Q

ยาวฟอร์ดเรนเจอร์เท่าไหร่

ความยาวตัวถัง Ford Ranger ในประเทศไทยแตกต่างกันตามรุ่นและอุปกรณ์ รุ่นมาตรฐานแบบแค็บคู่มีความยาวประมาณห้าพันสามร้อยเจ็ดสิบมิลลิเมตร ส่วนรุ่นติดชุดแต่งสปอร์ตหรือเวอร์ชันออฟโรดอาจต่างเล็กน้อย ขนาดนี้อยู่ในช่วงมาตรฐานของรถกระบะขนาดกลางในไทย ให้ความคล่องตัวในการขับขี่ในเมืองและยังคงความใช้งานได้ดีสำหรับกระบะบรรทุก สำหรับผู้บริโภคไทย Ranger มีขนาดเหมาะกับถนนผสม ทั้งถนนแคบในเมืองและถนนชนบท อีกทั้งช่วงใต้ท้องสูงเหมาะกับถนนที่มีน้ำขังในฤดูฝน นอกจากนี้ Ranger ยังมีทางเลือกเครื่องยนต์หลากหลาย เช่น ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร ประหยัดและ V6 ดีเซล 3.0 ลิตรแรงกว่า ซึ่งระบบขับเคลื่อนเหล่านี้ปรับจูนให้เหมาะกับสภาพอากาศร้อนของไทยและน้ำมันดีเซลที่มีซัลเฟอร์สูง อีกทั้งเครือข่ายบริการหลังการขายครอบคลุมทั่วประเทศ มีศูนย์บริการและอะไหล่เพียงพอ เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับผู้บริโภคไทยที่ให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายระยะยาว
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
รถ Ford Ranger ปี 2021 ใช้ระบบเกียร์แบบไหน?
รุ่น Ford Ranger ปี 2021 แต่ละรุ่นใช้เกียร์คนละแบบครับ บางรุ่นอย่าง Ranger XL Ranger XL Street Ranger XL+ Sport Ranger XL+ Ranger XLT และ Ranger Wildtrak จะใช้เกียร์ธรรมดา (MT) ส่วนรุ่นพิเศษอย่าง Ranger FX4 MAX จะใช้เกียร์ออโต้ (AT) แบบอัตโนมัติ จริงๆ แล้วเกียร์ธรรมดานี่ให้อารมณ์ขับขี่สุดๆ เพราะคนขับสามารถควบคุมแรงม้าได้ตรงๆ เลย ออกแนวสปอร์ตๆหน่อย แต่ถ้าเป็นเกียร์ออโต้ก็สบายๆ กว่า เหมาะกับคนที่ขี่ในเมืองที่ต้องเจอรถติดบ่อย แค่เหยียบเบรกกับคันเร่งก็พอ ไม่ต้องเมื่อยมือเปลี่ยนเกียร์ให้วุ่นวาย แบบนี้ขับนานๆก็ไม่เหนื่อย
Q
ปัญหาของ DPF (Diesel Particulate Filter) ใน Ford Ranger ปี 2021 คืออะไร?
ปัญหาของ DPF ใน Ford Ranger รุ่นปี 2021 ส่วนใหญ่จะแสดงอาการเป็นไฟเตือนขึ้นหรือเครื่องยนต์เร่งไม่ขึ้น เนื่องมาจากการอุดตันของตัวกรอง ซึ่งมักเกิดจากการขับขี่ระยะสั้นด้วยความเร็วต่ำเป็นเวลานาน ทำให้ DPF ไม่สามารถร้อนถึงอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับกระบวนการเผาไหม้สะสม (Regeneration) โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้น รถดีเซลจะมีแนวโน้มสะสมเขม่าคาร์บอนได้ง่ายกว่า แนะนำให้เจ้าของรถวิ่งด้วยความเร็วสูงเป็นประจำหรือใช้โปรแกรมฟื้นฟูที่แนะนำโดยผู้ผลิตเพื่อล้างคาร์บอน สำหรับคนที่ขับในเมืองที่รถติดบ่อยๆ อาจเลือกใช้เชื้อเพลิงดีเซลกำมะถันต่ำตามมาตรฐานและเข้าศูนย์บริการตามกำหนดเวลาเพื่อลดความเสี่ยงการอุดตันของ DPF ต้องเข้าใจว่ารถดีเซลทุกคันที่ติดตั้ง DPF อาจเจอปัญหาแบบนี้ได้ ไม่ใช่ข้อบกพร่องเฉพาะของ Ranger เท่านั้น ตัวแทนจำหน่ายท้องถิ่นสามารถให้บริการล้าง DPF แบบมืออาชีพได้ และในกรณีที่อุดตันหนักมากอาจต้องเปลี่ยนตัวกรองใหม่ การขับขี่อย่างถูกวิธีและการบำรุงรักษาสม่ำเสมอคือหัวใจสำคัญที่จะป้องกันปัญหาเหล่านี้ หากเห็นไฟเตือน DPF ขึ้นบนแผงหน้าปัดควรรีบแก้ไขทันที อย่าปล่อยไว้นานเพราะอาจทำให้เกิดปัญหาหนักหน่วงกับเครื่องยนต์ตามมาได้
Q
เครื่องยนต์ของ Ford Ranger 2021 คืออะไร?
