Q

Tesla Model S วิ่งเร็วเท่าไหร่

Tesla Model S รุ่น Plaid นั้นทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 322 กม./ชม. และเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.1 วินาที ซึ่งแสดงถึงสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของรถไฟฟ้าเมื่อใช้งานบนทางด่วนหรือสนามแข่งในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศร้อนของไทยอาจเป็นความท้าทายต่อระบบจัดการความร้อนของแบตเตอรี่รถไฟฟ้า แต่ Model S มีระบบระบายความร้อนที่ทันสมัย สามารถรับมือกับอุณหภูมิสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาสมรรถนะให้คงที่ ส่วนด้านความสะดวกในการใช้งาน สำหรับผู้บริโภคไทยนั้นต้องพิจารณาระบบโครงข่ายสถานีชาร์จซึ่งปัจจุบันในกรุงเทพฯและเมืองหลักมีซูเปอร์ชาร์จเจอร์ครอบคลุมเพียงพอ ทำให้การเดินทางระยะไกลเป็นไปได้อย่างสบายมากขึ้น จากมุมมองทางเทคนิค การออกแบบระบบสามมอเตอร์และเทคโนโลยีโรเตอร์คาร์บอนไฟเบอร์คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Model S มีสมรรถนะสูง แถมยังประหยัดค่าบำรุงรักษาเพราะไม่ต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเหมือนรถทั่วไป ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ตอบโจทย์การใช้รถในไทยได้เป็นอย่างดี
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
ต้องใช้กี่กิโลวัตต์-ชั่วโมงในการชาร์จ Tesla Model S
รถ Tesla Model S มีความจุแบตเตอรี่แตกต่างกันไปตามรุ่น อยู่ที่ประมาณ 75-100 กิโลวัตต์ชั่วโมง ดังนั้นการชาร์จไฟเต็มที่ในประเทศไทยโดยใช้ที่ชาร์จที่บ้านจะกินไฟประมาณตามจำนวนกิโลวัตต์ชั่วโมงนั้น แต่ปริมาณไฟที่ใช้จริงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการชาร์จ สภาพแบตเตอรี่ และอุณหภูมิแวดล้อม สภาพอากาศร้อนของไทยอาจทำให้การใช้พลังงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อยแต่ไม่มากนัก ตอนนี้ไทยกำลังผลักดันโครงสร้างพื้นฐานสำหรับรถ EV ห้างสรรพสินค้าและอาคารสำนักงานหลายแห่งก็มีที่ชาร์จให้บริการ การใช้ที่ชาร์จสาธารณะอาจสะดวกและเร็วกว่า โดยค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันไปตามอัตราค่าไฟฟ้าในแต่ละพื้นที่ ส่วนสถานีซุปเปอร์ชาร์จเจอร์ของ Tesla ในไทยก็มีให้บริการ ซึ่งชาร์จได้เร็วกว่า มักใช้เวลาประมาณ 30 นาทีเพื่อชาร์จไฟถึง 80% เหมาะสำหรับการเดินทางไกล ค่าใช้จ่ายในการใช้รถ EV ในไทยถูกกว่ารถยนต์น้ำมันแบบเดิม โดยเฉพาะเมื่อค่าไฟฟ้ามีความเสถียร การใช้งานระยะยาวช่วยประหยัดเงินได้มาก นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังมีมาตรการสนับสนุนรถ EV ทั้งการลดภาษีและให้สิทธิประโยชน์ การซื้อรถ EV อย่าง Tesla ก็ได้รับส่วนลดด้วย ปัจจัยเหล่านี้ทำให้รถ EV ในไทยได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ
