Q
ถังน้ำมันของ Toyota Fortuner มีขนาดเท่าไหร่
ความจุถังน้ำมันของ Toyota Fortuner จะแตกต่างกันไปตามรุ่นและปีที่ผลิต ส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง 72-80 ลิตร ซึ่งถือเป็นมาตรฐานทั่วไปในตลาด SUV ขนาดกลางของไทย ความจุขนาดนี้เพียงพอสำหรับการเดินทางไกล เช่น จากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่โดยไม่ต้องแวะเติมน้ำมันระหว่างทาง ในประเทศไทยที่สภาพถนนมีความหลากหลาย ทั้งการจราจรติดขัดในเมืองและเส้นทางขรุขระในชนบท ถังน้ำมันขนาดใหญ่ช่วยลดความถี่ในการเติมน้ำมัน ทำให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ Toyota Fortuner ที่เป็นรถยอดนิยมในตลาดไทยยังได้รับการออกแบบให้ประหยัดน้ำมัน โดยเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลที่เหมาะกับคนไทยเป็นพิเศษ เพราะราคาน้ำมันดีเซลถูกกว่าและมีแรงบิดสูง เหมาะสำหรับการขับขี่ขึ้นเขาหรือบรรทุกหนัก สำหรับคนไทยที่ต้องเดินทางไกลหรือชอบท่องเที่ยวด้วยรถส่วนตัว ถังน้ำมันของ Fortuner ถือเป็นจุดเด่นที่ใช้งานได้จริง ขอแนะนำให้เจ้าของรถตรวจสอบถังน้ำมันและระบบเชื้อเพลิงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้รถอยู่ในสภาพดีที่สุดในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
ราคาของ Fortuner กับ Pajero Sport ต่างกันเท่าไหร่?
ในตลาดไทย Toyota Fortuner และ Mitsubishi Pajero Sport เป็น SUV ระดับกลางที่ได้รับความนิยมสูงทั้งคู่ ราคาของทั้งสองรุ่นใกล้เคียงกันขึ้นอยู่กับระดับเครื่องและโปรโมชั่น โดย Fortuner เริ่มต้นที่ประมาณ 1.4 ล้านบาท ส่วน Pajero Sport เริ่มต้นที่ 1.3 ล้านบาท รุ่นท็อปอาจสูงถึง 1.7-1.8 ล้านบาท แต่แนะนำให้สอบถามตัวแทนจำหน่ายท้องถิ่นเพื่อขอราคาล่าสุด ทั้งสองรุ่นมีความสามารถออฟโรดโดดเด่นและพื้นที่ภายในกว้างขวาง เหมาะกับสภาพถนนไทยและความต้องการของครอบครัว Fortuner ได้ชื่อเรื่องระบบขับเคลื่อนที่เชื่อถือได้และอัตราคงมูลค่าสูง ขณะที่ Pajero Sport โดดเด่นด้วยระบบ Super Select 4WD และระบบช่วงล่างที่ปรับแต่งมาเพื่อความนุ่มสบาย การเลือกซื้อในไทยยังต้องคำนึงถึงบริการหลังการขายและค่าบำรุงรักษาด้วย ซึ่งทั้งโตโยต้าและมิตซูบิชีมีเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศพร้อมให้บริการอย่างครบครัน นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังมีนโยบายลดภาษีสำหรับรถรุ่น Eco หากเลือกรุ่นไฮบริดหรือดีเซลจะช่วยลดต้นทุนได้ แนะนำให้ทดลองขับและเลือกตามความชอบส่วนตัวกับความต้องการจริงๆ จะดีที่สุด
Q
รถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ปี 2020 มีซันรูฟหรือไม่?
Toyota Fortuner 2020 ในตลาดไทยมีออปชั่นต่างกันตามรุ่น รุ่นสูงเช่น 28 ลิตร VRZ และ Legender ติดตั้งหลังคาซันรูฟไฟฟ้า ส่วนรุ่นเริ่มต้นเช่น 24 ลิตร และ 28 ลิตรมาตรฐานไม่มีฟังก์ชันนี้ ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบรายการอุปกรณ์กับดีลเลอร์ได้ หลังคาซันรูฟช่วยเพิ่มแสงสว่างและการระบายอากาศภายในรถในสภาพอากาศร้อนของไทย แต่ควรระวังการโดนแดดจัดอาจเพิ่มภาระแอร์ แนะนำใช้ร่วมกับผ้าม่านกันแดด Fortuner เป็น SUV 7 ที่นั่งขายดีในไทย ออกแบบให้เหมาะกับความต้องการท้องถิ่น เช่น ช่วงล่างสูงรองรับถนนหลายประเภท เครื่องดีเซลให้ทั้งกำลังและความประหยัดน้ำมัน ทำให้เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับครอบครัวและการเดินทางระยะไกล
Q
รถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ปี 2020 มีระบบควบคุมความเร็ว巡航หรือไม่
Toyota Fortuner 2020 ในตลาดไทยมาพร้อมระบบควบคุมความเร็วคงที่ Cruise Control รุ่นสูงเช่น 28 ลิตรเทอร์โบดีเซล Legender และรุ่น 4WD จะติดตั้งเป็นมาตรฐาน ช่วยให้ผู้ขับรักษาความเร็วคงที่บนทางหลวงหรือเดินทางไกล ลดความเมื่อยล้าขณะขับ การใช้งานเหมาะกับภูมิประเทศภูเขาและถนนระหว่างเมืองที่พลุกพล่าน เช่น การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ รุ่นเริ่มต้นเช่น 24 ลิตรดีเซลอาจไม่มีฟังก์ชันนี้ แนะนำตรวจสอบตารางอุปกรณ์ในเว็บไซต์ Toyota Thailand หรือติดต่อดีลเลอร์ ระบบ Cruise Control ของ Toyota ใช้งานง่าย ตั้งค่าความเร็วได้จากปุ่มด้านขวาพวงมาลัยและปรับความเร็วอัตโนมัติเมื่อขึ้นลงทางลาด หากรถมีฟังก์ชันแต่ไม่ทราบวิธีใช้ สามารถดูคู่มือหรือสอบถามศูนย์บริการ Toyota ในไทยซึ่งมีบริการเป็นภาษาไทยเพื่อแนะนำการใช้งาน
Q
2020 โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ เปรียบเทียบกับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ อย่างไร
รถโฟร์จูนเนอร์ปี 2020 ของโตโยต้าและฟอร์ดเอเวอเรสต์เป็น SUV ขนาดกลางที่ขายดีในตลาดไทย แต่ละคันมีจุดเด่นต่างกัน โฟร์จูนเนอร์ขึ้นชื่อในเรื่องความทนทานและการบำรุงรักษาที่ไม่แพง เหมาะกับสภาพถนนหลากหลายในไทย โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตรที่สมดุลทั้งพลังและประหยัดน้ำมัน แถมเครือข่ายบริการหลังการขายของโตโยต้าในไทยก็ครอบคลุม ทำให้ซ่อมบำรุงสะดวก ส่วนเอเวอเรสต์จะเน้นความสบายและเทคโนโลยีมากกว่า ด้วยเครื่องดีเซลเทอร์โบคู่ 2.0 ลิตรที่แรงกว่า ภายในห้องโดยสารออกแบบโมเดิร์น พร้อมระบบความบันเทิง SYNC 3 เหมาะกับคนชอบเทคโนโลยี ทั้งสองรุ่นมีพื้นที่กว้างขวาง แต่เก้าอี้แถวสามของโฟร์จูนเนอร์เหมาะกับการนั่งระยะสั้นกว่า ในขณะที่ระบบช่วงล่างของเอเวอเรสต์ปรับให้เน้นความสบาย เหมาะสำหรับเดินทางไกล ในไทย โฟร์จูนเนอร์มักจะรักษามูลค่าได้ดีกว่าเพราะความนิยมของโตโยต้า ส่วนเอเวอเรสต์จะดึงจุดแข็งในเรื่องอุปกรณ์และประสบการณ์การขับ ถ้าคุณเน้นความมั่นใจและราคาขายต่อ โฟร์จูนเนอร์คือตัวเลือกที่ดีกว่า แต่ถ้าชอบเทคโนโลยีและการขับขี่สนุก เอเวอเรสต์ก็น่าสนใจ นอกจากนี้สภาพอากาศไทยที่ร้อนชื้นยังต้องการระบบแอร์และป้องกันสนิมที่ดี ซึ่งทั้งสองรุ่นทำได้ดี แต่ควรบำรุงรักษาเป็นประจำเพื่อยืดอายุการใช้งาน
Q
การรับประกันของ Toyota Fortuner ปี 2020 คืออะไร?
