Q
ตรวจสอบราคาอะไหล่ toyota แท้
เมื่อตรวจสอบราคาอะไหล่แท้ของ Toyota ในประเทศไทย ขอแนะนำให้ขอใบเสนอราคาที่ถูกต้องผ่านระบบสอบถามอะไหล่ออนไลน์บนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Toyota ประเทศไทย หรือติดต่อตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตในพื้นที่ของคุณโดยตรง ราคาของอะไหล่แท้มักขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ปีที่ผลิต ประเภทอะไหล่ และภาษีนำเข้า ตัวแทนจำหน่ายในเมืองใหญ่ๆ เช่น กรุงเทพฯ มีอะไหล่สำรองมากกว่า แต่ราคาอาจสูงกว่าในจังหวัดอื่นๆ เล็กน้อย สภาพภูมิอากาศที่ร้อนและชื้นของประเทศไทยทำให้ชิ้นส่วนอะไหล่มีความทนทานสูง ตัวอย่างเช่น ไส้กรองเครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วนยางอาจต้องเปลี่ยนบ่อยกว่าในภูมิภาคอื่นๆ ระบบบริการของ Toyota ในประเทศไทยค่อนข้างสมบูรณ์ และตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตทุกรายใช้ระบบแคตตาล็อกอิเล็กทรอนิกส์แบบรวมศูนย์เพื่อรับรองความถูกต้องของการจับคู่ชิ้นส่วน ควรสังเกตว่ารถที่ผลิตในประเทศ เช่น Hilux Vigo มักมีอะไหล่ให้เลือกซื้อได้เร็วกว่าและราคาถูกกว่ารถนำเข้าทั้งหมด ก่อนถึงฤดูฝน แนะนำให้ตรวจสอบสภาพใบปัดน้ำฝนและแผ่นกันใต้ท้องรถเป็นพิเศษ สำหรับการบำรุงรักษาตามปกติที่ไม่เร่งด่วน ควรพิจารณาใช้อะไหล่แท้จาก Toyota Genuine Certified Remanufactured อะไหล่เหล่านี้ผ่านกระบวนการปรับปรุงใหม่อย่างเป็นทางการและมาพร้อมการรับประกัน ซึ่งโดยทั่วไปจะมีราคาถูกกว่าอะไหล่แท้ใหม่ประมาณ 20-30%
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
ประเภทรถยอดนิยม
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
Toyota Connect สามารถทำอะไรได้บ้าง?
Toyota Connect เป็นบริการเชื่อมต่ออัจฉริยะที่ช่วยให้สามารถเฝ้าระวังและควบคุมยานพาหนะจากระยะไกลผ่านแอปพลิเคชันสมาร์ทโฟน "My TOYOTA+" โดยฟีเจอร์หลัก ได้แก่ การจัดการการชาร์จ การให้บริการนำทาง และบริการช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน
สำหรับยานพาหนะรุ่นฮีบริดพลั๊กอินและรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ผู้ใช้สามารถตรวจสอบปริมาณแบตเตอรี่ที่เหลือ ระยะทางที่คาดว่าจะสามารถเดินทางได้ และสถานะการชาร์จแบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ยังสามารถเริ่มการชาร์จจากระยะไกลผ่านมือถือหรือปรับเปลี่ยนแผนการชาร์จตามเวลาที่กำหนด และสามารถเฝ้าระวังระยะเวลาการจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอกในโหมดการให้ไฟ