รถ Ford Ranger รุ่นปี 2021 มีเครื่องยนต์หลายแบบให้เลือก ส่วนใหญ่เป็นเครื่องดีเซล บางรุ่นติดตั้งเครื่องยนต์ขนาด 2,198 ซีซี (ย่อว่า 2.2L) 4 สูบ ในขณะที่บางรุ่นใช้เครื่องยนต์ขนาด 1,998 ซีซี (ย่อว่า 2.0L) ก็เป็น 4 สูบเหมือนกัน เครื่องยนต์เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นแบบเทอร์โบชาร์จ ให้กำลังขับเคลื่อนที่แตกต่างกันไป เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือการขับขี่บนถนนสภาพซับซ้อนก็ตาม พวกมันสามารถตอบสนองความต้องการเรื่องกำลังได้ในระดับหนึ่ง
Q
Ford Ranger รุ่นปี 2021 อยู่ในเจเนอเรชันไหน?
Ford Ranger รุ่นปี 2021 นั้นเป็นรถยุคที่ 3 แพลตฟอร์ม T6 ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2011 และผ่านการอัพเกรดหลายครั้ง ล่าสุดในปี 2021 นี้ได้ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 4 สูบแบบอัพเกรด (ทั้งแบบเทอร์โบเดี่ยวและเทอร์โบคู่) ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 213 แรงม้า คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะและฟีเจอร์ช่วยขับขี่ เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติและระบบรักษาเลน ในตลาดไทย Ranger ได้ใจคนทำงานด้วยความสามารถในการขนส่งและสมรรถนะออฟโรดที่โดดเด่น โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมและก่อสร้าง ที่สำคัญยังแต่งเพิ่มได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโครงกันกระแทกหลังกระบะหรือชุดโช้คอัพออฟโรด ส่วนคู่แข่งอย่าง ISUZU D-MAX และ Toyota Hilux นั้น Ranger มีจุดแข็งที่ความนุ่มนวลบนถนนและห้องโดยสารที่ทันสมัยกว่า พร้อมหน้าจอระบบ SYNC 4 ที่ใช้งานง่าย อย่างไรก็ตาม ในสภาพอากาศร้อนชื้น แนะนำให้ตรวจสอบฟิลเตอร์น้ำมันดีเซลและระบบระบายความร้อนเป็นประจำ ส่วนช่วงฝนถ้าจะลุยออฟโรดควรติดตั้งท่อไอดีแบบมาตรฐานเพื่อยืดอายุเครื่องยนต์
Q
รถ Ford Ranger ปี 2021 มีระบบสตาร์ทระยะไกลหรือไม่?