Q
ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ในการชาร์จ Tesla Model S
เวลาชาร์จ Tesla Model S ในประเทศไทยขึ้นอยู่กับกำลังของอุปกรณ์ชาร์จและความจุแบตเตอรี่ เมื่อใช้สถานีชาร์จเร็ว Supercharger V3 ของ Tesla จะสามารถชาร์จจาก 20% เป็น 80% ได้ภายในประมาณ 15-30 นาที และชาร์จเต็ม 100% ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เหมาะสำหรับเติมไฟอย่างรวดเร็วระหว่างการเดินทางไกล หากใช้ปลั๊กไฟบ้าน 220V (ประมาณ 7.4kW) จะใช้เวลาประมาณ 8-12 ชั่วโมง เหมาะสำหรับชาร์จตอนกลางคืน ปัจจุบันสถานี Supercharger ในไทยส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ พัทยา และเมืองใหญ่ต่างๆ แนะนำให้วางแผนเส้นทางล่วงหน้า นอกจากนี้ สภาพอากาศร้อนอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการชาร์จเล็กน้อย จึงควรจอดรถในที่ร่ม ระบบจัดการแบตเตอรี่ของ Tesla สามารถปกป้องอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้ดี สำหรับการใช้งานประจำวัน แนะนำให้รักษาระดับแบตเตอรี่ระหว่าง 20%-80% เพื่อเพิ่มความคงทนของแบตเตอรี่ รัฐบาลไทยกำลังส่งเสริมการติดตั้งสถานีชาร์จเพิ่มขึ้น ทำให้ความสะดวกในการชาร์จในอนาคตดีขึ้นอีกด้วย
Q
Tesla Model S มีระยะทางเท่าไหร่
Tesla Model S เป็นรถยนต์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง ที่ระยะขับขี่จะแตกต่างกันไปตามรุ่นและมาตรฐานการทดสอบ ในมาตรฐาน WLTP รุ่นที่มีระยะขับขี่สูงสุดสามารถทำได้ถึงประมาณ 652 กิโลเมตร เหมาะกับการเดินทางไกลในไทย เช่น การเดินทางจากกรุงเทพไปเชียงใหม่แบบไม่หยุดชาร์จก็ทำได้ สภาพอากาศร้อนของไทยมีผลกระทบต่อแบตเตอรี่รถไฟฟ้าน้อยมาก เพราะระบบจัดการแบตเตอรี่ของ Tesla สามารถควบคุมอุณหภูมิได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การทำงานเสถียร ส่วนเรื่องสถานีชาร์จ ไทยกำลังขยายเครือข่ายสถานีชาร์จครอบคลุมเมืองหลักและแหล่งท่องเที่ยว โดยสถานี Supercharger สามารถชาร์จไฟได้ประมาณ 50% ในเวลาเพียง 30 นาที สะดวกมากสำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน ที่น่าสนใจคือค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษารถไฟฟ้าต่ำกว่ารถยนต์น้ำมันแบบเดิม โดยเฉพาะในไทยที่ราคาน้ำมันค่อนข้างสูง ยิ่งทำให้ประหยัดกว่า สำหรับคนไทยที่กำลังคิดจะซื้อรถไฟฟ้า ควรตรวจสอบเรื่องจุดชาร์จไฟที่บ้านหรือที่ทำงาน รวมถึงนโยบายสนับสนุนรถพลังงานใหม่ของรัฐบาลไทย因为这些ปัจจัยจะส่งผลต่อประสบการณ์การใช้จริง
Q
น้ำหนักของรถยนต์ Tesla Model S คืออะไร