ระบบมีผู้ช่วยเสียง "Hey, Toyota" ที่รองรับการดำเนินการ เช่น ค้นหานำทางด้วยเสียง และปรับอุณหภูมิอากาศ ในขณะที่บริการนำทางผ่านเน็ตเวิร์กรถจะให้ข้อมูล เช่น ข้อมูลการจราจรแบบเรียลไทม์ และเวลาเปิดทำการของสิ่งอำนวยความสะดวก และรองรับการใช้งานฟรีเป็นเวลา 5 ปี
ในด้านความปลอดภัย มีฟีเจอร์การแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อเกิดการชน การเตือนการขโมย และฟีเจอร์การโทรฉุกเฉิน นอกจากนี้ hotspot Wi-Fi ในรถยังอนุญาตให้ผู้โดยสารเชื่อมต่ออุปกรณ์เคลื่อนที่
สิ่งที่ควรทราบคือ ฟีเจอร์เฉพาะต่างๆ อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับรุ่นรถและเงื่อนไขการสื่อสาร บางบริการอาจต้องสมัครสมาชิกหรือมีข้อจำกัดตามภูมิภาค ดังนั้นขอแนะนำให้ผู้ใช้ขอข้อมูลที่เข้ากันได้ผ่านช่องทางทางการของบริษัท
Q
"PWR Mode" ในรถ Toyota หมายถึง "โหมดพลังงาน" หรือ "Power Mode" ซึ่งเป็นฟังก์ชันในรถยนต์ของ Toyota ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนองของเครื่องยนต์และพละกำลังในขณะที่ขับขี่ เมื่อเปิดใช้งานโหมดนี้ รถจะมีการเร่งที่รวดเร็วและมีพลังมากขึ้น เหมาะสำหรับการใช้งานในสถานการณ์ที่ต้องการแรงส่งเพิ่มเติม เช่น การแซงรถคันอื่น หรือขับขี่ในพื้นที่ภูเขา
โหมด PWR ของรถยนต์โตโยต้า เป็นชื่อย่อของ "Power" ซึ่งตั้งอยู่ใกล้คันเกียร์ ใช้สำหรับเปลี่ยนไปยังโหมดขับขี่ที่เพิ่มสมรรถนะ เมื่อกดปุ่ม PWR รถยนต์จะเปลี่ยนจากโหมดมาตรฐานไปเป็นโหมดกำลัง ในโหมดนี้การตอบสนองของคันเร่งจะไวขึ้น ความเร็วรอบเครื่องยนต์จะเพิ่มจากปกติ 2000 รอบต่อนาที เป็น 2500 รอบต่อนาทีขึ้นไป คล้ายกับผลของเทอร์โบชาร์จ ในโหมดกำลัง เกียร์จะเปลี่ยนในรอบที่สูงขึ้น โดยปกติจะเปลี่ยนเกียร์ที่ 3000 รอบต่อนาที เพื่อรักษาความเร็วรอบเครื่องยนต์ให้สูงขึ้น ทำให้มีกำลังส่งออกที่มากขึ้นและการลดเกียร์ที่ตอบสนองเร็วขึ้น เหมาะสำหรับการแซงหรือขับขึ้นเขาที่ต้องการความเร่งทันที ป้ายแสดงผลจะแสดงไฟสัญญาณ "ECTPWR" เพื่อระบุสถานะโหมดปัจจุบัน ควรระวังว่าโหมดนี้จะเพิ่มการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเห็นได้ชัด จึงแนะนำให้ใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น รถยนต์โตโยต้า คราวน์ และรุ่นอื่นๆ ยังมีโหมดมาตรฐาน ECT และโหมดหิมะ SNOW เพื่อสร้างระบบเลือกโหมดขับขี่ที่สมบูรณ์ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถปรับสมรรถนะรถได้ตามสภาพถนนต่างๆ
Q
T-Connect ของ Toyota ใช้งานฟรีหรือไม่?