นโยบายการรับประกันของ Toyota Fortuner 2020 ในตลาดไทยโดยทั่วไปให้การรับประกันพื้นฐาน 3 ปี หรือ 100000 กม แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน สำหรับระบบขับเคลื่อนอาจมีการรับประกันนานกว่า รายละเอียดขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นหรือแผนพิเศษของดีลเลอร์ แนะนำให้ตรวจสอบกับตัวแทนจำหน่าย Toyota ในพื้นที่ก่อนซื้อ เครือข่ายบริการหลังการขายของ Toyota ครอบคลุมในไทย รวมถึงเมืองใหญ่เช่น กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ มีศูนย์บริการมืออาชีพพร้อมอะไหล่แท้และทีมช่างเฉพาะทาง ควรสังเกตว่าสภาพอากาศร้อนชื้นของไทยทำให้การบำรุงรักษารถมีความสำคัญสูง แนะนำให้ผู้ใช้ปฏิบัติตามคู่มือบำรุงรักษาอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะระบบระบายความร้อน ระบบปรับอากาศ และการเคลือบกันสนิมใต้ท้องรถ แม้จะไม่รวมในการรับประกัน แต่ส่งผลโดยตรงต่อความทนทานระยะยาว หากซื้อรถมือสองรับรองคุณภาพ บางดีลเลอร์อาจมีบริการขยายการรับประกันแบบเสียค่าใช้จ่าย เพิ่มความมั่นใจในการใช้งาน ผู้ใช้ควรติดตามกิจกรรมตรวจเช็คฟรีตามฤดูกาลที่ประกาศในเว็บไซต์ Toyota Thailand ซึ่งครอบคลุมการตรวจแบตเตอรี่ ยาง และชิ้นส่วนสึกหรอง่าย ช่วยให้พบปัญหาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก
Q
มีการเรียกคืนรถ Toyota Fortuner รุ่นปี 2020 หรือไม่?
จากข้อมูลสาธารณะในตลาดไทย รุ่น Toyota Fortuner ปี 2020 ไม่เคยมีการประกาศเรียกคืนครั้งใหญ่ในประเทศไทย อย่างไรก็ตามแนะนำให้เจ้าของรถตรวจสอบหมายเลข VIN ผ่านเว็บไซต์ทางการของโตโยต้าไทยหรือตัวแทนจำหน่ายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อยืนยันว่ามีการอัปเกรดเทคนิคหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนเฉพาะรายรถหรือไม่ ในฐานะหนึ่งใน SUV ยอดนิยมของไทย Fortuner มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.8L และสมรรถนะออฟโรดที่โดดเด่น เหมาะกับสภาพพื้นที่หลากหลายของไทย เจ้าของรถควรปฏิบัติตามคู่มือการบำรุงรักษาที่กำหนดไว้ทุก 20,000 กิโลเมตร โดยเฉพาะการทำความสะอาด Diesel Particulate Filter (DPF) ซึ่งสำคัญมากในสภาพอากาศร้อนและมีฝุ่นของประเทศไทย หากพบว่าไฟเตือนบนแผงหน้าปัดแสดงขึ้นหรือมีอาการผิดปกติใดๆ ควรติดต่อศูนย์บริการโตโยต้าทั้ง 89 แห่งทั่วไทยเพื่อตรวจสอบอย่างมืออาชีพ โตโยต้าไทยยังมีบริการตรวจสุขภาพรถฟรี โดยสามารถจองผ่านแอป Toyota Connect ที่สำคัญ กรมการขนส่งทางบกไทยกำหนดให้ข้อมูลการเรียกคืนทั้งหมดต้องประกาศบนเว็บไซต์ทางการ ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบข้อมูลล่าสุดได้ตลอดเวลาเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่
Q
ระบบเบรกของ Toyota Fortuner รุ่นปี 2020 คืออะไร
