Q

วิธีตรวจสอบยอดเงินผ่อนที่เหลือของ Honda

หากต้องการตรวจสอบยอดเงินผ่อนคงเหลือของรถยนต์ Honda ในประเทศไทย คุณสามารถติดต่อช่องทางทางการได้หลายวิธี แนะนำให้ติดต่อตัวแทนจำหน่าย Honda ที่ซื้อรถมาโดยตรง โดยแจ้งหมายเลขสัญญาหรือข้อมูลรถ พนักงานจะช่วยตรวจสอบจำนวนงวดที่เหลือและยอดชำระให้คุณ นอกจากนี้เว็บไซต์ Honda ไทยหรือแอปพลิเคชันบริการลูกค้าก็มักมีฟังก์ชันตรวจสอบสินเชื่อรถยนต์ บางธนาคารที่ร่วมรายการเช่น Krungsri หรือ TISCO Bank ก็อากแสดงข้อมูลการผ่อนชำระผ่านระบบอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง โปรดทราบว่าการผ่อนรถในไทยส่วนใหญ่ใช้วิธีลดต้นลดดอก (Equal Installment) และอัตราดอกเบี้ยอาจเปลี่ยนแปลงตามนโยบายธนาคารกลาง จึงควรตรวจสอบแผนการชำระเงินเป็นระยะ หากต้องการปิดบัญชีก่อนกำหนด บางสถาบันการเงินจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมประมาณ 1-3% ของยอดหนี้คงเหลือ ส่วนนโยบาย EV 3.5 ที่ออกใหม่ปี 2023 สำหรับรถไฟฟ้ามีสิทธิพิเศษด้านสินเชื่อ ขณะที่รถยนต์น้ำมันทั่วไปจะเน้นการพิจารณาเอกสารแสดงรายได้และประวัติเครดิต การชำระเงินตรงเวลาสม่ำเสมอจะช่วยให้ได้เงื่อนไขที่ดีขึ้นเมื่อต้องการกู้ซื้อรถรุ่นอื่นในอนาคต
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

Q&A ล่าสุด

Q
น้ำมันเครื่องเกรดใดที่รถยนต์ดีเซลที่มีอายุการใช้งาน 10 ปีควรใช้?
รถดีเซลอายุ 10 ปีควรเลือกใช้น้ำมันเครื่องดีเซลระดับ CK-4 เนื่องจาก CK-4 เป็นมาตรฐานคุณภาพสูงสุดของน้ำมันเครื่องยนต์ดีเซลในปัจจุบัน มีสมรรถนะในการหล่อลื่นยอดเยี่ยม สามารถลดการสึกหรอภายในเครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปกป้องชิ้นส่วนเครื่องยนต์ที่ใช้งานเป็นเวลานาน และยืดอายุการใช้งาน นอกจากนี้ คุณสมบัติเถ้าต่ำยังสามารถตอบสนองความต้องการมาตรฐานการปล่อยไอเสียระดับสูง และเหมาะกับสภาพการทำงานของรถที่ใช้งานมานาน นอกจากนี้ ในการเลือกน้ำมันเครื่องยังต้องพิจารณาระดับความหนืดตามสภาพการใช้งานของรถ เช่น ประเภทความหนืดทั่วไปอย่าง 10W40 หรือ 5W30 เพื่อให้แน่ใจว่าน้ำมันเครื่องมีความสามารถในการไหลและการป้องกันในสภาพอุณหภูมิต่างๆ และรักษาเสถียรภาพการทำงานของเครื่องยนต์
Q
เราจะเปรียบเทียบประเภทของน้ำมันเครื่อง 5W-40 และ 10W-40 ได้อย่างไร?