บริการ T-Connect ของโตโยต้า สามารถใช้งานได้ฟรีภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ โดยขึ้นอยู่กับประเภทรถและวิธีการซื้อ สำหรับผู้ใช้รถใหม่ บริการมาตรฐาน T-Connect สามารถใช้งานฟรีเป็นเวลา 5 ปีหลังจากลงทะเบียนครั้งแรก (สำหรับรุ่น Crown เป็น 3 ปี) ซึ่งต้องทำสัญญาผ่านตัวแทนจำหน่ายโตโยต้าหรือเว็บไซต์ทางการ
ผู้ใช้รถมือสอง ถ้ามีระยะเวลาใช้งานฟรีคงเหลือที่ยังไม่หมดอายุ สามารถใช้บริการได้เช่นเดียวกัน แต่ต้องขอเปิดใช้งานด้วยตนเอง
หลังจากระยะเวลาใช้งานฟรีจบลง ค่าบริการพื้นฐานจะเป็น 330 บาทต่อเดือน (รวมภาษี) ในขณะที่ฟังก์ชัน Connected Car ของรุ่น Crown จะมีค่าใช้จ่ายเป็นปีละ 16,000 เยน (ประมาณ 4,200 บาท) จึงต้องระมัดระวังถึงความแตกต่างของแพ็กเกจบริการระหว่างรุ่นรถต่างๆ
บริการนี้รวมการปรับปรุงระบบนำทาง การตรวจสอบสถานะรถระยะไกล ผู้ช่วยเสียง และฟังก์ชันการเชื่อมต่อเครือข่ายรถ เช่น การควบคุมเครื่องปรับอากาศหรือสอบถามข้อมูลการจราจรแบบเรียลไทม์ผ่านคำสั่งเสียง "Hey, Toyota"
ในแง่ขยาย การต่ออายุการใช้บริการ T-Connect แบบชำระค่า สามารถทำได้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์หรือตัวแทนจำหน่าย แต่ถ้าไม่ต่ออายุบริการจะถูกยุติอัตโนมัติ
โครงสร้างเทคโนโลยีของบริการเน้นความปลอดภัยของข้อมูลและการโต้ตอบแบบเรียลไทม์ เช่น การใช้ระบบนำทางแบบสื่อสารศูนย์กลางเพื่ออัปเดตแผนที่แบบไดนามิก แต่ผู้ใช้ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างค่าใช้จ่ายหลังระยะฟรีและความสะดวกสบายของระบบนำทางบนมือถือ
Q
ระบบใดของรถที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการบังคับเลี้ยว?
ระบบที่รับผิดชอบการควบคุมการเลี้ยวของรถยนต์เรียกว่าระบบการเลี้ยว หน้าที่หลักคือเปลี่ยนการบังคับพวงมาลัยของผู้ขับขี่ให้เป็นการเคลื่อนที่เบี่ยงเบนของล้อ เพื่อให้รถเคลื่อนที่ตามทิศทางที่ต้องการ
ระบบนี้ประกอบด้วย 3 ส่วนหลักคือ กลไกควบคุมการเลี้ยว (รวมพวงมาลัย, เพลาการเลี้ยว), กลไกการเลี้ยว (เช่น ระบบเฟืองกับแร็ค หรือระบบลูกบอลหมุน), และระบบส่งกำลังการเลี้ยว (รวมถึงคันส่งกำลัง, ข้อต่อการเลี้ยว)
เทคโนโลยีหลักในปัจจุบันแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ ระบบการเลี้ยวแบบกลไก และระบบการเลี้ยวแบบใช้กำลังช่วย ระบบแรกอาศัยแรงจากผู้ขับขี่เพียงอย่างเดียว ส่วนระบบหลังใช้ระบบไฮดรอลิกหรือไฟฟ้า (เช่น การทำงานร่วมกันของเซ็นเซอร์แรงบิดและมอเตอร์) เพื่อลดแรงที่ต้องใช้ โดยเฉพาะในรถขนาดใหญ่
การออกแบบต้องตอบสนองความต้องการเช่น การกลับศูนย์กลางอัตโนมัติ และการบังคับที่เบา ปัญหาที่พบบ่อยได้แก่ การเลี้ยวไม่ตรงหรือหนัก ซึ่งต้องบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ
ในตลาดไทย กลไกการเลี้ยวแบบเฟืองกับแร็คได้รับความนิยมเนื่องจากมีโครงสร้างกะทัดรัดและต้นทุนเหมาะสม ส่วนเทคโนโลยีช่วยกำลังด้วยไฟฟ้ากำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในรถรุ่นใหม่ สอดคล้องกับแนวโน้มการประหยัดพลังงานทั่วโลก
สิ่งสำคัญคือ ความน่าเชื่อถือของชิ้นส่วนระบบการเลี้ยวสัมพันธ์โดยตรงกับความปลอดภัยในการขับขี่ จึงควรใช้อะไหล่แท้จากผู้ผลิตเมื่อต้องซ่อมแซมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วน
Q
รถยนต์เซกเมนต์ C คืออะไร?