รถ Ford Ranger รุ่นปี 2021 บางรุ่นแบบท็อปๆ นั้นมีฟีเจอร์ Remote Start หรือระบบสตาร์ทรถจากระยะไกลให้ด้วย ฟังก์ชันนี้ส่วนใหญ่จะต้องมีระบบ Ford SYNC และใช้แอป FordPass ในการควบคุม ทำให้เราสามารถเปิดเครื่องรถล่วงหน้าเพื่อใช้งานแอร์ในวันที่อากาศร้อนจัด หรือวอร์มเครื่องในหน้าหนาวได้สะดวกมาก โดยเฉพาะเหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทยที่ร้อนตลอดปี แต่อย่าลืมว่าระยะทำงานของระบบนี้จะอยู่ที่ประมาณ 60 เมตร และเครื่องยนต์จะดับอัตโนมัติหลังจากทำงานครบ 10 นาทีเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ระบบ SYNC ยังมีฟีเจอร์เช็คสถานะรถ ตำแหน่งรถ และอื่นๆ อีกด้วย ตอนนี้ฟีเจอร์แบบนี้เริ่มเป็นมาตรฐานในรถปิคอัพแล้ว รุ่นคู่แข่งอย่างโตโยต้าและญี่ปุ่นอื่นๆ ก็มีบริการคล้ายๆ กัน สำหรับใครที่กำลังมองหารถ Ranger มือสอง แนะนำให้เช็คที่ปุ่มด้านซ้ายของพวงมาลัยหรือในเมนูหน้าจอว่ามีฟังก์ชันนี้หรือไม่ เพราะรุ่นระดับล่างอาจต้องติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมครับ ทุกวันนี้แบรนด์รถแข่งกันพัฒนาแอปควบคุมรถผ่านมือถือ แถมในอนาคตอาจใช้สมาร์ทวอทช์หรือสั่งงานผ่านเสียงก็ได้เหมือนกัน
Q
วิธีเปลี่ยน Ford Ranger ปี 2021 เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD)
หากต้องการเปลี่ยนโหมดขับเคลื่อนของ Ford Ranger รุ่นปี 2021 เป็นระบบสี่ล้อ ขั้นแรกต้องมั่นใจว่ารถอยู่ในสภาพหยุดนิ่งหรือเคลื่อนที่ด้วยความเร็วต่ำ (แนะนำไม่เกิน 5 กม./ชม.) จากนั้นเลือกโหมด 4H (สี่ล้อความเร็วสูง) หรือ 4L (สี่ล้อความเร็วต่ำ) ตามความต้องการ หากขับบนถนนลื่นหรือเส้นทางออฟโรดแบบเบาๆ ให้ใช้ปุ่มหมุนหรือกดเปลี่ยนจากโหมด 2H เป็น 4H ระบบจะกระจายแรงบิดอัตโนมัติ แต่หากเจอทางชัน โคลน หรือภูมิประเทศที่ซับซ้อน ต้องจอดรถเข้าเกียร์ว่าง (รถเกียร์ธรรมดาต้องเหยียบคลัทช์) แล้วหมุนปุ่มไปที่ 4L รอจนไฟแสดงบนแผงคอนโซลติดสม่ำเสมอจึงจะใช้แรงบิดสูงได้ ข้อควรระวังคือโหมด 4H ใช้บนถนนปกติได้ชั่วคราว แต่ 4L สำหรับสภาพรุนแรงเท่านั้นและไม่ควรเกิน 40 กม./ชม. การใช้ระบบสี่ล้อบนถนนแห้งนานๆ อาจทำให้ระบบส่งกำลังเสียหาย นอกจากนี้รถยังมีระบบ Terrain Management ที่ปรับการตอบสนองคันเร่งและจุดเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติในโหมดทรายหรือโคลน ควรเลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพถนน การบำรุงรักษารายวันควรตรวจสอบสภาพของเหลวกรณีการโอนอย่างสม่ำเสมอ ก่อนฤดูฝนควรทดสอบว่าฟังก์ชั่นของไดรฟ์สี่เป็นปกติหรือไม่ การขับขี่บนภูเขาสามารถเปลี่ยนโหมดล่วงหน้าเพื่อเพิ่มความปลอดภัย