น้ำหนักของ Tesla Model S จะแตกต่างกันไปตามรุ่นและอุปกรณ์ที่เลือกใช้ โดยรุ่นมาตรฐานจะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 2,100 ถึง 2,300 กิโลกรัม ส่วนรุ่นประสิทธิภาพสูงอย่าง Plaid ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนแรงกว่าและอุปกรณ์เพิ่มเติมอาจมีน้ำหนักใกล้เคียง 2,400 กิโลกรัม น้ำหนักส่วนใหญ่ของรถคันนี้มาจากแบตเตอรี่ความจุสูงและโครงสร้างตัวถังที่แข็งแรง ซึ่งไม่เพียงเพิ่มความปลอดภัยแต่ยังช่วยเพิ่มระยะทางในการขับขี่ สำหรับผู้ใช้ในไทย Model S ให้ประสิทธิภาพการใช้งานที่เสถียรแม้ในสภาพอากาศร้อน แถมการออกแบบจุดศูนย์ถ่วงต่ำยังเหมาะกับทั้งการขับขี่ในเมืองและบนทางหลวงของไทย รถไฟฟ้ามักมีน้ำหนักมากกว่ารถน้ำมันทั่วไปเพราะแบตเตอรี่ แต่ข้อดีคือความมั่นคงและความสะดวกในการควบคุม Model S ยังมีระบบช่วงล่างอัจฉริยะที่ปรับตัวตามสภาพถนนได้เอง ทำให้เหมาะกับเส้นทางหลากหลายแบบในไทย นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังมีมาตรการสนับสนุนรถไฟฟ้าทั้งเรื่องภาษีและนโยบายต่างๆ การซื้อ Model S รุ่นพรีเมียมแบบนี้ไม่เพียงได้ภาษีนำเข้าที่ถูกลง แต่ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งความแรงและความรักษ์โลก
Q
ราคาแบตเตอรี่ Tesla Model S คือเท่าไร
ราคาการเปลี่ยนแบตเตอรี่ของ Tesla Model S ในตลาดประเทศไทยอยู่ประมาณ 300,000 ถึง 500,000 บาท ขึ้นอยู่กับความจุแบตเตอรี่ เช่น 75kWh หรือ 100kWh และการเลือกใช้อะไหล่แท้จากศูนย์บริการอย่างเป็นทางการ ราคานี้อาจรวมค่าชั่วโมงงานและการปรับตั้งระบบเพิ่มเติม เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศเขตร้อน อุณหภูมิสูงอาจส่งผลต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่ จึงแนะนำให้ผู้ใช้ตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่เป็นประจำผ่านแอป Tesla และหลีกเลี่ยงการชาร์จในสภาพอากาศร้อนจัดเป็นเวลานานเพื่อยืดอายุแบตเตอรี่ นอกจากนี้ Tesla มีศูนย์บริการอย่างเป็นทางการในกรุงเทพฯและเมืองสำคัญอื่น ๆ ให้บริการวิเคราะห์แบตเตอรี่ หากแบตเตอรี่เกิดการเสื่อมสภาพจากความผิดปกติที่ไม่ใช่การใช้งานผิดวิธีภายในระยะประกัน (โดยปกติ 8 ปี หรือ 160,000 กม. แล้วแต่กรณีใดถึงก่อน) จะได้รับการเปลี่ยนฟรี สำหรับผู้ซื้อ Model S มือสอง แนะนำให้ขอรายงานการตรวจสอบแบตเตอรี่จาก Tesla ก่อนซื้อ ขณะเดียวกัน ศูนย์ซ่อมรถไฟฟ้าบางแห่งในไทยก็มีบริการปรับปรุงแบตเตอรี่ที่คุ้มค่า แต่ต้องตรวจสอบความเข้ากันได้และมาตรฐานความปลอดภัยด้วย
Q
วิธีการเปิดโหมดอัตโนมัติบน Tesla Model S
เมื่อใช้งานโหมด Autopilot ใน Tesla Model S ที่ประเทศไทย สิ่งแรกที่ต้องทำคือตรวจสอบให้แน่ใจว่ารถติดตั้งซอฟต์แวร์เวอร์ชันล่าสุดแล้ว จากนั้นเข้าไปที่หน้าจอกลาง ไปที่ "ควบคุม" > เมนู "Autopilot" แล้วเปิดใช้งานฟังก์ชัน "การควบคุมพวงมาลัยอัตโนมัติ" และ "การควบคุมความเร็วอัตโนมัติด้วยระบบจราจร" เมื่ออยู่บนทางหลวงหรือถนนที่มีเส้นชัดเจน ให้ดึงก้านบังคับด้านขวาลงสองครั้งเพื่อเปิดใช้งานระบบ ระบบจะควบคุมความเร็วและรักษาช่องทางให้โดยอัตโนมัติ แต่ผู้ขับขี่ยังต้องวางมือบนพวงมาลัยและพร้อมที่จะควบคุมรถตลอดเวลา สภาพอากาศในประเทศไทยที่ร้อนและฝนตกบ่อยอาจส่งผลต่อความไวของกล้องและเซ็นเซอร์ แนะนำให้ทำความสะอาดบริเวณรอบตัวรถโดยเฉพาะจุดที่ติดตั้งเซ็นเซอร์เป็นประจำ และควรระวังเป็นพิเศษเมื่อมีฝนตกหนักหรือแสงแดดจ้า เพราะระบบอาจแจ้งเตือนเป็นพิเศษ โหมด Autopilot ของ Tesla อยู่ในระดับ L2 ซึ่งเป็นระบบช่วยขับขี่ แม้ว่าจะช่วยลดความเหนื่อยล้าในการเดินทางไกลได้ แต่ก็ไม่สามารถแทนที่การขับขี่ด้วยมนุษย์ได้เต็มที่ โดยเฉพาะในสภาพถนนที่ซับซ้อนในกรุงเทพฯ หรือถนนชนบทที่ไม่มีเส้นชัดเจน ควรใช้งานด้วยความระมัดระวัง หากต้องการอัปเกรดเป็นระบบ FSD ที่มีความสามารถสูงกว่า สามารถตรวจสอบบริการสมัครสมาชิกผ่านเว็บไซต์ Tesla ประเทศไทยได้ แต่ต้องคำนึงถึงข้อจำกัดทางกฎหมายเกี่ยวกับระบบขับขี่อัตโนมัติในประเทศด้วย
Q
เมื่อ Tesla Model S ถูกเปิดตัว
Tesla Model S เป็นรถยนต์ไฟฟ้าลักชัวรีแบบเต็มรูปแบบที่เป็นสัญลักษณ์ ตั้งแต่เปิดตัวมาก็ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในตลาดโลกด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยและสมรรถนะยอดเยี่ยม ในตลาดประเทศไทย Model S ก็ได้รับความนิยมจากผู้บริโภครถไฟฟ้าระดับสูง Model S ติดตั้งเทคโนโลยีแบตเตอรี่ขั้นสูงและระบบขับเคลื่อนกำลังสูง มีทั้งรุ่นระยะทางไกลและรุ่นสมรรถนะสูง Plaid ระยะทางสามารถทำได้มากกว่า 600 กิโลเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียงประมาณ 2 วินาที แสดงถึงระดับสูงสุดของรถไฟฟ้า สำหรับผู้ใช้ในประเทศไทย ความสามารถชาร์จเร็วของ Model S มีความสำคัญมาก ร่วมกับเครือข่าย Supercharger ของ Tesla ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สามารถลดความกังวลเรื่องระยะทางในการเดินทางไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ สภาพอากาศร้อนในประเทศไทยทำให้การจัดการแบตเตอรี่มีความท้าทายสูง ระบบจัดการความร้อนของ Model S ได้รับการปรับปรุงให้เหมาะกับสภาพอากาศร้อน เพื่อรักษาเสถียรภาพและอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ นอกจากนี้ รัฐบาลไทยมีนโยบายลดหย่อนภาษีสำหรับรถไฟฟ้า รถนำเข้าสามารถได้รับการยกเว้นภาษี ทำให้ Model S เข้าถึงง่ายขึ้น เมื่อโครงสร้างพื้นฐานรถไฟฟ้าในไทยพัฒนาและผู้บริโภคมีความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น รถไฟฟ้าสมรรถนะสูงอย่าง Model S จึงมีแนวโน้มได้รับการยอมรับมากขึ้นในตลาดไทย
Q
ความยาวของการรับประกันในรถ Tesla Model S คืออะไร