Toyota Fortuner 2020 ในตลาดไทยมาพร้อมระบบเบรกที่ทันสมัยและเชื่อถือได้ ใช้เบรกหน้าแบบดิสก์มีระบายความร้อนและเบรกหลังแบบดิสก์ตัน การออกแบบนี้ช่วยลดความร้อนสะสมขณะเบรกบนถนนร้อนและภูเขาในไทย เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ มาตรฐานมาพร้อมระบบ ABS EBD และ BA ช่วยให้แรงเบรกคงที่แม้ในสภาพบรรทุกต่างกัน นอกจากนี้ยังมีระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชันและควบคุมความเร็วลงทางลาดชัน เหมาะกับพื้นที่ภูเขาภาคเหนือและถนนลื่นในฤดูฝน แนะนำให้ผู้ใช้ตรวจสอบความหนาผ้าเบรกและสภาพน้ำมันเบรกอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการขับในเมืองจราจรติดขัดหรือเดินทางไกล เนื่องจากสภาพอากาศชื้นอาจเร่งการสึกหรอ ควรเปลี่ยนน้ำมันเบรกทุก 2 ปีหรือทุก 40000 กม สำหรับผู้ขับบนพื้นที่ภูเขาเช่น เชียงใหม่ หรือโคราช อาจพิจารณาอัพเกรดผ้าเบรกสมรรถนะสูงเพื่อรองรับการลงเขาติดต่อกัน แต่ควรใช้ชิ้นส่วนแท้หรือผ่านการรับรองเพื่อให้เข้ากันได้กับระบบเดิม
Q
รถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ปี 2020 มีตัวเลือกเครื่องยนต์ดีเซลหรือไม่?
ใช่ Toyota Fortuner 2020 ในตลาดไทยมีรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล ใช้เครื่องยนต์ 28 ลิตร 1GD FTV เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 224 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 550 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด เครื่องยนต์นี้มีความประหยัดน้ำมันและแรงบิดสูงที่รอบต่ำ เหมาะกับภูมิประเทศภูเขาและการขับระยะไกลในไทย นอกจากนี้รุ่นดีเซลยังติดตั้งเทคโนโลยี Toyota Clean Diesel ปฏิบัติตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมของไทย รถดีเซลได้รับความนิยมเพราะน้ำมันราคาถูกและกำลังเครื่องยนต์สูง เหมาะกับผู้ที่ขนสัมภาระหรือขับบนถนนซับซ้อน Fortuner เป็น SUV ขนาดกลางที่โดดเด่นด้วยสมรรถนะเชื่อถือได้ พื้นที่โดยสารกว้าง และความทนทานต่อสภาพอากาศไทย เป็นตัวเลือกยอดนิยมของครอบครัวและผู้ใช้ธุรกิจ แนะนำให้ทดลองขับที่ตัวแทนจำหน่ายเพื่อสัมผัสสมรรถนะและความสะดวกสบายจริง
Q
2020 Toyota Fortuner เปรียบเทียบกับ Toyota Hilux อย่างไร
รถโฟร์จูนเนอร์ 2020 และฮีลักซ์ของโตโยต้าถูกพัฒนาบนแพลตฟอร์ม IMV เดียวกัน แบ่งปันเครื่องยนต์ดีเซล 2.4L และ 2.8L พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด แต่จุดเด่นและการใช้งานต่างกันชัดเจน โฟร์จูนเนอร์เป็น SUV 7 ที่นั่งที่เน้นความสบายสำหรับครอบครัว ติดตั้งแอร์โซนคู่ เก้าอี้หนัง และระบบช่วงล่างที่ปรับแต่งมาอย่างดี เหมาะกับการเดินทางไกลในไทย ส่วนฮีลักซ์เป็นรถปิคอัพใช้งานจริง โครงหลังใช้สปริงใบเหล็ก ขนส่งน้ำหนักได้ถึง 1 ตัน เหมาะกับเกษตรกรหรือผู้รับเหมาก่อสร้าง ในสภาพอากาศเมืองไทยที่ฝนชุก ทั้งคู่มาพร้อมระบบ ESC และระบบช่วยบนทางลาดชัน