Q

Honda Civic Hatchback มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อหรือไม่?

ปัจจุบัน Honda Civic Hatchback ทุกรุ่นใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า (FF: Front-Engine, Front-Wheel Drive) ทั้งหมด โดยไม่มีเวอร์ชันขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD หรือ AWD) ให้เลือก Honda มักนำระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไปใช้กับรถยนต์ประเภท SUV อย่าง CR-V หรือ HR-V มากกว่า ขณะที่ตระกูล Civic นั้นเน้นแพลตฟอร์มขับเคลื่อนล้อหน้าที่เน้นความสปอร์ต และระบบกันสะเทือนรวมถึงช่วงล่างก็ได้รับการปรับจูนอย่างพิถีพิถันเพื่อรองรับการควบคุมที่แม่นยำ
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
รถ Civic Hatchback ปี 2021 มีระบบ VTEC ไหม?
รถ Honda Civic Hatchback รุ่นปี 2021 ที่วางขายในตลาดไทยนี่ แน่นอนว่ามีระบบ VTEC เป็นมาตรฐาน แต่ต้องบอกก่อนว่าเครื่องยนต์ของรุ่นนี้เป็นแบบ 1.5 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ที่ใช้ระบบ VTEC TURBO เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจาก Honda ซึ่งจะแตกต่างจากระบบ VTEC แบบเครื่องยนต์ดูดอากาศทั่วไปครับ VTEC TURBO นี่เน้นใช้เทคโนโลยี Variable Valve Timing และ Lift ที่ด้านไอดีเป็นหลักเท่านั้น แล้วยังผสมผสานกับเทอร์โบชาร์จเจอร์เพื่อประสิทธิภาพการเผาไหม้และกำลังส่งที่ดียิ่งขึ้น สำหรับสภาพอากาศร้อนๆแบบไทยเรา การออกแบบนี้ช่วยให้ได้ทั้งกำลังขับที่แรงสมรรถนะสูง และยังประหยัดน้ำมันไปพร้อมกัน เหมาะมากสำหรับการขับขี่ในเมืองกรุงเทพฯ ที่รถติดเป็นประจำ สำหรับคนไทยแล้ว ระบบ VTEC นี่ถือเป็นจุดขายสำคัญของรถฮอนด้ามาตลอด ส่วนCivic Hatchback รุ่น 2021 นี้ นอกจากจะยังคงความสปอร์ตในดีเอ็นเอแล้ว ยังเพิ่มแรงบิดช่วงรอบต่ำด้วยเทคโนโลยีเทอร์โบ ทำให้การขับขี่ในสภาพแวดล้อมของการจราจรแบบ Go Stop ซึ่งเป็นเรื่องปกติในประเทศไทย ที่สำคัญแม้ว่าระบบ VTEC TURBO จะทำงานแตกต่างจาก VTEC แบบเดิม แต่ยังคงสืบทอดแก่นแท้ของเทคโนโลยีเครื่องยนต์ของฮอนด้า ด้วยระบบควบคุมวาล์วที่แม่นยำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์ นี่ล่ะคือเหตุผลหนึ่งที่ทำไมรถรุ่นนี้ถึงได้ใจคนรุ่นใหม่ในไทยมาก
Q
รถ Honda Civic Hatchback 2021 มีขนาดเท่าไหร่?
รถ Honda Civic Hatchback รุ่นปี 2021 เป็นที่นิยมมากในตลาดไทย ด้วยดีไซน์ 5 ประตูที่คล่องตัว ขนาดตัวรถยาว 4,539 มม. กว้าง 1,799 มม. สูง 1,434 มม. และระยะฐานล้อ 2,700 มม. ทำให้ขับเคลื่อนในเมืองไทยได้สะดวก แถมยังมีพื้นที่ภายในกว้างขวางพอสมควร ความจุกระบอกสูบ 408 ลิตร แต่ถ้าพับเบาะหลังลงจะเพิ่มเป็น 1,214 ลิตร เหมาะมากสำหรับคนไทยที่ชอบช้อปปิ้งหรือไปเที่ยววันหยุด สาเหตุที่ Civic Hatchback ติดอันดับรถยอดนิยมในไทยก็เพราะขนาดกะทัดรัดและขับลื่นไหล แถมยังเหมาะกับสภาพการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบก็ประหยัดน้ำมันแต่ยังให้กำลังดี อีกจุดขายสำคัญคือศูนย์บริการในไทยครอบคลุม แถมอะไหล่ก็หาง่าย นี่เป็นปัจจัยที่คนไทยให้ความสำคัญมาก ส่วนเรื่องสีก็มีให้เลือกหลายเฉด โดยเฉพาะสีสันสดใสที่ตรงใจคนไทยชอบความโดดเด่น
Q
แบตเตอรี่สำหรับ Honda Civic hatchback ราคาเท่าไหร่?