นโยบายการรับประกันรถ Tesla Model S ในตลาดไทยนั้น ให้การรับประกันพื้นฐานสำหรับตัวรถเป็นเวลา 4 ปีหรือ 80,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งที่จะถึงก่อน) ส่วนแบตเตอรี่และชุดขับเคลื่อนจะได้รับการรับประกันนานถึง 8 ปีหรือ 240,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งที่จะถึงก่อน) ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานในตลาดอื่นๆ เพื่อรับรองสิทธิ์ของผู้ใช้ในระยะยาว สภาพอากาศที่ร้อนชื้นของไทยอาจส่งผลต่ออายุการใช้งานแบตเตอรี่บ้าง แต่ระบบจัดการแบตเตอรี่ของ Tesla ได้รับการออกแบบมาเพื่อรับมือกับอุณหภูมิสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนะนำให้เจ้าของรถตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่เป็นประจำและหลีกเลี่ยงการชาร์จไฟในที่ที่มีความร้อนจัดเป็นเวลานานเพื่อยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ ควรทราบว่าการรับประกันไม่ครอบคลุมชิ้นส่วนที่สึกหรอตามปกติ เช่น ยางรถยนต์ ผ้าเบรก เป็นต้น ซึ่งระยะเวลาการเปลี่ยนชิ้นส่วนเหล่านี้อาจสั้นลงในไทยเนื่องจากสภาพถนนและพฤติกรรมการขับขี่ ปัจจุบันศูนย์บริการ Tesla ในไทยส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ แต่มีบริการรถบริการเคลื่อนที่ครอบคลุมบางพื้นที่ต่างจังหวัด โดยเจ้าของรถสามารถนัดหมายบริการผ่านแอปพลิเคชันได้ ซึ่งสะดวกมากในสภาพการจราจรที่ติดขัดของไทย นอกจากนี้ Tesla ยังมีการอัปเดตระบบทางไกล (OTA) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของรถอย่างต่อเนื่อง บริการอัจฉริยะแบบนี้กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในไทย
Q
วิธีการรีเซ็ต Tesla Model S
สำหรับการรีเซ็ต Tesla Model S ในประเทศไทย คุณสามารถเริ่มต้นด้วยการเข้าไปที่เมนู "การตั้งค่า" ผ่านหน้าจอกลาง จากนั้นเลือก "บริการ" และกดที่ "รีเซ็ตการตั้งค่ารถ" เพื่อคืนค่าโรงงาน กระบวนการนี้จะไม่ลบข้อมูลสำคัญของรถ แต่จะลบการตั้งค่าส่วนตัวและความชอบของคุณออกทั้งหมด ในสภาพอากาศที่ร้อนชื้นของประเทศไทย แนะนำให้ตรวจสอบการอัปเดตระบบรถอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มั่นใจว่ามีประสิทธิภาพที่ดีที่สุด นอกจากนี้ฟังก์ชันอัปเดตซอฟต์แวร์ทางไกล (OTA) ของ Tesla ก็ใช้งานได้ดีในประเทศไทย ช่วยให้คุณรับการอัปเดตล่าสุดอัตโนมัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยของรถ หากต้องการรีเซ็ตฮาร์ดแวร์อย่างเต็มที่ เช่น ในกรณีที่หน้าจอค้าง คุณสามารถกดปุ่มลูกกลมทั้งสองบนพวงมาลัยค้างไว้ประมาณ 10 วินาทีจนกว่าหน้าจอจะรีสตาร์ท ซึ่งคล้ายกับการรีสตาร์ทสมาร์ทโฟนที่คนไทยคุ้นเคย ทำได้ง่ายมาก ข้อควรระวังคือ หลังจากรีเซ็ตแล้ว คุณอาจต้องล็อกอินเข้าบัญชี Tesla อีกครั้งเพื่อเปิดใช้งานข้อมูลตำแหน่งสถานีชาร์จในระบบนำทาง เนื่องจากเครือข่าย Supercharger ในบางพื้นที่ของประเทศไทยกำลังขยายตัว สำหรับผู้ใช้ในประเทศไทย การรู้เทคนิคการรีเซ็ตเหล่านี้จะช่วยแก้ไขปัญหาเล็กน้อยในชีวิตประจำวันและใช้งานฟังก์ชันอัจฉริยะของ Tesla ได้อย่างเต็มที่
Q
วิธีการชาร์จ Tesla Model S