ความแตกต่างหลักระหว่างน้ำมันเครื่อง 5W-40 และ 10W-40 อยู่ที่การไหลในอุณหภูมิต่ำ โดยทั้งสองมีค่าความหนืดในอุณหภูมิสูงเท่ากัน โดย 5W-40 มีการไหลในอุณหภูมิต่ำที่ดีกว่า สามารถใช้งานในอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ -30°C ในขณะที่ 10W-40 ใช้งานได้ที่ประมาณ -25°C ดังนั้นในสภาพอากาศหนาวเย็น 5W-40 สามารถสร้างฟิล์มน้ำมันที่มีประสิทธิภาพภายในเครื่องยนต์ได้เร็วกว่า ลดการสึกหรอของชิ้นส่วนขณะสตาร์ทเครื่องเย็น และช่วยให้การสตาร์ทเครื่องราบรื่นขึ้น ตัวเลขหลัง W ของทั้งสองแบบคือ 40 หมายความว่าในสภาพอุณหภูมิสูง (เช่น เมื่อเครื่องยนต์ทำงานภายใต้ภาระหนัก) ทั้งสองสามารถให้การหล่อลื่นและการป้องกันการรั่วซึมที่คล้ายกัน รักษาความแข็งแรงของฟิล์มน้ำมันอย่างเสถียร และรับประกันความปลอดภัยในการทำงานของเครื่องยนต์ ในการเลือกใช้ ต้องพิจารณาจากสภาพการใช้งาน: หากรถมักอยู่ในพื้นที่อากาศเย็นหรือใช้งานบ่อยในฤดูหนาว ควรเลือก 5W-40 เป็นลำดับแรก แต่หากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิสูงและไม่มีอากาศเย็นจัด 10W-40 ก็สามารถตอบสนองความต้องการได้ นอกจากนี้ ควรปฏิบัติตามมาตรฐานความหนืดที่ผู้ผลิตรถยนต์แนะนำอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งคำนึงถึงระดับคุณภาพ API ของน้ำมันเครื่อง (เช่น ระดับ SN) และประเภทน้ำมันฐาน (สังเคราะห์เต็มรูปแบบ, สังเคราะห์ส่วนผสม) เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของเครื่องยนต์ และให้ได้ประสิทธิภาพการป้องกันและการทำงานที่ดีที่สุด
Q
ความแตกต่างระหว่างน้ำมันเครื่อง 5W-30 และ 0W-20 คืออะไร?
ความแตกต่างหลักระหว่างน้ำมันเครื่อง 5W-30 และ 0W-20 อยู่ในด้านการไหลตัวที่อุณหภูมิต่ำ ความสามารถในการปกป้องที่อุณหภูมิสูง สถานการณ์การใช้งาน และความเหมาะสมกับรุ่นรถ ในด้านประสิทธิภาพที่อุณหภูมิต่ำ "0W" ของ 0W-20 หมายถึงสามารถไหลได้ปกติที่อุณหภูมิ -35°C สามารถหล่อลื่นชิ้นส่วนเครื่องยนต์ได้รวดเร็วเมื่อสตาร์ทเครื่องในสภาพอากาศเย็น ลดการสึกหรอของเครื่องยนต์ ส่วน "5W" ของ 5W-30 ใช้ได้ที่อุณหภูมิ -30°C การไหลตัวที่อุณหภูมิต่ำด้อยกว่าเล็กน้อย แต่ยังสามารถตอบสนองความต้องการในพื้นที่ส่วนใหญ่ ด้านการปกป้องที่อุณหภูมิสูง 5W-30 มีความหนืดสูงกว่า สามารถสร้างฟิล์มน้ำมันที่หนากว่าเมื่อขับขี่ความเร็วสูงหรือบรรทุกหนัก เหมาะกับรถเทอร์โบชาร์จ การขับขี่แบบสมรรถนะสูง หรือสภาพอากาศร้อน ส่วน 0W-20 มีฟิล์มน้ำมันบางกว่า เหมาะกับการใช้งานประจำวันในเมืองที่โหลดต่ำถึงปานกลาง ในแง่ความเหมาะสมกับรถยนต์ 0W-20 มักใช้กับรถใหม่จากญี่ปุ่น อเมริกา เกาหลี รถไฮบริด และรถที่มีตัวกรองอนุภาค (DPF) ช่วยประหยัดน้ำมันได้ประมาณ 3%-5% ส่วน 5W-30 เหมาะกับรถเทอร์โบของยุโรป รถเก่าที่วิ่งเกิน 80,000 กม. หรือการขับทางไกล การเลือกควรพิจารณาจากคู่มือรถ สภาพการใช้งาน และพฤติกรรมการขับ หากเป็นรถใหม่และเน้นประหยัดน้ำมัน หรืออยู่ในเขตหนาวจัด ควรเลือก 0W-20 เป็นลำดับแรก หากขับแบบสมรรถนะสูง รถเก่า หรืออยู่ในสภาพอากาศร้อน 5W-30 จะเหมาะสมกว่า ข้อควรระวัง: สำหรับรถที่มีตัวกรองอนุภาค ต้องตรวจสอบว่าน้ำมันเครื่องได้มาตรฐาน Low SAPS เพื่อรักษาประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของเครื่องยนต์
Q
น้ำมันเครื่องที่ Mazda 3 ใช้คืออะไร?