ในตลาดไทย ราคาแบตเตอรี่รถ Honda Civic Hatchback จะแตกต่างกันไปตามประเภทแบตเตอรี่ แบรนด์ และช่องทางในการซื้อ โดยทั่วไปแบตเตอรี่แบบเดิมจากศูนย์จะอยู่ที่ประมาณ 5,000-8,000 บาท ส่วนแบตเตอรี่จากแบรนด์อื่นอาจราคาถูกกว่าเริ่มต้นที่ 3,500 บาท แต่เพื่อความแน่นอนแนะนำให้สอบถามราคาจากโฮนด้าโชว์รูมหรืออู่บริการที่ได้รับอนุญาตในพื้นที่ เนื่องจากสภาพอากาศไทยที่ร้อนจัดส่งผลต่ออายุการใช้งานแบตเตอรี่ค่อนข้างมาก จึงควรตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่ทุก 2-3 ปี เพื่อป้องกันปัญหารถติดยากจากแบตเตอรี่เสื่อม นอกจากราคาแล้วเวลาซื้อควรดูค่า CCA (กระแสสตาร์ทเครื่องในที่เย็น) และความจุว่าเหมาะสมกับรุ่นรถหรือไม่ แบตเตอรี่รุ่นสูงบางรุ่นอาจมีการรับประทานที่ยาวนานกว่าหรือออกแบบมาให้ทนความร้อนได้ดีกว่า ซึ่งเหมาะกับสภาพอากาศร้อนตลอดปีของไทย ส่วนในชีวิตประจำวันควรหลีกเลี่ยงการใช้ไฟฟ้าในรถขณะดับเครื่องนานๆ เพื่อยืดอายุแบตเตอรี่
Q
Honda Civic Hatchback ปี 2021 มีความน่าเชื่อถือหรือไม่?
Honda Civic Hatchback รุ่นปี 2021 ในตลาดไทยถือเป็นรุ่นที่แสดงความน่าเชื่อถือได้ดี เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบชาร์จที่ผ่านการทดสอบตลาดมาหลายปี ให้กำลังส่งออกอย่างลื่นไหลและประหยัดน้ำมันเหมาะกับสภาพการขับขี่ในเมืองไทย ส่วนเกียร์ CVT ก็ถูกตั้งค่าให้เน้นความทนทานเป็นหลัก ระบบระบายความร้อนของรุ่นนี้ทำงานได้มั่นคงแม้ในสภาพอากาศร้อนของไทย แถมเครือข่ายผู้จำหน่ายฮอนด้าในไทยก็ครอบคลุม มีอะไหล่พร้อมให้บริการและค่าบำรุงรักษาก็สมเหตุสมผล ที่น่าสนใจคือ Civic ในตลาดมือสองของไทยยังคงมูลค่าสูง ซึ่งสะท้อนถึงความทนทานในระยะยาว สำหรับคนไทยที่สนใจรถรุ่นนี้ แนะนำให้ตรวจสอบระบบแอร์เป็นประจำ (เพราะใช้งานบ่อยในสภาพอากาศร้อน) และดูแลป้องกันสนิมช่วงล่างโดยเฉพาะในฤดูฝน จะช่วยยืดอายุการใช้งานรถได้มากขึ้น เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆในระดับเดียวกัน ซีวิค แฮทช์แบ็กยังคงจุดเด่นด้านความคล่องตัวของพื้นที่ใช้สัยและสมรรถนะการขับขี่แบบฉบับฮอนด้า เหมาะกับครอบครัวรุ่นใหม่หรือผู้ที่มองหารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
Q
"รถ Honda Civic Hatchback ปี 2021 มีมูลค่าเท่าไหร่?"