แต่โฟร์จูนเนอร์มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเต็มเวลาที่ให้ความมั่นคงกว่าในพื้นที่ภูเขา ต้องบอกว่าในตลาดไทยมีฮีลักซ์ Prerunner รุ่นพิเศษที่ขับเคลื่อนล้อหลัง ประหยัดน้ำมันกว่าโฟร์จูนเนอร์ประมาณ 10% ส่วนโฟร์จูนเนอร์สามารถพับเบาะแถวสามให้เรียบเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของ เหมาะกับทริปวันหยุดยาวของครอบครัวคนไทย ทั้งสองรุ่นผ่านมาตรฐานสิ่งแวดล้อมของไทย แต่โฟร์จูนเนอร์มีการกันเสียงที่ดีกว่า เหมาะกับสภาพการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ
Q
ระบบช่วงล่างของ Toyota Fortuner ปี 2020 คืออะไร
รถโฟร์จูนเนอร์รุ่นปี 2020 ที่วางขายในตลาดไทยมาพร้อมกับระบบช่วงล่างหน้าแบบ Double Wishbone อิสระและหลังแบบ Solid Axle คู่กับระบบสปริงใบ 4 ลิงก์ ซึ่งเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความนุ่มสบายบนถนนลาดยางกับความทนทานบนเส้นทางออฟโรด เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศแบบไทยๆ ที่มีความหลากหลาย ทั้งการใช้งานในเมืองหรือแม้แต่เส้นทางลูกรังแถบภาคเหนือก็ขับเคลื่อนได้อย่างมั่นใจ รุ่นท็อปบางรุ่นยังมีระบบช่วงล่างอัจฉริยะ KDSS ที่สามารถปรับแรงดึงหน่วงแบบเรียลไทม์ผ่านเซ็นเซอร์ ช่วยเพิ่มความมั่นคงเมื่อเข้าโค้งความเร็วสูงและเพิ่มการยึดเกาะของยางบนถนนขรุขระ สิ่งที่ควรระวังสำหรับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทยคือความเสื่อมสภาพของยางบูชและโช้ค ซึ่งโฟร์จูนเนอร์ออกแบบมาเพื่อรับมือโดยเฉพาะ ด้วยการป้องกันสนิมและเพิ่มความทนทานต่อสภาพแวดล้อมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับคนที่ต้องขับทั้งในกรุงเทพฯ ที่รถติดหนักและเส้นทางชนบท ระบบช่วงล่างของโฟร์จูนเนอร์ให้ความสมดุลระหว่างการลดแรงสั่นสะเทือนและความสามารถในการรับน้ำหนักได้ดี แถมยังมีความสูงช่วงท้องรถ 220 มม. ที่เหนือกว่ารถ SUV ในระดับเดียวกัน พร้อมด้วยล้อขนาด 17 นิ้วและยางหนาแบบมาตรฐานที่ติดตั้งมาให้เฉพาะรุ่นไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่บนทุกสภาพถนนได้อย่างเต็มที่
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
ABS Rubber คืออะไร?
ABS rubber (Acrylonitrile Butadiene Styrene) เป็นวัสดุพลาสติกที่ทนทานและแข็งแรง สามารถทนต่อแรงกระแทกได้ดี มันเป็นการผสมผสานระหว่างวัสดุสังเคราะห์หลายชนิด (อะคริโลไนไทรล์, บิวทาไดอีน และ สไตรีน) ที่ทำให้ ABS มีคุณสมบัติพิเศษ เช่น ความทนต่อการกัดกร่อน ความทนต่อความร้อน และสามารถขึ้นรูปหรือผลิตเป็นรูปร่างต่าง ๆ ได้ง่าย อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบา นิยมใช้งานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น การผลิตอะไหล่รถยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ของเล่น และเครื่องใช้ในครัวเรือน เป็นต้น