ในประเทศไทย การชาร์จรถ Tesla Model S มีวิธีหลักๆ 3 แบบ แบบแรกคือการใช้สถานีชาร์จเร็ว Supercharger ของเทสลา ซึ่งเป็นวิธีที่เร็วที่สุด ชาร์จเพียง 30 นาทีก็ได้แบตเตอรี่ถึง 80% ในเมืองหลักๆ เช่นกรุงเทพ พัทยา ก็มีสถานีนี้ เหมาะสำหรับการเดินทางไกล แบบที่สองคือการใช้จุดชาร์จปลายทาง (Destination Charger) ที่มักติดตั้งตามโรงแรม ห้างสรรพสินค้า ชาร์จช้ากว่าแต่สะดวกเวลาไปจอดแวะเติมไฟ ส่วนแบบที่สามคือการชาร์จที่บ้าน ซึ่งสามารถติดตั้งในบ้านหรือคอนโดได้ โดยใช้ไฟบ้านมาตรฐานไทย 220V แม้ชาร์จช้าที่สุด (ประมาณชาร์จได้ 40-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) แต่เหมาะที่สุดสำหรับการใช้รถประจำวัน ข้อควรระวังคืออากาศไทยร้อนมาก ควรเลี่ยงการชาร์จตอนกลางวันแดดจัดเพื่อยืดอายุแบตเตอรี่ ระบบจัดการแบตเตอรี่ของเทสลาจะปรับกำลังชาร์จอัตโนมัติเพื่อความปลอดภัย ส่วนเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้ออื่นแม้ใช้เครือข่ายชาร์จของเทสลาไม่ได้ แต่ตอนนี้ไทยก็เริ่มมีจุดชาร์จสาธารณะมาตรฐาน CCS2 มากขึ้น เรื่อยๆ ในอนาคตความสะดวกในการชาร์จจะดีขึ้นแน่นอน
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

ประสิทธิภาพสูงพร้อมการเร่งความเร็วที่น่าทึ่ง
ระยะทางขับขี่ยาวทำให้การเดินทางไกลง่ายขึ้น
การออกแบบที่ดูดีและมีความพร้อมที่หลากหลาย

ข้อเสีย

ราคาสูงเมื่อเทียบกับแบบบางอย่าง
ส่วนภายในอาจถูกถือว่ามัธยฐานโดยบางคน
พื้นที่ด้านหลังอาจรู้สึกแคบเล็กน้อย

Q&A ล่าสุด

Q
"รถที่มีราคาสูงที่สุดในโลกในปี 2024 คืออะไร?"
ในปี 2024 รถยนต์ที่แพงที่สุดในโลกคงหนีไม่พ้น Rolls-Royce Boat Tail รุ่นคัสตอมสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ราคาพุ่งไป 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากเรือยอร์ชโบราณ ตัวถังทาสีเมทัลลิกที่ขัดมืออย่างประณีต ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยอุปกรณ์สุดหรูเช่น ตู้เย็นเก็บแฮมพาร์มาและชุดเครื่องเงินสำหรับคาเวียร์ ตามมาติดๆ คือ Bugatti La Voiture Noire รถซุปเปอร์คาร์สัญชาติฝรั่งเศสที่ราคา 18.5 ล้านดอลลาร์ มาพร้อมเครื่องยนต์ W16 8.0 ลิตร ที่ทำความเร็วสูงสุดได้ 420 กม./ชม. สำหรับในตลาดรถไทย เราอาจจะเคยเห็น Rolls-Royce Phantom หรือ Lamborghini รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันวิ่งอยู่แถวกรุงเทพฯบ้าง ซึ่งรถระดับนี้มักจะมีระบบป้องกันฝุ่นพิเศษ สําหรับผู้ที่ชื่นชอบการสะสมรถยนต์ นอกจากการให้ความสําคัญกับราคาแล้ว ควรเข้าใจศักยภาพในการรักษามูลค่าของรถยนต์เหล่านี้มากขึ้น เช่น ราคาของ Ferrari 250 GTO ในการประมูลเพิ่มขึ้นจาก 35 ล้านเป็น 70 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ความขาดแคลนนี้จึงเป็นคุณค่าหลักของรถยนต์หรูหราชั้นนํา
Q
อะไรทำให้ Revuelto มีราคาแพงขนาดนี้?