ราคาขายต่อของ Honda Civic Hatchback รุ่นปี 2021 ในตลาดมือสองประเทศไทยจะมีความแตกต่างกันไปตามสภาพรถ ระยะไมล์ อุปกรณ์และพื้นที่ โดยทั่วไปราคาอยู่ที่ประมาณ 700,000 ถึง 900,000 บาท ถ้าจะเจาะลึกหน่อย รุ่นที่ระยะไมล์ต่ำ (เช่นไม่เกิน 20,000 กิโลเมตร) และดูแลมาอย่างดีพร้อมอุปกรณ์สูงสุดอาจพุ่งไปถึง 900,000 บาท ส่วนรถที่ระยะไมล์สูงหรือเป็นรุ่นพื้นฐานก็จะถูกลง สำหรับในไทยแล้ว Civic เป็นที่นิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่เพราะความน่าเชื่อถือ ประหยัดน้ำมันและการออกแบบสปอร์ต โดยเฉพาะรุ่น Hatchback ที่ตอบโจทย์ทั้งความประหยัดและความสนุกในการขับขี่ ควรซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและตรวจสอบประวัติรถให้ชัดเจน ทั้งประวัติการซ่อมและการบริการตามระยะ เพราะ Civic เป็นรถที่ครองราคาได้ดีในตลาดมือสอง แถมรถญี่ปุ่นในไทยยังมีอัตราคงราคาสูงอยู่แล้ว ถ้าอยากประหยัดกว่านี้ก็อาจมองรถยี่ห้ออื่นในปีเดียวกัน แต่ต้องระวังเรื่องศูนย์บริการและอะไหล่ในระยะยาวด้วย
Q
รถ Honda Civic Hatchback ปี 2021 จะมีอายุการใช้งานได้นานแค่ไหน
อายุการใช้งานของ Honda Civic Hatchback รุ่นปี 2021 ในตลาดไทยนั้นขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา นิสัยการขับขี่ และปัจจัยสภาพแวดล้อมเป็นหลัก หากทำตามคำแนะนำของทางผู้ผลิตในการเข้าศูนย์ทุก 10,000 กิโลเมตร หรือทุก 6 เดือน (ตามระยะใดถึงก่อน) พร้อมใช้อะไหล่แท้และน้ำมันเครื่องที่เหมาะสมกับสภาพอากาศไทย รถสามารถวิ่งได้เกิน 200,000 กิโลเมตรโดยยังคงสภาพเครื่องยนต์และเกียร์ที่สมบูรณ์ สภาพอากาศร้อนชื้นของไทยส่งผลต่อยางและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เป็นพิเศษ แนะนำให้ตรวจสอบยางขอบหน้าต่าง ที่ปัดน้ำฝน และแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ กุญแจสำคัญในการยืดอายุรถคือการเปลี่ยนน้ำหล่อเย็นทุก 2 ปีหรือ 40,000 กิโลเมตร และน้ำมันเกียร์ (รุ่น CVT เปลี่ยนทุก 60,000 กิโลเมตร) พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการขับระยะสั้นบ่อยๆ ที่อาจทำให้เกิดคาร์บอนสะสม สำหรับสภาพการจราจรติดขัดในไทย แนะนำให้ขับทางไกลเป็นครั้งคราวเพื่อช่วยเผาผลาญคาร์บอนในเครื่องยนต์ เครื่องยนต์ 1.5T Earth Dreams ของ Civic สามารถทำงานได้อย่างมั่นคงกับน้ำมันเบนซิน 91 แต่การใช้เบนซิน 95 จะให้ประสิทธิภาพการเผาไหม้ที่ดีกว่า ในส่วนการป้องกันสนิม ถึงแม้ Honda จะเพิ่มการป้องกันสนิมสำหรับสภาพอากาศร้อนแล้ว แต่เจ้าของรถในเขตชายทะเลควรล้างช่วงล่างทุก 6 เดือน สิ่งที่น่าสนใจคือรุ่นที่ผลิตหลังปี 2021 ในไทยได้ติดตั้งระบบระบายความร้อนเกียร์ CVT รุ่นปรับปรุงใหม่เป็นมาตรฐาน ทำให้เหมาะสมกับสภาพอากาศร้อนมากขึ้น หากดูแลรักษาอย่างดี รถคันนี้สามารถใช้งานในไทยได้เกิน 15 ปีอย่างแน่นอน ซึ่งตรงกับข้อมูลในตลาดมือสองที่แสดงถึงอัตราการทรงมูลค่าที่ดีกว่าโมเดลอื่นในประเภทเดียวกัน