รถยนต์กลุ่ม C-segment หมายถึงรถยนต์ขนาดกะทัดรัด ซึ่งอยู่ระหว่างรถยนต์ขนาดเล็กและรถยนต์ขนาดใหญ่ โดยมีความสมดุลระหว่างพื้นที่ใช้สอย สมรรถนะ และราคา ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในครอบครัว รถยนต์กลุ่มนี้โดยทั่วไปมีความยาวตั้งแต่ 4.3 ถึง 4.6 เมตร มีระยะฐานล้อประมาณ 2.7 เมตร และติดตั้งเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร ถึง 2.0 ลิตร ซึ่งให้ความสมดุลระหว่างความประหยัดน้ำมันและสมรรถนะด้านกำลัง บางรุ่นยังมีตัวเลือกแบบไฮบริดอีกด้วย ในตลาดไทย รถยนต์ C-segment ที่ได้รับความนิยม ได้แก่ โตโยต้า โคโรลลา ฮอนด้า ซีวิค และมาสด้า 3 ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความน่าเชื่อถือ ความใช้งานได้จริง และอัตราส่วนราคาต่อประสิทธิภาพสูง รถยนต์เหล่านี้มักมาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง เช่น ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติและระบบช่วยรักษาเลน และราคาโดยทั่วไปอยู่ระหว่าง 800,000 ถึง 1,200,000 บาท เนื่องจากขนาดที่พอเหมาะและความอเนกประสงค์ รถยนต์ C-segment จึงตอบโจทย์ทั้งการเดินทางในเมืองและการเดินทางของครอบครัว ทำให้เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้บริโภคชาวไทยที่ต้องการอัพเกรดรถยนต์ของตน นอกจากนี้ ด้วยการเพิ่มขึ้นของรถยนต์ครอสโอเวอร์ SUV รถยนต์ครอสโอเวอร์ขนาด C-segment บางรุ่นที่ผสมผสานความสะดวกสบายของรถซีดานเข้ากับความอเนกประสงค์ของรถ SUV ก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเช่นกัน
ดูเพิ่มเติมข้อมูลล่าสุด

ZEEKR X:นวัตกรรม SUV อัจฉริยะจากจีน ด้วยราคาเริ่มต้นผ่อนถูกเพียง 13,XXX บาท/เดือน!
สุรเดชFeb 10, 2026

เริ่มผ่อนเพียง 75,xxx บาท/เดือน ฟรีดาวน์แรก กับสุดยอด SUV ประสิทธิภาพสูงจาก BMW!
ธนวัฒน์Feb 10, 2026

ฮอนด้า STEP WGN e:HEV SPADA ประกาศราคาเริ่มต้นที่ 1.78 ล้านบาท
AshleyFeb 10, 2026

รุ่นที่ 12 ของ Honda Civic จะมาพร้อมกับแพลตฟอร์มใหม่ทั้งหมดและ e:HEV รุ่นที่ 5, เปิดตัวในปี 2027
วิรุฬห์Feb 10, 2026

Isuzu ระบุว่ากำลังพิจารณาในการพัฒนา D-MAX PHEV ซึ่งอาจเปิดตัวในปี 2027
วิรุฬห์Feb 9, 2026
ดูเพิ่มเติม


รุ่นรถ