Q
2021 Ford Ranger พร้อมฟังก์ชันที่นั่งอุ่นหรือไม่?
สำหรับ Ford Ranger รุ่นปี 2021 ในบางรุ่นระดับสูงจะมีฟังก์ชันอุ่นเบาะหน้า โดยรายละเอียดการติดตั้งจะขึ้นอยู่กับรุ่นและแพ็คเกจเสริม เช่น รุ่น Wildtrak หรือ Raptor มักจะมีฟีเจอร์นี้ให้ ส่วนรุ่นพื้นฐานอย่าง XL โดยทั่วไปจะไม่ติดตั้งมาให้ ฟังก์ชันอุ่นเบาะนี้มีประโยชน์มากโดยเฉพาะเมื่อขับขี่ในพื้นที่ภูเขาที่มีอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงบ่อย หรือในช่วงหน้าหนาว เพราะจะช่วยเพิ่มความสบายได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเบาะหนังที่มักจะเย็นจัดเมื่ออุณหภูมิต่ำ ถ้าสนใจฟังก์ชันนี้ แนะนำให้ตรวจสอบรายการอุปกรณ์กับตัวแทนจำหน่ายก่อนซื้อ หรืออาจพิจารณาติดตั้งอุปกรณ์เสริมของทางหลังการขาย ปัจจุบันรถปิคอัพรุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกันอย่าง Toyota Hilux หรือ Isuzu D-MAX รุ่นสูงก็เริ่มนำฟังก์ชันอุ่นเบาะและยังมีระบบระบายอากาศมาใช้ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม การติดตั้งอุปกรณ์เสริมเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าเหล่านี้ควรเลือกผู้ให้บริการที่ได้มาตรฐาน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจส่งผลต่อการรับประกันหรือความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าในรถ
Q
รถ Ford Ranger ปี 2021 มีระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ระยะไกลหรือไม่?
รุ่น Ford Ranger ปี 2021 ในบางรุ่นระดับสูงมีระบบสตาร์ทรถจากระยะไกลจริงๆ ฟีเจอร์นี้มักจะมาพร้อมกับระบบกุญแจอัจฉริยะ ที่ให้เจ้าของรถกดสตาร์ทเครื่องยนต์จากระยะประมาณ 30 เมตรได้ ช่วยให้เปิดแอร์อุ่นหรือเย็นล่วงหน้าได้ ซึ่งสะดวกมากในอากาศร้อนๆ แต่ต้องระวังนิดนึงว่าระบบสตาร์ทรถระยะไกลอาจจะไม่เหมือนกันในแต่ละรุ่น แนะนำให้ถามพนักงานขายให้แน่ใจก่อนซื้อว่ามีอะไรบ้าง ตอนนี้เทคโนโลยีรถพัฒนาขึ้น ระบบสตาร์ทรถระยะไกลกลายเป็นฟีเจอร์พื้นฐานในรถปิคอัพแล้วนะ นอกจาก Ford Ranger รุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกันก็อาจมีฟีเจอร์แบบนี้เหมือนกัน บางแบรนด์ยังมีแอปในมือถือให้ควบคุมจากที่ไกลๆได้อีกด้วย เวลาใช้ฟีเจอร์นี้ควรระวังอย่าให้เครื่องยนต์เดินเบานานเกินไปนะ เดี๋ยวเครื่องจะสะสมคราบสกปรก และต้องจอดรถในที่ที่มีอากาศถ่ายเทด้วย ถ้ามีระบบนี้แต่ใช้ไม่ได้ ลองเช็คดูนะว่าอาจจะเป็นเพราะแบตเตอรี่กุญแจใกล้หมดหรือมีสัญญาณรบกวน แนะนำให้ลองเปลี่ยนแบตเตอรี่หรือเดินเข้าไปใกล้รถดูอีกที
Q
เครื่องยนต์ที่อยู่ใน Ford Ranger ปี 2021 คืออะไร?