Q
2021 Civic Hatchback เป็นรถที่ดีหรือไม่?
รถ Honda Civic Hatchback รุ่นปี 2021 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในตลาดไทย ด้วยความน่าเชื่อถือและประโยชน์ใช้สอยที่สืบทอดมาจากซีวิครุ่นก่อนๆ พร้อมดีไซน์ Hatchback ที่ขับสวนและจอดในซอยแคบๆ ในกรุงเทพฯ ได้สะดวกกว่า รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบ 1.5 ลิตร ให้กำลัง 173 แรงม้า มาพร้อมเกียร์ CVT หรือเกียร์ธรรมดา 6 สปีด แอร์เย็นฉ่ำแม้อากาศเมืองไทยจะร้อนจัด ส่วนเรื่องประหยัดน้ำมันก็ทำได้ดี โต๊ะเครื่องจัดวางแบบใช้งานง่าย พร้อมหน้าจอสัมผัส 7 นิ้วที่รองรับทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ด้านความปลอดภัยมีระบบ Honda SENSING รวมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้และช่วยเบรกเมื่อเสี่ยงชน ช่วยรับมือสภาพการจราจรที่คาดเดาไม่ได้ในไทย จุดเด่นคือสามารถพับเบาะหลังลงเพื่อขนของใหญ่ๆ อย่างทุเรียนได้สบายๆ เมื่อเทียบกับซีวิคซีดาน รุ่น Hatchback นี้ขับลื่นไหลกว่า โดยเฉพาะเวลาขับขึ้นเขาลงเขาทางคดเคี้ยวแถวเชียงใหม่ ส่วนเรื่องค่าขายต่อก็อยู่ในระดับดีเมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกัน ค่าดูแลรักษาก็ไม่แรงเกินไป ถือเป็นรถที่ตอบโจทย์ทั้งใช้งานในเมืองและทริปเที่ยวสุดสัปดาห์ได้ดีทีเดียว
Q
ราคาของ Honda Civic Hatchback ปี 2021 เท่าไหร่?
ราคารถ Honda Civic Hatchback รุ่นปี 2021 ในตลาดประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 1-1.3 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับรุ่นและอุปกรณ์เสริมที่เลือก เช่น รุ่น LX ราคาประหยัดเหมาะสำหรับคนเริ่มต้น ส่วนรุ่น Sport หรือ RS ที่เป็นเวอร์ชันสูงจะราคาสูงกว่าเพราะมาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.5 ลิตรและระบบ Honda Sensing สำหรับความปลอดภัย รถรุ่นนี้ได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นไทยเพราะขับเคลื่อนคล่องตัวเหมาะกับสภาพถนนในเมืองอย่างกรุงเทพฯ แถมยังประหยัดน้ำมันอีกด้วย ที่สำคัญรัฐบาลไทยมีนโยบายลดภาษีสำหรับรถประหยัดพลังงาน ทำให้ Honda Civic Hatchback คุ้มค่ามากขึ้น ส่วนราคารถมือสองจะลดลงประมาณ 15-30% ขึ้นอยู่กับระยะทาง สภาพรถและระยะเวลารับประกัน ถ้าคิดจะใช้ยาวๆ แนะนำให้ดูบริการรับประกันและแพ็กเกจบริการจาก Honda ประเทศไทย จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้เยอะ
Q
Honda Civic Hatchback ใช้น้ำมันอย่างไรต่อกิโลเมตรหลอดน้ำ?