ราคาสูงลิ่วของ Lamborghini Revuelto เกิดจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูงในฐานะซูเปอร์คาร์ไฮบริดแบบปลั๊กอินรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วยคุณสมบัติการผลิตแบบลิมิเต็ดเอดิชัน ที่มาพร้อมระบบไฮบริดซึ่งประกอบด้วยเครื่องยนต์ 6.5 ลิตร V12 แบบดูดธรรมชาติและมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ให้กำลังสูงถึง 1,015 แรงม้า เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.5 วินาที สมรรถนะระดับนี้ต้องพึ่งพาวัสดุลดน้ำหนักจากคาร์บอนไฟเบอร์และระบบช่วงล่างที่ปรับแต่งมาในระดับมาตรฐานการบิน เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถขับเคลื่อนอย่างเต็มประสิทธิภาพแม้ในสภาพอากาศร้อนระอุของประเทศไทย ระบบระบายความร้อนอัจฉริยะและจานเบรกเซรามิกจะช่วยรักษาความเสถียรระหว่างขับขี่แบบสุดเหวี่ยง ส่วนกรรมวิธีการผลิตแบบทำมือในอิตาลีทำให้ผลผลิตต่อเดือนไม่ถึง 100 คัน ความหายากนี้เองที่ดันราคาให้สูงขึ้น ซูเปอร์คาร์ระดับนี้ส่วนใหญ่จะผลิตแบบออร์เดอร์เมด (สั่งทำตามใบสั่ง) โดยบริการปรับแต่งพิเศษเช่นสีรถเฉพาะหรือหนังหุ้มเบาะภายในย่อมเพิ่มต้นทุนเข้าไปอีก ในขณะที่ระบบไฮบริดซึ่งซับซ้อนกว่าซูเปอร์คาร์ทั่วไปก็ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาระยะยาวด้วย ที่น่าสนใจคือ ไฮเปอร์คาร์ในระดับราคานี้มักมาพร้อมเทคโนโลยีระดับสนามแข่ง อย่างระบบแอคทีฟแอโรไดนามิกส์หรือระบบกระจายแรงบิด (Torque Vectoring) ซึ่งต้นทุนการวิจัยและพัฒนาที่สูงลิบเหล่านี้จะถูกเฉลี่ยเข้ากับแต่ละคันที่ผลิต ทำให้รถสมรรถนะขั้นสุดแบบนี้กลายเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่มโดยธรรมชาติ
Q
มียอดขายรถ Lamborghini ในปี 2024 จำนวนเท่าไร?
ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับยอดขายทั่วโลกของ Lamborghini ในปี 2024 แต่จากผลงานในปีที่ผ่านมาของแบรนด์นี้ พบว่ายอดขายต่อปีมักจะอยู่ที่ประมาณ 8,000 ถึง 10,000 คัน โดยรุ่น Urus เป็นตัวหลักที่ทำยอดขายเกิน 60% ของทั้งหมด ในตลาดท้องถิ่น Lamborghini มีเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายครอบคลุมเมืองใหญ่ๆ พร้อมเสนอผลิตภัณฑ์ครบทุกรุ่นทั้ง Huracán Aventador รุ่นต่อเนื่อง และ Urus ซึ่งรุ่น Urus นั้นได้รับความนิยมเป็นพิเศษเพราะตอบโจทย์ทั้งความแรงและความประหยัดพื้นที่ ที่น่าสนใจคือแบรนด์ซูเปอร์คาร์ในยุคนี้กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้า Lamborghini เองก็ประกาศแล้วว่าจะเปิดตัว Revuelto รุ่นไฮบริดแรก ซึ่งนับเป็นการเริ่มปรับตัวตามเทรนด์พลังงานสะอาด แต่ยังคงรักษาลักษณะเฉพาะของเครื่องยนต์ความจุสูงไว้ แนวทางนี้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในท้องถิ่นที่อยากได้ทั้งสมรรถนะสูงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สำหรับผู้ที่สนใจซื้อ นอกจากจะดูตัวเลขยอดขายแล้ว ควรให้ความสำคัญกับระยะเวลารอคอยและการบริการปรับแต่งเฉพาะตัวของรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันเหล่านี้ ซึ่งปกติต้องติดต่อล่วงหน้ากับตัวแทนจำหน่ายอย่างน้อยหลายเดือนเพื่อกำหนดสเปค
Q
รถยนต์ที่ขายเร็วที่สุดในปี 2024 คือรุ่นใด
รถยนต์ที่ขายดีที่สุดในปี 2024 คือ Toyota Hilux Revo ซึ่งเป็นรถปิคอัพที่ครองใจผู้บริโภคด้วยความทนทาน ประหยัดน้ำมัน และความสามารถในการขับขี่บนทุกสภาพถนน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องขนของหรือเดินทางไกลบ่อยๆ Hilux Revo ไม่เพียงแต่มีโครงสร้างแข็งแรงและระบบเครื่องยนต์อันล้ำสมัย แต่ยังมาพร้อมฟีเจอร์ช่วยขับขี่อัจฉริยะ ที่ช่วยเพิ่มทั้งความปลอดภัยและความสะดวกสบายให้ผู้ขับขี่ นอกจากรถปิคอัพแล้ว รถไฟฟ้าอย่าง BYD ATTO 3 ก็มาแรงไม่แพ้กัน ด้วยราคาคุ้มค่าและค่าใช้จ่ายในการใช้งานที่ต่ำ ดึงดูดผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงปีที่ผ่านมา ยอดขายรถไฮบริดและรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นชัดเจน สะท้อนให้เห็นว่าตลาดเริ่มยอมรับเทคโนโลยีประหยัดพลังงานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแบบเดิมหรือรถพลังงานใหม่ สิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญเวลาซื้อรถคือความคุ้มค่า ความทนทาน และค่าบำรุงรักษา ขณะที่การบริการหลังการขายและการจัดหาอุปกรณ์เสริมที่แปลเป็นภาษาท้องถิ่นก็เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ
Q
รถที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดในปี 2024 คืออะไร?
คาดว่าในปี 2024 รถยนต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจะเป็นรุ่นไฮบริดและไฟฟ้าเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะ Toyota bZ4X และ BYD ATTO 3 ที่ผสมผสานระหว่างความใช้งานได้จริงกับเทคโนโลยีรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งดึงดูดผู้บริโภคจำนวนมากด้วยต้นทุนการประหยัดพลังงานและนโยบายสนับสนุนจากรัฐบาล ส่วนรถปิกอัพอย่าง Toyota Hilux Revo และ Isuzu D-MAX ยังคงเป็นที่นิยมสูงเนื่องจากความทนทานและความหลากหลายในการใช้งานที่เหมาะกับสภาพถนนและไลฟ์สไตล์ของคนไทย นอกจากนี้รถหรูแบรนด์ดังอย่าง Mercedes-Benz EQ Series และ BMW iX ก็ยังครองใจกลุ่มตลาดบนด้วยภาพลักษณ์แบรนด์และเทคโนโลยีล้ำสมัย ด้วยการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จไฟและการเพิ่มความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมของผู้บริโภคตลาดรถยนต์ไฟฟ้ามีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในขณะที่ยานพาหนะเชื้อเพลิงแบบดั้งเดิมยังคงสามารถแข่งขันได้ด้วยเทคโนโลยีไฮบริด แนะนำให้ทดลองขับรถและเปรียบเทียบค่าบำรุงรักษาและประสิทธิภาพความทนทานของพลังงานประเภทต่าง ๆ ก่อนที่จะซื้อรถเพื่อให้เหมาะกับความต้องการส่วนบุคคล
ดูเพิ่มเติม