Ford Ranger รุ่นปี 2021 มีเครื่องยนต์ดีเซลให้เลือก 2 รุ่นสำหรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ เทอร์โบ 2.0 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซล 5 สูบ เทอร์โบ 3.2 ลิตร ซึ่งทั้งสองรุ่นมีความน่าเชื่อถือและสมรรถนะแรงบิด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสภาพการจราจรในเขตร้อนที่มีการสตาร์ท-ดับเครื่องบ่อยครั้ง และความต้องการในการบรรทุกสินค้า สำหรับเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรใช้เทคโนโลยีไบ-เทอร์โบที่ทันสมัย ให้กำลังสูงสุด 213 แรงม้าและแรงบิด 500 นิวตัน-เมตร ส่วนเครื่อง 3.2 ลิตรให้กำลัง 200 แรงม้าและแรงบิด 470 นิวตัน-เมตร โดยทั้งคู่สามารถเลือกได้ทั้งเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดหรือเกียร์ธรรมดาตามความชอบของผู้ขับขี่ จุดที่ควรสังเกตคือระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์ดีเซลในสภาพอากาศร้อนจัดเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้ติดตั้งโมดูลระบายความร้อนแบบพิเศษเพื่อรับประกันความเสถียรแม้ต้องใช้งานหนักต่อเนื่องเป็นเวลานาน สำหรับลูกค้าที่ต้องขับขึ้นภูเขาหรือลากของหนักบ่อยอาจเหมาะกับรุ่น 3.2 ลิตรมากกว่า ในขณะที่ผู้ที่เน้นประหยัดน้ำมันอาจชอบรุ่น 2.0 ลิตรมากขึ้น แถมศูนย์บริการในท้องถิ่นก็มักมีอะไหล่เฉพาะของเครื่องยนต์ทั้งสองแบบนี้ให้พร้อม ทำให้การซ่อมบำรุงทำได้ง่ายกว่า
Q
รถ Ford Ranger ปี 2021 เป็นรุ่นอะไร?
รถกระบะ Ford Ranger รุ่นปี 2021 เป็นหนึ่งในรุ่นยอดฮิตของค่ายฟอร์ด ที่มาพร้อมกับหลายเวอร์ชันให้เลือกอย่าง XL XLT Wildtrak และ Raptor ซึ่งตอบโจทย์ผู้ใช้ได้หลากหลายสไตล์ เครื่องยนต์ให้เลือกทั้งแบบ 2.0L เทอร์โบดีเซล 4 สูบและ 2.3L เทอร์โบเบนซิน 4 สูบ คู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีดหรือออโต้ 10 สปีด ที่ทั้งแรงและประหยัดน้ำมันในตัว รุ่นนี้ขายดีในบ้านเราเพราะขับทั้งในเมืองและทางต่างจังหวัดได้คล่อง แถมระยะยกตัวสูงพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ทนทานทุกสภาพถนน ส่วนกระบะหลังก็จุของได้เยอะ พร้อมเทคโนโลยีเพียบทั้งระบบ SYNC 3 แครุ๋กเพลงสบายๆ, ควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และช่วยรักษาระยะในเลน ทำให้ขับขี่ทั้งปลอดภัยและสะดวกขึ้นอีกขั้น ถ้าเปรียบกับคู่แข่งอย่าง Toyota Hilux หรือ Isuzu D-MAX แล้ว Ranger ได้ใจใครหลายคนด้วยความทนทานและฟีเจอร์จัดเต็ม ถ้าสนใจจะซื้อทั้งมือหนึ่งหรือมือสอง แนะนำให้ลองนึกถึงความต้องการจริงๆ ของตัวเองแล้วไปทดลองขับที่ศูนย์ดูนะครับ จะได้รู้สึกว่าตรงสเปกไหม
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

ลักษณะที่ดึงดูดใจ หรูหราและคงทน
เครื่องยนต์ที่เลือกมาอย่างดี พลังที่แ robust
การตั้งค่าความปลอดภัยระดับสูงสุด

ข้อเสีย

ความรู้สึกในการขับขี่แข็งแรงและเต้น
รู้สึกพื้นฐานของรุ่นต่ำ
ร่างกายใหญ่ การขับขี่ในเมืองอาจไม่สะดวก
คุณภาพศูนย์บริการไม่ดี
ราคารถมือสองสูงเมื่อเทียบกับ

Q&A ล่าสุด

Q
"จานเบรก (Brake Disc) คืออะไร?"