Honda Civic Hatchback 1.5 VTEC Turbo ปี 2022 มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยตามข้อมูลจากผู้ผลิตอยู่ที่ 5.8 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร ซึ่งสามารถคำนวณเป็นอัตราสิ้นเปลืองต่อกิโลเมตรได้ โดยนำ 5.8 ÷ 100 = 0.058 ลิตร หมายความว่ารถคันนี้จะใช้น้ำมันประมาณ 0.058 ลิตรต่อการวิ่ง 1 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม อัตราสิ้นเปลืองจริงอาจมีความผันแปรตามพฤติกรรมการขับขี่ สภาพถนน และน้ำหนักบรรทุกของรถ เช่น หากมีการเร่งเครื่องกะทันหัน เบรกบ่อย หรือจอดติดเครื่องยนต์นาน ๆ อาจทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น แต่ถ้าขับขี่ในสภาพถนนที่ดี และมีพฤติกรรมการขับขี่ที่นุ่มนวล อัตราสิ้นเปลืองจริงก็อาจเข้าใกล้ตัวเลขจากผู้ผลิต
Q
Honda Civic hatchback ใช้แก๊สธรรมดาได้หรือไม่?
Honda Civic Hatchback 1.5 VTEC Turbo ปี 2022 ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงประเภทเบนซิน ซึ่งตามทฤษฎีสามารถใช้น้ำมันเบนซินทั่วไปได้ อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบคู่มือผู้ใช้หรือข้อมูลที่ระบุบนฝาถังน้ำมันเพื่อทราบค่าความเหมาะสมของน้ำมันที่แนะนำสำหรับรถรุ่นนี้ เนื่องจากน้ำมันแต่ละชนิดมีค่าออกเทนหรือความทนทานต่อการจุดระเบิดที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปแล้วเครื่องยนต์ที่มีอัตราส่วนกำลังอัดสูงหรือมีระบบเทอร์โบชาร์จมักต้องใช้น้ำมันที่มีค่าออกเทนสูงกว่าเพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ หากใช้ค่าน้ำมันที่ไม่เหมาะสมติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้เครื่องยนต์สั่น เร่งไม่ขึ้น หรือสิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น โดยทั่วไปเครื่องยนต์เทอร์โบจะมีความไวต่อคุณภาพและค่าของน้ำมันมากกว่าเครื่องยนต์ทั่วไป ดังนั้นเพื่อรักษาสมรรถนะและความทนทานของเครื่องยนต์ การเลือกใช้น้ำมันตามที่ผู้ผลิตแนะนำถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุด
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

1. ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมพร้อมเครื่องยนต์ L15B7 Turbo 1.5 ลิตร ที่สอดคล้องกับระบบเปลี่ยนระดับอัตโนมัติ CVT ที่ฉลาด
2. มาพร้อมระบบท่อไอเสียคู่ตรงกลางที่ติดตั้งโรงงาน ช่วยประหยัดค่าแต่งตั้งให้กับลูกค้า
3. ติดตั้งระบบ Honda Sensing แสดงความสามารถในการขับขี่บนถนนที่ดี
4. ความเรียบง่ายของความปลอดภัยมีถุงลมนิรภัย 6 ถุง, กล้องตรวจสอบจุดบอด, และระบบช่วยสนับสนุนการขับขี่หลายระบบ
5. สไตล์ที่สตรีทไฟนิคร, แม้จะลงตลาดมาเรียบร้อยแล้วก็ยังเด่นซ้อน, มีลูกค้าชอบฉันโฉมแฮทช์แบคแนวนอน
6. ตกแต่งภายในแนวสปอรตสบาย ๆ, วัสดุที่ทันสมัย, พื้นที่ขาที่กว้างขวาง, มากมายและสนุก
7. มีภาพลักษณ์ที่น่ารัก, เครือข่ายบริการที่กว้างขวาง

ข้อเสีย

1. ราคาสูงที่สุดในระดับเดียวกัน ราคาใหม่ 122.9 ล้านบาท สูงกว่าคู่แข่งที่เปิดตัวในปีที่ผ่านมา
2. มีเพียงหนึ่งรุ่น ลูกค้ามีตัวเลือกน้อย
3. ในด้านความสบายของรถ ชุดล่างต้องปรับ มั่นใจไม่เต็มที่

Q&A ล่าสุด

Q
ยี่ห้อของรถยนต์มือสองสำหรับครอบครัวที่ดีคืออะไร?
