก ระบบเบรกจอดเป็นแบบมือดึงเชิงกล ซึ่งใช้งานได้ไม่สะดวกเท่าระบบเบรกไฟฟ้า แต่มีความทนทานและน่าเชื่อถือสูงกว่า
สรุปได้ว่า Hilux Rocco 2x4 รุ่นปี 2024 มีจุดเด่นที่ระบบความปลอดภัยที่ครบครัน สมรรถนะที่ราบรื่น และประหยัดน้ำมัน เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองและการลุยเส้นทางออฟโรดอย่างเบาๆ เมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน เช่น Ford Ranger 2.2L Wildtrak พบว่า Hilux Rocco 2x4 มีอุปกรณ์ความปลอดภัยที่หลากหลายกว่า แต่ในด้านคุณภาพภายในและเทคโนโลยีอาจด้อยกว่าเล็กน้อย ลูกค้าเป้าหมายของรถรุ่นนี้คือคนที่ต้องการรถกระบะอเนกประสงค์ที่ใช้ได้ทั้งในการขนของและการเดินทางในชีวิตประจำวัน โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความสะดวกสบาย หากคุณเป็นผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องการรถสำหรับใช้งานที่ไว้ใจได้ หรือชื่นชอบการเดินทางไปต่างจังหวัดในช่วงสุดสัปดาห์เพื่อขับออฟโรดอย่างเบาๆ Hilux Rocco 2x4 คือทางเลือกที่ดีเลยทีเดียว
สรุปแล้ว Toyota Hilux Revo Smart Cab Prerunner 2x4 2.4 Rocco AT รุ่นปี 2024 เป็นรถกระบะที่ลงตัวระหว่างความคุ้มค่าและระบบความปลอดภัย ถึงแม้ว่าพื้นที่เบาะหลังและเทคโนโลยีอาจไม่ใช่จุดเด่นหลัก แต่สมรรถนะที่เสถียรและการมีระบบความปลอดภัยที่ครบถ้วน สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ส่วนใหญ่ได้เป็นอย่างดี หากคุณกำลังมองหารถกระบะที่เชื่อถือได้ รุ่นนี้ก็คุ้มค่าน่าพิจารณา