จานเบรก (หรือที่รู้จักกันในชื่อผ้าเบรกหรือจานเบรก) เป็นส่วนประกอบหลักของระบบเบรกในรถยนต์ โดยทั่วไปแล้วจะเป็นโครงสร้างโลหะรูปทรงกลมที่หมุนไปพร้อมกับล้อ หน้าที่หลักของมันคือการแปลงพลังงานจลน์ของรถให้เป็นพลังงานความร้อนผ่านแรงเสียดทานกับผ้าเบรกที่ยึดไว้ด้วยคาลิเปอร์เบรก ทำให้เกิดการลดความเร็วหรือหยุดรถ โครงสร้างของจานเบรกแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ได้แก่ จานเบรกแบบทึบและจานเบรกแบบระบายอากาศ จานเบรกแบบทึบมีราคาถูกกว่าและเหมาะสำหรับการขับขี่ทั่วไป จานเบรกแบบระบายอากาศช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนด้วยครีบระบายความร้อนภายในหรือรูพรุนบนพื้นผิว ทำให้เหมาะสำหรับรถยนต์สมรรถนะสูงหรือสถานการณ์ที่ต้องเบรกบ่อยๆ ในแง่ของวัสดุ เหล็กหล่อสีเทาหรือเหล็กหล่ออัลลอยด์เป็นตัวเลือกหลักที่ให้ความสมดุลระหว่างความทนทานต่อการสึกหรอและความทนทานต่อความร้อน รถยนต์ระดับสูงอาจติดตั้งจานเบรกเซรามิก ซึ่งมีข้อดีในด้านการออกแบบที่เบาและทนทานต่อความร้อน แต่มีราคาแพงกว่า จานเบรกต้องทนต่อแรงเสียดทานมหาศาลที่เกิดขึ้นระหว่างการเบรก (แรงบิดในการเบรกในรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอาจสูงถึง 2000-3500 นิวตันเมตร) และอุณหภูมิสูง (อุณหภูมิพื้นผิวอาจสูงถึง 600 องศาเซลเซียส) ดังนั้น ประสิทธิภาพของจานเบรกจึงส่งผลโดยตรงต่อเสถียรภาพและความปลอดภัยในการเบรก ตัวอย่างเช่น จานเบรกแบบระบายอากาศสามารถลดอุณหภูมิจาก 600 องศาเซลเซียสเหลือ 200 องศาเซลเซียสได้ในเวลาอันสั้น ช่วยลดความเสี่ยงของอาการเบรกเฟดจากความร้อนได้อย่างมาก นอกจากนี้ ระบบความปลอดภัยอิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ เช่น ABS และ EBD อาศัยการหมุนของจานเบรกเพื่อการควบคุมที่แม่นยำ จึงแนะนำให้เลือกใช้จานเบรกแบบระบายอากาศ (เส้นผ่านศูนย์กลางล้อหน้าไม่ควรน้อยกว่า 280 มิลลิเมตร) และระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมาะสมเมื่อเลือกซื้อรถยนต์ และควรตรวจสอบสภาพการสึกหรออย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มั่นใจในประสิทธิภาพการเบรก
Q
ฉันเหยียบเบรกแล้วมีเสียงดังครูดๆ มันอันตรายไหม?
เสียงผิดปกติขณะเบรกจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบตามสถานการณ์เฉพาะ สาเหตุทั่วไป ได้แก่: เสียงดังแหลมสั้นๆ ในช่วงแรกของการใช้งานรถใหม่หรือการเปลี่ยนจานเบรกและผ้าเบรกใหม่เป็นเรื่องปกติและจะค่อยๆ หายไปหลังจากใช้งานไป 500-1000 กิโลเมตร; หากจานเบรกเป็นสนิมหลังจากสภาพอากาศชื้นหรือจอดรถเป็นเวลานาน