ในประเทศไทย การแนะนำรถยนต์ครอบครัวมือสองมักเน้นยี่ห้อญี่ปุ่น โดย โตโยต้า ฮอนด้า และ อิซูซุ เป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อถือ โตโยต้า โครอลล่ามีประสิทธิภาพการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ยอดเยี่ยม ประสิทธิภาพที่เสถียร และอุปกรณ์ครบครัน จึงเป็นตัวเลือกแรกของหลายครอบครัว ฮอนด้า ฟรีด์ รถ MPV ขนาดเล็ก ใช้โครงสร้างที่นั่งแบบ 2+3+2 มีระยะฐานล้อ 2740 มม. พื้นที่ใช้สอยคุ้มค่าและเหมาะสำหรับถนนแคบ ติดตั้งเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร และเกียร์ CVT ตอบสนองความต้องการประจำวันของครอบครัว โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สร้างจากแพลตฟอร์มรถกระบะ มีโครงสร้างแบบแชสซีแยกและตัวเลือกเครื่องยนต์หลากหลาย ทนทานสูง เหมาะสำหรับครอบครัวที่ชอบท่องเที่ยว รถมือสองยี่ห้อเหล่านี้ครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 90% เนื่องจากผลิตในประเทศได้รับสิทธิยกเว้นภาษี บำรุงรักษาง่ายและราคาไม่ผันผวน รถระดับประหยัด เช่น ฮอนด้า ฟิต และโตโยต้า ยาริส ราคา 50,000-150,000 บาท รถระดับกลาง เช่น ฮอนด้า ซีวิค และโตโยต้า โครอลล่า ราคา 150,000-300,000 บาท ควรซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายทางการหรือแพลตฟอร์มรับรอง ตรวจสอบประวัติรถ (เช่น ตรวจสอบเลขตัวถัง) พร้อมพิจารณาค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง เช่น ภาษีทะเบียน (800-10,000 บาท/ปี) และพรบ. (ประมาณ 1,000 บาท/ปี) เพื่อให้ได้รถสภาพดีและเหมาะสมกับครอบครัว
Q
รถยนต์ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง ยี่ห้อไหนดี?
เมื่อเลือกยานยนต์ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง สามารถพิจารณาแบรนด์และรุ่นยานที่มีประสิทธิภาพโดดเด่นในตลาดท้องถิ่นและมีศักยภาพผลิตภัณฑ์ตรงกับความต้องการก่อน ตัวอย่างเช่น BYD D9 ซึ่งเป็น MPV ระดับหรูของแบรนด์ BYD ใช้ประโยชน์จากความสามารถในการผลิตในท้องถิ่นและตำแหน่งนำในตลาดของแบรนด์ เพื่อตอบสนองความต้องการในการเดินทางระดับสูงสำหรับธุรกิจและครอบครัว Dongfeng Fengxing Lingzhi New Energy รุ่น City Operation ระยะทาง 420km ด้วยประวัติแบรนด์ 25 ปีและเสียงตอบรับจากผู้ใช้กว่า 1.16 ล้านคน มีระยะทางวิ่ง 420 กิโลเมตร ระบบชาร์จเร็ว 35 นาที และความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนรูปแบบที่นั่ง 5/7 ที่นั่ง เหมาะสำหรับการใช้งานทั้งการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าในหลากหลายสถานการณ์ Ruishang Ace E-M7 ออกแบบด้วยแนวคิด "ศูนย์พลังงานเคลื่อนที่" มีระยะทางวิ่ง 505 กิโลเมตร พร้อมฟังก์ชันจ่ายไฟภายนอก 6.6 กิโลวัตต์ ที่นั่งแถวที่สองสามารถหมุน 180 องศาเพื่อจัดเป็นพื้นที่ประชุม เหมาะสำหรับการใช้งานกลางแจ้งหรือการประชุมธุรกิจ Wuling Starlight 730EV มาพร้อมรูปแบบที่นั่ง 2+2+3 จำนวน 7 ที่นั่ง ประตูเลื่อนทั้งสองด้าน และระยะทางวิ่งสูงสุด 500 กิโลเมตร ซึ่งโดดเด่นในด้านความสะดวกใช้งานและความประหยัด นอกจากนี้ ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในท้องถิ่นปัจจุบัน แบรนด์จีนครองตำแหน่งผู้นำ รุ่นรถทั้งหมดที่กล่าวมานี้มาจากแบรนด์ที่มียอดขายสูงในท้องถิ่น ซึ่งสามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่เชื่อถือได้และการสนับสนุนหลังการขายที่ครบถ้วน
Q
"รถยนต์ 5 ประตูยี่ห้อไหนถึงจะดีในปี 2025?"