สำหรับรถ Mazda 3 แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์เต็มรูปแบบที่มีความหนืด 0W-20 หรือ 5W-30 โดยเลือกให้เหมาะสมกับปีรถและรุ่นเครื่องยนต์ เช่น เครื่องยนต์ Skyactiv-G ที่เหมาะกับน้ำมันเครื่องความหนืดต่ำเพื่อประหยัดน้ำมัน ส่วนรุ่นเทอร์โบอาจต้องการน้ำมันเครื่องเกรดสูงขึ้นเพื่อรองรับสภาพความร้อนและความดันสูง ในสภาพอากาศบ้านเรา น้ำมันเครื่อง 5W-30 เป็นตัวเลือกที่นิยมกว่าเพราะใช้งานได้ดีในอากาศร้อนตลอดปีและช่วยปกป้องเครื่องยนต์ได้ครอบคลุมกว่า ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 6 เดือน โดยเลือกน้ำมันเครื่องคุณภาพสูงที่ได้มาตรฐาน API SP หรือ ILSAC GF-6 ซึ่งช่วยป้องกันการจุดระเบิดก่อนเวลาอันควรและลดการเกิดเขม่าในเครื่องยนต์ อย่าลืมเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่องคู่ไปกับการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุกครั้ง เพราะไส้กรองของปลอมอาจทำให้ประสิทธิภาพการกรองลดลง ถ้าใช้รถในสภาพการจราจรติดขัดหรือสตาร์ทเครื่องบ่อยๆ อาจต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเร็วขึ้นที่ระยะ 8,000 กิโลเมตร สำหรับคนที่อยากเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์ อาจสอบถามตัวแทนจำหน่ายเกี่ยวกับน้ำมันเครื่องสูตรพิเศษของ Mazda ที่ออกแบบมาสำหรับเทคโนโลยี Skyactiv โดยเฉพาะ ซึ่งช่วยลดการเสียดสีในเครื่องยนต์ได้ดีกว่า
Q
เครื่องยนต์ของ Suzuki CIAZ ใช้น้ำมันเครื่องเกรดอะไร?
สำหรับรถ Suzuki Ciaz ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ 1.4L K14B และ 1.5L K15B แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องเกรด API SN ขึ้นไป โดยเลือกความหนืด 5W-30 หรือ 10W-30 จะช่วยดูแลเครื่องยนต์ได้ดีทั้งในสภาพอากาศร้อนและช่วยประหยัดน้ำมัน เหมาะกับการขับขี่ประจำวันในเมืองร้อนแบบบ้านเรา ถ้าใช้รถระยะทางไกลบ่อยหรือรถมีระยะใช้งานสูง แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องแบบสังเคราะห์เต็มสูตรเพื่อการหล่อลื่นที่ยาวนานขึ้น อย่าลืมเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะ 5,000-10,000 กม. หรือทุก 6 เดือน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในคู่มือการดูแลรถ ส่วนน้ำมันเครื่องควรเลือกแบบที่ผ่านการรับรองจาก Suzuki โดยตรงเพราะออกแบบมาให้เหมาะกับเครื่องยนต์ของรถเราเป็นพิเศษ ที่สำคัญควรตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องและสภาพน้ำมันเป็นประจำ ถ้าเห็นว่ามันดำหรือมีสิ่งเจือปนมากเกินไปให้เปลี่ยนใหม่ทันที การดูแลน้ำมันเครื่องอย่างถูกวิธีจะช่วยยืดอายุเครื่องยนต์และรักษาสมรรถนะให้ดีเหมือนเดิมได้นานๆ
ดูเพิ่มเติม