การเบรกครั้งแรกอาจมีเสียงเสียดสีโลหะ ซึ่งจะหายไปหลังจากเบรกซ้ำๆ; เสียง "ปัง" และการเด้งของแป้นเบรกเมื่อระบบ ABS เริ่มทำงานเป็นลักษณะปกติของระบบเบรกป้องกันล้อล็อก อย่างไรก็ตาม หากเสียงดังต่อเนื่องและแรงเบรกลดลง อาจบ่งชี้ว่าผ้าเบรกสึกหรอจนถึงขีดจำกัด (ความหนาน้อยกว่า 3 มม.) ทำให้ไฟเตือนติดขึ้น และต้องเปลี่ยนจานเบรกทันที มิฉะนั้นอาจทำให้ระยะเบรกเพิ่มขึ้นหรือเบรกเสียได้ นอกจากนี้ การหล่อลื่นคาลิเปอร์ไม่เพียงพอ การเสียรูปของจานเบรก หรือสิ่งแปลกปลอม เช่น ทรายและกรวด ก็อาจทำให้เกิดเสียงผิดปกติได้เช่นกัน แนะนำให้ตรวจสอบระบบเบรกทุกๆ 20,000 กิโลเมตร และเมื่อเปลี่ยนผ้าเบรก ควรเลือกใช้ชิ้นส่วนจากผู้ผลิตอุปกรณ์ดั้งเดิม (OEM) เป็นหลัก ผ้าเบรกคุณภาพต่ำ (ราคาต่ำกว่า 800 บาท/คู่) อาจทำให้จานเบรกเสียหายได้เนื่องจากมีปริมาณโลหะมากเกินไป การหลีกเลี่ยงการเบรกและหยุดรถกะทันหันในระหว่างการขับขี่ประจำวันจะช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบเบรกได้ หากมีเสียงผิดปกติร่วมกับแป้นเบรกนิ่ม หรือรถดึงไปด้านใดด้านหนึ่ง ควรนำรถไปที่อู่ซ่อมรถมืออาชีพเพื่อตรวจสอบระบบไฮดรอลิกทันที
Q
แบรนด์ไหนของผ้าเบรกหน้าถึงจะดี?
ในตลาดไทย TEXTAR (ทาเมนตัน) และ XinYi (ซินอี้) เป็นยี่ห้อแผ่นเบรคหน้าที่น่าแนะนำ ทาเมนตันในฐานะยี่ห้อเยอรมันมีประวัติศาสตร์กว่า 100 ปี ผลิตภัณฑ์มีชื่อเสียงในด้านความสะดวกสบายและประสิทธิภาพสิ่งแวดล้อม สามารถติดตั้งกับรถยนต์หลายรุ่นหลักได้ เช่น คาเดลลาคที6 (Cadillac CT6) รถหลุยรูเวอร์ (Land Rover Range Rover) ซีรีส์ แม่เบนซีอีคลาส (Mercedes-Benz E-Class) เป็นต้น การเบรคมีลักษณะเชิงเส้นและฝุ่นน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับความเงียบในการขับขี่ ยี่ห้อซินอี้เน้นที่อัตราส่วนคุณภาพต่อราคาที่ดี แผ่นเบรคหลังแบบดรัมเบรค (drum brake) มีการใช้งานที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพกับรถเชิงพาณิชย์หลายรุ่น เช่น นันจิงอีวีโค (Nanjing Iveco) เป็นต้น ความทนทานได้รับการยืนยันจากตลาด ในการเลือกซื้อควรระมัดระวังว่า แผ่นเบรคทาเมนตันใช้วัสดุเสียดทานระดับสูง ราคาตลาดเริ่มต้นที่ประมาณ 549.9 บาทไทย (รวมส่วนลด) ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ซินอี้เหมาะสำหรับผู้บริโภคที่มีงบประมาณจำกัด แนะนำให้เลือกตามรุ่นรถ การนิสัยขับขี่ (เช่น ขับขี่ในเมืองบ่อยครั้งหรือขับขี่บนทางหลวง) และงบประมาณอย่างครอบคลุม และควรซื้อผ่านช่องทางที่ถูกต้องเพื่อให้แน่ใจในด้านความเข้ากันได้และความปลอดภัย
Q
“B Quick เจียรจานเบรกหรือไม่?”