ตลาดรถยนต์ไทยในปี 2025 จะมีรถยนต์ 5 ประตูให้เลือกมากมายหลายรุ่นหลายยี่ห้อ โดยแต่ละรุ่นมีจุดเด่นที่ตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย หากให้ความสำคัญกับพื้นที่ใช้สอยและฟีเจอร์อัจฉริยะ Deep Blue S05 เป็นตัวเลือกที่ดี โดยมีราคาตั้งแต่ 799,000 ถึง 999,000 บาท รุ่นไฟฟ้าล้วนมีแบตเตอรี่ความจุ 68.82 kWh ฐานล้อ 2880 มม. ให้พื้นที่ภายในกว้างขวาง หน้าจอสัมผัสขนาด 15.4 นิ้ว ตู้เย็นควบคุมอุณหภูมิ และห้องโดยสารอัจฉริยะที่ผสานเข้ากับดีไซน์ขนาดใหญ่ ทั้งรุ่นระยะวิ่งไกลและรุ่นไฟฟ้าล้วนมีตัวเลือกระบบขับเคลื่อนที่ยืดหยุ่น สำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับความประหยัดน้ำมันและความน่าเชื่อถือของแบรนด์ Toyota Yaris Ativ HEV (Vios Hybrid) ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยมีราคาโปรโมชั่นตั้งแต่ 719,000 ถึง 769,000 บาท (จนถึงสิ้นปี 2025) ด้วยระบบไฮบริด 1.5 ลิตร ทำให้ประหยัดน้ำมันได้ถึง 29.4 กม./ลิตร มาพร้อมระบบ Toyota Safety Sense และฟีเจอร์การเชื่อมต่ออัจฉริยะเป็นมาตรฐาน และโตโยต้ามีเครือข่ายศูนย์บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศไทย ทำให้การบำรุงรักษาทำได้สะดวก สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ไฟฟ้าล้วน OMODA C5 EV มีระยะวิ่ง 505 กม. และราคาอยู่ระหว่าง 899,000 ถึง 949,000 บาท มาพร้อมจอแสดงผลคู่ขนาด 24.6 นิ้ว ระบบชาร์จไร้สาย และระบบจ่ายไฟภายนอก V2L ส่วน DFSK E5 PLUS ราคาอยู่ระหว่าง 799,999 ถึง 859,999 บาท มาพร้อมระบบซูเปอร์ไฮบริด Seres ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีประสบการณ์การส่งออกต่างประเทศอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ แม้ว่ารถยนต์ญี่ปุ่นจะยังคงครองตลาดไทยในปี 2025 (เช่น โตโยต้าและฮอนด้า) แต่แบรนด์จีนก็แสดงผลงานที่แข็งแกร่งในด้านรถยนต์พลังงานใหม่ (เช่น MG ที่ก้าวขึ้นมาติดอันดับห้าในด้านยอดขาย) ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกรถยนต์ห้าประตูที่หลากหลายมากขึ้น โดยสามารถเลือกได้ตามงบประมาณ ความต้องการด้านกำลังเครื่องยนต์ และรูปแบบการใช้งานที่ต้องการ
Q
รถยนต์ขนาดเล็กยี่ห้อไหนดี?