พลาสติก ABS เป็นพลาสติกวิศวกรรมเทอร์โมพลาสติกที่เกิดจากการโคพอลิเมอไรเซชันของอะคริโลไนไตรล์ บิวทาไดอีน และสไตรีน มีคุณสมบัติความแข็งแรงสูง ทนการกระแทกได้ดี และสามารถแปรรูปได้ง่าย คุณสมบัติทางกายภาพโดยรวม ได้แก่ ความต้านทานต่อสารเคมี ทนความร้อนได้ (ช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสม -40℃ ถึง 100℃) และพื้นผิวที่เหมาะสำหรับการชุบโลหะหรือทาสี
ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ABS นิยมใช้ในชิ้นส่วนต่างๆ เช่น พวงมาลัย แผงหน้าปัด และกันชน เป็นต้น โดยผ่านเทคโนโลยีการปรับปรุงคุณสมบัติ (เช่น การผสมกับวัสดุ PC หรือ PA) สามารถเพิ่มความทนความร้อนและความแข็งแรงทางกลได้ เพื่อตอบสนองความต้องการของชิ้นส่วนต่างๆ
วัสดุนี้มีความหนาแน่นประมาณ 1.05 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร ดูดซึมน้ำน้อย แต่ต้องอบแห้งก่อนการแปรรูปเพื่อป้องกันข้อบกพร่อง มีสมบัติเป็นฉนวนไฟฟ้าที่ดีและคุ้มค่าต้นทุน แต่ต้องป้องกันรังสียูวีเพื่อชะลอการเสื่อมสภาพเมื่อใช้กลางแจ้ง
อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการฉีดขึ้นรูป ABS คือ 200-240℃ และอุณหภูมิแม่พิมพ์ 50-80℃ เพื่อให้ได้ผิวสัมผัสที่ดี นอกจากนี้ การปรับปรุงให้ทนไฟและป้องกันไฟฟ้าสถิตยังช่วยขยายการใช้งานในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าได้อีกด้วย
Q
อะไรดีกว่า: ABS หรือ CBS?
ABS และ CBS เป็นระบบเบรกสองระบบที่แตกต่างกัน โดยแต่ละระบบมีสถานการณ์ใช้งานและข้อได้เปรียบที่เหมาะสมด้วยกัน
ABS (ระบบเบรกป้องกันล้อจับตาย) ทำงานโดยการตรวจสอบความเร็วล้อแบบเรียลไทม์ เมื่อเบรกฉุกเฉินจะปรับแรงเบรกอัตโนมัติ เพื่อป้องกันล้อจับตาย จึงทำให้รถยึดตัวได้และลดระยะทางเบรกลง โดยเฉพาะเหมาะสำหรับการขับขี่ความเร็วสูงหรือถนนชื้น
CBS (ระบบเบรกเชื่อมโยง) ทำงานโดยวิธีกลหรือไฮดรอลิกเพื่อแจกแจงแรงเบรกอย่างเหมาะสมไปยังล้อหน้าและล้อหลัง เพื่อปรับปรุงสมดุลเบรกในขณะความเร็วต่ำ แต่ไม่สามารถป้องกันล้อจับตายได้ มากกว่าเหมาะสำหรับการขับขี่ทางเมืองความเร็วต่ำหรือรถรุ่นงบประมาณจำกัด
จากด้านความปลอดภัย ABS มีประสิทธิภาพดีกว่าในถนนซับซ้อน แต่ค่าใช้จ่ายสูง ปกติปรากฏในรถรุ่นกลางและสูงขนาดใหญ่ CBS มีโครงสร้างง่าย ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาต่ำ มักพบในรถจักรยานยนต์ขนาดเครื่องเล็กหรือรถประหยัด
ถ้าคุณมักขับรถทางไกลหรือสภาพแวดล้อมการขับขี่แปรผัน แนะนำให้เลือก ABS เป็นอันดับแรก ถ้าต้องการใช้สำหรับขับขี่ทางสั้นและความเร็วต่ำ CBS ก็สามารถตอบสนองความต้องการพื้นฐานได้แล้ว
ต้องระวังว่า ทั้งสองระบบไม่ได้ขัดแย้งกัน บางรุ่นรถจะติดตั้งทั้งสองระบบเพื่อครอบคลุมสถานการณ์ต่างๆ เมื่อซื้อรถควรพิจารณาจากความต้องการใช้รถจริงและงบประมาณอย่างครอบคลุม
Q
วัสดุ ABS ดีหรือไม่?