B Quick ในฐานะผู้ให้บริการรถยนต์มืออาชีพ มีบริการกลึงจานเบรค (แผ่นเบรค) ด้วยเครื่องกลึง แต่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมและความปลอดภัย จานเบรคเป็นชิ้นส่วนความปลอดภัยที่สำคัญ การซ่อมแซมต้องปฏิบัติตามมาตรฐานทางเทคนิคอย่างเคร่งครัด โดยปกติจะทำการกลึงเฉพาะในกรณีที่สึกหรอเล็กน้อยหรือมีร่องบนพื้นผิวเพื่อคืนสภาพความเรียบ และความหนาหลังกลึงต้องเป็นไปตามมาตรฐานของโรงงาน (รถส่วนใหญ่กำหนดให้ความหนาที่เหลือไม่น้อยกว่า 22 มิลลิเมตร) หากจานเบรคมีรอยร้าว บิดตัวจากความร้อนอย่างรุนแรง หรือความหนาต่ำกว่าค่ามาตรฐานความปลอดภัย จำเป็นต้องเปลี่ยนจานใหม่ โดยปริมาณการกลึงในแต่ละด้านโดยทั่วไปไม่ควรเกิน 1.5 มิลลิเมตร แนะนำให้เจ้าของรถเลือกใช้ชิ้นส่วนทดแทนที่ได้รับการรับรองจากโรงงานก่อน (เช่น แบรนด์ DBA ที่นิยมใช้ในรถยนต์ญี่ปุ่น ราคาประมาณ 1,500-4,000 บาทต่อคู่) เนื่องจากประสิทธิภาพการระบายความร้อนและความทนทานต่อการล้าของจานเบรคหลังซ่อมจะลดลงประมาณ 15-20% ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการเบรคในระยะทางไกล สำหรับจานเบรคแบบมีร่อง/เจาะรูในรถสมรรถนะสูง เนื่องจากโครงสร้างที่ซับซ้อนกว่า มักไม่สามารถซ่อมแซมได้ ทุกครั้งที่ทำการบำรุงรักษาระบบเบรค ควรตรวจสอบปริมาณความชื้นในน้ำมันเบรค (หากเกิน 3% ต้องเปลี่ยนใหม่) และสภาพของกระบอกเบรคร่วมไปด้วย เพื่อให้มั่นใจในความน่าเชื่อถือของระบบโดยรวม
Q
ควรเปลี่ยนผ้าเบรกเมื่อครบกี่กิโลเมตร?
ระยะเวลาการเปลี่ยนผ้าเบรกขึ้นอยู่กับรุ่นรถ พฤติกรรมการขับขี่ และสภาพถนน สำหรับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน โดยทั่วไปแล้วผ้าเบรกหน้าจะต้องเปลี่ยนทุกๆ 30,000-50,000 กิโลเมตร ในสภาพการจราจรติดขัดในเมือง อาจลดลงเหลือ 20,000-30,000 กิโลเมตร ในขณะที่การขับขี่บนทางหลวงอาจยืดระยะเวลาได้ถึง 50,000-60,000 กิโลเมตร ผ้าเบรกหลังโดยทั่วไปมีอายุการใช้งาน 60,000-100,000 กิโลเมตร เนื่องจากรับแรงกดน้อยกว่า แต่สำหรับรถยนต์ที่มีระบบเบรกมือไฟฟ้า แนะนำให้ลดระยะเวลาการเปลี่ยนผ้าเบรกเหลือ 50,000-60,000 กิโลเมตร รถยนต์พลังงานใหม่ที่ใช้ระบบการกู้คืนพลังงานจลน์ สามารถยืดอายุการใช้งานของผ้าเบรกหน้าได้ถึง 80,000-120,000 กิโลเมตร ในขณะที่ผ้าเบรกหลังมีอายุการใช้งานใกล้เคียงกับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน ควรเปลี่ยนผ้าเบรกทันทีเมื่อความหนา ≤3 มม. (ประมาณความหนาของขอบเหรียญ) เมื่อมีเสียงเสียดสีโลหะ ระยะเบรกยาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หรือเมื่อไฟเตือนบนแผงหน้าปัดสว่างขึ้น การขับขี่ในพื้นที่ภูเขา การเบรกอย่างแรงบ่อยครั้ง หรือการบรรทุกหนักจะทำให้ผ้าเบรกสึกหรอเร็วขึ้น จึงควรตรวจสอบก่อนกำหนดที่ 20,000-30,000 กิโลเมตร การตรวจสอบความหนาอย่างสม่ำเสมอ การเลือกใช้วัสดุเซรามิกหรือกึ่งโลหะ และการหลีกเลี่ยงการเบรกอย่างแรงจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้ หลังจากเปลี่ยนแล้ว จำเป็นต้องใช้งานให้ครบ 200 กิโลเมตรเพื่อให้ประสิทธิภาพการเบรกคงที่
ดูเพิ่มเติม