ในตลาดรถยนต์ขนาดเล็กของประเทศไทย ผู้บริโภคสามารถเลือกแบรนด์ที่เหมาะสมตามประเภทพลังงานและความต้องการจริง สำหรับรถยนต์ขนาดเล็กน้ำมันเชื้อเพลิงดั้งเดิม โตโยต้า YARiS ATIV มีประสิทธิภาพโดดเด่น มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร ให้เวอร์ชันออโต้ และอุปกรณ์ติดตั้งรวมถึงอินเทอร์เออร์สีแดง-ดำสองสีและพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสไตล์หนัง ราคาถูกและความทนทานได้รับการยอมรับจากตลาด เหมาะสำหรับขับรถส่วนตัวประจำวัน ในด้านรถยนต์ขนาดเล็กไฮบริด MG3 Hybrid+ มีอัตราการใช้น้ำมันต่ำและทนทาน เปรียบเทียบได้กับรถยนต์ญี่ปุ่น กลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมของครอบครัวและพนักงานทำงาน ในด้านรถยนต์ขนาดเล็กพลังงานไฟฟ้า MG4 ELECTRIC ครองยอดขายหลายเดือนติดต่อกัน ด้วยเวอร์ชันประสิทธิภาพ เวอร์ชันเรียบหรู และเวอร์ชันระยะทางการวิ่งยาว (750 กิโลเมตร) ครอบคลุมความต้องการที่แตกต่าง และแบรนด์ให้การรับประกันชีวิตตลอดชีวิตเพื่อลบล้างความกังวลของผู้ใช้เกี่ยวกับระบบ 3 ส่วนไฟฟ้า (แบตเตอรี่ มอเตอร์ และระบบควบคุม);บายดีอี้ Dolphin ยังเป็นหนึ่งในรถยนต์ขนาดเล็กไฟฟ้า TOP10 ที่ได้รับความนิยมจากตลาด รถยนต์ของแบรนด์เหล่านี้ทั้งหมดตรงกับความต้องการของตลาดไทย ผู้บริโภคสามารถเลือกตามความชื่นชอบในประเภทพลังงาน (น้ำมันเชื้อเพลิง ไฮบริด หรือไฟฟ้า) และความต้องการเฉพาะอย่าง เช่น อุปกรณ์ติดตั้ง และระยะทางการวิ่ง
Q
รถยนต์ SUV ไฟฟ้ารุ่นไหนที่ดี?
ในตลาดไทย SUV พลังงานไฟฟ้าหลายรุ่นมีจุดเด่นที่แตกต่างกันเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค Xpeng G6 ในฐานะรุ่นแรกที่มาพร้อมแบตเตอรี่ AI ซุปเปอร์ชาร์จ 5C และแพลตฟอร์มแรงดันสูง 800V เป็นมาตรฐานทุกรุ่น ราคาเริ่มต้นที่ 1,349,000 บาท มีจุดเด่นด้านการชาร์จเร็ว ระยะทางไกล และประหยัดพลังงาน ระบบอัจฉริยะเหนือกว่ารถยนต์ญี่ปุ่นในระดับเดียวกัน พื้นที่ภายในกว้างขวางและสบายตัว ยอดขายภายใน 34 วันหลังเปิดตัวสูงกว่ายอดขายสะสมของ Model Y ในไทยช่วงม.ค.-ก.ค. ปีนี้ และยังได้รับรางวัล SUV ไฟฟ้ายอดเยี่ยมแห่งปี Changan DEEPAL S05 Max Long Range เป็นรถที่ผลิตในประเทศ ติดอันดับ 1 ยอดจดทะเบียน EV SUV ต่อเนื่อง 2 เดือน ติดตั้งแบตเตอรี่ 68.82 kWh ให้ระยะทาง 560 กม. มอเตอร์ 200 kW เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.48 วินาที การออกแบบภายนอกและภายในสีดำทั้งหมดให้ความรู้สึกขับเคลื่อนที่สมรรถนะสูง MG S5EV พัฒนาบนแพลตฟอร์มรถไฟฟ้าเฉพาะ ระบบขับเคลื่อนหลัง 245 แรงม้า เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.1 วินาที ระยะทาง 550 กม. พร้อมระบบขับขี่แบบ One-Pedal และระบบ i-SMART 3.0 แบรนด์ MG มีจุดแข็งด้านราคาจับต้องได้และเทคโนโลยี ช่วยครองส่วนแบ่งการตลาด EV ในไทย ผู้บริโภคสามารถเลือกได้ตามความต้องการ ทั้งความเร็วชาร์จ เทคโนโลยีอัจฉริยะ การผลิตในประเทศ หรือราคา
ดูเพิ่มเติม