ABS เป็นพลาสติกวิศวกรรมประสิทธิภาพสูงที่เกิดจากการพอลิเมอไรเซชันร่วมของอะคริโลไนไตรล์ บิวทาไดอีน และสไตรีน มีคุณสมบัติเด่นคือมีความแข็งแรงเชิงกลสูง ทนต่อสารเคมีได้ดี และขึ้นรูปได้ง่าย มีความทนทานต่อแรงกระแทกสูง สามารถคงความเหนียวได้แม้ที่อุณหภูมิ -40°C ทำให้เหมาะสำหรับการผลิตแผงหน้าปัดรถยนต์ กันชน และชิ้นส่วนอื่นๆ ที่ต้องทนต่อแรงภายนอก ABS มีความมันเงาสูง ทำให้สามารถตกแต่งพื้นผิวได้หลากหลายด้วยการชุบด้วยไฟฟ้าและการพ่นสี นอกจากนี้ยังมีความคงตัวของขนาดที่ดีและดูดซับน้ำได้น้อย ทำให้เหมาะสำหรับการฉีดขึ้นรูปที่มีความแม่นยำสูง อย่างไรก็ตาม ABS มีความทนทานต่อสภาพอากาศต่ำ การสัมผัสกับรังสีอัลตราไวโอเลตเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดการเหลืองและเปราะแตกได้ จึงต้องเติมสารป้องกันรังสียูวี ความทนทานต่อความร้อนก็มีจำกัด อุณหภูมิสูงอาจทำให้เกิดการเสียรูป ซึ่งโดยทั่วไปจะแก้ไขได้โดยการเติมสารทนความร้อนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพให้ทนได้ถึงประมาณ 100°C ยิ่งไปกว่านั้น ABS ยังไวต่อตัวทำละลายอินทรีย์ เช่น คีโตนและไฮโดรคาร์บอนคลอริเนต ทำให้เกิดการแตกร้าวจากความเค้นได้ง่าย ในแง่ของต้นทุน ABS มีราคาแพงกว่าโพลีโพรพีลีน แต่ถูกกว่าพลาสติกประสิทธิภาพสูงส่วนใหญ่ จึงถือว่าคุ้มค่า เทคนิคการดัดแปลงในปัจจุบันสามารถปรับปรุงคุณสมบัติการหน่วงไฟ (เช่น การได้ระดับ V-0) และการนำไฟฟ้า (โดยการเติมเส้นใยกราไฟต์) ได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะช่วยขยายการใช้งานในชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์และสาขาอื่นๆ โดยรวมแล้ว ABS ยังคงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เนื่องจากคุณสมบัติทางกายภาพที่สมดุลและข้อได้เปรียบในการแปรรูป แต่จำเป็นต้องมีการปรับปรุงสูตรให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมการใช้งานเฉพาะ
Q
ระบบเบรก ABS จำเป็นสำหรับรถจักรยานยนต์หรือไม่?
ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) เป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับรถจักรยานยนต์ ความสามารถหลักของมันคือการตรวจสอบความเร็วของล้อแบบเรียลไทม์ผ่านหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ และเมื่อเบรกกะทันหันจะปรับแรงเบรกแบบไดนามิกด้วยความถี่หลายสิบครั้งต่อวินาที เพื่อป้องกันไม่ให้ล้อล็อกสนิท
กลไกนี้สามารถทำให้รถจักรยานยนต์รักษาอัตราการลื่นไถล (slip rate) ประมาณ 20% บนพื้นถนนลื่นหรือในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ ไม่เพียงช่วยลดระยะเบรก (บนถนนแห้งประมาณ 10%-15% และบนถนนที่มีน้ำแข็งหรือหิมะสามารถลดได้ถึง 30%) แต่ยังรักษาความสามารถในการบังคับเลี้ยวได้ประมาณ 85% และลดความเสี่ยงของการลื่นไถลด้านข้างหรือการหมุนเสียหลัก (tailspin) ได้อย่างมีนัยสำคัญ
ระบบ ABS ในยุคปัจจุบันมักรวมฟังก์ชันการกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) เข้าไว้ด้วย และปรับปรุงการกระจายแรงเบรกผ่านการควบคุมแบบสี่ช่องทางอิสระ ตัวอย่างเช่น รุ่นระดับกลางและสูงของฮอนด้าและยี่ห้ออื่นๆ ได้ติดตั้งระบบนี้เป็นมาตรฐาน
ควรทราบว่าแม้ระบบ ABS อาจทำให้ระยะเบรกยาวขึ้นในสภาพถนนที่ยากลำบาก เช่น ถนนโคลนหรือน้ำแข็ง แต่จะยังคงรักษาความสามารถในการควบคุมทิศทางได้เสมอ ในการบำรุงรักษาปกติ ต้องทำความสะอาดเซนเซอร์วัดความเร็วล้อเป็นประจำและตรวจสอบสภาพของเหลวเบรก
จากมุมมองด้านความปลอดภัย รถจักรยานยนต์ที่ติดตั้งระบบ ABS สามารถลดโอกาสการเสียการควบคุมทิศทางขณะเบรกกะทันหันได้ถึง 83% ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
Q
ABS ในรถหมายถึงอะไร?
ABS หรือ Anti-lock Braking System (ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก) เป็นระบบความปลอดภัยที่ช่วยป้องกันไม่ให้ล้อล็อกและเกิดการลื่นไถลขณะเบรกกะทันหัน หรือในสถานการณ์ที่ถนนลื่น โดยระบบนี้จะควบคุมแรงดันของเบรกในแต่ละล้อ เพื่อให้รถสามารถควบคุมทิศทางได้ดียิ่งขึ้นและเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
ระบบเบรกป้องกันล็อกวงล้อ (ABS) เป็นเทคโนโลยีความปลอดภัยที่สำคัญของรถยนต์สมัยใหม่ โดยใช้เซ็นเซอร์ความเร็ววงล้อตรวจจับความเร็วของแต่ละวงล้อแบบเรียลไทม์ เมื่อหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (ECU) ตรวจพบว่าวงล้อกำลังจะล็อกขึ้น จะปรับความดันเบรกด้วยความถี่สูง 60-120 ครั้งต่อวินาที เพื่อให้วงล้ออยู่ในสภาพอุดมคติที่มีอัตราการไถล 15%-20% ซึ่งไม่เพียงแต่หลีกเลี่ยงการล็อกทั้งหมด แต่ยังรักษาความยึดเกาะสูงสุดได้อีกด้วย
ระบบนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถรักษาความสามารถในการควบคุมทิศทางได้เมื่อเบรกฉุกเฉิน ลดความเสี่ยงของการลื่นด้านมากกว่า 40% บนถนนที่ชื้นลื่น และป้องกันการไถลของยางเพื่อปกป้องผิวยางได้ในเวลาเดียวกัน
ส่วนประกอบหลักของระบบ ได้แก่เซ็นเซอร์อิสระทั้งสี่วงล้อ หน่วยประมวลผล ECU 32 บิต และโมดูลปรับไฮดรอลิก การสั่นของปุ่มเบรกและเสียงมอเตอร์ในขณะทำงานเป็นการตอบสนองปกติ
สิ่งที่ต้องระวังคือ บนถนนที่มีความยึดเกาะต่ำ เช่น ทะเลทรายหรือหิมะ อาจทำให้ระยะทางเบรกยาวขึ้น ถ้าไฟแจ้งข้อผิดพลาด ABS ติดต่อเนื่องก็ต้องตรวจซ่อมทันที
ปัจจุบันระบบนี้ได้กลายเป็นสิ่งที่มาพร้อมมาตรฐานในรถยนต์ผู้โดยสาร การใช้งานอย่างถูกต้องสามารถเพิ่มความสามารถในการหลีกเลี่ยงอันตรายในสภาพถนนซับซ้อนได้อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะขับขี่ประจำวันควรหลีกเลี่ยงการเบรกแบบจุดจุ่มด้วยมือที่จะรบกวนการปรับอัตโนมัติของระบบ
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

ควรเลือก Toyota Corolla Cross รุ่นท็อป หรือ Fortuner รุ่นเริ่มต้น?
พงศธรNov 24, 2025

ตารางผ่อนชำระล่าสุดของ Toyota Fortuner รถ PPV ที่มีอัตราการรักษามูลค่าสูงสุด
AshleyNov 3, 2025

Toyota Fortuner Leader G Plus เปิดตัว ราคา 1,439,000 THB
ธนวัฒน์Oct 20, 2025

bZ4X Robotaxi ออกจากสายการผลิตที่โรงงาน Guangzhou ของ Toyota ประเทศจีน
LienFeb 9, 2026

มีข่าวลือว่า Toyota Fortuner รุ่นปี 2026 จะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตรใหม่
สุรเดชFeb 9, 2026
ดูเพิ่มเติม


ข้อดี
ข้อเสีย